ไร่คืนใจ

โดย: ริ้วตะวัน



ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

เสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือทำให้เหมวัตละมือจากงานที่ทำอยู่หันมาให้ความสนใจกับเจ้าเครื่องมือสื่อสารที่วางอยู่ไม่ไกลกัน เบอร์โทรที่ไม่คุ้นตาทำให้คิ้วเข้มขมวดนิดๆ แต่ก็ยังยอมกดรับสาย พร้อมกรอกเสียงที่คนซึ่งสนิทกับเขาส่วนใหญ่จะเรียกมันว่าเสียงการค้าลงไป

“ สวัสดีครับ เหมวัตพูดครับ”

“ ซา หวัด ดี จำคนที่คุณเคยเอามาทิ้งไว้กลางป่าได้ม้ายยยย”

เหมวัตเอาโทรศัพท์ออกห่างจากหูมาดูเบอร์ที่หน้าจออีกครั้งพลางนึกสงสัยว่าใครกันที่โทรมาพูดจาล้อเล่นเสียงยานคางกับเขาในตอนค่ำมืดแบบนี้

“ ว่า...งาย จำได้ม้ายยยย”

ปลายสายลากเสียงยานคางถามมาอีกครั้งแต่คราวนี้เหมวัตจำได้แล้ว คนที่บ้าพอจะกล้าเล่นพิเรนทร์แบบนี้กับเขามีแค่คนเดียวเท่านั้น

“ จำได้ครับไอ้คุณคิน”

“ เออข้าเองขอบใจที่จำได้นะไอ้เหว”

“ เหมโว้ยไม่ใช่เหว” เหมวัตแก้ไขชื่อเรียกของตนที่เพื่อนรักเปลี่ยนให้ใหม่อย่างขำๆ

“ เปลี่ยนเป็นเหวน่ะดีแล้วทำอะไรไม่ปรึกษากันเลยนะไอ้คุณเพื่อนอยู่ดีๆ ก็จับมาหย่อนทิ้งไว้กลางป่ากลางเขาให้อยู่กับลิงที่ไหนก็ไม่รู้” ภาคินพูดพลางปรายสายตามองไปทางนลินที่เดินผ่านมาพอดี

“ นี่เดี๋ยวนี้แกกล้าว่าคุณนงว่าเป็นลิงแล้วเหรอวะ” เหมวัตถามด้วยเสียงกลั้วหัวเราะให้คนฟังรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน

“ ไม่ใช่โว้ย ไม่ใช่คุณนงข้าหมายถึงคนที่อยู่กับคุณนงต่างหาก”

“ อ๋อ” เหมวัตนึกถึงสาวน้อยหน้าตาบูดบึ้งที่ได้เจอเมื่อครั้งก่อนแล้วก็พอจะเข้าใจว่าเพื่อนรักหมายถึงใครแล้วถามต่อเมื่อรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของเพื่อนฟังร่าเริงขึ้นกว่าแต่ก่อน

“ แล้วเป็นไงบ้างน้ำเสียงฟังดูดีขึ้นนี่หว่า”

“ เออ ก็คงดีมั้ง”

“ ดีมั้ง หมายความว่ายังไงเอาให้เคลียร์”

“ ก็หมายความว่าไล่เตะแกได้แล้วไง” ภาคินตอบอย่างกวนๆ แต่เหมวัตหัวเราะเสียงดังแล้วพูดอย่างยินดี

“ แบบนี้แสดงว่าหายดีแล้วจะให้ขึ้นไปรับเมื่อไหร่ว่ามา”

“ ยังไม่กลับ” ภาคินตอบกลับแทนจะทันที เหมวัตเลิกคิ้วอย่างสงสัย

“ ยังไม่กลับ หมายความว่ายังไง”

“ ก็หมายความตามนั้นนั่นแหละนี่ก็แค่จะโทรมาบอกเบอร์ใหม่แล้วก็ฝากบอกแม่ให้ด้วยว่าข้าคิดถึงถ้าจะให้ดีก็ฝากหอมแก้มท่านด้วยหนึ่งที”

“ ฝากเยอะขนาดนี้ทำไมไม่กลับมาทำเองวะ”

“ ก็ยังไม่อยากกลับไงทำไมเข้าใจอะไรยากอย่างนี้วะไอ้คุณเหว”

“ เออๆ แล้วนายจะกลับมาเมื่อไหร่จะได้บอกแม่นายถูก”

“ ยังไม่รู้เลยเอาไว้จะกลับเมื่อไหร่จะโทรหาแค่นี้ก่อนนะแล้วเจอกัน” ภาคินพูดเสร็จก็ตัดสายทิ้งทันที

“ เฮ้ยเดี๋ยวสิ! ” เหมวัตร้องเรียกแต่เสียงสัญญาณบ่งบอกว่าเพื่อนรักวางสายไปแล้ว

เหมวัตวางโทรศัพท์ลงแล้วเคาะนิ้วลงบนโต๊ะอย่างใช้ความคิดเขาว่าภาคินแปลกๆ เพราะภาคินไม่เคยตัดสายเขาทิ้งอย่างในครั้งนี้มีแต่จะรอให้เขาเป็นฝ่ายวางเองมากกว่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายโทรมาหรือเขาเป็นฝ่ายโทรไปแล้วไหนยังเรื่องที่บอกว่าจะยังไม่ยอมกลับมาอีกแล้วอยู่ดีๆ ความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัว เหมวัตยิ้มขำเมื่อนึกเดาในพฤติกรรมของเพื่อนออกถ้าภาคินเป็นอย่างที่เขาคิดจริงเรื่องคงสนุกพิลึก บางทีเขาคงต้องเคลียร์งานหาเวลาบินขึ้นไปหาเพื่อนรักซะหน่อยแล้วอยากรู้เหมือนกันว่าใครที่เป็นสาเหตุทำให้เพื่อนเขาไม่ยอมกลับ

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง เหมวัตหันไปมองที่หน้าจอแล้วความลำบากใจก็ฉายชัดในแววตาเพราะคราวนี้เบอร์ที่ขึ้นอยู่ที่หน้าจอเป็นเบอร์ที่เขารู้จักดี นารายา...

 

ภาคินรีบตัดบทวางสายเพื่อนเพราะสายตาหันไปเห็นนลินกำลังเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ กันแถมหญิงสาวกำลังใจจดใจจ่อก้มเก็บอะไรบางอย่างอย่างปราศจากการระวังตัวและที่สำคัญเธอหันหลังให้เขา! นั่นหมายความว่าโอกาสของเขามาถึงแล้ว...

ภาคินค่อยๆ ย่องเข้าไปหาหญิงสาวโดยพยายามให้ตัวเองเกิดเสียงน้อยที่สุดพอเข้าใกล้ได้ระยะมือหนาก็คว้าสิ่งที่หมายตาไว้ตั้งแต่เช้าทันที หนังยางสีสวยหลุดติดมือเขาออกมาอย่างง่ายดาย เสียงร้องอุทาน ของเจ้าของหนังยางดังขึ้นเพราะไม่ทันได้ตั้งตัวพร้อมๆ กับที่เจ้าของเสียงหันขวับมาหาตัวต้นเหตุผมที่เคย  รวบมัดไว้ตอนนี้หลุดปลิวสยายตามแรงลมที่พัดมาอย่างได้จังหวะ อีกครั้งที่ภาคินชะงักค้างกับภาพที่เห็นผิดแต่ว่าครั้งนี้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเขาดูเคลื่อนไหวช้าไปหมด เขาเห็นแม้กระทั่งจังหวะของเส้นผมที่ปลิว ไสวตามแรงลม จังหวะที่หญิงสาวกระพริบตาและจังหวะที่หญิงสาวยกมือขึ้นมาเกี่ยวเส้นผมที่ปลิวมาระ ใบหน้าให้ไปทัดอยู่ที่หูและที่เหนือใบหูนั้น

อีกแล้ว! ทำไมเจ้าดอกไม้สีขาวถึงไปอยู่ตรงนั้น!

ภาคินแหงนมองขึ้นไปที่เหนือศีรษะของตัวเองแล้วก็ได้คำตอบในทันที เขากำลังยืนอยู่ใต้ต้นปีบเจ้าช่อดอกไม้สีขาวช่อเล็กๆ ในมือของนลินช่วยยืนยันความรู้สึกของเขาเมื่อคืนซ้ำมาอีก

 ไม่จริง นี่เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ  

พอนลินช้อนตามองมาที่เขาฉับพลันจังหวะหัวใจของเขาก็เต้นรัวภาคินรีบยกมือขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอกของตัวเองด้วยกลัวสิ่งที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ข้างในจะดังทะลุออกมาให้ใครอีกคนได้ยิน

“ ไม่จริง” ภาคินส่ายหน้าพลางพึมพำออกมาเหมือนคนละเมอแล้วพอหญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาหากันภาคินก็รีบวิ่งขึ้นบ้านแล้วปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้นทันทีปล่อยให้คนที่ถูกปล้นยางรัดผมไปได้แต่ยืนงงอยู่ที่เดิม

“ อะไรของเขาทำหน้าอย่างกับเห็นผี อีตาลุงนี่เพี้ยนขึ้นทุกวัน!


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha