ไฟรักแรงปรารถนา

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 14 : อ้าว...พี่สาวเหรอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เวลา 13.00 น. ห้องพักฟื้นผู้ป่วย ศิกำลังนั่งเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้บุตรสาวอยู่ด้วยความเป็นห่วงอย่างไม่ห่างกาย เธอไม่ได้คิดโทษโกรธสามีเลยด้วยซ้ำที่จิวต้องป่วยแบบนี้ เธอเข้าใจดีว่าการกระทำของจิวมันผิด การที่เธอจะอยู่ต่อได้หรือไม่มันขึ้นอยู่กับความเข้มแข็งของจิตใจที่จิวจะต้องเป็นคนฟันฝ่าอุปสรรคนี้เอง

แล้วไม่นานจรัสรวีก็ค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา พยายามลืมตาที่หนักอึ้งอย่างช้าๆ รู้สึกร่างกายไม่มีแรง มึนงงเพราะฤทธิ์ยา ปวดหัวตุบๆ หนาวสั่นเป็นระรอก และลำคอแห้งผากเธอลืมตาขึ้นมาด้วยความพร่ามัว รู้สึกแสบตาเพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามาภายในห้อง

"แบงค์...จิวรู้สึกตัวแล้ว...จิวเป็นไงบ้างลูก..."

หญิงสาวได้ยินเสียงศิผู้เป็นแม่ เรียกพ่อของเธอ แล้วรู้สึกว่ามีมือเย็นๆ จับเนื้อตัวเธอด้วยความห่วงใย ไม่นานสายตาเธอก็เริ่มมองเห็นชัดขึ้น หญิงสาวเห็นใบหน้าของผู้ให้กำเนิด มองดูเธอด้วยแววตาเป็นห่วง ศิตาแดงๆ เหมือนร้องไห้มา ส่วนแบงค์สีหน้าของเขาเคร่งเครียด มือของทั้งสองจับอยู่ที่แขนของเธอแล้วเขย่าเรียก

"พ่อ...แม่..ที่นี่ที่ไหน" หญิงสาวฝืนคำพูออกไป รู้สึกเจ็บคอมาก

"จิว หนูกำลังไม่สบายนะลูก" ศิจับใบหน้าของลูกสาว แล้วพูดช้าๆ เพราะคิดว่าสมองของจิวคงยังทำงานไม่เต็มที่

"เหรอคะ" หญิงสาวหันไปมองรอบๆ กาย มองดูห้องที่ไม่คุ้นตา ก็รู้ทันทีว่าเธออยู่โรงพยาบาล

"ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งสิ้นนะ เรื่องงานเดี๋ยวพ่อจัดการเอง" แบงค์ลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู และสงสาร

"ค่ะ" จิวหรับคำง่ายๆ รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ อย่างจะหลับแล้วไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย แล้วประตูห้องพักก็ถูกเปิดออก ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้น เขาคือกรกฤต ถือกระเช้าผลไม้เดินเข้ามาวางไว้ข้างเตียงผู้ป่วย หันไปยกมือสวัสดี

แบงค์และศิ อย่างมีมารยาท

"สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า ผมได้ข่าวว่าจิวไม่สบายเลยมาเยี่ยมนะครับ" แล้วเขาก็หันไปยิ้มให้คนป่วยอย่างให้กำลังใจ

"งั้นก็ตามสบายนะ ไปเถอะศิ ปล่อยให้เด็กๆ เขาคุยกัน" แบงค์จึงหันไปชวนศิออกจากห้อง เขารู้ดีว่าเด็กทั้งสองคนมีเรื่องที่จะปรับทุกข์กัน

เมื่อทั้งสองออกไปนอกห้อง กรแกะกระเช้าผลไม้ล้างแล้วปลอกอย่างเอาใจ จรัสรวีเหม่อมองไปทางหน้าต่างด้วยแววตาว่างเปล่า แล้วกรก็เดินถือผลไม้มานั่งที่ข้างจิวส่งผลไม้ให้จิวที่ปากเป็นการป้อนเชิงบังคับให้กิน และยังป้อนเข้าปากตัวเองอีกด้วย

"เป็นไงบ้าง กรได้ข่าวจากพ่อก็รีบมาเลยล่ะ" ชายหนุ่มถามด้วยความเป็นห่วง มองเพื่อนสาวแล้วสงสารแต่พยายามไม่แสดงออกมา ไม่อยากให้เธอรู้สึกสมเพทตัวเองไปมากกว่านี้

"ก็ไม่เป็นไรหรอกกร ขอบใจนะ" จิวส่ายหน้า ฝืนกินผลไม้ที่กรป้อนมาให้

"จิว...จิวต้องเข้มแข็งนะ" กรจับมือเพื่อสาวอย่างให้กำลังใจ เขารู้ดีว่าจิตใจเธอตอนนี้แย่แค่ไหน คนที่ไม่เคยมีความรัก แล้วอยู่ๆความรักก็เข้ามาหา แถมยังงถูกกีดกันมันทำให้จิตใจของเธออ่อนแอ ไม่รู้วิธีการจัดการกับมัน จิวผู้อ่อนต่อโลกความรักครั้งแรกของจิว มันช่างมีแต่ความทุกข์ช่างสงสาร

"อือ..." จิวพยักหน้าอย่างขมขืน แล้วน้ำตาก็ค่อยๆ ไหลออกมาอีกครั้ง

"โถ่...อย่าร้องไห้ซิ กรกำลังหาทางช่วยอยู่ กรพยายามตามหาเซแล้วนะ" กรเห็นเพื่อนน้ำตาไหลก็โผเข้ากอดแล้วปลอบใจ จิวสะอึกสะอื้นหนัก

"ไม่ต้องหรอกกร เซคงลืมจิวไปแล้ว" เธอพูดเคล้าน้ำตา

"จิว..." กรลูบหัวหญิงสาวด้วยความสงสาร พยายามคิดหาทางให้เธอได้มีโอกาสเจอหัวใจบ้าง แต่ก็ยังคิดไม่ออก เขาไปรอเซที่มหาลัยก็ไม่เจอ ไปตามร้านเที่ยวที่เขาเคยไปก็ไม่เจอ กรเองก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เบอร์ติดต่อก็ไม่มี ส่วนใหญ่พวกเขาเจอกันก็มีแต่เรื่องชกต่อย

ไม่ได้เจอกันดีๆ สักครั้ง เขาทนเห็นเพื่อนสาวร้องไห้แบบนี้จะไม่ไหวแล้ว จะไปพูดกับแบงค์ก็ถูกผู้เป็นพ่อห้ามเอาไว้ บอกว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว คนนอกอย่างเขาไม่ควรเข้าไปยุ่ง ในเมื่อถูกห้ามไม่ให้ยุ่งเขาก็ต้องหาทางเอาเองที่จะช่วยจิวให้ได้

เวลา 22.30 น. ที่ผับ XXX เสียงเพลงดังกระหึ่ม เพียงพิศกำลังเต้นอย่าง

เมามันกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม แสงไฟแวบๆ ที่ส่องไปมา ในขณะที่ชายหนุ่มเอาแต่นั่งดื่มเหล้า ไม่มีความสนุกหลงเหลืออยู่ คิดถึงแต่จิว เพราะผับนี้เป็นผับที่เขาได้สัมผัสเธอเป็นครั้งแรก

มันช่างเป็นความทรงจำที่แสนวิเศษและทรมานหันไปทางไหนก็เห็นแต่หน้าจิว เหมือนเธออยู่ที่นี่ กลิ่นและรสสัมผัสของเธอยังคงอยู่ มันช่างทรมานใจอะไรเช่นนี้ ยิ่งคิดถึงเธอเขาก็ยิ่งดื่มหนัก อากิเห็นน้องชายที่ไม่มีอารมณ์ร่วงสนุกกับเธอก็รู้สึกหงุดหงิด

"นี่เซ ทำหน้าให้มันสนุกหน่อยซิ" เธอดึงรั้งแขนของน้องชายให้ยืนขึ้น แต่ร่างกายของเซไม่ขยับ มีแต่แขนที่ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มเท่านั้น สายตาว่างเปล่าและเหม่อลอย

"ก็มันไม่สนุกนี่" ชายหนุ่มพูดนิ่งๆ ทำหน้าเหมือนไม่สบอารมณ์

"เมื่อก่อนสนุกกันจะตาย" อากิพยายามบังคับให้เซทำตัวให้สนุกให้ได้ เพื่อลืมความทุกข์

"นั้นมันเมื่อก่อน" เขาพูดอย่างเหม่อลอย ความสนุกของวันวานสำหรับเขามันไม่มีความหมายถ้าไม่มีจรัสรวี

"โถ่....นะนะนะ ยิ้มหน่อยซิ" อากิดึงให้หน้าของเซให้ฉีกยิ้มออกมา เธอพยายามยิ้มสู้

"อากิ พามาเที่ยวแล้วยังจะบังคับให้สนุกอีกเหรอ" เซบัดมือออกอย่างหงุดหงิด

"นะ เต้นกับอากินะ ไม่งั้นอากิกลับเกาหลีจริงๆด้วย" อากิยกไม้ตายขู่ว่าเธอจะกลับเกาหลีถ้าเขาไม่เต้นด้วย

"เฮ้อ....ก็ได้" ชายหนุ่มมองหน้าพี่สาว แล้วถอนหายใจออกมาแรงๆ ลุกขึ้นยืน เต้นน้อยๆ พอประมาณ อากิก็ลุกขึ้นตามแล้วเต้นในท่วงท่าที่แสนจะเร้าใจ

ชายทุกคนที่ได้เห็นเซแทบจะยืนเป็นเสาให้กับเธอ เขาไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น สายตาของเขากวาดมองไปเรื่อยเปื่อย เหมือนมองหาใครบางคนที่อาจรู้จักจิว และเขาสามารถถามถึงเธอได้บ้าง และคนที่เขารู้จักก็มีอยู่คนเดียว คือ กร และเซมากับอากิแบบนี้คงมีเรื่องให้เข้าใจผิดอีกแน่ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขาก็ภาวนาของให้ได้เจอ

เวลา 23.00 น. กรกฤตเดินเข้ามาในผับ XXX อย่างจุดมุ่งหมายเดิม คือตามหาพาทิศ เขาออกไปหาตามผับดังๆ ที่คิดว่าเซจะไปเที่ยวมาตลอด เขาอยากเจอเพื่อบอกข่าวจิว เขาคิดว่าเซอาจจะมานั่งปรับทุกข์ดื่มเหล้าให้หายเศร้าที่ไหนสักแห่ง

ชายหนุ่มนั่งโต๊ะที่ประจำ กวาดสายตาไปรอบๆ คาดหวังจะเจอคนที่เขาต้องการ แล้วเมื่อกรกวาดสายตาไปรอบๆ สักพัก เขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังเต้นอยู่กับชายหนุ่ม เธอดูสวย Sexy มาก ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังร้อนใจเรื่องจิวอยู่เขาคงไม่พลาดที่จะเข้าไปสายสัมพันธ์อย่างแน่นอน

ชายหนุ่มนั่งดูสาวสวยเต้นอยู่สักพักก็รู้สึกเอะใจ เพราะชายหนุ่มที่เธอกำลังเต้นอยู่ด้วยเขารู้สึกคุ้นตาเหลือเกินแสงสีทำให้เขามองเห็นชายหนุ่มผู้นั้นไม่ชัดเจน แต่รู้สึกว่าต้องเป็นคนที่เขารู้จัก และเมื่อแสงที่สว่างจ้าส่องไปทางชายคนนั้น กรก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ในความดีใจก็มีความโกรธเคืองอยู่ไม่น้อยกับภาพที่ได้เห็น

"นั้นมันไอ้กระดูกอ่อนนี้ มากับสาวคนนั้น" กรมองอย่างไม่วางตา เขาเห็นเซกำลังยืนเต้นอยู่กับสาวที่เขาหมายตาเอาไว้

"ผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว" แล้วเขาก็เริ่มนึกขึ้นได้ เหมือนภาพวีดีโอฉายย้อนกลับ นึกไปถึงวันที่เขาเจอเซ ที่สนามบิน หญิงสาวคนนั้นเป็นคนๆ เดียวกันกับ

คืนนี้อย่างแน่นอน

"มันน่าเจ็บใจนัก" ชายหนุ่มยกมือขึ้นกำหมัดแน่น ทุบลงไปที่โต๊ะด้วยความ ด้วยความโกรธ คิดถึงภาพจิวที่กำลังคิดถึงเซอย่างทรมาน ในขณะที่เซดูท่าทางระรื่นกับสาวอื่น ยิ่งคิดยิ่งแค้น

"เดี๋ยวได้เห็นดีกัน ไอ้กระดูกอ่อน" กรเดินฝ่าผู้คนที่หนาแน่นเข้าไปหาเซด้วยความมุ่งหมั้น ที่จะเอาเรื่องเซกรเดินมาถึงโต๊ะของพวกเขา ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ เซหันไปมองคนที่ยืนอยู่ด้วยความงง แล้วความงงก็เปลี่ยนเป็นดีใจสุดขีดที่คนที่ยืนอยู่คือ กร

พาทิศยิ้มกว้าง อากิเห็นน้องชายหันไปมองทำให้เธอก็หยุดเต้น แล้วเข้าควงแขนเซเองไว้อย่างห่วงแหน มองชายหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนมองเซอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม โดยคิดว่ากรมาเพื่อที่จะขอเบอร์หรือจีบเธอ แต่ก็รู้สึกงงที่ทำไมกรมองเซอย่างไม่เป็นมิตร ในขณะที่น้องชายตัวเอง มองด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยมิตร

"กร" เซพูดด้วยน้ำเสียงดีใจ

"ไอ้กระดูกอ่อน" กรกัดฟันพูดด้วยความโกรธแค้นเขา กรเดินอ้อมโต๊ะมากระชากคอเสื้อของเซ สายตามองเซอย่างดุดัน เซไม่สนใจ

"แกกล้าทำแบบนี้ได้ยังไงกัน" กรพูดใส่หน้าเซด้วยความโมโห

"ฉันดีใจที่เจอนาย" เซพูดออกมาจากใจจริงๆ โดยไม่คิดเลยว่ากรกำลังอยู่ในอารมณ์แบบไหนอยู่

"อะไรกันเนี่ย ปล่อยเซนะ" อากิพยายามจับแขนของกรที่รั้งคอเสื้อของเซอยู่อย่างยากลำบาก

"ดีใจมากเลยใช่ไหม ห๊า... ดีใจ มีความสุขมากเลยซิ" กรไม่ฟังเสียงห้ามของอากิ เขาคิดว่าเซพูดถึงความสุขที่ได้มาเที่ยว ดีใจที่ได้อยู่ห่างจากจิว ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งแค้น

"ใช่ ดีใจมาก" ชายหนุ่มหน้ามึนตอบ สมองของเขามีแต่คำถามที่อยากจะถามเกี่ยวกับจิว จนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

"นี่ไอ้บ้าพลัง ปล่อยเซเดี๋ยวนี้นะ" อากิยังคงพยายามต่อว่ากรต่างๆ นานา เธอเป็นห่วงน้องชายมาก ทุบตีที่หลังและข่วนที่แขนของกรอย่างถือดี แต่กรไม่สนใจ

"เธอไม่เกี่ยวอย่ามายุ่งนะ ยัยตัวแสบ" กรหันไปตะวาทลั่นใส่อากิ ในชีวิตเขาไม่เคยพูดจากใส่ผู้หญิงแบบนี้มากก่อนเลยในชีวิต ปกติสุภาพมาตลอด แต่วันนี้สำหรับเธอคนนี้เขาทนไม่ได้ ที่ต้องเห็นเพื่อนสาวทรมาน ในขณะที่ เซมาสนุกกับผู้หญิงคนนี้ หน้าด้านเสียจริง

เพียงพิศตกใจที่เธอถูกชายแปลกหน้าตะวาท หันไปมองเซเหมือนขอความช่วยเหลือ แต่ดูเหมือนน้องชายเธอจะดีใจจนพูดไม่ออก ทำอะไรไม่ถูก เธอรู้สึกสับสนว่าเซเป็นอะไรนักหนา หรือความเครียดคิดถึงจิวมากจนเสียสติไปแล้วเหรอ ถึงได้ดูมีความสุขที่ยิ้มต้อนรับ ไอ้บ้าพลัง ที่มาหาเรื่องพวกเขาแบบนี้ทั้งๆ ที่ปกติเซจะเป็นคนไม่ยอมใคร

ยิ่งถ้าใครมาว่าพี่สาวของเขา เซก็จะร้อนเหมือนโดนว่าซะเอง แล้วดูตอนนี้ น้องชายของเธอกลับยิ้มระรื่น ปล่อยให้คนอื่นมาหาเรื่องอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย เธอพูดไม่ออกอีกเลยตั้งแต่กรตะวาด

กรกฤตเห็นหญิงสาวหยุดทุบตีและต่อว่าเขา ก็หันมองเซและล็อกคอเซกึ่งลางออกมาจากร้าน อากิเดินกึ่งวิ่งตามออกมาด้วยความเป็นห่วง เมื่อออกมานอกร้าน กรก็เหวี่ยงเซออกไป แล้วใส่หมัดเข้าไปเต็มๆ บนหน้าอันหล่อเหลาของพาทิศ

ใบหน้าของเซสะบัดไปตามแรงต่อยของกร เขาไม่ตอบโต้แถมยังยิ้มเหมือนสะใจที่ถูกกรทำแบบนั้น กรเห็นเซไม่สู้ ก็ยิ่งใส่หมัดเข้าไปใหญ่ให้หายโมโห หายแค้น เหมือนต่อยแทนทุกคนที่ต้องเจ็บปวดเพราะเซจิวที่ต้องทุกข์เพราะห่างจากชายอันเป็นที่รัก

ลุงแบงค์และป้าศิที่ต้องเห็นลูกทุกข์ทรมาน และเขาที่ต้องทนเห็นเพื่อนจะตรอมใจ เพราะไอ้เด็กบ้าคนนี้เพียงคนเดียว

"กรี๊ด...เซ....ไอ้บ้าหยุดนะ...กรี๊ด..." เพียงพิศวิ่งตามมา เห็นสภาพนอนชายกำลังถูกกระทำอย่างไม่ยั้งคิดของคนที่กำลังโมโหสุดขีด เธอก็พยายามวิ่งเข้าไปรั้งร่างอันใหญ่โตของกรออกมาจากร่างของน้องชายที่กำลังนอนอยู่ที่พื้นโดยมีกรขึ้นค่อมเอาไว้

กรกฤตหันไปสะบัดอากิทีเดียวด้วยแรงโมโห หญิงสาวกระเด็นล้มลงไปอยู่ที่พื้นดินจนเจ็บสะโพกไปหมด

"ฮือ....โถ่...เซ...ใครก็ได้ช่วยด้วย ...ช่วยเซด้วย...ฮือ" เธอเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความสงสารน้องชาย ที่เธอช่วยอะไรไม่ได้เลย พยายามร้องหาคนช่วยแต่ก็ไม่มีใคร เพราะมันเป็นช่วงเวลาแห่งความสนุก จะทิ้งน้องชายเอาไว้ก็กลัวว่าจะถูกฆ่าตายไปซะก่อน เธอจะทำยังไงดี

"เซทำไมไม่สู้มันล่ะ เซ...ฮือ..." อากิพยายามร้องขอให้เซตอบโต้ เธอรู้ดีว่า

น้องชายเธอสามารถสู้คนบ้าคนนี้ได้อย่างสบายๆ เพราะเซเก่งในเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว เซปกป้องเธอมาโดยตลอด

"ฮ่า.....ฮ่า...." เสียงเซหัวเราะเหมือนคนดีใจที่ถูกทำร้าย ทำเอาคนที่ต่อยอยู่ชะงักด้วยความมึนงง ว่าเซเป็นอะไร แต่เขาก็ยังไม่หายโมโห หายใจหอบด้วยความเหนื่อยอยู่บนร่างของเซที่ใบหน้าอาบไปด้วยเลือดที่ไหลออกมา ทั้งปาก จมูก และตา ยังมีหน้าหัวเราะร่วนอยู่ ทำเอาเขามึนงงจริงๆ กับท่าทีของชายคนนี้

เวลา 00.30 น. พาทิศนอนราบอยู่บนพื้นที่มีกรคร่อมอยู่ พายุหมัดของกรหมดลงเพราะความเหนื่อยล้าของเจ้าตัวที่ใส่หมัดออกไปอย่างไม่ยั้งคิด แล้วหายใจหอบแรงๆ มองดูคนเบื้อนล่างที่เหมือนเป็นคนบ้าขาดสติ ไม่ตอบโต้แถมยังดูเหมือนจะพอใจกับหมัดที่ถูกต่อยไป

"แกไอ้ชั่ว ยังที่ลุงบอกเลย ไม่นานแกก็ลืมจิว ดูซิไม่กี่วันเอง..." กรรวบรวมกำลัง ดึงคอเสื้อเซขึ้นอีกครั้ง แล้วพูดใส่หน้าเซ

"พะ....พอใจรึยัง" เซถามเมื่อเห็นกร เริ่มไม่ใส่หมัดกับเขา เซรู้สึกสะใจที่ถูกกรต่อย เหมือนเขากำลังลงโทษตัวเองที่ทำให้จิวต้องเป็นแบบนี้

"ยังโว้ย...แกชั่ว เลว แก ไอ้บ้า" กรจับร่างของเซเขย่าไปมาด้วยความโมโห

"พอใจรึยัง" เซถามย้ำอีกครั้ง แล้วคราวนี้พูดช้าๆ ชัด ให้กรมีสติกลับมา

"ยัง แต่เหนื่อย....แฮ่ก...แฮ่ก" เขาว่างเซลงที่พื้นดินแล้วหายใจหอบ เนื้อตัวของเขาเลอะเทอะไปหมดแต่ก็ยังไม่เท่ากับของเซ ทั้งคราบดินคราบเลือด

"นี่แกไอ้บ้า ทำไมทำแบบนี้ สองครั้งแล้วนะ" เพียงพิศเห็นกรเริ่มไม่มีแรงก็รวบรวมกำลัง เข้าไปหาน้องชายอีกครั้ง แล้วผลักกรที่ทำท่าเหมือนจะหมดแรงแล้ว ออกไปจากร่างของน้องชายเธอ กรล้มตัวลงไปตามแรงผลักของอากิข้างๆ คู่กรณี

แล้วเธอก็ก้มลงดูน้องชาย จับร่างของเซขึ้นมาแนบอกด้วยความสงสารที่ถูกทำร้ายทั้งรางกายและจิตใจ พาทิศเองก็พยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น โดยมีพี่สาวเป็นคนประครอง อากิหันไปมองกรด้วยสายตาโกรธเคืองที่ทำน้องชายของเธอ

"เธอ...ไม่ต้องยุ่ง" กรลุกขึ้นอีกครั้ง ดึงแขนอากิออกจากตัวเซ

"ยุ่งซิ.....ก็นายมาต่อยน้องชายฉันได้ยังไงกัน" แต่อากิไม่ยอมไป เธอยื่นบังร่างของเซอย่างไม่ห่าง เธอจะไม่ยอมให้กรทำร้ายเซได้อีก

"ทำไม่ฉันจะต่อยน้องชายเธอไม่ได้ในเมื่อ......น้องชายเหรอ" กรกฤตพูดเหมือนจะต่อว่า แต่ก็สะดุดกับคำว่าน้องชายจากปากของหญิงสาว

"ใช่ เซเป็นน้องชายของฉัน" หญิงสาวพยักหน้าแล้วเชิดใส่ หันไปประครองใบหน้าอันหล่อเหลาของเซ เช็ดหน้าเช็ดตาที่เต็มไปด้วยเลือดออก

"น้องชาย....พี่สาว" คนเข้าใจผิดมองทั้งสองคนสลับไปมา เริ่มเห็นโครงหน้าที่คล้ายกัน

"ใช่ สงสัยอะไรอีก" อากิหันมาพูดอย่างหงุดหงิดใจ

"ไม่ใช่...แฟนใหม่...เหรอ" กรย้ำกับตัวเองอย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน

"บ้ารึเปล่า...คิดอะไรสกปรก" อากิหันมาเอ็ดลั่น ใส่กรที่คิดแบบนั้น พาทิศบ้วนเลือดออกจากปากลงพื้น รู้สึกเจ็บที่กรามทั้งสองข้าง

"หึ....นี่อากิ...พี่สาวของฉันเอง" ชายหนุ่มหันไปแสยะยิ้มกับเจ้าของหมัดที่วู่วาม

"แล้ว....ทำไมนายไม่บอก" คนใส่หมัดทำหน้าไปถูกรู้สึกหน้าแตกอย่างแรง

"ก็นายไม่ปล่อยให้ฉันพูดนี่ มาถึงก็ต่อยเอาต่อยเอา" พาทิศพูดออกขำๆ มากกว่าจะคิดเป็นเรื่องจริงจัง เขาอยากคุยกับกรเรื่องจิวมากกว่าที่จะเสียเวลาทะเลาะกับกรแบบนี้ และอารมณ์นั้นอธิบายไปใช่ว่ากรจะเชื่อ

"แล้ว......ทำไมไม่สู้ล่ะ" กรรู้สึกมึนงงที่เซไม่ยอมสู้เขา

"ขี้เกียจจะสู้ กำลังอยากหาเรื่องโดนตีนอยู่ เห็นนายกำลังมันในอารมณ์ก็เลยไม่อยากขัด" เซปาดเลือดออกจากปากอย่างยากลำบาก เขาเองหลังจากที่ถูกกรทำแบบนั้นก็ รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ ทั้งสบายใจที่ได้เจอกร และสบายใจที่ถูกกรต่อย

"ถึงจะมากับพี่สาวก็เถอะ นายยังมีหน้ามาเที่ยวอีกนะ ทั้งๆ ที่จิว..." กรกฤตยังคงหาเรื่องตำหนิเซอยู่ดี เขาสะท้อนใจเมื่อคิดไปถึงจิวนอนซมอยู่โรงพยาบาล

"จิวทำไม เกิดอะไรขึ้น" ใบหน้าของกรเมื่อพูดถึงจิวแล้วดูทรมานทำให้เซใจหายวาบ เดินเข้าไปจับไหล่กรถามข่าวเธอด้วยความร้อนใจและเป็นห่วง

"จิวคิดถึงนายมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ผอมลง โทรมลงไปมาก" กรก็พูดออกไปด้วยสายตาเศร้าหมอง

"จิว..." เซยื่นพิงกำแพงตึกอย่างสงสารหญิงสาว เขายังจำภาพความเจ็บปวดของเธอได้อย่างติดตาติดใจ และตามที่กรบอกเธอดูแย่กว่าที่เขาเห็นกว่าเดิม อากิที่ยืนงงว่าอยู่คนสองคนที่ทำท่าทะเลาะกันแทบตายกลับพูดกันดีๆ

"นี่เซ รู้จักนายบ้าพลังด้วยเหรอ" อากิหันไปถามน้องชายอย่างไม่แน่ใจ

"อือ..เขาเป็นเพื่อนสนิทจิวนะ" น้องชายพยักหน้าชี้ไปทางกรที่ยืนหอบๆ อยู่

"เหรอ งั้นก็ต้องรู้ซิว่าจิวเป็นไงบ้าง" อากิดีใจที่เซจะได้รู้ข่าวจิวสักที

"ก็เขาคุยกันอยู่นี่ไงล่ะ ยัยตัวแสบ" กรหันไปทำหน้าหงุดหงิดใส่อากิ ที่ขัดจังหวะการคุยของเขากับเซ

"นี่อย่ามาเรียกฉันแบบนี้นะ" อากิหันไปต่อว่ากร เธอไม่ชอบท่าทีของเขา

"ทำไมก็เธอมันแสบจริงๆนี่ ดูซิข่วนตัวฉันเต็มไปหมดตอนอยู่ในร้านนะ" กรชี้ให้อากิดูรอยข่วนที่เธอทำเอาไว้ ซึ่งตอนนี้มันมีเลือดไหลซึมออกมา

"เชอะ..ที่นายมาทำน้องชายฉันหน้าแตกยับเยินแบบนี้ ที่นายโดนนะน้อยไปด้วยซ้ำ" อากิพูดอย่างสมหน้าน้ำ และคาดโทษเขา

"ว่าแต่แกยังไม่ตอบฉันเลยนะไอ้กระดูกอ่อน ว่าทำไมยังมีอารมณ์มาเที่ยวอยู่อีก" กรหันไปสนใจเซที่ยืนคิดถึงจิวอยู่อย่างรอคำตอบ

"ฉันอยากมาเองแหล่ะ ความจริงเซไม่อยากมาเท่าไร บังคับเกือบตายกว่าจะมาได้" อากิชิงตอบแทบเพราะกลัวว่ากรจะเข้าใจผิดแล้วมาทำร้ายเซอีก

"อ๋อ ที่แท้ก็เธอเองที่เป็นต้นเหตุ ยัยตัวแสบ" กรหันไปชี้ที่อากิ แต่เขาไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่ารู้สึกโล่งใจที่เธอเป็นเพียงพี่สาวของเซ รู้สึกดีใจซะด้วยซ้ำ

"อะไรย่ะ" อากิเห็นกรทำท่าคาดโทษเธอ จึงยืนเท้าเอวมองหน้าเขาเหมือน

จะหาเรื่อง เซที่กำลังยืนมองทั้งสองเถียงกันอยู่ก็หงุดหงิด

"อากิพอแล้ว นายก็ด้วย ฉันอยากรู้เรื่องจิว" เซหันไปตะวาทใส่คนทั้งสองให้หยุดพูด กรหันมามองเซแล้วไม่พูดอะไรอากิก็หันไปประครองน้องชายเธอต่อ ไม่วายใช้สายตาจิกไปทางกร

"เซ..อากิว่าไปหาที่อื่นคุยเถอะ อากิจะได้ทำแผลให้" เพียงพิศบอกน้องชายเธอดูแผลแล้วรู้เป็นห่วง หน้าของเซแตกเยอะเลย

"อือ" เซพยักหน้า เขาเองก็รู้สึกระบมไปทั้งตัว

ทั้งสามก็แตกกันขึ้นรถ เพียงพิศเป็นคนขับรถแทนน้องชายที่ยังเจ็บอยู่ กรกฤตขับรถของตัวเองพาพวกเขาไปที่คอนโดเก่าของพ่อ ซึ่งตอนนี้กรใช้มันเอาไว้นอนเล่น กรเปิดประตูห้องแล้วช่วยอากิประครองเซเข้าไป เพื่อให้อากิจัดการแผลของน้องชาย

"เดี๋ยวอากิ เล่าเรื่องจิวมา" เซปัดมืออากิที่มาวุ่นวายกับหน้าเขาออก แล้วหันไปถามกรด้วยความร้อนใจ

"ฉันว่านายทำแผลก่อนเถอะ" กรเดินไปหยิบเครื่องดื่มในห้องครัว แล้วเดินออกมานั่งที่โซฟา

"แผลนะ...ช่างมันเถอะ" เซยังคงยืนยังหนักแน่น แต่อากิก็พยายามจะดูแผลให้

"โอ๊ย...เลิกเถียงกันสักที ก็อากิทำแผล เซนั่งฟัง นายบ้าพลังก็เล่าไปซิ" จนเธอรู้สึกรำคาญที่สองคนทะเลาะกันไม่เลิกสักที

"จริงด้วย" กรพูดเรียบๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัว ว่าหูเซยังสามารถฟังได้อยู่ แล้วกรก็เริ่มเล่าว่าตอนนี้จิวเป็นยังไงบ้าง เจ็บปวดแค่ไหน ทรมานปานจะขาดใจจนถึงเรื่องที่ต้องเข้าโรงพยาบาล

พาทิศนั่งฟังแล้วน้ำตาตกใน มือของเขาสั่นน้อยๆ อย่างเจ็บปวดหัวใจ เมื่อฟังเรื่องของหญิงสาวที่ต้องทรมานโดยไม่มีเขาอยู่ด้วยเหมือนติดคุกก็ไม่ปานหรือหนักกว่า แต่ก็ดีใจที่เธอคิดถึงเขา ยังไม่ลืมเขา

"แล้วจิวออกจากโรงพยาบาลรึยัง" เซถามเมื่อเห็นกรนิ่ง เริ่มพูดไม่ออกคิดสงสารเพื่อนของตัวเองจับใจ

"อือ เพิ่งออกเมื่อวานนี่เอง" กรพยักหน้า

"อะไรกันนอน 2 คืนเลยเหรอ" เซพูดกับตัวเอง เขาอยากจะไปนั่งข้างๆ เตียงนอนของเธอเหลือเกิน อยากจะไปเป็นกำลังใจยามเธอป่วยไข้ เขายังจำได้ดีเหมือนเพิ่งเกินขึ้นเมื่อวาน เมื่อครั้งที่เธอมีอะไรกับเข้าครั้งแรกแล้วจับไข้ เธอดูน่าสงสารมาก

ตอนนี้แผลที่กายของเขาที่ถูกกรต่อยกลับไม่รู้สึกเจ็บปวด แต่ที่เจ็บที่สุดตอนนี้คือหัวใจของเขา มันช่างทรมานยิ่งกว่าแผลที่มีเลือดออกหลายร้อยเท่านัก กรมองดูเซที่นั่งเหมือนอยู่ในภวังค์ เขารู้สึกดีใจลึกๆ ที่ได้เห็นใบหน้าที่เจ็บปวดของคนๆ นี้ เพราะมันแสดงให้เห็นว่า เซรักเพื่อนสาวของเขาจริงๆ

"เจอนายก็ดีแล้ว นายจะเอาไงต่อไอ้กระดูกอ่อน" กรถามความเห็น ท่าทีเคลื่อนไหวของเซ

"ฉันไม่รู้เหมือนกัน ไม่รู้จะไปเจอจิวยังไงดี พ่อของจิวไม่ปล่อยจิวเลย" พาทิศส่ายหน้าอย่างจนปัญญายกมือขึ้นกุมขมับ

"มันก็ไม่แน่นะ เพราะดูท่าทางของลุงเริ่มใจอ่อน เพราะเห็นจิวเศร้ามาก บางทีฉันอาจจะช่วยได้" กรทบทวนความคิด เขาเองก็กำลังหาทางให้จิวได้ออกมาเจอแสงสีเหมือนเมื่อก่อน เขาพอจะคิดลู่ทางออก บางทีการที่จิวเข้าโรงพยาบาล อาจเป็นโอกาสที่เขาจะให้อ้างเพื่อพาจิวออกมาข้างนอกได้บ้าง

"นายพอจะหาทางจะหาทางให้จิวออกมาได้บ้างไหม" เซมองดูกรที่นิ่งไป

สักพัก เหมือนกำลังใช้สมองอย่างหนัก

"ก็...พอมีทางนะ แต่ก็ไม่รู้ซิ ฉันจะพยายาม ไม่รับปากก็แล้วกัน เอาเป็นว่า จิวมาได้วันไหน ฉันจะบอกอีกที" แววตาของกรเริ่มมีความหวัง กับแผนการที่เขาคิดขึ้น

"งั้นก็ดีเลย วันไหนล่ะ" เซดีใจจนเนื้อเต้น เดินเข้ามาหากรอย่างมีความหวัง

"ใจเย็นๆ ซิ จะได้ออกมารึเปล่าก็ไม่รู้ มาถามวันซะแล้ว เอาเห็นว่า นายเตรียมตัวไว้ก็แล้วกัน ฉันส่งข้อความไปเมื่อไรนายก็ออกมาทันทีเลย" กรยกมือขึ้นปัด เขายังไม่แน่ใจในแผนการนี้สักเท่าไรนักว่าจะได้ผล บางทีอาจใช้เวลาให้ลุงแบงค์สุดโหดของเขาตัดสินใจ

"แล้วนายแน่ใจเหรอว่า..." เมื่อเห็นกรไม่แน่ใจ เพราะกรดูท่าทางเป็นคนเจ้าชู้ แล้วพ่อของศิจะไว้ใจเหรอ

"เรื่องนั้นเป็นเรื่องของฉัน ลุงนะไว้ใจฉันมากกว่านายก็แล้วกัน" กรกฤตพูดอย่างมั่นใจในสถานะของตนเอง

"งั้นก็ดี ฉันขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะ" เซพยักหน้าพยายามจะเชื่อมองดูเนื้อตัวที่เลอะเทอะของตัวเองแล้วเริ่มรับไม่ได้

"ตามสบายเลย ทางนั้น" กรชี้ไปทางประตูด้านข้างห้องครัว

แล้วเซก็เดินเข้าห้องน้ำไปล้างเนื้อล้างตัวเขารู้สึกสบายใจขึ้นในรอบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา รู้สึกมีความหวังที่จะได้เจอเธอ อากิกำลังเก็บเครื่องมือปฐมพยาบาลอยู่อย่างไม่สนใจกร ในขณะทีกรสนใจเธอทันทีที่น้องชายของเธอเข้าห้องน้ำไป

"ทำแผลให้น้องชายสุดที่รักเสร็จแล้วเหรอ" น้ำเสียงของกรฟังดูแล้วเจ้าเล่ห์ แต่อากิไม่ทันสังเกต

"ใช่ย่ะ" เธอพูดห้วนๆ อย่างไม่สบอารมณ์ เธอยังเคืองกรที่ทำร้ายน้องชายเธออยู่

"ถ้าผมพาจิวมาได้ งั้นเราคงได้เจอกันอีก" กรกฤตได้ทีก็เดินเข้ามายืนข้างกายของหญิงสาว จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของตัวเธอ

"ขอให้เก่งเหมือนที่ปากนายพูดเถอะ นายบ้าพลัง" อากิพูดอย่างดูถูกความสามารถของเขา เธอก้มหน้าก้มตาเก็บของต่อโดยไม่รู้เลยว่า นายบ้าพลังของเธอมายืนอยู่ใกล้มากขึ้นทุกที

"แล้วถ้าฉันทำให้น้องชายเธอได้เจอกับจิวและมีความสุขได้ เธอจะให้อะไร

ฉัน" กรมอดูหญิงสาวจากด้านข้าง รู้สึกชื่นชมความงามของเธอ ยิ่งมองก็ยิ่งสวยถูกใจเขา ยิ่งมองเขาก็ยิ่งหลงใหลจนแทบจะลืมตัวว่าเธอเป็นพี่สาวตัวแสบของไอ้กระดูกอ่อน

อากิหันไปทางที่กรยืนอยู่อย่างไม่ระวัง เพราะเธอคิดว่าเขานั่งอยู่ ใบหน้าของเธอชนเขาเข้าอย่างจัง ทำให้ริมฝีปากปากของเขาจูบลงไปที่หน้าผากของเธอ อากิตกใจจนถอยหลังชนกับเก้าอี้ กรกลัวเธอจะล้มลงไปก็เข้าประครองเอาไว้ทันที

อากิรีบสะบัดตัวออกจากมือของกรด้วยความเขิน รู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวด้วยความอาย สายตาของเขาทำให้ใจเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจงานนี้ได้ทั้งขึ้นทั้งร่อง

"อะ...อะไรย่ะ ทำไมฉันต้องให้" อากิพูดแก้เก้อ แท้จริงแล้วทำอะไรไม่ถูก ก้าวถอยหลังด้วยท่าทางหวาดๆ

"ก็รางวัลไง" กรเดินสาวเท้าก้าวเข้าประชิด มองดูอากิที่ทำอะไรไม่ถูก รู้สึกชอบใจ ความเก่งกาจที่แสดงออกมาเมื่อกี้นี่หมดสิ้นเมื่อเขาเข้าใกล้เธอ

"ระ...รางวัลอะไร" อากิเบือนหน้าไปทางประตูห้องน้องหวังให้น้องชายรีบออกมาช่วยเธอ

"ก็รางวัลสำหรับคนเก่งไง" กรรู้สึกสนุกกับท่าทีของอากิ ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ

"บะ...บ้าเหรอ" อากิพูดเสียงดังด้วยใจที่เต้นแรง เธอรู้สึกหวิวๆ ใจอย่างบอกไม่ถูก กายร้อนรุ่มอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน สายตาที่เขาจับต้องเธอ มันวาบหวามใจยิ่งนัก จังหวะนั้นเซเดินออกมาจากห้องน้ำหันไปมองที่ที่กรเคยนั่งอยู่ไม่เจอก็หันไปหาอากิ เขาก็เห็นกรยืนอยู่กับพี่สาวที่ทำสายตาเจ้าชู้ใส่เธอรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที

"ทำอะไรกันนะ" พาทิศพูดเสียงหนักๆ อารมณ์หวงพี่สาวก่อตัวขึ้นทันที รีบเดินเดินเข้าไปหาพี่สาวสายตาไม่ไว้ใจ ทั้งเอาทั้งสองสะดุ้ง

"ก็เปล่าแค่มาถามว่า เป็นพี่น้องกันจริงๆ เหรอ" กรหันกลับมาบอกเซท่าทางยิ้มๆ เขายังไม่รู้ว่าเซหวงพี่สาวแค่ไหน

"อากิของเข้าห้องน้ำบ้างเซ" อากิที่รู้สึกทำตัวไม่ถูกก็รีบขอตัวเข้าห้องน้ำไปดับความร้อนรุ่มที่เกิดขึ้น

"งั้นเหรอ กรนายคิดว่าฉันโง่เหรอ" เซมองอากิที่ท่าทางตื่นๆ แล้วหันไปมองหน้ากร ด้วยแววตาเอาเรื่อง

"ไม่ยักรู้ว่านายมีพี่สาวสวย" กรพูดอย่างเจ้าเล่ห์ คิดถึงใบหน้าที่แดงระเรื่อของอากิอย่างติดอกติดใจ

"แล้วยังไง ขอบอกนะ ฉันหวงพี่สาวฉัน" สายตาของเซไม่ได้เศร้าซึมเหมือนตอนพูดถึงจิว เขามองกรไม่วางตา

"งั้นเดี๋ยวฉันก็หวงจิวบ้างหรอก" กรรู้สึกทันทีว่าเซหวงพี่สาวยิ่งนัก เขาจึงหันไปพูดอย่างถือไพ่เหนือกว่า

"นายนี่มัน..." เซชะงักกับคำพูดอันมีเล่ห์เหลี่ยมของกร

"อ่ะๆๆ.. อยากเจอจิวก็ต้องเปิดทางให้กันบ้าง" กรถือไพ่เหนือกว่าจริงๆ เมื่อเขาขู่เรื่องเจอจิวก็ทำเอาเซพูดไม่ออก

"นายจะเอายังไง" พาทิศรู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายอมๆ ตามกรไปก่อน

"ก็ไม่มากหรอก แค่ถ้าฉันพาจิวมาได้ นายก็ต้องยอมเปิดทางไม่ทำเป็นพวกหวงพี่สาวจนเกินไป" กรพูดจาอย่างเห็นแก่ได้ เซนิ่งทบทวนข้อแลกเปลี่ยนที่กรเสนอมา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


เซนารักมาก
โดย Anonymous | 3 years ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha