บิ๊กบอสสอนรัก

โดย: nimmaradee



ตอนที่ 2 : นกน้อย


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

2. นกน้อย

 

            เทียนสิบเก้าเล่มถูกเป่าดับลงพร้อมเสียงปรบมือของหนุ่มสาวที่รายล้อมอยู่รอบโต๊ะ หญิงสาวใบหน้าสวยหวานผู้เป็นเจ้าของวันเกิดสวมเสื้อยืดรัดรูปสีฟ้าอ่อนกับยีนส์ขาเดฟสีขาว

วันนี้เป็นวันเกิดของเธอ และพรุ่งนี้ก็เป็นวันวาเลนไทน์ วันแห่งความรักสำหรับใครทั่วโลกด้วย แต่ นก สกุณา ยังไม่มีคนรัก ชายหนุ่มที่เข้าคิวรอจะปลูกต้นรักกับเธอก็ยังต้องรอต่อไป เพราะหญิงสาวให้ความสนิทสนมกับหนุ่มๆ เหล่านั้นในฐานะ เพื่อนเท่านั้น

“สุขสันต์วันเกิดนะนก”

“ขอบใจนะ” สกุณารับของขวัญจากเพื่อนๆ ที่รวมตัวกันจัดงานวันเกิดปีนี้ให้เธอ เค้กวันเกิดขนาดย่อมร่อยหรอลงไปเกือบ หมดรวมทั้งเครื่องดื่มหลายชนิด

“ไปฉลองต่อกันข้างนอกเถอะนก ยังไม่อิ่มเลย” กนกอร หรือ เก๋ ออกปากชวน โดยมีเสียงสนับสนุนหลายเสียง 

ห้องเช่าในแมนชั่นแห่งนี้แคบลงถนัดตาเมื่อเพื่อนสนิทยกโขยงกันมาเยือน สกุณาอาศัยอยู่ที่นี้กับญาติผู้พี่ฝ่ายมารดา คือ พิยดา หรือ ดา หญิงสาวทำงานอยู่ที่บริษัทพัฒนาอสังหาริม- ทรัพย์ชื่อดังระดับโลกแห่งหนึ่ง ที่มาเปิดสาขาประจำประเทศไทยได้หลายปีแล้ว และเป็นบริษัทที่สกุณาใฝ่ฝันอยากจะทำงานด้วย

“จะดีเหรอ กว่าจะไปจะมาก็ดึกพอดี” สกุณาอยากปฏิเสธเพราะไม่ชอบเที่ยวกลางคืน

“นั่นสิ พี่ว่าถ้ายังไม่อิ่ม ให้ใครออกไปซื้อมากินกันต่อก็ได้”

พิยดาเสนอความคิด เพราะไม่อยากให้ญาติสาวคนสวยออกจากห้องตอนกลางดึกกับกลุ่มเพื่อนที่มีผู้ชายอยู่ด้วย ไม่ใช่ไม่ไว้ใจ แต่ก็ไม่อยากเสี่ยง

“ออกไปเอาบรรยากาศหน่อยดีกว่า อยู่ในห้องนานแล้วนะ ไปเถอะ ไปคริสติน่าก็ได้ แบงค์เป็นสมาชิก เดี๋ยวเลี้ยงเอง”

หนุ่มร่างสูงที่สุดในกลุ่มเสนอตัว แล้วเพื่อนที่หลายคนก็เห็นดีด้วย สุดท้ายสกุณาก็ขัดคำอ้อนวอนกึ่งมัดมือชกของเพื่อนๆ ไม่ได้

“พี่ขอตัวนะนก พรุ่งนี้ต้องทำงานอีก” พิยดาเอ่ย ก่อนกำชับญาติผู้น้องว่าห้ามกินเหล้าและห้ามกลับเกินเที่ยงคืน

“แหม พี่ดาสั่งอย่างกับนกเป็นซินเดอเรลล่า เที่ยงคืนแป๊ะต้องออกจากงานเลี้ยง แล้วถ้าเผื่อมีเจ้าชายรูปงามคว้าตัวไปก่อนเที่ยงคืนล่ะ จะว่าไง”

เสียงล้อเลียนดังมาก่อนเสียงหัวเราะ พิยดาได้แต่ส่ายหน้าและหัวเราะตาม

หลังจากทั้งหมดออกจากห้อง พิยดาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหา เจ้าชายรูปงาม ซึ่งเป็นคนเดียวที่มีสิทธิ์คว้าตัวสกุณาออกจากกลุ่มเพื่อนๆ ได้ก่อนเที่ยงคืน

..........

 

รถยนต์ญี่ปุ่นสีขาวคันเดียวสามารถบรรจุหนุ่มสาวทั้งหมดไว้ได้อย่างทุลักทุเล เมื่อถึงสถานบันเทิงยามค่ำคืนแห่งหนึ่ง ชายสามหญิงสี่ก็ก้างลงจากรถเดินเรียงแถวกันเข้าไปในผับใหญ่ที่ไม่ไกลจากแมนชั่นนัก ทั้งหมดเดินหาที่นั่งอยู่นานกว่าจะได้โต๊ะที่ลงตัวกับจำนวนคน ฝ่ายชายทำหน้าที่บริการอาหารเครื่องดื่ม ปล่อยให้สาวๆ นั่งเฝ้าโต๊ะกันตามสบาย

ดีเจเปิดเพลงจังหวะคึกคักได้ใจวัยรุ่นเท้าไฟ กนกอรชวนเพื่อนออกไปเต้นระหว่างรออาหาร แต่สกุณาปฏิเสธเพราะไม่ค่อยชอบเสียงเพลงดังๆ และแสงสีวูบวาบในสถานที่แบบนี้

หญิงสาวได้นั่งดูเพื่อนๆ เต้นรำอยู่ไม่นาน ก็ถูกกนกอรกลับมาลากมือออกไปจนได้ สกุณาไม่อาจปฏิเสธเพื่อนและไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครคนหนึ่ง

เควิน วัฒนธำรงค์ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัยยี่สิบเก้ารีบปลีกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน ก้าวตรงไปยังกลุ่มหญิงสาวที่เป็นเป้าสายตาเมื่อเห็นผู้ชายหลายคนกำลังตีวงโอบล้อมรอบกลุ่มที่มีหญิงสาวคนหนึ่งที่เขารู้จักและรู้ว่าควรจะห่วงสวัสดิภาพของหล่อน ทั้งที่ไม่เข้าใจเลยว่า นกน้อยในกรงทอง ของหมอนั่นมาอยู่ในสถานที่แบบนี้ได้อย่างไร

แต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องชะงักเท้าก่อนถึงเป้าหมาย เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของ หมอนั่นกำลังมุ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกัน

“ว่าแล้ว นายต้องไม่พลาด” เควินบ่นเบาๆ อดขำไม่ได้...  นี่เขาออกอาการ ห่วง ผู้หญิงของหมอนั่นมากไปหรือเปล่า ดูก็รู้ว่าเจ้าของ ห่วงและหวง มากแค่ไหน

อาเชอร์ โอแลนด์ ญาติผู้พี่ที่มีอายุมากกว่าเขาห้าปีเต็ม เป็นผู้ชายที่เต็มเปี่ยมไปด้วยบุคลิกภาพและความมั่นใจในตัวเอง ซ้ำรูปร่างหน้าตายังโดดเด่นสะดุดตา ช่วงขายาวแข็งแรง ช่วงบ่ากว้างหนาแน่น และใบหน้าหล่อเหลา คมเข้มแบบหนุ่มลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ทำให้สายตาหลายคู่เริ่มหันมองชายหนุ่มที่กำลังก้าวผ่านวงล้อมหนุ่มวัยรุ่นหลายคนตรงดิ่งไปยังกลุ่มหญิงสาวสี่คนตรงหน้า

ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดติดแผ่นหลังเจ้าของร่างบางที่เผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ

“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มเอ่ยคำทักทายจากด้านหลัง ส่งยิ้มให้เมื่อหญิงสาวหันมองเขาด้วยความตกใจ

“เอ่อ สวัสดีค่ะ” สกุณาตอบรับคำทักไปแบบงงๆ ก่อนหันซ้ายแลขวามองหาเพื่อน

“มาทำอะไรที่นี่ครับ” เสียงเข้มถามไป ดวงตาจับจ้องคนที่ยังหันรีหันขวาง แต่สุดท้ายเธอก็หันมาตอบเขา

“มาเที่ยวกับเพื่อนค่ะ”

“ผมไม่ยักรู้ว่าคุณเที่ยวกลางคืน” น้ำเสียงเหมือนจะตำหนินั้นทำให้คนฟังหน้าเสีย

“เอ่อ... คือดิฉัน”

“นก!

ทันใดนั้นกนกอรก็เข้าถึงตัว คว้าแขนสกุณาดึงออกห่างผู้ชายรูปหล่อท่าทางน่าเกรงขามตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

“ใครอ่ะนก รู้จักเหรอ” ถามเบาๆ เหมือนเกรงใจสายตาที่จับจ้องมาแบบแปลกๆ

“เอ่อ... ก็ไม่เชิง เจ้านายพี่ดา” และก็กำลังจะเป็นเจ้านายของเธอในไม่ช้านี้... หญิงสาวกระซิบตอบเพื่อนไม่เต็มเสียง

จะบอกว่ารู้จักผู้ชายคนนั้นก็ไม่ได้ แต่จะบอกว่าไม่รู้จักเลยก็ไม่ได้อีก เพราะเขาเป็นเจ้านายของพิยดา เคยเห็นหน้ากันอยู่บ้างตอนที่เธอไปหาพิยดาที่ทำงาน หรือตอนบริษัทจัดงานเลี้ยง พิยดาก็ชอบพาเธอไปด้วยเสมอ และเพราะไม่เคยพูดคุยกันมากกว่าคำทักทายสั้นๆ จึงไม่กล้าใช้คำว่า รู้จักกัน

“อ๋อ” คำตอบนั้นทำให้กนกอรหันไปยิ้มกับคนหล่อทันที แต่เมื่อไม่ได้รับรอยยิ้มตอบกลับก็รีบหุบยิ้ม หันกลับไปหาเพื่อนสาวที่ก้มหน้าหลบตาราวกับโดนใครดุ

“ฉันว่าเราไปกันเหอะ”

แล้วก็รีบดึงแขนเพื่อนกลับไปที่โต๊ะ สกุณาพยักหน้ายอมเดินตาม แต่ก็ยังเผลอหันกลับไปมองคนข้างหลังแล้วคลี่ยิ้มบางๆ เป็นเชิงขอตัวกับชายหนุ่มที่น่าจะอายุมากกว่าเธอหลายปี

อาเชอร์ไม่ได้ยิ้มตอบหญิงสาว เขาแค่ขยับศีรษะเป็นเชิงรับรู้การขอตัวจากไปของเธอและไม่คิดจะตาม ไม่อยากให้หญิงสาวหรือเพื่อนของเธอเป็นกังวล ที่เขามาที่นี่ก็เพื่อจะดูแลเธอห่างๆ เท่านั้น เมื่อครู่ที่ต้องเข้าไปใกล้ก็เพราะไม่อยากให้ไอ้หนุ่มหน้าไหนได้อยู่ใกล้กว่า

“ไงครับ คุณพี่”

เสียงเรียกด้านข้างทำให้อาเชอร์หันมอง

“วิน... มาได้ไงวะ”

ร่างสูงหันกลับไปเผชิญหน้ากับหนุ่มไทยแท้ ที่แม้ความสูงและขนาดเรือนร่างด้อยกว่าเขาเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์แห่งบุรุษเพศที่มีอยู่คู่ตัวอย่างล้นเหลือด้อยลงแต่อย่างไร

เควินเป็นผู้ชายที่หล่อเหลือกินเหลือใช้ เช่นเดียวกับทรัพย์สมบัติมากมายที่คงจะใช้เท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด

“ผมมาสังสรรค์กับเพื่อน พี่ต่างหากที่มาได้ไง หรือว่ามาคุมเด็ก”

หลิวตาไปยัง เด็กสาววัยใส ในชุดเสื้อฟ้ากางเกงขาวที่ผู้ชายร้อยทั้งร้อยเห็นแล้วไม่ชอบเป็นไม่มี เพราะขนาดเขารู้ว่าไม่มีสิทธิ์เชยชมยังอดมองแล้วมองอีกไม่ได้

อาเชอร์ไม่จำเป็นต้องตอบ แค่การกระตุกยิ้มมุมปากกับสายตาที่ไม่ยอมให้คลาดจาก เด็กคนนั้น ก็มากกว่าคำอธิบายแล้ว

...................

 

เมื่อกลับมาถึงโต๊ะ กนกอรหันกลับไปมองหนุ่มหล่อหน้าดุที่กำลังเดินไปกับชายหนุ่มรูปหล่อมาดเนี๊ยบอีกคน แต่คนหล่อดุก็ยังไม่วายหันกลับมามองเพื่อนสาวคนสวยของเธออยู่เนืองๆ สายตาของเขาก็ไม่น่าไว้ใจสุดๆ

“ระวังนะนก บางทีเขาอาจจะคิดว่าเธอเป็นอย่างว่าก็ได้”

“อะไรอย่างว่า” ไม่ใช่ไม่รู้ หรือเดาไม่ได้ แต่เพราะไม่นึกว่าเพื่อนจะหมายถึงอย่างว่า ในแบบที่เธอกำลังคิดอยู่ เพราะมั่นใจว่าตัวเองไม่ได้แต่งตัวล่อแหลมให้ผู้ชายคิดไปในทางนั้นได้เลย

“ก็จะอะไรล่ะ ก็อย่างว่านั้นแหละ ในที่แบบนี้เธอเห็นเด็กวัยรุ่นพวกนั้นไหม แต่งตัวดี ดูสะอาดเรียบร้อยเหมือนเธอนี่แหละ แต่ที่จริงแล้วก็อย่างว่า”

“หา มีด้วยเหรอแบบนั้น”

สกุณาเคยคิดว่าผู้หญิงอาชีพพิเศษตอนกลางคืนน่าจะอยู่ในสถานที่อีกแบบ และแต่งตัววับแวมเพื่อล่อลูกค้ามากกว่าเด็กสาวรุ่นที่แต่งตัวสวยๆ แต่อาจโป๊นิดโป๊หน่อยเหมือนเพื่อนๆ ของเธอที่ดูยังไงก็เป็นแค่กลุ่มวัยรุ่นที่มาเที่ยวสนุกๆ ดื่มกินเต้นรำกับเพื่อนฝูงแบบที่เธอกับเพื่อนๆ กำลังทำกันอยู่มากกว่า

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันยังเคยเจอผู้ชายมาถามราคาตรงๆ เลย”

“แล้วเธอทำไงล่ะเก๋”

“ก็ปฏิเสธไปน่ะสิ แต่บางคนหาว่าเราเล่นตัว บอกราคามาให้เสร็จสรรพ ฉันก็เลยชกหน้าให้หายบ้า ถ้าชกหน้าไม่หายบ้า ก็ผ่าหมากแม่มไปเลย”

“โห งั้นเอาไว้นกจะทำแบบเก๋บ้างก็แล้วกัน จะกล้านะ”

สกุณาหัวเราะคิก ชอบใจกับท่าทางเจนจัดของเพื่อน แต่ทว่ารอยยิ้มขบขันของเธอก็ต้องหุบลงเมื่อสายตาไปปะทะเข้ากับดวงตาของใครคนหนึ่ง เขายกยิ้มมุมปากแล้วก้มศีรษะเป็นเชิงทักทาย แต่หญิงสาวก็เพียงแค่มองแล้วชักสายตากลับไปหาเพื่อนที่กำลังคุยโม้เรื่องประสบการณ์ยามค่ำคืนกันอยู่...

เขายิ้มให้เธอทำไม แล้วยังสายตาที่มองมาแบบนั้นอีก แล้วผู้ชายอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ นั่นใครกัน หน้าคุ้นๆ แต่นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน แล้วเขามองเธอยิ้มๆ ทำท่าอย่างกับรู้จักเธอแบบนั้นมันน่าสงสัย

ก็หล่ออยู่หรอก ทั้งสองคนนั้นแหละ หล่อมากด้วย ภูมิฐาน ดูดีไม่มีที่ติ แต่เธอไม่เคยสนผู้ชายเพราะรูปลักษณ์ภายนอก เพราะคิดเสมอว่าคนหล่อ ถ้าไม่เป็นเกย์ก็เจ้าชู้ ยิ่งถ้าหล่อและรวยด้วยล่ะก็ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงรอบกายก็คงมากมายเหมือนแก้วแหวนเงินทองของเขานั่นแหละ

สกุณาไม่ได้รู้สึกแปลกหรือตื่นเต้น เวลามีผู้ชายสักคนมาสนใจเธอ เพราะรู้ตัวว่ามีรูปร่างหน้าตาในแบบที่ผู้ชายแท้ร้อยละเก้าสิบเก้าต้องบอกว่าสวย น่ารัก และอยากได้ไปเชยชม

หญิงสาวเคยเจอมุขจีบจากชายหนุ่มมาแล้วหลายประเภท แบบจีบโด้งๆ หรือดื้อบรรลือโลกก็มี แบบพวกแอบจีบแอบมองก็มาก ของขวัญหรือดอกไม้ในวันเทศกาลต่างๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เฉพาะวันพรุ่งนี้ เดาได้เลยว่าเธอต้องได้กุหลาบหลายดอกแน่นอน

แต่สกุณากล้าพูดได้เต็มปากว่าไม่เคยมีใครจีบเธอติดสักคน ไม่ใช่เพราะเกลียดผู้ชายหรือเล่นตัวเลือกมาก แต่ก็บอกไม่ถูกว่าเพราะอะไร เธอคบหาผู้ชายเป็นเพื่อนสนิทได้หลายคนแต่ไม่เคยมีความรู้สึกรักชอบใครมากกว่าความเป็นเพื่อนเลย

ลึกๆ ในใจ สกุณารู้สึกราวกับว่าเธอเกิดมาเพื่อจะรักใครสักคน... คนที่เธอก็รออยู่ว่าจะเจอเมื่อไหร่

............................

 

กลุ่มเพื่อนผู้ชายที่ดื่มเครื่องดื่มกันอย่างเมามันเริ่มออกอาการไม่คงที่เมื่อมีจิ๊กโก้กลุ่มหนึ่งเข้ามาหยอกล้อสาวๆ ในกลุ่ม กนกอรและเพื่อนสาวอีกคนต้องลุกขึ้นห้ามหนุ่มๆ ไว้ก่อนที่จะเกิดการตะลุมบอนกัน

“พวกเราจะกลับแล้วค่ะ พอๆ อย่ามีเรื่องกันเลย”

จิ๊กโก้ยอมเลิกราไปแบบไม่พอใจนัก ผู้หญิงในกลุ่มจึงชวนหนุ่มๆ กลับ เพราะเริ่มรู้สึกไม่สนุกกับการเมามายของเพื่อน และเมื่อเห็นว่าสามหนุ่มไม่มีสติมากพอที่จะขับรถ กนกอรจึงอาสาขับรถเอง แต่รถวิ่งออกจากที่จอดไม่ถึงสามสิบเมตร ก็มีรถบรรทุกหกล้อเสียหลักพุ่งชนด้านข้างตัวรถอย่างแรง

เอี๊ยดดดดด

โครม!

เสียงดังสนั่นไปทั้งถนน ผู้คนเข้ามารุมล้อมบริเวณที่เกิดเหตุ

“นก!!

อาเชอร์คำรามลั่น นึกก่นด่าความใจเย็นของตัวเอง ที่ปล่อยให้รถคันนั้นวิ่งออกไปโดนรถบรรทุกพุ่งชนต่อหน้าต่อตา ร่างสูงรีบแหวกฝูงไทยมุ่งเข้าไปพร้อมเควิน ทันทีที่เห็นสกุณาก็ตรงเข้าไปประคองร่างบางออกจากตัวถังรถ หญิงสาวยังมีสติ มองผ่านๆ เหมือนไม่ได้รับบาดเจ็บมากมาย แต่มีเลือดไหลลงมาเลอะข้างแก้ม

“ไม่เป็นไรแล้ว เชื่อผม” อาเชอร์กดริมฝีปากหนักๆ ลงบนหน้าผากหญิงสาวขณะอุ้มออกห่างจุดเสี่ยง

เควินกับพลเมืองดีอีกหลายคนเข้ามาช่วยผู้บาดเจ็บทั้งชายหญิงออกจากรถในสภาพที่ไร้สติบ้าง มีสติบ้าง ส่วนคนขับรถบรรทุกก็รีบเผ่นหนีไปตามระเบียบ ทั้งหมดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล พัชรและบัณฑิตบาดเจ็บสาหัส เพราะนั่งอยู่ด้านข้างที่ถูกชน

สกุณาทนเห็นสภาพเพื่อนไม่ได้จึงหมดสติไปในอ้อนแขนของคนที่อุ้มเธออยู่ มารู้สึกตัวอีกครั้งบนเตียงผู้ป่วยโดยมีพิยดา นั่งเฝ้าข้างเตียง

หญิงสาวถามถึงอาการของเพื่อน ทุกคนปลอดภัยแล้ว มีเพียงพัชรเท่านั้นที่แขนหักอาการหนักกว่าใคร สกุณาก้มมองท่อนแขนตัวเองที่มีผ้าปิดแผลอยู่สามสี่แห่ง ที่หน้าผากก็มี คงเป็นแผลที่เกิดจากเศษกระจกรถ

“นอกจากแผลพวกนี้แล้ว ยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่านก” พิยดาถาม

“ไม่ค่ะ แค่ปวดระบมไปหมด”

“อืม พักผ่อนเยอะๆ เดี๋ยวก็หาย แต่ถ้ารู้สึกเจ็บหรือผิดปกติตรงไหนก็รีบบอกนะ”

“ค่ะ... แล้วนี่พี่ดารู้ได้ยังไงคะ”

“คุณอาเชอร์โทรไปบอก นี่เขาออกไปดูเพื่อนๆ ของนก เดี๋ยวก็คงกลับมา” พิยดาบอกแล้วมองหน้าญาติผู้น้องด้วยสายตาที่พยายามแอบซ่อนความรู้สึก เธอรู้ดีว่าอีกไม่นาน ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตของสกุณาแน่นอน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha