บำเรอรัก บำบัดSEX [จบแล้ว]

โดย: อรุณรัศมี



ตอนที่ 8 : Part8 ผมจะอยู่เคียงข้างหมอเอง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Part8

ผมจะอยู่เคียงข้างหมอเอง

 

หลังจากวางสายไปแล้ว นฤมลก็ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ เธอไม่เคยนึกเลยว่าตัวเองจะมีสภาพกลายเป็นอย่างนี้ เมื่อก่อนเธอคิดมาโดยตลอดว่าพอออกมาจากสถานที่แห่งนั้นได้แล้ว ชีวิตของเธอจะต้องดีขึ้น จะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จะมีกินมีใช้ไม่ขาด ชีวิตของเธอจะกลายเป็นเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ที่มีพร้อมทุกอย่าง ได้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ผิด เธอได้ในสิ่งที่ต้องการจริงๆ หากแต่ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายกลับเป็นสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้

ให้เธอมีสามีคนเดียวกับแม่ เธอไม่มีวันทำได้หรอก

และเพราะเป็นแบบนั้นชีวิตของเธอจึงถูกมันคุกคามเรื่อยมา ต้องอยู่อย่างอกสั่นขวัญแขวน ต้องคอยระมัดระวังตัวทุกฝีก้าว แม้จะอาศัยอยู่ในบ้านของตัวเองก็ยังทำใจให้สงบไม่ได้ ทุกวันเหมือนเหยียบย่ำอยู่บนกองไฟรู้สึกร้อนรุ่มใจอยู่ตลอดเวลา แต่จะเรียกว่าบ้านซะทีเดียวก็ไม่ถูก ที่นั่นไม่ใช่บ้านของเธอ สำหรับเธอแล้วไม่มีที่ไหนเป็นบ้านของเธอเลย

จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอเขา ภาคินเป็นเด็กที่ค่อนข้างน่ารัก ถึงภายนอกจะดูขี้เล่นเรื่อยเปื่อย ไม่เป็นการเป็นงาน แต่ก็รู้จักทำให้คนรอบข้างยิ้มได้ รอยยิ้มของเขาสามารถสะกดให้คนที่เห็นสามารถมองได้ทั้งวันทั้งคืนก็ไม่รู้สึกเบื่อ เธอชอบความคิดเจ้าเล่ห์ของเขา ชอบดวงตาที่เปิดเผยทุกความรู้สึกให้เห็น เขาไม่เคยเก็บซ่อนความคิดและความรู้สึกที่มีต่อเธอ เขาชอบที่จะแสดงออกให้เธอเห็น และคงเป็นเพราะแบบนั้นเธอถึงได้ตกหลุมพรางของเขา ตกหลุมรักในความจริงใจของเขา

ในวันที่เธอเปิดใจยอมรับเขาเข้ามากลับเป็นวันที่ต้องเสียเขาไป เธอไม่อาจทำให้เขาเดือดร้อนได้ ไม่สามารถทนเห็นเขามองดูเธอด้วยสายตาผิดหวังเสียใจ เขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เธอเชื่อว่าเขาจะต้องเจอกับผู้หญิงดี ๆ แน่ ผู้หญิงที่มีพร้อมและเหมาะสมกับเขา ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ

เธอไม่มีคุณสมบัติที่คู่ควรกับเขาเลยสักอย่าง มิหนำซ้ำยังเป็นผู้หญิงที่แปดเปื้อนคนหนึ่ง ไม่มีค่าพอกับความรักของเขาหรอก ที่เธอมาหาเขาในวันนี้ก็เพื่อบอกลา แต่เธอจะไม่บอกให้เขารู้หรอกนะว่าเธอกำลังจะจากไป เพราะเธอรู้นิสัยของเขาดี ถ้ารู้ว่าเธอกำลังจะจากไปเขาจะต้องหาทางรั้งไว้แน่ ทางที่ดีเธอไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่า ขอแค่ได้เห็นหน้าเขาอีกสักครั้งเธอก็จะจากไปเงียบ ๆ หายไปจากชีวิตเขาตลอดกาล

หญิงสาวนั่งคอยอยู่ที่โซฟา ใบหน้าสวยผุดผาดซีดเซียวไร้สีเลือดปราศจากชีวิตชีวาเหมือนวันวาน ดวงตาบวมช้ำแดงก่ำ มีหยดน้ำแวววาวเคลือบอยู่ชั้นหนึ่ง ที่ข้างมุมปากมีรอยแดงเข้ม เห็นเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าถูกตบมา สายตาของเธอไม่รู้ว่าเหม่อลอยไปไหน แต่มันทำให้คนมองใจหายวาบหวาดกลัวว่าจะสูญเสียเธอไป

นฤมลยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับ ไม่รับรู้ด้วยซ้ำถึงการมาของอีกคน ภาคินที่เข้ามาเห็นภาพนั้นก็แทบหัวใจสลาย เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เห็นสภาพหมดอาลัยตายอยากแบบนี้ของเธอ ชายหนุ่มสาวเท้าเข้าไปใกล้ โดยไม่พูดอะไรก็คว้าร่างเธอเข้ามากอดแน่น ใบหน้าหล่อเหลาฝังเข้ากับซอกคอนุ่ม สูดกลิ่นกายหอมเย้ายวนเป็นเอกลักษณ์ของเธอ โอบกอดเรือนร่างของเธอไว้แน่นหนา เพื่อยืนยันว่าเธอยังอยู่ตรงหน้าไม่ได้หายไปไหน ไม่ใช่เพียงฝันไปหรือภาพลวงตา

ผู้หญิงที่เคยมองเขาด้วยสายตาอ่อนหวาน บัดนี้แทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว

แววตาเธอดูว่างเปล่าจนใจเขาสั่นสะท้านแทบไร้เรี่ยวแรงจะยืนต่อ เขาอยากจะทรุดร่างลงไป แต่ก็จำต้องยับยั้งไว้เพราะในเวลานี้เขาเป็นที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวของเธอ สาบานได้เลยว่าเขาจะไม่มีให้อภัยไอ้คนที่มันทำร้ายเธอแบบนี้ เขาจะต้องทำให้มันเจ็บปวดเจียนตายกับสิ่งที่มันทำไว้!

ภาคินหลับตาลงปกปิดแววตาเคียดแค้นของตัวเองไว้อย่างมิดชิด ด้วยกลัวว่าจะทำให้อีกคนตื่นตกใจ ถ้าบังเอิญได้เห็นเข้า จนเมื่อสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วเขาถึงได้ลืมตาขึ้นมา ก้มหน้าลงมองหญิงสาวในอ้อมแขน เธอที่เขาเคยรู้จักไม่สมควรเป็นอย่างนี้เลย ถึงจะระแวดระวังคนรอบข้าง ถึงบางครั้งจะดูเย็นชาไม่สนใจใครไปบ้าง แต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนแอที่แค่ลมพัดมาก็แทบจะปลิวหายไป ทั้งๆ ที่เธออยู่ในอ้อมแขนเขาแบบนี้ แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าเธอกำลังจะหลุดลอยหายไปตลอดเวลา

แค่คิดว่าจะต้องสูญเสียเธอไปเขาก็แทบคลุ้มคลั่งแล้ว เรื่องแบบนั้นเขาจะยอมให้เกิดขึ้นได้ยังไง!

“หมออย่าคิดที่จะหนีไปจากผมเลยนะครับ อย่าจากผมไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหมอ ผมก็จะคอยอยู่เคียงข้าง เราสองคนจะฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน ผมขอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ขอให้หมออยู่กับผม อย่าทิ้งผมไป ได้ไหมครับ ผมขอร้อง”

วินาทีนี้ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมกันอีกแล้ว เขารู้ดีว่าถ้าไม่รีบคว้าโอกาสนี้ไว้ เขาก็อาจจะสูญเสียเธอตลอดไปก็ได้ เธอเป็นคนยังไง เขาย่อมดูออกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องรีบพูดกับเธอให้รู้เรื่อง ต้องรีบบอกให้เธอเข้าใจว่าเขายินดีทำเพื่อเธอทุกอย่างเพื่อให้เธออยู่กับเขาตลอดไป

เขาสัมผัสได้ว่าเธอนิ่งไป ตลอดร่างแข็งทื่อเหมือนกับคาดไม่ถึงว่าเขาจะรู้เรื่องของเธอ ถ้าแม่ไม่มาโวยวายกับเขาถึงที่ เขาคงไม่รู้ว่าเธอถูกทำร้ายจนตัดสินใจที่จะจากไปแบบนี้หรอก

“ผมรู้ว่าหมอคิดจะทำอะไร เพราะฉะนั้นล้มเลิกความคิดนั้นเถอะครับ ผมไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่ มีอะไรก็บอกผมสิครับ อย่าคิดเองเออเองแบบนี้ ถ้าหมอทิ้งผมไปจริง ผมจะทนอยู่ได้ยังไง หมอจะให้ผมใช้ชีวิตอยู่ยังไงเมื่อไม่มีหมอแล้ว หมอคิดว่าจะผมจะมีความสุขได้ถ้าหมอจากไปงั้นเหรอ ผมไม่มีวันมีความสุข ตราบใดที่หมอยังมีความทุกข์อยู่แบบนี้ เรื่องทุกอย่างมีทางออกนะครับ ขอแค่หมออยู่ข้างๆ ผม ผมรับรองว่าจะไม่ปล่อยให้ใครทำอะไรหมอแน่นอน”

ภาคินพูดออกมายาวเหยียดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง ดวงตาคมกริบสบเข้ากับหญิงสาว ประกายตาฉายชัดถึงความมุ่งมั่นจริงใจ เปิดเปลือยทุกความรู้สึกให้เธอเห็นอย่างไม่คิดปิดบัง ภายใต้การปกป้องคุ้มครองจากเขา เขารับรองได้ว่าเธอจะต้องปลอดภัยและพ้นจากข้อกล่าวหาของคำว่า ฆาตกร

นฤมลทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ เมื่อได้ยินคำพูดมากมายของเขา เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไม่ติดขัด ไม่คิดพักหายใจเลยสักนิดราวกับกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้พูดออกมาอีกแล้ว เธอไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือหัวเราะดีกับความซื่อตรงของเขา ความจริงใจของเขาทำให้เธอซาบซึ้งจนน้ำตาไหลลงมา...ไหลอาบสองข้างแก้มไปจนถึงหัวใจ

ริมฝีปากอิ่มค่อยๆ ผุดยิ้ม ดวงตาคู่สวยทอประกายอ่อนหวานตรึงใจ เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา วินาทีนี้เธอรู้แล้วว่าตัวเองเกือบจะสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดลงไป เขาดีออกขนาดนี้ ทำเพื่อเธอมากมายขนาดนี้ ถ้าหากเธอหนีไปจากเขาจริง แล้วเขาจะอยู่ต่อไปยังไง จะใช้ชีวิตต่อไปได้ยังไง...

เสี้ยววินาทีต่อมา ริมฝีปากซีดขาวก็ประทับจุมพิตลงไปบนริมฝีปากหนา เรียวแขนสองข้างตวัดโอบเข้ากับลำคอแกร่งดึงรั้งใบหน้าคมคายให้โน้มลงต่ำเพื่อที่จะได้จูบเขาได้ถนัดมากขึ้น เธอเคล้าคลึงดูดดุนเรียวปากของเขาพลางบดเบียดเรือนกายเข้าหาอย่างสนิทสนม ดวงตาปรือปรอย ขนตางอนยาวกระพือเล็กน้อย เฉกเช่นเดียวกับหัวใจของเธอที่ลอยละล่องเคลิ้มฝัน สัมผัสนี้เต็มไปด้วยความวาบหวามจนรู้สึกวาบหวิว ทั้งยังนุ่มนวลและอ่อนหวาน จนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่ถูกเขาอุ้มเข้าข้างใน จวบจนแผ่นหลังสัมผัสกับความนุ่มของเตียงนอน ตอนนั้นแหละเธอถึงได้สติกลับคืนมา

“จะ...จะทำอะไรน่ะ” เธอถามเสียงสั่น ขณะที่หัวใจเต้นรัวเร็วจนแทบจะกระดอนออกมา อีกฝ่ายไม่ตอบแต่กลับลงมือถอดเสื้อผ้าของเธอออก ตอนแรกเธอดิ้นรนขัดขืนเพราะกลัวเขาจะเห็นสภาพน่าเกลียดของเธอ แต่พอเห็นสายตามุ่งมั่นไร้แววรังเกียจของเขา เธอก็ยอมนอนนิ่งๆ ปล่อยให้เขาจัดการกับเสื้อผ้าบนตัวเธอต่อไป

สายตาของเขาเมื่อกี้นี้คล้ายกับจะบอกว่าเขาไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ขณะเดียวกันก็ปลอบว่าไม่ต้องหวาดหวั่น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็พร้อมอยู่เคียงข้างเธอ

ทว่า...พอเธอเหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า แววตาของเขากลับเข้มขึ้น เธอเห็นความคลุ้มคลุ้งในดวงตาของเขา เห็นความเคียดแค้นเปี่ยมไปด้วยโทสะที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างให้สิ้นซากไปด้วยกัน ร่างของเธอสั่นเทาอดตื่นตระหนกกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหันของเขาไม่ได้ แล้วเมื่อลองคิดว่าถ้าเธอมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้เธอก็คงยอมรับไม่ได้เช่นกัน

จู่ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนจะหายใจไม่ออกคล้ายกับมีอะไรมากดทับที่หัวใจ ทั้งอึดอัดและทรมานกับความเจ็บปวดที่กำลังพุ่งเข้าโจมตี สุดท้ายแล้วเขาก็รับไม่ได้ ไม่มีผู้ชายคนไหนยอมรับได้หรอก ถ้าผู้หญิงของตัวเองไปพัวพันกับผู้ชายคนอื่น เธอยิ้มขื่น แทบหยุดยั้งตัวเองไม่ไหวไม่ให้หนีหายไปจากเขาเดี๋ยวนี้

ภาคินไม่ได้สนใจท่าทางสิ้นหวังของหญิงสาว ตอนนี้สายตาของเขาตกอยู่บนผิวขาวผ่องที่ปรากฏรอยแดงเป็นจ้ำไปทั่ว บางจุดมีรอยม่วงคล้ำ รอยขบกัดดูดเม้มเด่นชัดตรงซอกคอเรื่อยลงมายังยอดอก เพียงเท่านั้นร่างของเขาก็สั่นสะท้าน ดวงตาเย็นเยียบดำดิ่งสู่เหวลึกจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน เขาคำรามเสียงต่ำแทบอยากจะลุกออกไปจากตรงนี้ ตรงดิ่งไปหาไอ้คนชั่วที่กล้าทำร้ายเมียเขาจนแทบยับเยิน

โชคดีที่เขาระงับอารมณ์ไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นเธอคงเข้าใจผิดคิดว่าเขารังเกียจเธอ เอ๊ะ หรือว่าเธอคิดว่าเขารังเกียจเธอไปแล้ว

เมื่อลองลากสายตาขึ้นไปมองเธออีกครั้งก็เห็นนัยน์ตาคู่สวยสั่นไหว แววตาที่มองเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ เจ็บช้ำและแหลกสลาย หัวใจเขากระตุกรุนแรงรีบเอื้อมมือไปประคองใบหน้าเธอไว้ หน้าของเธอเล็กเท่าฝ่ามือเขาแลดูน่าสงสารจนชวนใจหาย เธอทั้งอ่อนแอและเปราะบางขนาดนี้ เขาจะกล้าลงมือทำร้ายเธออีกคนได้ไง แม้แต่จะทำร้ายจิตใจก็ยังไม่เคยคิดเลย

“ผมไม่ได้รังเกียจหมอนะครับ ไม่เคยคิดแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ หมอเชื่อผมเถอะนะครับ ไม่เป็นไร...ผมยังอยู่ตรงนี้ ผมไม่ทิ้งหมอแน่นอน”

“ฮึก...ฮือๆๆ”

ทันทีที่พูดจบเสียงร้องไห้ของเธอก็ดังระงมเสียดแทงเข้าโสตประสาทหูเขาจนเจ็บร้าว ชายหนุ่มโน้มร่างเข้ากอดรัดเรือนร่างเพรียวบาง กระชับเอาไว้ในอ้อมแขนแน่นราวกับกลัวว่าจะสลายหายไป แรงกอดรัดของเขาทำให้เธอหายใจแทบไม่ออก แต่ก็ไม่คิดผลักไสหรือสั่งให้เขาปล่อยตัวเธอไป อ้อมกอดของเขาให้ความรู้ดีและอบอุ่นปลอดภัย เธอคิดไปได้ยังไงนะว่าเขาจะรังเกียจเธอ ถ้าเขารังเกียจเธอจริง มันก็น่าจะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนนั้นแล้วสิ

ตอนที่เขาเห็นเธอในสภาพนี้ครั้งแรกก็ไม่เห็นจะแสดงท่าทีอะไรออกมาเลย นอกจากความห่วงใยทางสายตาและคำพูดปลอบโยนแล้ว เขาเห็นไม่เคยทำอะไรมากกว่านั้น ไม่มีการบีบบังคับให้เธอพูดออกมา ไม่มีการพูดจากถากถางทำร้ายน้ำใจกัน ไม่เคยดูหมิ่นเหยียดหยาม แล้วก็ไม่เคยมองเธอด้วยสายตารังเกียจเหมือนอย่างที่มันทำ

เขาดีออกอย่างนี้ เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีมากคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่รู้จักกันช้าเกินไป ถ้าเธอเจอเขาตั้งแต่แรกอาจจะตกหลุมรักเขาและรีบพาตัวเองออกไปจากขุมนรกขุมนั้นได้เร็วกว่านี้ เรื่องราวเลวร้ายพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอก แล้วตอนนี้จะทำยังไงดีล่ะ เธอจะถูกตำรวจจับไหม จะถูกขังคุกหรือเปล่า ตอนนี้เธอไม่อาจรู้ได้เลย

“ฉันจะทำยังไงดี ฮือๆ ฉันเผลอทำร้ายมันไปแล้ว ฉันจะถูกจับไหม จะถูกขังไหม” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นเอ่ยถามทั้งน้ำตา น้ำเสียงนั้นให้ความรู้สึกทรมานระคนหวาดกลัวจากเบื้องลึกของหัวใจ ภาคินตั้งใจฟังอย่างสงบ เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ฟังดูเหมือนเลวร้ายมากก็จริง แต่เขายังพอมีวิธีรับมืออยู่บ้าง ถึงยังไงก็ไม่ยอมให้เธอถูกจับเพราะปกป้องตัวเองแน่นอน

“ไม่ต้องกลัวนะครับ ใจเย็นๆ เรื่องทุกอย่างมีทางแก้เสมอ หมอไม่ได้เป็นคนลงมือทำร้ายมันก่อน เพราะฉะนั้นหมอไม่ผิด หมอแค่ป้องกันตัวเท่านั้น เชื่อใจผมนะครับ ผมจะต้องหาทางช่วยหมอได้แน่ ตอนนี้หมอหยุดคิดเรื่องนี้สักพัก มาให้ผมรักษาแผลก่อน ผมต้องลงมือสำรวจสักหน่อยว่าหมอบาดเจ็บตรงไหนบ้างรึเปล่า หยุดร้องไห้เถอะนะครับ”

ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่มนวลแหบพร่า ดวงตาอ่อนโยนจ้องมองคนใต้ร่างอย่างรักใคร่ปรากฏแววปรารถนาเร่าร้อนจางๆ คล้ายกับกองไฟที่พัดกระพืออยู่ในหุบเขา ที่จริงแล้วเขาไม่ได้มีความคิดจะรังแกเธอเลย แต่พอเห็นหลักฐานกระทำความผิดของไอ้ชั่วนั้น เขาก็อยากลงมือลบร่องรอยของมันออกไป ดังนั้นเขาจึงเริ่มสัมผัสเนื้อตัวเธอเบาๆ ค่อยๆ ลากไล้ฝ่ามืออุ่นร้อนไปตามผิวเนียนนุ่มรับรู้ถึงอาการสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเสียงครางสั่นพร่าจะหลุดออกมา เรือนร่างขาวผ่องบิดเร่าภายใต้เรือนร่างของเขา

ดวงตาคู่สวยปรือปรอยมองเขา นัยน์ตาเจือด้วยไฟปรานรถนาจาง ๆ ผสานกับแววหวาดหวั่นดูน่ารักน่าชังจนเขานึกอยากรังแก

“หยุดเถอะ แบบ...แบบนี้มัน...” เสียงหวานกระท่อนแท่นเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก ดวงตาดำขลับฉาบไว้ด้วยหยดน้ำดูแวววาวเย้ายวน แผ่กลิ่นอายแห่งอิสตรีเพศล่อลวงให้เสือร้ายที่แอบซุ่มกระโจนเข้าใส่อย่างคลุ้มคลั่ง ดวงตาคมกริบลึกล้ำขึ้น อารมณ์รักฟุ้งกระจายเข้าครอบงำจิตใจ เขารู้แต่เพียงว่าเวลานี้ต้องจับเธอกลืนกินลงท้อง ขบเคี้ยวไม่ให้เหลือแม้แต่กระดูก

สิ่งหนึ่งที่เขาต้องทำคือการยืนยันว่าเขาไม่ได้รังเกียจเธอ เขาจะรังเกียจเธอได้ยังไง ในเมื่อพอเห็นดวงตาหวานซึ้งของเธอคู่นั้น เขาก็ราวกับถูกตาข่ายครอบลงมาให้ตกอยู่ในหลุมเสน่หา เฝ้าวนเวียนคิดถึงแต่เธอคนเดียว

“เป็นการพิสูจน์ไงครับว่าผมไม่ได้รังเกียจหมอ แล้วผมก็อยากให้หมอรู้ด้วยว่าผมชอบทุกส่วนบนร่างกายหมอ ชอบจนถึงขึ้นคลั่งไคล้เลยล่ะครับ วิธีเดียวที่จะรักษาคุณหมอได้ก็คงมีแต่วิธีนี้...ให้หมอรักษานะครับ ตอนนี้ขอผมเป็นหมอบ้าง ส่วนหมอก็เป็นคนไข้ที่ต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน”

“พูดอะไรบ้าๆ หมอที่ไม่ได้จบหลักสูตรการแพทย์จะมารักษาคนอื่นซี้ซั้วได้ไง” เธอแย้งกลับมาเสียงสั่น ส่วนเขาก็ยิ้มอย่างเบิกบานใจ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวก้มหน้าลงจูบฟัดนวลแก้มนุ่มนิ่มของเธอ

“รักษาได้สิครับเพราะผมจบหลักสูตรเพศศึกษาระดับไฮคลาส รับรองว่าสามารถใช้เซ็กส์บำบัดผู้ป่วยได้ สามารถทำให้คนไข้ลืมไปเลยว่าเคยเจออะไรมา แต่จดจำได้แต่ผมที่กำลังทำอะไร ตรงนี้ ตรงนี้ และตรงนี้ให้หมอรักษานะครับ คนไข้ต้องเป็นเด็กดีเชื่อฟังหมอนะ”

“ใครเขาอยากเป็นคนไข้ของนายกัน อึก เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะ” เธอโวยวายเสียงดังด้วยใบหน้าแดงก่ำ แต่มีหรือที่เขาจะสน เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอพลางทำสายตาเจ้าเล่ห์ใส่ ใบหน้าคมคายฉายแววชั่วร้าย ในดวงตาเต็มไปด้วยไฟพิศวาสที่กำลังลุกฮือ

“โทษฐานที่คนไข้ดื้อกับหมอจะต้องถูกลงโทษนะครับ เพราะฉะนั้นก็รับเอาทั้งหมดของผมไปเลย ผมจะรักษาอย่างเต็มที่จนหมอลืมเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปจนหมดเลย เตรียมตัวพร้อมแล้วนะครับ อืม...ตรงนี้ของคนไข้ดูเหมือนจะพร้อมแล้ว ถ้างั้นหมอฉีดยาให้นะครับ”

“หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ! นายจะทะลึ่งเกินไปแล้ว” เธอแหวเสียงหลงพร้อมกับปัดมือเขาออกจากหว่างขา เขาเผยยิ้มชั่วร้ายพลางลงน้ำหนักมือเล่นงานเธอต่อไป

“ถ้าไม่ทะลึ่งแล้วจะได้กินเหรอครับ เอ๊ย! หมอจะได้รักษาเหรอ โธ่...อย่าดื้อกับหมอสิครับ มาครับ จะเริ่มลงมือรักษาอย่างเต็มสูตรแล้วนะ”

สิ้นเสียงพูด คนร่างสูงก็ไม่สนใจอะไรอีกก้มหน้าลงปิดปากของคนใต้ร่าง เริ่มกระทำการรักษาอย่างกระตือรือร้น ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มอ่อนจาง ทั้งเจ้าเล่ห์และร้ายกาจจนคนมองนึกหมั่นไส้ แต่ครั้นจะตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาและขัดขวางการรุกรานเร่าร้อนที่เขามอบให้ เธอก็ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ดวงตาของหญิงสาวทวีความร้อนแรงมากขึ้นราวกับถูกฉุดรั้งให้ตกอยู่ในกองเพลิง หากแต่เพลิงนั้นกลับไม่ได้ทำให้รู้สึกเจ็บปวดแต่ซาบซ่านทุรนทุราย ยิ่งเวลาผ่านไปกลับยิ่งกระโจนเข้าไขว่คว้า ยิ่งได้มายิ่งอยากครอบครอง

ช่างเถอะ ในเมื่อเขาไม่รังเกียจที่จะมีอะไรกับเธอ ยอมเชื่อในความบริสุทธิ์ของเธอ เธอก็ยินดีที่จะตอบแทนด้วยความรักทั้งหมดที่มี มอบหัวใจทั้งดวงเอาไว้ในกำมือเขา

เธอเคยคิดว่าถ้าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เขาจะเป็นยังไง เธอสามารถให้คำตอบได้เลยว่าคนคนนั้นไม่มีทางรับได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น คนคนนั้นจะต้องไม่เชื่อเธอ ต่อให้เธอจะถูกทำร้ายมาหรือไม่ก็ตาม ผู้ชายคนนั้นจะต้องไม่มีวันยอมรับเธอ ซึ่งผิดกับเขาที่เป็นอยู่ตอนนี้ ต่อให้เธอถูกทำร้ายมาจริงเขาก็ยังพร้อมที่จะอ้าแขนรับ ยอมรับไม่ว่าเธอจะเจออะไรมาก็ตาม

เธอเลือกรักคนไม่ผิดหรอก ระยะเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ ต่อให้รู้จักกันแค่วันสองวัน แต่ถ้าใจมันรัก มันบอกว่าใช่ ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรแล้ว

ภาคินมุ่งมั่นอยู่กับรักษาเมียตัวเองอย่างเต็มเหนี่ยว พุ่งทะยานเข้าหาอย่างดุดัน คุล้มคลั่ง และทรงพลัง ราวกับจะยืนยันว่าเขาไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แม้ว่าเธอจะผ่านเรื่องอะไรมา ความรู้สึกของเขายังคงเหมือนเดิม เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขารู้สึกอยากทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้ อยากปกป้องเอาไว้ในกำมือ อยากดูแลเอาใจมากที่สุดอย่างไม่เคยเป็นกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน

เมื่อก่อนเขาก็เคยรู้สึกดีกับผู้หญิงคนหนึ่ง เคยทำทุกอย่างให้ แม้ว่าจะถูกเธอปฏิเสธรับรัก แต่เขาก็ยังทำต่อไป จนกะทั่งวันหนึ่งเขาได้รู้ความจริงว่าทั้งหมดมันคือการหลอกใช้ เธอไม่เคยรู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งที่เขาทำ ตอนนั้นเขารู้สึกว่าตัวเองโง่มาก ในวันที่เธอพาคนรักตัวจริงที่แอบคบกันมานานมาเปิดตัว วันนั้นหัวใจเขาก็แทบไม่รู้สึกอะไรอีกเลย มองทุกอย่างอย่างไร้อารมณ์ แสร้งแสดงสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่รู้สึกอะไร

ไม่มีใครรู้เลยว่าในวันนั้นเขาเจ็บช้ำแค่ไหน

แล้วในวันที่เขาเปิดโปงความจริงว่าคนที่เธอรักไม่เคยรักเธอเลย มันก็แค่เห็นเธอเป็นของเล่น รู้ไหมว่าสุดท้ายเขาได้อะไรกลับคืนมา เธอด่าทอเขาสารพัด บอกว่าเขานี่แหละที่ทำให้เรื่องของเธอต้องพังลง และนี่เป็นสาเหตุที่จนถึงปานนี้แล้วทำไมเขายังเรียนไม่จบสักที เพราะเขาช้ำใจจนไม่สามารถเรียนต่อได้ยังไงล่ะ

ตลอดห้าปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อย ไร้แก่นสาร และรู้สึกว่ามันช่างเป็นเรื่องที่โง่เง่าจนเขาอยากจะตะโกนด่าตัวเอง ยอมรับเลยว่าที่ผ่านเขาทำตัวไร้สาระสุดๆ ไปเลย

การที่ได้มาเจอกับนฤมล เขาคิดว่ามันคงเป็นเพราะสวรรค์ลิขิตมาแล้วน่ะสิ ผู้ชายที่หัวใจด้านชาอย่างเขากลับมีโอกาสได้พบรักครั้งใหม่ ถึงเธอจะไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เธอเป็นคนที่ทำให้เขาอยากเริ่มต้นใหม่ อยากใช้หัวใจตรองดูอีกครั้งว่าความรักครั้งนี้จะต้องไม่เหมือนอย่างที่ผ่านมา เธอจะเข้ามาเติมเต็มทุกอย่างให้มันสมบูรณ์ขึ้น

ใบหน้าหล่อเหล่าในเวลานี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยน ดวงตาคมกริบทอดมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างอบอุ่น นุ่มละมุน และให้ความรู้สึกปลอดภัยจนเธอสัมผัสได้ หัวใจดวงน้อยพลันสั่นไหวไปวูบหนึ่ง ก่อนจะเต้นเป็นจังหวะตึกตัก เสียงดังเสียจนผู้เป็นเจ้าของแอบนึกหวั่นในใจกลัวว่าใครอีกคนจะได้ยินเข้า แล้วหาเรื่องหยอกล่อตัวเอง

ดวงตาอ่อนหวานสบประสานเข้ากับนัยน์ตาลึกล้ำ แววตาของคนร่างสูงในเวลานี้ดูร้อนแรงราวกับจะแผดเผาคนมองให้มอดไหม้ ราวกับจะฉุดรั้งให้อีกฝ่ายตกลงไปในหลุมพรางร้ายที่ยากจะตะเกียกตะกายขึ้นมา นฤมลรู้สึกว่าเธอกำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น เขามีเสน่ห์ดึงดูดอย่างร้ายกาจ มีดวงตาที่ทรงเสน่ห์ลึกล้ำยากจะคาดเดาความรู้สึก ภายนอกอาจดูขี้เล่นเข้าถึงง่าย แต่ความจริงแล้วเกลับเข้าถึงยาก และดูลึกลับอย่างน่าหวั่นใจ

ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ดูดีเหมือนหน้าตาหรอกนะ เขาแค่เก็บซ่อนความร้ายกาจเอาไว้อย่างมิดชิดเท่านั้นเอง

“จะหยุดได้หรือยัง...” เสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อย เมื่อเวลาผ่านไปได้ราวๆ หนึ่งชั่วโมงแล้วแต่เขายังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด มิหนำซ้ำยังดูจะคึกคักและกระตือรือร้นมากเป็นพิเศษเหมือนกับว่ากินเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ กินเท่าไรก็ไม่รู้จักอิ่มสักที เขาทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเปรียบเสมือนกวางตัวน้อยที่เป็นอาหารอันโอชะของเสือร้ายอย่างเขายังไงยังงั้น

เขาทำให้เธอหายใจหายคอแทบไม่ทันแล้ว!

“จะหยุดได้ยังไงครับ ในเมื่อผมยังกินไม่อิ่มเลย” รอยยิ้มใสซื่อถูกขุดออกมาใช้ แต่กลับทำให้คนมองรู้สึกหมั่นไส้จนต้องยกมือขึ้นหยิกต้นแขนเขาแรงๆ

หมับ!

“โอ๊ยยย! ผมเจ็บนะครับ หมอมาหยิกผมทำไม!

“เจ็บสิดี นายจะได้เลิกทำตัวรุ่มร่ามไม่ให้เกียรติฉันสักที ถึงยังไงฉันก็อายุมากกว่านะ ช่วยทำตัวสำรวมมากกว่านี้หน่อยได้ไหม” เธอขึงตาใส่พร้อมทั้งร่ายยาวให้เขาฟังด้วยสีหน้าจริงจัง แววตาฉายชัดถึงความเคร่งเครียด ทว่า...ดูเหมือนเขาจะไม่สนใจฟังและทำคิดจะฟังกันเลยด้วยซ้ำ!

ไอ้เด็กบ้านี่ เขาเห็นเธอเป็นตัวอะไรกันแน่ เธอไม่ใช่กวางนะเขาจะได้จับกินอยู่ตลอดเวลา ให้เธอได้พักหายใจบ้างเถอะ เธอแทบจะสลบเหมือดคาอกเขาอยู่แล้ว!

“ผมรู้ครับว่าหมอเหนื่อย แต่หมอต้องอดทนอีกนิดนะครับ ผมใกล้จะเสร็จแล้ว”

ภาคินบอกเสียงอ่อนพลางมองคนใต้ร่างด้วยความเห็นอกเห็นใจ ทว่าในดวงตากลับฉายแววเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ ริมฝีปากหยักขึ้นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น เขามองดูใบหน้าสวยหวานที่เปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ มองดูดวงตาวาบวับที่มีเสน่ห์เย้ายวนคู่นั้นไม่กะพริบ ริมฝีปากอิ่มเต็มที่เผยอค้างเปล่งเสียงครางหวานแว่วให้ได้ยิน ยิ่งกระตุ้นให้อารมณ์เขาเตลิดไปไกล เขาไม่ปฏิเสธว่าเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่ง แถมยังเป็นผู้หญิงที่ผู้ชายคนไหนได้เข้าใกล้แล้วอยากจะจับ กิน อยู่ตลอดเวลา

นฤมลเป็นผู้หญิงที่สวยมาก แค่เธอเดินผ่านหน้าก็มีผู้ชายนับร้อยอยากหมอบราบใต้เท้าเธอแล้ว นับประสาอะไรกับผู้ชายอย่างเขาที่ได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับเธออยู่ทุกวัน เธอไม่มีทางรู้หรอกว่าเขาแทบคลั่งทุกครั้งที่เธอมองมา ต่อให้เธอเหยียบย่ำเขาไว้ใต้ฝ่าเท้า เขาก็ยินดีที่จะยอมรับมัน

เชื่อหรือเปล่าล่ะว่าเท้าเธอทั้งเนียนทั้งนุ่ม แค่เขาลองจินตนาการว่าฝ่าเท้าคู่นั้นเหยียบลงมาบนแผงอกตัวเอง เลือดลมก็ฉีดพล่าน หัวใจสั่นสะท้านจนแทบลืมหายใจ

สะโพกแกร่งบดเบียดรุกคืบเข้าใส่กุหลาบช่องามไม่หยุดหย่อน ราวกับจะตอกย้ำความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างกันและประกาศความสัมพันธ์ที่คลุมเครือก่อนหน้าให้ชัดเจน ร่างเพรียวบางบิดส่ายอย่างเย้ายวน ดวงตาคู่สวยปรือปรอยหวานฉ่ำราวกับจะหลั่งน้ำหวานออกมาได้ทุกเมื่อ ยิ่งเสียงครวญครางไพเราะเสนาะหูของเธอยิ่งปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนแห่งบุรุษเพศให้พุ่งทะยานสูงขึ้น เสียงคำรามทุ้มต่ำดังสนั่นไปทั่วห้องคล้ายสัตว์ป่าตัวใหญ่ประกาศชัยชนะให้กับเหล่าศัตรู

ในช่วงจังหวะที่เธอรู้สึกเหมือนจะขาดใจ เขากลับยิ่งบีบคั้นให้เธอเดินมาสู่ปากเหว ก่อนจะฉุดกระชากลงไปพร้อมกัน สองขาของเธอสั่นระริก ริมฝีปากเผยอค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เนื้อตัวแข็งเกร็งตอบรับทุกสิ่งที่เขามอบให้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกภาพตรงหน้าพร่าเบลอ ยังไม่ทันได้พูดอะไรสติก็ดับวูบ สลบเหมือดคาอกเขาจริงๆ

ถ้าเขาจะปรานีเธอบ้าง ครั้งหน้าก็ช่วยเล่นงานเธอให้น้อยลงหน่อยเถอะ ถึงจะรู้ว่าเขาความต้องการสูง แต่เกรงว่าร่างกายเธอจะรับไม่ไหวน่ะสิ

ชักเริ่มเสียใจแล้วนะที่มารักเขา...

ทำไมถึงได้หื่นกามอย่างนี้

เมื่อเห็นหญิงสาวอ่อนเพลียจนหลับสนิทไปแล้ว ชายหนุ่มก็ถอนกายออกมาพลางก้มหน้าลงมองน้ำรักที่ล้นทะลักออกมาจากปากทาง เขากระตุกยิ้มเล็กน้อยรู้สึกภาคภูมิใจไม่ได้กับความอึดทนนานของตัวเอง นี่เป็นอีกหนึ่งความต้องการของเขา อีกไม่นานเขาก็จะเรียนจบแล้ว เขาอยากลงมือสร้างอนาคตร่วมกันกับเธอสักที แต่ก่อนอื่นก็ต้องหาทางกำจัดมารชีวิตอย่างมันออกไปซะก่อน

ไอ้ศักดิ์ชาย...คนชาติชั่วอย่างมันเขาจะจัดการไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเอง!

นัยน์ตาคมกริบเปี่ยมไปด้วยความรักลึกซึ้ง...

ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรให้มากความ เพราะการกระทำที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดอยู่แล้วว่าเขาคิดยังไง

เขารักเธอ...รักที่แปลว่ารักจริงๆ...

 

ร่างสูงผละออกห่างจากร่างนุ่มนิ่มของหญิงสาว ก่อนจะก้าวลงจากเตียงเดินตรงไปทางห้องน้ำด้วยเรือนร่างเปลือยเปล่า แววตาสงบนิ่งจนดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปยืนอยู่ใต้ฝักบัว เอื้อมมือไปหมุนเปิดก๊อกน้ำปล่อยให้สายน้ำเย็นฉ่ำรดอาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ช่วยบรรเทาความตึงเครียดของร่างกายและสมองให้กลับมาใช้งานได้อย่างปกติดังเดิม

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก เขาจะทำอะไรผลีผลามไม่ได้ เพราะผลกระทบที่ตามมาจะทำลายชื่อเสียงเธอจนย่อยยับ และเขาไม่มีวันยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ตอนนี้เธอยังไม่รู้ข่าวตัวเอง แต่ถ้ารู้เมื่อไหร่ สภาพที่เห็นอยู่วันนี้อาจจะแย่ลงกว่าเดิม

นฤมลเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็ง แต่ก็ยังอ่อนแอเกินกว่าจะรับเรื่องร้ายๆ นี้ไหว

ก่อนอื่นเขาต้องสืบหาประวัติของเธอ อดีตที่เธอไม่ยอมบอกเขา ไม่เคยคิดจะเล่าให้เขาฟัง ตอนแรกเขารู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่พอมาคิดดูมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอที่จะไม่เล่าให้ใครฟัง บางทีอดีตที่ว่านั่นอาจจะไม่ได้สวยงามจนต้องหยิบยกเอามาเล่าให้ใครฟัง

หลังจากอาบน้ำเสร็จคนร่างสูงก็เดินกลับออกไปทางห้องนอน ในนั้นมีตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ ซึ่งบรรจุเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเขา สไตล์การแต่งตัวค่อนข้างเรียบง่าย และไม่พิถีพิถันสักเท่าไหร่ เขาไม่ใช่พวกเจ้าสำอางที่ต้องรักสวยรักงามจนเกินพอดี เห็นหน้าตาเขาขี้เล่นทะเล้นแบบนี้ จริงๆ แล้วก็แค่ผู้ชายปากจัด โมโหร้ายคนหนึ่ง แต่ช่วงหลังไม่ค่อยได้ใช้ก็เท่านั้น

เมื่อจัดการตัวเองเสร็จ ภาคินก็มาทรุดร่างนั่งลงที่โซฟาด้านนอกพร้อมกับคว้าโทรศัพท์มาโทรหาใครคนหนึ่ง นักสืบเอกชนคนนี้ไว้ใจได้แน่นอน เพราะว่ามันเป็นเพื่อนเขา ที่สำคัญยังเป็นเจ้าของบริษัทอีกด้วย มันชอบทำตัวเป็นนักสืบ เขาก็จะให้มันได้เป็นสมใจ

[ร้อยวันพันปีไม่เคยโทรหา จู่ๆ ผีห่าซาตานที่ไหนเข้าสิงถึงได้โทรหาฉันได้] ประโยคแรกที่มันทักก็แทบทำเอาเขาแทบอยากจะซัดมันแล้ว ไอ้อาสนะ เพื่อนสนิทของเขาเอง

“มีเรื่องให้ช่วยนิดหน่อย”

[เรื่องไรวะ ปกติไม่เห็นจะพึ่งฉันเลย แสดงว่าเรื่องต้องใหญ่มาก ถึงได้ต่อสายหาฉัน ว่าแต่มันเรื่องอะไร ดูเหมือนแกจะร้อนใจเสียเกินนะ]

“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดี ฉันมีเรื่องอยากให้แกสืบหน่อย” ภาคินตรงเข้าประเด็นอย่างไม่คิดอ้อมค้อม เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เขาไม่มีอารมณ์มาต่อล้อต่อเถียงกับมันหรอก

[เรื่องไรที่ทำให้เพื่อนร้อนใจได้ ต่อให้ยากลำบากแค่ไหน ฉันก็จะสืบมาให้แก] ปลายสายทำเสียงจริงจังหนักแน่น แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความกวนประสาทในน้ำเสียงของมัน แต่ช่างเถอะ ไม่ว่ามันจะรู้สึกยังไงก็ปล่อยไป ถ้าไม่ติดว่าจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ เขาไม่มีทางง้อมันหรอก

“สืบเรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง เรื่องราวในอดีตของเธอ ฉันต้องการได้ประวัติทั้งหมดของเธอภายในวันพรุ่งนี้”

[ฉิบหายละ ทำไมมันเร่งด่วนอย่างนั้นวะ!]

“เมียกำลังเดือดร้อนอยู่ จะชักช้าได้ไงวะ” ทันทีที่เขาตอบกลับไปแบบนั้น ปลายสายก็เงียบไป มันคงกำลังอึ้งทึ้งไม่คิดว่าเขาจะยอมพูดออกมาตรงๆ เรื่องนี้สำคัญกับเขามาก ไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องปิดบังมัน

[ได้ๆ เดี๋ยวจะจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ ว่าแต่เมียแกเป็นใครวะ ชื่ออะไร รีบบอกเพื่อนมาเร็ว]

“จะรู้ไปทำไมวะ บอกให้ไปสืบก็ไปสืบมาดิ แอบคิดอะไรกับเมียฉันรึเปล่า” ภาคินตวัดสายตาขุ่นขวางมองโทรศัพท์ในมืออย่างจับผิดราวกับจะมองให้ทะลุไปถึงคนทางนั้น ขณะที่น้ำเสียงก็ดุดันไม่ชอบใจ เมื่ออีกฝ่ายถามถึงเมียตัวเอง

อาสนะแอบกลอกตาใส่โทรศัพท์บ้าง เขาเพิ่งรู้ว่ามันอาการหนักขนาดนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนลูกน้องของเขาเพิ่งมาบอกว่ามันไม่วอแวกับผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังพาไปนอนค้างที่คอนโดด้วย ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไร  ปกติมันก็ควงคนนู้นคนนี้ไปทั่วอยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าวันนี้มันจะออกมายอมรับว่ากำลังคบหาดูใจกับเธอ ดูท่าว่าผู้หญิงคนนั้นคงสำคัญมาก มันถึงได้ร้อนใจอย่างนี้

อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องถามเลยด้วยซ้ำว่าเธอคนนั้นชื่ออะไร เพราะลูกน้องเขามันสืบมาให้หมดแล้วว่าเธอเป็นใครมาจากไหน ประเด็นเด็ด ประเด็นร้อนอย่างนี้ เขาต้องรีบหาข้อมูลเตรียมเผื่อไว้อยู่แล้ว เดี๋ยวเวลาที่เพื่อนคนไหนถามจะได้ตอบได้ถูกไง แอบเสือก แอบเผือกนิดหนึ่ง ซึ่งมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรอยู่แล้ว เพราะถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนไม่ดี เขากับคนอื่นๆ จะได้เตือนมันทัน แต่ถ้าเอเป็นคนดีก็ปล่อยให้คบกันไป เรื่องง่ายๆ แค่นี้ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้ยากเลย

แต่เขาไม่มีวันบอกเรื่องนี้กับมันหรอกนะ ไม่อย่างนั้นคงถูกด่าหูชา ยิ่งตอนนี้มันเลื่อนสถานะให้เอกลายเป็นเมียไปแล้ว เขาก็ยิ่งต้องเก็บเป็นความลับเอาไว้

ขืนให้มันรู้ว่าเขาแอบสืบประวัติเมียมัน มีหวังเขาได้ถูกมันฆ่าตายแน่

ดูเหมือนว่าเธอคนนี้จะเพิ่งมีเรื่องมานะ ข่าวเพิ่งออกเมื่อบ่ายนี้เอง ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ เห็นมันร้อนใจเจียนคลั่งเขาก็ชักอยากบอกมันแล้วสิ แต่ว่า...อารมณ์ร้อนอย่างนี้ขืนบอกให้รู้ไปจะไม่แย่ไปกันใหญ่เหรอ รอให้มันใจเย็นลงกว่านี้แล้วกัน

[จะขี้หึงอะไรขนาดนั้น ฉันไม่ได้คิดจะจีบเมียแกสักหน่อย แต่ที่อยากรู้ชื่อนี่ก็เพื่อเอาไปสืบหาประวัติ แล้วถ้าแกไม่บอกจะให้ฉันงมหาเอาหรือไง]

“ไม่ใช่ว่าแกรู้อยู่แล้วหรอกเหรอว่าเธอชื่ออะไร อย่ามาทำเป็นแกล้งโง่ รีบสืบรีบหา เรื่องนี้ฉันรีบมาก เมียฉันถูกใส่ร้ายจะให้เย็นยังไงไหว ได้เรื่องแล้วก็โทรมาบอกด้วย เรื่องอื่นฉันอาจใจร้อน แต่เรื่องนี้ฉันใจเย็นมาก แกไม่ต้องเป็นห่วงฉัน สืบได้ความก็ส่งมาเลย ฉันจะได้หาทางโต้กลับทัน”

[เออๆ พรุ่งนี้เช้าจะส่งให้ ยังไงคืนนี้ก็นอนปลอบเมียไปก่อนแล้วกัน แล้วก็อย่าลืมย้ำกับตัวเองซ้ำๆ ว่าเมียแกจำเป็นต้องพึ่งแก ถ้าทำให้ใจตัวเองเย็นลงไม่ได้ หนทางชนะก็อยากว่ะ งานนี้ต้องพึ่งสมองล้วนๆ]

“อืม แล้วแกก็ช่วยตามสืบเรื่องของมันด้วยนะ ฉันต้องการขุดเอาตั้งแต่เรื่องในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องเลวทรามของมัน ได้เยอะเท่าไหร่ยิ่งดี แค่นี้แหละ แล้วเจอกัน ฉันจำเป็นต้องพึ่งแก”

[ซาบซึ้งมากเลยว่ะเพื่อน! ถ้าไม่เกิดเรื่องนี่คงจะลืมฉันไปแล้วสินะ]

“โทษทีที่แกสำคัญน้อยกว่าเมียฉัน ฉันก็เลยไม่สนใจแก ฝากบอกคนอื่นด้วยว่าฉันมีเรื่องอยากให้ช่วย อีกวันสองวันจะไปหา เตรียมตัวไว้ให้พร้อมด้วยแล้วกัน”

[ชอบใช้งานพวกฉันตลอด แล้วเจอกัน บาย]

“บาย”

ภาคินวางสายไปด้วยใบหน้าเป็นกังวล เรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งชื่อเสียงของหญิงสาวและชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนี้ เขาไม่เสียใจที่จะต้องลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อเปิดโปงพฤติกรรมเลวทรามของมัน ต่อให้ต้องลากคนอื่นลงเหวไปด้วยเขาก็จะทำ เขาเชื่อว่าไม่ได้มีแต่เธอเท่านั้นที่ถูกทำร้าย แต่ก่อนอื่นเขาต้องมีหลักฐานมายืนยันซะก่อนวาข้อสันนิษฐานของเขาไม่ได้ผิดพลาด มันมีพฤติกรรมเข้าข่ายโรคจิตที่ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิงหรือคู่นอนของมันนั่นเอง

ส่วนเรื่องของเธอเขาไม่คิดมากอะไร เธอถูกทำร้ายเลยป้องกันตัวเท่านั้น ขอแค่หาหลักฐานมายืนยันความผิดของมันได้ เธอก็จะพ้นผิดกลายเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารที่ต้องการเอาตัวรอดจากคนร้ายเท่านั้น

 ถ้าเขายัดมันเข้าตารางไม่ได้ เขาไม่ยอมเลิกราแน่ คนอย่างมันมีแต่คุกเท่านั้นที่จะทำให้มันสำนึกได้

เอาล่ะ เขามองเห็นทางสว่างแล้ว เรื่องนี้แค่ใช้เส้นสายอีกนิดหน่อยก็ได้เรื่องแล้ว หึๆ

คิดจะแอ้มเมียเขา กลับไปตายแล้วเกิดใหม่ก็อย่าฝัน!

 

 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


สนุกมากเรยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
สนุกมาเรยค่ะ
โดย Anonymous | 2 years, 2 months ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha