บิ๊กบอสสอนรัก

โดย: nimmaradee



ตอนที่ 5 : ขอนอนด้วยนะ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

5. ขอนอนด้วยนะ

 

          “ว๊าย!ร่างบางที่กำลังเดินออกจากห้องน้ำต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นคนตัวใหญ่นั่งหันหลังให้อยู่ที่ปลายเตียง

            “นึกว่าผีหลอกหรือครับนกน้อย” อาเชอร์หันไปยิ้มให้ ลุกขึ้นยืนแล้วกวาดตามองเรือนร่างขาวผ่องที่มีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันกายหมิ่นๆ

สกุณาหน้าร้อนวูบ รีบรวบผ้าไว้กระชับกายแล้ววิ่งไปเปิดตู้เสื้อผ้าคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำตัวใหญ่มาสวมทับพลางส่งเสียงถามไถ่เป็นเชิงต่อว่า

“คุณเข้ามาทำไมคะ”

“ผมลืมอะไรไปอย่าง”

มือหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกงเดินเข้าไปใกล้คนที่เผลอก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ จนมาหยุดลงที่ปลายเตียง

“อะไรคะ” ยอมรับว่าไม่ไว้ใจเขาเอาเสียเลย แต่ก็ยังไม่กล้าโวยวาย

“สุขสันต์วันเกิดครับนกน้อย ให้ช้าไปสักหน่อย ไม่เป็นไรนะครับ” อาเชอร์ยื่นของที่ล้วงออกมาจากกระเป๋ากางเกงให้คนที่กำลังทำตาโตใส่สร้อยคอทองคำขาวพร้อมจี้เพชรรูปหัวใจ แบบของมันน่ารักเสียจนไม่อยากปฏิเสธ แต่ก็...

“เอ่อ... จะดีหรือคะ ท่าจะแพง” และการที่ผู้ชายให้ของแพงๆ แถมยังเป็นรูปหัวใจแบบนี้ ก็น่าจะหวังอะไรสักอย่างที่ไม่น่าไว้ใจ

“ราคาของมันเทียบค่าไม่ได้กับคนที่ผมตั้งใจมอบให้เลยครับ”

ปากก็ว่า ตาก็จ้อง มือก็จัดการแกะตะขอเตรียมพร้อมสำหรับสวมสร้อยให้หญิงสาว แต่สกุณากลับถอยห่างไปอีกก้าวด้วยความระแวง

“คุณให้ของมีค่าแบบนี้ หวังอะไรในตัวนกหรือเปล่าคะ”

อาเชอร์กระตุกยิ้มให้คำถามน่าตีก้น แต่ก็จำเป็นต้องตอบกลับไปตรงความจริง เขาไม่อยากเสียเวลากับการพูดเล่นหรือหว่านล้อมใดๆ อีก

“ถ้าจะบอกว่าหวังความรัก ความไว้ใจ จะเชื่อไหม”

บอกแล้วต้องคลี่ยิ้มอย่างนึกเอ็นดู เมื่อสกุณาเผลอส่ายหน้า ก่อนจะตีหน้ายุ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มรู้เท่าทันของคนสูงวัยกว่าหลายปี

“อย่าคิดมากเลยน้า ผู้ใหญ่ให้ของก็รับไว้”

โห เล่นกันแบบนี้เลยเหรอ...

คนเป็นเด็กได้แต่ยืนอึ้ง แอบหน้าบึ้ง แต่ก็ต้องยอมให้เขาสวมสร้อยให้แต่โดยดีเพราะสีหน้าท่าทางของ ผุ้ใหญ่ คนนี้ ดูจะไม่ยอมให้เธอปฏิเสธแน่นอน

“สวยมากเลยเห็นไหม ของสวยๆ เหมาะกับคนสวยๆ”

“ขอบคุณมากค่ะ”

คนสวยพนมมือไหว้พร้อมอาการแก้มแดงที่ปิดไม่มิด แต่เกือบสะดุ้งเมื่อถูกมือใหญ่รวบจับพุ่มพนมน้อยๆ ของเธอไว้

“ดึกแล้ว พักผ่อนเถอะ”

“ค่ะ” รีบดึงมือกลับแล้วก้าวห่างไปหยุดใกล้หัวเตียง ยืนรอให้ชายหนุ่มร่างสูงออกไปจากห้อง แต่ก็เปล่า เขายังยืนเฉยอยู่ที่เดิม แถมยังกวาดตามองเรือนร่างของเธอแบบไม่น่าไว้ใจสุดๆ... สกุณาหน้าร้อนอีกครั้ง ทั้งอายและกลัว

“มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ ทำไม...” ทำไมไม่ออกไปซะที

“อืม... คือผมเหนื่อย ง่วงด้วย เลยคิดว่าคงขับรถกลับบ้านไม่ไหวแน่ๆ ขอนอนด้วย นะ”

สกุณาอ้าปากค้างใส่คนพูดจาล่อแหลมแถมยังทำเสียงอ้อน ปรือตาราวกับง่วงจัด ทั้งที่เมื่อครู่ยังจ้องขาอ่อนขาวๆ ของเธออยู่ตาแป๋ว

“นะ... นอน ห้องไหนคะ”

ก็ที่นี่มีห้องนอนตั้งสามห้อง ถ้าอีกห้องที่ว่างอยู่มีไว้สำหรับรับรองแขก เขาก็น่าจะไปนอนห้องนั้น

“ห้องนี้แหละ สบายที่สุด น่านอนที่สุด” อาเชอร์ขยิบตาตอบไป

“เอ่อ... งะ... งั้นฉันออกไปนอนห้องโน้นนะคะ”

นั่นไง พอรับของเขามาก็ส่อเจตนามิดีมิร้ายทันที...

คนคิดได้ไม่อยากเสียเวลาอยู่ตามลำพังกับเขานาน จึงรีบหันหน้าหาตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอน กะจะเอาไปใส่ในห้องญาติสาว แต่กลับต้องสะดุ้งสุดตัวอีกครั้งเมื่อถูกวงแขนแข็งแกร่งรวบกอดมาจากด้านหลัง

“คุณ! ปล่อยนะ ว๊าย!

หญิงสาวกรีดร้องเมื่อถูกยกร่างลอยขึ้นเหนือพื้นอย่างรวดเร็ว น้ำหนักตัวแค่สี่สิบห้ากิโลกรัมของเธอคงไม่สร้างความลำบากใดๆ ให้คนตัวใหญ่อย่างเขาเลยสักนิด

“นี่ ปล่อยนกนะคะ” ยังต่อว่าและยังทุบตีไหล่กว้างไม่รามือ แต่คนอุ้มก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนเช่นกัน

“ชู่ว์... อย่าเสียงดังสิครับ ดึกแล้ว”

“คุณก็ปล่อยสิ”

“เดี๋ยวปล่อย ให้ถึงเตียงก่อน”

รับคำแข็งขันเพราะกำลังพาคนในอ้อมแขนไปปล่อยลงบนเตียง สกุณารีบขยับกายหนีแต่ไม่พ้นเมื่อร่างใหญ่ก้าวขึ้นไปจับ  ล๊อคไว้ด้วยสองมือแข็งแกร่ง

“คุณอาเชอร์ อย่าทำแบบนี้นะคะ”

“แบบไหนครับคนเก่ง พอดีว่าผมอยากจะทำกับคุณตั้งหลายแบบ”

หญิงสาวเผลออ้าปากค้าง ไม่นึกสักนิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้ ก่อนจะรีบต่อว่าเสียงสั่นระรัว

“แต่ฉันไม่ให้ทำสักแบบ ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะร้องให้ลั่นเลย”

“ก็ลองดู ผมก็อยากได้ยินเหมือนกันว่าเสียงร้องตอนถูกจูบนี่มันจะเพราะสักแค่ไหน”

“คุณ อ๊าย!... อุ๊บ”

เสียงกรีดร้องจากการถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว อาเชอร์รวบร่างงามแต่มีเนื้อหนังอิ่มเต็มมากอดแน่น ก่อนรีบฉกริมฝีปากลงปิดเรียวปากที่เผยอเตรียมกรี๊ดซ้ำ

สกุณายังพยายามส่งเสียงกรีดร้องในลำคอ ออกแรงดิ้นรนขัดขืน แต่ไม่นานทุกอย่างก็เริ่มอยู่ในความควบคุมของคนมากประสบการณ์

อาเชอร์รวบร่างนุ่มนิ่มไว้ในอ้อมแขนอย่างนุ่มนวลแต่แน่นหนา จุมพิตที่ปรนเปรอให้เธอก็เป็นอะไรที่ไม่มีหญิงใดปฏิเสธได้ เพราะมันทั้งนุ่มนวลและหนักหน่วงในเวลาเดียวกัน

สาวน้อยไร้ประสบการณ์ถึงกับห่อกายสะท้านเมื่อปลายลิ้นร้อนซอกซ้อนเข้าไปไต่ไล้กลีบปากอย่างมีศิลปะ และเล็มเบาๆ ก่อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนปลายลิ้นนุ่มภายในอุ้งปาก ส่งผ่านความร้อนชื้นแห่งไฟพิศวาสปลุกเร้าคนไม่เคยคุ้นให้ปรารถนาที่จะเรียนรู้เพิ่มขึ้น

สกุณาขนลุกเกรียวด้วยความเสียวซ่านที่ไม่เคยรู้จัก ตัวสั่นสะท้านดั่งลูกนกเปียกฝน รสสัมผัสที่ไม่เคยพบเจอทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก แม้จะรู้ตัวว่าไม่ควรปล่อยให้เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้น แต่พลังบางอย่างจากไออุ่นที่ส่งออกมาจากร่างกายชายหนุ่มทำให้เธอไม่มีเรี่ยวแรงต่อต้านเลย

และในจังหวะที่อาเชอร์ต้องผละริมฝีปากออกห่างเพื่อให้เธอได้มีสูดลมหายใจบ้าง ดวงตาสองคู่ก็ได้สบประสานกันด้วยความสับสน

“นก... ผมขอ... นะ”

สองมือใหญ่ผละจากร่างงามขึ้นไปลูบแก้มนวลที่กำลังแดงก่ำด้วยฤทธิ์อารมณ์ ริมฝีปากสีชมพูที่เข้มขึ้นจากแรงบดขยี้ก็สั่นระริก ช่างน่าสงสารและน่าปรารถนาในเวลาเดียวกัน

“ไม่ อย่าทำนก นะคะ อย่า...”

คนเสียงสั่นส่ายหน้าด้วยความกลัวและสับสน อ้อมแขนของเขาอาจทำให้เธอรู้สึกดีอย่างประหลาด จูบของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกวูบวาบและตามมาด้วยความรู้สึกโหยหา ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่แสนน่าละอาย

แต่ถึงอย่างไรสิ่งนั้นก็ไม่ควรเกิดขึ้น เขาเป็นเจ้านายของพี่ดา เป็นผู้ชายรูปหล่อ ร่ำรวยที่น่าจะมีผู้หญิงมากมายเต็มไปหมด เขาคงไม่มาอะไรหนักหนากับเด็กสาวธรรมดาอย่างเธอ นอกจากอยากได้เชยชมความสาวความสวยของเธอตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ทั่วไป และถ้าเธอใจอ่อน ยอมทอดกายให้เขาชิมเล่นสมใจในวันนี้ วันหนึ่งข้างหน้าคนที่ต้องเจ็บปวดสาหัสก็คือเธอ

“ไม่ต้องกลัวนะคนเก่ง”

“แต่นกกลัว นกรู้ คุณไม่จริงใจหรอก คุณแค่อยากได้ตัวนก พอได้แล้วก็ทิ้ง”

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกน่า”

อาเชอร์เผลออมยิ้มกับคำพูดเถรตรงที่ได้ยิน เขาก็พอรู้ว่าสกุณาต้องคิดแบบนี้และต้องการให้เธอเลิกกังวลกับเรื่องนั้นเสียที เพราะเขารู้ตัวดีว่าอยากจะอยู่กับเธอคนนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“ไม่จริง นกไม่เชื่อ ตอนนี้คุณอยากได้ ก็พูดได้ทุกอย่างนั้นแหละ”

ชายหนุ่มส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู รวบร่างบางที่พยายามถอยห่างเข้ามากอดไว้แนบอกแล้วปรับท่านั่งให้สบายขึ้นพร้อมการวางร่างในอ้อมแขนลงนั่งซ้อนตัก ให้หญิงสาวเอียงกายเข้าแนบอกกว้าง หันหน้าเข้าหากันก่อนก้มลงกดจมูกซุกเรือนผมหอมละมุนของคนที่ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา

“เชื่อผมเถอะนะนก ผมรักคุณมานานมากแล้ว หลงรักตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นเลยด้วยซ้ำ ผมพยายามแล้วที่จะใจเย็น อดทนรอ รอให้คุณโตกว่านี้ แต่ตอนนี้รอไม่ไหวแล้วจริงๆ”

พยายามก้มหน้าลงไปมองคนที่ยังคงก้มหน้างุด แต่ยอมนั่งนิ่งไปแล้วกับสิ่งที่ได้ยิน และเมื่อเขาจูบเบาๆ ลงบนนวลแก้มสีเรื่ออีกครั้ง หญิงสาวก็แหงนหน้าขึ้นมาสบตา

“เข้าใจผมนะสาวน้อย ผมรักคุณ ต้องการคุณจริงๆ”

บอกย้ำเพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อยังเห็นอาการหวั่นไหวในดวงตาคู่สวย

“ต้องการแบบไหนล่ะคะ” ถามด้วยสีหน้าไม่ไว้วางใจ

“ก็ต้องการแบบที่ผู้ชายคนหนึ่งอยากได้ผู้หญิงสักคนเข้ามาในชีวิตน่ะสิ”

“แต่... คุณมีผู้หญิงเยอะแยะ” สกุณาเถียงไปเสียงสั่น เหมือนไม่ค่อยแน่ใจกับข้อหาที่เธอคิดเอาเอง

“ไปเอาเรื่องนี้มาจากไหน” อาเชอร์ขมวดคิ้วหมับ ก่อนกัดฟันแน่น เริ่มระแวงว่าพิยดาเคยพูดอะไรให้ร้ายเขาไว้กับสกุณาหรือเปล่า ทำไมเธอถึงคิดว่าเขามีผู้หญิงมากมาย ก็ตั้งแต่กลับมาอยู่เมืองไทยแบบถาวรครั้งนี้เขาไม่เคยคบหาผู้หญิงคนไหนเลยสักคน ไม่ว่าจะแบบลับๆ หรือเปิดเผย จะมีก็แค่ไม่กี่คนที่ตกลงจะหาความสนุกตื่นเต้นทางร่างกายด้วยกันแบบไร้ข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น และหนึ่งในนั้นก็คือพิยดา

“ก็... คุณหล่อ รวย แถมอายุก็เยอะแล้ว จะไม่เคยมีแฟนเลยหรือคะ”

ชายหนุ่มอยากกลอกตาขึ้นฟ้าให้ข้อหาแต่ละข้อ โดย-เฉพาะข้อที่จี้ใจดำเขาที่สุด

“ใช่ ผมหล่อ ผมรวย อาจจะเคยมีแฟนสมัยวัยรุ่น แต่ไม่เคยมีคนที่รักจริงหวังแต่งเลยสักคน” หยุดยิ้มเมื่อเห็นคนสวยทำหน้างอใส่ ก่อนเอ่ยต่ออย่างล้อเลียน “ส่วนเรื่องอายุ ที่ว่าเยอะนี่   รู้เหรอว่าผมอายุเท่าไหร่”

สกุณาส่ายหน้าทันที

“เดาหน่อยสิ หน้าหล่อๆ อย่างผมนี่ หงอกก็ยังไม่มีสักเส้น ร่างกายทุกส่วนยังแข็งแรง กล้ามเนื้อทุกมัดก็แน่นตึงขนาดนี้”

ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นกำหมัดเบ่งกล้ามโชว์ แม้จะยังใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวอยู่ แต่ก็ยังมองเห็นขนาดกล้ามเนื้อภายในได้ชัดเจน

“คุณคิดว่าผมอายุสักเท่าไหร่” กระตุกยิ้มมุมปากถามออกไปเมื่อเห็นอาการแก้มแดงของอีกฝ่าย

“เอ่อ... สามสิบ สามสิบเอ็ด มั่งคะ”

อาเชอร์กระตุกยิ้ม การคาดเดาอายุที่อ่อนกว่าอายุจริงหลายปีทำเอาเขาเกือบลอยได้

“เอาล่ะคนเดาไม่เก่ง ฟังผมนะ” สองมือจับสองแขนกลมกลึงรั้งออกห่างกายเล็กน้อยเพื่อการมองสบตาอย่างจริงจัง

“ผมอายุสามสิบสี่แล้ว แต่ผมไม่ได้มีผู้หญิงเยอะแยะอย่างที่คุณว่า ผมโสดสนิท ไม่มีแฟน ไม่มีกิ๊ก มีแต่คนที่แอบหลงรักมาเป็นปีๆ คนนี้ คนเดียว”

“ตอนนี้คุณจะพูดยังไงก็ได้ แต่นกจะเชื่อได้ยังไงว่ามันเป็นความจริง”

“งั้นต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมเชื่อ”

ยกมือหนึ่งขึ้นมาลูบเรือนผมนุ่มสลวยอย่างชอบใจ สกุณาเป็นผู้หญิงที่น่าปรารถนาไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว น่าปรารถนาจนเขาแทบจะอดใจไม่ไหวอยู่แล้ว

“ก็... ให้โอกาสนกได้ทำความรู้จักคุณมากกว่านี้ก่อน” คนไม่ค่อยมั่นใจตอบไปเสียงสั่น รู้ตัวว่ากำลังหวั่นไหวกับถ้อยคำหวานหู รสสัมผัสจากปลายนิ้วและความอุ่นร้อนแข็งขันที่ตนนั่งทับอยู่

“ได้ ผมจะให้คุณเริ่มทำความรู้จักผมตั้งแต่ตอนนี้เลย”

บอกแล้วก็คว้ามือหนึ่งของหญิงสาวขึ้นมาประกบข้างแก้มสากด้วยไรเคราของตัวเอง

“สัมผัสผม ผมอยากให้คุณได้ทำความรู้จักผม ทุกซอก  ทุกมุม”

“นก... ไม่ได้หมายถึงรู้จักแบบนี้”

พยายามดึงมือกลับแต่ไม่สำเร็จ ซ้ำยังรู้สึกวูบวาบกับสัมผัสที่เกิดขึ้น

“อย่าเฉไฉสิครับคนเก่ง ผมยอมคุณขนาดนี้แล้วนะ สิครับ ทำความรู้จักกับผม”

อาจเพราะแววตาจริงจังหรือน้ำเสียงอ่อนโยนของผู้ชายที่มีบุคลิกนิ่งขรึมจริงจัง ทำให้สาวน้อยไม่กล้าต่อต้าน ยอมรับความทุกอย่างที่รวมกันเป็นผู้ชายคนนี้น่าหลงใหลเหลือเกิน แต่เธอก็ยังมีสติ ยังมีสามัญสำนึก และยังไม่อยากพ่ายแพ้แก่อารมณ์ใคร่ แม้สมัยนี้แทบจะไม่มีใครสนใจที่จะเก็บรักษาพรหมจรรย์ของตัวเองไว้แล้ว แต่สกุณาก็คิดว่า ถ้าเธอยังไม่เจอคนที่ตัวเองรักจริงๆ เธอก็จะไม่ยอมมอบสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ให้ใคร

แล้วผู้ชายคนนี้หรือเปล่าที่จะเป็นคนคนนั้น... ยังไม่รู้ ยัง ไม่กล้ามั่นใจ แต่เท่าที่ได้ทำความรู้จัก ได้สัมผัส ได้จับต้อง เขาก็... น่ารักอยู่ไม่น้อย

ปลายนิ้วเรียวเล็กค่อยๆ ลูบไล้ไปทั่วใบหน้าหนุ่มหล่อนัยน์ตาชวนฝัน อาเชอร์มองสบตาคนที่ยังกล้าๆ กลัวๆ ที่จะสบตาเขานานๆ สัมผัสแผ่วๆ จากปลายนิ้วของเธอ และกลิ่นหอมละมุนจากร่างในอ้อมแขนทำให้เขาต้องพยายามข่มอารมณ์ตัวเองอย่างหนัก ไม่อยากทำอะไรบุ่มบ่ามให้สกุณาหวาดกลัวหรือไม่ไว้ใจเขาอีก

“ผมถอดเสื้อนะ คุณจะได้ทำความรู้จักตัวผมมากขึ้น”

บอกแล้วตั้งท่าจะทำอย่างที่บอก แต่กลับถูกมือบางคว้ามือที่กำลังจะปลดกระดุมเสื้อไว้เสียก่อน

“ไม่ต้องค่ะ เอ่อ คะ...คือ... คืนนี้ แค่นี้ก่อนนะคะ นกง่วงแล้ว วันหลัง... เราค่อย ทำความรู้จักกันต่อนะ...นะคะ”

คนพยายามใจแข็งพูดตะกุกตะกัก หน้าเจือน กลัวเขาจะโกรธ เพราะพูดแค่นี้เขาก็กัดฟันนิ่ง แสดงอาการไม่พอใจทางสีหน้าออกมาให้เห็นเสียแล้ว

 

“คืนพรุ่งนี้นะครับ คุณต้องทำความรู้จักผมให้มากกว่านี้”

อาเชอร์ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ใส่อารมณ์ เขาต้องเข้าใจเธอ และลึกๆ เขาก็รู้สึกดีที่สกุณาไม่ใช่ผู้หญิงง่ายๆ แสดงว่าเธอไม่ได้ยากเฉพาะเขา ฉะนั้น เขาต้องใจเย็น เพราะพรหมจรรย์ของผู้หญิงที่เป็นรักแรกพบนั้นคุ้มค่าสำหรับการรอคอยยิ่งนัก

“ค่ะ... คืนพรุ่งนี้ ก็ได้” เอาเถอะ ขอให้รอดจากคืนนี้ไปก่อนก็แล้วกัน

อาเชอร์กัดฟันพยักหน้าอย่างยอมจำนน แต่ก่อนจะยอมปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขน ก็ขอปลอบใจตัวเองเสียหน่อย

สกุณาแทบผวาเมื่อถูกรวบร่างเข้าไปกอดและบดริมฝีปากลงจูบกลีบปากที่กำลังจะส่งเสียงประท้วง แต่สุดท้ายเธอก็ยอมอยู่นิ่งให้เขาจูบระบายอารมณ์

อาเชอร์ปลดปล่อยความปรารถนามากมายออกไปกับจุมพิตอันหนักหน่วง นานจนสกุณาแทบขาดอากาศหายใจ กว่าเขาจะยอมปล่อยให้เธอเป็นอิสระและก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว มันเป็นการหักดิบตัวเองที่เขาจำเป็นต้องทำ

“ฝันดีนะครับนกน้อย พรุ่งนี้เจอกัน”

 

กว่าสกุณาจะรับรู้ว่าถูกปล่อยให้นั่งงงอยู่คนเดียว ก็เมื่อคนเอ่ยคำทิ้งท้ายได้หันหลังเดินออกไปจากห้องเสียแล้ว แต่เธอก็ยังเอ่ยคำบางคำออกไปพร้อมรอยยิ้มบางๆ

“ค่ะ... ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณอาเชอร์” 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha