cover

จอมใจคนบาป


มิตาลี



 1645        0       niyayrak_coin 3560



จากผู้อ่าน 0 คน.

จอมใจคนบาป

 

โดย

รัญนรี

        ชุนหนี๋หมอสาวบ้านนอกผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญูจำต้องเดินทางไปอภิเษกองค์ชายรองแห่งวังบุปผาที่มีคนร่ำลือว่าเป็นองค์ชายปิศาจตามบัญชา แต่ในระหว่างทางนางกลับพบกับโจรป่าที่ช่วยชีวิตและช่วงชิงหัวใจของนางไปก่อนที่นางจะได้พบกับคู่หมั้น นางต้องหักห้ามใจไม่ได้หวั่นไหวด้วยความทรมานยิ่ง แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งคิดถึง หากแต่หารู้ไม่ว่าโจรป่าผู้นั้นก็คือผู้ที่นางกำลังจะไปหานั่นเอง 

           องค์ชายรองแห่งวังบุปผาในคราบของโจรป่าเกิดต้องใจหญิงสาวที่พระองค์ได้ช่วยไว้ในระหว่างเดินทาง และเมื่อได้รู้ว่านางคือว่าที่ชายา พระองค์ก็หาทางใกล้ชิดนางยิ่งกว่าเดิมเพื่อให้นางรัก แต่มันกลับไม่ง่ายเพราะหลังจากความจริงเปิดเผยว่าพระองค์คือใคร นางกลับยิ่งเกลียดขี้หน้าพระองค์ แล้วอย่างนี้องค์ชายรองเหลี่ยงจิงจะทำเช่นไรให้นางที่สวรรค์ส่งมาให้ยอมเป็นยอดดวงใจของพระองค์

“แม่นาง เปิดประตู” เสียงทหารเวนตะโกนสั่ง เหลี่ยงจิงก้มลงไปหา ใบหน้าคมคายชิดกับแก้มนวล ชุนหนี๋เอนตัวหนีเขาก็เอนตามแล้วฝังปลายจมูกลงบนแก้มนาง
“บอกทหารไปว่าเจ้าฝันร้าย” เหลี่ยงจิงกระซิบสั่งข้างหู นัยน์ตาคมมองความตื่นตระหนกบนใบหน้าของนางหัวใจก็อ่อนยวบลง “เร็วสิ ไม่งั้นข้าจะจูบเจ้าจนกว่าจะพูด”
“ข้าพูดแล้ว” นางบอกเสียงสั่นแล้วมองประตูอย่างช่างใจ “เอ่อ ข้าฝันร้ายค่ะเลยร้องเสียงดังรบกวนพวกท่าน ข้าขออภัยจริงๆ ค่ะ” เสียงหวานปนสั่นทำเอาทหารเวรเงียบเสียงแต่ไม่ยอมกลับไป ชุนหนี๋ได้แต่ภาวนาให้ทหารเปิดประตูเข้ามาเห็นคนร้ายด้วยเถอะ แต่แล้วคำขอของนางก็ไร้ผลเมื่อเสียงจางอี้ดังขึ้น
“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“คารวะท่านองครักษ์ แม่นางที่อยู่ในห้องร้องขอความช่วยเหลือ พวกเราเลยมาดูครับ” หัวหน้าทหารเวรรายงานเสร็จ จางอี้หันไปมองประตู
“แม่นาง เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” จางอี้เอ่ยถามและยืนรอคำตอบอย่างสงบ เหลี่ยงจิงได้ยินเสียงองครักษ์คนสนิทก็แอบยิ้ม
“บอกเขาไปว่าเจ้าฝันเห็นมังกรเข้ามาในห้องก็เลยตกใจ” เหลี่ยงจิงเอียงหน้าไปสั่งการ และไม่ลืมหากำไรจากแก้มนางฟอดใหญ่
“ฟอด…”
“เจ้า…ปล่อยข้านะ” ชุนหนี๋ขัดขืนไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างง่ายๆ แต่แรงผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างนางหรือจะสู้ชาย อกสามศอกรูปร่างบึกบึนเยี่ยงชายชาตรีได้
“บอกเขาไป ไม่อย่างงั้นข้าจะจูบเจ้า” แล้วเหลี่ยงจิงก็จูบลงบนผมนุ่มสลวยหอมกรุ่นของนางเพื่อยืนยันคำพูด ชุนหนี๋หัวใจเต้นระรัวกับสิ่งที่กำลังเผชิญ ทั้งหวาดกลัวและตื่นตระหนกจนสั่นไปทั้งตัว
“เอ่อ ข้าฝันร้ายคะ ฝันว่ามังกรเลื้อยเข้ามาในห้องก็เลยตกใจ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้เปิดประตู เพราะข้าจะเข้านอนแล้ว” จางอี้ได้ยินเสียงคนในห้องก็ขมวดคิ้ว ทบทวนคำพูดที่ได้ยิน ก่อนจะยิ้มออกมาเพราะความหมายในประโยคบ่งบอกว่าเจ้าเหนือหัวประทับอยู่ข้างใน
“พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม” จางอี้หันไปบอกทหาร จากนั้นก็ตวัดมือสามครั้ง ทหาคาราวะแล้วกลับไปประจำตำแหน่งตัวเอง จางอี้มองประตูห้องยิ้มๆ ก่อนจะเดินจากไป
เมื่อหน้าห้องไม่มีเสียงไม่พึงปรารถนา เหลี่ยงจิงก็หมุนกายชุนหนี๋มาหาพร้อมกับโอบกอดเอวบางไว้ สายตาคมกริบไหวระริกมองดวงหน้างดงามอย่างพึงใจ
“เจ้างดงามถูกใจข้านักชุนหนี๋” เสียงแหบทุ้มอ่อนโยนดุจสายลมอ่อนกระซิบข้างหู 
“คนที่ทำตัวเยี่ยงโจรป่าอย่างเจ้า ดีแต่ใช้กำลังถูกใจใครก็บุกเข้าหา ช่างป่าเถื่อนนัก” ชุนหนี๋กล่าวอย่างจริงจังและขาดความยำเกรง เพราะหากต้องตายนางขอปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองให้ถึงที่สุด ทว่าสิ่งหนึ่งที่นางสัมผัสได้คือพลังอำนาจที่รายล้อมรอบตัวเจ้าของวงแขน
“ถ้าข้าเป็นคนดี เจ้าจะหันมามองข้าได้หรือเปล่า” 
ชุนหนี๋ตัวแข็งทื่อ พินิจพิจารณาดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยพลัง ที่พร้อมจะสะกดคนรอบกายให้สยบอยู่แทบเท้า อาจจะรวมไปถึงนางด้วยเช่นกัน
“ต่อให้ข้ามองเจ้าแค่ไหน หากเจ้าไม่เปิดเผยใบหน้าให้ได้เห็น ข้าก็มองไม่เห็นอยู่ดี ปล่อยข้าแล้วก็กลับออกไปเสีย เพราะที่นี่เป็นเขตควบคุม” นางพยายามใช้ไม้อ่อนหวังจะให้คนที่โอบกอดยอมปล่อย ริมฝีปากภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำแย้มยิ้มกับความเฉลียวฉลาดของนาง ที่บังคับให้พระองค์เปิดเผยใบหน้าให้เห็น
“ข้าคือคนบาป ใจดีและมีคุณธรรม ไม่เคยเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เจ้าเองก็ประจักษ์กับตัวเองแล้วไม่ใช่หรือ”
“แต่เจ้าก็รังแกข้า…” ชุนหนี๋บอกด้วยความเอียงอายตามวิสัยหญิงที่ไม่เคยต้องมือชาย เหลี่ยงจิงมองดวงหน้าแดงระเรื่อ สายตาร้อนแรงและวงแขนร้อนผ่าวทำให้นางไม่อาจสู้สายตาคู่นั้นได้ หลุบหลบมองแผ่นอกหนา แต่มือใหญ่ข้างหนึ่งจับปลายคางนางเชยขึ้น
“ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ข้าจะเป็นคนดีและไม่รังแกเจ้า” 
ชุนหนี๋พยักหน้าและแอบดีใจอยู่ลึกๆ ถ้าเขาทำได้อย่างที่บอก นั่นหมายความว่าการเดินทางในครั้งนี้ของนาง สามารถเปลี่ยนจอมโจรคนบาปให้เป็นคนดีได้
“ไม่ใช่เฉพาะข้า แต่เจ้าไม่มีสิทธิ์รังแกใครตามอำเภอใจ เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย” เธอถือโอกาสบอกกล่าวให้ได้สำนึก “ถ้าคิดจะเป็นคนดีก็ควรปล่อยข้า แล้วก็กลับไปในที่ของเจ้า แล้วอย่ากลับมาที่นี่อีกเพราะเจ้าคงไม่โชคดีเหมือนวันนี้”
“นับจากนี้ ที่ของข้าจะต้องมีเจ้าเคียงข้างเสมอ” เหลี่ยงจิงเอ่ยเสียงแผ่วพร่า ชุนหนี๋ได้ยินถึงกับตะลึงแข็งทื่อในอ้อมแขนแกร่ง ขนตางอนงามขยับขึ้นลงด้วยความงงงวยและคาดไม่ถึง 
เหลี่ยงจิงถือโอกาสจุมพิตริมฝีปากสีชมพูแผ่วเบาและนิ่งนานอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อยๆ คลายอ้อมแขนแล้วขยับห่างอย่างแสนเสียดาย ร่างบอบบางของคุณหนูแห่งตระกูลลู่ชาดิกราวกับถูกสาป ตาจ้องมองร่างสูงสง่าที่กำลังถอยห่างไปที่ประตู
“เจอกันพรุ่งนี้ นางอันเป็นจอมใจแห่งข้า”


หากเคยให้เหรียญแล้วกรุณา


เล่มที่คนอื่นอ่าน


captcha