บำเรอรัก บำบัดSEX [จบแล้ว]

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 5 : Part5 ผมพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างหมอเสมอ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Part5

ผมพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างหมอเสมอ

 

เช้าวันรุ่งขึ้น...

นฤมลรู้สึกตัวตื่นด้วยอาการเมื่อขบปวดระบมไปทั้งตัว หญิงสาวนิ่วหน้าเจ็บแสบบริเวณช่องทางรักที่ถูกเด็กหนุ่มวายร้ายบุกตะลุยมาทั้งคืน ดวงหน้าหวานซีดเซียวเล็กน้อย นัยน์ตาสวยซึ้งวูบไหวด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงยกสุดท้ายที่ตัวเองเป็นฝ่ายร้องขอ ครวญครางเสียงกระเส่าอย่างผู้หญิงร่านร้อน ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเพิ่งเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับใคร

คุณหมอสาวก้าวลงจากเตียงไม่มั่นคงนัก เธอขมวดคิ้วแน่นเมื่อรู้สึกว่าช่วงล่างเบาหวิว ก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในเสื้อผ้าชุดใหม่ ซึ่งใครอีกคนใจดีสวมให้ แม้จะเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวบางเบาโนบรา ช่วงล่างว่างเปล่าจนชวนให้วาบหวิว ชายเสื้อคลุมปิดสะโพกกลมมนเผยให้เห็นเรียวขากลมกลึงยาวสวยไม่ต่างจากนางแบบ

นี่เธอควรขอบคุณเขาดีไหมที่ใจดีสวมเสื้อผ้าให้เธอ ทั้งที่แทบจะไม่ต่างจากการถอดเสื้อเดิน ถ้าหากว่าไม่มีเสื้อเชิ้ตตัวบางคลุมร่างอยู่

ใบหน้าสวยหวานติดจะบึ้งตึงก้าวขาเดินออกจากห้องไปด้วยอารมณ์หงุดหงิด ดวงตาคู่สวยกวาดมองหาตัวต้นเหตุเมื่อคืนก็ไม่พบเจอร่างของเขาแม้แต่เงา เรียวปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายหายไปไหน หรือว่าเขาจะออกไปเรียนแล้ว แต่ก็ไม่น่าใช่เพราะว่านี่เป็นวันเสาร์ ไม่มีคลาสเรียน เขาก็น่าจะอยู่บ้านสิ

แล้วตกลงเขาหายไปไหน เธอเดินหาจนทั่วแล้วยังไม่เห็น

ตึก...

“อรุณสวัสดิ์ครับ หมอกำลังหาใครอยู่ครับ หาผมอยู่เหรอ”

“...!

เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันทำให้ร่างเพรียวระหงถึงกับหยุดชะงักกึก นฤมลสูดหายใจเข้าลึก ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ดวงตาเยือกเย็นเงยขึ้นสบคนตรงหน้าที่โผล่พรวดออกมาจนเธอตกใจไปชั่วขณะ ใบหน้าแสนทะเล้นขี้เล่นของอีกฝ่ายชักขัดกับอารมณ์ขุ่นมัวของเธอเสียจริง ทั้งที่ตอนนี้เธอหงุดหงิดจนแทบกระอัก แต่เขากลับมีหน้ามายิ้มแย้มอารมณ์ดีอีกเหรอ

“ใช่ ฉันกำลังตามหานายอยู่”

“เอ๊ะ วันนี้มาแปลกนะ ทำไมถึงยอมรับง่ายๆ นักล่ะครับ แล้วเมื่อคืนหลับสบายดีไหม ผมทำให้หมอเจ็บมากหรือเปล่า”

“ฉันจะไปสบายดีได้ยังไง ก็เมื่อคืนนายเล่นทำจนไม่หยุดพักเลย ฉันเพิ่งจะได้นอนเมื่อค่อนแจ้งนี่เอง!” เธอกระชากอย่างโมโห ถึงช่วงสุดท้ายเธอจะร้องขอกับเขาก็เถอะ แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็ไม่ปล่อยให้เธอหยุดพัก แถมยังเวลาผ่านไปก็ดูเหมือนเขาจะยิ่งคึก ชวนเธอเล่นผาดโผนเปลี่ยนท่วงท่าต่างๆ นานาจนเธอแทบไม่เหลือเค้าของความเป็นกุลสตรี

“แล้วทำไมหมอไม่นอนพักต่อล่ะครับ จะรีบตื่นมาทำไม”

“ฉันไม่ชินกับการนอนตื่นสาย ต่อให้นอนดึกแค่ไหนก็ต้องตื่นในเวลานี้อยู่ดี”

“อ้อ ก็เลยอารมณ์เสียแต่เช้านี่เอง”

“สาเหตุมันมาจากนายนั่นแหละ! นายนี่มัน...เด็กบ้า กวนประสาทที่สุด!” เสียงหวานตวาดแหวด้วยความขุ่นเคืองส่งผลให้ใบหน้าสวยหวานยิ่งแดงเรื่อเพราะเลือดลมสูบฉีด ทำเอาคนมองอย่างภาคินลมหายใจสะดุด ดวงตาหรี่เล็กลงจ้องมองเรียวปากอิ่มเต็มบวมช้ำไม่วางตา ลำคอเขาแห้งผาก อยากสัมผัสดูดกลืนน้ำหวานจากริมฝีปากของเธอ

“ขอโทษด้วยนะครับ แต่ว่าหมอสวยไปหมดทั้งตัว ไม่ว่าจะชิมตรงไหนก็หวานไปหมดจนผมอดใจไม่ไหวต้องกลืนกินซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ถ้าหมออารมณ์ไม่ดีอยู่ ผมก็มีวิธีทำให้หมออารมณ์ดีขึ้นนะ”

“วิธีอะไร” เธอถามเสียงแข็ง เมื่อเห็นประกายตาเจ้าเล่ห์วาบผ่านดวงตาเขาครู่หนึ่ง ถึงเขาจะกลบมันลงอย่างรวดเร็ว แต่บังเอิญเธอเป็นพวกช่างสังเกตจึงเห็นเข้าอย่างจัง สีหน้าเขาไม่น่าไว้ใจเลย เธอไม่อยากเสี่ยงถูกเขาจับกินแต่เช้าหรอกนะ

“ขยับเข้ามาหาผมสิครับ เดี๋ยวผมจะบอกว่ามันคือวิธีอะไร” เขากระตุกยิ้มเลศนัย ดวงตายิ่งฉายชัดถึงความลึกล้ำคาดเดา ร่างสูงโปร่งเปลือยแผ่นอกเดินตรงเข้ามาหาคนหน้าสวยเสียเอง เมื่อเห็นว่าเธอไม่คิดจะเขยิบเข้ามาใกล้ ช่วงล่างพันทับด้วยผ้าขนหนูสีขาวหมิ่นเหม่จนเห็นรอยสลักสองเส้นมุดหายเข้าไปใต้ร่มผ้า

ภาพนั้นทำให้นฤมลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก อยากจะละสายตาออกมาก็ทำไม่ได้ หรือแม้แต่จะสั่งให้เบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายตารู้ทันของเขายังทำไม่ได้เลย เรือนร่างของเขานับว่าสมบูรณ์แบบ แม้จะยังไม่เข้าวัยผู้ใหญ่ที่มักมีเรือนกายกำยำบึกบึนของชายฉกรรจ์

“อย่าเข้ามานะ!” เธอหวีดร้องเสียงหลงเมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ สองมือรีบยกขึ้นดันแผงอกแกร่งร้อนผ่าวสุดแขน หากแต่มือหนาของเขาก็ปัดมือของเธอออกอย่างแรงจนหลุดออกจากอกเขา

สองแขนแข็งแรงตวัดรวบร่างเพรียวระหงเข้าหากอดกระชับจนเรือนร่างบอบบางบดเบียดกับเรือนกายแข็งกระด้าง ลมหายอุ่นร้อนเป่ารดรินไปทั่วหน้าจนลมหายใจของหญิงสาวติดขัด ใบหน้าเห่อร้อนจนแดงก่ำเขินอายเสียจนต้องหลบเข้าซุกกับซอกคอแกร่ง ถือโอกาสหลบหนีดวงตาแพรวพราวเปี่ยมเสน่ห์ชวนลุ่มหลงของเขาเสียเลย

“จะหลบหน้าผมทำไมครับ เงยหน้าขึ้นมาสบตากันหน่อยสิ”

“ไม่ นายต้องปล่อยฉันก่อน ไม่อย่างนั้นก็อยู่มันอย่างนี้แหละ” เธอตอบกลับไปรัวเร็วอดสูดดมกลิ่นกายชื้นเหงื่อของเขาไม่ได้ กลิ่นของเขาไม่ได้เหม็นจนชวนน่าแขยงแต่กลับหอมสดใสให้ความรู้สึกเซ็กซี่อย่างพวกนักกีฬา เนื้อตัวของเขาก็อุ่นร้อนน่าซบช่วยถ่ายทอดความร้อนผ่าวมาสู่กายเธอ ทำให้อบอุ่นหัวใจอย่างน่าประหลาด

นี่เธอไม่ได้หลอกลวนลามร่างกายเขาหรอกนะ ไม่เลยสักนิด

“อุ่นดีใช่ไหมครับ ถ้าอยากจะกอดผมอย่างนี้ไปนานๆ ไม่สู้เราไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันบนเตียงไม่ดีกว่าเหรอ” เสียงทุ้มต่ำพร่ากระซิบชิดขอบหูหญิงสาวพลางเป่าลมร้อนเข้ารูหูจงใจให้เธอรู้สึกวาบหวิวซาบซ่าน อยากสานสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อจากเมื่อคืน สำหรับเขาครั้งสองครั้งมันจะไปพออะไร ถึงเมื่อคืนจะฟาดเธอไปหลายรอบยันสว่างก็ยังไม่พอต่อความต้องการของเขาที่ปรารถนาจะลิ้มรสเธอต่อ

“อื้อ...อย่าเป่าหูฉันเด็กบ้านี่ นี่มันเช้าแล้วนะ นายช่วยเลิกหื่นกามก่อนได้ไหม”

“แน่ใจนะครับว่ามีผมที่หื่นกามคนเดียว” เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงตาฉ่ำหวานวาววับ ริมฝีปากอิ่มเผยอขึ้นเล็กน้อยดูเซ็กซี่จนน่าขย้ำให้ชอกช้ำด้วยน้ำมือเขา

“แน่ใจสิ ฉันยังปกติดีอยู่” เธอตอบเสียงแข็งเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทายโดยหารู้ไม่ว่าฝ่ามือน้อยๆ กำลังขยับลูบไล้อกแกร่งแน่นเปรี๊ยะ สัมผัสเชื่องช้ากลับทำให้ชายหนุ่มหลุดเสียงครางอย่างรู้สึกดี ดวงตาคมกริบหรี่เล็กลงจ้องมองการกระทำนั้นอย่างพึงพอใจ

“ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยหยุดมือที่กำลังลูบตัวผมก่อนได้ไหมครับ ก่อนที่อารมณ์ผมมันจะเตลิดไปมากกว่านี้”

“ฮะ? ฉันทำอะไร” นฤมลย้อนถามเสียงงุนงงไม่เข้าใจกับคำพูดของเขาไปชั่วขณะ เธอไปทำอะไรบนตัวเขากัน เมื่อกี้เขาพูดถึงมือ มือเธอก็ยังอยู่นี่ แต่บังเอิญว่ามันไปอยู่บนตัวเขา แถมยังลูบไล้เขาอย่างลืมตัวอีก! เพียงเท่านั้นแหละใบหน้าสวยหวานก็ขึ้นสีแดงจัดรู้สึกอับอายจนผละร่างหนีออกห่างแทบไม่ทัน ถ้าไม่ติดว่าเขายังกอดเธอไว้อยู่เธอคงดิ้นหนีหลุดไปแล้ว

ช่างน่าอายนัก นี่เธอถึงขนาดลูบคลำเขาโดยไม่รู้ตัวเลยเหรอ? เขาทำเสน่ห์ใส่เธอใช่ไหมเนี่ย! บอกมาซิ เธอจะรีบไปแก้เดี๋ยวนี้เลย!

“ปล่อยฉัน!

“ปล่อยทำไมครับ เมียอุตส่าห์อยากกอด อยากลูบไล้ทั้งที ผมก็ใจดีให้เมียกอดเมียทำอะไรได้ตามใจเลย” ภาคินตอบหน้าระรื่นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ดวงตาคมปลาบส่องประกายวิบวับเจ้าเล่ห์ มุมปากเหยียดขึ้นเป็นรอยยิ้มอารมณ์ดี ในเมื่อเธอเป็นของเขาแล้ว เขาจะยกเอาเธอเป็นเมียตัวเองก็ไม่แปลกหรอกใช่ไหม แถมเธอยังให้เขาเป็นคนแรก ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน จะมีอะไรน่ายินดีไปมากกว่านี้

“ใครเมียนาย!” เธอถามเสียงดังราวกับไม่รู้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขากระตุกยิ้มเหี้ยมชักอยากคืนความจำเร่าร้อนเมื่อคืนให้กับเธอ

ร่างสูงก้าวขาเดินฉับๆตัดผ่านห้องออกกำลังกายไปยังห้องนอนกว้างที่เธอเพิ่งลุกาเมื่อกี้ นฤมลถึงกับกรีดร้องเสียงหลงเมื่อรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไร เธอไม่ใช่เด็กที่จะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาเลี้ยวเข้าห้องนอน ร่างของเธอถูกวางลงบนเตียง แล้วก็แทบจะในทันทีที่เป็นอิสระหญิงสาวก็ถลึงตัวกระโจนหนีไปอีกด้าน แต่น่าเสียดายที่มือหนาตามมาคว้าจับอย่างรู้ทันกระชากเสียแรงจนร่างของเธอปลิวไปอยู่ใต้อาณัติเขา

ตุบ

“โอ๊ย! นะ...นายคิดจะทำอะไรเนี่ย?!” เธอแหวเสียงดังด้วยใบหน้าแตกตื่นชักเริ่มหวั่นใจกับท่าทางนิ่งเฉยของเขาที่ดูยังไงก็ไม่น่าไว้ใจ ดวงตาเขาสงบนิ่งมากผิดกับช่วงล่างที่เหยียดตึงจดจ่ออยู่กับหน้าท้องของเธอ เสื้อเชิ้ตของเขามันบางเสียจนไม่ได้ช่วยปกปิดอะไรเลย ในตอนนี้ก็มาต่างจากร่างเปลือยเปล่ารอให้เขาลงทัณฑ์อยู่นั่นแหละ!

“หมอดูไม่ออกเหรอครับว่าผมคิดจะทำอะไร ดูท่าว่าเมื่อคืนหมอจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะทำตัวใจดีช่วยทบทวนความจำให้นะครับว่าเมื่อคืน...ผมทำอะไรคุณหมอไปบ้าง” ท้ายประโยคเสียงของเขาแหบแห้ง ทว่าเซ็กซี่ชวนใจสั่น นฤมลกัดริมฝีปากแน่นเผลอสะดุ้ง เมื่อฝ่ามือร้อนผ่าวเริ่มลูบไล้เรียวขาขาวเนียน ดวงตาของเธอสั่นไหว ขนตากระพือทั้งตื่นเต้นและประหม่า ลมหายใจเริ่มติดขัดไม่เป็นตัวของตัวเอง

“อึก...หยุด พอก่อน ฉัน...อา”

“หยุดทำไมครับ ดูก็รู้ว่าตอนนี้หมอกำลังมีอารมณ์ เรามาทำต่อกันดีกว่า นะครับเมียจ๋า...” เขากระซิบเสียงหวานพลางขบเม้มใบหู ฝ่ามือหนาวนเวียนลูบไล้ช่วงล่างเฉียดผ่านโคนขาใกล้กับจุดสงวนซึ่งไวต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย ดวงตาสีดำสนิทยิ่งร้อนแรงดุจเปลวไฟจ้องเขม็งใบหน้าสวยหวานครางผะแผ่ว อกอวบกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงอารมณ์ดุนดันยอดถันสีเรื่อจนเป็นรอยนูนเด่นผ่านเสื้อตัวบาง

“ฮึก...อื้ออ ไม่นะ นี่มันเช้าแล้ว นายหยุดสิ ตาบ้าเอ๊ย! ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของนายนะ! อะ อ๊าาา”

“ซี๊ดด...ชุ่มฉ่ำแล้วครับ ขนาดบอกให้ผมหยุดนะเนี่ยยังล้นทะลักขนาดนี้ แล้วถ้ามีอารมณ์ขึ้นมาจะเอ่อล้นสักแค่ไหน ดูสิครับ น้ำของคุณหมอเปียกเสื้อเชิ้ตผมไปหมดแล้ว”

เขาจงใจจับแยกเรียวขาสวยอ้าออกกว้างกดแนบเสื้อตัวบางกับเนินอวบอูมของหญิงสาว น้ำหวานที่หลั่งรินออกมาเลอะจนกลายเป็นวงกว้างทำเอาคนมองหน้าแดงจัดครางเสียงเบาหวิวอย่างอับอาย เตียงนอนสีน้ำเงินตัดกับผิวขาวผ่องนวลเนียน พวงแก้มแดงก่ำดูงดงามน่ากลั่นแกล้งให้แดงขึ้นอีก เรือนร่างบอบบางยิ่งน่าทะนุถนอมเมื่อมาอยู่ใต้ร่างเขา หัวใจแข้งกระด้างมีอันต้องเต้นระส่ำคล้ายกับตอบรับปฏิกิริยาตอบสนองของร่างกาย

ความรู้สึกบางอย่างพุ่งตรงกระแทกใจเขาอย่างจัง

“ไม่เอานะ นายอย่าทำแบบนี้สิ มันน่าอายเกินไปแล้ว” เธอครางเสียงหวิวร้องประท้วงเสียงสั่นพยายามหุบขาตัวเองเข้าหากันไม่ให้เปิดเปลือยเนื้อตัวไปมากกว่านี้ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยินยอมแถมยังซุกหน้าลงมาดอมดม ภาพนั้นทำให้หญิงสาววาบหวิว เสียวซ่านจนอยากให้เขาทำอะไรมากกว่านี้

“ปากร้องห้ามแต่ปฏิกิริยาตรงกันข้ามเลยนะครับ ชอบให้ผมทำตรงนี้เหรอ ลามกนะครับเนี่ย” เขาบอกพลางหัวเราะเสียงดังรู้สึกขบขันกับท่าทางเอียงอายแต่กลับแอ่นหยัดเรือนร่างให้เขาเชยชม

นฤมลไม่คิดตอบโต้อีก เธอหลับตาลงหลีกหนีสายตาหยอกล้อของเขาซะเลย ถ้าไม่เห็นหน้าเขาเธอก็ไม่ต้องหงุดหงิด ไม่ต้องตื่นเต้นอยากรู้อยากเห็นว่าเขาจะทำอะไรต่อ มันแปลกนักหรือไงที่คนที่ไม่เคยจะรู้สึกอยากเรียนรู้ที่จะทำกับใครสักคน รู้ว่าเธอเขินอายกับเรื่องนี้ เขาก็ยังมีอารมณ์มาหยอกล้ออีก

หรือเขาอยากให้เธอไปทำกับคนอื่น?

ฮึ ต่อให้เขาต้องการเธอก็ไม่ทำแบบนั้นหรอก!

“ผมเลียให้นะตรงนี้น่ะ มันเปียกไปหมดแล้ว” คำพูดหยาบโลนของเขายิ่งทำให้ร่างกายเธอตื่นเต้น ใบหน้าหล่อเหลาก้มลงแนบติดกับช่อกุหลาบงาม ก่อนยื่นปลายลิ้นมาลากเลียแผ่วเบาผ่านเนื้อผ้า เขาดุนดันลิ้นกับปุ่มเนื้อเล็กๆตรงกลางกายคลึงเคล้นหนักเบาสลับกัน ทำเอาคนถูกกระทำสะดุ้งเฮือก เบิกตาโพลง สองมือตะปบบนศีรษะเขาจิกทึ้งเส้นผมพลางกดใบหน้าให้แนบติดกว่าเดิม

“อื้อออ อ๊ะ ตรงนั้น...อ๊าาาส์..”

“ตรงนี้เหรอครับ ผมทำให้นะ” เขาเผยยิ้มพอใจกับเสียงร้องไม่ได้ศัพท์ของหญิงสาวก้มหน้าก้มตาตวัดลิ้นรัวเร็วละเลงไปทั่วเนื้อสาว ก่อนเปิดชายเสื้อขึ้นลิ้นร้อนชื้นลากเลียลงบนกลีบเนื้อสาว สัมผัสโดยตรงให้ความรู้สึกทรมานวาบหวิวมากกว่าตอนสัมผัสผ่านเสื้อซะอีก

นฤมลหลับตาปี๋พลางเม้มปากแน่น เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดพรายขึ้นเต็มใบหน้า ทั้งเสียวกระสันและซาบซ่านรู้สึกดีเสียจนร่างกายสั่นระริก สะโพกกลมกลึงส่ายร่อนรับจังหวะรุกเร้าของเขา นัยน์ตาคมดำสนิทดุจรัตติกาลร้อนแรงประดุจกองไฟขนาดใหญ่จ้องเขม็งไปยังเรือนร่างบอบบางสั่นระริก สองขาถูกดันตั้งฉาก เขาคว้าจับมือเรียวให้เอื้อมมาแตะต้องน้ำหวานของตัวเองตรงแอ่งกลางกาย บังคับให้นิ้วเรียวสอดเข้าไปด้านในกดคลึงหมุนวน แล้วจับให้ขยับเข้าออกเชื่องช้าทำความรู้จักกับร่างกายตัวเอง

“อึก...ฮื้อออ ไม่...หยุดนะ ฉันไม่ชอบแบบนี้”

“เหรอครับ ไม่ชอบเหรอ ขนาดไม่ชอบยังขยับใหญ่เลย ดูสิครับ นิ้วของคุณหมอให้ความรู้สึกดีแค่ไหน แต่ว่า...มันสู้นิ้วของผมไม่ได้หรอกนะ”

เสียงหัวเราะหึในลำคอฟังดูน่าพรั่นพรึง ชายหนุ่มดึงเรียวนิ้วของหญิงสาวออกแล้วแทนที่ด้วยนิ้วแข็งกระด้างของเขา ทั้งขนาดและความยาวผิดกับลิบลับ ความเร็วในการจ้วงแทงเข้าออกก็รัวเร็วเสียจนเสียงหวานกรีดร้อง ร่างกายสั่นพร่า เส้นผมกระจัดกระจายเต็มหมอนตามแรงสะบัดใบหน้า ดวงตาปรือปรอยพร่ามัวไม่ต่างจากสมองที่ขาวโพลนเลอะเลือนไปแล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไร

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊า...ฮื้ออ อาา พะ...พอแล้ว ฉันไม่ไหว อื้ออ!

“อ่า...ซี๊ดด ขับออกมาอีกสิครับ เวลาผมเข้าไปจะได้ขยับง่ายๆ ต้องมากกว่านี้อีก หมอช่วยผ่อนคลายหน่อยนะครับ”

“ไม่ไหว ฉัน...จะไม่ไหวแล้ว ฮึก...ฮืออ อื้อ! อู๊ยยย หยุดนะ หยุด...อ๊าส์!!

ร่างของนฤมลกระตุกหลายครั้งติดเปล่งเสียงครางดังลั่นด้วยความสุขสม ใบหน้าแดงเรื่อเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ ร่างกายร้อนระอุเหมือนตกอยู่ในกองเพลิงราดซ้ำด้วยน้ำมันจนกระสับกระส่ายทรมาน นัยน์ตาสีนิลฉายแววหยาดเยิ้มเต็มไปด้วยไฟเสน่หาเร่าร้อน รัญจวนร่านรัก อยากให้เขาบุกทะลวงกระหน่ำเรือนกายเข้าใส่เหมือนผู้หญิงร่านราคะที่ผาดโผนในคาวโลกีย์

“ผมจะเข้าไปแล้วนะ คุณหมอเซ็กซี่หยาดเยิ้มขนาดนี้ ผมใจร้ายทิ้งขวางกลางทางไม่ลงหรอก” เขาหัวเราะอย่างชั่วร้าย เมื่อเห็นแววหวาดหวั่นหลังจากที่เห็นชายหนุ่มตั้งท่าจะผละห่าง เรียวขาสวยกลมกลึงจึงตวัดรัดเอาหนาออกแรงกดเข้าหาตัวเอง

“ถ้านาย....ยังกล้าพูดมากอีก ฉันจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้ แล้วก็อย่าหวังว่าจะได้ทำเรื่องแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง” น้ำเสียงเย็นเยียบสั่งเฉียบขาดแกมข่มขู่ ดวงตาหวานซึ้งลุกวาบน่ากลัวบ่งบอกว่าเรื่องที่พูดเธอเอาจริง จนทำให้คนมองเหยียดยิ้มกว้าง ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับทั้งขบขันทั้งดีใจกับความกระตือรือร้นของเธอ

“ผมไม่ปล่อยให้หมอกลับบ้านตอนนี้หรอก ในเมื่อเป็นเมียผมแล้วก็ต้องเป็นตลอดไป จะมาเป็นครึ่งๆ กลางๆ ไม่ได้ แล้วเรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิดขึ้นแค่สองครั้งแน่ เพราะผมจะทำมันทุกวัน ทำมันทุกที่ที่อยากทำกับคุณหมอ...” เสียงกระซิบแผ่วต่ำแหบพร่าแนบชิดกับเรียวปากอิ่ม ขณะดวงตาลึกล้ำสบประสานกับดวงตาแววหวาน ลมหายใจอุ่นร้อนสอดผสานกันเป็นหนึ่งเดียวจนหัวใจสองดวงเต้นแรงระทึกต้องหลบเลี่ยงกันไปคนละทาง

“พูดบ้าอะไรของนาย ชักทะลึ่งใหญ่แล้วนะ...” เสียงหวานแผ่วลงเรื่อยๆ พร้อมกับดวงตาที่หรี่ลงทีละนิด ก่อนจะปิดลงแน่นสนิท ความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นกะทันหันทำให้เธอรู้กลัวมากก็จริง แต่ก็ยินดีที่จะเปิดรับเขาเข้ามาในชีวิต เพราะเธอเชื่อว่าเขาจะทำทุกอย่างได้เพื่อเธอ เขาจะต้องไม่รังเกียจอดีตที่น่าสมเพชของเธอแน่

เธอเชื่อว่าเขาจะเป็นคนเดียวที่ฉุดลากเธอออกมาจากขุมนรกขุมนั้นได้แน่นอน...

ภาคินหันกลับมามองดูใบหน้าหม่นเศร้า ดวงตาเหม่อลอยของหญิงสาว ไม่ว่าในใจเธอจะมีเรื่องทุกข์ร้อนอะไรเขาก็ยินดีรับรู้มันและพร้อมที่จะช่วยเธอเสมอ เขายื่นมือฝ่ามือหนาไปแตะซีกแก้มขาวเนียนของเธอ ดึงสติที่หลุดลอยไปของเธอให้เข้าร่าง เมื่อเธอได้สติอยู่กับตัวแล้วเขาก็เอ่ยถามเรื่องที่คาใจอยู่ ร่องรอยบนตัวเธอเมื่อวานนี้ยังคงวนเวียนรบกวนใจเขาจนอัดอั้นไปหมด

“รอยแดงๆ บนตัวหมอเมื่อวานเป็นฝีมือใคร บอกผมได้ไหมครับ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยถามแผ่วเบา ดวงตาของเขาทอแสงอ่อนลงทั้งอ่อนโยนและอบอุ่นจนน้ำตาเธอคลอเบ้า ดวงตาทั้งสองข้างร้อนผ่าวอยากร้องไห้ออกมา เธอลองขยับปากพุดแต่ก็เหมือนเสียงจะติดอยู่ที่ลำคอ ริมฝีปากอิ่มสวยอ้าขึ้นหุบลงหลายครั้งติดแต่ก็ยังพูดอะไรออกไปไม่ได้

เธอพูดออกไปไม่ได้ ทั้งที่อยากบอกเขา เธอกลัวว่าเขาจะทนรับความจริงไม่ได้ ความจริงที่น่าสะอิดสะเอียน

เมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานจวนเจียนจะร้องไห้เต็มที ภาคินก็กดศีรษะเธอให้มาซบลงบนบ่า ชายหนุ่มเอ่ยปลอบเสียงเบาเลิกล้มความตั้งใจที่จะเคล้นเอาความจริงจากเธอ ในเมื่อเธอยังไม่พร้อมบอก เขาจะดึงดันให้ได้อะไร ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจไม่เลิกราซักถามจนได้เรื่อง แต่พอเห็นน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้าของเธอ ยังไม่ต้องรอให้รินไหล เขาก็เจ็บปวดใจอย่างน่าประหลาดแล้ว

“ช่างมันเถอะครับ เอาไว้คุณหมอพร้อมเมื่อไหร่ค่อยบอกผมตอนนั้นก็ได้ ผมจะ...ทำให้หมอลืมร่องรอย ลืมสัมผัสพวกนั้นเอง...”

เสียงเนิบนาบปลอบประโลม ก่อนที่วินาทีต่อมาจะแทนที่ด้วยสัมผัสอ่อนโยนทะนุถนอม ฝ่ามืออุ่นร้อนลูบไล้ต้นขาเนียน ส่วนมืออีกข้างก็เคล้นคลึงทรวงอกอิ่ม บีบขยำเต้างามนุ่มหยุ่นหนักหน่วง เรียวขาแกร่งเบียดเสียดกับต้นขาเนียน ก่อนสอดใส่ท่อนเนื้อร้อนกดกระแทกความแข็งแกร่งใส่กุหลาบช่อสวย กลีบเนื้อฉ่ำเยิ้มขมิบตอดรัดไว้แน่นหนาราวกับจะกักขังเขาเอาไว้เป็นตัวประกัน ทรมานเขาด้วยความหวานล้ำ เข่นฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น!

แกนเนื้ออวบใหญ่ดังกระทบเบียดเสียดกับช่องทางรัก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังผับๆ รัวเร็วหยาบโลนบ่งบอกถึงอารมณ์ปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน ดวงตาร้องแรงจ้องเขม็งเข้าด้วยกัน กลีบปากอิ่มเผยอค้างส่งเสียงครางรัญจวนใจ ซ่านเสียวร้อนระอุ บดอัดตอบสนองจังหวะรุกเร้ากระทบกระแทกของเขาอย่างกระตือรือร้น เสียงครางทุ้มต่ำสอดประสานกึกก้องดังระงมเข้าโสตประสานหูยิ่งส่งผลให้เลือดในกายสูบฉีด

ภาคินกระแทกกระทั้นท่อนเอ็นร้อนเข้าออกในกายสาวไม่หยุดพลางขยี้ขยำก้อนเนื้ออวบหยุ่นล้นมือเมามัน เรือนกายขย่มคร่อมทับเร่าร้อน โจนจ้วงเนื้อตัวท่อนล่างของหญิงสาวอย่างกระหาย ส่วนท่อนบนก็ไม่ปล่อยว่างเว้นขบกัดดูดดึงราวเด็กทารก ดูดจนสองแก้มตอบ ก่อนปล่อยกะทันหันจนก้อนเนื้อดีดเด้งกระเพื่อมไหวอยู่ตรงหน้า

“ทั้งขาวทั้งหวานเลยนะครับ ผมอยากเอาคุณหมอทุกวันเลย”

เพี๊ยะ!

ฝ่ามือบางสะบัดใส่ใบหน้าหล่อเหลาทันทีจนหันไปอีกข้าง ดวงตาของกวางป่าดูดุร้ายไม่ต่างจากแม่เสือที่อยากขย้ำคอคนตรงหน้ากับคำพูดหยาบคายไร้มารยาทสิ้นดี ภาคินแกล้งครวญครางด้วยความเจ็บ แม้ว่าฝ่ามือนั้นจะทำให้เจ็บแสบไปทั้งหน้าจนเขาแทบน้ำตาเล็ดเลยก็ตาม เขาตะปบสองมือขยำก้นนุ่มกดเข้าหาเรือนกายแนบแน่น แล้วโถมกระหน่ำลำรักเข้าหา สอดประสานรัวเร็วจนเสียงหวานครางระงม ร่างกายสั่นคลอนด้วยความกระสัน

นฤมลเบิกดวงตาค้าง มุมปากหยาดรินด้วยน้ำลาย เธอรู้สึกเหมือนจะขาดใจ ลมหายใจหอบกระชั้นขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางที่คับแน่นสั่นระริกบีบรัดเขาจนต้องเพิ่มแรง ริมฝีปากของพวกเขาค่อยๆ ขยับเข้าหากันโดยที่ดวงตาสองคู่เหม่อมองกันนิ่ง ไม่นาน...ทั้งปากทั้งลิ้นของพวกเขาก็นัวเนียกัน เกี่ยวกระหวัดรัดรึงกันแน่นหนา เรือนกายสอดประสานเชื่อมติดกันไม่ห่าง ไม่สนใจเลยสักนิดว่าตัวเองจะเหนื่อยล้าสักแค่ไหน

ราวกับเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ พวกเขาไม่รับรู้สิ่งใดอีกนอกจากกระโจนเข้าใส่กันและกัน

 

สิบสามนาฬิกาเป็นช่วงที่แดดจ้าส่องลอดเข้ามาในห้องสว่างจนเห็นสองร่างของหนุ่มสาวนอนกอดก่ายกันอยู่บนเตียง แผ่นหลังบอบบางของนฤมลถูกคนร่างสูงโปร่งอกเปลือยทาบทับ ความร้อนระอุแผ่ซ่านส่งตรงมายังหญิงสาวที่หลับสนิท ทว่ามารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ฝ่ามืออุ่นจัดเริ่มซุกซนแถวหน้าอกตัวเอง มือเรียวตะปบจับกุมมือร้ายนั้นเอาไว้แน่น ก่อนจะพลิกร่างหันมามองหน้ากัน สายตาของทั้งสองคนมองประสานกัน ก่อนที่หญิงสาวจะเป็นฝ่ายหลบสายตา

“ไม่แน่จริงนี่ครับ มาหลบสายตาผมทำไม” ภาคินประท้วงเสียงขบขันก่อนจับใบหน้าเรียวให้หันหลับมามอง ในดวงตาของหญิงสาวเคลือบแฝงไว้ด้วยไอหมอกบางๆ คล้ายกับปิดกั้นตัวเองเอาไว้อีกชั้นราวกับไม่ต้องการให้เขารู้ถึงตัวตนข้างใน

“ฉันหลบที่ไหน อยากมองก็มองไปสิ ฉันแค่ไม่ชอบโดนแสงเข้าตา มันแสบ” ถึงจะเป็นการเถียงข้างๆ คูๆ แต่ก็ยังดีกว่าให้อีกคนจับสังเกตได้ว่าเธอไม่อยากพูดคุยกับเขาตอนนี้ นฤมลแค่อยากหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นเข้มแข็ง อยากให้เขาใช้มันเพื่อปกป้องเธอและเป็นที่หลบภัยยามที่เธอต้องการใครสักคน

ดวงหน้าหวานซึ้งซุบเข้ากับหมอนใบโตหลังจากสลัดหลุดจากมือหนากระด้าง ดวงตามันวาวเปล่งประกายเศร้าหมองจมจ่มอยู่กับความทุกข์ที่ไม่อาจบอกใครได้ นอกจากปล่อยไว้ให้มันตกตะกอนอยู่ในใจ เธอก็แค่หวังว่าวันหนึ่งความทุกข์ระทมนี้จะหายไป เมื่อถึงเวลาความสุขอาจมาเยือนเธอแล้วจริงๆ เพียงแต่ตอนนี้มันต้องใช้เวลาเยียวยา

ให้ตายสิ ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นคนป่วยยังไงยังงั้นเลย

เป็นเธอเองที่จิตใจไม่ปกติ

“ถ้าหมอไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรครับ แต่ผมอยากให้หมอรู้ว่า ผมพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างหมอเสมอ ผมอาจรู้จักหมอได้แค่ไม่กี่วัน แต่ผมบอกได้จากหัวใจเลยว่าหมอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมอยากปกป้อง อยากดูแล อยากทำทุกอย่างให้หมอมีความสุขที่สุด ผมอาจไม่ใช่ผู้ชายที่ดีที่สุด แต่หมอไว้ใจผมได้ เพราะผมเป็นคนเดียวที่ไม่มีวันทำลายหมอ เชื่อใจผมนะครับ พร้อมเปิดใจเล่าทุกอย่างให้ผมฟังเมื่อไหร่ก็บอกได้ทุกเมื่อ ผมรอคอยหมอเสมอครับ”

เสียงของเขาทุ้มนุ่มรื่นหูน่าฟังทั้งอ่อนโยนทั้งอบอุ่นจนหัวใจเธอสั่นไหว หญิงสาวแนบใบหน้าติดกับหมอนยิ่งกว่าเก่าอยากปิดกั้นทุกเสียงที่ได้ยินจากเขาเพราะมันใกล้จะทะลวงหัวใจเธอทุกที นฤมลปิดเปลือกตาลงปล่อยให้มือหนาปลุกเร้าอารมณ์เธอให้พุ่งสูง เธอรู้ว่าเขาไม่ต้องการให้เธอคิดมากถึงได้หาเรื่องเบี่ยงเบนความสนใจโดยเอาเรื่องเซ็กส์มาเป็นเหยื่อล่อ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นเธอก็ยังเผลอหลุดเสียงครางผะแผ่วออกไปอยู่ดี

ดูท่าวันนี้เธอจะไม่มีโอกาสได้ลงจากเตียงแล้วสินะ

“ดะ...เดี๋ยวก่อน นี่ใจคอนายจะไม่ปล่อยให้ฉันได้พักผ่อนเลยรึไง ฉันเหนื่อยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะ ให้ฉันได้พักบ้างเถอะ”

“ถามร่างกายของหมอดูสิครับว่าอยากพักหรือเปล่า ไม่ใช่ว่าตอนนี้มันตื่นตัวเต็มที่แล้วหรอกเหรอ” ภาคินตีหน้าตาย เขาถามกลับด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เช่นเดียวกับดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับ ชายหนุ่มวาดมือหนาลงบนแผ่นหลังเนียนก่อนเคลื่อนไปสัมผัสกับความอวบหยุ่นสู้มือ ปลายนิ้วสะกิดเขี่ยยอดถันสีชมพูอ่อน ริมฝีปากได้รูปสวยกดนาบลงบนผิวกายนุ่มละมุนพลางลากไล้ปลายลิ้นเลียแถวซอกคอ

กลิ่นหอมของเธอเหมือนกับดอกไม้ที่กำลังเบ่งบานยามเช้ายังไงยังงั้น แล้วแบบนี้จะไม่ให้หลงได้ไง

“พอได้หรือยัง ฉันเหนื่อย”

“อีกนิดสิครับ อย่าห้ามผมสิ” เขาหลับหูหลับตาไม่สนใจเสียงห้ามปรามหวานหูของอีกคน ร่างเพรียวระหงบิดเร่าเบาๆ ใต้ร่างเขา สองมือบอบบางจิกกำเข้ากับผ้าปูแน่นมองดูก็รู้ว่ากำลังสะกดกลั้นอารมณ์แค่ไหน ไฟปรารถนากำลังเผาผลาญสติสัมปชัญญะของคุณหมอสาวให้ลุ่มหลงมัวเมาไปกับกิเลสตัณหา

ภาคินกระตุกยิ้มบางเบาบอกไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไรอยู่

เห็นอยู่ว่าทรมานแต่ก็ยังไม่ปริปากร้องขอความช่วยเหลือจากเขาสักคำเดียว จะใจแข็งไปถึงไหนครับ

นฤมลแอบกัดฟันแน่นด้วยความฉุนกึกกับความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจของเด็กหนุ่มด้านหลัง แผ่นหลังเนียนถูกลิ้มชิมจนเปียกชื้นเต็มไปด้วยคราบน้ำลายจนเธออยากจะหันไปซัดกะบาลเด็กบ้านี่สักเปรี้ยงสองเปรี้ยงโทษฐานที่ทำให้หลังสวยๆ ของเธอสกปรก แถมยังบังอาจมาทำลายภาพลักษณ์ของคุณหมอที่เธอสั่งสมมาซะดิบดีให้มัวหมอง

“จะหยุดได้หรือยัง” เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาช้าๆ ชัดๆ อย่างระงับอารมณ์คุกรุ่นและหวามไหวซึ่งพุ่งพรวดจู่โจมขึ้นมาพร้อมกัน ใจหนึ่งก็นึกโกรธความเอาแต่ใจของอีกฝ่าย แต่ใจหนึ่งก็ไม่เคยต้านทานความร้ายกาจของเขาได้เลย สรุปเธอแพ้ทางเด็กนี่หมดรูปเลยใช่ไหม

“ไม่หยุดหรอกครับ ตัวหมอหอมจะตาย ทำเอาผมอยากจับฟัดทั้งวันทั้งคืนเลย”

“เด็กอะไรทะลึ่งได้ขนาดนี้” นฤมลบ่นอุบก่อนจะเลิกใส่ใจการกระทำเอาแต่ใจของอีกคน ตอนนี้เธออยากหลับสักตื่นหัวสมองจะได้แล่นคิดอะไรออกขึ้นมาหน่อย

“หลับแล้วหรือครับเนี่ย...ถ้าอย่างนั้นก็ราตรีสวัสดิ์นะครับ” รอยยิ้มของเธอขยับกว้างขึ้น เมื่อข้างหูได้ยินเสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาด้วยคำพูดน่ารัก แม้จะเป็นประโยคเบสิกและดูจะใช้ผิดเวลาไปสักหน่อย แต่สำหรับความเอาใจใส่ของเขาก็คือความน่ารักที่เธอไม่ต้องการจากใครทั้งนั้น นอกจากเขาเพียงคนเดียว

“นายเองก็...ราตรีสวัสดิ์เหมือนกันนะ”

เสียงหวานกระซิบโต้กลับไปเบาๆ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะปิดลง เธอโยบนเรื่องไม่สบายใจทุกอย่างทิ้งไปโดยที่ขอจดจำสีหน้าและแววตาปลอบประโลมของอีกฝ่าย น้ำเสียงและการกระทำของเขาให้ความรู้สึกดีและปลอดภัยจนเธอไม่อยากจากไปไหนเลย

ขอบคุณที่ทำเพื่อฉันขนาดนี้นะ เด็กวายร้าย...


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha