[จบ] จอมใจมาเฟีย [Mafia's Beloved]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 2 : =เฝ้าจับตา= [ 2/4 ]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“คุณผู้หญิง คุณมาจริงๆด้วยสินะ” น้ำใสยิ้มในแบบที่ไม่ใช่ตัวตนของเธอให้กับไซม่อน

“โรส เรียกฉันว่าโรสเถอะคะ” น้ำใสบอกชื่อที่เคยเป็นสัญลักษณ์แทนตัวเธอมาก่อน องค์กรลับจะตั้งชื่อดอกไม้ให้กับเด็กๆในการดูแล ชื่อจะถูกเปลี่ยนไปใช้กับเด็กใหม่ก็ต่อเมื่อเจ้าของชื่อคนปัจจุบันไม่มีลมหายใจแล้ว ซึ่งน้ำใสก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนที่เท่าไหร่ของชื่อดอกไม้ชนิดนี้ โรส [Rose]

น้ำใสเจอไซม่อนแบบสร้างสถานการณ์ว่าบังเอิญ แต่บางอย่างบอกว่าเขาคนนี้ไม่ธรรมดา ดวงตาเขาแย้มยิ้มตลอดเวลา แต่กลับทำให้เธอรู้สึกได้ว่าคนคนนี้เจ้าเล่ห์มาก ขนาดลูกน้องก็ยังไม่ธรรมดาแล้วเจ้านายจะขนาดไหน

พั่บ! มือถึงเสียด้วย ไอ้คนเจ้าเล่ห์คนนี้

!  น้ำใสเก็บอาการเล็กน้อย เมื่อขาท่อนบนของเธอถูกทาบทับด้วยฝ่ามือของไซม่อนอย่างลองเชิงและฉวยโอกาสในเวลาเดียวกัน แต่เธอก็ยังนิ่งสงบโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอกำลังค่อยๆสุมไฟทีละนิดในความรู้สึกของผู้ชายอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในมุมมืดทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้เห็นภาพนั้น แต่เจเนตที่ถูกสั่งไว้ให้รายงานการเคลื่อนไหวทุกอย่างอย่างละเอียดแม้แต่เธอกระพริบตากี่ครั้ง เจเนตก็ต้องรายกงานสดตามที่เห็นออกไปอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง

เอ็ดเวิร์ดยังนิ่งอยู่ที่เดิม แม้เขาจะไม่ใช่คนไทยและไม่ได้เติบโตมาในประเทศไทย แต่คนที่เลี้ยงเขาที่เขารักเหมือนแม่ท่านเป็นคนไทยเขาจึงซึมซับประเพณีไทยไว้อย่างท่วมท้น ไม่เว้นแต่ความรักนวลสงวนตัวของผู้หญิงไทยที่ดี  น้ำใสเธอเป็นคนไทยและเธอเป็นผู้หญิงของเขา แม้เธอจะจากไปแบบไม่บอกกล่าว แค่ทิ้งข้อความสั้นๆว่า ‘เราไม่ใช่คู่กัน’ และเขาไม่ยอมรับการกระทำนั้นของเธอ นั่นก็หมายความว่าเธอก็ยังเป็นผู้หญิงของเขาอยู่ และตระกูลที่เลี้ยงเขามาถือคติประจำใจของตระกูลว่า ‘ผู้หญิงข้าใครอย่าแตะ’ 

น้ำใสไม่อาจรู้ตัวว่าขณะนี้ระเบิดเวลาได้เริ่มทำงานแล้ว ความอดทนที่มีขีดจำกัดของเอ็ดเวิร์ดกำลังจะหมดลงไปทุกๆวินาทีที่ผ่านไปตามคำรายงานของเจเนตที่มีมาเข้าหูของเขาอยู่เรื่อยๆ 

“เครื่องดื่มของคุณผู้หญิงครับ” น้ำใสได้จังหวะขยับตัวอย่างธรรมชาติ หยิบแก้วเครื่องดื่มที่พนักงานเอามาเสิร์ฟ 

“ฉันยกให้คุณค่ะ” น้ำใสยื่นแก้วที่ใส่วอดก้าส่งให้ไซม่อนซึ่งเขาก็รับไปพร้อมรอยยิ้ม แม้มือข้างนั้นจะถือแก้วไว้ เขาก็ยังเหลือมือว่างอีกข้าง แต่เขาก็ไม่อาจที่จะเอาไปวางบนท่อนขาของน้ำใสได้ใหม่ เพราะแบบนั้นมันดูจงใจเกินงามกว่าที่จะทำได้ เขาจึงขยับตัวหันหน้าเข้าใกล้น้ำใสอีกครั้ง

“คุณยกเครื่องดื่มให้ผม แล้วคุณจะดื่มอะไร” น้ำใสจึงกวักมือเรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มของตนใหม่ 

“ผมใช้ไม่ได้เลยจริงๆ หน้าที่นี้ควรเป็นของผม”

“จะใครก็ไม่เห็นสำคัญตรงไหน ผลสรุปก็ออกมาเหมือนกันว่า เราสองคนก็ได้ดื่มด้วยกันอยู่ดีค่ะ”

“มีใครเคยบอกคุณมั้ยว่าคุณเป็นผู้หญิงที่สวยมาก” น้ำใสหัวเราะออกมาอย่างมีมารยา 

“ถ้าฉันสวยอย่างที่คุณว่าจริงๆ ทำไมจนป่านนี้แล้วฉันยังไม่มีใครสักคนมารักเลยละคะ” น้ำใสเปิดทาง ทำตามแผนที่วางไว้ เธอจะเริ่มค้นหาคนโดยการเข้าหาไซม่อนคนนี้ให้ได้ เพราะมันต้องรู้ว่าหลานสองคนของเธออยู่ที่ไหน 

“คุณล้อเล่นใช่มั้ย ผู้หญิงสวยๆแบบคุณไม่น่าต้องโดดเดี่ยวเลย”

“ฉันเศร้าใจเหลือเกิน เพราะถ้าผู้ชายทุกคนที่พบเจอฉันและคิดแบบคุณกันหมด ก็น่าจะไม่ใช่เรื่องล้อเล่นที่ฉันจะยังไม่มีใคร...” ไซม่อนยิ้มอย่างพึงพอใจ 

“น่าประทับใจอย่างมาก งั้นเรามาสานสัมพันธ์กันไว้ดีมั้ยครับ”

“ไม่ค่ะ” ไซม่อนเลิกคิ้ว แต่ไม่ได้ตกใจและไม่รู้สึกไม่พึงพอใจสักนิดกับการปฎิเสธ “คุณไซม่อนจะมาขอสานสัมพันธ์กับฉันทั้งๆที่คุณเองก็มีใครอยู่แล้วอย่างงั้นเหรอคะ”

“มีใคร คุณหมายถึงผู้หญิงของผม ฮาฮาฮา...ผมไม่ซิงค์ แต่ผมโสดครับ” น้ำใสยิ้มขบขันอย่างมีจริตน้อยๆ โดยที่สายตาไม่ละไปจากดวงตาสีฟ้าครามของเขาเลย และนั่นทำให้เธอรู้ตัวว่าเธอชอบผู้ชายนัยน์ตาสีเทามากกว่า 

น้ำใสไม่แสดงความเห็นใดๆออกไป เธอกลับกล่าวขอตัวไปห้องน้ำเพื่อเปิดโอกาสให้กับไซม่อนทำบางอย่างกับเครื่องดื่มของเธอ รู้ว่ามันเสี่ยง แต่เธอต้องเข้าไปในพื้นที่ของไซม่อนเพื่อค้นหาข้อมูลให้ได้ ให้เขาเอ่ยปากชวนและเธอตกลงมันดูง่ายและจงใจเกินไป แต่เธอจะค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่ได้ เวลายืดออกไป ‘ซานต้า’ ก็เสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ เธอถึงจะต้องใช้วิธีนี้เพื่อญาติตามสายเลือดที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีมาก่อน คำร้องขอสุดท้าย “โรส โปรดช่วยลูกสาวฉันด้วย” 

น้ำใสไม่รู้ตัวเลยว่าชายในมุมมืดได้เคลื่อนไหวแล้วเช่นกัน เขาลุกและเดินไปยังทิศทางที่น้ำใสเดินไป เธอไม่ได้ไปห้องน้ำแต่เธอกลับเดินหลบไปอีกมุม และแอบมองว่าไซม่อนจะใส่อะไรในเครื่องดื่มของเธอที่กำลังจะมาเสิร์ฟ เพราะถ้าเขาใส่ เธอแค่ได้กลิ่นก็พอจะเดาได้ว่ามันจะออกฤทธิ์แบบไหน หลังจากนั้นก็ต้องฝีมือล้วนๆ ในการลวงตาไซม่อนว่าเธอดื่มมันไป

“อื้ม” น้ำใสร้องออกมาเล็กน้อย เมื่อจู่ๆมีมือเย็นเฉียบจากทางด้านหลังแบบที่เธอไม่รู้ตัวสักนิด เข้าปิดปากกลบเสียงร้องของเธอไว้ กลิ่น ไออุ่น และบางอย่างของเจ้าของมือเย็นนั้นทำให้น้ำใสไม่ตอบโต้กลับไปทันทีเมื่อเจ้าของมือในมุมมืดด้านหลังเธอคือเขา ‘เอ็ดเวิร์ด’ ที่จู่ๆเขาก็มาปรากฎตัวหลังจากที่เธอหนีหายจากเขามานานสามเดือนแล้ว เขาตามหาเธออย่างงั้นเหรอแม้จะดีใจจนแทบจะอยากกระโดดเขาแต่นั่นก็เป็นการปิดฉากทุกอย่างที่เธออุตส่าห์เสียสละและทิ้งมา เธอทิ้งเขามาแล้ว ทำไมนะ! เขาถึงมาโผล่อยู่ตรงนี้ได้... 

“อยากลองของใหม่ที่แตกต่างอย่างงั้นเหรอ” น้ำใสนิ่งงัน แต่เธอไม่โกรธเอ็ดเวิร์ดเลยสักนิด เขาคงรู้เห็นเหตุการณ์เมื่อสักครู่ของเธอแล้ว ฟังจากน้ำเสียง มันแฝงความหึงไว้ไม่น้อยเลย เธอไม่ได้หันกลับไปมองเขา แต่พยายามแกะมือของเขาที่ทาบทับบนหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่งออก และเธอยังแยกแยะสมาธิให้ไม่คลาดสายตาที่ยังจับจ้องไปที่โต๊ะที่ไซม่อน 

“ถ้าใช่ ฉันตอบคุณแล้ว เชิญคุณกลับไปในที่ของตนซะ!” น้ำใสเสียงเรียบ ไร้ความรู้สึก ไม่ง่ายสำหรับเธอที่จะทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรกับคนที่เธอยอมตายแทนได้ 

เอ็ดเวิร์ดขบกรามแน่น เมื่อรับรู้ถึงความเย็นชาที่ร่างเพรียวส่งตรงมาให้เขา การถูกปฎิเสธเขาเคยได้รับมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ตอนนั้นอนาสตาเซียไม่เย็นชากับเขาแบบนี้ ต้องขอชื่นชมเธอน้ำใสว่าทำได้ดีมากและกล้าหาญมากแบบไม่ถูกทางนัก แต่เอาเถอะเขาบอกกับตัวเองแล้วว่าเขาจะไม่แพ้ง่ายๆ หลังจากที่สืบตามข่าวเธอมานานสามเดือนแล้ว วันนี้เขาได้พบเธอแล้ว การเจรจาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดด้วยกันทั้งสองฝ่าย เขาก็ได้แต่ภาวนาว่าเธอจะไม่ดื้อรั้นจนทำให้เขาเอาจริงหรือโกรธเธอหนักกว่าที่เป็นอยู่ 

อื้ม! น้ำใสร้องเสียงในคอเล็กน้อย เมื่อคิดว่าเอ็ดเวิร์ดจะจากไปทันทีกับคำพูดไร้เยื่อใยนั้น แต่เขากลับกระชากดึงร่างเธอแนบชิดเบียดแน่นกับร่างกายด้านหน้าของเขา และเขาไม่ทำแค่นั้น ใบหูของเธอกลับถูกเขาขบกัดเม้มไว้อย่างท้าทาย 

น้ำใสไม่ต่อต้าน แต่เธออดทนต่อความรู้สึกที่กำลังกระเจิดกระเจิง เคราหนวดที่มากและหนาขึ้นของเขาสัมผัสผิวบอบบางอ่อนนุ่มของเธอ แน่นอนว่าตอนนี้เธอต้องต่อสู้กับสองสิ่งในเวลาเดียวกัน สายตาไม่อาจละไปจากไซม่อนที่ตอนนี้เขาทำแล้วจริงๆ เขาใส่บางอย่างในแก้วของเธอกับร่างกายที่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกที่ถูกเร่งเร้าจากปลายลิ้น จมูกและริมฝีปากหยักของเขา

“ไม่รู้จักที่จะโต และยอมรับความจริงเสียเลย!” เสียงกระชากบ่งบอกว่าคนพูดรู้สึกรำคาญกับสิ่งที่เกิดขึ้น

! เอ็ดเวิร์ดหยุดชะงักเมื่อน้ำเสียงที่ไม่ยี่หระต่อการกระทำของเขาดังออกมา เขากะว่าจะปลอบประโลมเธอก่อนที่จะเจรจากัน แต่ทำไมผลกลับออกมาเป็นแบบนี้ไปละเนี่ย 

น้ำใสรับรู้กระแสความเกร็งและความเคร่งเครียดมาจากร่างกำยำด้านหลังได้ในทันที แต่สายตาและใบหน้าของเธอก็ไม่ละไปจากภาพตรงหน้าที่เธอกำลังสนใจอยู่ตอนนี้ ‘ไซม่อน' 

“จริงสินะ! ขอบใจที่ย้ำเตือนสติว่าฉันเอ็ดเวิร์ด มาเยส เซนนิคอฟ ไม่ได้เป็นเจ้าของผู้หญิงคนไหนแล้ว ลาก่อน”  น้ำใสพยายามนิ่ง แม้หัวใจกระตุกวาบกับน้ำเสียงที่แฝงปนความเจ็บปวดดังเข้าโสตประสาท แต่เมื่อน้ำใสคิดว่าคำว่าลาก่อน จะเป็นสิ้นสุดระหว่างเธอและเขา เอ็ดเวิร์ด กลับเอ่ยต่อ... “ชีวิตฉัน มีมิตร มีคนรัก มีศัตรู ในเมื่อเธอไม่ใช่สองอย่างแรก เธอก็คืออย่างสุดท้ายของฉัน เธอจะปลอดโปร่งจากฉันในสามวันนี้เท่านั้นหลังจากนั้นฉันล่าเธอ น้ำใส ลูเธอร์ ผู้หญิงคนทรยศ กลับไปหายใจให้ทั่วท้องให้เต็มที่" น้ำใสนิ่งกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก น้ำเสียงเยือกเย็นบอกเธอว่ามันเกิดขึ้นจริงแน่ แต่เธอจะยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขากำหนดอย่างงั้นเหรอ ‘ไม่มีทาง’ แม้ใจอยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอรักเขาไม่เปลี่ยนแปลง แต่เพราะรักมากอย่างไรเล่า! เธอจึงไม่ต้องการลากเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ บนโลกใบนี้มีความชั่วร้ายมากมายนัก ทั้งเธอและเขาไม่มีทางจะกำจัดให้มันหมดไปได้ เธอก็ขอเพียงให้เขาอยู่ให้ห่างจากมันในขณะที่เธอกำลังวิ่งเข้าหามันอย่างไรละ... 

“ว่างมากเหลือเกิน” น้ำใสหันกลับมาเมื่อเห็นและรับรู้ในสิ่งที่ต้องเห็นแล้วจากภาพโต๊ะที่เธอจากมา ‘เธอกำลังถูกวางยา’ 

“ก็ไม่ขนาดนั้นแต่เธอคิดว่าคนอย่างฉันจะปล่อยให้ผู้หญิงอย่างเธอเข้ามาปั่นหัวเล่นๆ ช่วงเวลาหนึ่งและมาจากไปโดยไร้คำพูดสักคำอย่างงั้นเหรอ ฉันมีค่าแค่โน้ตสั้นๆ แค่นั้นเหรอ”


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha