cover

บอดี้การ์ดของคุณหนู


Xiaobei


niyayrak_coin  นิยายเรื่องนี้ไม่ได้เปิดรับเหรียญกำลังใจอยู่ในขณะนี้

 22        0       niyayrak_coin 0



จากผู้อ่าน 0 คน.

แต่ไหนแต่ไรมามีแต่คนตามใจเธอ ปลอบโยนเธอ แต่ผู้ชายคนนี้กลับรังแกเธอ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษสักนิด


พูดคุยกันได้ที่ : FB Group : หอน้ำชาเสี่ยวเปย


บทนำ

เขาได้รับบาดเจ็บ

ความเจ็บปวดรุนแรงระเบิดออกทุกจุดทั่วร่าง ส่วนที่สาหัสที่สุดก็คือศีรษะ เลือดที่พุ่งออกมาไหลลงมาตามใบหน้า บดบังทรรศนวิสัยของเขาราวกับหน้ากากสีแดง ทำให้เขามองสิ่งรอบกายไม่ชัด

เขาจัดการไปได้กี่คนแล้ว?

หกคน?

หรือว่าแปดคน?

เขาคว่ำคนร้ายที่มีฝีมือล้ำเลิศทุกคน แต่นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะร่วมมือกันเปิดสงครามหมู่ ทำให้เขารับมือได้ยากลำบากยิ่งนัก แถมยังเจ็บหนักเพราะเหตุนี้ด้วย

ต่อให้คนเหล่านั้นล้มลงกับพื้นจนหมด เขาก็ขยับไม่ได้เช่นกัน กระดูกซี่โครงหลายซี่น่าจะหักแล้วทิ่มเข้าไปในปอด เลือดไหลออกมาไม่หยุด เขาไออย่างแรง บ้วนเลือดสดๆ ออกมาเต็มปาก และทุกครั้งที่ไอ แผลที่ศีรษะก็ยิ่งปวดมากขึ้นเรื่อยๆ

เจ้านั่นใช้อะไรโจมตีศีรษะของเขา?

ก้อนอิฐที่สมควรตายหรือ?

สายตาของเขาพร่ามัว สติสัมปชัญญะก็เลือนลางขึ้นเรื่อยๆ แต่กลับพยายามครองสติอย่างสุดชีวิต หลายครั้งที่พยายามลุกขึ้น แต่กลับล้มลงอย่างแรงอีกครั้ง นอนแผ่อยู่กลางกองเลือด

จะหมดสติไปไม่ได้!

เขาต้องกลับไป!

มีคนรอเขาอยู่ เขาต้องกลับไปให้ได้

มีคน...

การรับรู้ของเขายิ่งมืดลงเรื่อยๆ

ใครกันคนคนนั้นทำไมถึงรอเขาอยู่?

เป็นผู้ชายหรือผู้หญิงอายุน้อยหรือมากเขาจำได้แต่เพียงต้องกลับไป แต่สสารไร้รูปกำลังรบกวนความคิด ในตอนแรกเป็นหมอกสลัว ต่อมาเปลี่ยนเป็นเหมือนผ้าตาข่ายอ่อนนุ่ม ต่อมาเป็นกระดาษ จากนั้นเป็นไม้ เป็นเหล็ก...

ในที่สุดเขาก็หมดสติเพราะเสียเลือดมากเกินไป

ส่วนหน้าตาและเรือนร่างที่อยู่ในสมองนั้นก็ถูกผนึกไว้อย่างแน่นหนา เขาดิ้นรนอยู่หลายครั้งแต่กลับยังคงครองสติไม่ได้ เขาตกอยู่ท่ามกลางการหมดสติขั้นรุนแรง แม้แต่การรับรู้สุดท้ายก็ถูกตัดขาด ร่วงลงสู่ความดำมืดไร้ขอบเขต


บทที่ 1

สิบวันก่อน

 

เดิมทีนั่นควรเป็นวันปกติธรรมดาวันหนึ่ง

ดวงอาทิตย์เจิดจ้าแสบตาของฤดูร้อนถูกผ้าม่านขนหงส์สีชมพูฟ้าหนาหนักกั้นไว้ด้านนอก ห้องนอนขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยวอลเปเปอร์สีครีมเรียบหรู ไม่ได้รับอิทธิพลจากความร้อนนอกหน้าต่างเพราะเครื่องปรับอากาศปรับอุณหภูมิจนสบาย

ผ้าห่มฤดูร้อนลายดอกที่ทำจากผ้าไหมคลุมอยู่บนร่างบางที่นอนหลับลึก เส้นผมดำขลับสยายอยู่บนหมอนสีขาว ขนตาเป็นแพยาวโค้งไม่ขยับแม้แต่น้อย กำลังเคลิบเคลิ้มอยู่ในความฝันอันแสนหวาน

ทันใดนั้น เสียงเคาะหนักๆ ก็ดังมาจากประตู

ก๊อก!

บานประตูหนาหนักขยับไหว มือจับทองเหลืองส่งเสียงเบาๆ

ก๊อก! ก๊อกๆ!

ซูชิ่ง”

เสียงเรียกดังขึ้นพร้อมกับเสียงเคาะประตู

ฝันหวานถูกทำลาย เธอที่อยู่บนเตียงตกใจตื่นขึ้นทันที กึ่งเซกึ่งล้มลงจากเตียง แม้แต่รองเท้าแตะก็ยังไม่ทันได้สวม วิ่งไปข้างประตูด้วยความเร็วสูงสุดแล้วเปิดประตูออกโดยเร็ว

นอกประตูมีหญิงสาวงดงาม ใบหน้าแฝงความโกรธ เส้นผมที่ดัดเป็นลอนใหญ่รับกับทั้งตัวจนดูสวยหยาดเยิ้มเป็นพิเศษ

เธอยังจะนอนอีกนานเท่าไรพวกเราตื่นกันตั้งนานแล้วเนี่ย” เธอยู่ริมฝีปากแดงเรื่อ ชายใดได้เห็นเข้าต้องอยากจะจุมพิตความงามนี้

ฉันจะลุกเดี๋ยวนี้” ซูชิ่งข่มความง่วงงุน ไม่กล้ามองผ้าห่มด้วยกลัวว่าใจไม่แข็งพอแล้วจะถูกกองทัพหนอนขี้เซาโจมตีจนพ่ายแพ้อีกครั้ง ต้องกลับไปนอนหลับลึกต่อบนเตียง “ขอไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนนะ”

เร็วๆ หน่อยล่ะ!” คนงามสั่งแล้วย่างกรายจากไป

ห้องนอนกลับสู่ความเงียบสงบ ซูชิ่งเดินไปข้างเตียง สวมรองเท้าแตะอยู่บ้านที่สานจากต้นกกแล้วรีบเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ เธอเปิดก๊อกน้ำ สาดน้ำเย็นพรมใบหน้าติดกันหลายครั้งถึงจะต้านการบุกรุกของหนอนขี้เซาได้ เธอล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว แปรงผมยาวสลวยจากนั้นรวบครึ่งศีรษะแล้วใช้ปิ่นไม้ตะโกปักไว้อย่างง่ายๆ หน้าผากขาวเนียนมีเส้นผมร่วงลงมาแต่ไม่ดูยุ่งเหยิง เส้นผมส่วนที่เหลือทิ้งตัวลงราวกับเส้นไหมชั้นดี

หลังตรวจสอบความเรียบร้อยที่หน้ากระจกเสร็จ เธอถึงได้ออกจากห้องน้ำแล้วเดินไปยังห้องอาหาร

ม่านของห้องอาหารและห้องรับแขกถูกเปิดกว้างไว้นานแล้วจึงไม่มืดเหมือนห้องนอน แสงแดดสาดส่องเข้ามาด้านใน ทุกแห่งสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบ บนพื้นไม้ประดู่แม้แต่ฝุ่นสักเม็ดก็ไม่มี

ข้างโต๊ะอาหารไม้แท้หนาหนักมีเก้าอี้ไม้หนาหนักที่แกะสลักอย่างโอ่อ่าเก้าตัววางอยู่ สี่ตัวในนั้นมีคนนั่งอยู่แล้วทั้งหญิงและชาย แต่ละคนดูอ่อนวัยทันสมัย ทานอาหารในบ้านก็ยังแต่งกายอย่างพิถีพิถัน ทุกคนต่างอยู่ในชุดที่เป็นที่นิยมที่สุดในฤดูนั้น

อรุณสวัสดิ์ทุกคน” เมื่อเทียบกันแล้ว ชุดเดรสผ้าฝ้ายเนื้อบางแขนกุดสีเหลืองอ่อนลายดอกที่ซูชิ่งสวมใส่เพียงให้สบายตัวนั้น แม้จะเรียบง่ายอยู่มาก แต่ก็ดูสง่างามเช่นกัน

สิบเอ็ดโมงกว่าแล้ว” เจียหมิงพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องผู้กำลังอ่านข่าวเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่างภาษาหลายฉบับอยู่วางหนังสือพิมพ์ลงแล้วเงยหน้าขึ้น คิ้วเข้มน่ามองขมวดแน่น “ปิดเทอมฤดูร้อนของปีสองเพิ่งจะเริ่มได้ไม่กี่วัน เวลาพักผ่อนของเราก็วุ่นวายไปหมดแล้ว เมื่อคืนนี้นอนดึกอีกแล้วหรือ?”

อืม” เธอตอบเสียงเบามาก ศีรษะก้มต่ำลงเรื่อยๆ มือเล็กคลำเปะปะไปบนโต๊ะ รินน้ำอุ่นแก้วหนึ่งแล้วจิบทีละคำๆ อย่างเนิบช้า

ภายใต้แสงอาทิตย์เจิดจ้า เพียงมองก็เห็นใบหน้างามพิสุทธิ์อย่างหมดจด เส้นผมสีดำขลับตัดกับผิวขาว เนียนละมุนและเปราะบางราวกับเครื่องกระเบื้องชั้นเลิศ แต่ขณะเดียวกันกลับทำให้ขอบตาดำคล้ำยิ่งชัดเจนขึ้น ใต้แพขนตายาวแต่กำเนิดคือดวงตากลมโตที่ตัดสีดำขาวเห็นได้ชัด ริมฝีปากเล็กสีแดงระเรื่อ

เมื่อคืนเจียหรูจัดปาร์ตี้ที่โรงแรม บ้าคลั่งจนดึกดื่นค่อนคืนถึงได้เมากลับบ้าน ทำไมเจียหรูกลับตื่นเช้ากว่าเราอีก?” พี่ชายถาม เขามีร่างสูงโปร่ง สวมชุดสูทพอดีตัวเป็นพิเศษ ยามนั่งจึงปลดกระดุมสูทตัวนอกออกอย่างสบาย

นั่นน่ะสิ” เจียหรูพี่สาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอบ่นอย่างน่ารัก “ตอนเที่ยงฉันยังมีนัดกับซีอีโอของไท่หย่ากรุ๊ป เราไม่ตื่นแล้วใครจะช่วยฉันจัดชุดกับเครื่องประดับ?”

จะมีผู้ชายต้องพบเคราะห์อีกแล้ว” เจียเย่าน้องชายผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอนั่งยิ้มอย่างชั่วร้ายอยู่อีกด้าน “ซูชิ่ง เธออย่าช่วยพี่แต่งตัวอีกนะ ให้พวกผู้ชายดูหน่อยว่าสุภาพสตรีที่มีชื่อเสียงเรื่องแฟชั่นที่นิตยสารยกยอกันนั้น ความจริงแล้วไม่มีรสนิยมเลยสักนิด”

ผู้ชายปากเสีย อย่ามายุให้พวกเราแตกกันนะ!” เจียหย่าน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องเข้าสู่สงคราม “นายไปประชุมที่บริษัทก็เคยให้ซูชิ่งดูชุดให้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นแม้แต่จะผูกไทเส้นไหนก็ยังไม่รู้เลย”

ฉันทำเพื่องาน แต่พวกเธอกำลังเล่นสนุก” เจียเย่าตอบโต้

ฮึ ตอนประธานกรรมการของลี่ฉวนกรุ๊ปเตรียมลาออกคราวที่แล้ว ก็เป็นเพราะฉันเดตกับลูกชายคนเล็กของเขาถึงล้วงข้อมูลมาได้ ทำให้บริษัทรีบถอนทุนออกทันที ไม่อย่างนั้นนายคงต้องหิ้วหัวไปพบผู้ถือหุ้นแล้ว” นิ้วเรียวประดับคริสตัลของเจียหรูผลักจานผลไม้ไปด้านข้าง “อ่ะ นี่ฮันนี่พีชที่เธอชอบกิน เพิ่งจะส่งมาจากหลีซานเมื่อวานนี้”

ขอบคุณค่ะ” ซูชิ่งหยิบส้อมเงินขึ้นจิ้มเนื้อท้อหวานฉ่ำส่งเข้าปาก ลิ้มรสผลไม้ที่ถูกปากที่สุดของฤดู

จะว่าไป ทำไมเธอถึงตื่นสายขนาดนั้น?” เจียหย่ามองพลางกะพริบขนตาที่หมดเงินและเวลาไปไม่น้อยในการเชิญคนเสริมความงามต่อให้ยาวโค้งเป็นแพหนา เอนกายเข้ามาอย่างใครรู้

เวลาสิ้นสุดการประมูลของงานประมูลทางอินเทอร์เน็ตงานหนึ่งกำหนดไว้ตอนตีสอง” ฮันนี่พีชรสชาติหวานฉ่ำทำให้เธอทานคำแล้วคำเล่า ทันทีที่ไม่ระวังน้ำหวานเปื้อนคางจึงรีบหยิบกระดาษเช็ดหน้าบนโต๊ะมาเช็ดให้สะอาด “ดังนั้นเมื่อคืนนี้ฉันเลยนอนตั้งแต่สองทุ่ม แล้วตื่นมาเข้าร่วมการประมูลตอนเที่ยงคืน”

เจียหรูและเจียหย่าอยู่ในช่วงเวลาสาวสะพรั่ง ต่างก็ล้วนดื่มด่ำกับความงามในวัยเยาว์ เที่ยวเล่นอย่างเต็มที่ วนอยู่ระหว่างปาร์ตี้มากมายและงานเลี้ยงหรูหรา มีชายหนุ่มรุ่นสองหรือรุ่นสามจากครอบครัวร่ำรวยที่ขับรถหรูราคาสูงลิ่วซึ่งมีภูมิหลังโด่งดังมาตามจีบ แต่เธอกลับไม่ค่อยสนใจจึงเข้านอนแต่หัวค่ำทุกคืน

เธอก็เป็นเสียอย่างนี้ ทุกครั้งที่ชวนไปเที่ยวก็ต้องบอกว่ามีธุระไม่อยากออกไปข้างนอกตลอด” เจียหย่าจู๋ปาก สองตาประกายแวววาว “เด็กผู้หญิงอายุสิบเก้าบ้านไหนที่จะนอนหลับตั้งแต่สองทุ่มพูดไปก็ไม่มีใครเชื่อ”

ซูชิ่งรักความสงบมาตั้งแต่เล็กแล้ว” เจียหมิงสรุป

แม้จะบอกว่าเล่นสนุก แต่งานเลี้ยงที่มีเหล่านายน้อยของตระกูลร่ำรวยและบริษัทที่มีชื่อเสียงนั้นมักเต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีอันจอมปลอม ดูภายนอกแล้วเปล่งประกายแวววาวน่าหลงใหล แต่จิตใจมากเล่ห์ ต่างคนต่างมีเป้าหมาย พี่น้องครอบครัวเดียวกันอย่างพวกเขารับมือได้สบาย แต่ญาติผู้น้องคนนี้กลับไม่เคยคุ้นชินเสมอมา

แต่อย่างไรก็ต้องบังคับตัวเองด้วย อย่าให้นอนไม่พอ” ดวงตาสีนิลเรียบสนิทกวาดมองใบหน้าเล็ก

ได้ค่ะ”

พี่ใหญ่ไม่ต้องทำหน้าดุแล้วน่า!” เจียหย่าชะโงกเข้ามาใกล้ ใช้ความออดอ้อนสลายอารมณ์กรุ่น “รีบบอกมาเร็ว เมื่อคืนนี้เธอซื้ออะไรมาได้?”

อำพันเก่าแก่ที่แกะสลักแบบนูนต่ำเป็นรูปมังกรร้อยกว่าชิ้น” เธอพูดตามความจริง ดวงตาเป็นประกายเมื่อเอ่ยถึงรางวัลจากสงคราม “แม้ในนั้นจะมีชิ้นที่เสียหายหลายชิ้น แต่ชิ้นที่สมบูรณ์เหล่านั้นล้วนอยู่ในสภาพดีและมีบรรจุภัณฑ์สมบูรณ์ มีลายเสื่อมสภาพอย่างของโบราณ”

ทำไมถึงซื้ออำพันเก่า?” นัยน์ตาสีดำยังคงมองเธอนิ่งไม่เบนไปไหน เขาไม่ถามราคา แต่ถามจุดประสงค์

อำพันเป็นหนึ่งในสมบัติเจ็ดอย่างของพุทธศาสนา เป็นสิ่งที่มีมูลค่าที่ทุกคนยอมรับมาแต่โบราณ บวกกับต้นปีหน้า พระราชวังโบราณจะจัดงานนิทรรศการวัฒนธรรมต้าเหลียว ในบรรดาของที่ฝังไปพร้อมกับพระศพขององค์หญิงเฉินกั๋วมีทับทรวงอำพันสองเส้น ใช้ด้ายเงินร้อยเม็ดอำพันหลายร้อยเม็ดและรูปสลักอำพันหลายสิบชิ้นเข้าด้วยกัน แบ่งเป็นชุดในและนอกสองชุด เม็ดที่ใหญ่ที่สุดหนักถึงหนึ่งร้อยกรัม” เธอเล่าอย่างละเอียด นัยน์ตาดำขลับเปล่งประกาย “หลังงานนิทรรศการปีหน้า ราคาอำพันเก่าแก่ในตลาดระหว่างประเทศต้องพุ่งขึ้นแน่ นอกจากเก็บสะสมแล้วก็จะเป็นการลงทุนที่ดีด้วย”

อ๊า รอให้ถึงเวลาที่ได้รับคำเชิญร่วมงานนิทรรศการ ฉันกับพี่จะได้สวมอำพันเก่าแก่ออกงาน!” เจียหย่าหัวสมองแล่นเร็ว ดีใจจนยิ้มกว้าง

พี่ใหญ่รักซูชิ่งที่สุด พวกเราซื้อของอะไรก็จะถูกด่า มีแต่เธอที่ซื้ออะไรก็ได้ ต่อให้ซื้อลูกแก้วกลับมา พี่ใหญ่ก็ยังชมเธอ” เจียเย่าจิบกาแฟ ในน้ำเสียงของชายชาตรีแฝงความน้อยใจ

นั่นเป็นลูกปัดแก้วเคลือบของเอเชียตะวันออก ไม่ใช่ลูกแก้วซะหน่อย” เธออดแย้งไม่ได้

ก็ดูแล้วเหมือนลูกแก้วนี่นา!”

พี่ใหญ่ทิ้งประโยคเยียบเย็นออกมา

เป็นเพราะนายตาไม่ถึง”

สองสาวพี่น้องก็เข้ามาร่วมวงด้วยเช่นกัน

ลูกปัดแก้วเคลือบลงทองล็อตนั้นทำในซีเรีย อายุเก่าแก่ วิธีการทำก็เลยขาดการสืบทอด” สิ่งของที่ซื้อเข้ามาทุกล็อตมักจะมูลค่าพุ่งสูง ส่วนของชั้นดีจะถูกใช้ในเสื้อผ้าเครื่องประดับของพวกเธอ ของทุกชิ้นล้วนทำให้ผู้หญิงคนอื่นทั้งชื่นชมและอิจฉา

เจียเย่าที่ถูกไฟสงครามสาดใส่จึงนั่งดื่มกาแฟอย่างเงียบๆ กลืนความขมขื่นลงท้องไปจนหมด

อำพันจะส่งมาถึงเมื่อไร?” พี่ใหญ่ถาม สิบนิ้วสอดประสานอยู่ตรงหน้าคิ้วเข้มและดวงตาสดใส

เอ่อ...ต้องเช็คในแล็ปท็อปก่อนถึงจะยืนยันได้ค่ะ”

โต๊ะอาหารมีกฎของโต๊ะอาหาร นั่นก็คือการห้ามใช้คอมพิวเตอร์หรือมือถือ พี่ใหญ่คำพูดหนักแน่นดั่งเทือกเขาหิมาลัย ทุกคนต่างก็เคารพกฎอย่างว่าง่าย ไม่ต้องพูดถึงการท้าทายเลย แม้แต่ใจที่อยากจะแหกกฎก็ยังไม่กล้ามี

คนเดียวที่จะทำให้พี่ใหญ่เว้นกฎได้เป็นกรณีพิเศษมักเป็นเธอ

ไปหยิบแล็ปท็อปมา” น้ำเสียงทุ้มลึกกล่าว

ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นแต่กลับปิดปากแน่น ไม่มีใครสักคนที่กล้าต่อว่าว่าพี่ใหญ่ลำเอียง

ซูชิ่งรีบลุกขึ้นไปหยิบแลปท็อปในห้องหนังสือมา เมื่อกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง เจียหรูก็เดินกลับมาจากตู้เย็น วางเหยือกแก้วหนาหนักลงบนโต๊ะแล้วหยิบถ้วยชาออกมาหลายใบ

นี่เป็นชาดำเตียนหงจินหยาชงเย็นที่ฉันชงไว้ก่อนไปจัดปาร์ตี้เมื่อคืนนี้” มือที่แต่งเล็บอย่างเกินงามรินน้ำชาให้ทุกคน ท่าทางสง่างามคล่องแคล่ว น้ำชาสีน้ำตาลปนทองส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมายามรินใส่ถ้วยชา

ซูชิ่งจิบไปคำหนึ่ง ลิ้มรสอย่างพิถีพิถัน รู้สึกถึงความหอมที่แตกต่างจากตอนชงร้อน

แต่พี่ใหญ่มีความเห็นอีกแล้ว

เพิ่งตื่นนอนอย่าเพิ่งดื่มชาเย็น”

ฉันแค่ดื่มนิดเดียวเอง”

ครั้งนี้พี่ใหญ่ไม่พูดอะไร แต่ยื่นมือที่ตัดแต่งสะอาดเรียบร้อยออกมายกถ้วยชาที่เธอดื่มไปคำหนึ่งก่อนหน้านี้ขึ้นแนบริมฝีปากแล้วดื่มลงไปจนหมด สายตาจับจ้องอยู่ที่ดวงตาของเธอตลอดเวลา

ไม่รู้ทำไมน้ำชาเย็นเฉียบที่อมอยู่ในคอพลันร้อนขึ้นมาทันที! เธอรีบกลืนลงไปแล้วเบนสายตาออกตามจิตใต้สำนึก แต่แล็ปท็อปกลับส่งเสียงดังออกมา

กริ๊งๆ!

บิ๊บๆ!

ติ๊ดๆๆๆ...

อีเมล เฟซบุ๊ค วีแชทและไลน์ของเธอมีข้อความมากมายเข้าพร้อมกัน เสียงเตือนจากโปรแกรมต่างๆ ดังขึ้นในเวลาเดียวกันไม่หยุด

ไม่รู้ทำไมหน้าจอคอมพิวเตอร์ถึงได้เปลี่ยนเป็นสีขาว อักษรสีดำปรากฏขึ้นมา

หนีเร็ว!

อักษรจีนสองตัว สัญลักษณ์หนึ่งตัว

เธอยังไม่ทันได้กะพริบตา หน้าจอก็เต็มไปด้วยตัวอักษรสีดำ ทั้งหมดล้วนเป็นข้อความซ้ำๆ

หนีเร็ว! หนีเร็ว! หนีเร็ว! หนีเร็ว! หนีเร็ว! หนีเร็ว! หนีเร็ว!

ไม่เพียงหน้าจอโทรศัพท์ แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็เต็มไปด้วยข้อความ หัวเรื่องของทุกฉบับเหมือนกันหมด

หนีเร็ว!

ตัวอักษรเปลี่ยนเป็นสีแดงที่ทำให้ใจคอไม่ดี ขนาดอักษรก็เปลี่ยนจากเล็กเป็นใหญ่ กะพริบอยู่เบื้องหน้าไม่หยุด เธอกดแป้นพิมพ์ตามจิตใต้สำนึก หน้าจอถึงได้กลับมาเป็นดังเดิม แล้วเสียงเตือนก็หยุดลงทันที

เกิดอะไรขึ้น?” เจียเย่าที่ยื่นมือมายาวเหยียดจิ้มฮันนี่พีชชิ้นหนึ่ง หยุดการเคลื่อนไหวเพราะเสียงรบกวนดังลั่น

ดูเหมือนคอมพิวเตอร์จะติดไวรัส” เธอไม่ค่อยแน่ใจ ดวงตาคู่งามงงงัน

เธอใช้โปรแกรมต้านไวรัส ไม่มีทางติดไวรัสได้หรอก” เจียเย่ากล่าวอย่างมั่นใจ


# ชื่อตอน

เล่มที่คนอื่นอ่าน


captcha