บิ๊กบอสสอนรัก

โดย: nimmaradee



ตอนที่ 6 : สับสน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

6. สับสน

 

อาเชอร์เดินหน้าตึงออกจากห้องนอนของสกุณา มุ่งตรงไปเปิดตู้เย็นคว้าขวดไวน์ขาวออกมารินใส่แก้วดื่มราวน้ำเปล่า เขารู้ตัวว่ากำลังหงุดหงิด งุ่นง่าน ร่างกายแข็งขึงต้องการปลดปล่อยอย่างเป็นที่สุด

ชายหนุ่มกระแทกขวดไวน์ลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนแล้วกัดฟันแน่น ส่งเสียงคำรามออกมาเบาๆ

“เย็นไว้พวก เย็นไว้”

ซดเครื่องดื่มที่เหลือก้นแก้วใส่ปากอีกครั้งก่อนวางแก้วลงแล้วก้าวออกจากห้องครัว ตั้งใจจะเข้าไปจัดการกับอารมณ์พลุ่งพล่านของตัวเองในห้องนอนแขกที่เขายอมย้ายข้าวของส่วนตัว ไปอยู่ห้องนั้น และยกห้องที่เคยเป็นของเขาให้สกุณาอยู่ เพราะหมายใจว่าอีกไม่กี่วันเขาจะได้ย้ายกลับไปอยู่ห้องนั้นร่วมกับเธอแน่นอน

“อุ้ย! บอส ยังไม่นอนอีกหรือคะ”

เสียงอุทานและคำทักจากพิยดาทำเอาร่างใหญ่ชะงัก หันมองไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องตัวเองในชุดนอนแสนวาบหวิว

“ผมบอกแล้วไงว่าห้ามออกมารบกวน”

“เอ่อ... ดาแค่จะออกมาดื่มน้ำค่ะ”

แก้ตัวน้ำขุ่นๆ เพราะรู้ว่าเขาอยู่ข้างนอกต่างหากถึงได้ออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น และถ้าเป็นไปอย่างที่เธอคาดเดา ถ้าสกุณาไม่ยอมเป็นของเขาง่ายๆ บางทีคืนนี้อาเชอร์อาจจะต้องการตัวช่วย และเธอพร้อมเสมอที่จะช่วยเขา

อาเชอร์โคลงศีรษะแล้วก้าวเดินมุ่งไปทางห้องของตัวเอง ไม่ได้สนใจเรือนร่างอรชรที่เริ่มเดินเข้ามาใกล้ แต่พิยดาก็รีบทำใจกล้าคว้าท่อนแขนของเขาไว้

“เกิดอะไรขึ้นคะ ยัยนกไม่ยอมใช่ไหม” ช้อนตาถามพร้อมเบียดกายเข้าหา

“ปล่อย” ชายหนุ่มกัดฟันเอ่ยคำเสียงเข้ม ปลดมือหญิงสาวออกจากท่อนแขน แต่พิยดายังไม่ยอมละความพยายาม

“ให้ดาช่วยไหมคะ ดายินดีนะคะบอส รับรองว่าจะไม่ให้นกรู้เด็ดขาด”

“หิวน้ำก็ไปกินน้ำ แต่ถ้าหิวอย่างอื่นก็ไปหาคนอื่น”

“บอส อย่าพูดกับดาแบบนี้สิคะ”

“ผมกำลังอดทนพูดดีๆ กับคุณอยู่นะดา แต่ถ้าคุณยังไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ ผมคงต้องบอกให้คุณย้ายออกไปจากที่นี่”

“ทำไมล่ะคะ ในเมื่อดาเต็มใจช่วยบอส ทำไมบอสต้องทรมานตัวเองแบบนี้ ดารู้นะคะว่าบอสอารมณ์ค้าง ยัยนกไม่ยอมบอสวันนี้ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่คะ ให้ดาช่วยเถอะนะคะ ดายินดี ดาอยากช่วยให้บอสสบายตัว สบายใจ”

อาเชอร์หันกลับมาทางหญิงสาวที่กำลังร่ำร้องขอสิ่งที่เขาเองก็กำลังต้องการ...

การได้ปลดปล่อยอารมณ์ค้างที่อัดแน่นอยู่ในกายตอนนี้มีมากพอที่จะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งหน้ามืดตามัว เจออะไรที่เป็นผู้หญิงก็คงคว้าไว้หมด ยิ่งเป็นผู้หญิงที่เคยเคยกันอยู่คงไม่ต้องคิดอะไรมาก

แต่ทำไมหัวใจของเขากลับบอกว่าไม่ได้... ต่อให้ร่างกายจะลุกเป็นไฟเขาก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีกแล้ว นอกจากคนเดียวที่ทำให้เขาร้อนรุ่มไปทั้งตัวคนนั้น

พิยดาคิดว่าการนิ่งไปของอาเชอร์คือการตอบรับ หญิงสาวจึงเริ่มเบียดกายเข้าหาร่างแกร่ง ลูบไล้ฝ่ามือจากหน้าขาขึ้นมาสู่ตำแหน่งกึ่งกลางกายที่กำลังคึกขยายอย่างเห็นได้ชัด สัมผัสแข็งขันร้อนระอุใต้ฝ่ามือทำให้เธอลอบยิ้ม ก่อนค่อยๆ กดคลึงฝ่ามือ ลงบนความโป่งนูนอย่างยั่วยวน เชื่อว่าอีกไม่นานต้องได้ยินเสียงครางกระหึ่มในลำคอของอาเชอร์แน่ๆ

เธอจำได้ว่าเขาชอบการเล้าโลมแบบนี้เป็นที่สุด... แต่

“เอามือออกไป” นั่นคือเสียงที่อาเชอร์คำรามออกมา “ก่อนที่ผมจะไล่คุณออกไปจากที่นี่”

“โธ่ บอสขา...”

“ไปเก็บของพิยดา!

“เอ่อ... ไม่ค่ะ ดาขอโทษ”

พอรู้ว่าเขาเอาจริง หญิงสาวก็รีบดึงมือกลับ ถอยกายออกห่างร่างแข็งแกร่งที่มองจ้องหน้าเธอราวจะกินเลือดกินเนื้อ

“ดาจะไม่ทำแบบนี้อีก บอสอย่าไล่ดาเลยนะคะ นกต้องสงสัยแน่ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าดาไป นกก็คงไม่ยอมอยู่ที่นี่หรอกคะ” รีบเอาเหตุผลที่ชายหนุ่มไม่มีทางปฏิเสธได้มาอ้างเพื่อความอยู่รอด

“ผมจะให้โอกาสครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าคุณยังไม่เข้าใจว่าระหว่างคุณกับผมเป็นแค่เจ้านายกับลูกน้องกันล่ะก็ ผมจะไล่คุณออกจากงาน”

“เอ่อค่ะ ดาเข้าใจ ดาขอโทษค่ะ”

ก้มหน้าเก็บกดความเจ็บใจไว้สุดกำลัง เหลือเชื่อจริงๆ ที่ผู้ชายที่มีความต้องการทางเพศสูงอย่างเขาจะข่มกลั้นอารมณ์ได้ขนาดนี้

อาเชอร์ไม่สนใจหญิงสาวอีกต่อไป เขาหันตัวเดินออกไปจากห้องชุด เมื่อคิดว่าอยู่ที่นี่ต่อไปก็พาลแต่จะอารมณ์เสียจนอาจแสดงออกมาให้สกุณาเห็น สู้ขับรถไปหาที่ระบายอารมณ์คนเดียวยังจะดีเสียกว่า แม้ว่าร่างกายเขาจะกำลังต้องการปลดปล่อยแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้เขากลับไม่อยากพบเจอผู้หญิงคนไหนเลยให้ตาย ถ้าไม่ใช่คนที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

เขามีอารมณ์เพราะสกุณา และต้องการสกุณาเท่านั้น!

............................

 

 

เช้าวันใหม่ อาเชอร์ก็มารับสกุณาไปส่งที่มหาวิทยาลัยเหมือนเดิม ชายหนุ่มพูดคุยแบบปกติแต่ยังขยันหยอดคำหวานและส่งสายตาออดอ้อนหญิงสาวอยู่เรื่อยๆ สกุณาก็เผลอแก้มแดงให้เขาได้ยิ้มหลายครั้ง แต่ก็ยังพยายามสงวนท่าที ไม่อยากให้เขาได้ใจเพราะยังไม่อยากเชื่อว่าผู้ชายระดับเขาจะจริงจังและจริงใจกับผู้หญิงที่แทบไม่มีอะไรเลยอย่างเธอ จะมีก็แต่ความสาวความสวยเท่านั้น

ตอนนี้เธอคงอยู่ในช่วงโปรโมชั่นสำหรับเขา และเขาคงจะดีกับเธออย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ

“นก มีเรียนตอนเช้าด้วยหรือครับ”

เสียงทักจากด้านหลังทำให้คนนั่งอ่านหนังสืออยู่หันมอง แล้วรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าแทบจะทันที

“เปล่าค่ะ มีช่วงบ่าย แต่ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ กะจะมานั่งอ่านหนังสือเล่นๆ ก่อน อาทิตย์ล่ะ”          

“เหมือนกันเลย ผมก็ชอบอยู่มหาลัยมากกว่าที่บ้าน” อาทิตย์นั่งลงฝั่งตรงข้าม ดีใจที่ได้เจอหญิงสาวที่เขาตั้งใจลองมาเดินเล่นๆ แถวนี้ดูเผื่อจะเจอ แล้วก็เจอจริงๆ

“ทำไมล่ะ”

“ก็อยู่บ้านมันเซ็ง ออกมาสนุกกับเพื่อนๆ ดีกว่า”

อาทิตย์ยิ้มให้คนอมยิ้มแล้วเอียงหน้าลงมองหน้าผากหญิงสาวใกล้กว่าเดิม สกุณารีบถอยห่างออกมาด้วยความตกใจ แต่ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจกิริยานั้น

“แผลหายแล้วเหรอครับ”

นั่นคือสิ่งที่เขาแสดงออกว่าสนใจ เมื่อไม่เห็นผ้าปิดแผลแบบเมื่อวาน มีแต่รอยแผลเล็กๆ ปรากฎอยู่ 

“ค่ะ แผลไม่ได้มากอะไร”

“รู้ไหม ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นเขาจะต้องทำศัลยกรรมตกแต่ง แผลแบบนี้เขาไม่เอาไว้เป็นที่ระลึกหรอก โดยเฉพาะบนหน้าสวยๆ แบบคุณนี่”

“รู้ดีอีกนะ” เธอว่าเบาๆ อดที่จะหน้าร้อนกับคำชมอ้อมๆ ของเขาไม่ได้

“ก็เดาเอา ผู้หญิงส่วนใหญ่น่าจะเป็นแบบนั้น”           

“งั้นนกคงเป็นผู้หญิงส่วนน้อยละมั่ง”

“ก็คงใช่ แต่รู้มั้ย ว่าคนส่วนน้อยนี่มักจะโดดเด่นกว่าเสมอ”

สกุณายิ้มรับอย่างเห็นขัน รู้สึกดีที่ได้พูดคุยเรื่องไร้สาระกับเขา ผู้ชายที่เหมือนดวงอาทิตย์ในเวลาเช้าตรู่ อาทิตย์ดูมีชีวิตชีวาร่าเริงสดใส และที่สำคัญ เธอกลับรู้สึกดีที่บางครั้งเขาก็ทำเป็นแกล้งขายขนมจีบเธอ บางทีก็เหมือนจะจีบจริงจังแต่บางครั้งก็ดูออกว่าแค่หยอกเล่นไปตามประสา เธอจึงไม่อยากเก็บเอามาเป็นอารมณ์ คิดเพียงว่าคงเป็นบุคลิกของเขา ทั้งสองนั่งคุยกันอย่างถูกคออีกพักใหญ่กว่าอาทิตย์จะเดินมาส่งสกุณาที่หน้าตึก

“ไว้เจอกันใหม่นะครับ”

“ค่ะ ไว้เจอกัน”

 

หลังจากแยกจากกันทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีก แม้ตอนเย็นสกุณาจะหันมองหาแบบไม่ได้ตั้งใจหรือคาดหวังว่าจะเจอ นึกแปลกใจตัวเองที่คิดถึงอาทิตย์บ่อยๆ แต่เจ้าของรถที่กำลังจอดลงตรงหน้าเธอนี่สิ ทำไมไม่คิดถึง...

ไม่จริงหรอก เธอคิดถึงเขาออกบ่อย แต่พยายามทำเป็นไม่คิดถึงเลยต้องพยายามคิดถึงคนอื่นแทนเท่านั้น เพราะรู้สึกกลัวที่จะคิดถึงหรือสนใจผู้ชายแบบอาเชอร์... ผู้ชายหล่อ รวย และคงจะเจ้าชู้มาก

สกุณาต้องชะงักเท้าที่กำลังเดินตรงไปหารถคันหรูเมื่อประตูด้านหลังเปิดออกพร้อมร่างสูงสง่าของอาเชอร์ จนเมื่อเขาส่งยิ้มให้และผายมือเชิญขึ้นรถ จึงได้เข้าใจว่าวันนี้เขามีคนขับรถให้ เธอจึงต้องเข้าไปนั่งที่เบาะหลังด้านในโดยมีเขาตามเข้ามานั่งลงเคียงข้าง

เมื่อรถเคลื่อนออกไปได้เล็กน้อย อาเชอร์ก็เหลียวมองคนนั่งเงียบแล้วลอบเป่าปาก ก่อนคว้ามือบางมาวางไว้บนหน้าขา กดไว้แน่นๆ เมื่อหญิงสาวพยายามจะดึงกลับ

“นิดหน่อยน่า ผมคิดถึง”

ส่งเสียงดุเบาๆ จนสกุณายอมวางมืออยู่นิ่งๆ ก็เริ่มลูบไล้ปลายนิ้วคลอเคลียหลังมือของหญิงสาวไปช้าๆ

“คืนนี้ผมมีงานเลี้ยง คงไม่ได้อยู่ให้คุณทำความรู้จัก”

หลิวตามองคนแก้มแดงที่กำลังตีหน้าดุส่งมาให้แล้วก็ลอบยิ้มด้วยความเอ็นดู ยกมือที่กุมอยู่ขึ้นมาจูบหนักๆ

“ส่งคุณที่คอนโดฯแล้วคงต้องออกมาเลย อันที่จริงอยากพาคุณไปด้วย แต่คืนนี้คงไม่ทันแล้ว ไว้โอกาสหน้านะครับ”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ นกไม่เคยไปงานแบบนั้น”

พยายามดึงมือกลับ แต่ก็ถูกจับกลับลงไปวางไว้ที่ตำแหน่งเดิมอีกครั้ง แต่คราวนี้เหมือนจะไม่ยอมวางอยู่นิ่งๆ อีก

“อีกหน่อยคุณต้องได้ไปงานแบบนั้นบ่อยแน่ๆ เชื่อผมสิ”

มือใหญ่ขยับมือเล็กเลื่อนขึ้นสูงเล็กน้อย สกุณาเกือบสะดุ้งเมื่อรับรู้ถึงไออุ่นและผิวสัมผัสแข็งตึง แค่ชำเลืองมองก็ต้องหน้าร้อนผ่าวเมื่อเห็นมือของตัวเองวางอยู่ตรงตำแหน่งกึ่งกลางกายของชายหนุ่ม และต้องกัดริมฝีปากตัวเองเมื่อพยายามดึงมือกลับแต่ถูกคนมือหนักจับกดบดลงไปบนความแข็งขันของเขา

“อย่าทำอย่างนั้น”

อาเชอร์เอียงกายมากระซิบข้างหู คนไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรเหลียวมอง อยากพูดคำคำเดียวกับเขาเหมือนกัน แต่ไม่ทันเอ่ยปาก...

“อย่ากัดปากตัวเอง คุณไม่รู้หรอกว่ามันเป็นภาพที่เร้าอารมณ์ผมแค่ไหน”

“เอ่อ...” สกุณาเผลอเผยอริมฝีปากออกจากกัน จะแก้ตัวว่าเธอไม่ได้ตั้งใจเร้าอารมณ์เขา แต่ไม่ทันเอ่ยคำก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อใบหน้าของชายหนุ่มโน้มลงมาจู่โจมริมฝีปากสีหวานด้วยจูบเร่าร้อน หญิงสาวนั่งตัวแข็ง ทำอะไรไม่ถูก ความรู้สึกแรกคือตกใจ และเขินอายคนขับรถ แต่ก็ไม่กล้าต่อต้าน... ไม่อยากต่อต้านมากกว่า

น้ำหนักของริมฝีปากที่บดขยี้อย่างหนักหน่วงค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนหวาน และเล็มเบาๆ ราวจะยุติการจูบแต่กลับไม่อยากถอยห่างไปไหน อาเชอร์รั้งร่างข้างกายเข้าใกล้ตัว ยกมือหนึ่งขึ้นสัมผัสผิวแก้มแดงเรือ ริมฝีปากก็ยังไม่หยุดและเล็มกลีบปากบอบบางที่กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยความหวั่นไหว

“รู้จักผมดีขึ้นอีกนิดหรือยังครับ ถ้ายัง... คืนนี้ผมจะรีบกลับมา”

“เอ่อ คืนนี้นกต้องอ่านหนังสือค่ะ พรุ่งนี้สอบแล้ว”

“อ้อ...” อาเชอร์ครางยาว แอบอมยิ้มขำอาการแตกตื่นของสาวน้อย ซึ่งมันน่ารักน่าใคร่ในสายตาเขาเป็นที่สุด

“ก็ได้ ผมจะรอให้สอบเสร็จก่อน”

“ขอบคุณค่ะ” กระซิบตอบเสียงเบาหวิวด้วยความโล่งใจ...

“พอสอบเสร็จแล้ว ก็ไปฝึกงานที่บริษัทได้เลยใช่มั้ยครับ”

“เอ่อ... ค่ะ”

“เริ่มวันจันทร์หน้าเลยใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ” เขาก็รู้กำหนดอยู่แล้วยังจะถามอีก

“ดีครับ จะได้อยู่ใกล้ๆ กัน” ยิ้มให้ทั้งริมฝีปากและดวงตา แถมมือที่กุมมือเธออยู่บนหน้าตกก็ยังขยับหนักๆ กดมือเธอลงบดความแข็งขัน แต่คราวนี้เมื่อสกุณาพยายามดึงกลับเขาก็ยอมปล่อยแต่โดยดีเพราะรถใกล้ถึงจุดหมายแล้ว

สกุณาถอนใจเฮือก ขนลุกไปทั้งตัว บอกไม่ถูกว่าเธอรู้สึกยังไงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง เธอคิดว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ลึกๆ ก็คิดว่าไม่น่ามีอะไรผิด ถ้ามันเป็นความสุขของคนสองคนที่ไม่ได้ทำให้บุคคลที่สามเดือดร้อน

“พรุ่งนี้เช้าผมจะมารับ แต่ตอนเย็นติดประชุม คงไปรับไม่ทัน” อาเชอร์เอ่ยขึ้นเมื่อรถจอดสนิทลงหน้าประตูทางเข้าคอนโดฯ ฝั่งลานจอดรถ

“ไม่เป็นไรค่ะ อันที่จริงคุณไม่ต้องมารับมาส่งนกอย่างนี้ก็ได้ นกเกรงใจนะค่ะ”           

“ผมเต็มใจ ไม่ต้องคิดมากหรอก และมันก็ไม่ได้ลำบากอะไร แต่ถึงจะลำบากผมก็เต็มใจทำ นี่ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่ามีคนอยากเห็นหน้าทุกวัน”

เขาส่งยิ้มทางสายตาให้

“ตั้งใจอ่านหนังสือสอบนะคนเก่ง พรุ่งนี้เจอกัน”

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” ปฏิเสธไปก็เท่านั้น สกุณารีบกล่าวขอบคุณเพื่อจะได้ลงจากรถแล้วถอนใจแผ่ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha