บำเรอรัก บำบัดSEX [จบแล้ว]

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 4 : Part4 ขอบคุณฉันซะสิที่ยอมยกครั้งแรกให้นาย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Part4

ขอบคุณฉันซะสิที่ยอมยกครั้งแรกให้นาย

 

ภาคินยกยิ้มทรงเสน่ห์เอ่ยปากตอบรับคำด้วยสายตาหวานเชื่อมหวามไหว มือหนาแตะลงบนสัญญาลักษณ์ของสตรีเพศ เขาลูบไล้แผ่วบา ปลุกเร้าในจุดเร้นลับอันพิศวง รอยยิ้มยิ่งขยับกว้างขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานหอบคราง ดวงตาคมกริบเปล่งประกายปรากฏเปลวไฟปรารถนาอันแรงกล้า เขากดเรือนร่างเข้าแนบชิดกับร่างบอบบางอีกครั้ง สองมือเกี่ยวกระหวัดรัดร่างนุ่มนิ่มพลางเอ่ยปลอบเสียงนุ่มทันทีที่เห็นว่าเธอกำลังหวาดกลัว

“ไม่เป็นอะไรนะครับ ผมไม่ทำร้ายคุณหมอหรอก ได้โปรดเชื่อใจผม ไม่ว่าคุณจะเคยถูกใครทำร้ายมาก็ตาม แต่ผมจะไม่มีวันเป็นคนที่ทำร้ายคุณแน่นอน” เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาพลางจูบขมับบางชื้นเหงื่อ ร่างเพรียวสั่นสะท้าน สั่นระริกด้วยความหวั่นไหวกับความใจดีของเขา

“ฮึก...ฮือๆๆ”

แล้วก็เป็นเพราะเสียงปลอบโยนของเขาจึงทำให้เธอร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไว้ไม่ไหวอีกแล้ว

ชายหนุ่มหน้าตาตื่นทันควัน ไม่คิดว่าหญิงสาวจะปล่อยโฮออกมาเสียงดังอย่างนี้ ภาคินรีบกอดกระชับร่างของเธอให้แน่นขึ้น ฝ่ามือสากระคายลูบไล้แผ่นหลังบางพร้อมตบเบาๆ ปลอบใจเธอ เดิมทีเขาคิดว่าเธอเป็นคนที่เข้มแข็งกว่านี้ แต่ใครจะคิดว่าพอได้มาเจอตัวจริงจะทั้งบอบบางและแตกหักง่าย หากว่าเขาลงมือเล่นงานเธอ

“ไม่ร้องนะครับ หยุดร้องเถอะนะคนดี คุณเป็นแบบนี้แล้วผมจะทำยังไง ผมปลอบใครไม่เก่งหรอกนะ ขอร้องล่ะ หยุดเถอะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ ดวงตาคมกริบฉายแววว้าวุ่น อึดอัดในหัวใจจนแทบจะคลั่งได้อยู่แล้ว เกิดมาเขาไม่เคยต้องปลอบผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่เธอเป็นคนแรกที่เขาทำแบบนี้

เขาเองก็ไม่ใช่ผู้ชายดีเด่อะไรนัก ยิ่งกลับผู้หญิงด้วยแล้ว บางครั้งเขาก็เลือดเย็นพอตัว และบางทีก็ถึงขั้นไร้หัวใจเลยทีเดียว เมื่อถึงเวลาที่ต้องตัดสัมพันธ์ทิ้ง เขาก็ไม่ลังเลแม้แต่นิดที่จะไปจากผู้หญิงคนนั้น ต่อให้อีกฝ่ายจะพยายามอ้อนวอนหรือขอร้องสักแค่ไหน เขาก็ไม่คิดชายตาแลอีก

แต่สำหรับนฤมล เธอแตกต่างไปจากผู้หญิงคนอื่น ไม่ยอมทำตัวอ่อนแอต่อหน้าเขา ไม่ยอมโอนอ่อนเข้าหาหรือเชิญชวน เธอคงไม่รู้ว่าการกระทำแบบนั้นมันยิ่งดึงดูดให้เขาอยากเข้าหา อยากทำทุกอย่างเพื่อได้ตัวและหัวใจเธอมา

ตอนนั้นอาจเป็นเพราะความท้าทายที่เธอแสดงออก ความหยิ่งยโสเย็นชาของเธอช่วยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อน กระตุ้นให้สัตว์ร้ายในใจเขาหิวกระหายอยากเอาชนะ อยากฉุดกระชากเธอไว้ใต้อุ้งเท้า แล้วกำราบให้ยอมจำนน หากแต่ตอนนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาไม่เพียงแต่สงสารเห็นใจเธอเท่านั้น เขายังอยากปกป้องและดูแลเธออีก

ความรู้สึกเหล่านี้มันน่าตกใจไม่น้อยจนเขานิ่งอึ้งไปหลายวิ เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหน แล้วยิ่งไม่เคยต้องการใครมากมายเท่านี้มาก่อน

มือหนาร้อนผ่าววางนาบกับดอกบัวตูมเต่ง ทรวงอกอวบอิ่มขาวผ่องเรียกเลือดลมชายหนุ่มให้สูบฉีดเดือดพล่าน เรือนกายกำยำสั่นระริก สัมผัสดีดเด้งสู้มือทำให้เสียงทุ้มหัวเราะต่ำ ทั้งสีหน้าและแววตาดูชั่วร้ายขึ้น มุมปากหนากระตุกยิ้มร้ายกาจ ดวงตาฉายวาบทั้งเจ้าเล่ห์และเหี้ยมเกรียม

นฤมลเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาดุร้ายแทบคลุ้มคลั่งของอีกฝ่าย เธอขยับตัวอย่างอึดอัดพลางยันสองมือกับแผงอกแกร่ง แต่สัมผัสเรียบตึงแข้งกระด้างก็ทำให้เธอตกตะลึง ความร้อนจากกายเขากำลังหลั่งไหลเข้าสู่กายเธอ นัยน์ตาสีนิลสั่นไหวทั้งประหม่าและขัดเขินกับสายตาคมปลาบมันวาวเตรียมพร้อมตะปบเหยื่อ

“นาย...”

“เรียกผมว่าคินสิครับ ใช้เสียงหวานๆ ของคุณเรียกผมด้วยชื่อนั้น...” เสียงของเขาคล้ายกับออกคำสั่งอยู่กลายๆ แต่เธอกลับไม่รับรู้มัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเชิญชวนเธอให้เปล่งเสียงหวานเรียกชื่อเขาอย่างเสน่หาโดยไม่สนใจสีหน้าเผด็จการของเขา

“คิน...”

“ครับ นั่นแหละชื่อผม...หึ คุณหมอรู้บ้างไหมว่าตัวเองน่ารักมากแค่ไหน น่ารักจนผมอยากทำให้เผยตัวตนที่แท้จริงออกมา อยากสอนให้คุณหมอเรียนรู้การร่วมรักระหว่างชายหญิงให้ช่ำชอง เพื่อตอบสนองความต้องการของผมอย่างเร่าร้อนไม่แพ้กัน”

“พูดจาน่าเกลียดเกินไปแล้ว เด็กบ้า...จะรีบทำอะไรก็ทำสิ มัวชักช้าอยู่ได้” เธอเบี่ยงหน้าไปซบหมอนอิงด้านข้างเก็บซ่อนใบหน้าแดงก่ำเขินอายกับคำพูดหยาบโลนอวดดีนั้น เธอคิดผิดหรือเปล่าที่บ้าบอตามเขา แต่ในใจเธอกลับร้องบอกว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกเธอ เธอไม่มีวันรู้สึกเสียใจที่จะมอบร่างกายให้กับเขา

อย่างน้อย...ก็ดีว่าปล่อยให้มันย่ำยีร่างกายเธอ

ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาแทนที่ริมฝีปาก เขาจูบฟัดก้อนเนื้ออวบหยุ่นอย่างเมามัน ดูดดึงรัวแรงราวกับทารกแรกเกิดผู้หิวโหย นิ้วแกร่งร้อนลากลงมายังเอวคอด อีกฝ่ายถึงกับกระตุกครางกระเส่าเสียงดัง ดวงตาคมหรี่ลงเผยให้เห็นเปลวไฟราคะที่โหมกระพือขึ้นทุกขณะ ปลายลิ้นตวัดเลียเม็ดไตสีหวานละเลงไปทั่วอกสล้างอย่างเอาแต่ใจ

ภาคินลากริมฝีปากอุ่นจัดลงมายังหน้าท้องแบนราบ เอวบางบิดส่ายพลิ้วไหวหวังหลบหนีสัมผัสร้อนชื้น เรียวลิ้นหนาลากไล้แผ่วเบา เขาเคลื่อนใบหน้ามาลงมาเรื่อยๆ กดจูบบนเนินเนื้อสาว ร่างบางกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุดไปทันที

“คิน...นะ...นายจะทำอะไร” นฤมลแทบจะเป็นบ้า การรอคอยที่แสนทรมานนี้ทำให้เธอแทบคลุ้มคลั่ง ลิ้นร้อนตวัดเลียไปครั้งหนึ่งก็เรียกเสียงครางไม่ได้ศัพท์ออกมา เธอร่อนสะโพกหนีสัมผัสนั้น ส่วนเขาก็ไล่ติดตามมายึดครองช่วงชิงสติของเธอ

“นี่มันอาหารชั้นเลิศจริงๆ อย่าหลบหนีสิครับ ยอมให้ผมจับกินเสียดีๆ” เขาบอกเสียงกระเซ้า ก่อนจะก้มลงไปปาดเลียแอ่งน้ำหวานต่อ กลีบเนื้อสั่นระริกช่างล่อตาล่อใจเขาจนอดไม่ไหวต้องลงลิ้นละเลงรัวแรง ตามติดสะโพกบางที่หลบหนี กักขังเธอไว้ภายใต้อ้อมแขนแกร่ง ความหวานล้ำที่ขับออกมาจากปากทางรักทำให้ลำคอเขาแห้งผาก ความกระหายทำให้เขาหลุดตัวตนร้ายกาจออกมา

มือหนาจับสะโพกบางไว้แน่น ปลายลิ้นบดบี้ปุ่มสวาท ทรมานหญิงสาวด้วยชั้นเชิงทั้งหมดที่มี ร่างเพรียวบางสั่นสะท้านเยือก ดวงตาเบิกกว้างกับการปรนเปรอแทบขาดใจของเขา เธอเผยอปากหอบหายใจถี่รัว ร่างกายกระตุกวูบ เหงื่อแตกพลั่ก หัวใจเต้นถี่กระชั้นจนแทบกระดอนออกจากอก

“ฉันไม่ไหว...อึก พอที มัน...มากเกินไป” ร่างของเธอแอ่นโค้งเปิดเปลือยเนื้อตัวขาวสะอาดต่อหน้าเขา ให้เขาปรนเปรอด้วยปลายลิ้น ดูดกลืนด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยพริ้มลง หางตามีน้ำไหลซึมออกมาด้วยความสุขสมอย่างยากจะรับไหว

“ไม่ครับ ส่งเสียงให้ดังกว่านี้อีก ปลดปล่อยตัวตนของคุณออกมา ไม่ต้องกลัวผม...ปล่อยไปตามความรู้สึกสิครับ แล้วทุกอย่างจะดีเอง”

“ไม่...ฉันทำไม่ได้ อึก”

“แค่ปล่อยให้ตัวเองมีความสุขไปกับผม แค่นี้มันยากนักเหรอครับ อย่ากักขังตัวเองไว้กับความกลัว ตอบสนองผมกลับมาสิ แล้วผมจะทำให้คุณมีความสุขจนลืมทุกสิ่งไปเลย” ดวงตาคมกล้าจ้องมองใบหน้าสวยหวานหยาดเยิ้ม เสียงทุ้มหัวเราะแผ่วเบา ร่างสูงนั่งลงคุกเข่ากับพื้นเบื้องล่าง สองแขนแข็งแรงกอดรัดรอบเอวบางคอดกิ่วตรึงไว้ไม่ให้หลบหนีได้อีก

ดวงตาพร่าเลือนมองสบกับดวงตาคมกริบร้อนแรง เพียงแค่มองเห็นใบหน้าเจ้าเล่ห์ของเขา เธอก็แทบอยากซุกหน้าหนี นฤมลสูดหายใจเข้าลึกต้องพยายามอย่างหนักที่จะทำหน้านิ่งแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น

“ฉัน...”

“จุ๊ๆ อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น ไหนคุณหมอลองตอบผมมาหน่อยสิครับว่าตอนนี้รู้สึกยังไง ถ้าผมสัมผัสแบบนี้ คุณหมอใจเต้นแรงไหม แล้วถ้าผมทำแบบนี้ล่ะ เสียวไหมครับ”

คำถามหยาบคายของอีกฝ่ายทำให้ใบหน้าสวยโกรธขึ้งขึ้นมาทันตา ฝ่ามือบางฟาดเพี๊ยะเข้าที่หลังมือเขา ก่อนถลึงตาใส่อย่างโมโห เด็กบ้านี่ต้องการให้เธออับอายจนไม่กล้าสู้หน้าได้อีกใช่ไหม ถึงได้พูดอะไรน่าเกลียดแบบนี้ แถมยังมีหน้ามาถามแบบนี้อีก มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ยอมตอบคำถามเขา

“โอ๊ย! ผมเจ็บนะ หมอมาตีผมทำไม” ภาคินแกล้งโอดโอยผิดกับใบหน้าที่ยังยิ้มระรื่นได้ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดูนึกอยากจับเธอขังไว้ในห้องไม่อยากปล่อยให้เธอโผล่ไปที่ไหนอีก เมื่อลองจินตนาการถึงตอนที่พวกเขาอยู่ด้วยกันแค่สองคน วันๆ เอาแต่มองหน้ากัน อาจเพิ่มด้วยการเล่นสนุกกันบนเตียงบ้าง น่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกเบื่อกลับชอบอกชอบใจจนนึกอยากทำขึ้นมาจริงๆ

“กำลังคิดอะไรอยู่น่ะ หน้าตาดูชั่วร้ายมาก” เธอเหล่ตามองอย่างระแวง ทั้งสีหน้าท่าทางของเด็กนี่เหมือนหลุดออกมาจากภาพยนตร์สยองขวัญก็ไม่ปาน เหมือนกับฆาตกรโรคจิตยังไงยังงั้น

“ครับ ผมชั่วและร้ายมาก แต่ชั่วกับคนอื่นนะ แต่กับหมอผมแค่ร้ายเฉยๆ”

“ยอมรับได้อย่างน่าไม่อายเลยนะ”

“แน่นอนครับเพราะผมหน้าด้าน” เขายิ้ม ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรกับคำด่าทอนั้น หนำซ้ำยังยิ้มรับด้วยความเต็มใจ มือหนาร้อนจัดวางทาบบนต้นขา การแตะต้องกะทันหันของเขาทำให้เธอสะดุ้งเฮือกตกใจจนเผลอชักขาหนี หากแต่คนร้ายกาจกลับรู้ทันจับยึดเอาไว้แน่นหนา

ภาคินกระตุกยิ้มเหี้ยม ดวงตาดำดิ่งสู่ความมืดมิด ฉายชัดถึงแรงปรารถนาที่คุกรุ่นอยู่ทั่วทุกอณู โดยไม่ต้องพูดอะไรอีก ริมฝีปากหนาก็ฉกวูบกดลงดูดดื่มกุหลาบช่องาม กลีบสีสดถูกขบเม้ม ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ ความไม่คุ้นชินทำให้เธอจัดการกับตัวเองไม่ได้ ได้แต่กรีดร้องเสียงแหลม เรือนกายท่อนล่างบิดพลิ้ว ขยับเคลื่อนไหวร่านร่อน เดี๋ยวหลบหนี เดี๋ยวแอ่นรับ

นฤมลหลับตาลง ปล่อยให้ความต้องการในซอกลึกของหัวใจนำทางให้ร่างกายหลงระเริงไปกับเขา แม้จะทรมานจวนเจียนคลั่ง แต่ก็สุขสมซาบซ่าน สั่นสะท้านไปหมดทั้งตัว คลื่นความร้อนวูบวาบไปทั้งสรรพางค์กาย  เรียวนิ้วจิกเข้ากับกลุ่มผมดกหนา ดึงทึ้งระบายคงวามเสียวซ่าน หยาดน้ำตาใสไหลรินออกจากดวงตา เธอสะอื้นไห้เสียงพร่า ตัวสั่นระริกภายใต้การบงการของเขา

“อา อ๊ะ อืม...” เสียงน่าอายของเธอหลุดออกมาเป็นระยะ เขาสอดลิ้นเข้ามาในช่องทางรักของเธอ ดูดดื่มน้ำหวานอย่างหิวกระหาย แตะต้องเธออย่างทะนุถนอมและระมัดระวัง มาถึงขั้นนี้แล้วยังควบคุมตัวเองไว้อีก เขาจะทรมานตัวเองไปถึงไหน

เรียวขาเสลาอ้าออกกว้างปล่อยให้ลิ้นและปากของเขาสำรวจทุกตารางนิ้วบนตัวเธอ ใบหน้าคมกดแช่กับกลีบเนื้อสาว ปากหนาโลมไล้ปาดป้ายลิ้มชิม คลอเคล้าจนเสียงหวานหวีดร้อง ร่างกระตุกสั่นเอื้อมคว้าดวงดาวแห่งความสุขในวินาทีต่อมา ภาคินไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจ จัดการสอดนิ้วเรียวยาวเข้าสู่ซอกเนื้อนุ่ม นิ้วร้อนสอดลึกหมุนวน ก่อนจะคว้านให้เส้นทางสายนี้เปิดกว้างเพื่อรอรับตัวตนของเขา

“อืม อะ...อ๊ะ คิน...ไม่...ฮือ” ใบหน้ารูปไข่ซบเข้ากับหมอน น้ำตาแห่งความสุขไหลทะลัก เสียงครางดังกระเส่าไม่หยุดจนเธอรู้สึกอับอาย ทว่าก็อยากให้เขาสัมผัสแบบนี้ต่อไป เขาขยับนิ้วเข้าออกรัวเร็ว สายตาเอาแต่จับจ้องใบหน้าแดงก่ำด้วยความทรมานจากไฟพิศวาสที่เขาเป็นคนจุดขึ้น

“อีกนิดครับ ของผมใหญ่มาก ผมกลัวว่าคุณหมอจะเจ็บเอาได้ ผ่อนคลายหน่อยครับ” พอได้ยินคำพูดของตัวเอง เขาก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ตั้งแต่ที่เห็นร่องรอยบนตัวเธอ เขาก็มั่นใจว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงบริสุทธิ์ อีกทั้งอายุที่มากกว่าเขาหลายปี การจะมีเซ็กส์กับใครสักคนเพื่อระบายความต้องการของตัวเองย่อมเป็นเรื่องธรรมดา

มือหนารูดซิปกางเกงลง ก่อนรูดชิ้นผ้าที่กีดขวางทั้งสองชิ้นออกจากลำตัว เขาจับลำรักมาชักสองสามครั้ง ก่อนจะจ่อกับร่องสวาท น้ำสีใสไหลเยิ้มออกมาจนเปียกชุ่ม ริมฝีปากหนาผุดยิ้มพอใจ ไม่นานก็ร่างสูงก็หยัดกายขึ้นไปกอดรัดร่างร่างบางสะโพกสอบถูไถกับร่องเนื้อสาว ก่อนที่อึดใจต่อมาท่อนเนื้อร้อนก็พุ่งพรวดเข้าสู่ด้านใน!

นฤมลถึงกับกัดฟันแน่น ความเจ็บแล่นปลาบเข้าโจมตีจนรู้สึกเหมือนร่างกายถูกแยกเป็นสองส่วน เธอตัวสั่นระริกบังคับตัวเองไม่ให้หลุดร้องออกไป เหงื่อเย็นไหลซึมทั่วทั้งร่าง ดวงหน้าขาวซีดไร้เรี่ยวแรง เธอมุ่นคิ้วเข้าหากันตัวแข็งทื่ออยู่ภายใต้ร่างของเขา

“หมอ! บ้าเอ๊ย! ทำไมหมอถึงไม่บอกผมว่าไม่เคย! ทำแบบนี้มันเจ็บมากรู้ไหม!” ภาคินตะโกนบอกอย่างหัวเสีย เขาหยุดนิ่งไม่ขยับด้วยกลัวว่าคนใต้ร่างจะเจ็บไปมากกว่านี้ เขาก้มหน้าลงมองเธอ ยิ่งเห็นใบหน้าขาวซีดไร้สีเลือดแบบนั้น ใจเขาก็ยิ่งชาวาบ รีบคิดหาวิธีบรรเทาอาการเจ็บให้เธอด่วน

นิ้วมือกดคลึงยังจุดที่เชื่อมต่อกัน ทั้งวนเวียนและลูบไล้อย่างใจเย็น ใบหน้าคมคายโน้มลงไปประกบริมฝีปากกับยอดถันสีเข้ม ไล้เลียแผ่วเบา ทว่ารัวเร็วจนร่างบางสั่นสะท้าน เสียงหวานหลุดครางออกมา ภาคินจับขาของเธอให้อ้าออกกว้าง เริ่มโยกขยับเอวหนาเชื่องช้าช่วยลดทอนความเจ็บให้เธอทีละนิด

เขาถึงกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อ เมื่อเธอเริ่มปรับตัวเข้ากับขนาดเขาได้แล้ว

“ดีขึ้นไหมครับ ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ มีความสุขนักหรือไงที่ทำให้ตัวเองเจ็บตัว” ชายหนุ่มตำหนิเสียงดุ ดวงตาคุกรุ่นจ้องเขม็งคนตรงหน้าจนเธอต้องหลบตาไป ถ้าเกิดว่าเมื่อกี้เขาโถมเข้าใส่แบบไม่ยั้ง ป่านนี้เธอไม่ต้องเจ็บจนหมดสติไปเลยเหรอ

“ก็ฉันไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้ แล้วอีกอย่างนายก็ไม่ได้ถาม” เธอตอบเสียงอ่อย เพิ่งจะได้หายใจหายคอคล่องหน่อยก็มาถูกสายตาดุดันของเขาจ้องเขม็งอีก เธอขยับตัวอย่างอึดอัดรู้สึกเหมือนของเขาจะขยายใหญ่ขึ้นอีก

“อย่าขยับส่งเดชสิครับ เดี๋ยวมันก็ตื่นมากัดหรอก”

“ขู่เหรอ นี่! ทำอะไรสักอย่างสิ ฉันอึดอัด แล้วก็...ก็...” เธออึกอักพลางหลบสายตาเป็นพัลวัน รู้สึกเหมือนใบหน้าร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลน

“ก็อะไรครับ” เขาเลิกคิ้วถามแสร้งถามหน้าซื่อราวกับไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไร เขาชอบที่จะมองใบหน้าแดงจัดด้วยความเขินอายสุดขีด

“ก็...ก็อะไรก็ช่างเถอะน่ะ จะรีบทำอะไรก็ทำ ทำเสร็จฉันจะได้กลับบ้านสักที” เธอแหวเสียงดัง เด็กบ้านี่น่าโดนตบให้ตายนัก รู้ว่าเธอกำลังอายกับเรื่องพรรค์นี้ แล้วยังจะมีหน้ามาแกล้งเธออีก

ภาคินไม่ได้ตอบโต้อะไรกลับไป เรือนกายหนาเริ่มขยับสะโพกเข้าหากายสาวอย่างไม่เร่งรีบ เขาอมยิ้มรับดวงตาขุ่นขวางไม่สบอารมณ์ของคนใต้ร่าง แต่ก็ยังไม่คิดจะเพิ่มความเร็วไปมากกว่านี้ ก็ช่วยไม่ได้ อยากจะกล่าวหาเขาดีนักก็ต้องเจอแบบนี้แหละ ก่อนอื่นต้องทรมานทีละนิด ต่อจากนั้นก็เร่งกระหน่ำโหมซัดสาดคลื่นปรารถนาปลุกเร้าอารมณ์เร่าร้อนที่เร้นอยู่ในกาย ทำทุกสิถีทางให้เธอหลุดจากกรอบที่ขีดกั้นเส้นทางของความสุขออก

“อ๊ะ เร็วหน่อย บ้าจริง! นายแกล้งฉัน”

นฤมลทำหน้าขึงขังพลางกัดปากแน่น เธออยากกระโจนบีบคออีกฝ่ายโทษตะคอกถามเสียงดังว่าเขาดีใจมากนักหรือไงที่แกล้งเธอได้สำเร็จ แม้เขาจะเพิ่มความเร็วสาวสะโพกเข้าหาเธอเร็วขึ้น แต่ก็เหมือนยังไม่ทันใจเธอ ความอึดอัดทรมานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแทบพร่าผลาญสติเธอให้ดับสิ้น สะโพกอวบอัดหยันขึ้นรับแรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วงของคนร่างสูง บิดส่ายบั้นเอวรุกคืบหาเขาอย่างเชิญชวน

บางทีการกระทำของเธอก็ไม่ต่างจากผู้หญิงขายบริการในซ่อง แต่ใครจะห้ามได้ในเมื่อเขาเป็นคนทำให้เธอเป็นอย่างนั้นเอง

“อูววว ซี๊ด! คุณหมอ! อย่ารัดผมแน่นแบบนั้นสิครับ ผมจะขาดใจอยู่แล้ว” ภาคินสูดปากครางซี๊ดอย่างอดไม่อยู่ เนื้อนุ่มด้านในบีบรัดแก่นกายเขาแน่นหนาจนแทบขยับไม่ได้จนเขารู้สึกทรมานกับการขยับเข้าออกเชื่องช้า ทั้งที่ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงจะใส่เต็มที กะกระแทกให้ยับไปข้างหนึ่งเลย

“อ๊ะ อ๊าาา ฉะ...ฉัน...” กลีบปากอิ่มสั่นระริกพลางหอบหายใจถี่รัว เปลือกตาบางปิดแน่นสนิทจนภาพทุกอย่างกลายเป็นสีดำ ทว่าการกระทำแบบนั้นยิ่งทำให้รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวดุดันอันทรงพลังของอีกคน

“อย่าบอกนะว่าไม่ไหว โธ่หมอ นี่มันเพิ่งเริ่มเองนะ เส้นทางยังอีกยาวไกล รับรองว่าผมพาหมอเที่ยวเล่นบนสวรรค์ได้อีกหลายรอบแน่”

“ทะลึ่ง ลามก! นาย...อื้ออ!” ร่างเพรียวกัดฟันแน่นกับแรงโถมเข้าใส่กะทันหันของเขา เล็บคมจิกเข้ากับโซฟาพลางแอ่นสะโพกขึ้นรองรับเรือนกายหนาที่เร่งจังหวะรุกเร้ากระหน่ำลำกายรักรัวเร็ว

ร่างของนฤมลสั่นคลอนไปตามแรงอารมณ์ของชายหนุ่ม ยิ่งเวลาผ่านไปความปรารถนาก็ยิ่งสูงขึ้น ทำเอาคนร่างสูงกำยำขยับเอวถี่กระชั้นขึ้น ใบหน้าคมโน้มลงประกบเข้ากับยอดถัน เขาจูบฟัดและขบกัดอย่างเมามัน ทั้งยังขยี้ขยำอย่างเอาแต่ใจจนเธอสะดุ้งตัวสั่น เสียงครวญครางยิ่งดังขึ้น ฝ่ามือร้อนจัดนาบลงบนหน้าท้องจนคนตัวเล็กกว่าถึงกับกลั้นหายใจ ก่อนที่เสี้ยววินาทีต่อมาจะแข็งเกร็ง เรียวขาถูกจับพาดบ่ารับเอาไฟพิศวาสเพลิงราคะของเขาเข้ามาเติมเต็ม

ภาคินโน้มตัวลงไปบดขยี้เรียวปากอิ่มพลางดูดดึงเล่นไปมา ปลายลิ้นดันรอยแยกตรงกลีบปากบังคับให้อีกฝ่ายเปิดปากออกเพื่อที่เขาจะได้สอดลิ้นเข้าไปตวัดชิม เมื่อเธอยอมทำได้เขาก็รุกล้ำเข้าไปลากไล้ทั่วไรฟัน ซอกซอนหาลิ้นเล็กน่ารักที่รู้จักหดหนีอย่างขลาดกลัว

เขาหัวเราะในลำคอไม่ได้ร้อนใจกับปฏิกิริยานั้นสักเท่าไหร่กลับชักจูง หลอกล่อ ลวงให้เธอตามติดเขามา เมื่อถึงเวลาที่เธอมุดออกจากที่ซ่อนเขาก็ตรงเข้าฉกราวกับอสรพิษร้าย เกี่ยวกระหวัดรัดรึงแน่นหนาไม่คิดเปิดโอกาสให้เหยื่อตัวน้อยหลุดรอดออกไปได้

ฟรึบ ฟรึบ ฟรึบ!

ร่างสูงใหญ่ยังคงกอดรัดร่างเพรียวไว้แน่นพลางกดก้นงามงอนให้แนบติดกับเรือนกายท่อนล่างจนไม่เหลือช่องว่าง นัยน์ตาคมกริบกวาดมองใบหน้าสวยหวานชื้นเหงื่อ แววตาฉายชัดถึงความพึงพอใจที่ไม่อาจปกปิดไว้ได้ว่าภาคภูมิใจที่ได้เป็นคนแรกของเธอ ชายหนุ่มตะโบมจูบหญิงสาว มือหนาฟอนเฟ้นก้อนเนื้ออวยหยุ่นบีบขยำตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ อารมณ์เขาตอนนี้พลุ่งพล่าน ฉีดซ่านไปทั้งลำตัว

แก่นกายแข็งขึงรุกเข้าโจมตีปราการอ่อนบางปล่อยให้อาวุธลับโอบรัดเขาไว้ เขามองดูเธอที่เฝ้ากลืนกินตัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เงี่ยหูฟังเสียงครางหวานดุจระฆังดังกังวาน ไหนจะริมฝีปากที่เผยอครางอย่างเซ็กซี่ เรือนร่างบอบบางอ้อนแอ้นพลิ้วไหวส่ายสะบัดรับท่วงทำนองราคะอย่างสาวร่านร้อนมากประสบการณ์ เผลอแป๊ปเดียวเธอก็กลายเป็นสาวกร้านโลกจัดจ้าน ทั้งรุกและรับเขาอย่างลืมตัว

“ขะ...เข้ามา อื้ออ! เร็วอีก ฉันจะ...อ๊ะ”

“เร่งอยู่นี่ไงครับ ระวังนะให้ผมเร่งมากๆ ระวังเครื่องในจะพัง”

“เด็กบ้านี่...นายมัน”

“โอเคๆ ผมยอมแพ้ ตอนนี้ผมไม่อยากชวนทะเลาะด้วยหรอกนะ เพราะยังอยากรักคุณหมอต่อ”

กลีบเนื้อสีสดปลิดปลิ้นตามแรงสอดใส่ของอีกฝ่าย น้ำสีใสอาบชโลมแก่นกายร้อนระอุจนฉ่ำเยิ้มเปียกแฉะไปทั้งเรียวขา ภาพนั้นทั้งเซ็กซี่และเย้ายวนจนดวงตาคมกริบพร่ามัวรู้สึกลุ่มหลง ร้อนรุ่ม หิวโหยจนอยากกระโจนฟัดกัดกินไปทั้งร่าง มือหนาจับเรียวขาเสลาเนียนนุ่มขึ้นยันติดชิดกับก้อนเนื้ออวบอัด ภูเขาไฟก้อนเบ้อเร่อบี้ลง ร่างสูงกำยำซอยสะโพกถี่ยิบพลางตวัดวงแขนเข้ากอดรัดทั้งร่าง กักขังให้อยู่ในเพลิงพิศวาส โหมกระหน่ำไฟราคะเผาผลาญทุกอย่างให้มอดไหม้

ดวงตาคู่สวยปรือปรอย ก่อนอ้ารับลิ้นร้อนเข้ามาในโพรงปาก ลิ้นเล็กตวัดเข้าพัวพัน เขารุก เธอรับ สู้รบปรบมือกันจนโซฟาโยกขยับรุนแรง เสียงครืดๆ ชวนให้ใจเต้นระส่ำ ร่างกายโทรมเหงื่อโถมเข้าใส่กันไม่หยุด พวกเขากอดรัดกันยุ่งเหยิงราวกับไม้เลื้อย สอดประสานทุกอารมณ์ความรู้สึกเข้าด้วยกัน หลอมละลายทุกสัดส่วนให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ก่อนจะแผ่ซ่านแตกกระจายเหมือนกับน้ำพุร้อนที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า

“อึก...แฮ่ก”

“แค่นี้ก็เหนื่อยแล้วหรือครับ” ภาคินเอ่ยถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ดวงตาทั้งสองเปล่งประกายทั้งหยอกเย้าและห่วงใยจนคนมองแยกไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไหนมากกว่ากัน

“ฮึก...อา...แขนขาฉันขยับไม่ได้เลย” เธอครวญเสียงแหบแห้งแอบนึกตกใจเหมือนกันที่ได้ยินเสียงตัวเองน่าเกลียดได้ขนาดนี้ เธอลองขยับขาทั้งสองดู มันหนักอึ้งจนขยับเขยื้อนไม่ได้ แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือทันทีที่เธอขยับก็รู้สึกเหมือนมีตัวอะไรสักอย่างเหยียดตึงค่อยๆ ขยายอยู่ในร่างกายเธอ

เด็กบ้านี่ยังไม่ได้เอาของตัวเองออกอีกเหรอ?! แล้วเมื่อกี้นี้ก็อย่าบอกนะว่าเขา...

“ทำไมนายไม่ออกมาปล่อยข้างนอก!” เธอแหวเสียงหลงตวาดดังลั่นด้วยความตกใจอดตกตะลึงและหวาดหวั่นไมได้ ถึงเธอจะเป็นหมอแต่ก็ไม่ได้เรียนมาสายนี้โดยตรงจะไปรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองจะปลอดภัยจากการตั้งครรภ์

“มีปัญหาอะไรเหรอครับ” เขาถามหน้าซื่อเหมือนไม่รู้ว่าจะโกรธด้วยเรื่องอะไร

“ก็นายทำแบบนี้ฉันอาจจะท้องได้น่ะสิ รีบลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ ฉันจะรีบไปซื้อยามากิน ลุกสิ!” เธอโวยวายเสียงลั่นรีบยกสองมือขึ้นผลักอกแกร่งกระด้าง สัมผัสเรียบตึงทรงพลังทำให้เธอเผลอชักมือกลับอย่างตกใจ ก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นลองยื่นมือออกไปแตะใหม่ แผงอกของเขาดูเซ็กซี่ขยี้ใจจริงๆ

แล้วไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มือของเธอวางทาบลงไปลูบไล้ และดูเหมือนเขาจะชอบใจถึงได้ไม่ปริปากห้ามปราม

รู้สึกเหมือนตัวเองลืมเรื่องบางอย่างแล้วถูกดึงดูดด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดสุดเซ็กซี่ของเขา

“แบบนั้นแหละครับ ช้าๆ” เสียงทุ้มครางต่ำอย่างพอใจ นัยน์ตาสีนิลฉายแววลึกล้ำยากคาดเดาจดจ้องมองเรียวปากนุ่มนิ่มบวมช้ำและชุ่มฉ่ำมันวาวช่างน่าจูบฟัดให้หนำใจ ดูเหมือนเธอจะชอบหน้าอกเขานะถึงได้ลูบแล้วลูบอีกจนเขาตัวสั่นแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือหนาตรงเข้าตะปบมือบางหยุดยั้งการกระทำอุกอาจย่ามใจของอีกฝ่าย

นฤมลเผลอจิปากอย่างไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ เธอเม้มริมฝีปากแน่นสนิท หัวคิ้วขมวดชนกันจ้องเขม็งก้อนเนื้อเป็นลูกๆ ของเขาอย่างเพลินตา ถ้าได้ลองลงลิ้นสัมผัสเบาๆ เขาจะรู้สึกเหมือนเธอหรือเปล่า เหมือนกับเวลาที่เธอถูกเขาทำอย่างนั้น จะเหมือนมีกระแสไฟแล่นปราดทำเอาร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน เสียวซ่านอย่างบอกไม่ถูก ในความทรมานวาบหวามยังมีความสุขซาบซ่านผสมผสานอยู่

เธอชอบเวลาที่ถูกเขาสัมผัส เพราะทุกสัมผัสจากกายเขาให้ความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย คล้ายกับเกาะกำบังภัยชั้นเลิศที่จะไม่ปล่อยให้สิ่งใดมาทำร้ายเธอ

นฤมลอมยิ้มอ่อนหวาน ดวงตาเปล่งประกายหวานล้ำโดยไม่รู้ตัว ทำเอาคนมองตาพร่าส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ ภาคินลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ข่มใจตัวเองว่าต้องทำอย่างนุ่มนวล อย่างน้อยครั้งแรกก็ควรทำให้อีกฝ่ายประทับใจ ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองจนเธอต้องได้รับบาดเจ็บจากการร่วมรักกับเขา

สุภาพบุรุษไม่ควรรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่า แต่น่าแปลกที่ในเวลานี้เขาแทบนึกถึงเรื่องผิดชอบชั่วดีไม่ออก

เธออ่อนหวาน ทว่าเร่าร้อน เธออ่อนหัดแต่ก็พยายามตอบสนอง เรียนรู้ที่จะทำตาม กระตือรือร้นเสียจนคนเป็นครูอย่างเขาอยากจะตัดผ่านขั้นเบสิกไปสู้ขั้นแอดวานซ์ ตอกตรึงขย่มร่างเธอ สอนให้เธอควบขับและเอาอกเอาใจเขาเป็น

“ผมจะเริ่มแล้วนะครับ” เขาฉวยโอกาสทีเผลอกระซิบบอกเสียงแผ่ว อีกฝ่ายแทบไม่ได้สนใจฟังเขาด้วยซ้ำเพราะกำลังวุ่นกับการสำรวจเนื้อตัวเขาอย่างจริงใจ มือหนาหยาบกระด้างลูบไล้ต้นขาเนียน ปลายนิ้วคลึงเข้ากับขาอ่อนด้านในนำพาความเสียวกระสันโจมที่คนที่กำลังเพลินอยู่ให้สะดุ้งเฮือก ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง ก่อนหรี่ปรือเปล่งเสียงครางกระเส่าออกมาแผ่วต่ำ

“อ่า...อย่า”

“ห้ามทำไมครับ ผมรู้ว่าหมอก็ชอบแบบนี้” เขากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาเป็นประกายวาววับ นิ้วแกร่งร้อนลากขึ้นมาแตะตรงยอดเกสรบดบี้ลงไปเบาๆ แต่แค่นั้นก็มีอานุภาพร้ายแรงให้คนถูกกระทำตัวสั่น เรียวขาบิดส่ายสั่นระริกพร้อมกับสะโพกที่แอ่นขึ้นรับอย่างเบิกบาน

“อื้อออ อ๊ะ จะ...จะทำอะไร” เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยถามด้วยความสงสัย ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองสะโพกสอบขยับเข้าออกเชื่องช้า แถมยังจงใจดึงเวลาทั้งที่รู้ว่าเธอโหยหาสัมผัสรุกล้ำจากเขา เขาคงไม่ได้คิดจะแกล้งเธอหรอกนะ เด็กบ้านี่ต้องจงใจทำให้เธอทรมานจนต้องร้องขอแน่ๆ

“ทำอะไรครับ อ่าห์...ฟิตมากเลยครับ รัดผมเสียแน่นจนขยับแทบไม่ได้”

 “หุบยิ้มไปเลยนะ อ๊ะ!” เธอสะดุ้งกับการจู่โจมกะทันหัน ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อก็ถูกคนด้านบนปิดกั้นทางหนีทุกทาง พันธนาการร้อยรัดร่างกายเธอไว้แน่นหนา เขาเปรียบเสมือนเสือตัวร้ายที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ แล้วพอจับได้ก็พร้อมจะขย้ำกลืนกินให้หนำใจ!

ร่างสูงใหญ่กำยำตวัดวงแขนโอบรัดรอบเอวบาง สองมือหยาบกร้านบีบขยำก้นนุ่มกดให้แนบติดกับส่วนหนา ลำรักสวนกระแทกเข้าอออกรัวเร็วหยุดยั้งคำสั่งจากปากอิ่ม ชายหนุ่มโน้มตัวลงประกบริมฝีปากร้อนผ่าวเข้าบดขยี้ ดูดดึงเรียวปากอิ่มสวยช่างห้ามปรามให้เปล่งเสียงครวญครางแทบขาดใจออกมา

นฤมลตอบสนองกลับไปอย่างลืมตัวทำไปตามที่ใจคิดและสมองสั่งการ สะโพกผายหยัดขึ้นรับแรงกระแทกกระทั้นหนักหน่วง ทว่านุ่มนวล หนักแน่น ทรงพลังสมชายชาตรี มือเรียวยกขึ้นแตะแผ่นหลังกว้างสัมผัสกับหยาดเหงื่อของเขา กลิ่นกายเฉพาะตัวแบบบุรุษแผ่กำจาย ทั้งองอาจและห้าวหาญ ดวงตาคู่สวยหรี่เล็กลงเกือบครึ่งมองผ่านม่านน้ำตาใสจ้องเขม็งใบหน้าคมคาย เขาในเวลานี้ดูแตกต่างจากคนที่เธอรู้จัก เหมือนเป็นอีกคนที่แฝงแววดุดัน ห้าวหาญ เอาแต่ใจจนโถมเข้าใส่เธอไม่ยั้ง โดยไม่ลืมว่าต้องมอบความสุขเกินบรรยายให้เธอเป็นการตอบแทน

เขาไม่เหมือนคนอื่น ทั้งที่ในเวลาปกติจะเป็นคนขี้เล่นผิดกับตอนนี้ที่ดูจะเอาจริงเอาจัง กร้าวกระด้าง เข้มแข็งเสียจนเธอแทบอยากจะกรีดร้องใส่หน้า เขาจะไม่ปล่อยให้เธอได้พักหายใจเลยใช่ไหม?!

“อืม...อ๊ะ ฉะ...ฉันจะไม่ไหวแล้ว จะถึงแล้ว...” เปลือกตาบางปิดลงครางเสียงแผ่ว

“อีกนิดนะครับ ไปพร้อมกับผมนะ” เสียงทุ้มกระซิบบอกก่อนจะเร่งความเร็วขึ้นอีก เขาดูดปากเธอ ซุกไซ้ลำคอเธออย่างหลงใหล ความร้อนรุ่มแผ่กระจายไปทั่วร่างแผดเผาจนร้อนระอุ ดวงตาของเธอปิดแน่น ใกล้เข้ามานั้นคือความสุขสมที่รอเธออยู่

“อะ...อ๊าาา!

“อ่าห์...!

สองร่างกระตุกพร้อมกันปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขออกมาจนปริ่มล้นเอ่อทะลักเปรอะเปื้อนตามเรียวขาลากลงมายังโซฟาเป็นเครื่องยืนยันว่าก่อนหน้านี้ได้เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้าง ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อแดงระเรื่อ ลมหายใจเข้าออกถี่กระชั้นจนต้องอ้าปากหอบโกยอากาศเข้าสู่ปอดรัวเร็ว เต้าอวบขาวสะท้อนขึ้นลง ภาคินเหม่อมองภาพนั้นอย่างเพลิดเพลินสายตา

“น่าจะบอกผมก่อนนะครับว่าเป็นครั้งแรก ผมจะได้ทะนุถนอมให้มากกว่านี้” เขาก้มหน้าลงคลอเคลียแก้มนุ่ม ดวงตาดำสนิทดุจรัตติกาลมองดูคนใต้ร่างอย่างรักใคร่ แต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่มีโอกาสได้เห็นเพราะเพียงเสี้ยววินาทีต่อมามันก็ถูกแทนที่ด้วยเย็นชา สงบและเยือกเย็น

มีคำถามหนึ่งที่เขาอยากถามออกไปด้วยความสงสัย รอยแดงเป็นจ้ำๆ ที่เห็นในวันนี้เป็นฝีมือใครกันแน่ เขาอยากรู้ว่าทำไมมันถึงได้ทำร้ายเธออย่างนี้ ถึงไม่ได้ล่วงล้ำปล้นชิงความสะอาดบริสุทธิ์ไป แต่ก็ทำลายเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเธอ ภาพใบหน้าอ่อนแอไร้ทางสู้ในตอนนั้นทำให้เขาปวดใจ ถ้าเป็นไปได้ขอไม่เห็นมันอีกเลย

“จะรู้หรือไม่รู้มันต่างกันยังไง สุดท้ายนายก็ยังเลือกที่จะทำมันอยู่ดี”

“ก็คุณหมอขอให้ผมปกป้อง...”

“ใช่ นายทำเพื่อปกป้อง ตอนนี้ฉันก็เป็นของนายแล้ว แล้วจะเอายังไงต่อ”

นฤมลถามพลางกัดริฝีปาก พูดกันตามจริงแล้วเอไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำเพราะเป็นฝ่ายขอร้องให้เขาทำ แต่เรื่องของเรื่องคือเขาเป็นคนเริ่มก่อน เขามีอารมณ์อยากทำ กอปรกับเธอกำลังสับสนต้องการหลีกหนีจากคนสารเลวคนนั้นก็เลยร้องขอให้เขาช่วยเธอ ต้อนรับเขาอย่างเต็มอกเต็มใจ พอมาคิดถึงตอนนี้แล้วก็ส่งเสียงครางด้วยความอับอาย อยากหนีหน้าเขาไปเดี๋ยวนี้เลย

“ผมเป็นคนแรกของหมอ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเพ้อๆ จนเธออดหมั่นไส้ไม่ได้แกล้งพูดกระแทกกลับไป

“ขอบคุณฉันซะสิที่ยอมยกครั้งแรกให้นาย”

“แน่นอนครับ ขอบคุณมากนะครับที่ยอมให้ผมเป็นคนแรกของคุณ” เขากระตุกยิ้มยียวนผิดกับน้ำเสียงทุ้มนุ่มอ่อนหวาน  ดวงตาเปล่งประกายเจ้าเล่ห์จนน่าหยิกให้ตาบอด

รู้ว่าเธอจะเขินอายกับคำพูดของเขาก็ยังพูดล้อพูดเล่นอยู่ได้ เธอไม่ได้หน้าหนาเหมือนเขานะ จะได้ไม่รู้สึกอะไร มีคนมาทำดีด้วยเป็นใครบ้างที่จะไม่หวั่นไหว ยิ่งตอนนี้กลายเป้นคนของเขาแล้ว แม้จะแอบกังวลกับสิ่งที่จะตามมา แต่ก็อดวาดฝันไม่ได้ว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้น เมื่ออยู่ในความดูแลของเขา เธอเชื่อมั่นว่าผู้ชายคนนั้นจะทำอะไรเธอไม่ได้เว้นเสียแต่ว่าเขาจะเป็นฝ่ายผลักเธอให้จมลงสู่ขุมนรกนั้นเอง แต่ก่อนอื่น...เขาช่วยเอามือออกจากหน้าอกเธอก่อนได้ไหม

เด็กบ้านี่! ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ปล่อยให้เธอได้พักบ้างเถอะ!

แต่ถึงจะห้ามไปก็เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นเธอก็หลุดเสียงคราง ไม่อาจต่อต้านแรงปรารถนาที่เขาจุดประกายขึ้น ไฟราคะเร่าร้อนเริ่มลุกโชน โหมกระพือสาดซัดอารมณ์เข้าใส่จนเขาและเธอต่างกระโจนเข้าหากัน หลงลืมไปเสียสนิทว่าพวกเขาเพิ่งทำกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้เอง

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha