บ่วงร้ายซ่อนรัก

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 4 : ถูกทิ้ง


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป



            



"ก็แล้วแต่เขาก็แล้วกัน" ราเชนพูดน้ำเสียงหงุดหงิดยกมือขยี้ปากจมูกอย่างขัดใจ

"งั้นฉันถือว่าแกไม่ว่าอะไรนะ ฉันไปล่ะ" ณัฐชาเดินตามหาเกล็ดแก้วอย่างอารมณ์ดี

เณริณีเข็นรถเข็นเข้าไปในห้องนอนก็ไปเจอกับแก้วที่กำลังเตรียมยาให้กับเด็กสาวอยู่

"อ้าว เข้ามาเร็วจัง" แก้วหันมาทักทายทั้งสองคน เธอสังเกตเห็นสีหน้าของณีที่ดูไม่ค่อยจะดีนัก

"พี่ชายกลัวรินไม่สบายค่ะ เลยให้รินรีบเข้ามาก่อน" รินที่ได้ออกไปสูดอากาศนอกบ้านตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงทที่สดใสกว่าเดิมมาก

"อ้อ พี่ชายใจดีกับน้องรินมากเลยนะคะ" แก้วพยักหน้าแล้วลุกขึ้นช่วยณีอุ้มร่างของรินวางลงที่เตียงนอนของเธอ แล้วฉีดยาประจำตัวของรินให้ ขณะที่แก้วกำลังเดินตัวยาให้กับริน ณีก็เอ่ยขึ้นมาเสียงสั่นๆ ทำท่าทางเหม่อลอยเหมือนสำนึกฐานะของตัวเอง

"แก้วนี่ดีจังนะ"

"ยังไงเหรอคะ" แก้วไม่ทันสังเกตน้ำเสียงของณี เธอกำลังใจจดใจจดกับการเดินยาให้รินอย่างระมัดระวัง

"ก็สวย เก่ง ใครเห็น ใครก็รัก ณีนั่งที่เก้าอี้แล้วชันเข่าขึ้นแล้วใช้สองมือกอดเอาไว้แล้ววางคางที่แขนของของตัวเอง

"เอะ..ณีทำไมอยู่ๆ ก็พูดแบบนั้นละ คนเกลียดแก้วมันก็มีค่ะ ไม่ได้รักไปทุกคนหรอก" แก้วพูดไปโดยที่ไม่ได้สนใจ

"ณีอิจฉาแก้วจัง" ณีมองดูแก้วแล้วคิดถึงตัวเอง เธอทำงานที่นี่มาตั้งนาน ยังไม่มีใครสนใจจะพาเธอไปไหนเลย แต่แก้วกลับมาไม่กี่วัน เธอก็มีคนๆ นั้นจะพาไปเที่ยวซะแล้ว ณีนั่งมองดูแก้วฉีดยาให้สักพัก เธอก็เดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

แก้วหันมามองณีที่เดินออกไปจากห้องด้วยความงงๆ แต่แล้วคนที่เดินสวนเข้ามาก็ทำเอาแก้วต้องหันกลับมาสนใจการรักษาให้กับรินต่อ

"อ้าว...คุณแก้วอยู่ที่นี่เอง ผมตามหาซะทั่วไปหมด" ณัฐเดินเข้ามาแล้วนั่งเก้าอี้ตัวที่ณีนั่งอย่างอารมณ์ดี ส่วนราเชนนั้นเดินมายืนพิงประตูเหมือนกำลังดูลาดราว

"ตามหาแก้วทำไมคะ" หญิงสาวหันไปมองหน้าณัฐอย่างงงๆ เขาจะตามหาเธอทำไมกัน

"คือยังงี้ครับ วันอาทิตย์ที่จะถึงนี่ จะมีงานเลี้ยวสังสรรค์เล็กๆ ในตัวเมืองเชียงใหม่ ผมอยากจะชวนคุณแก้วไปด้วย ถือซะว่าไปเปิดหูเปิดตานะครับ" ชายหนุ่มรีบชวนแก้วไปตามที่เขาของอนุญาตริวไว้ทันที

"ไม่เหมาะมั่งคะ แก้วเป็นห่วงน้องริน" หญิงสาวปฏิเสธออย่างสุภาพ เธอไม่อยู่ใน

ฐานนะที่จะไปเที่ยวไหนต่อไหนได้ถึง แม้ว่าจะอยากไปก็ตามที เพราะเธอเองก็ยังไม่ได้ไป

เที่ยวไหนเลยตั้งแต่มาที่เชียงใหม่

"น้องรินไม่เป็นอะไรหรอก ก่อนไปก็แค่ให้ยาเตรียมไว้ ใช่ไหมจ๊ะ" ณัฐหันไปหารินให้ช่วย เด็กสาวพยักหน้าตอบแล้วยิ้มๆ อย่างมีความหมาย

"แต่...." แก้วหันไปมองหน้ารินอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมรินถึงพยักหน้าตอบกลับไป

แบบนั้น

"ไปเถอะคะพี่แก้ว รินว่ารินไม่เป็นไรหรอก" เด็กสาวไม่อยากจะขัดความสุขเพื่อนของพี่ชายที่เธอเองก็รักเหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งเพราะสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก

"แล้วคุณริว..." แก้วหันไปหาริวเพื่อหยั่งความคิด เธอต้องขอเขาก่อนเพราะเขาคือเจ้านายเธอ แต่ชายหนุ่มไม่ยอมสบตาเธอเลย แถมยังทำเป็นไม่สนใจที่จะตอบคำถามของเธออีกด้วย

"ผมถามเจ้าริวแล้วครับ มันแล้วแต่คุณ" ณัฐรีบตอบแทนเพื่อนสนิท มองดูแก้วอย่างมีความหวัง

"เหรอคะ งั้นแก้วไปก็ได้คะ" หญิงสาวลอบถอนหายใจแล้วตอยตกลงอย่างเสียไม่ได้ ไม่อยากจะปฏิเสธเพราะอย่างน้อยก็เป็นเพื่อนของเจ้านายเธอ

"ดีเลยครับ ผมจะมารับตอน 6 โมงเย็นนะ" ณัฐดีดนิ้งอย่างพอใจ รู้สึกโล่งใจที่แก้วยอมตกลง แล้วลุกขึ้นหันไปตบบ่าเพื่อนขยิบตาให้เหมือนมีความหวังแล้วเดินจากไป เมื่อณัฐเดินออกไปหญิงสาวจึงถือโอกาสขอตัวเดินออกจากห้องบ้างเพราะไม่อยากจะอยู่กับเขาตามลำพัง

"หึ.. คิดจะไปนะ ดูให้ดีนะ ถ้ากลับมาน้องสาวผมป่วยละก็ ผมไม่ไว้หน้าคุณแน่" แต่ตอนที่เธอเดินออกไปเขาก็พูดบอกเธอเบาๆ ไม่ให้รินได้ยิน แล้วเดินปลีกตัวตามเพื่อนรักไปหน้าบ้าน

หญิงสาวหันไปมองหน้าอ้าปากจะสวนกลับ แต่ก็หยุดแล้วเดินออกไปเงียบๆ พยายามทำใจให้สงบ ไม่สนใจคำพูดจากปากของเขา

"เขาพยายามยั่วเรา" หญิงสาวพูดกับตัวเองเพื่อจะได้สงบสติอารมณ์ ถ้าเขาไม่ใช่เจ้านายของเธอล่ะก็ เธอคงจะสวนกลับไปแล้วอย่างแน่นอน แก้วเดินมาสบทบกับณีในห้องอาหาร แต่อารมณ์ขุ่นมั่วของเธอก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นเห็นณีกำลังนั่งซึมอยู่คนเดียว

"ณีเป็นอะไรรึเปล่า" แก้วมองหน้าณีอย่างค้นหา

"เปล่าค่ะ ณีไม่ได้เป็นอะไร" ณีรู้สึกตัวว่ามีคนเดินเข้ามาก็ปาดน้ำตาแล้วหันไปตอบแก้วพยายามฝืนยิ้ม

"เอะ แล้วทำไมตาแดงๆ ร้องไห้เหรอ" แก้วมองดูขอบตาของณีเธอเห็นคราบน้ำตาที่เจ้าตัวยังปาดออกไปไม่หมด

"เปล่าๆ ไม่มีอะไรจริงๆ แล้วนี่คุณณัฐเขาชวนแก้วไปงานเลี้ยงแล้วใช่ไหม" ณีส่ายหน้าฝืนตอบทั้งที่ตัวเองกำลังน้ำตาตกใน

"ใช่ ณีรู้ได้ไงนะ" แก้วพยายามเธอไม่อยากจะพูดอะไรนักเพราะมันดูเหมือนอวดตัวเอง

"ณีได้ยินเขาคุยกันนะ ดีจังนะ มาไม่กี่วันก็มีคนอาสาพาเที่ยว" ณีพูดอย่างขมขื่นใจ

"อ้าว แล้วณีไม่เคยไปเหรอ" แก้วมองหน้าณีอย่างงๆ เธอคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติซะอีก คิดว่าณัฐคงจะชวนแบบนี้กับผู้หญิงทุกคน เพราะดูแล้วณัฐท่าทางเจ้าชู้พอสมควร

"ณีไม่สวยเหมือนแก้วนี่ ที่จะต้องมีคนสนใจนะ" ณีส่ายหน้าทอดสายตาไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าบ้านอย่างอารมณ์ดีกับเจ้าของบ้าน

"โธ่...ณีทำไมพูดแบบนั้น แก้วไม่สบายใจนะ" หญิงสาวเริ่มจับน้ำเสียงของณีที่

กำลังทุกข์ใจได้อย่างชัดเจน เธอเองก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่เข้าใจว่าน้ำเสียงของณีมันบ่งบอก

ถึงความเจ็บปวดหัวใจ

"ณีไม่เป็นไรหรอก ขอตัวนะ ณีจะไปดูอาหารให้น้องรินนะ" แล้วณีก็เดินหลบหน้าแก้วออกไปทิ้งให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีอยู่คนเดียว แต่เธอก็ฉลาดพอที่จะดูออกว่าณีกำลังน้อยใจที่ณัฐชวนเธอไปเที่ยว เธอลุกออกจากเก้าอี้รีบเดินไป

ไม่ทันระวังก็ชนกับริว

"อุ้ย..." หญิงสาวตกใจไม่คิดว่าอยู่ๆ เขาจะเดินเข้ามาในบ้านเร็วขนาดนี้

"นี่เธอ เดินให้มันดูทางบ้างซิ" ชายหนุ่มมองหญิงสาวด้วยหางตา

"แล้วเมื่อกี้ณีเขาเป็นอะไร"

"ไม่ทราบคะ" หญิงสาวเมินใบหน้าตอบเขาอย่างไม่สนใจ

"แล้วเป็นเพื่อนกันภาษาอะไรถึงไม่รู้" ชายหนุ่มมองเธออย่างกวนประสาทสายตาของเขาชิงชังเธอ

"นี่คุณฉันเพิ่งมาไม่ถึง 2 อาทิตย์นะ จะรู้ทุกเรื่องได้ไงล่ะ แล้วคุณล่ะรู้อะไรบ้างอยู่กับเขามาเป็นปี ยังไม่รู้อีกว่าเขาแอบชอบเพื่อนอุ้ย..." หญิงสาวสวนตอบเขาอย่างหงุดหงิดที่ถูกเขามองแบบนั้นแต่ก็ต้องรีบปิดปาก โมโหตัวเองที่เผลอพลั้งปากพูดเรื่องณีออกไป

"ชอบใครพูดให้จบ" แต่ชายหนุ่มได้ยินชัดเจนและรู้ว่าเธอมีอะไรปิดบังเขา ริวจับแขนเธอแน่นแล้วคาดคั้นคำตอบ

"โอ้ย...ปล่อยนะ" หญิงสาวพยายามสะบัดตัวให้หลุดออกจากวงแขนของชายหนุ่ม

"ก็พูดมาให้จบซิ เธอจะบอกว่าณีแอบชอบใคร" เขาเองก็อยากรู้เหมือนกัน

"อยากรู้ก็ไปถามเอาเองซิ" หญิงสาวสะบัดตัวด้วยความแรงทำให้ตัวเองหลุดออก

จากมือของเขา แต่ตัวเธอก็เสียหลัก ล้มลงไปชนกับมุมโต๊ะกินข้าวเข้าอย่างจัง

"โอ้ย...." หญิงสาวยกมือกุมหัวแน่นด้วยความเจ็บ ชายหนุ่มมองแล้วขำใน

ความดื้นด้านของเธอเดินไปทำท่าจะช่วยพยุงขึ้นมาหญิงสาวก็สะบัดมือออก แล้วลุกขึ้นยืน

"ไม่ต้องมาทำเป็นช่วยหรอก" เสียงหวานกระชากน้ำเสียงใส่ หัวเราะเยาะเราแล้วยังจะยื่นมือเข้ามาอีก

ชายหนุ่มชะงักรีบเปลี่ยนเป้าหมายทันที

"ใครว่าผมจะมาช่วยคุณ ผมจะมาดูโต๊ะตะหากว่าเป็นอะไรรึเปล่า ดูซิโดนผู้หญิง

หัวแข็งอย่างคุณชนเข้าไม่รู้จะพังรึเปล่าเนี่ย" เขาทำท่าทางเป็นห่วงโต๊ะทันที ยิ่งทำให้หญิงสาวโมโหเข้าไปใหญ่ เดินจ้ำไปจากตรงนั้นทันที ชายหนุ่มยิ่งขำที่แกล้งเธอได้

หญิงสาวเดินเข้าไปในห้องปิดประตูห้อง

คนบ้า...โรคจิต....โอ้ย...เจ็บชะมัดเลย หญิงสาวบ่นมือกุมหัว

"เมื่อไรจะไปจากที่นี่สักทีนะ คิดถึงแม่จัง ไม่รู้จะเป็นไงบ้าง" หญิงสาวสอดตัวนอนบนที่นอนแล้วกอดหมอนคิดถึงแม่ที่กำลังป่วยหนักไม่นานเธอก็หลับไป

วันต่อมา หญิงสาวตื่นขึ้นมาแต่เช้า เดินมาหารินรดาที่ห้องนอน แต่ก็ไม่เจอมองหาก็ไม่เห็นใครในบ้านเลย เธอเดินออกมาข้างนอกก็พบริวกำลังถือปืนกำลังจะเดินเข้าไปในป่า

"เดี๋ยวซิคุณ" หญิงสาวตะโกนเรียกแล้ววิ่งตามเขามา

"มีอะไร" ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวที่วิ่งมาหาเขาหน้าตาตื่น

"น้องรินล่ะ" หญิงสาวพูดเสียงหอบ

"น้องรินไปหาหมอ" ชายหนุ่มอย่างอย่างหงุดหงิดที่หญิงสาวไม่รู้ว่ารินต้องไปหาหมอ

"อ้าว ทำไมเมื่อวานไม่มีใครบอกฉันเลย" หญิงสาวยกมือขึ้นเกาหัว เธอไม่รู้โปรแกรมการไปหาหมอของคนป่วยที่เธอต้องดูแลเลยสักนิดเดียว

"แล้วคุณเป็นพยาบาลประสาอะไร ถึงไม่รู้ว่าคนไข้ที่ดูแลอยู่ ต้องไปหาหมอวันนี้"

ชายหนุ่มส่ายหน้าพูดจาตำหนิใส่เธอ โดยไม่ยอมบอกความจริงว่า รินนั้นแหล่ะที่ไม่ยอมให้บอกเธอ เพราะเห็นว่าแก้วดูแลเธอจนดีขึ้นมาแล้วจึงอยากจะให้พักผ่อน

"อ้าว..ฉันเพิ่งมาทำงานที่นี่นะ จะไปรู้ได้ไงละ แล้วไปกับใคร" หญิงสาวขัดใจที่ถูกทิ้งไว้เพียงคนเดียว รู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่ของตนเอง

"ไปกับคุณณี แล้วก็ป้าแอ๋ว ป้าแอ๋วไปซื้อกับข้าวด้วย" ชายหนุ่มตอบให้ครบเธอ

จะได้ไม่ถามต่ออีก

"เหรอ แล้วไม่มีใครอยู่บ้านเหรอ" หญิงสาวหันกลับไปมองบ้านหลังใหญ่

"มีซิ ลุงแนบคนสวนอยู่แล้วก็คุณไง" กล่าวจบชายหนุ่มก็ถือปืนเดินปลีกตัวจากไป วันนี้เขามีหน้าที่ที่ต้องทำ

หญิงสาวรู้สึกเซ็งที่ไม่ได้ไปด้วย เธอเบื่อที่จะอยู่ในป่าแล้ว ถ้าได้ออกไปซื้อข้าวของบ้างก็คงดี

"แล้วนี่จะไปไหนนะ" หญิงสาวถามเมื่อเห็นเข้ากำลังเดินเข้าป่าไป

"ไปทำงาน จะไปด้วยไหม" ชายหนุ่มตะโกนกลับมาด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

หญิงสาวส่ายหน้าหันกลับไปที่บ้าน แล้วก็นึกได้ว่าเธออยู่บ้านตามลำพังก็นึกกลัวขึ้นมา ก็รีบหันกายกลับไปหาชายหนุ่ม

"เดี๋ยว.." เธอเรียกเขาแล้วรีบเดินตามเข้าไปในป่า

"อะไรอีกล่ะ" ชายหนุ่มหยุดด้วยความหงุดหงิด ทำไมหญิงสาวคนนี้ถึงน่ารำคาญแบบนี้

"ฉันจะไปด้วย" เกล็ดแก้วยืนกรานกับติดตามเขาไปเดินป่า

"บ้าเหรอ ผมไปเดินป่านะ ไม่ได้ไปห้าง" เธอคิดว่าอยู่กับเขาก็ยังดีกว่าอยู่กับชายแก่ (หื่น) ที่เธอจินตการ เพราะอย่างน้อยเขาก็เกลียดเธอจนไม่อยากจะแตะต้องตัวด้วยซ้ำ

"ก็นั้นแหล่ะ" หญิงสาวยังไม่รู้ชะตากรรมว่าต้องเจอกับอะไรยังคงตอบกลับด้วย

ความมั่นใจ

"จะไปชุดนี่เนี่ยนะ" ราเชนมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าดูชุดที่เธอใส่ รองเท้าส้นสูงเสื้อแขนยาว กระโปรงสั้นแล้วเหนือเข่าแล้วก็ส่ายหน้า

"ใช่ ทำไม" หญิงสาวพยักหน้าอย่างมั่นใจมองดูชุดตัวเองอย่างไม่รู้สึกเลยว่ามันไม่เหมาะ มันก็คงคล้ายกับการไปน้ำตกตามอุธยาน ไม่ได้หนักหนาอะไรขนาดนั้นหรอกมั้ง

"อยู่บ้านไปเถอะ" ชายหนุ่มโบกมือไล่หญิงสาวกลับบ้าน

"ไม่เอา" หญิงสาวเองก็ส่ายหน้าไม่ยอมกลับ

"ทำไมกลัวลุงแนบทำอะไรรึไง" ชายหนุ่มพูดขำๆ หญิงสาวยังไม่เคยเจอลุงแนบที่เป็นสามีของป้าแอ๋ว

"เปล่า ฉัน..อยากไปที่อื่นบ้าง" หญิงสาวกลบเกลือนไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกลัวจริงๆ

"งั้นก็ตามใจ อย่าบ่นก็แล้วกัน" ชายหนุ่มนึกครึ้มในใจอยากจะแกล้งเธอให้เดินเข้าไปในป่า จึงตอบตกลง

"ไม่มีทาง" พยาบาลสาวยังคงตอบอย่างเชื่อมั่น

ชายหนุ่มออกเดินทางอย่างไม่รีรอ หญิงสาวก็รีบสาวเท้าตามเข้าป่าไปทันที

หญิงสาวเดินตามเขาเข้ามาในป่าด้วยความตื่นตาตื่นใจ มองดูแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาอย่างมีความสุข แต่ก็มีความสุขได้ไม่นาน เมื่อชายหนุ่มเริ่มเร่งความเร็ว เธอจึงเลิกชมนกชมไม้และพยายามเดินตามชายหนุ่มเข้าป่าเดินไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกเมื่อยขาไปหมด แต่หญิงสาวก็กัดฟันเดินตามเขาเข้าไป

"นี่คุณ..." เธอหายใจหอบด้วยความเหนื่อย

"อะไร" ชายหนุ่มหยุดแล้วหันกลับมามองเจ้าของเสียงจอมยุ่ง

"เดินอีกไกลไหม" เธอยืนพิงต้นไม้รู้สึกปวดร้าวที่ขาทั้งสองข้าง

"ทำไม"

"ฉันก็แค่ถามดูนะ" เธอพยายามเก็บความเหนื่อยเอาไว้ไม่ให้เขาเห็น

"ไม่ไกลหรอก เดี๋ยวก็ถึงโรงงานแล้ว" ชายหนุ่มตอบพร้อมมองดูที่ขาของเธอที่ตอนนี้มีลอยขีดข่วนเต็มไปหมด

แต่หญิงสาวก็ไม่ได้บ่นต่อว่าเขาออกมาเลยสักคำเดียว

"ทำไมเมื่อยเหรอ" เขาเดินย้อนกลับมาดูว่าเธอจะไหวไหม

"เปล่า ก็แค่ถามดูว่าต้องไปอีกไกลไหม" หญิงสาวส่ายหน้ากลืนนำลายลงคอที่แห้งผาก ไม่อยากยอมรับความจริงว่าเมื่อย กลัวเขาจะเยาะเย้ย

"แล้วถ้าไกลจะกลับก่อนรึไง" ชายหนุ่มพูดขำๆ มองดูหญิงสาวที่ท่าทางจะหมดแรงด้วยความสะใจ อีกไม่นานเอก็คงร้องโวยวายลั่นป่าและขอกลับบ้านอย่างแน่นอน

"บ้าเหรอ หลงทางกันพอดี" หญิงสาวส่ายหน้าเรื่องอะไรเธอจะกลับขืนกลับไปก็ถูกเขาหัวเราะเยาะอย่างแน่นอน เมื่อเขาเห็นเธอยังไม่ยอมเลิกตาม ชายหนุ่มก็ออกเดินต่อแต่ชะลอความเร็วลง

"นี่ แล้วทำไมสร้างโรงงานอยู่กลางป่าละ" หญิงสาวเองก็ออกตัวเดินเทียบข้างเขาแล้วถามแบบชวนคุย

"กลางป่าที่ไหน ขับรถไปก็ได้" ชายหนุ่มตอบอย่างไม่ใส่ใจ มองดูหญิงสาวที่ยัง

พยายามเดินตามอย่างไม่ลดละ

"ห๊า....แล้วทำไมคุณไม่ขับรถมาล่ะ" หญิงสาวหยุดเดินแล้วมองเขาอย่างขัดใจ นี่เขาตั้งใจจะแกล้งเธอให้เหนื่อยตายใช่ไหม

"ก็ออกกำลังกายบ้างซิคุณ ขับรถมันเปลืองนะ แล้วอีกอย่างเดินเร็วกว่าด้วย ขับรถต้องผ่านทางโค้งมันอันตรายกว่า"

"ที่แท้ก็งก" หญิงสาวบ่นอุบอิบ

"พูดมาก เดี๋ยวก็ทิ้งไว้กลางป่าซะเลย" เขาแกล้งเดินให้เร็วขึ้นหญิงสาวตกใจรีบวิ่งตาม

"อย่า...มา..ขู่ฉัน...นะ" หญิงสาวพูดขัดๆ เธอเริ่มหายใจหอบด้วยความเหนื่อยเพราะเขาเดินเร็วมาก ในขณะที่ชายหนุ่มยังไม่รู้สึกอะไรเลยเพราะเขาเดินเป็นประจำ

"นี่คุณ... จะรีบเดินไปไหนเนี่ย ช้าๆ ก็ได้" หญิงสาวเหนื่อยจนเริ่มทนไม่ไหว จน

ต้องขอให้เขาเดินให้ช้าลง

"นี่ช้าแล้วนะ ปกติผมเดิน 20 นาทีก็ถึงแล้ว นี่ ครึ่งชั่วโมงแล้วเพิ่งได้ครึ่งทาง" แต่ชายหนุ่มก็ไม่สนใจเพราะนี่เขาก็เดินช้าลงมามากแล้ว

"ไม่เหนื่อยบ้างรึไง" คนเหนื่อยจัดยังคงพูดอย่างต่อเนื่องไม่หยุด

"ผมเดินจนชิน" ชายหนุ่มเองก็ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่รู้สึกรู้สากะไรกับระยะทาง

"แต่ฉันเหนื่อย พักก่อนได้ไหม" ร่างบางเริ่มเดินต่อไปไม่ไหว เปิดปากออกมาด้วยใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ

"พักไม่ได้" ชายหนุ่มตอบเธออย่างไร้เยื่อใย

"นี่....อย่าใจดำนักได้ไหม" หญิงสาวเริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ

"เพราะคุณนั่งแล้วจะไม่อยากลุก มันจะเหนื่อยยิ่งกว่าเดิม เรียนพยาบาลมาก็น่าจะรู้นี่" ชายหนุ่มหันมาตอบมองดูเธอที่เหงื่อแตกเต็มใบหน้าจนเริ่มสงสาร

หญิงสาวไม่เถียงเพราะเขาพูดถูก แต่ชายหนุ่มก็ยอมผ่อนฝีเท้าลง

"นี่แล้วคุณเป็นพวกตัดไม้เถื่อนรึเปล่าเนี่ย" เธอออกเดินตามเขามาอย่างช้าๆ ยังคงหาเรื่องคุยอย่างต่อเนื่อง

"จะบ้าเหรอ พูดอะไรไร้สาระ ผมทำงานถูกกฏหมายนะ"

"เหรอ แต่หน้าตาผิดกฏหมาย" หญิงสาวเริ่มรำคาญรองเท้าที่เธอใส่มาเธอจึงหยุด

ถอดรองเท้าแสนสวยออก แล้วเดินเท้าเปล่าแทน ชายหนุ่มมองการกระทำของเธอด้วยความงง

"ฉันแค่ไม่อยากให้รองเท้าฉันเลอะดินนะ" หญิงสาวพูดกลบเกลือน ไม่กล้าบอกเขาว่ารองเท้ากัด เธอพูดไม่ตรงกับสภาพรองเท้า ตอนนี้มันก็ดูเลอะดินไปหมดแล้ว

ชายหนุ่มก็พอจะดูออกแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร แค่รู้สึกประทับใจที่หญิงสาวไม่ได้ดูน่า

รำคาญอย่างที่เขาคิด เพราะถึงเธอจะบอกให้เขาเดินช้าหน่อย แต่ก็ไม่เคยบ่นขอกลับบ้านสักคำ หรือแม้แต่จะต่อว่าเขาโทษเขาที่ไม่บอกเธอไม่ให้ตามมา เดินมาสักพักเขาก็หยุด

"ใส่รองเท้าซะ ใกล้ถึงแล้ว แถวนั้นมีตะปูเยอะเดี๋ยวจะโดนตำเข้า" ราเชนเอ่ยปากเตือนด้วยความหวังดี ไม่อยากจะต้องอุ้มเธอกลับบ้าน

หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจเป็นครั้งแรกที่เขาพูดจาดีๆ กับเธอ ทำเอาหัวใจเต้นแรงขึ้นมากับน้ำเสียงอ่อนโยนของชายหนุ่ม

ไม่นานหญิงสาวก็ได้ยินเสียงเครื่องจักรทำงานแล้วเขาก็เดินทางมาถึง โรงงานของเขาเป็นโรงงานตัดไม้ขนาดใหญ่ หญิงสาวมองดูรอบๆ ด้วยความตะลึง ชายหนุ่มเดินเข้าไปในโกดังคนงานของเขามีเกือบร้อยคน และตอนนี้ทุกคนต่างมองมาที่เธอ หญิงสาวแสนสวยสุด Sexy ที่เจ้านายของพวกเขาพามาด้วย

"ไปนั่งรอที่นั่นซิ" ชายหนุ่มพูดพร้อมดึงแขนหญิงสาวขึ้นไปชั้นสองของโกดัง ผลักเธอเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ดูเหมือนเป็นห้องทำงานของเขา

"ฉันจะออกไปตรวจงานรอที่นี่อย่างออกไปไหนล่ะ"

นี่บังคับจังนะ" หญิงสาวหันมาตวัดสายตาใส่เขาที่ออกคำสั่งกับเธอ

"หรือคุณอยากจะเดินออกไปยั่วน้ำลายคนงานของผมก็ได้นะ พวกนั้นคงชอบดูของฟรี" ชายหนุ่มพูดพลางกวาดสายตามองดูหญิงสาว

เกล็ดแก้วนึกขึ้นได้ว่าชุดที่เธอสวมใส่อยู่มันไม่เหมาะแก่การเดินไปมาท่ามกลาง

ชายหนุ่มกลางป่ากลางเขาแบบนี้หญิงสาวไม่เถียงต่อ เดินเข้าไปในห้องดีๆ แล้วชายหนุ่มก็ออกไปจากห้อง หญิงสาวทรุดตัวลงที่เก้าอี้อย่างหมดแรง เธอถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยออก แล้วโยนมันทิ้งอย่างไม่ใยดี ยกขาขึ้นมาดูร่องรอยขีดข่วนที่เต็มขาเธอ

"โอ้ย...เจ็บชะมัด ไม่น่าตามมาเลยเรา" หญิงสาวบ่นกับตัวเองด้วยความรู้สึกคิดผิดอย่างแรง นอนอยู่บ้านล็อกห้องไว้ดีๆ ยังจะดีเสียกว่าตามมาด้วย

สักพักประตูห้องก็ถูกเปิดออก หญิงสาวรีบปรับท่านั่งให้เรียบร้อย แล้วมองคนที่เดินเข้ามาเด็กหนุ่มหน้าตาดีแบบบ้านป่า อายุดูแล้วไม่น่าเกิน 20 ถืออะไรสักอย่างกับแก้วน้ำมาให้

“พ่อเลี้ยงสั่งให้เอามาให้คุณ" เขาวางของลงที่โต๊ะทำงานแล้วเดินจากไปด้วยความรวดเร็ว

หญิงสาวหยิบดูของที่เขาส่งมามันเป็นกระปุกปฐมพยาบาลเบื้องต้น

"ดีจังเลย" หญิงสาวรีบหยิบยาออกมาทาแผล แล้วดื่มน้ำที่เด็กหนุ่มนำมาให้ด้วย

ความเหนื่อยและหิวกระหาย

"ค่อยยังชั่วหน่อย" หญิงสาวนั่งพักสักพัก ก็เดินออกมาดูที่หน้าต่างห้องทำงาน มองดูชายหนุ่มที่กำลังสั่งงานลูกน้องอย่างเพลิดเพลิน

"สั่งงานซะหน้าเครียดเลย" หญิงสาวพูดออกมาขำๆ แอบประทับใจใบหน้าที่มุ่งมั่นของชายหนุ่ม ดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด

สักพักชายหนุ่มก็หันขึ้นมามองหน้าต่างห้องที่เธอกำลังมองเขาอยู่ หญิงสาวรีบหดตัวเพื่อไม่ให้เขาเห็น หญิงสาวรีบมานั่งที่เก้าอี้ แล้วพยายามหาอะไรทำแทบแก้เบื่อ จะเล่นโทรศัพท์ก็ไม่ได้เพราะในป่าแบบนี้สัญญาณไม่แรงพอ เปิดหนักสือพลิกไปมาจนเผลอหลับไปด้วยความเหนื่อย

หญิงสาวหลับไปนานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ รู้ตัวอีกที่ก็ค่ำแล้ว หญิงสาวลืมตาขึ้นมา

มองดูภายนอก เห็นท้องฟ้าดำสนิทก็ตกใจรีบลุกขึ้นทันที แล้ววิ่งออกมานอกห้องด้วยความร้อนรน ซึ่งชนกับคนงานหนุ่มที่กำลังเดินเข้ามาแรงกระแทกทำเอาเธอเกือบล้ม

"โอ้ย..." หญิงสาวร้องดังลั่นด้วยความตกใจ

"อะไรครับคุณ" แต่ชายหนุ่มคนงานที่เธอชนเข้าเธอจับร่างของเธอเอาไว้ก่อนที่จะล้มลงไป

"มืดแล้ว แบบนี้ฉันจะกลับยังไงล่ะ" หญิงสาวพูดน้ำเสียงกระวนกระวาย ภายใน

ใจนึกสาบแช่งชายหนุ่มที่มากับเธอ ที่ทิ้งเธอเอาไว้ที่นี่คนเดียว คนงานคนนั้นจับแขนหญิงสาวไว้แน่น เพราะกลัวว่าหญิงสาวจะตกใจกลัวจนวิ่งตะเลิดเข้าป่าหายไป

"ใจเย็นๆ ครับคุณนาย" คนงานคนนั้นพยายามเรียกสติหญิงสาวให้กลับคืนมา ใบหน้าของเขาเข้ามาใกล้จนหญิงสาวรู้สึกกลัวว่าเขาจะทำไม่ดีกับเธอ

"ปล่อยฉันนะ" แต่หญิงสาวไม่ฟังเสียงเธอพยายามดิ้นให้หลุดออกจากมือที่

เหมือนคีมที่กำลังจับข้อมือของหญิงสาวไว้น้ำตาของเธอไหลออกมาด้วยความกลัว

"อะไรนะ ทำอะไรกัน ร้องโวยวายไปได้" แล้วเสียงที่เหมือนเสียงสวรรค์สำหรับเธอในตอนนี้ ก็ดังขึ้นมันเป็นเสียงของชายหนุ่มที่เธอคิดว่าทิ้งเธอไว้กลางป่ากับคนงานในโรงงาน ทั้งสองหันไปมองเจ้าของเสียงริวมองที่มือของคนงานและมองหญิงสาวเห็นเธอกำลังร้องไห้ก็งงกับเหตุการณ์คิดว่าคนงานของเขากำลังทำอะไรเธอ

"แกทำอะไรเขา" ราเชนถามน้ำเสียงเหี้ยม          

"เปล่านะพ่อเลี้ยง ผมไม่ได้ทำอะไรเลย" คนงานรีบปล่อยมือเธอหญิงสาวจับข้อมือด้วยความเจ็บ

“แล้วทำไมเขาถึงร้องไห้แบบนี้ล่ะ" ริวก้าวเท้าเข้ามามองดูหญิงสาวกับเด็กหนุ่มสลับกันไปมา

"ผมจะขึ้นมาเอากุญแจรถ คุณนายนะซิครับอยู่ๆ วิ่งออกมาจากห้อง แล้วพอเจอ

หน้าผมก็ยิ่งร้องโวยวายเข้าไปใหญ่ ผมก็จับเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าจะตะเลิดไปไกล แล้ว

นายก็เดินมานี่แหล่ะ" คนงานคนนั้นตอบลิ้นแทบพันกันอย่างกลัวจะถูกตำหนิ

"เออๆๆ...งั้นลงไปได้แล้ว" ชายหนุ่มพอจะเข้าใจในเหตุการณ์ ก็โบกมือไล่ แล้วคนงานคนนั้นก็รีบเดินจากไป ริวเดินเข้ามาหาหญิงสาว

เป็นอะไรของเธอ" ชายหนุ่มหันมามองหญิงสาวดูข้อมือของเธอที่เป็รอยแดง

"ก็ฉันตกใจนี่ คิดว่าคุณทิ้งฉันกลับบ้านไปแล้ว" หญิงสาวพูดพลางปาดน้ำตา รู้สึกอายที่เธอร้องไห้ให้เขาเห็น

"หึหึ ก็ว่าจะทำอยู่เหมือนกัน" ชายหนุ่มทำเป็นไม่สนใจที่เธอกำลังร้องไห้ รู้สึกสับสนไม่รู้จะสงสารหรือสะใจดี

"จะกลับรึยังล่ะ มืดแบบนี้จะเดินกลับถูกไหมเนี่ย" หญิงสาวมองดูท้องฟ้าที่มืด

สนิทด้วยความหวาดกลัว

"ใครเขาจะเดินกลับล่ะ"

"แล้วจะนอนที่นี่เหรอ" หญิงสาวตกใจเธอมองดูชายหนุ่มที่ท่าทางเฉยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะกลับ

"คุณจะนอนก็ได้นะผมไม่ว่า" ชายหนุ่มพูดขำๆ

"อ้าว...ก็ไม่เดินกลับแล้วจะกลับไงล่ะ" หญิงสาวพาซื่อถามกลับ ตอนนี้ใจจดจ่อกับการกลับบ้านที่สุด

"เดี๋ยวผมจะให้คนงานขับรถไปส่ง"

"อ้อ เหรอ" หญิงสาวรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเดินกลับเธอเข้าไปหยิบรองเท้ามาใส่ เขาเองเข้าไปเอาเอกสารสองสามชิ้นแล้วเดินออกมา

"จะกลับไหม" เขาหันมาถามหญิงสาวอีกพร้อมครั้งยิ้มที่มุมปาก

ร่างบางพยักหน้าหน้าตาซื่อทำให้เธอน่าสงสารเข้าไปใหญ่

"ก็เดินตามมาซิ ยืนโง่อยู่ได้" ชายหนุ่มพูดห้วนๆ เธอเดินตามมาโดยที่ไม่ได้บ่นอะไร แล้วก็ลงมาเจอกับคนงานหนุ่มที่เธอโวยวายใส่เมื่อกี้นี้ เขามองเธอแล้วยิ้มให้หญิงสาวไม่กล้าสบตาด้วยความอาย

"นี่นายเส่ยคนที่เธอเจอเมื่อกี้นี้แหล่ะ เขาจะขับรถพาเรากลับ" แล้วเขาก็พยักหน้าให้เส่ยขึ้นรถริวเปิดประตูรถกะบะให้หญิงสาวขึ้นไป แล้วเส่ยก็ขับรถออกมาจากโกดัง

"นี่คุณกี่โมงแล้ว" หญิงสาวพลางถามเวลา เพราะรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน เหมือนจะไม่ได้กินอะไรทั้งวัน

"สามทุ่ม" ชายหนุ่มตอบสั้นๆ

"ห๊า..แล้วน้องรินล่ะ กลับมารึยัง" คนเพิ่งรู้เวลาตาดตใส่ นี่เธอเผลอหลับไปนาน

ขนาดนั้นเชียวเหรอ

"กลับมาแล้ว" ชายหนุ่มตอบเรียบๆ

"แล้วเป็นอะไรรึเปล่าออกไปเจออากาศในเมืองนะ" หญิงสาวถามด้วยความเป็นห่วง

"ไม่รู้ แต่คงไม่เป็นไรหรอก หมอมาด้วยคงดูแลกันอยู่"

"หมอ หมอที่ไหน" หญิงสาวตกใจไม่รู้ว่าเธอมีหมอตามมาส่งถึงที่นี่

"หมอเดช" ชายหนุ่มตอบ เพราะก่อนหน้านี้เขาคุยโทรศัพท์กับทรงเดชเพื่อถามเวลากลับ

"พี่หมอมาเหรอ" หญิงสาวดีใจที่พี่หมอของเธอตามมาที่เชียงใหม่

"ใช่..มันจะมางานเลี้ยงรุ่น" ชายหนุ่มรู้สึกหงุดงหงิดที่ได้ยินเสียงดีใจของหญิงสาวเมื่อรู้ว่าหมอเดชมา

"แล้ว...พวกเขาไม่เป็นห่วงฉันแย่เหรอที่หาฉันไม่เจอนะ"

"ห่วงซิ โทรมาหาฉันแล้ว ก็บอกไปแล้วว่าเธออยู่กับฉัน"

"เหรอ แล้วป่านนี้ฉันยังไม่กลับเลยแย่จริง" หญิงสาวพูดน้ำเสียงสลด เธอรู้สึกบกพร่องต่อหน้าที่อีกครั้ง เส้นทางที่เส่ยขับมามันอันตรายมาก โดยเฉพาะเมื่อขับตอนกลางคืนทำให้เส่ยต้องขับช้าอย่างระมัดระวัง หญิงสาวทอดสายตาออกไปทางป่ามองดูความมืดมิดอันน่ากลัวไม่มีใครพูดจาอะไรทั้งสิ้น

"เออ....โทษนะ" แล้วหญิงสาวทำลายความเงียบขึ้น

"อะไรอีกล่ะเธอเนี่ย วุ่นวายจริง" ชายหนุ่มหงุดหงิดที่เธอถามนั้นถามนี่อยู่ตลอด

"มันจะอีกนานไหม" หญิงสาวพยายามบังคับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

"นาน" ชายหนุ่มตอบเสียงหนักๆ

"นานเลยเหรอ" หญิงสาวมองดูเส้นทางแล้วกลืนน้ำลาย

"ใช่ ดูทางซิคุณ โค้งเยอะจะตาย จะรีบขับได้ไง" ชายหนุ่มชี้ให้ดูเส้นทางที่คดเคี้ยวเลี้ยวลด

“ก็นั้นแหล่ะ คือตอนนี้มีปัญหาแล้ว" หญิงสาวยกมือขึ้นปิดปาก

"อะไร" ชายหนุ่มหันมามองหน้าหญิงสาวด้วยความหงุดหงิด ที่เธอสร้างปัญหาให้เขาอ้าปากจะต่อว่าเธออีกก็ตกใจทีหน้าของเธอซีดเผือก

"เป็นอะไรของเธอนะ"

"ฉัน..เมารถ...อยากจะอาเจียน" คำพูดของเธออยู่ในลำคอเหมือนพยายามกลืนบางสิ่งที่อยากจะออกมาจากปาก

"โอ้ยตาย อยากจะบ้าจริงๆ เส่ยจอดรถให้คุณนายเขาออกไปอ้วกก่อน" ชายหนุ่มหันไปสั่งคนขับ

เส่ยจอดรถทันทีตามคำลั่ง ชายหนุ่มลุกลงออกจากรถเพื่อให้หญิงสาวได้ลงไป แล้วหญิงสาวก็วิ่งลงไปอ้วกที่ข้างทาง ริวรื้นค้นหาน้ำในรถส่งให้หญิงสาวเธอรับมาแล้วดื่มล้างปาก หันมองหน้าเขาด้วยความอาย ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งข้างหลังแทนเธอ

"ลงซิฉันเสร็จแล้ว" หญิงสาวทำท่าจะก้าวขึ้นรถ

"รู้แล้ว คุณนั่งหน้าไปเถอะ เผื่อเมาอีกผมจะได้ไม่ต้องลงให้รำคาญ" ชายหนุ่มตอบอย่างรำคานใจ หญิงสาวมองค้อนคิดว่าเขาใจดำต่อว่าเธอ

แต่จริงๆ แล้ว การที่เขาย้ายไปนั่งหลังเพราะเสียสละให้เธอตะหาก ถ้าเธอยังฝืนนั่งหลังต่อคงจะเมารถไม่หาย การนั่งหน้าเป็นการช่วยไม่ให้เธอเมารถมากไปกว่านี้ เส่ยขับรถมาอีกเกือบชั่วโมงก็มาถึงบ้าน หญิงสาวรีบลงจากรถทันทีเดินเข้าไปในบ้านกำลังจะเข้าห้องนอนก็หยุดชะงักจากเสียงของหมอเรียกเธอเอาไว้

"แก้ว กลับมาแล้วเหรอ" ทรงเดชทักทายพยาบาลสาวน้ำเสียงสดใส

"พี่หมอ ดีใจจังที่พี่หมอมา" หญิงสาวเดินเข้าไปหาแล้วยิ้มให้พี่หมอของเธอ

"แล้วนี่เป็นอะไรหน้าซีดเชียว" หมอเดชมองดูสีหน้าของหญิงสาวก็รู้ว่าเธอกำลังไม่สบาย

"แก้วเมารถนะคะ" หญิงสาวยิ้มเจื่อยๆ รู้สึกอายๆ ที่เธอเมารถกลับมาแบบนี้

"อ้าวเหรอ แล้วไปไหนกันมาล่ะ"

"คือ..." หญิงสาวอ้าปากจะตอบ

"ไปโรงงานฉันมานะ" แต่แล้วเสียงริวดังขึ้นจากด้านหลังของเธอ

"แก้วขอตัวนะคะ" หญิงสาวรีบขอตัวอย่างไม่กล้าสบสายตากับเขากลัวเขาจะหัวเราะเยาะ

"ริว เป็นไง พาพยาบาลคนสวยไปโรงงานนายทำไมล่ะ" เดชหันไปทักทายเพื่อนสนิทที่เดินเข้ามาบ้าน

"ไม่ได้พาไป เขาตามไปเอง" ชายหนุ่มส่ายหน้ามองร่างบางที่เดินขึ้นไปบนชั้นสอง

"แล้วทำไมกลับมาสภาพแย่ขนาดนี้ล่ะ" เดชถามเมื่อเห็นขาของหญิงสาวมียา

แต้มเต็มไปหมด ริวเองก็เพิ่งสังเกตเห็นขาของเธอเช่นกัน

"ก็ไม่มีอะไรหรอก ขาไปเดินไป ส่วนขากลับก็เมารถกลับมา"

"เดินเนี่ยนะ โรงงานแกเดินไกลจะตาย พาไปได้ไง" เดชมองหน้าริวแบบดุๆ ที่ยอมให้หญิงสาวเดินเข้าป่าตามไปได้ยังไงกัน

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha