เพลิงสวาทพันธนาการใจ (ชื่อเดิมลุ้นให้เจอรัก) [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 2 : [ ตอนที่ 2 ]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

 

ชลินทราสะบัดหน้าหนี สองมือก็ทั้งตบทั้งตีพวกชั่วไม่ยั้ง ปากก็ส่งเสียงร้องให้คนช่วย และนั่นทำให้คนนั่งทำหน้าเซ็งอยู่ภายในบ้านได้ยิน นิคเตอร์ชะเง้อฟังอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่ามีคนกำลังร้องขอให้ช่วย พอมั่นใจจึงเรียกหาคนสนิท ที่กำลังเดินสำรวจรอบๆ บ้านเช่าอยู่

            “โคบี้!

            “ครับคุณนิค” โคบี้วิ่งมารอรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย

            “ฉันได้ยินเหมือนมีคนร้องให้ช่วย แกออกไปดูหน่อย”

            “ครับเจ้านาย” โคบี้รับคำแล้วเดินออกจากบ้าน ส่วนทางด้านคนร้องขอความช่วยเหลือตอนนี้กำลังต่อสู้กับพละกำลังของคนชั่วหน้าดำหน้าแดง           

            “ปล่อยฉันนะไอ้พวกบ้า ปล่อย ปล่อยโว้ย!” ชลินทราทั้งเตะทั้งตบ หวังหลุดไปจากมือของพวกเดนนรก

“ฤทธิ์เยอะเหลือเกินนะมึง” มันถอนใบหน้าออกมากระซิบเสียงเหี้ยม จังหวะกำลังจะง้างมือหมายจะตบสั่งสอน แสงไฟก็สาดส่องเข้ามาเสียก่อน

            “พี่จั๊ก! พอได้แล้ว เดี๋ยวพี่โต้งจะโกรธเอานะพี่”

            “แต่กูเป็นคนวิ่งไล่นังนี่มานะไอ้แจ็ค กูก็ต้องได้อีนี่เป็นเมียก่อนดิ” จั๊กหันมาตวาดใส่ผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องอย่างหัวเสีย

            “ฉันรู้ แต่ถ้าพี่โต้งเห็น พี่ได้เจ็บตัวแน่ๆ” แจ็คเตือนด้วยความหวังดี ซึ่งก็พอดีกับที่หัวหน้าแก๊งเปิดประตูรถลงมา  

            “ไอ้จั๊ก ตะกี้มึงคิดทำอะไร” โต้งเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

            “ฉันแค่จะสั่งสอนนังนี่มันนิดหน่อยเท่านั่นแหละพี่ มันฤทธิ์เยอะเหลือเกิน ไป! ไปขึ้นรถ” พูดจบมันก็ลากคนโชคร้ายไปยังรถ แต่ชลินทราฝืนตัวเอาไว้สุดกำลัง ปากก็ร้องตะโกนให้คนช่วย และครั้งนี้ก็เป็นโชคดีของเธอเมื่อหนุ่มฝรั่งเดินมา

            “คุณ! ช่วยฉันด้วย” ชลินทราละล่ำละลักบอกด้วยความดีใจ

            “ถ้ามึงไม่อยากเจ็บตัว ก็อย่ายุ่งเรื่องของกู ไอ้ฝรั่ง!” โต้ง นักเลงประจำถิ่นเดินอาดๆ เข้าไปพร้อมชี้หน้าข่มขู่อีกฝ่าย ที่รูปร่างสูงใหญ่กว่าตน

            “เผอิญวันนี้ฉันอยากเจ็บตัวว่ะพวก” โคบี้ ปลดกระดุมบนข้อมือออกช้าๆ บอกเป็นนัยว่าพร้อมจะมีเรื่อง

            “วอนนักนะมึง” โต้งที่ถือว่าตนเองใหญ่ประจำถิ่นพุ่งเข้าหาพร้อมกับซัดหมัดใส่ แต่โคบี้หลบทัน แล้วซัดกลับจนนักเลงประจำถิ่นล้มคว่ำ

            “พี่โต้ง!!” สองหนุ่มพากันร้องเรียกเสียงดัง เมื่อลูกพี่โดนสอยร่วงกลางอากาศ ชลินทราจึงอาศัยจังหวะนั้นสะบัดตัวจนหลุด แล้วรีบวิ่งไปยังบ้านเช่าพอดีกับที่นิคเตอร์ก็เดินออกมา

            “คุณนิคเตอร์ ช่วยฉันด้วย พวกมันจะทำร้ายฉัน” ชลินทราละล่ำละลักบอกด้วยอาการขวัญหนีดีฟ่อ ลืมไปเสียสนิทว่าก่อนจะขี่รถกลับบ้าน เธอถูกเขาลวนลาม

            “เข้าไปหลบในบ้านก่อนครับ” นิคเตอร์ดันประตูให้เปิดกว้าง และรอจนแม่สาวร่างเล็กเข้าไปในบ้านเรียบร้อยเขาก็ดันประตูรั้วปิดแล้วเดินไปหาคนสนิทที่กำลังเล่นงานพวกอันธพาล

            “โคบี้ พอได้แล้ว แล้วก็เรียกตำรวจมาจัดการพวกมันต่อ” เมื่อมาถึงและเห็นพวกอันธพาลนอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บ หลังจากโดนหมัดและเข่าของโคบี้เข้าไปคนละสามสี่ที

            “ครับเจ้านาย” โคบี้รับคำสั่ง แล้วล้วงเอาโทรศัพท์มากดโทรออก ระหว่างนั้นพวกอันธพาลก็รีบร้องขออย่าว่าแจ้งความ ก่อนที่พวกมันจะลนลานพากันขึ้นรถขับออกไป โดยที่นิคเตอร์ก็ห้ามไม่ให้คนสนิทตามไป

            “น่าจะให้ผมตามไปนะครับคุณนิค คนพวกนี้ปล่อยไว้ก็รังแต่จะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน”

            “มันคงเข็ดแล้วล่ะ” แต่อาจจะแค่ช่วงเวลาหนึ่ง

            “ครับเจ้านาย” โคบี้ขานรับในคำสั่ง ก่อนที่สองหนุ่มจะพากันเดินกลับไปยังบ้านเช่าและทันทีที่มาถึงชลินทราก็รีบยกมือไหว้ขอบคุณ นิคเตอร์จึงอาสาไปส่ง ชลินทราไม่ได้อยากรับไมตรีนั่นเลย แต่ก็ยอมไปเพราะยังกลัวพวกขยะสังคมอยู่

ไม่นานรถคันหรูก็มาจอดเทียบหน้าบ้านพัก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่รถอีกคันขับสวนออกไป

“เสี่ยทรงพลมาทำไม” ชลินทราพึมพำ แต่ก็พอให้สารถีหนุ่มได้ยิน แต่ก็ไม่ชัดเจนต้องหันมาถาม

            “คุณพูดว่าอะไรนะ” ไม่ถามเฉยๆ แต่ยังโน้มเข้ามาใกล้จนชลินทราผงะ แต่ก็ไปไหนไม่ได้ เพราะติดเบาะรถ      

            “ปละเปล่านี่ แต่คุณน่ะ ถอยไปห่างๆ ฉันเลยนะ” ตอบกลับเสียงตะกุกตะกุก

            “ผมไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น” เขายิ้มทะเล้น

            “หึ” ชลินทราร้องหึในลำคอแล้วรีบขอบคุณที่มาส่ง ก่อนจะเปิดประตูรถลงไปทันที ส่วนคนภายในบ้านหลังจากหายตกใจกับการมาของเสี่ยทรงพลแล้วก็เดินออกมารับหลานสาวและทันได้เห็นว่ามีรถขับมาส่ง

            “ยัยโซ่! นั่นแกให้ใครมาส่ง หรือว่าแฟนแก แล้วทำไมไม่พาเข้ามาในบ้านก่อนล่ะ” เพราะแฟนของหลานสาวไม่ได้มาที่บ้านเกือบปีแล้ว ตั้งแต่ได้งานใหม่ที่กรุงเทพฯ

            “ไม่ใช่เต้หรอกป้า นั่นนะคนที่มาเช่าบ้านเรา” ตอบคำถามผู้เป็นป้าไปแล้ว ชลินทราก็หยุดคิดไปพักหนึ่งว่าจะเล่าดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเธอก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองให้ผู้เป็นป้าฟัง

            “ทำไมวันนี้มันถึงได้เจอแต่เรื่องซวยๆ เนี่ย แต่ก็ดีแล้วที่แกไม่เป็นอะไร” พูดจบจุรีก็เดินไปนั่งทำหน้าเครียดที่โซฟาหน้าทีวี

            ...ชลินทราเดินตามไปนั่งฝั่งตรงข้าม ก่อนจะเอ่ยปากถามถึงเสี่ยทรงพล

            “มาทวงเงินที่เพิ่งกู้ไปน่ะสิ” จุรีตอบหลานสาวเสียงเครียด

            “แล้วทำไมมาทวงเร็วนักล่ะป้า” เมื่อรู้ถึงสาเหตุการของเสี่ยทรงพลแล้ว ชลินทราก็มีสีหน้าเครียดไม่แพ้ผู้เป็นป้า แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมเสี่ยทรงพลถึงได้มาทวงหนี้เร็วนัก

            “ไอ้เสี่ยมันบอกว่าเมียให้มาทวง มันก็เลยมาจี้ให้เราคืนเงินให้” จุรีแทบจะร้องไห้ เพราะตนนั่นพอได้เงินจากเสี่ยทรงพลก็เอาไปใช้หนี้เจ๊มาลัยเลย เลยทำให้ไม่มีเงินไปคืนเสี่ยทรงพล ส่วนชลินทราก็เพิ่งนึกได้ว่ามีเงินค่าเช่าก็รีบเอาออกมาให้ผู้เป็นป้า

            “นี่จ๊ะป้า เงินค่าเช่า แล้วก็มีค่าอาหารเช้าเย็นด้วยของฝรั่งคนนั่นด้วย เขาจ่ายมาทีเดียวเลยนะป้า ให้เยอะด้วย ป้าเอาเงินส่วนนี้ไปจ่ายเสี่ยทรงพลก่อนนะ ส่วนที่เหลือเราก็ขอผลัดเสี่ยไปก่อน” ขอผลัด แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะหาเงินจากไหนเหมือนกัน

            “ไอ้เสี่ยมันไม่ให้ผลัดหรอก มันบอกว่าให้หาเงินไปจ่ายมันภายในสามวัน โธ่โว้ย! กลุ้มจริงๆ รู้งี้ไม่ไปกู้เงินให้เสี่ยนั่นก็ดี” จุรีหลั่งน้ำตาออกมาทันที เพราะแค่สามวันตนไม่มีปัญญาไปหาเงินมาจ่ายหนี้ได้ทัน

            ชลินทราก็ได้แต่ปลอบผู้เป็นป้าว่ามันต้องมีหนทางแก้ปัญหา แต่ตอนนี้เธอยังคิดไม่ออก

            “ก็ขอให้มันทางออกเถอะ แต่แกไปอาบน้ำนอนเถอะ ยัยโซ่ เดี๋ยวป้าจะออกไปดูข้าวของซะหน่อย เดี๋ยวก็จะเข้านอนแล้ว” พูดจบจุรีก็ลุกเดินไปดูข้าวของว่าขาดอะไรบ้าง จะได้ตื่นแต่เช้าไปหาซื้อ เพื่อให้หลานสาวตื่นมาทำอาหารเอาไปส่งหนุ่มฝรั่งที่มาเช่าบ้าน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha