cover

จำเลยแค้น แสนสวาท


รัศมีจันทรา



×

New ! : ตอนนี้นักอ่านสามารถเติมเหรียญสะดวกขึ้น ด้วยบัตรเงินสด Pay with True Money ซึ่งหาซื้อได้ที่ 7 eleven logo ทุกสาขาค่ะ




3.5 จากผู้อ่าน 2 คน.

 6873        1       niyayrak_coin 19120



จากใจนักเขียน

 

        สวัสดีเพื่อนๆ นักอ่านที่น่ารักทุกคนอีกครั้งค่ะ ครั้งนี้ จาจ้า หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในนามของ รัศมีจันทร์ ดีใจมากเลยค่ะที่วันนี้ได้กลับมาเจอกับทุกคนอีกครั้ง และก็ไม่ลืมที่จะนำเรื่องราวสนุกๆ มาฝากทุกคนอีกเช่นเคยค่ะ...

          อุบัติเหตุคือเรื่องราวที่เราไม่คาดคิดใช่มั้ยคะ และจาจ้าก็เชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เรื่องราวแบบนี้เกิดขึ้นแน่นอนเพราะมันนำมาซึ่งความสูญเสียหลายๆ อย่าง เหมือนนางเอกเรื่อง จำเลยแค้นแสนสวาท ของเรานี่แหละค่ะ พิมพิมล หรือ น้ำหวาน สาวสวยน่ารัก สดใส และซื่อบริสุทธิ์ เธอเองก็ไม่อยากให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นแต่อย่างใด แต่จะทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้ และมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว สิ่งที่เธอทำได้ก็แต่เพียงทำใจยอมรับกับความจริงที่เกิดขึ้น หากแต่เขา นวเดช หรือ นน กลับไม่ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้น เขาปักใจและฝังใจว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับคนรักของเขานั้นเธอจงใจจะให้มันเกิดขึ้นเพื่อหวังอะไรบางอย่างในตัวเขา...

          ทว่าสิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจจะให้มันเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยนิด หากจะว่ามันเป็นอุบัติเหตุก็ไม่เชิง หรือจะว่าตั้งใจก็ไม่ใช่ สิ่งๆ นั้นก็คือความรู้สึกอันแสนแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่กลางใจทุกครั้งที่ได้ใกล้ชิดและสบกับสายตาหวานนั่น...

          แต่เรื่องราวทั้งหมดจะเป็นอย่างไร และบทสรุปของทั้งสองจะเป็นยังไงต่อไปนั้น ก็ขอเชิญชวนเพื่อนๆ นักอ่านที่น่ารักพลิกเข้าไปอ่านและติดตามความเป็นไปของทั้งสองได้ใน จำเลยแค้นแสนสวาท เลยจ้า...

          สุดท้ายนี้จาจ้าก็ต้องขอขอบคุณทุกกำลังแรงใจที่มีให้นักเขียนมือใหม่คนนี้ตลอดมา ขอบคุณทุกคนที่คอยเกื้อหนุน และที่สำคัญ ขอบคุณพี่สาวแสนสวยที่คอยช่วยเหลือในหลายๆ ด้านด้วยค่ะ :) ...

 

รํศมีจันทรา


บทนำ

       

        เวลาใกล้ค่ำ...

            เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมเปี่ยมล้นด้วยเสน่ห์ยืนกอดอกมองหญิงสาวรูปร่างบางอรชรที่กำลังตะครุบกระโปรงบานสีฟ้าอ่อนของเจ้าตัวเป็นพัลวันเมื่อถูกลมหนาวพัดตีกระหน่ำตวัดเอาชายกระโปรงให้ปลิววะว่อนขึ้นจนเผยให้เห็นเรียวขายาวสมส่วนขาวผุดผ่องเนียนละเอียดดุจหยกสลักอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่หญิงสาวคนนั้นจะก้าวเท้าบอบบางในรองเท้าสานสีน้ำตาลช็อกโกแล็ตข้ามถนนมายังบริเวณตึกที่เขานั่งอยู่…

            ริมฝีปากหยักกระด้างระบายยิ้มบางๆ ออกมาอย่างเผลอตัว ดวงตาเป็นประกายจับจ้องอยู่ที่ร่างอ้อนแอ้นนั้นอีกครั้งตามประสาผู้ชายเพราะความสวยของเธอเป็นที่สะดุดอยู่มาก... คนมองค่อนข้างแปลกใจตัวเองอยู่ไม่น้อยเพราะหลายปีมาแล้วที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจความสวยงามของใคร นอกจากนันธิดาผู้หญิงที่เขารักเท่านั้น

            มือใหญ่ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบอึกเล็ก ก่อนจะวางแก้วไว้ที่โต๊ะแล้วเอี้ยวตัวเดินหันหลังให้กับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้อย่างไม่ใส่อะไรนัก หากแต่ความสวยงามของเธอช่างเป็นที่สะดุดตาเหลือเกิน…

            เหตุที่เขาได้นั่งอยู่ในห้องกระจกนี้ก็เพราะหนีความวุ่นวายจากแขกเหรื่อที่หลั่งไหลมาร่วมงานจนพื้นที่กว้างๆ ดูแคบลงไปถนัดใจเลยทีเดียว และบรรยากาศวันนี้ก็ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ปกติขอบฟ้าในยามใกล้จะค่ำนี้เป็นสีทองสดใสของแสงดวงอาทิตย์ แต่ในวันนี้ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางไหนทั่วทั้งท้องฟ้าก็มืดมิดมัวมน ขอบฟ้าที่เคยดูสดใสก็เห็นแดงคล้ายสีเลือด ทำให้ชายหนุ่มประหวั่นพรั่นใจ มีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆ ขึ้น ทั้งๆ ที่วันนี้เป็นวันดีแท้ๆ

            มือใหญ่กำลังจะเอื้อมไปผลักประตูให้เปิดออกเพื่อเดินลงไปร่วมงานวันคล้ายวันเกิดของตนที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ และเพื่อไปรอรับแขกคนพิเศษของเขาซึ่งก็คือนันธิดาสุดรักสุดดวงใจของเขาซึ่งทั้งสองกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกันในสัปดาห์หน้านี้นี่เอง...

            แต่... ก่อนที่มือใหญ่จะแตะกับประตูนั้น เสียงดังโครมคราม! พร้อมกับเสียงหวีดร้องแหลมเล็กด้วยความตระหนกตกใจก็ส่งเสียงขึ้นมาจากภายนอกตัวตึก นั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มหวาดหวั่นใจมากขึ้น กลัวว่าลางสังหรณ์ของตนจะเกิดขึ้นจริง มือใหญ่ชะงัก ร่างหนาหมุนตัวเดินกลับไปยังตำแหน่งที่พึ่งจะเดินจากมาเมื่อครู่ สายตาคมกริบทอดมองลงไปดูเหตุการณ์ด้านล่าง แล้วม่านตาคู่คมก็ต้องเปิดออกกว้างกว่าเดิมเมื่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นคือ...  รถชน!

            ชายหนุ่มยังไม่ทันได้ดูรายละเอียดอะไรมากมายนัก และอีกอย่างจุดที่เขากำลังยืนอยู่นั้นก็อยู่สูงจากพื้นมากพอควร หากจะเก็บรายละเอียดในตอนนี้ก็คงจะทำได้ไม่ค่อยดีนัก นวเดชเดินตรงไปที่ประตูอีกครั้ง ผลักมันให้เปิดออกแล้วก้าวยาวๆ ตรงไปยังลิฟต์เพื่อลงไปที่ด้านล่างอย่างรีบร้อน!...

 

            สาวสวยรีบเปิดประตูรถออกแล้วรีบสาวเท้าตรงมายังร่างบางที่นั่งเกลือกอยู่กับพื้นถนน ในสภาพมอมแมม

            “เป็นอะไรมากรึเปล่าคะนันธิดาถามไถ่ด้วยความหวาดหวั่น กลัวว่าคนที่ตนขับรถชนโดยไม่ตั้งใจเมื่อครู่นี้จะเป็นอะไรมาก

            พิมพิมลสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นถนนอย่างหมดสภาพ หน้าตาซีดเผือด มือไม้สั่นด้วยความตกใจกับเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ ดีนะที่คนขับรถเหยียบเบรกได้ทันการณ์พอดี ไม่อย่างนั้นป่านนี้เธอคงจะไม่ได้มานั่งลูบแขนลูบขาป้อยๆ อยู่ตรงนี้

            “ไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ” พิมพิมลพูดพลางส่งยิ้มบางๆ ให้ “น้ำหวานไม่ระวังเอง” เธอไม่คิดจะโทษใครอื่นเลยแม้แต่น้อยเพราะเธอเองนั่นแหละที่รีบร้อนเกินกว่าเหตุจนไม่ทันได้ระวัง พูดจบดวงตากลมโตทั้งสองนั้นก็รีบลนลานมองหาของชิ้นสำคัญที่เธอถือติดมือมาด้วยเมื่อครู่นี้เมื่อนึกขึ้นได้

            “หาอะไรเหรอคะนันธิดาถามเมื่อเห็นว่าเธอกำลังลุกลี้ลุกลนมองหาอะไรก็ไม่รู้ ‘สงสัยคงจะสำคัญน่าดู’ หญิงสาวคิด

            “ของสำคัญน่ะค่ะ กล่องสีน้ำเงิน” พูดพลางกวาดสายตามองหา “ไม่รู้ว่าไปตกอยู่ที่ไหน” พิมพิมลพูดเสียงสั่นด้วยท่าทางรีบร้อน

            “เดี๋ยวมลหาช่วยค่ะ” นันธิดาแสดงน้ำใจและรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ

            “เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวปฏิเสธด้วยความเกรงใจ “คุณเอ่อ คุณมลรีบไปธุระต่อเถอะค่ะ เดี๋ยวน้ำหวานหาแป๊บเดียวก็เจอ”

            “ไม่เป็นไรค่ะมลไม่รีบ เดี๋ยวมลหาช่วยคุณน้ำหวานดีกว่า” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตามองหาของสำคัญที่เธอบอกอย่างตั้งอกตั้งใจ

            พิมพิมลยังคงนั่งเกลือกกับถนนอยู่ที่เดิม ส่วนนันธิดาได้เดินออกไปสู่ถนนอีกเลนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ทั้งสองสาวไม่ได้สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากของสำคัญกล่องสีน้ำเงินของพิมพิมลเพียงอย่างเดียว

            แต่ระหว่างนั้นอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น นันธิดาที่กำลังช่วยก้มหน้าก้มตามองหาของสำคัญให้พิมพิมลอยู่นั้น โดนแสงไฟเจิดจ้าสีเหลืองเข้มของรถสิบล้อสาดส่องเข้าใส่ สาวสวยหันขวับไปดูอย่างตื่นตกใจ ดวงตาเปิดค้างมองดูรถสิบล้อที่วิ่งสวนมาจากอีกด้านหนึ่งของถนนมุ่งหน้ามาที่เธออย่างรวดเร็วและรุนแรง พร้อมกันกับเสียงแตรรถสิบล้อเสียงดังจัดจนแก้วหูแทบแตก หญิงสาวตั้งตัวไม่ทัน ส่งเสียงหวีดร้องแหลมเล็กด้วยความตื่นตระหนก!... และในไม่ช้าเสียงของร่างบางอรชรของนันธิดาที่ปะทะเข้ากับหน้ารถสิบล้ออย่างรุนแรงก็ดังตามมาติดๆ 

            พิมพิมลตาโตเปิดค้างไม่กระพริบมองดูเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนั้น หัวใจของหญิงสาวหยุดเต้นครู่หนึ่ง เหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวแบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา เธอทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรแทบไม่ทัน ร่างบางเกร็งแข็งทื่อราวกับถูกสาปเจือปนด้วยอาการสั่นเทาจนลืมความรู้สึกเจ็บปวดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เลยทีเดียว...

            “มล!” เสียงนวเดชร้องเรียกคนรักมาแต่ไกล เขาลงมาถึงหน้าตึกตอนที่นั่นธิดากำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับสาวสวยคนนั้น ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นตั้งหน้าตั้งตาก้มมองหาบางสิ่งบางอย่าง และสาวสวยคนนั้นที่นั่งเกลือกอยู่บนถนนก็ก้มหน้าก้มตามองหาอะไรก็ไม่รู้อยู่เหมือนกัน

            แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวทั้งสองคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจก้มหน้าก้มตามองหาอะไรบางอย่างอยู่นั้น เหตุการณ์อันไม่คาดฝันนี้ก็เกิดขึ้น ชายหนุ่มจึงชะงัก ก่อนที่สองเท้าใหญ่จะวิ่งหน้าตั้งไปยังจุดเกิดเหตุ ในขณะที่พิมพิมลยังคงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

            ชายหนุ่มตรงไปยังร่างอรชรที่นอนนิ่งอย่างหมดสภาพแหละไร้สติอยู่กลางถนน เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวสีแดงเหนอะหนะที่หลั่งไหลออกมาไม่ขาดสายส่งผลให้ชุดสีขาวที่ร่างบางสวมใส่อยู่นั้นเริ่มเต็มไปด้วยสีแดง

            มือใหญ่รีบคว้าร่างบางขึ้นมาประคองไว้ในอ้อมแขน หัวใจของชายหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดราวกับโดนกรีดด้วยมีดคมที่ลับมาเป็นอย่างดี กรีดลึกเข้าไปถึงขั้วหัวใจจนรู้สึกเหมือนใจจะขาด เมื่อมองดูร่างบางที่หลับตาพริ้มอย่างไร้สติแบบนี้

            “มล!” พูดพลางเขย่าร่างบางเพื่อเรียกสติ “มลตื่นสิมล!” เรียกอีกครั้งเมื่อเจ้าของร่างบางไม่มีการตอบสนอง

            น้ำตาลูกผู้ชายเริ่มคลอเบ้า…

            “มล!” เขาร้องเรียกสุดที่รักอย่างสุดเสียง แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกในตอนนั้นคือ เจ็บปวดรวดร้าวทรมานหัวใจ คนที่เขารักและทุ่มเทให้สุดชีวิตนอนไร้สติอยู่ในอ้อมแขนของเขา ชีพจรแต่ละจุดบนเรือนกายเต้นช้าและเบาลงเต็มที

            สุดกำลังเสียงที่ร่ำร้องเรียกสติ ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่ในอ้อมแขนก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว สายตาคมเริ่มเจือด้วยความหม่นหมอง กวาดสายตามองไปทั่วทุกอณูบนเรือนร่างของเธออย่างอ่อนใจ

            ชายหนุ่มล้วงกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเรียกรถพยาบาลเมื่อตั้งสติได้ แต่ก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันคงจะไม่ทันแล้ว ร่างกายอันบอบบางจะสามารถทนได้อย่างไรเมื่อปะทะเข้ากับรถคันใหญ่หนักหลายสิบตันอย่างนั้น

            ทันทีที่กดวางโทรศัพท์ ชายหนุ่มหันขวับไปมองดูพิมพิมลที่นั่งตัวแข็งทื่ออยู่ด้วยสายตาเป็นกายแววโรจน์แฝงความดุดันและน่าเกรงกลัวเอาไว้ หญิงสาวขนลุกเกรียว สายตาคมกริบที่จับจ้องมองมาที่เธอนั้นมันช่างน่ากลัวราวกับว่าเขาโดนอสูรร้ายเข้าสิงและพร้อมที่จะเข้ามาฆ่าเธอให้ตายคามือได้เลยทีเดียว

            ความหนาวเหน็บที่ถูกส่งผ่านมาจากดวงตาคมใหญ่แพร่กระจายแทรกซึมเข้าสู่ขั้วหัวใจของพิมพิมลจนรู้สึกเย็นยะเยือกราวกับถูกแช่ด้วยน้ำแข็งที่มีอุณหภูมิติดลบเป็นร้อยๆ กระนั้น

            สายตาเคียดแค้นและคาดโทษจ้องมองอยู่ที่พิมพิมลราวกับจะบอกกับเธอให้รู้ตัวว่า เธอคือฆาตกร เธอเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนรักของเขาต้องถูกรถสิบล้อคันใหญ่ชนเอาอย่างนั้น

            หญิงสาวสะบัดศีรษะแรงๆ ทีหนึ่งเพื่อไล่ความกลัวออกไปให้หมด ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนแล้วเดินโขยกเขยกไปหาเขา แต่สองเท้าน้อยก็ต้องหยุดชะงักเมื่อ…

            “อย่าก้าวเข้ามาใกล้กว่านั้นอีกนะ!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงหนักแน่นจริงจัง ก่อนจะหันหน้าไปจ้องมองดูดวงของผู้หญิงที่เขารักซึ่งตอนนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีแดงฉาน “หากคุณก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้อีกนิดล่ะก็ คุณได้ตายคามือผมแน่!” น้ำเสียงดุดันฟังดูน่ากลัวพิลึกจนคนฟังขนลุกเกรียว

            มือใหญ่กำแน่นเพื่อระงับและสกัดกลั้นความรู้สึกต่างๆ เอาไว้ ก่อนจะยกมือใหญ่ขึ้นไปลูบผมที่ยุ่งเหยิงให้ออกจากหน้าผากมนที่เจ้าตัวนอนไร้สติอยู่อย่างอ่อนโยน

            “คือฉัน...” เสียงหวานสั่นเครือพูดยังไม่ทันจบก็โดนเขาตัดบท

            “หุบปาก!” เขาเค้นเสียงหนักแน่นเจือตะคอก

            ร่างบางสะดุ้งเฮือก! ด้วยความตกใจ น้ำเสียงของเขาเปรียบได้กับพญามารที่กำลังถูกครอบงำด้วยอำนาจของความโกรธแค้น แต่เขาก็ยังมีสติและใจแข็งพอที่จะไม่ทำอะไรวู่วามเหมือนคนสิ้นคิด หากคนที่จิตใจแข็งไม่พอป่านนี้คงจะเข้ามาฆ่าเธอหรือไม่ก็โทรแจ้งตำรวจมาจับเธอตั้งนานแล้ว

            “คุณไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะมล” ดวงตาไหวระริกจับจ้องอยู่ที่ดวงหน้าอ่อนหวานของนันธิดา น้ำเสียงแผ่วเบาสั่นเครือเล็กน้อย “คนที่มันทำอะไรคุณไว้ มันจะต้องได้ชดใช้อย่างสาสม!” เขาหันขวับจ้องมองมาที่พิมพิมลด้วยหางตา น้ำเสียงแปรเปลี่ยนเป็นเข้มขรึมฟังดูน่ากลัวพิลึก ใบหน้าคมสันดูลึกลับน่ากลัวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

            ใบหน้าคมคร้ามกัดกรามแน่นจนเห็นเป็นสันนูน สิ่งที่ค่ามากที่สุดในชีวิตของเขา ถูกผู้หญิงใจยักษ์มาพรากไปอย่างไร้ซึ่งความปรานี ความโกรธแค้นที่เกิดขึ้นในวันนี้ ยากนักที่จะลบล้างมันออกไปได้ เขาจะต้องสั่นสอนให้ผู้หญิงคนนี้ได้รู้ซึ้งถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างไร้ความปราณีเช่นเดียวกับที่เธอได้ทำกับเขาในวันนี้ และเธอก็จะต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำลงไปให้สาสมด้วย...


ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


# ชื่อตอน
1 หัวใจที่บาดลึก  0
2 ตกหลุมพราง  0
3 โดนหลอกเข้าแล้ว  0
ไร้เหตุผล  0
หมดแรง  0
ลำธารแสนสวาท  0
หนีไม่พ้น  0
เรื่องของเรื่อง  0
สร้างความเข้าใจผิด  0
10  คนงานใหม่  0
11  สับสน  0
12  ความช่วยเหลือที่(ไม่)ต้องการ  0
13  ลักลอบเข้าห้อง  0
14  คำขอบคุณ  0
15  มารผจญ  0
16  ยากกว่าที่คิด  0
17  คลายเครียด  0
18  อาการหนัก  0
19  ผูกไมตรี  0
20  หาโอกาสหนี  0
21  กลับมาแล้ว  0
22  กลับมาแล้ว  0
23  ช้าไปแล้ว  0
24  ไดอารี่เล่มเล็กกับความจริงที่เปิดเผย  0
25  คิดถึง  0
26  ต้องชดใช้ (จบบริบูรณ์)  0

เล่มที่คนอื่นอ่าน


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

×

ด่วน! รับฟรี 200 เหรียญ

เมื่อเติมเหรียญกำลังใจครั้งแรก


captcha


สนุกมากอ่ะ55555
โดย Putrawee@hotmail.com | 1 year ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha