ในกรงกาม 3

โดย: พลอยเฟื่อง



ตอนที่ 5 : ทางออก - 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “เฮ้ย! อะไรวะมึงวะ อารมณ์แปรปรวนอย่างกับผู้หญิงเป็นเมนอย่างนั้นแหละ?” ดุสิตโวยวาย

หากผู้ชายที่ถูกกล่าวหาว่าเหมือนผู้หญิงมีเมน รู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เขาคิดถึงเพ็ญโพยม ชอบเวลาที่ซอยท่อนรักอยู่ในหลุมสวาทอันน่าพิศวงของหล่อน

สำหรับผู้หญิงในชีวิตที่ผ่านมา...อยากได้แค่ไหน ฟันแล้วถือว่าจบ

แต่กับผู้หญิงคนนี้ เขาอยากทำแบบนั้นกับหล่อนซ้ำๆ ตำกระแทกความเสียวเข้าใส่ไม่ยั้งไม่หยุด ต่อให้เสร็จสมถึงสวรรค์ไปอีกครั้ง มันก็อยากใหม่ อยากแล้วอยากเล่า ราวกับคนเสี้ยนยา ที่พอเวลาไม่ได้เสพ ก็เกิดอาการจะลงแดงขึ้นมา

“พี่ครับ”

เสียงของบริกรทักเขา พร้อมกับยื่นแก้วเหล้ามาให้ พีรวัฒน์เงยหน้าขึ้นมอง

“คือว่า คุณผู้หญิงโต๊ะโน้นให้ผมเอาเหล้ามาให้พี่ครับ”

เจ้าหนุ่มรุ่นกระทงที่นำสารมาส่งบอก พร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะซึ่งเป็นกลุ่มสาวๆ สี่ห้าคน

ผู้หญิงในชุดแสคสีแดงแรงฤทธิ์ส่งยิ้มหวานให้เขา พร้อมกับยกแก้วเหล้าชู แสดงตัวให้รู้ว่าเป็นคนไหน

“พี่ไม่รับของคนแปลกหน้า ฝากเอาไปคืนด้วยครับน้อง”

“เฮ้ย!” พอได้ยินคำตอบของเพื่อน ดุสิตถึงกับอุทานเสียลงหลงเลยทีเดียว เจ้าเด็กหนุ่มบริกรหน้าเสีย

“แต่ผมรับเงินค่าทิปจากพี่ผู้หญิงเขามาแล้วนะครับพี่”

“มึงก็รับๆ ไว้สิวะไอ้พีท จะเล่นตัวห่าอะไร กะอีแค่เหล้าแก้วเดียว ผู้หญิงเขาจะหน้าแตกเอา อุตส่าห์มีน้ำใจจะสานไมตรีเสียหน่อย มึงไม่กินก็วางไว้เฉยๆ ก็ได้ สงสารไอ้น้องนี่ ถ้าต้องเอาไปคืน”  

ดุสิตว่า หาทางประนีประนอมทั้งสองฝ่าย

“ไปบอกเขาว่า ถ้าอยากให้พี่กินแก้วนี้ เขาต้องเอามาให้เอง”

ว่าแล้วก็ยกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นจิบ พร้อมกับเลิกสนใจมองไปทางโต๊ะนั้น

“หึ้ย! ไอ้หล่อเลือกได้ เป็นกูหน่อยไม่ได้เชียว” ดุสิตว่าอย่างเสียดายแทนเพื่อน เมื่อเด็กเสิร์ฟเอาเหล้าแก้วนั้นกลับไปคืนโต๊ะของกลุ่มผู้หญิง

“กูไม่ใช่พวกกินไม่เลือกเหมือนมึงนะไอ้สิต”

“เออ...แต่จะปฏิเสธทำไม กะอีแค่เหล้าแก้วเดียวเอง รักษาน้ำใจเขาหน่อยสิว้า เขาอุตส่าห์ใจกล้าหน้าด้านอยากรู้จักมึงแล้ว แม่งผู้หญิงหน้าก็สวย หุ่นก็ดีน่ากินออก ปกติมึงก็ชอบแบบนี้ไม่ใช่หรือ?” ถามอย่างแปลกใจ

“หรือว่ามึงมีใครอื่นอยู่ในใจ ถึงไม่สนใจผู้หญิงอื่น”

พีรวัฒน์จ้องน้ำสีอำพันในแก้วอย่างพิศวงงงงวยตัวเองเช่นกัน เพราะปกติไม่ว่าจะเป็นสะพานไหนๆ สะพานไม้ สะพานเหล็ก ลองมีผู้หญิงทอดมา เขาก็รักษาน้ำใจตลอด แต่ค่ำคืนนี้ มันเกิดเบื่อๆ จะเล่นเกมหมาป่าล่าเนื้อขึ้นมาเฉยๆ

เพราะเนื้อที่เขาอยากกิน มันชิ้นใหญ่และเป็นเนื้อรสโอชะที่เคยชิมลิ้มลองและกินอร่อยจนปากมันแพล่บ แต่ถึงจะเคยกินมากี่ครั้ง ก็ยังไม่อิ่มไม่เต็ม อยากกินอยู่เรื่อยๆ ก่อนจะตระหนักได้ว่า ระหว่างเขากับเพ็ญโพยม ก็ไม่ต่างจากนิทานอีสปเรื่องหมากับเงา อยากกินแค่ไหน กระโดดตู้มลงไปงับ ก็ได้แค่ความว่างเปล่า

“ใช่ยัยมันตราหรือเปล่า? กูก็นึกว่าพวกมึงเลิกกันไปแล้ว”

ดุสิตยังคงคาดเดาในเรื่องที่สงสัย

พีรวัฒน์ไม่ตอบ เพราะเขาเองก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน ว่ามันคืออะไรกันแน่

“กูกับมันตราไม่ใช่แฟนกัน”

“อ้าว! ที่จ้ำจี้มะเขือเปาะแปะกันนั่น ยังไม่ใช่อีกหรือ? ยัยมันตราก็สวยออก เห็นว่าตอนนี้ไปสอบเป็นแอร์ฝึกหัดได้แล้วด้วย อนาคตคงไม่พ้นมีผัวเป็นกัปตันขับเครื่องบิน”

ฟังดูเหมือนว่า อดีตคู่ขาของเขาจะมีอนาคตสดใสรออยู่เบื้องหน้า และเขาก็ยินดีกับเจ้าหล่อนด้วย

“สวัสดีค่ะ ขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ?” เสียงหวานนุ่มดังขึ้น ขัดบทสนทนาของสองหนุ่มลงเสียก่อน

เจ้าหล่อนคือแม่สาวชุดแสคแดงแรงฤทธิ์ เจ้าของเหล้าแก้วที่เป็นหมันไปนั่นเอง...ไม่คิดว่าจะใจกล้าบุกเข้ามาถึงโต๊ะทีเดียว

พีรวัฒน์ตวัดหางตาขึ้นมามองนิดหนึ่งเท่านั้น

“เชิญครับ...ที่นั่งว่างเหลือเฟือ” ดุสิตเองที่เป็นคนผายมือเชื้อเชิญด้วยมารยาท

“ชื่อแอนนะคะ...ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...?” คิ้วโก่งของแม่สาวกล้าเลิกสูง

“ผมดุสิตครับ” ดุสิตรีบแนะนำตัว

“ยินดีรู้จักค่ะคุณดุสิต...แล้วเพื่อนคุณ...?” ปรายสายตาสนใจไปทางเป้าหมาย

“ไอ้พีท...น้องเขาถามมึงแนะ”

พีรวัฒน์ไม่พูดว่ากระไร อมยิ้มที่มุมปาก หญิงสาวที่เข้ามานั่งด้วยชักสีหน้านิดหน่อยอย่างไม่สบอารมณ์ แต่หล่อนไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ยิ่งเขาหยิ่ง ยิ่งเขายาก มันก็ยิ่งท้าทาย

“ชื่อพีทหรือคะ? ชื่อก็เพราะหน้าตาก็หล่อดี แต่ทำไมหยิ่งจัง”

“มันไม่ได้หยิ่งหรอกครับ ปกติไอ้นี่มันหน้าหม้อจะตาย” ดุสิตเป็นฝ่ายตอบแทนคุยแทนเสีย

“แอนสวยไม่พอหรือคะ? ถึงไม่ยอมรับเครื่องดื่มแอน”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha