บิ๊กบอสสอนรัก

โดย: nimmaradee



ตอนที่ 7 : เปิดตัว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

7. เปิดตัว

 

หลังจากเช้าวันสอบวันแรก อาเชอร์ก็ไม่ได้มาให้สกุณาเห็นหน้าอีกสองวันเต็มๆ จนสอบเสร็จ แต่เขาก็ยังโทรศัพท์มาหาบ้าง ถามถึงเรื่องสอบ เรื่องความเป็นอยู่ คุยกันสั้นๆ เหมือนกับว่างานยุ่งแต่ยังอุตส่าห์เจียดเวลาโทรศัพท์หาเธอ

สกุณาก็ไม่ได้ถามกลับไปว่าเขาหายไปไหน คิดเอาเองว่าคงงานยุ่ง หรือไม่ก็อาจจะเบื่อผู้หญิงเล่นตัวเรื่องมากอย่างเธอไปแล้วก็ได้

คืนวันศุกร์ คนทำข้อสอบได้สบายๆ กลับนอนไม่หลับ วันนี้อาเชอร์โทรศัพท์มาหาเธอแค่ครั้งเดียวตอนเกือบแปดโมงเช้าเท่านั้น โทรมาบอกว่าตื่นสายและคงไม่ได้มารับเธอไปส่งมหาวิทยาลัย ทำไมเขาต้องเอาเรื่องโน้นนี่นั่นมาอ้างตอนบอกว่าจะไม่มาหาเธอด้วย ไม่อยากมาก็ไม่ต้องมาสิ ไม่เห็นต้องอ้างอะไรเลย

สกุณานอนพลิกซ้ายพลิกขวา ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังหน้าบึ้ง ขมวดคิ้วจับตามองไปยังโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงบ่อยครั้ง แต่มันก็ยังเงียบกริบอยู่เช่นนั้นจนกระทั่งหญิงสาวเกือบเคลิ้มหลับ จึงได้สะดุ้งตกใจเพราะเสียงโทรศัพท์ตรงหน้า

สกุณาดีดตัวขึ้นนั่งโดยอัตโนมัติรีบคว้าโทรศัพท์มาดูหน้าจอแล้วเผลอยิ้มกว้าง แต่กว่าจะกดรับสายก็เมื่อมั่นใจแล้วว่าจะไม่เสียงสั่นหรือแสดงอาการตื่นเต้นเกินเหตุออกไปให้ใครรู้

“สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับ ผมโทรมาปลุกหรือเปล่า นอนหรือยัง”

วันนี้เขาคิดถึงสกุณาทั้งวัน แต่งานก็รัดตัวเสียจนแทบไม่มีเวลากินข้าว คงเพราะเขารีบเคลียร์งานสำคัญๆ ที่ค้างอยู่ทั้งหมดให้เรียบร้อย เพื่อจะได้มีเวลาว่างในช่วงสัปดาห์หน้า จากนั้นก็จัดการแบ่งงานบางส่วนมาไว้รอสอนใครบางคน

“นอนแล้วค่ะ จะหลับแล้วด้วย” เผลอทำเสียงงอนตอบไปแบบไม่รู้ตัว

อาเชอร์อมยิ้ม นึกอยากจะไปเห็นหน้าเสียตอนนี้ให้ได้ “งั้นผมก็คุยนานไม่ได้น่ะสิ ที่โทรมาก็เพราะคิดถึงมาก เพิ่งเคลียร์งานเร่งเสร็จ เลยต้องโทรมาหาตอนนี้”

“งานยุ่งมากเลยเหรอคะ”

“ก็ยุ่ง แต่ตอนนี้จัดการเรียบร้อยแล้วครับ สัปดาห์หน้าจะได้ว่างพอที่จะดูแลเด็กฝึกงานสักคนอย่างใกล้ชิด”

“เอ่อ... ค่ะ” ก็ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะตอนนี้หน้าร้อนไปหมดแล้ว ที่เขาหายเงียบไปนี่เพราะเรื่องนี้จริงๆ เหรอ

“ดีใจใช่มั้ย จะได้อยู่ใกล้ๆกันแล้ว”

“เปล่าสักหน่อย” รีบตอบแบบงอนๆ เมื่อได้ยินคำถามด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า

“คืนพรุ่งนี้คุณว่างไหม” เขาถามเรื่องที่ตั้งใจไว้ ไม่คิดจะหยอกล้อนาน

“ทำไมคะ”

“ที่บ้านผมจัดปาร์ตี้เล็กๆ วันเกิดคุณยาย ผมอยากพาคุณไปไหว้ท่านหน่อย” 

“จะดีหรือคะ งานภายในครอบครัวของคุณ นกเป็นคนนอก คงไม่เหมาะมั่งคะ”

“คิดมากน่า ในเมื่อคนในครอบครัวชวนแล้วก็แสดงว่าเหมาะสม และผมก็จะพาคุณไปแนะนำในฐานะว่าที่สมาชิกคนใหม่ในครอบครัวด้วย ต่อไปก็ไม่ถือเป็นคนนอกแล้ว นะครับ พรุ่งนี้หกโมงเย็นผมจะไปรับ แต่งตัวสวยๆ ไว้รอเลยนะ”

“เอ่อ คุณแน่ใจนะคะ”

“แน่ใจที่สุดครับ”

สกุณานิ่งอึ้งไป ก่อนจะตอบรับเสียงเบา

“ก็ได้ค่ะ”

เขาพูดมาขนาดนี้จะให้ปฏิเสธก็ดูจะเรื่องมากไปสักหน่อย นี่อาจจะเป็นการแสดงความจริงใจอีกรูปแบบหนึ่งของเขาก็ได้ พาไปบ้าน แนะนำให้รู้จักญาติผู้ใหญ่ ก็แสดงว่าเขาน่าจะจริงใจในระดับหนึ่ง

……………………

 

“แต่งตัวสวยเชียว จะไปไหนหรือนก” พิยดาหรี่ตามองหญิงสาวร่างสวยในชุดกระโปรงสั้นสีหวานที่ก้าวออกมาจากห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดในคอนโดฯหรูชุดนี้

“ไปงานวันเกิดคุณยายของคุณอาเชอร์ค่ะพี่ดา” สกุณาก้มหน้าตอบ ไม่ค่อยกล้าสบตาพิยดาเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาประเมิน

“นก...” พิยดาเรียกเบาๆ เดินเข้าไปใกล้         

“ค่ะ”

“นกรู้สึกยังไงกับคุณอาเชอร์ บอกพี่สิ” ถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้น แต่ไม่ดังมาก          

“เอ่อ... ก็ไม่รู้สึกยังไงนี่ค่ะพี่” ตอบเสียงเบาราวกับไม่แน่ใจ จะให้เธอบอกพิยดาได้อย่างไรว่ารู้สึกยังไงกับเขาในเมื่อเธอยังไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองเลย

“ก็ดีแล้ว พี่ไม่อยากให้นกเสียใจทีหลัง คุณอาเชอร์เขามีผู้หญิงเยอะแยะไปหมด ตอนนี้เขาอาจจะสนใจนกเป็นพิเศษ เพราะยังไม่ได้ แต่พอได้แล้วก็คงเลิกสนใจไปเอง ผู้ชายระดับเขาไม่มาจริงจังอะไรกับผู้หญิงแบบเราหรอก คงคิดว่าเราเป็นดอกไม้ริมทาง เห็นสวยหน่อยก็เด็ดมาชมเล่น เบื่อแล้วก็ทิ้ง นี่พี่เตือนเพราะเป็นห่วงนะ”

“ค่ะ นกก็คิดแบบนั้น”

เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด พิยดาทำงานอยู่กับเขา คงรู้เห็นอะไรมามากเลยอยากจะเตือนเธอ

“ขอบคุณมากนะคะพี่ดา นกจะระวังตัวค่ะ”

“จ๊ะ ระวังตัวหน่อยก็ดี ผู้ชายสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้หรอก” ตราบใดที่อาเชอร์ยังไม่ได้ตัวสกุณาสมใจ เธอก็ยังมีความหมายสำหรับเขาแน่นอน

“ค่ะพี่ดา”

...............................

 

“คุณสวยมาก” อาเชอร์ยื่นมือไปรับหญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นเหนือเข่าแขนระบายสีเหลืองนวล มีเข็มขัดสีชมพูอ่อนเส้นเล็กๆ คาดเอว พาก้าวออกจากห้องชุดโดยไม่สนใจหญิงสาวอีกคนที่ยืนส่งอยู่ด้านหลังแม้แต่น้อย

“ขอบคุณค่ะ แล้วเอ่อ... งานเลิกกี่โมงคะ”

พอเห็นสายตาที่เขามองมายังเรือนร่างของเธอก็ไม่ค่อยไว้ใจ นี่ขนาดเธอไม่ได้แต่งตัวโป๊ยังรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

“ไม่ดึกมากหรอกครับ”

บอกแค่นั้นก็รวบเอวบางมากอดไว้หลวมๆ แต่ไม่ยอมปล่อยเมื่อหญิงสาวพยายามถอยออกห่างก็ยิ่งรวบรัดไว้แน่นขึ้น

“คุณ... ไม่ต้องกอดเอวก็ได้ค่ะ” ส่งเสียงดุเบาๆ นี่ถ้าไม่เกรงใจจะตีมือด้วย

“ใครใช้ให้น่ารัก น่ากอด” ยื่นหน้าเข้าไปตอบแล้วจ้องแก้มนวลตามเป็นมัน “น่าจูบด้วย จุ๊บ!

ฮื้ออออ คนบ้า!

สกุณายกมือจับแก้มทำหน้าบึ้ง แต่สุดท้ายก็ต้องยอมตกอยู่ในอ้อมแขนของคนเอาแต่ใจ ยอมให้เขาขโมยความหอมนุ่มจากผิวแก้วไปอีกหลายฟอน กว่าเขาจะพาไปส่งให้เข้าในรถฝั่งคู่คนขับ ครั้งนี้อาเชอร์เป็นคนขับเอง เขาชวนเธอคุยเรื่องสอบและเรื่องการเตรียมตัวไปฝึกงาน อาสาจะมารับมาส่ง แต่สกุณาก็รีบปฏิเสธ บอกว่าเธอจะไปกลับกับพิยดาเอง

อาเชอร์ไม่ได้ว่าอะไร เขาไม่ยอมรับหรือปฏิเสธ แต่กลับเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องเบาๆ แทน จนกระทั่งรถแล่นเข้าไปจอดในรั้วบ้านหลังใหญ่ที่สกุณาได้แต่เบิกตามอง ตื่นตะลึงในความกว้างขวางและโหญ่โตโอ่อ่าของตัวอาคาร และจำนวนรถหรูที่จอดอยู่หลายคัน

“เชิญครับคนสวย ผมจะแนะนำให้รู้จักครอบครัวใหญ่   ของผม”

“เอ่อ...ค่ะ”

 

มาถึงขั้นนี้แล้วคงทำอะไรไม่ได้นอกจากมือเล็กวางลงบนมือใหญ่ และแทบไม่กล้าพูดอะไรที่จะทำให้เธอเผลอแสดงความหวาดหวั่นออกมาทางน้ำเสียง

ภายในบ้านหลังใหญ่ปูพรมสีน้ำตาลแดงรับกับชุดรับแขกที่สีใกล้เคียงกัน อาเชอร์โอบเอวหญิงสาวเพียงเบาๆ พาเข้าไปหาหญิงชราที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่เก้าอี้นั่งพักผ่อนตัวใหญ่  เขาแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกันโดยบอกผู้เป็นยายว่าสกุณาเป็นคนรัก ว่าที่หลานสะใภ้คนโตของคุณยาย

“สวัสดีค่ะ” สกุณาได้แต่ยิ้ม พนมไหว้หญิงชราหน้าตาใจดีที่รับไหว้เธอด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“ไหว้พระเถอะลูก ยายดีใจมากเลยนะที่ได้รู้จักหนู นึกว่าชีวิตนี้จะไม่ได้เห็นหน้าหลานสะใภ้คนโตเสียแล้ว ก็พ่อหลานชายคนนี้ไม่เคยพาผู้หญิงมาบ้านสักคน หนูเป็นคนแรกเลยนะ เชื่อเถอะว่าพ่ออาเชอร์เค้ารักจริงแน่นอน ใช่มั้ยแม่ผกา”

คนเป็นยายเชียร์หลานชายที่กำลังยิ้มหน้าบานแล้วหันไปทางลูกสาวที่กำลังขมวดคิ้วมองสาวน้อยหน้าอ่อนตรงหน้า คงกำลังคาดเดาว่าอายุอานามว่าห่างจากลูกชายคนแรกของตนสักเท่าไหร่

“อายุเท่าไหร่ล่ะจ๊ะ เรียนหรือว่าทำงาน” ช่อผกา มารดาของอาเชอร์ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆ ถามขึ้น หลังจากได้รับการแนะนำและรับไหว้หญิงสาวเรียบร้อยแล้ว

“อายุสิบเก้าค่ะ เรียนอยู่ปีสามแล้ว” สกุณาตอบเสียงเบา รู้สึกว่าน้ำเสียงของมารดาเขาไม่ค่อยแจ่มใสเท่าเสียงของคนเป็นยายเท่าไหร่

“กำลังจะไปฝึกงานที่บริษัทของผมด้วยครับ”

อาเชอร์กล่าวเสริมยิ้มๆ ไม่ได้คิดมากกับสีหน้าและน้ำเสียงของมารดา เพราะรู้ว่าแม่กำลังให้ความสนใจว่าที่ลูกสะใภ้ ลองไม่ถามไถ่ซักไซ้เลยนี่สิน่าเป็นห่วง

“อื้ม ยังเด็กอยู่เลย ห่างกันหลายปีอยู่นะ แล้วรู้จักอาเชอร์เขานานแล้วหรือ” ช่อผกาถามต่อ แต่ไม่ทันที่สกุณาจะตอบว่าอะไรเสียงเข้มตรงหน้าก็ชิงตอบแทน

“ปีกว่าแล้วครับ นกเขาเป็นน้องสาวของเลขาคุณพิชิตชัย” อ้างชื่อผู้จัดการฝ่ายการตลาด หัวหน้างานสายตรงของพิยดา ซึ่งมารดาของเขารู้จักอยู่บ้างพอสมควร

สกุณาหันมองหน้าคนชิงตอบก่อน จะว่าว่าเขาโกหกก็ไม่ได้เพราะมันก็มีส่วนจริง ถึงจะเป็นแค่การเห็นหน้าค่าตาและทักทายกันผ่านๆ ไม่กี่ครั้ง แต่เธอกับเขาก็คล้ายจะรู้จักกันมา   นานแล้ว

“จีบเด็กเชียวนะหลานฉัน” คนเป็นยายว่าอย่างเห็นขัน ก่อนเรียกให้สกุณาเข้าไปนั่งใกล้ๆ “มานั่งตรงนี้สิหนู” แตะมือประคองวงหน้างามขึ้นพิจารณาแล้วยิ้มอย่างพอใจ

“สะสวยเอาการอยู่นะ มิน่าถึงได้พามาบ้าน ทีคนอื่นเห็นแกไม่พามาเอง เขาก็วิ่งตามมาถึงที่”

แกล้งเหน็บหลานชายหน้าตาย ทั้งที่เหตุการณ์ทำนองนั้นไม่ได้เกิดขึ้นนานมากแล้ว  

“คุณยาย... อย่าดิสเครดิตผมแบบนี้สิครับ” อาเชอร์ว่ายิ้มๆ หลิวตามองคนเผลอทำหน้าตูม ขยับเข้าไปใกล้แล้วคว้ามือมาจับไว้ “คุณยายแกล้งผม ไม่มีอะไรหรอกนะครับนก อย่าคิดมากนะ”

เสียงหัวเราะสองเสียงดังขึ้นจากคนสูงวัยตรงหน้าทำเอาสกุณาได้แต่ก้มหน้างุด

“ลูกชายฉัน อ้อนสาวเป็นด้วยหรือนี่” ช่อผกาเหน็บลูกชายเสียงระรื่น

 

อาเชอร์ได้แต่ยิ้ม ก่อนเอ่ยขอตัวพาหญิงสาวออกไปที่ระเบียงใหญ่ด้านข้าง ซึ่งมองผ่านกระจกออกไปเห็นโต๊ะอาหารตั้งอยู่ มีกลุ่มคนประมาณห้าหกคนอยู่ที่นั้น

“ไปเถอะจ๊ะ ตามสบายนะหนูนก” ช่อผกาว่า

“เจ้าทิตย์พาเพื่อนมาเยอะแยะ ไม่รู้วันเกิดใครกันแน่” คนเป็นยายบ่นทิ้งท้ายพอให้ได้ยิน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha