ไร่คืนใจ

โดย: ริ้วตะวัน



ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1


ตอนต่อไป

พอพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าฝูงนกกาก็พากันบินกลับรังแต่เหล่านกฮูกในเมืองกรุงกลับเพิ่งลืมตาตื่น พอความมืดเริ่มโรยตัวตามสถานบันเทิงต่างๆ ก็เหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล เสียงเพลงฮิตในจังหวะเร้าใจดังอึกทึกสลับกับเสียงเซ็งแซ่ของเหล่าบรรดานักท่องราตรี กลิ่นของบุหรี่ที่คละเคล้ากับกลิ่นของแอลกอฮอล์ที่เพิ่มดีกรีความแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามความมืดที่คืบคลานดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ชาชินซะแล้วสำหรับภาคิน กว่าหนึ่งเดือนแล้วที่เขาอาศัยที่แห่งนี้เพื่อให้ลืมความทุกข์ที่เขาเผชิญอยู่

“ ขอเพิ่มอีก” เขาร้องสั่ง

บาเทนเดอร์หนุ่มวัยกลางคนที่พ่วงตำแหน่งเจ้าของร้านมองจำนวนแก้วที่ตั้งเรียงรายอยู่จนแทบจะกินพื้นที่ทั้งหมดบนโต๊ะซึ่งไม่นับจำนวนขวดอีกหลายใบที่ถูกเก็บไปก่อนหน้า เขารู้เลยว่าอีกไม่เกินหนึ่งชั่วโมงข้างหน้านี้ลูกค้าหนุ่มของเขาจะต้องเมาหมดสติจนหลบคาโต๊ะแน่ๆ ซึ่งมันก็ไม่ต่างอะไรกับทุกคืน เขาผสมเหล้าแล้วส่งให้ชายหนุ่ม เสร็จแล้วก็เดินเลี่ยงออกไปกดโทรศัพท์หาชายหนุ่มอีกคนซึ่งคงจะชาชินกับเหตุการณ์นี้ๆ พอๆ กับเขา

พอบาเทนเดอร์เดินกลับเข้ามาในร้านอีกทีก็พบว่าไม่ผิดจากที่เขาคาดการณ์ไว้ เพราะตอนนี้ภาคินฟุบหลับไปแล้วมีเหล้าที่เขาเพิ่งผสมให้หกรดนองอยู่บนโต๊ะ

“ ไอ้ต๋อง เคลียร์พื้นที่ด้วย” เขาตะโกนสั่งความเด็กในร้านที่ถูกวางตัวไว้แล้วว่าให้มีหน้าที่ดูแลชายหนุ่ม

“ อีกแล้วเหรอเฮียวันนี้ไปไวกว่าที่คิดนะ” เด็กต๋องมองสภาพของลูกค้าที่หนึ่งเดือนหลังมานี้มาฝังตัวเป็นขาประจำทุกคืนแล้วก็เข้าอีหรอบเดิมทุกครั้งคือเขาต้องหามขึ้นรถดีอยู่หน่อยที่ลูกค้ารายนี้ติ๊บหนักทำให้เขาพอจะลืมๆ เรื่องต้องออกแรงแบกหามไปได้บ้างแต่เขาก็อดเวทนากับสภาพที่เห็นไม่ได้

 

“ ขอบใจมากนะน้องฝากขอบคุณเฮียด้วยที่โทรตาม” เหมวัตพูดหลังจากที่เขาจัดการยัดเพื่อนรักให้เข้าไปนอนอยู่บนเบาะหลังของรถได้แล้ว

“ ไม่เป็นไรครับมันเป็นบริการของร้านเราอยู่แล้วว่าแต่คุณเขามีเรื่องทุกข์ใจอะไรเหรอครับผมเห็นเขาซดเหล้าแทนน้ำมาเป็นเดือนแล้ว อย่าคิดว่าผมยุ่งเลยนะครับพี่ผมแค่เป็นห่วง”

“ ขอบใจนะที่เป็นห่วงพี่เองก็ไม่อยากให้มันเป็นอย่างนี้เหมือนกันเห็นสภาพมันแล้วทุเรศลูกกะตา”

สิ้นคำของเหมวัตทั้งสองคนก็ต้องหันไปให้ความสนใจกับคนที่นอนไม่ได้สติอยู่ในรถเมื่อภาคินทำเสียงโอ้กอ้ากแถมยังลุกขึ้นมาโก่งคอทำท่าจะอาเจียน

“ ไอ้คินอย่าอ้วกนะโว้ยรถข้าเพิ่งล้าง!

 

“ เหมแม่ไม่ไหวแล้วนะ ตาคินเอาแต่เมาหัวราน้ำทุกวันแบบนี้” มณฑิรามองสภาพลูกชายตัวเองที่เมาจนไม่ได้สติแล้วควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาพลางบ่นด้วยความอัดอั้นใจ

“ คุณแม่ใจเย็นๆ ครับ”

“ จะให้แม่เย็นยังไงไหว แม่ทนไม่ได้หรอกนะที่ต้องมาคอยเช็ดอ้วกให้ลูกชายทุกวัน ตอนแรกแม่ก็เข้าใจว่าคินเศร้ากับเรื่องของหนูนาแต่นี่มันเดือนนึงแล้วนะเหม” มณฑิราพูดพลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับน้ำตาอีกครั้ง

“ ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคินมันจะรักนามากถึงขนาดนี้”

“ แม่จะไม่ทนแล้วเหม” มณฑิราพูดอย่างคนที่ตัดสินใจเด็ดขาด

“ แม่ตัดสินใจแล้วแม่จะส่งคินไปอยู่กับคุณนง”

“ คุณนง คุณแม่หมายถึงแม่นมที่เคยเลี้ยงเจ้าคินมาน่ะเหรอครับ”

“ ใช่ถ้าคินเขาไม่ฟังแม่เขาก็ต้องฟังคุณนง อย่างน้อยส่งคินให้ไปไกลๆ จากไอ้พวกเหล้าบ้าๆ นี่ก็ยังดี”

“ แล้วคุณนงที่ว่าเขาอยู่ที่ไหนเหรอครับ” เหมวัตหยั่งเสียงถามเพราะพอจะจับความผิดปกติในประโยคของมารดาเพื่อนได้

มณฑิราเอ่ยชื่ออำเภอที่อยู่เกือบสุดเขตชายเดือนทางภาคเหนือที่เรียกได้ว่าห่างไกลความเจริญให้เหมวัตเบ้หน้าเขาเข้าใจแล้วว่าคำว่าไปให้ไกลจากเหล้าของมณฑิราคืออะไรเพราะเขากล้าฟันธงได้เลยว่าที่นั่นคงจะไม่มีสถานบันเทิงให้เพื่อนเขาเมาหยำเปเป็นแน่

“ แล้วเจ้าคินมันจะยอมเหรอครับ”

“ เหมถึงต้องช่วยแม่ไง”

เหมวัตนิ่งคิดไอ้สงสารเพื่อนก็สงสารอยู่แต่เขาเองก็คิดเหมือนมารดาของเพื่อนเช่นกันว่าหนึ่งเดือนมันคงจะเพียงพอแล้วที่เขาปล่อยให้เพื่อนรักทำตัวเละเทะจมอยู่กับอดีตคงถึงเวลาสักทีที่ภาคินควรจะกลับมาใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้แล้วงานนี้เขาคงต้องยอมเสี่ยงบาทาของเพื่อนรักร่วมมือกับคุณมณฑิราสินะ

 

อากาศที่ร้อนขึ้นตามเวลาที่ขยับเข้าใกล้เที่ยงวันทำให้ภาคินขยับตัวอย่างกระสับกระส่าย

“ นี่แอร์ที่บ้านเขาเสียหรืออย่างไรกันหรือว่าเมื่อคืนเหมวัตลืมเปิดแอร์ให้อากาศมันถึงได้ร้อนขนาดนี้”

ชายหนุ่มคิดเพราะเขารู้ดีว่าต่อให้เขาเมาจนหมดสติแค่ไหนสุดท้ายเหมวัตก็จะพาเขากลับมานอนตากแอร์ที่บ้านได้เสมอ เขาขยับพลิกตัวอีกครั้งพยายามหามุมที่สบายตัวแล้วเขาก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติเมื่อสัมผัสได้ว่าที่นอนของเขาในวันนี้มันไม่ได้นุ่มนิ่มเหมือนเคย เขาลืมตาแล้วมองไปรอบๆ ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องนอนของเขาอย่างแน่นอนเพราะห้องของเขาคงจะไม่มีไม้กระดานเต็มฝาผนังห้องอย่างนี้แต่ทว่าที่นี่มันคือที่ไหนล่ะ

ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้วยกมือขึ้นกุมขมับเมื่อฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เมื่อคืนมันกำลังวิ่งเร่าสร้างความปวดระบมอยู่ภายในหัวของเขา เขาพยายามคิดทบทวนว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นแล้วทำไมเขาถึงมาโผล่อยู่ที่ที่มองอย่างไรก็ไม่ใช่บ้านของเขาแต่แล้วก็ต้องหยุดคิดเมื่อความรู้สึกบอกว่ามีสายตากำลังจ้องมองเขาอยู่ เขาค่อยๆ ไล่สายตาไปตามทางที่รู้สึกแล้วเขาก็พบกับสายตาคู่หนึ่งที่มองลอดเข้ามาระหว่างบานประตูที่แง้มไว้

“ นั่นใคร! ” ชายหนุ่มตะโกนถามออกไปและดูเหมือนเขาจะทำให้เจ้าของสายตาคู่นั้นตกใจเพราะเขาได้ยินเสียงฝีเท้าผละวิ่งออกไปทันทีที่เขาส่งเสียง ชายหนุ่มรีบสาวเท้าก้าวตามออกไปทันที

 

 “ ตื่นแล้วเหรอ”

ภาคินชะงักเมื่อเขาวิ่งตามดวงตาคู่ปริศนาออกมาแล้วเจอเข้ากับหญิงสาวแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักยืนจังก้าขวางทางอยู่ พอมองเลยไปทางด้านหลังหญิงสาวก็เห็นดวงหน้าเล็กๆ ยื่นหน้าออกมามองกันพอสบตากับเขาก็หลบวูบหายไปซ่อนอยู่ข้างหลังอีก

“ เมื่อกี้คนที่แอบดูผมคือเด็กคนนี้เหรอ”

หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ

“ คุณหมายถึงโป้งน่ะเหรอ อ๋อ ใช่ฉันเป็นคนใช้โป้งให้ขึ้นไปดูคุณเองนั่นแหละว่าตื่นหรือยัง”

“ แล้วทำไมต้องแอบ ทีหลังก็เข้ามาถามกันดีๆ เป็นลูกผู้ชายไม่ใช่เหรอกล้าๆ หน่อยสิ” ชายหนุ่มต่อว่าเด็กโป้งที่ตอนนี้ทำตัวลีบยิ่งกว่าเดิม

“ อ้าวคุณเรื่องอะไรมาว่าเด็กมันแบบนี้”

“ ที่นี่ที่ไหน” ภาคินถามต่ออย่างไม่ใส่ใจฟังคำพูดของหญิงสาว

“ แล้วคุณว่าที่ไหนล่ะ” คนที่เริ่มอารมณ์เสียเอ่ยถามกลับ

“ ผมไม่รู้ไงถึงได้ถาม”

“ ฉันรู้แต่ฉันไม่บอกคิดเอาเองก็แล้วกัน ฉันไม่อยากเสียเวลาคุยกับคนใจร้าย ไปกันเถอะโป้ง” ประโยคหลังเธอหันไปพูดกับเด็กชายที่ยังเกาะติดอยู่ทางด้านหลัง

“ เดี๋ยวสิคุณ”

ภาคินตรงเข้ารั้งแขนของหญิงสาวไว้แต่เจ้าของแขนกลับพลิกมันอออกอย่างง่ายดายแถมมิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายพลิกแขนของชายหนุ่มให้ไขว้ไปอยู่ทางด้านหลังแทนจนชายหนุ่มร้องลั่น

“ โอ๊ย!

พอสิ้นเสียงร้องแขนของเขาก็เป็นอิสระทันที

“ เป็นบ้าอะไรของคุณ แค่นี้ต้องใช้กำลังกันด้วยเหรอ” ภาคินโวยลั่นพลางเอามือนวดไหล่ที่รู้สึกขัดๆ

“ ก็คุณมาจับแขนฉันก่อน” หญิงสาวโวยกลับเสียงดังไม่แพ้กัน

“ เอาล่ะ โอเค ผมผิดเองผมขอโทษว่าแต่เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เหรอ”

“ ก็คุณมาหาเรื่องฉันก่อน” อีกฝ่ายยังคงไม่ยอมลงให้

“ ผมขอโทษแล้วไง เถอะน่าผมอยากรู้จริงๆ ว่าที่นี่คือที่ไหนแล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ผมไม่มีคนอื่นให้ถามแล้วนอกจากคุณ ผมขอร้อง”

น้ำเสียงจริงจังของชายหนุ่มบวกกับคำขอโทษอย่างจริงใจทำให้หญิงสาวมีท่าทีอ่อนลงแต่ก่อนที่เธอจะได้ตอบคำถามของชายหนุ่มก็มีเสียงใครคนหนึ่งที่ต่างคุ้นเคยกันดีดังขึ้นซะก่อน

“ คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ”

ภาคินหันมองตามเสียงเรียกที่เขาจำได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงนั้นคือใคร

“ คุณนง”

เจ้าของชื่อคุณนงยิ้มกว้างพลางอ้าแขนออกรับเมื่อชายหนุ่มวิ่งเข้ามาสวมกอดกันอย่างไม่อายสายตาคน

“ คิดถึงคุณนงจังเลยครับไม่เจอกันตั้งนาน”

“ นงก็คิดถึงคุณหนูค่ะ ไหนขอนงดูชัดๆ หน่อยสิคะว่าคุณหนูของนงโตมาแล้วหล่อแค่ไหน” บทสนทนาของคนสองวัยที่ยังสวมกอดกันไม่เลิกทำให้ใครอีกคนแอบทำหน้าเลี่ยนกับภาพที่เห็น

“ คุณนงมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงครับ”

“ อ้าวคุณหนูนี่ก็ถามแปลกไม่ให้นงอยู่บ้านแล้วจะให้นงไปอยู่ที่ไหนเหรอคะว่าแต่คุณหนูเถอะค่ะกลับมาจากเมืองนอกไม่ทันไรทำไมถึงทำตัวเกเรจนคุณแม่ส่งมาหานงล่ะคะ”

“ คุณแม่ผมส่งมาเหรอ”

“ ก็ใช่น่ะสิคะ มาเถอะค่ะไปคุยกันบนบ้านดีกว่า บัวเอาตะกร้าย่าไปเก็บทีแล้วก็อย่าลืมคั้นน้ำส้มกับต้มไข่มาให้คุณคินเขาแก้เมาค้างด้วยล่ะ” ประโยคหลังนงพะงาหันไปสั่งความกับหลานสาวพร้อมกับยื่นตะกร้าที่เจ้าตัวเพิ่งหิ้วกลับมาจากวัดส่งให้ซึ่งคนรับก็รับไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจนักแล้วออกเดินนำขึ้นบ้านไป

“ หลานคุณนงเหรอครับ”

“ ค่ะคุณหนูเองก็เคยเจอมาแล้วจำไม่ได้เหรอคะ”

ภาคินนิ่งคิดแล้วภาพของเด็กผู้หญิงในชุดชาวเขาที่นงพะงาเคยพามาไหว้เขาเมื่อตอนที่นงพะงาลาออกเพื่อจะกลับมาใช้ชีวิตยังบ้านเกิดก็ผุดขึ้นมาในความทรงจำ

“ อ๋อ เด็กชาวเขาคนนั้น”

“ ค่ะเด็กชาวเขาคนนั้นนั่นแหละค่ะแต่ตอนนี้ไม่เด็กแล้วว่าแต่หลานนงสวยไหมล่ะคะ” นงพะงาถามอย่างสัพยอก

ภาคินมองตามหลังคนที่กำลังเดินขึ้นบ้านไปด้วยความสนใจมากกว่าเดิม

สวยไหมน่ะเหรอ?

เจ้าตัวพอรู้ตัวว่าถูกชายหนุ่มมองอยู่ก็หันกลับมาส่งค้อนสะบัดหน้าใส่เท่านั้นภาคินก็ได้คำตอบในทันที

ไม่สวยแล้วก็กวนประสาทที่สุด!


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha