ไร่คืนใจ

โดย: ริ้วตะวัน



ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “ สรุปคือเมื่อคืนนายเหมบินพาผมมาทิ้งไว้ที่บ้านคุณนง”

“ ไม่ใช่เมื่อคืนหรอกค่ะเพิ่งเมื่อเช้านี้เองแถมไม่ได้เอามาทิ้งไว้ที่บ้านนงนะคะเธอเอามาทิ้งไว้ที่สนามหญ้าของโรงเรียนโน่นเห็นว่าเอาเครื่องลงจอดง่ายยายบัวเป็นคนไปแบกใส่รถอีแต๋นมาก็ทุลักทุเลกันพอตัวเลยค่ะคุณหนูไม่รู้สึกตัวเลยเหรอคะ” นงพะงาถามเพราะตอนไปรับมาหลานสาวเธอไม่ได้ถนอมชายหนุ่มเลยสักนิดพาถูลู่ถูกังมาตลอดทาง

ภาคินส่ายหน้าเมื่อคืนเขาคงจะเมามากเพราะเขาไม่รู้สึกตัวเลยตลอดการเดินทางเพิ่งจะมารู้สึกตัวเอาเมื่อไม่กี่นาทีมานี่เอง โชคดีขนาดไหนที่คนพาเขามาคือเหมวัตถ้าเป็นผู้ร้ายเขาก็คงโดนฆ่าหมกป่าไปแล้วแต่คิดอีกทีคงเป็นโชคดีของเหมวัตมากกว่าเพราะถ้าเขารู้สึกตัวคงได้มีการวางมวยกันบ้างโทษฐานที่ทำอะไรไม่ปรึกษา

“ แล้วนี่นายเหมบอกหรือเปล่าครับว่าจะมารับผมเมื่อไหร่”

“ ก็จนกว่าคุณหนูจะทำใจเรื่องคุณนาได้นั่นแหละค่ะ นงเข้าใจและก็เห็นใจคุณหนูนะคะกับเรื่องของคุณนาแต่นงไม่เห็นด้วยเลยเลยค่ะที่คุณหนูจะยอมทิ้งชีวิตทิ้งอนาคตที่เหลืออยู่เพราะเธอ”

 “ ผมทำใจไม่ได้”

ภาคินถอนหายใจและยอมรับออกมาอย่างง่ายๆ กับนงพะงาเขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง นงพะงาเลี้ยงเขามาตั้งแต่เด็กสนิทกับเขายิ่งกว่าแม่แท้ๆ ที่สำคัญนงพะงาเองก็รู้จักนารายามานานพอๆ กับเขา เขากับนารายาเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นประถมแต่เพิ่งตกลงคบกันแบบคนรักเมื่อตอนที่เขาและเธอเรียนจบชั้นมัธยมปลายซึ่งนงพะงาก็รู้เรื่องของเขามาโดยตลอดเพราะเขามักจะเก็บเอาเรื่องหญิงสาวมาเล่าให้ฟังบ่อยๆ จนกระทั่งเขาเรียนจบมหาวิทยาลัยและมีโครงการที่จะบินไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศนงพะงาถึงได้ขอลากลับมาใช้ชีวิตบั้นปลายที่เหลือที่บ้านเกิด ซึ่งเป็นช่วงจังหวะเดียวกันที่เขาเริ่มห่างกับนารายาด้วยระยะทางตัวเขาเองมั่นคงพอแต่เธอไม่ พอคิดถึงหญิงสาวแววตาของชายหนุ่มก็สลดวูบลงมันเหมือนมีก้อนอะไรแล่นขึ้นมาจุกอกเขาอีกครั้ง

“ ก็หัดยอมรับความจริงให้ได้สิ ผู้หญิงมีคนเดียวในโลกหรือไงทำอย่างกับเมาเหมือนหมาทุกวันแล้วผู้หญิงเขาจะหันกลับมามองอย่างนั้นแหละแค่นี้ก็คิดไม่ได้เห็นรีบร้อนพากันมาแต่เช้านึกว่ามีเรื่องอะไรที่แท้ก็โดนผู้หญิงทิ้ง” เสียงต่อว่าดังแทรกขึ้นมาจากชานพักบันไดทำให้ชายหนุ่มนึกขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ได้อยู่กับนงพะงาตามลำพัง

“ ยายบัว!

 เสียงเรียกชื่อหนักๆ เป็นเชิงตำหนิดังมาจากคนเป็นย่าคนถูกดุทำเพียงยักไหล่แล้วยกแก้วน้ำส้มคั้น พร้อมกับไข่ต้มที่ตนเตรียมไว้มาวางไว้ให้ตรงหน้าของภาคินแล้วหันกลับเดินลงบันไดหายไปจากวงสนทนาโดยที่ไม่ได้กวนประสาทอะไรเขาอีก

“ คุณหนูอย่าถือสายายบัวเลยนะ ยายบัวเป็นคนปากร้ายแต่จริงๆ แล้วก็เป็นเด็กที่จิตใจดี”

ภาคินยิ้มให้ผู้อาวุโสอย่างไม่ถือสาเอาเป็นว่าคราวนี้เขาจะยอมยกโทษให้ไปก่อนถือซะว่าหายกันกับเรื่องที่เธอยอมไปรับเขามาเมื่อเช้าก็แล้วกัน

 

เสียงเอ็ดตะโรเฮฮาคลอเคล้าไปกับเสียงหัวเราะบางครั้งก็เป็นเสียงหยอกเย้ากันสลับกับเสียงดังแป๊กๆ ที่ดังขึ้นเป็นระยะเรียกให้คนที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องตั้งแต่ช่วงบ่ายต้องเดินออกมาดู ที่ลานกว้างหน้าบ้านเต็มไปด้วยกลุ่มเด็กชายหญิงอายุไล่เลี่ยกันไป ที่โตหน่อยเขาก็กะเอาว่าไม่น่าจะเกินยี่สิบปีกำลัง ล้อมวงเหมือนเล่นอะไรกันอยู่สักอย่าง พอเขาเห็นเจ้าลูกกลมๆ ที่ถูกสานขึ้นมาจากหวายเขาก็เข้าใจถึงที่มาของเสียงดังแป๊กๆ ที่เขาได้ยิน ตะกร้อ เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะโตกว่าเขาเพื่อนในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงฟุตบอลที่ศีรษะมีผ้าขาวม้าผืนใหญ่โพกเอาไว้กำลังวาดลวดลายการเดาะตะกร้ออยู่อย่างชำนาญ ภาคินยืนมองการวาดลวดลายของเด็กหนุ่มอย่างพอใจแล้วพลันสายตาก็ไปสะดุดอยู่ที่อะไรบางอย่างเมื่อลมพัดวูบมาจนเสื้อสีขาวของเด็กหนุ่มแนบชิดติดกับลำตัวจนทำให้เห็นก้อนเนื้อนูนๆ ยื่นเด่นออกมาเขา กระพริบตาแล้วจ้องมองไปที่เด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง

“ เฮ้ยนั่นมันยายบัวแล้งหลานคุณนง!

แล้วพอหญิงสาวเริ่มยกขาเดาะตะกร้ออีกครั้งภาคินก็ก้าวยาวๆ ลงบันไดตรงไปหาหญิงสาวทันที

“ บัว!

เสียงเรียกชื่ออย่างตกใจทำให้ทั้งวงหยุดชะงักพากันหันมามองทางต้นเสียงเป็นตาเดียว ภาคินไม่ได้สนใจกับสายตาคู่อื่นเขาสนใจอยู่กับสายตาคู่เดียวเท่านั้นและตอนนี้เจ้าของสายตาก็กำลังมองเขาอยู่อย่างแปลกใจเช่นเดียวกันครู่เดียวเจ้าของชื่อก้หันไปโบกมือทำสัญญาณให้คนอื่นเล่นต่อส่วนตัวเองเดินเลี่ยงออกมาหาชายหนุ่มที่ยืนกอดอกหน้าบึ้งมองกันอยู่

“ มีอะไร” หญิงสาวถามออกไปห้วนๆ

“ กำลังทำอะไรอยู่” เสียงดุๆ ถามกลับมา

“ ก็เล่นตะกร้อไง” นลินตอบออกไปแล้วแอบสงสัยว่าเขาตาบอดหรืออย่างไรกันถึงไม่เห็นว่าเธอ กำลังทำอะไร

“ รู้แล้วว่าเล่นตะกร้อ อายุเท่าไหร่แล้ว”

“ ยี่สิบสอง”

ภาคินชะงักไปกับคำตอบเขาคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวจะบรรลุนิติภาวะมาหลายปีแล้วเขานึกว่าเธอเป็นเด็กสาวแรกรุ่นอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปด

“ จะดูบัตรประชาชนไหม” นลินถามมาเมื่อจับสีหน้าและท่าทางของชายหนุ่มออก

“ มีด้วยเหรอ” ภาคินเลิกคิ้วถาม

“ อ้าว ที่เรียกออกมานี่เพราะกะจะหาเรื่องกันใช่ไหมถึงหน้าฉันจะดูเหมือนเด็กดอยแต่ฉันก็เป็นคนไทยถูกต้องตามกฎหมายเหมือนๆ กับคุณนั่นแหละ” นลินเท้าเอวหมับตอบกลับอย่างเอาเรื่อง

“ ขอโทษแค่ล้อเล่น”

อีกครั้งที่คำขอโทษของชายหนุ่มทำให้คนที่กำลังอารมณ์กรุ่นๆ อยู่ผ่อนแรงโทสะลง

“ แล้วตกลงเรียกฉันออกมามีอะไร”

ภาคินกระแอมแล้วพูดขึ้นอย่างเป็นการเป็นงาน

“ รู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองไม่ใช่เด็กๆ แล้วเที่ยวไปยกแข้งยกขาโชว์หนุ่มๆ แบบนั้นไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอ”

“ รู้สึกอะไร” นลินถามอย่างสงสัย

“ ก็” ภาคินพูดแล้วลดสายตามองไปที่กางเกงบอลขากว้างของหญิงสาวเท่านั้นนลินก็เข้าใจความหมายของชายหนุ่ม

“ คุณห่วงเรื่องนี้ใช่ไหม” นลินไม่ถามเปล่าแต่เล่นถกขากางเกงขึ้นจนเห็นซับในสีดำสนิทที่แนบชิดไปกับเรียวขาซึ่งเป็นกางเกงชนิดเดียวกันกับพวกที่นิยมออกกำลังกายใส่กันแต่คนมองไม่ทันตั้งตัวเลยเผลออุทานลั่นตามนิสัยหัวโบราณของตัวเอง

“ ทำบ้าอะไรของคุณเป็นสาวเป็นแซ่ไม่อายบ้างหรือไง”

“ ไม่อาย” นลินเชิดหน้าตอบให้ภาคินอึ้งอีกครั้ง

“ นี่คุณฉันจะบอกอะไรให้นะต่อให้ฉันแก้ผ้าหมดแล้วไปยืนเตะตะกร้อเหยงๆ มันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอกไอ้พวกนั้นมันแก้ผ้าเล่นน้ำกับฉันมาตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ไม่มีใครเห็นฉันเป็นผู้หญิงกันแล้วด้วยซ้ำ”

“ มันไม่เหมือนกันนั่นคุณยังเด็กแต่ตอนนี้คุณโตแล้วคุณจะไปคิดแบบนั้นไม่ได้แล้วคุณแน่ใจได้ยังไงว่ามันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น”

“ หรือคุณเห็นฉันแล้วเกิดอารมณ์ล่ะ”

อีกครั้งที่หญิงสาวทำให้ภาคินต้องอึ้งเขามองสภาพคนตรงหน้าที่หน้ามันเยิ้มแถมสภาพไม่ต่างอะไรกับเด็กผู้ชายซนๆ เขาก็เริ่มเห็นด้วยแล้วว่าสภาพของหญิงสาวห่างไกลจากคำว่าทำให้เขาเกิดอารมณ์อย่างว่าจริงๆ แล้วพอหญิงสาแกล้งขยิบตาส่งจูบมาให้เขาก็ก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวแล้วแทบจะวิ่งกลับเข้าห้องไปทันทีทำให้คนที่แก่นแก้วเกินผู้หญิงไดแต่หัวเราะตามหลังและนั่นเป็นครั้งเดียวที่เขาออกมาพูดคุยกับหญิงสาวเพราะหลังจากนั้นนลินก็ไม่เห็นเขาออกมาจากห้องอีกเลย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha