ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 5 : ร่องรอย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

"ไม่หิวเหรอ" พ่อครัวจำเป็นหันมาถาม เพราะส่งช้อนที่มีอาหารให้ชิมได้ลิ้มลอง

"ก็หิว.. แล้วนี่ทำเป็นด้วยเหรอ" เธอมองดูอาหารที่เขาทำแล้วรู้สึกน้ำลายไหล เปิดปากชิมตามที่เขาป้อนมาก็ยิ่งรู้สึกกระเพาะเริ่มทำงาน กลิ่นมันหอมน่ากินจัง

"เป็นซิ แม่เปิดร้านอาหารก็ต้องทำเป็นบ้าง" ชายหนุ่มตอบพร้อมคั่วข้าวในกระทะไปท่าทางช่ำชอง

"นึกว่ากินเป็นอย่างเดียว" ก็เขาออกจะดูเป็นคุณหนูเสียขนาดนั้น ที่บ้านยังมีคนรับใช้ แถมวันๆ บอกอยู่ว่าต้องอยู่คนเดียว

"จะ....จิวไปนั่งรอเถอะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว" ชายหนุ่มถือโอกาสนี่เรียกชื่อเล่น

หญิงสาวอย่างสนิทสนม

หญิงสาวเองก็ไม่ได้ถือสาอะไร เธอคิดว่าถ้าไม่มีใครได้ยินก็คงไม่เป็นอะไร ระหว่างที่เซกำลังเข้าครัว เธอก็เดินมาจัดโต๊ะอาหาร วางจานชามและช้อน ไม่นานอาหารที่เขาทำก็ถูกเสิร์ฟมาอยู่ตรงหน้า

"ข้าวผัดอเมริกัน..ผสมเกาหลี" เขานำเสนออาหารที่มีในตู้เย็นให้เธอได้ลองทาน

"ผสมยังไง" หญิงสาวมองดูอาหารที่เขาเอามาเสิร์ฟน่ากินจริงๆ ทั้งการจัดวางก็ไม่น้อยหน้าตามร้านอาหารเลย

"ก็ใส่กิมจิไง" ชายหนุ่มยิ้มกริ่ม โชคดีที่ในตู้เย็นบ้านเธอมากิมจิเหลืออยู่ กับไส้กรอก และไก่ทอด เลยเอามาประยุกต์ให้เป็นเมนูใหม่

"เหรอ ไม่เคยกิน" จรัสรวีมอบหน้าตาอย่างทึ่งๆ ปกติเธอจะกินอาหารไทยก็ไทย ฝรั่งก็ฝรั่ง เกาหลี ญี่ปุ่นเป็นตามชาติไป ไม่เคยเอามาผสมผสานกันแบบนี้

"รับรอง...อร่อย" ชายหนุ่มพูดอย่างมั่นใจ แล้วนั่งลงข้างๆ

"แล้วนึกยังไงถึงทำให้กิน" หญิงสาวเริ่มตักอาหารเข้าปาก สัมผัสแรกของ

รสชาติอาหารกลมกล่อมจนไม่ต้องเติมอะไรเพิ่ม

"ก็...อยากไถ่โทษนะ" ชายหนุ่มคิดไปถึงเรื่องที่เขาทำกับเธอที่ผับ มองใบหน้างามที่กำลังทานอย่างพอใจ

"ไถ่โทษเรื่องอะไร" หญิงสาวไม่รู้และไม่เข้าใจในความหมาย เขาไม่มีเรื่องอะไรทำให้เธอต้องไถ่โทษเสียหน่อย

"อย่ารู้เลย" ชายหนุ่มพูดเรียบๆ แล้วก้มหน้าก้มตากิน

"อ้าว อยากไถ่โทษฉัน  แล้วฉันไม่รู้เนี่ยนะว่าเรื่องอะไร" อาจารย์สาวยังคงอยากรู้ไม่เลิก

"ไม่รู้นะดีแล้ว แต่ไม่นานก็รู้ ว่าแต่อร่อยไหม" ชายหนุ่มจึงเปลี่ยนเรื่องพูดทันทีเมื่อหญิงสาวซักไซ้มาขึ้น

"อือ..อร่อยลืมชมไปเลย" หญิงสาวพูดออกมาจากใจ อาหารที่เขาทำอร่อยจริงๆ ยิ่งกินคู่กับกิมจิมันเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

"แล้วที่บ้านจิวมีธุรกิจเหรอ เห็นเดินทางไปดูงานต่างประเทศด้วย" ชายหนุ่มเริ่มอยากรู้เรื่องราวของหญิงสาวบ้าง ระหว่างกินข้าว

"อ้อ..ใช่" หญิงสาวพยักหน้าเบาๆ

"เกี่ยวกับอะไรนะ" ชายหนุ่มถามต่อพลางมองไปรอบๆ บ้านของหญิงสาว ดูธรรมดาจนไม่น่าจะมีกิจการอะไรใหญ่โต

"ก็ธุรกิจการสื่อสารนะ" หญิงสาวตอบเรียบๆ อาหารในจานเริ่มจะหมด

"ชื่อบริษัทอะไร" ชายหนุ่มนึกตาม บริษัทใหญ่ๆ ก็มีไม่กี่เจ้า คงไม่ใช่ของที่บ้านเธอหรอก

"บริษัท XXX นะ" จรัสรวีตอบอย่างไม่ได้อวดอ้างแต่อย่างใด

"บริษัทการสื่อสารยักษ์ใหญ่นะหรือ" ชายหนุ่มแทบจะสำลักอาหารที่กินอยู่

"ใช่" เธอทำราวกับว่าเป็นบริษัทขนาดกลางๆ ทั้งที่จริงแล้วบริษัทของพ่อเธอเติบโตจนอยู่ในระดับโลกแล้วในตอนนี้

"แล้วทำไมถึงมาเป็นอาจารย์ ไม่ไปช่วยงานบริษัทล่ะ" เขาเริ่มแปลกใจว่าเธอมาเป็นอาจารย์ทำไม ในเมื่อบริษัทพ่อแม่ของเธอก็ออกจะใหญ่โต

"ก็ไม่ชอบนะ แต่ว่าสุดท้ายก็คงต้องกลับไปบริหารอยู่ดี" หญิงสาวตอบท่าทางเบื่อๆ

"พ่อ-แม่ไม่ว่าเหรอ" ชายหนุ่มถามต่อด้วยความสนใจ ตอนนี้ในหัวเขามีคำถามมากมายอยากจะถามเธอ

"ไม่นี่.." หญิงสาวสาวหน้าเบาๆ

"ดีจัง" ชายหนุ่มรู้สึกอิจฉาที่พ่อแม่เธอตามใจ

"พูดเหมือนกับว่าเธอถูกบังคับนะ" หญิงสาวมองดูสายตาเขาอย่างค้นหา

"ก็นิดหน่อย แล้วทำไมซื้อบ้านเล็กจัง ไม่สมฐานะเลย" ชายหนุ่มมองดูรอบๆ บ้านขนาดแตกต่างจากบ้ายของเขานัก ทั้งๆ ที่ดูแล้วฐานะก็ท่าทางจะเท่าเทียมกัน

"แม่ไม่ชอบนะ แม่บอกว่าเคยไปบ้านใหญ่ของพ่อแล้ว ใหญ่เกินไม่อบอุ่น" หญิงสาวตอบ เธอเองก็พอใจกับบ้านหลังเล็กๆ ของเธอ

"เหรอ" ชายหนุ่มพยักหน้า รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นภายในบ้าน ซึ่งหาไม่ได้จากบ้านของเขา ส่วนใหญ่จะต่างคนต่างอยู่ แม้จะไม่ได้ขาดความรักแต่บ้านใหญ่ก็พาให้คนในครอบครัวห่างเหินกัน

"สรุปว่าวันนี่เธอจะมาสัมภาษณ์ฉันใช่ไหม" หญิงสาวเริ่มรู้สึกตัวว่าเขากำลังถามอะไรเธอมากเกินไป

"ก็สนใจจิว..เลยถาม" ชายหนุ่มพูดตรงๆ

"อยากรู้ไปทำไมนักหนา" ทำเอาคนฟังหน้าแดงพูดอ้อมแอ้มไม่เต็มปาก ขัด

เขินขึ้นมาทันที

"เมื่อวานจิวยังถามผมเลย" ชายหนุ่มก็ตีเนียนคุยต่อ จนตอนนี้เธอยังไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร

"นี่พูดถึง...เรามาแลกกันไหม" หญิงสาวนึกขึ้นได้บางอย่าง สีหน้าของเธอเป็นประกายความสนุกขึ้นมาทันที

"แลก?" ชายหนุ่มแปลกใจกับคำพูดของเธอ จินตนาการไปถึงการแลกเปลี่ยนอย่างอื่น แค่คิดก็ฟุ้งซ่านไปไกล

"ฉันสอนภาษาไทยให้ ส่วนเธอสอนภาษาเกาหลีให้ฉัน" หญิงสาวกระตือรือร้นขึ้นมาทันที

"จะดีเหรอ" ชายหนุ่มชักสีหน้าไม่แน่ใจว่าเขาจะสอนเธอได้

"ดีซิ" จรัสรวีพยักหน้าท่าทางเอาจริง

"ผมสอนไม่ค่อยเป็นหรอก สอนเป็นอยู่อย่างเดียว" ชายหนุ่มอมยิ้มใส่กับท่าทางจริงจังของเธอ

"อะไร" คนใฝ่รู้ขยับกายเข้าหาอย่างตั้งใจฟัง

"ภาษากาย อยากเรียนไหม" ชายหนุ่มทำหน้าทะเล้นใส่

"บ้า..ตกลงจะสอนไหมภาษาเกาหลีนะ" หญิงสาวหน้าย่นพร้อมส่ายหน้าใส่เขา แล้วถามอีกครั้งน้ำเสียงจริงจัง

ชายหนุ่มพยักหน้าตกลง เมื่อเห็นแววตาของหญิงสาวแล้ว  เขาไม่สามารถปฏิเสธเธอได้ และการสอนของเขาก็จะนำพาไปสู่สิ่งอื่น

หลังจากที่ทานอาหารกับเสร็จ พวกเขาก็ไปนั่งสอนหนังสือกันที่ห้องนั่งเล่น เธอเริ่มต้นจากพื้นฐานเพื่อจะได้รู้ว่าเขาอยู่ในระดับไหนแล้ว ถึงได้รู้ว่าภาษาไทยของเขาแย่เอามากๆ จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึง 3 ทุ่มเศษๆ อยู่ๆก็มีรถมาจอดที่หน้าบ้านเธอ

"เอะ...ใครมานะดึกป่านี้" หญิงสาวลุกขึ้นออกไปดูที่หน้าบ้าน

"จิว...ยังไม่นอนเหรอ" กรกฤตเปิดประตูเดินเข้ามาด้วยความสนิทสนม

"ยัง...กร มาได้ไง" หญิงสาวแปลกใจที่เห็นเขามาตอนนี้

"ว่าจะชวนไปเที่ยวนะ" ชายหนุ่มในชุดพร้อมเที่ยวส่งยิ้มมาอย่างคึกคัก

"ไปเที่ยวเหรอ" หญิงสาวทำท่าทางหวาดๆ เธอยังไม่ลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน

"แล้วทำไรอยู่" กรเดินเข้ามาในบ้านด้วยความคุ้นเคย

"เออ สอนพิเศษอยู่นะ" หญิงสาวเดินตามเข้ามาเริ่มรู้สึกอึดอัด กลัวว่าชายหนุ่มคนสนิทจะไปฟ้องพ่อกับแม่หาว่าตนเอาผู้ชายเข้าบ้าน

"ใครมาเรียนดึกป่านนี้" กรกฤตเดินเข้ามาดู นักศึกษาหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มสัดส่วนมองผู้มาเยือนอย่างไม่ชอบใจ มองกรด้วยสายตาเย็นชา

เข้ามาหาจิวทำไมเวลานี้นะ พาทิศคิด

"เออ...พาทิศนี่กร เพื่อนอาจารย์ กรนี่เซเด็กที่มหาลัยนะ" หญิงสาวรีบเปลี่ยนสรรพนามตัวเองทันที นักศึกษาหนุ่มได้ยินแล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ

"นึกว่าเธอแอบพาผู้ชายมากกไว้" กรกฤตพูดติดตลก แต่แววตาของเขามองดูนักศึกษาหนุ่มด้วยสายตาจริงจังและไม่ไว้ใจ

"ตกลงจะไปเที่ยวไหม" แล้วหันไปหาคำตอบจากหญิงสาว

"จะไปเที่ยวเหรอจิว" พาทิศถามต่อทันทีก่อนที่หญิงสาวจะตอบอะไร ชายหนุ่มเพื่อนสนิทรู้สึกตะหงิดใจที่ได้ยินนักศึกษาหนุ่มเรียกเพื่อนสาวของตนอย่างสนิทสนมเกินกว่าอาจารย์ลูกศิษย์เรียกกัน

"เออ.." จิวลังเลใจที่จะตอบ ความจริงใจหนึ่งก็อยากไป แต่อีกใจหนึ่งก็นึกไปถึงวันที่เธอไปครั้งล่าสุด เธอกลัวว่าจะโดนลวนลามแบบครั้งที่แล้ว

กรกฤตหันไปมองหญิงสาวเหมือนต้องการคำตอบ เธอก็แสดงท่าทางอึดอัดใจ

"ไปซิครับ เดี๋ยวผมไปด้วย พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเช้า วันนี้นั่งสอนกันมาทั้งวันแล้วไปคลายเครียดบ้างก็ดี" นักศึกษาหนุ่มเสนอ สายตายังคงจับจ้องที่กรอยู่ไม่วางตา

"ฉันชวนจิว ไม่ได้ชวนนักศึกษา เด็กอย่างนายควรจะเข้านอนได้แล้ว" กรกฤตเยาะเย้ย แสดงความเป็นผู้ใหญ่กว่า

"หึ ดูแล้วคุณก็อายุมากกว่าผมไม่มาก อีกอย่างถึงผมจะดูเด็ก แต่อย่างอื่นก็ไม่เด็กอย่างที่คุณคิด" พาทิศก้าวเท้าเข้าไปประชิดสายตาลุกวาว

หญิงสาวเห็นท่าทางไม่ดีเธอรีบเข้ามายื่นระหว่างกลางคนทั้งสอง แล้วผลักอกให้ออกห่างกัน

"พอ  พอ...แล้ว อะไรกันเนี่ย ไปก็ไป กร ไปรอจิวที่ร้านก่อนนะ เดี๋ยวจิวตามไป" หญิงสาวรู้สึกไม่สบายใจที่พาทิศพูดออกไปแบบนั้น

"แน่ใจนะว่า ไม่เป็นไรนะ" เพื่อนชายคนสนิทถามย้ำให้แน่ใจ จ้องมองเพื่อนสาวอย่างค้นหา เขารู้สึกเป็นห่วงเธอจริงๆ ต่อให้ไม่ได้แอบชอบเธออยู่ เขาก็รู้สึกได้ว่าเด็กคนนี้ไม่ธรรมดา

"อือ ไม่มีอะไรหรอก" หญิงสาวรับปากทั้งๆ ที่ในใจเริ่มหวั่น เธอจูงมือกรเดินออกไปส่งที่รถ นักศึกษาหนุ่มเห็นหญิงสาวจับมือชายอื่นแล้วก็ยิ่งรู้สึกคันที่หัวใจ

"จิว..กรไม่ไว้ใจมัน" กรกฤตพูด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เอาน่า เขายังเด็ก" จรัสรวีส่ายหน้าพยายามกล่อมให้เพื่อนสนิทวางใจ

"ปีอะไร" ชายหนุ่มหันกลับไปมองนักศึกษาหนุ่มที่ยืนอยู่ในบ้านอย่างไม่ไว้ใจ

"รู้สึกปี 3 นะ"

"ก็เด็กกว่าไม่มาก ดูที่มันพูดจาซิ เหมือนเด็กเจนโลก" เขายังข้องใจกับคำพูดของอีกฝ่าย เขาเองก็เป็นผู้ชายเจ้าชู้ เข้าใจความหมายที่พาทิศพูด

"เอาน่า อย่าไปถือสาเลย กรเองก็พอกันนั้นแหล่ะ" หญิงสาวส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ

"แต่เราไม่ได้..." ชายหนุ่มพยายามจะให้เพื่อนสาวมองความจริงที่อาจจะเป็นไปได้

"พอแล้ว ไปเถอะ เดี๋ยวจิวตามไป" แต่เธอดันบังคับให้เขาเข้าไปในรถ

ชายหนุ่มเข้าไปนั่งอย่างไม่อยากขัดใจ เมื่อกรกฤตขับรถออกไป หญิงสาวก็เดินเข้ามาในบ้าน ก็ต้องตกใจที่ตัวเองถูกกระชากเหวียงลงไปที่โซฟาแล้วขึ้นคร่อมโดยชายหนุ่มที่เธอสอนพิเศษให้

"ไหนว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กไง" พาทิศโกรธจนลืมตัว เห็นเธอเข้ามาในบ้านก็รีบคว้าตัวมาคาดคั้นเอาความจริง

"อะ...อะไรเนี่ยเซ" หญิงสาวตกใจกับท่าทีของชายหนุ่ม

"ไหนจิวบอกว่า เพื่อนไง แล้วทำไมสายตาที่มันมองมาถึงได้...ดูห่วงใยเธอนัก" เขาตะคอกใส่เธอเสียงดังลั่น

"นี่ปล่อยฉันนะ" หญิงสาวพยายามขยับตัว แต่ในท่านี้เธอไม่สามารถทำอะไรได้

"พูดมา" ชายหนุ่มเสียงดังจนหญิงสาวกลัว

ทำไมต้องโกรธด้วย

"เขาเป็นเพื่อนจริงๆ.. ก็บอกแล้วไงว่าสนิทกันมา พ่อแม่เราก็สนิทกัน" หญิงสาวพูดสวนกลับด้วยเสียงที่ดังแต่ก้น้อยกว่าคนที่กำลังหึงจัด

"เธอดูไม่ออกเหรอว่าสายตามันโหยหาเธอแค่ไหน..ห๊าาา" ชายหนุ่มจับต้น

แขนของเธอแล้วบีบแรงๆ ด้วยความลืมตัว

"โอ้ย..ดูออกซิ แต่ฉันไม่ได้คิดอะไร จริงๆ นะ กรเองก็รู้ว่าฉันคิดกับเขาแค่น้องชาย เขาก็แค่เป็นห่วง" หญิงสาวพยายามอธิบาย เธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดให้เขาฟัง แต่ที่รู้ตอนนี้แขนของเธอเจ็บไปหมด ใบหน้าของเธอเหยเกด้วยความปวดร้าว

ชายหนุ่มเห็นใบหน้าของเธอแล้วก็พลันได้สติ รีบปล่อยมือที่จับเธออยู่ออกทันที แล้วลุกขึ้นออกจากการคร่อมเธอ หญิงสาวลุกขึ้นจับต้นแขนดูมันมีรอยแดงตามรอยนิ้วเขา

"เออ...ผมขอโทษ" ชายหนุ่มพึมพำเสียงแผ่วเบา รู้สึกผิดขึ้นมาทันที

หญิงสาวมองหน้าเขาด้วยความสับสน ท่าทีที่เขาแสดงออกมามันเป็นท่าที่ของการหึงหวง เธอลุกขึ้นก้มหน้าไม่พูดอะไรแล้วเดินขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แม้ใจเธอตอนนี้จะไม่อยากไปแล้วก็ตาม แต่ก็โทรไปบอกปฏิเสธเพื่อนสนิทก็ต้องสงสัย คำถามมากมายก็จะตามมา

ไม่นานหญิงสาวก็แต่งตัวเสร็จ เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวธรรมดา กับกระโปรงยีนสั้นชายหนุ่มกำลังนั่งรออยู่ เธอยื่นเสื้อให้ตัวหนึ่ง

"อะไร" ชายหนุ่มรับมาแบบงงๆ

"ใส่ซะ จะไปทั้งชุดนักศึกษาเหรอ" จรัสรวีกล่าวเสียงแข็งๆ

"แล้วเสื้อใคร" ชายหนุ่มรับมามองดูสภาพอย่างไม่มั่นใจ

"เสื้อพ่อนะ" หญิงสาวตอบขณะเปลี่ยนกระเป๋าถืออีกใบสำหรับไปเที่ยว

"ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย" เขาเอาเสื้อทาบกับตัวเองอย่างไม่เต็มใจใส่ แต่จะกลับไปเปลี่ยนชุดก็คงไม่ทัน

"ก็สมัยหนุ่มๆ นะแต่สภาพยังดีนะ"

สุดท้ายเขาก็ลุกขึ้นยืนถอดเสื้อนักศึกษาออกทันทีอย่างไม่อายหญิงสาว เธอตกใจรีบหันหลังให้ แต่ก็ไม่วายแอบหันกลับมามอง แผ่นอกของชายหนุ่ม หญิงสาวใจเต้นรัว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เห็นผู้ชายเปลือยต่อหน้าต่อตา

เด็กคนนี้มีแผ่นอกที่น่าหลงใหลจัง จนเธอรู้สึกอยากเข้าไปกอดและสัมผัส ทำไมนะ หรือเป็นเพราะสิ่งที่เราเสียไปในคืนนั้น ทำไห้เราคิดฟุ้งซ่านได้ขนาดนี้ หญิงสาวไม่เข้าใจ เกิดมา 25 ปีเพิ่งจะได้รู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก

เสื้อของแบงค์ชายหนุ่มสามารถใส่ได้อย่างพอดี หลังจากที่เขาเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ก็หันมามองหญิงสาวที่แอบดูอยู่แล้วยิ้มให้ เห็นท่าทางของเธอดูแล้วน่าเอ็นดู

จริงๆ

"แอบมองอะไร ถ้าอยากมองก็หันมามองตรงๆ ก็ได้" ชายหนุ่มพูดแหย่

หญิงสาวรู้สึกตัว ก็รีบเบือนหน้าไปทางอื่นทันทีรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที

"ไม่เคยเห็นล่ะซิ" คนรู้ทันกล่าวพร้อมกับอมยิ้ม

"หะ...เห็นอะไร" หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเขาพูดขึ้น รู้สึกอายที่ถูกจับได้ว่าแอบมองเขา

"ก็แผ่นอกเปลือยของผู้ชายนะ" ชายหนุ่มพูดยิ้มๆ ผู้หญิงคนนี้ไร้เดียงสาดีจัง

หญิงสาวไม่ยอมตอบ

ชายหนุ่มเดินเข้ามาประชิดที่หลังของหญิงสาว เธอก็ยิ่งใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ในสมองกำลังคิดว่าเขาจะทำอะไรเธอรึเปล่า ดีใจหรือเสียใจดี เขาเขี่ยปลายผมที่ปกคลุมแผ่นหลังของเธอออก แล้วมองดูร่อยรอยที่เขาทำเอาไว้เมื่อคืนก่อน ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่รู้ตัวถึงได้ใส่เสื้อแบบนี้ออกไปข้างนอก ชายหนุ่มยิ้มอ่อนด้วยความสะใจ 

ดีเลย จะได้รู้ไปเลย ว่าของใครเป็นของใคร ขณะที่เขากำลังมองแผ่นหลังเธออย่างหลงใหล หญิงสาวก็หันหน้ากลับมาด้วยความรวดเร็ว เพราะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่รดอยู่ต้นคอตนเอง ทำเอาความรู้สึกบางอย่างก่อตัว ทำให้หน้าของทั้งสองเกือบจะชนกัน

"ไปเถอะ เดี๋ยวกรรอนาน" หญิงสาวทำอะไรไม่ถูก รีบเดินเลี่ยงออกไปที่รถทันที 

ชายหนุ่มยิ้มอย่างอารมณ์ดีเดินตามเธอออกไปที่รถ แล้วเหมือนเธอจะรู้หน้าที่ ยื่นกุญแจรถให้เขาขับ แต่โดยดี ชายหนุ่มก็ขับออกไปรอข้างนอก เธอหันกลับไปปิดประตูบ้านแล้วขึ้นรถ

เวลา 22.30 น. เมื่อทั้งสองมาถึงที่ร้าน XXX ก็เข้าไปพร้อมๆ กัน เสียงเพลงแดนส์ดังกระหึ่มดังลั่นออกมาข้างนอกร้านหญิงสาวเดินเข้ามาในร้านแล้ว เดินตรงไปที่โต๊ะประจำที่กรกฤตนั่งอยู่ พาทิศเดินตามไปติดๆ เมื่อกรเห็นหญิงสาวก็ยิ้มกว้างออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็หุบยิ้มทันทีที่เห็นนักศึกษาหนุ่มมาพร้อมกัน

            "ทำไมพามันมาด้วย" กรกฤตฉุดมือหญิงสาวเข้ากระซิบอย่างแนบชิด

"ก็เขาอยากมานี่" จรัสรวีตอบพลางหันไปยิ้มให้กับคนที่มาด้วย ไม่อยากให้คิดว่านินทา

"โธ่..." กรทำท่าทางอารมณ์เสีย มองไปที่แขกไม่ได้รับเชิญด้วยสายตาชิงชัง อีกฝ่ายก็ทำสีหน้าทองไม่รู้ร้อนใส่เขา ยิ่งทำให้กรรู้สึกไม่ชอบหน้าเข้าไปใหญ่

"ทำไมล่ะ..กร" หญิงสาวไม่เข้าใจว่าทำไมกรจะต้องไม่ชอบหน้าเซถึงขนาดนี้

"กรไม่ชอบหน้ามันนี่น่า มันคิดไม่ซื่อกับจิวนะ" เขาเตือนหญิงสาวด้วยความรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของอีกฝ่าย เขามองเซออกตั้งแต่แรกเห็น ผีย่อมเห็นผี ในเมื่อเขาเองก็เป็นผู้ชายเจ้าชู้ ก็เป็นธรรมดาที่จะมองออกว่าเซเจ้าชู้เหมือนกัน ทำให้เขากลัวว่าจิวจะถูกหลอก

"ไร้สาระน่า..กร" แล้วเธอก็ไม่สนใจคำพูดของเขาอีก หันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน

"เซ..ดื่มอะไรดี" พลางหันไปถามชายที่มาด้วยเพื่อดูแล

"ขอมาตินี่" เขาพูดเรียบๆ แต่สายตายังมองไปที่กรด้วยความสะใจที่หญิงสาวถือหางอยู่

"ดื่มแรงจัง เป็นเด็กเป็นเล็ก" หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินเขาสั่งเครื่องดื่ม

"สั่งมาเถอะ ผมคอแข็งกว่าจิวก็แล้วกัน" ชายหนุ่มพูดแบบขำๆ

"อ๋อ.เหรอ" หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกดูถูก ทำหน้าหมั่นไส้ชายหนุ่มที่ทำตัวแก่แดด

"ว่าแต่จิวดื่มอะไร" ชายหนุ่มถามกลับด้วยความสนใจ

"ฉันชอบเตกีร่า" ร่างบางตอบพลางโยกหัวเบาๆ ตามจังหวะเพลง

"ว่าแต่ผม ของจิวก็แรง"

"แรงอะไร ฉันโตแล้วนะ" หญิงสาวทำยืนกายเหมือนอายุห่างกันหลายสิบปี

"ง้าน..เหรอ" ชายหนุ่มลากเสียงอย่างล้อเลียน

"ใช่ อย่างน้อยก็โตกว่าเธอ" หญิงสาวพูดล้อเล่นกับเขาอย่างสนิทสนม กรกฤตมองดูแล้วรู้สึกขัดใจ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยความหงุดหงิด ไม่นานเครื่องดื่มที่เธอสั่งก็มาเสิร์ฟ

"น้อง..เอามาอีกนะอย่าให้ขาด" พาทิศหันไปสั่ง ทำเอาหญิงสาวตกใจ

"อะไรเซ แก้วนี่ยังไม่ดื่มเลย" แทนคำตอบชายหนุ่มยกแก้วไปชนกับหญิงสาว แล้วพยักหน้าเธอก็ยกแก้วขึ้นดื่มตาม มองชายหนุ่มดื่มจนหมดแก้ว

"เห็นไหมหมดแล้ว" เขาคว่ำแก้วให้เธอดู หญิงสาวอึ่ง มองหน้าเขาแบบงงๆ

"ดื่มเร็วแบบนี้เดี๋ยวก็เมาหรอก ไอ้น้อง" กรกฤตพูดน้ำเสียงเย้ยหยัน พาทิศหันไปมองด้วยสายตาเย็นชา ขณะที่เครื่องดื่มยังถูกเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องตามที่เขาสั่งเอาไว้ พร้อมยกแก้วใหม่ดื่มอย่างรวดเร็วเหมือนจะอวดว่าตนนั้นดื่มเก่งแค่ไหน

"เดี๋ยวก็รู้ว่าใครจะไปก่อนกัน" ชายหนุ่มมองเพื่อนสนิทของหญิงสาวด้วยสายตาดูถูก

หญิงสาวเห็นท่าทางไม่ดี จึงรีบหาอย่างอื่นให้ทั้งสองสนใจมากกว่าสนใจกันเอง เธอยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้ง แล้วเริ่มออกลีลาอันเร่าร้อนซึ่งมันก็ได้ผลดี ไม่นานชายหนุ่มทั้งสองที่มองกันอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ ก็เริ่มหันไปมองหญิงสาวที่เต้นอยู่ข้างๆ

โดยเฉพาะเซ เขามองดูหญิงสาวอย่างหลงใหล คิดไปถึงเวลาที่หญิงสาวขยับตัวอยู่บนร่างกายเขา ในขณะที่กรเห็นบ่อยจนไม่รู้สึกอะไร เพียงแต่วันนี้รู้สึกว่าหญิงสาวดู Sexy เป็นพิเศษ หญิงสาวเต้นไปดื่มไปจนลืมตัว เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทำเอาหญิงสาวเริ่มสนุก ออกลีลาท่าทางยั่วยวนกรตามประสาคนที่สนิทกัน

ชายหนุ่มมองดูแล้วรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก แต่ก็พยายามเก็บอารมณ์

เอาไว้ ในขณะที่กรกับรู้สึกสะใจเป็นที่สุด ที่หญิงสาวยังไงก็เลือกเต้นรำกับเขา และขณะที่เขาเต้นอยู่กันเธอนั้นเอง ในท่าที่หญิงสาวหันหลังให้ เธอสะบัดผมไปมา ทำให้กรเห็นรอยที่อยู่หลังเธออย่างชัดเจน

กรกฤตจับตัวหญิงสาวให้หยุดนิ่ง เธอหันมามองเขาด้วยความแปลกใจ ชายหนุ่มเพ่งสายตาในความมืดรอยที่หลังเธอมันรอยดูดชัดๆ เซเห็นหญิงสาวหยุดเต้นก็หันไปมอง แล้วเขาก็รู้ทันที่ว่ากรกำลังมองอะไร เซยิ้มให้แล้วยักคิ้วใส่อย่างเป็นความหมาย

คราวนี้ถึงคราวที่เขาจะยิ้มอย่างผู้ชนะบ้าง ชายหนุ่มคิด กรมองหน้าเซแล้วหันกลับไปมองรอยที่หลังของหญิงสาวสลับกันไปมา แล้วความโกรธก็เข้าครอบง่ำเขา บวกกับฤทธิ์เหล้าที่ดื่มเข้าไปจนทำให้ขาดสติ เขากระชากข้อมือหญิงสาวให้หันกลับมาอย่างเต็มแรง

จรัสรวีตกใจที่กรทำแบบนั้น

"โอ๊ย...กรทำบ้าอะไรนะ" หญิงสาวตะวาทลั่นแต่ชายหนุ่มไม่ฟังเสียง กระชากเธอออกจากโต๊ะทันที

พาทิศเห็นแล้วก็รีบจับข้อมืออีกข้างของหญิงสาวเอาไว้แน่น ยึดให้เธออยู่

นิ่งทำให้กรพาเธอไปไหนไม่ได้ เขาหันกลับมามองเซด้วยสายตาชิงชังและโกรธแค้น

"ปล่อย" กรกฤตพูดเสียงหนักๆ

"ทำไมต้องปล่อย" ในขณะที่พาทิศยังทำน้ำเสียงธรรมดา ออกไปทางยั่วยวนกวนประสาทเสียด้วยซ้ำ ซึ่งตรงกันข้ามกับสายตา เขามองกรด้วยสายตาแสดงความเป็นเจ้าของหญิงสาว

"ทำอะไรกัน กร...เซ..นี่มันอะไรกัน" หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น มองหน้าทั้งสองสลับไปมา ทำไมอยู่ๆ กรก็กระชากเธอแบบนี้ แล้วทำไมชายหนุ่มทั้งสองคนถึงได้มองกันด้วยสายตาโกรธแค้น แต่คำพูดของหญิงสาวไม่มีใครสนใจ ทั้งสองยังคงมองตากันไม่เลิก

"ฉันบอกให้ปล่อย" กรกฤตพูดช้าๆ เน้นย้ำ แต่เซก็จับข้อมือหญิงสาวกระชับแน่นกว่าเดิม แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ทำตามที่กรสั่ง แถมยังยิ้มอย่างผู้ชนะกลับมาทำให้กรยิ่งโมโห

"กร..เซหยุดนะ..ปล่อยจิวทั้งคู่นั้นแหล่ะ..." หญิงสาวพยายามสะบัดข้อมือของตัวเองให้หลุดออกจากมือของชายทั้งสองสายตาของโต๊ะข้างๆ เริ่มหันมามอง

ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

"จิวนั้นแหล่ะหยุด.." กรหันไปตะคอกใส่เสียงดัง ทำเอาหญิงสาวสะดุ้ง

"กร.." หญิงสาวที่ไม่เคยเห็นเพื่อนชายโกรธจัดแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก

"ทำอะไรลงไปนะ..รู้ตัวบ้างไหม" กรพูดเชิงตำหนิ

"ทะ...ทำอะไร" หญิงสาวไม่เข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องอะไร

"อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องหน่อยเลยจิว" เขาทำสายตาดูถูกหญิงสาว อย่างลืมตัว

"เรื่องอะไรกร จิวไม่เข้าใจ" หญิงสาวรู้สึกสับสนที่กรทำแบบนั้นกับเธอ

"ก็เรื่องรอยที่หลังไงล่ะ" เขาชี้มาที่แผ่นหลังของหญิงสาว

"รอยอะไรกร จิวไม่เข้าใจ" หญิงสาวก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี พยายามมองตามที่กรชี้แต่ก็ไม่เห็นอะไร

"หึ..ก็รอยดูดทั่วหลังของเธอไง" ชายหนุ่มเฉลยให้ด้วยความรู้สึกปั่นป่วน ไม่คิดว่าเพื่อนสาวที่แสนดีจะเป็นได้ขนาดนี้

"อะ...อะไรนะ รอยดูด" หญิงสาวตกใจสุดขีด ที่หลังเธอจะมีรอยดูดได้ยังไงกัน

"ใช่..เยอะด้วย" กรพยักหน้าแววตาลุกวาวมองไปที่ชายหนุ่มที่เขาคิดว่าเป็นคนทำ

"จิวไม่รู้เรื่องนะ หญิงสาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ เธอยังคิดไม่ออกว่ารอยที่กรเห็นมาจากไหน

"ไม่รู้เรื่องงั้นเหรอ จะให้เราเชื่อเหรอจิว" กรทำสีหน้าหงุดหงิดที่เห็นหญิงสาวยังแกล้งทำไม่รู้เรื่อง

"จิวไม่รู้จริงๆ นะ" แต่หญิงสาวเองก็ยังคงยืนยังหนักแน่น พาทิศยืนจับมือหญิงสาวนิ่งมองทั้งสองเถียงกันไปมา

"หึ อย่ามาโกหกหน่อยเลย" ชายหนุ่มเขย่าแขนหญิงสาวอย่างแรง จนเธอสั่นไปทั้งตัว

"ทำไม..กรพูดแบบนั้น" หญิงสาวน้ำเสียงอ่อน รู้สึกเสียใจที่ถูกเพื่อนรักพูดจาดูถูกใส่แบบนี้

"นี่ หยุดนะ อย่าทำอะไรจิวซิ" เซเห็นท่าทางของกรแล้วก็เริ่มทนไม่ได้

"อย่ายุ่ง" กรกฤตหันไปตะคอกใส่เสียงดัง

"มันใช่ไหมที่ทำ มันใช่ไหม.." เขาตะคอกอีกครั้งใส่จิวชี้ไปทางนักศึกษา

หนุ่มที่ยืนอยู่ หญิงสาวสะดุ้งเธอกำลังสับสนหันกลับไปมองหน้าเซอย่างไม่รู้จะทำยังไงดี น้ำตาเริ่มคล้อเบ้า

"เซ..ไม่ได้ทำ" เธอพูดเบาจนเหมือนกระซิบ สมองเริ่มคิดทบทวนอย่างหนัก

"งั้นเหรอ แล้วใครล่ะทำ เธอจะบอกว่าเธอทำตัวเองงั้นเหรอ" ชาหนุ่มย้อนถามด้วยความประชดใส่ ในชีวิตของเธอก็เพิ่งจะมีผู้ชายอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเมื่อมันโผล่มารอยที่หลังเธอก็เกิดขึ้น แล้วจะไม่ใครอีกล่ะที่ทำได้

หญิงสาวนิ่งสักพัก ก็เริ่มคิดได้ว่าในค่ำคืนอันอัปยศนั้นเอง ที่ร่องรอยพวกนี้เกิดขึ้น หญิงสาวพูดไม่ออก เธอไม่รู้จะอธิบายกรว่ายังไงดี

"ว่าไงล่ะ มันใช่ไหมที่ย้ำยีเธอ" กรกฤตพูดอย่างหมดความอดทน ปล่อยมือที่จับจิวเอาไว้ เข้าไปคว้าคอเสื้อของพาทิศพร้อมง้างหมัด พาทิศยืนนิ่งไม่ได้ตอบโต้อะไร มองหน้าคนจับคอเสื้ออย่างท้าทาย และอยากจะรู้นักว่าหญิงสาวจะทำยังไงต่อ

"ไม่ใช่นะ" หญิงสาวรีบเข้าไปจับมือของกรห้ามไว้

"แล้วใครล่ะ ที่ทำเธอแบบนี้" เขาหันไปพูดใส่เธอเสียงดัง ทั้งๆที่ยังจับคอเสื้อของเซเอาไว้แน่น

"เออ..." หญิงสาวตอบไม่ถูกเธอไม่รู้จะบอกเขาว่ายังไงดี ว่าเธอได้เสียความบริสุทธิ์ไปให้กับใครก็ไม่รู้ที่มาย้ำยีเธอ หญิงสาวเริ่มน้ำตาคลอ

"ใช่..ฉันเอง มีอะไรไหม" พาทิศเห็นหญิงสาวท่าทางอึดอัดลำบากใจอย่างหนัก ก็รีบรับสารภาพโดยไม่ทันคิดว่าหน้าเขาใครหมัดกรแค่ซอกเดียว

"เซ..ไม่นะ.." หญิงสาวหันไปมองหน้าต้นเสียงตกใจกับคำพูดของชายหนุ่ม คิดว่าเซช่วยรับสมอ้างแทนเพื่อไม่ให้ตนถูกเพื่อนดูถูกไปมากกว่านี้

"ยอมรับแล้วเหรอ แกมันเลวมาก" แล้วกรก็ระเบิดอารมณ์ใส่หมัดไปที่ใบหน้าอันหล่อเหล่าของเซอย่างเต็มแรง

เขาล้มลงไปที่พื้นตามแรงหมัดที่กรใส่ลงไป แต่เขาก็สามารถลุกขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว แล้วสวนตอบกรไปในทันที กรไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่หันไปจะต่อว่าหญิงสาวต่อ เขาก็ล้มลงไปที่พื้น

ทั้งสองต่อสู่กันอย่างนัวเนียทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมาก หญิงสาวกรี๊ดเสียงดัง เพลงในผับถูกปิดลงแล้วแสงไฟก็สว่างจ้า ทำเอาทุกคนแสบตา แต่สองชายหนุ่มยังคงฟัดกันอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งบอร์ดิการ์ดหน้าร้านเข้ามาห้ามเอาไว้ แล้วไล่คนที่คู่ออกไปจากร้าน

ทั้งสองหายใจหอบๆ เมื่อออกมายืนที่หน้าร้านหญิงสาวรีบยืนขั้นอยู่ตรงกลาง เธอไม่รู้จะทำยังไงดี เธอได้แต่มองชายหนุ่มทั้งสองสลับกันไปมา กรเห็นท่าทางของหญิงสาวปกป้องเซมากกว่าตนก็คิดน้อยใจ ด้วยความความโมโหและโกรธหญิงสาว

กรกฤตไม่พูดอะไรอีก เขาเดินหันกลับไปที่รถแล้วขับออกไปด้วยความรวดเร็ว ภายในใจรู้สึกเจ็บและเสียใจ หญิงสาวที่คิดว่ารักตกไปเป็นของชายอื่นที่มาทีหลัง แถมคนๆ นั้นดูแล้วยังไม่ดีพอสำหรับเธออีกด้วย ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโหยิ่งเหยียบคันเร่งรถให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้พ้นไป

จากภาพบาดตาบาดใจ

"กร เดี๋ยว...กร" หญิงสาวร้องเรียกและวิ่งตามรถของกรแต่ก็ไม่ทัน เธออยากจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้กรให้เขาเข้าใจ ว่าเซไม่ใช่ต้นเหตุ (ตามที่เธอคิด)

หญิงสาวเดินคอตกกลับมา เห็นเซกำลังเช็ดคราบเลือดที่มุมปากอยู่ก็เดินเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วซับให้ น้ำตาแห่งความเสียใจของเธอค่อยๆ ไหลลงอาบสองแก้ม เสียใจที่ต้องทะเลาะกับกรเพื่อนรัก เสียใจที่ร่างกายเธอถูกย้ำยี

พาทิศมองแล้วก็อดสงสารหญิงสาวไม่ได้ ยกมือขึ้นลูบที่หัว หญิงสาวรู้สึกไม่มีใครก็โผเข้ากอดชายหนุ่มแล้วร้องไห้ ชายหนุ่มก็กอดตอบด้วยความเต็มใจ ภายในใจของเขา เริ่มรู้สึกผิดที่มีส่วนทำให้เธอต้องร้องไห้เสียใจแบบนี้ หญิงสาวร้องไห้สักพักเธอก็เริ่มสงบ เงยหน้ามองเจ้าของอกที่เธอซบอยู่

"เจ็บมากไหม" จรัสรวีถามเสียงแผ่ว

ชายหนุ่มส่ายหน้า

"กลับกันเถอะ" หญิงสาวหันหลังกลับไปที่รถ แต่ถูกชายหนุ่มดึงมือเอาไว้

"เดี๋ยว.."

"ว่าไง" เธอหันมามองเขาทำหน้าสงสัย

"คือ..ผมมีเรื่องจะบอก" ชายหนุ่มรู้สึกผิดจนอยากจะสารภาพออกไป แต่เขาก็กลัวว่าถ้าบอกเธอไป เธอก็จะโกรธหนักกว่าเดิม จึงลังเลใจอยู่พักใหญ่

"เรื่องอะไร" จนหญิงสาวเดินกลับเข้ามาใกล้ๆ แล้วถามย้ำ

"ช่างเถอะ... ไว้ ถึงบ้านแล้วค่อยบอกดีกว่า" เขามองหน้าหญิงสาวแล้วหลบตาอย่างรู้สึกผิด จูงมือเธอเดินกลับไปที่รถแล้วพากลับบ้านของเธอ 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุกอ้ะ
โดย Anonymous | 2 years, 9 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
ชอบจังเนื้อเรื่องเร็วกระชับ อ่านเพลินเลยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 10 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha