ไร่คืนใจ

โดย: ริ้วตะวัน



ตอนที่ 6 : ตอนที่6


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

นลินกลับมาถึงบ้านในช่วงบ่ายของวันนั้นแล้วต้องแปลกใจเมื่อพบกับสองหนุ่มต่างวัยที่ไม่น่าจะเข้ากันได้กำลังนั่งล้อมวงกินมะม่วงน้ำปลาหวานกันอย่างเมามัน ซึ่งดูจากท่าทางการกินแล้วหญิงสาวก็นึกเปรี้ยวปากขึ้นมาทันทีด้วยความอยากกินเป็นทุนเดิมเลยตรงดิ่งไปหยิบเข้าปากตัวเองบ้างโดยไม่ต้องรอให้ใครเอ่ยชวน

“ เสียมารยาทอยู่ดีๆ มาหยิบกินได้ไงขอเจ้าของเขาแล้วเหรอ” ภาคินโวยขึ้นมาทันทีเมื่อชิ้นที่ตัวเองเล็งไว้ตอนนี้เข้าไปอยู่ในปากของหญิงสาวเรียบร้อยแล้ว

“ ขอกินด้วยคนนะ” นลินพูดพลางหยิบมะม่วงอีกชิ้นส่งเข้าปาก

“ กินก่อนขอทีหลังว่างั้น” ภาคินบ่นแล้วหยิบมะม่วงชิ้นที่นลินกำลังจะหยิบเข้าปากตัวเองบ้าง

หญิงสาวหันมองตามมะม่วงชิ้นใหญ่ที่เล็งไว้แล้วก็แทบขำกลิ้งเมื่อเห็นหน้าของชายหนุ่มชัดๆ  เพราะหน้าของชายหนุ่มตอนนี้เลอะยาทาแก้คันสีชมพูเป็นปื้นๆ เต็มไปหมดแถมไม่ได้มีแต่ที่หน้าเท่านั้น ตามแขนขาที่โผล่พ้นเสื้อกับกางเกงขาสั้นออกมาให้เห็นก็เลอะเจ้าสีชนิดเดียวกันเต็มไปหมด

“ ลุงไปทำอะไรมาเนี่ย” นลินถามทั้งๆ ที่ยังหัวเราะค้างอยู่

“ เพิ่งเห็นเหรอแม่คุณความรู้สึกช้าจริ๊ง! ” ภาคินต่อว่ามาเสียงสูง

“ แล้วตกลงลุงไปทำอะไรมา”

“ ก็ไปเก็บมะม่วงมาให้เธอกินไง”

“ บ้าฉันเองไปปีนเก็บมาตั้งหลายครั้งไม่เห็นเป็นเหมือนลุงเลย”

“ พี่คินแพ้มดแดง” เด็กโป้งที่นั่งฟังผู้ใหญ่สองคนคุยกันมานานเป็นคนพูดขึ้น

“ มดแดงเหรอ”

“ ใช่ โป้งบอกพี่คินแล้วว่าไม่ให้เอาตรงกิ่งนั้นมันมีมดแดงอยู่แต่พี่คินไม่เชื่อ”

“ ก็ตรงนั้นมันลูกใหญ่แล้วใครจะไปคิดว่าไอ้มดแดงมันจะทำพิษเล่นเอาฉันคันไปทั้งตัว” ภาคินตอบพลางส่งสายตาคาดโทษให้เด็กโป้งที่ขยันฟ้องคนเป็นลูกพี่

“ งกว่างั้นเถอะ ว่าแต่สองคนนี่ไปสนิทกันตอนไหน”

“ เมื่อเช้าพี่คินใจดีแบ่งหมูปิ้งให้โป้งกินด้วยนะ” เด็กโป้งรีบพูดหวังแก้ตัวให้พ้นจากสายตาคาดโทษของภาคิน

“ หมูปิ้ง? เมื่อเช้าคุณไปตลาดมาเหรอ”

“ อือ” ภาคินส่งเสียงตอบในลำคอ

“ เดี๋ยวก่อนแล้วคุณไปได้ของมาได้ยังไงในเมื่อคุณไม่มีเงิน”

“ ก็รอให้คุณไปจ่ายไง” ภาคินตอบพลางส่งยิ้มเลียนแบบเด็กโป้งให้ดูไร้เดียงสาที่สุดเท่าที่จะทำได้

หนอยทำเป็นไร้เดียงสาเหรอ ร้ายเดียงสาล่ะสิไม่ว่า!

 

 “ ทะเลาะอะไรกันอีกแล้วล่ะคะเสียงดังไปถึงในบ้านเชียว” นงพะงาที่เพิ่งเดินออกมาจากในครัวส่งเสียงถามพร้อมกับวางจานมะม่วงที่ตัวเองไปทำมาเพิ่มลงตรงกลางวงแล้วก็เป็นนลินที่ชิงฟ้องได้ก่อน

“ ก็คุณหนูของย่าน่ะสิเที่ยวไปแปะโป้งค่าหมูปิ้งเขาไว้แล้วก็ให้บัวเป็นคนไปจ่าย”

“ อ้าวก็คุณบอกผมเองว่าอยากได้อะไรให้บอกคุณจะจ่ายให้ไงลืมแล้วเหรอ”

“ โอ๊ย! นั่นฉันหมายถึงเมื่อวานตอนที่ฉันอยู่ด้วย”

“ มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”

“ มันไม่เหมือน! ” นลินพูดอย่างหัวเสีย

“ เอาน่ายายบัวยังไงเราก็ต้องจ่ายอยู่แล้วว่าแต่ที่ไร่ชาเป็นยังไงบ้าง” นงพะงาตัดบทมาแล้วถามไปถึงธุระที่หญิงสาวออกไปทำตั้งแต่เช้ามืด

นลินทำท่าเหมือนยังอยากจะเถียงกับชายหนุ่มต่อแต่ก็เกรงใจผู้เป็นย่าเลยจำต้องยอมเลิกราไปแล้วหันมาตอบคำถามผู้เป็นย่าแทน

“ เรียบร้อยดีจ้ะย่าเพิ่งพ่นยากันเสร็จเมื่อกี้นี้เองแต่อุปกรณ์ก็มีชำรุดหลายอย่างบัวเลยกะว่าพรุ่งนี้บัวจะเข้าเมือง” นลินพูดแล้วเอื้อมมือออกไปหยิบมะม่วงชิ้นใหม่แต่ไม่ทันคนเป็นย่าที่เอื้อมมือออกมาตีพลางเอ่ยห้าม

“ เดี๋ยวเถอะเพิ่งไปพ่นยาฆ่าแมลงมาไม่ใช่เหรอแล้วมือไม้น่ะล้างแล้วหรือยังไปอาบน้ำให้เรียบร้อยก่อนเลยแล้วค่อยมากิน”

“ กว่าบัวจะอาบน้ำเสร็จมะม่วงก็หมดกันพอดี” หญิงสาวทำปากยื่นบ่นอิดออดไม่ยอมทำตาม

“ ไม่ต้องมาทำเป็นห่วงกินเลยไปอาบน้ำมาก่อน” คนเป็นย่าพูดซ้ำมาอีกด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิมทำให้นลินจำต้องยอมทำตาม

“ หมดแน่” ภาคินทำปากขมุบขมิบจงใจให้หญิงสาวเห็นอยู่ทางด้านหลังของนงพะงา นลินเห็นแล้วก็อยากจะโต้ตอบให้เจ็บแสบแต่ก็เกรงว่าตนจะโดนนงพะงาดุอีกเลยพึมพำออกมาลอยๆ ว่า

“ พิงค์แพนเตอร์” แล้วก็เดินทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ขึ้นบ้านไปให้คนที่ถูกเปรียบเทียบเป็นเจ้าตัวการ์ตูนสีชมพูได้แต่ยิ้มขำ

อย่างน้อยนลินก็ยังใจดีให้เขาเป็นเสือไม่ใช่แมว...

 

คืนนั้นหลังจากที่ส่งนงพะงาเข้านอนแล้วนลินก็เลือกออกมานั่งจดรายการของที่ต้องซื้อในวันรุ่งขึ้นอยู่ตรงระเบียงหน้าบ้านด้วยไม่อยากให้แสงไฟในห้องไปรบกวนสายตาคนที่กำลังจะเข้าสู่นิทรารมย์ นลินนั่งมองรายการของที่ต้องซื้อแล้วหน้ามุ่ยเพราะล้วนแต่เป็นรายการของที่เธอเพิ่งซื้อมาใช้ได้ไม่ถึงปีทั้งสิ้นจริงอยู่ที่นงพะงาปล่อยไร่ชาให้บุญมาเช่าแต่ก็เป็นการเช่าในลักษณะที่หุ้นกันคือนงพะงาจะออกในส่วนของพวกต้นทุนทั้งหมดแล้วได้ส่วนแบ่งในกำไรหกสิบเปอร์เซ็นต์ส่วนบุญมาเองจะหุ้นในส่วนที่ต้องใช้แรงงานแล้วกินกำไรสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือแต่ในระยะเวลาหนึ่งปีมานี้เธอรู้สึกว่าบุญมาจะใช้เครื่องมือและปุ๋ยเปลืองไปหน่อยบางทีเธออาจจะต้องให้นงพะงาพูดคุยตักเตือนบุญมาบ้างเพราะถ้าขืนยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ กำไรที่ได้คงจะไม่คุ้มกับทุนที่ลงไปแน่ๆ

ลมดึกพัดมาวูบหนึ่งทำให้ต้นปีบที่กำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มต้นปลิวไหวแล้วสายลมก็เล่นซนเมื่อมันพัดเอาดอกปีปดอกหนึ่งมาตกลงตรงหน้าของนลิน หญิงสาวหยิบขึ้นมาดมแล้วยิ้มล้ออยู่กับเจ้าดอกไม้สีขาวนั้นก่อนจะบรรจงทัดมันลงไปที่เรือนผมเหนือใบหูของตน

ภาคินชะงักค้างกับภาพที่เห็นอาการเหมือนกำลังต้องมนต์สะกดหญิงสาวผิวขาวที่มีเรือนผมสีดำสนิทยาวสยายถึงกลางหลังที่เหนือใบหูมีดอกไม้เล็กๆ สีขาวแลดูเด่นเมื่อเทียบกับสีผมเหน็บอยู่แต่เหนืออื่นใดรอยยิ้มบนใบหน้านั้นมันขับให้เจ้าของดวงหน้าดูเป็นสาวหวานขึ้นไปอีก ภาคินหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างช้าๆ หวังให้ภาพที่เห็นเมื่อครู่เป็นเพราะอาการตาฝาดของตัวเองแต่ไม่ใช่เพราะไม่ว่าเขาจะหลับตาแล้วลืมใหม่อีกกี่ครั้งภาพที่เห็นก็ยังคงกระจ่างชัดอยู่เหมือนเดิม

ไม่มีทาง! คงจะเป็นเพราะความมืดกับแสงไฟที่สลัวๆ เป็นแน่ที่ทำให้เขาเห็นว่านลิน...สวย!!!

 

เช้าวันรุ่งขึ้นนลินก็ต้องตกใจเมื่อเปิดประตูห้องออกมาแล้วพบภาคินยืนรออยู่หน้าห้อง

“ เป็นบ้าอะไรของลุงเนี่ยมายืนลับๆ ล่อๆ อยู่หน้าห้องฉันตั้งแต่เช้า”

“ ก็วันนี้เธอบอกจะเข้าเมือง” ภาคินตอบออกไปด้วยเหตุผลที่เขานอนคิดมาทั้งคืนด้วยอยากรีบเจอหญิงสาวเพราะต้องการจะพิสูจน์อะไรบางอย่างแต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อสายตามองไปเห็นผมที่ถูกรวบไว้เป็นหางม้าของหญิงสาว

“ ใช่วันนี้ฉันจะเข้าเมืองแต่ฉันจะไปตอนสายๆ ไม่แหกขี้ตาไปตั้งแต่เช้าขนาดนี้หรอกแล้วลุงเป็นอะไรจ้องหน้าฉันอยู่ได้” นลินถามเมื่อเห็นภาคินเอาแต่จ้องหน้าเธอไม่วางตา

“ ทำไมวันนี้มัดผม”

“ ฉันมัดของฉันอย่างนี้ทุกวัน” นลินตอบแล้วภาคินก็นึกขึ้นได้ว่าจริงของหญิงสาวเพราะตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่เขายังไม่เคยเห็นผมทรงอื่นของเธอเลยนอกจากทรงหางม้าแล้วก็ทรงผ้าโพกหัวในวันที่เล่นตะกร้อก็แค่นั้น

“ ปล่อยผมสิ”

“ อะไรของลุง”

“ เถอะน่าปล่อยผมหน่อย”

“ ไม่เอานี่มันหัวของฉันฉันจะมัดหรือจะปล่อยมันก็เรื่องของฉัน” นลินพูดแล้วก็เดินเลยชายหนุ่มลงบันไดบ้านไปอย่างไม่ต้องการต่อล้อต่อเถียงด้วยอีก

“ แล้วนั่นคุณจะไปไหน”

“ ไปจ่ายค่าหมูปิ้งที่ลุงติดไว้ไง” นลินตะโกนตอบกลับมาตอนนี้หญิงสาวเดินลงไปถึงบันไดขั้นสุดท้ายแล้ว

“ รอด้วยสิ ฉันไปด้วย” ภาคินกระโจนพรวดเดียวก็ถึงตัวของหญิงสาว นลินหันมามองแล้วก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจแต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าภาคินกำลังจ้องมองหนังยางสีสวยที่มัดผมของเธอไว้อย่างไม่หวังดีนัก

อย่าเผลอนะถ้าเผลอเมื่อไหร่เขาดึงมันออกแน่จะได้รู้กันสักทีว่าเมื่อคืนเขาตาฝาดหรือเปล่า!


จนแล้วจนรอดภาคินก็ยังไม่มีโอกาสได้ดึงหนังยางรัดผมของนลินเพราะดูเหมือนหญิงสาวจะรู้ตัวเลยคอยระวังตัวแจแถมยังไม่ยอมเข้าใกล้เขาในระยะมือเอื้อมอีกด้วย ถึงตอนนี้จะเป็นโอกาสของเขาแต่เขาก็ไม่กล้าเสี่ยงให้ตัวเองต้องเกิดอุบัติเหตุด้วยหญิงสาวกำลังขับรถอยู่วันนี้นลินเลือกใช้รถกระบะสี่ประตูแทนเจ้ารถมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่คันที่เคยใช้ประจำเพราะระยะทางไกลกว่ากันและต้องซื้อของหลายอย่าง

“ นี่ลุง ลุงจะไปทำอะไรในเมืองบ้างฉันจะได้พาไปถูก” นลินถามขึ้นระหว่างทาง

“ อยากได้โทรศัพท์” ภาคินบอกถึงสิ่งที่ตนตั้งใจไว้เพราะโทรศัพท์เครื่องเดิมของเขาก็เหมือนกับเงินสดที่ถูกคุณมณฑิราผู้เป็นมารดายึดเอาไว้ไม่ให้เขามีติดตัวคนได้ฟังความประสงค์ของชายหนุ่มร้องลั่นเมื่อได้ยิน

“ เฮ้ยลุง! นั่นมันแพงนะฉันซื้อให้ไม่ไหวหรอก”

“ แล้วใครบอกว่าผมจะให้คุณเป็นคนซื้อให้ลืมไปแล้วเหรอว่าผมมีบัตรเครดิต” ภาคินพูดถึงบัตรหนึ่งในสองใบที่มารดากับเพื่อนรักจงใจเหลือไว้ให้เขาติดตัว

“ จริงด้วยฉันลืมไป ถ้างั้นไปซื้อของกับฉันก่อนแล้วเราค่อยไปห้างกันแต่ฉันขออะไรลุงอย่างหนึ่งสิ”

“ ขออะไร” ภาคินถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก

“ เอาไว้ไปถึงห้างแล้วฉันค่อยบอก” นลินพูดพลางหันมาส่งยิ้มทะเล้นให้ทำให้ภาคินนึกไปถึงรอยยิ้มที่ได้เห็นเมื่อคืน

เป็นคนเดียวกันแน่เหรอหรือเมื่อคืนเขาจะตาฝาดไปจริงๆ

ภาคินคิดแล้วเลื่อนสายตาไปจับอยู่ที่หนังยางสีสวยบนหัวของนลินอีกครั้ง

เย็นไว้ไอ้คินถึงขั้นตกเขาตายเลยนะโว้ยอย่าเสี่ยง! ภาคินเตือนตัวเองอยู่ในใจ

 

ธุระของนลินใช้เวลาไม่นานอย่างที่คิดเพราะดูเหมือนเจ้าของร้านจะคุ้นเคยกับหญิงสาวเป็นอย่างดีและดูเหมือนของที่ซื้อจะเป็นรายการที่ซื้อเป็นประจำเพราะเขาได้ยินนลินร้องบอกเจ้าของร้านแค่เหมือนเดิมเท่านั้นทางร้านก็จัดรายการของให้เสร็จสรรพ

“ มาซื้อของที่นี่บ่อยเหรอดูเหมือนคุณจะสนิทกับเจ้าของร้าน”

“ มาทุกเดือนนั่นแหละ”

“ แล้วซื้อของแบบเดิมตลอดเลยเหรอ” ภาคินถามเพราะยังติดใจกับการร้องสั่งออเดอร์แค่สั้นๆ ของหญิงสาว

“ อือ ตามาใช้ของไม่ค่อยถนอมเท่าไหร่แต่ก็อย่างว่าลุงก็รู้ว่าตาแกยังเป็นมือใหม่อยู่มันก็เลยเปลืองหน่อย” นลินพูดเหมือนไม่มีอะไรแต่ดูจากสีหน้าของหญิงสาวแล้วภาคินก็พอจะเดาออกว่าหญิงสาวเองก็คงกำลังหนักใจกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

 

ไม่นานนักนลินก็ขับรถพาเขามาที่ห้างแห่งหนึ่งในตัวจังหวัดที่ถึงแม้จะไม่ใหญ่เท่ากับห้างดังๆ ในกรุงเทพแต่ก็เรียกได้ว่ามีทุกสิ่งที่เขาต้องการเหมือนกันไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าแบรนด์ดังที่เขาชอบใส่ ภาคินเลือกซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ตามที่พนักงานขายอวดอ้างสรรพคุณด้วยมีฟังก์ชันครบครันแต่ก็ราคาแพงระยับด้วยเช่นเดียวกัน นลินไม่ค่อยเห็นด้วยกับชายหนุ่มนักเพราะเธอเห็นว่ามันเกินความจำเป็นไปหน่อยแต่เธอก็ไม่ได้ห้ามปรามแต่อย่างใดเพราะภาคินเองออกจะพอใจกับเจ้ามือถือเครื่องใหม่นี้อยู่มากแล้วอีกอย่างเธอเองก็ไม่ได้เป็นคนจ่ายเงิน หลังจากที่ภาคินได้มือถือเครื่องใหม่เอี่ยมมาไว้ในครอบครองแล้วเขาก็ยังไม่ลืมกดเงินสดออกมาติดตัวจำนวนหนึ่งด้วยเหตุผลที่ว่าเอาไว้ซื้อหมูปิ้งกิน ซึ่งพอนลินเห็นจำนวนเงินแล้วก็บอกได้เลยว่าชายหนุ่มคงพอมีเงินซื้อหมูปิ้งกินได้ทั้งปีเลยทีเดียว

“ ลุงกดเงินออกมาทำไมตั้งเยอะตั้งแยะกะจะอยู่ยาวไม่กลับบ้านกลับช่องไปทำงานทำการเลยหรือไง” นลินอดต่อว่าออกมาไม่ได้ตามนิสัยที่ปากไวของตัวเอง

“ เรื่องนั้นผมยังไม่ได้คิด แล้วไหนว่ามีเรื่องจะขอ” ภาคินเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าเสร็จธุระของตนเองแล้ว

นลินกระแอมแล้วพูดเสียงหวานออดอ้อนกับชายหนุ่มโดยไม่ลืมเปลี่ยนสรรพนามเรียกเขาเสียใหม่

“ พี่คินเลี้ยงไอติมหน่อยสิ” นลินพูดจบก็ส่งยิ้มหวานพลางส่งสายตาปริบๆ ให้คนมองเกิดความสยองมากกว่าเสน่หา

“ ทีอย่างนี้เรียกพี่ได้แล้วหยุดใช้น้ำเสียงแบบนี้กับผมเลยแล้วก็เลิกทำท่าทางบ้าๆ แบบนั้นด้วย ขนลุก”

“ อะไรอ่ะลุง คนเขาอุตส่าห์ทำแอ๊บแบ๊วใส่” นลินเปลี่ยนโทนเสียงทันที

“ อย่าทำอีก ผมกลัว! ” ภาคินพูดโดยจงใจเน้นที่พยางค์หลังแล้วออกเดินหนีให้นลินต้องเป็นฝ่ายที่วิ่งตาม

“ เลี้ยงไอติมหน่อยนะ” นลินยังคงดื้อไม่ละความพยายามคราวนี้เธอวิ่งเข้าไปเกาะแขนเขาแล้วส่งเสียงออดอ้อนอยู่อย่างนั้น

“ ร้านอยู่ไหนล่ะพาไปสิ” คนที่ทำเป็นใจร้ายสุดท้ายก็ใจอ่อน

ก็พอมองๆ ไปแล้วมันก็น่ารักดี ภาคินแอบคิดอยู่ในใจ

 ไม่ไกลกันนักแม้นมาศกับแววดาวที่ชักชวนกันลงเขามาช้อปปิ้งต่างก็ชักชวนกันดูภาพของสองหนุ่มสาวที่เดินควงแคนกัน

“ เห็นไหมนังแหว๋วข้าบอกแล้วว่าคู่นี้สุดท้ายก็ต้องเป็นแฟนกัน” แม้นมาศพูดอย่างสะใจ

“ พี่แม้นฉันว่าแบบนี้มันไม่ใช่แค่แฟนกันแล้วมั้งพี่ดูสิกอดกันกลมเชียว” แววดาวพูดแล้วหัวเราะคิกคักเมื่อจินตนาการเตลิดไกล

“ ข้าว่าคุณนงคงได้อุ้มหลานเร็วๆ นี้แน่เลยว่ะ” แม้นมาศพลอยหัวเราะคิกคักตามไปด้วยโดยที่เจ้าตัวทั้งคู่ไม่รู้เรื่องอีกเช่นเคย...

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha