ไร่คืนใจ

โดย: ริ้วตะวัน



ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ภาคินกลับไปหมกมุ่นอยู่กับความเศร้าของตัวเองเช่นเดิมดีหน่อยที่เขาไม่ต้องอาศัยแอลกอฮอล์เป็นตัวช่วยแล้วเพราะถึงเขาจะต้องการมันแค่ไหนเขาก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะไปหามาได้จากที่ไหนนงพะงาคงจะไม่ช่วยเขาแน่ส่วนยายบัวแล้งน้ำยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่มีแต่จะด่าเขาซ้ำมากกว่าเขาก็เลยได้แต่นอนมองเพดานให้เวลามันผ่านไป

“ ย่าคุณหนูของย่าเขาอิ่มทิพย์เหรอดูสิกินข้าวเหลือเผื่อไอ้ด่างมันทุกวัน” นลินถามเมื่อเห็นสำรับกับข้าวที่เก็บออกมาจากห้องของภาคินมีเพียงรอยแตะๆ เหมือนแมวดม

“ คุณหนูเธอกำลังเศร้าคงต้องให้เวลาเธอปรับตัวหน่อยเรื่องอย่างนี้มันต้องค่อยเป็นค่อยไป”

“ จะเศร้าอะไรกันนักกันหนาล่ะย่านี่มันจะครบอาทิตย์แล้วนะได้ข่าวว่าก่อนหน้าก็เศร้ามาเป็นเดือนแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ เรื่องของหัวใจมันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจแล้วเราก็อย่าไปอะไรกับคุณเขานักเลย คุณเขาก็เหมือนคนที่พลัดถิ่นมาเพื่อนฝูงคนรู้จักก็ไม่มี”

“ ทำไมจะไม่มีล่ะจ้ะย่าคุณเขาก็รู้จักย่าไม่ใช่เหรอ”

คนเป็นย่ายิ้มขันให้กับความไม่เดียงสาของหลานสาว

“ ย่ามันแก่แล้วไม่ค่อยเข้าใจความคิดของวัยรุ่นเขาหรอกว่าแต่เราเถอะพอจะเป็นเพื่อนกับคุณเขาแทนย่าได้ไหมล่ะ”

นลินนิ่งคิดแล้วก็เข้าไปโอบเอวนุ่มนิ่มของคนเป็นย่าพลางเอนหน้าซบลงไปบนตักที่เคยหนุนนอนเมื่อครั้งที่ยังเป็นเด็ก

“ บัวก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเขาหรอกจ้ะย่าถ้าย่าอยากให้บัวเป็นเพื่อนกับเขาบัวก็จะเป็นให้”

“ น่ารักที่สุดเลยหลานย่า” นงพะงาพูดพลางเอามือลูบศีรษะของหลานสาว

นลินถึงแม้จะดูห้าวและออกห่ามๆ เหมือนเด็กผู้ชายแต่นงพะงารู้ว่าจริงๆ แล้วหลานคนนี้เป็นคนอ่อนโนและอ่อนไหวแต่ที่ต้องทำเป็นเข้มแข็งก็เพราะต้องการจะซ่อนความอ่อนแอบางอย่างไว้ซึ่งเป็นผลมาจากอดีตที่นงพะงาทั้งสงสารและรู้สึกผิดแต่ในเมื่อตอนนี้หลานสาวคนนี้ได้มาอยู่ในความดูแลของเธอแล้วคนเป็นย่าอย่างเธอจะไม่มีวันให้มันเกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด

 

“ ตื่นได้แล้วจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน”

เสียงพูดดังขึ้นพร้อมกับผ้าห่มที่ถูกดึงออกจากตัวของภาคิน ชายหนุ่มงัวเงียลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วนิ่วหน้าอย่างไม่พอใจผิดกับอีกคนที่ยืนฉีกยิ้มส่งมาให้

“ ไปตักบาตรกันนะ”

“ ไม่ไป” ภาคินตอบกลับพลางพลิกตัวนอนหันหลังให้

“ ไปเถอะน่าดวงซวยๆ อย่างคุณต้องหมั่นทำบุญเยอะๆ เข้าไว้เกิดชาติหน้าฉันท์ใดอานิสงค์บุญจะได้ช่วยให้คุณไม่โดนผู้หญิงทิ้งอีกไง”

“ นี่!

ภาคินลุกพรวดขึ้นยืนจังก้าจ้องหน้าหญิงสาวอย่างเอาเรื่องเมื่อหญิงสาวพูดแทงใจดำ แต่คนที่กำลังพูดเป็นต่อยหอยอยู่จะเกรงหรือก็เปล่ากลับยิ้มกว้างมากกว่าเดิมจนตาทั้งสองข้างเล็กหยีแล้วเอ่ยชวนซ้ำ

“ ไปตักบาตรกันนะ”

 

สุดท้ายภาคินก็ไม่รู้ตัวเองเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงยอมทำตามความต้องการของหญิงสาวอาจจะเพราะเขาเบื่อกับการที่ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ก็คงเป็นเพราะเขารำคาญที่หญิงสาวรบเร้ากันไม่เลิกทำให้ตอนนี้เขาต้องมาเดินตามคนที่หิ้วตะกร้าเดินฮัมเพลงอยู่ข้างหน้า

ตอนแรกเขาเข้าใจว่านลินชวนเขาออกมาตักบาตรที่หน้าบ้านแต่จริงๆ แล้วมันไม่ใช่เพราะหญิงสาวเดินนำเขาออกมาจากบ้านของนงพะงาเป็นระยะทางร่วมๆ กิโลเห็นจะได้แถมระยะทางยังเป็นทางเดินขึ้นเนินเตี้ยๆ ที่ทางเดินเป็นดินแดงลูกรังอีต่างหาก มีรถวิ่งผ่านสัญจรไปมาบ้างแต่เป็นรถจักรยานและจักรยานยนต์ซะส่วนใหญ่ ส่วนตัวนลินเองก็เอ่ยทักทายเสียงเจื้อยแจ้วผู้คนที่สัญจรไปมาตลอดทางทำให้ชายหนุ่มอดคิดไม่ได้ว่าเธอรู้จักคนทั้งหมู่บ้านหรือเปล่าเพราะดูเหมือนหญิงสาวจะรู้จักไปซะทุกคน

พอขึ้นมาถึงบนยอดเนินภาคินก็พบว่าบนเนินลูกนี้แท้จริงแล้วคือตลาดย่อมๆ ด้วยมีจำนวนร้านค้าไม่มากนักแต่ก็เรียกได้ว่าครบครันเพราะมีตั้งแต่ของสดยันสินค้าร้านโชว์ห่วย นลินพาเขาเดินไปรวมกลุ่มกับชาวบ้านอีกสองสามคนที่กำลังรอยืนใส่บาตรอยู่เช่นกัน ยังไม่ทันได้พูดจาถามไถ่กันพระสงฆ์ก็เดินเรียงแถวกันมาจากทางอีกฝากหนึ่งของเดินจวบจนพระท่านให้พรเสร็จภาคินถึงได้มีโอกาสพูดคุยกับนลิน

“ ที่นี่เป็นตลาดเหรอ”

“ ใช่แต่ตลาดนี้จะมีแค่ตอนเช้าเท่านั้นนะถ้าเป็นตอนเย็นต้องนั่งรถเข้าไปในเมืองนู่น คุณอยากได้อะไรก็บอกนะเดี๋ยวฉันจ่ายให้เอง”

ภาคินชักสีหน้าอย่างไม่พอใจเมื่อหญิงสาวทำราวกับว่าเขาไม่มีเงิน

“ ผมมีเงิน”

นลินพยักหน้าแล้วเลิกคิ้วถามอย่างเยาะๆ

“ แน่ใจเหรอว่าคุณมีเงิน”

ภาคินอ้าปากจะเถียงแต่แล้วก็นึกขึ้นได้ เขาไม่มีเงินสด เพราะเหมวัตกับมารดาของเขาจงใจนำเงินสดออกไปจากกระเป๋าสตางค์ของเขาเหลือไว้เพียงบัตรประชาชนกับบัตรเครดิตอีกหนึ่งใบเท่านั้น แต่บัตรเครดิตที่วงเงินสูงลิ่วมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยเมื่อมาอยู่ในสถานที่แห่งนี้แต่พอมองแววตาที่ยังส่อแววเยาะกันไม่เลิกทำให้เขาไม่อยากยอมรับว่าตอนนี้เขาไม่มีเงิน

“ ผมมีบัตรเครดิต”

“ อ๋อ คุณมีบัตรเครดิต”

นลินพยักหน้าเข้าใจแล้วอมยิ้มซึ่งภาคินมองออกในทันทีว่าหญิงสาวกำลังยิ้มเยาะเขาอีกแล้ว ชายหนุ่มนึกอยากจะจับหญิงสาวมาตีก้นให้หายหมั่นเขี้ยวนักแต่ก็ต้องสู้ข่มใจไว้เพราะเขารู้ตัวดีว่านาทีนี้เขาต้องพึ่งนลินเมื่อกลิ่นหมูปิ้งลอยเข้ามายั่วน้ำลาย ภาคินมองหาที่มาของกลิ่นในทันทีแล้วดูเหมือนนลินจะอ่านใจเขาออกเพราะหญิงสาวตะโกนส่งเสียงนำไปก่อนตัวเสียอีก

“ ป้าแหว๋วหมูปิ้งสิบไม้ข้าวเหนียวสองห่อ”

เจ้าของชื่อรีบกุลีกุจอทำตามคำสั่งของหญิงสาวรอจนนลินเดินไปรับสินค้าที่หน้าร้านก็ไม่รอช้ารีบถามถึงสิ่งที่สงสัยอยู่ออกมาทันที

“ บัวเอ็งพาหนุ่มที่ไหนมาด้วยวะหล่อเชียว”

นลินหันมองก็เห็นคนหล่อของแม่ค้ากำลังยืนส่งยิ้มหวานอย่างพอใจในคำชม นลินส่งเสียงชิอย่างหมั่นไส้อยู่ในลำคอและหันมาตอบคำถามของแววดาว

“ เจ้านายเก่าของย่าน่ะเขามาเที่ยว”

“ เห็นไหมยายแม้นข้าบอกเอ็งแล้วว่าไม่ใช่แฟนไอ้บัว” แววดาวหันไปส่งเสียงคุยกับคนขายน้ำเต้าหู้ร้านข้างๆ

“ อ้าวก็ข้าเห็นเดินตามกันต้อยๆ ข้าก็นึกว่าแฟนไอ้บัวมันน่ะสิวะ”

“ พูดไปเรื่อยอีกแล้วนะยายแม้น” นลินหันไปต่อว่าแม่ค้าอายุคราวแม่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องสร้างข่าวลือ

“ ก็ข้าไม่รู้นี่หว่า ว่าแต่คุณมีแฟนหรือยังล่ะ” ประโยคหลังแม้นมาศหันไปถามกับภาคิน

“ โหยายแม้นถามอะไรแทงใจดำตอนนี้ลุงคนนี้โสดสนิทเลยล่ะ”

นลินเป็นคนตอบแทนให้ภาคินนึกอยากจะเขกกะโหลกหญิงสาวเพราะคนที่แทงใจดำเขาสุดๆ ก็คือเธอนี่แหละ

“ นั่นปะไร ตอนนี้ยังไม่ได้เป็นแฟนกันอีกหน่อยก็เป็นเชื่อข้าเถอะ” แม้นมาศหันไปพยักพเยิดกับแววดาวที่เออออเห็นดีด้วย

“ จริงด้วยคุณไอ้บัวเนี่ยมันก้ยังโสดคุณรีบๆ จับมันทำเมียเถอะนะจะได้ไม่เหงา”

“ ป้าแหว๋ว!

นลินตะโกนลั่นส่วนภาคินเองก็แทบสำลักหมูปิ้งที่กำลังกินอยู่ถึงแม้ทุกคนจะคุยกันด้วยภาษาพื้นเมืองแต่เขาก็พอฟังออก เขารีบหันมองเมียในจินตนาการของป้าๆ ที่กำลังจะยัดเยียดให้เขาทันทีแล้วก็ได้แต่บอกกับตัวเองอยู่ในใจเขากับยายบัวแล้งน้ำนี่น่ะเหรอไม่มีทางภรรยาในอนาคตของเขาต้องสวยหวานไม่ใช่คนครึ่งลิงครึ่งแบบนี้ต่อให้พรุ่งนี้โลกจะแตกก็ไม่มีทางต่อให้น้ำท่วมโลกด้วยเอ้า!

 

ตลอดทางขากลับภาคินอาแต่เดินจ้ำอ้าวด้วยรู้เส้นทางแล้วไม่เหมือนขามานลินต้องเร่งฝีเท้าเพื่อให้ทันชายหนุ่มพร้อมกับหอบหายใจน้อยๆ ด้วยเสียเปรียบทางสรีระเพราะช่วงขาของเธอสั้นกว่าของเขามากทำให้เธอต้องกึ่งวิ่งกึ่งเดินถึงจะตามทันคนที่เดินไม่สนใจกัน

“ นี่ลุงจะรีบเดินไปตามควายที่ไหนรอกันมั่งสิแล้วหมูปิ้งเนี่ยคิดจะกินคนเดียวหรือไง”

ภาคินหยุดชะงักลงกะทันหันทำให้นลินที่เร่งฝีเท้ามาชนเข้ากับหลังของชายหนุ่มเต็มเปา

“ โอ๊ย! เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ยนึกอยากจะหยุดก็หยุด” นลินครางพลางยกมือขึ้นลูบจมูกตัวเอง

“ เมื่อกี้คุณเรียกผมว่าลุงที่ตลาดก็ด้วย” ภาคินหันกลับมาถามคนที่ยังลูบจมูกตัวเองป้อย

“ ใช่ฉันเรียกคุณว่าลุงแล้วมีปัญหาอะไรเหรอหรือจะให้เรียกคุณหนูเหมือนย่าล่ะ”

“ ผมแก่กว่าคุณแค่เจ็ดปีเรียกพี่อย่าเรียกลุง”

ภาคินพูดจบก็ออกเดินต่อนลินมองตามหลังคนที่ไม่ยอมแก่แล้วก็ส่งเสียงชิออกมาอีกครั้งอย่างหมั่นไส้แล้วพึมพำออกมาไม่เบานัก

“ จะให้เรียกว่าพี่เหรอฝันไปเถอะเรียกลุงเพราะกว่าตั้งเยอะ”

แล้วนลินก็ต้องออกแรงวิ่งตามอีกครั้งเมื่อภาคินหยิบหมูปิ้งไม้ใหม่ขึ้นมาเข้าปากหน้าตาเฉย

“ ลุงรอด้วยแล้วเอาหมูปิ้งมาแบ่งกันมั่ง”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha