จอมใจสีหราช

โดย: คุณธิดา



ตอนที่ 1 : กลับมาทวงคำสัญญา


ตอนต่อไป

“หลิวชอบชุดนี้นะคะ พี่สิงห์ว่ามันเป็นยังไงบ้างคะ” เสียงของครูหลิวถามแฟนหนุ่มที่นั่งยิ้มกว้างส่งมาให้

“สวยครับ” คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวยิ้มแก้มแทบปริ

พี่ว่าพี่เย็บข้างเข้าให้อีกนิดนะคะ จะได้กระชับมากยิ่งขึ้น” ช่างที่ตัดเย็บให้เอ่ยบอกพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม

“ขอบคุณค่ะ” ครูหลิวหันไปขอบคุณกับพี่เจ้าของร้านและเป็นช่างตัดเย็บไปด้วย

“หลิวจ๋า มาเลือกแบบการ์ดหน่อยเร็ว เสร็จแล้วจะได้กลับบ้านกัน พี่ข้าวผัดโทรตามสองสามหนแล้ว บอกว่ามีเรื่องเซอร์ไพรซ์ หลิวก็ไปกับพี่นะ”

“ค่ะ พี่สิงห์” เธอรับคำแบบว่าง่าย ส่งสายตาจ้องสบกันหวานเชื่อม

 

“อาไผ่มาหรือยังลูก” แม่ไก่ตะโกนถามลูกสาว เธอเดินจูงมือเด็กชายตัวน้อยๆ ลูกของข้าวผัดกับอาไผ่ น้องพอร์ช เพิ่งอายุได้ 5 ขวบ

“หิวครับ คุณยาย” น้องพอร์ชกระตุกแขนของคุณยายเบาๆ

“หาอะไรให้ลูกกินก่อนไป เดี๋ยวที่เหลือแม่จัดการเอง” ไก่บอกกับลูกสาวคนโต

“มาพอร์ชจะกินอะไร กินผัดไข่เจียวหมูสับนะ” ข้าวผัดหันไปพูดกับลูกน้อย เด็กชายปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนเก้าอี้อย่างเรียบร้อย

“รอแม่แป๊บเดียวนะครับคนเก่ง แม่เจียวไข่ให้” เด็กชายตัวน้อยๆ พยักหน้าแบบรู้คำ

 

“ฮัลโล สวัสดีครับแม่” สีหราชตรงเข้ามาสวมกอดที่เอวของแม่ ตอนนี้มือของนางกำลังสาละวนปรุงอาหารที่ผัดฉ่าร้อนแรงไปทั้งกระทะ

“ทำอะไรห๊อม หอม...” ข้าวโพดทำจมูกฟิตๆ ก่อนจะจามขึ้นมาหลังจากนั้น

“ฮัดชิ้ว...”

“ไป๊... ออกไปรอข้างนอกไป คั่วไก่อยู่ มันเหม็น” ไก่ไล่ลูกชาย

“ฮัดชิ้ว...” ข้าวโพดส่งเสียงจามอีกยกใหญ่ เพราะกลิ่นเครื่องแกงที่ถูกไฟร้อนๆ คลุ้งไปหมด

“ทำอะไรมากมายคะ พี่ข้าวผัด มีงานเลี้ยงหรือคะ” ครูหลิววางถุงผลไม้ที่เธอกับพี่สิงห์เลือกมาจากตลาดเป็นของฝากทุกๆ คน

“ค่ะ” ข้าวผัดหันหน้ามายิ้มให้กับว่าที่น้องสะใภ้

“หวัดดีจ๊ะ น้องพอร์ช” ครูหลิวตรงเข้าไปหยิกแก้มของเด็กชายที่นั่งตักข้าวกับไข่เจียวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ เด็กชายยิ้มให้ แล้วยกมือไหว้ ครูหลิวจึงนั่งลงเก้าอี้ตัวที่ใกล้เขา

“ฮัดชิ้ว...” เสียงของข้าวโพดยังจามไม่หยุด

“สงสัยจะมีคนนินทา” เข้าเอ่ยขึ้นมาลอยๆ

“ว้าวๆ มีแต่ของโปรดของผมทั้งนั้นเลย” ข้าวโพดตรงเข้ามาหยิบหมูแดดเดียวที่วางอยู่ในจานเข้าปากข้าวผัดตีลงไปบนมือของเขาดัง เพี้ยะ...

“ห้ามกิน ยังไม่ถึงเวลา” พี่สาวทำตาเขียวเข้าใส่

“อะไรกันนะ โห... ก็คนมันหิวอะ” น้องชายทำเสียงโอดครวญ

“รอแขกคนสำคัญก่อน”

“ใครกัน” ข้าวโพดจ้องหน้าพี่สาวอย่างสงสัย แต่ข้าวผัดกับอมยิ้มไม่พูดอะไร

“คืนนี้นอนที่นี่กันไหม” ข้าวผัดถามน้องชายและครูหลิว

“พอดีหลิวต้องไปดูงานที่ชุมพรพรุ่งนี้ เดินทางตอนตีสี่ คงต้องกลับไปนอนที่บ้านพักในเมือง” ครูหลิวตอบแทนพี่สิงห์

“ไปกี่วันจ๊ะ”

“ห้าวันค่ะพี่”

“คิดถึงแย่” สิงห์นั่งลงเก้าอี้ตัวที่ติดกัน ก่อนสวมกอดเอวของคนรัก แล้วหอมแก้มเธอเบาๆ

“พี่สิงห์ต่อหน้าน้องพอร์ช แล้วอายพี่ข้าวผัดด้วย” เธอผลักใบหน้าของเขาออกทันที ทำเขินอาย

“อะแฮ่ม...” เสียงพี่สาวกระแอมขึ้นขัดคอ สีหราชทำหน้ายิ้มๆ ยังเกยคางเอาไว้บนไหล่ของหญิงคนรัก

“ไปดูชุดอะไรเรียบร้อยแล้วเหรอ” ข้าวผัดถามขึ้น

“ครับผม” ข้าวโพดยิ้มกว้างปากบานด้วยความยินดี

“แต่งที่โบสถ์บ้านเราก็ดีนะ พ่อกับแม่ของหลิวว่ายังไง” ข้าวผัดหันหน้ากลับมาถามสองหนุ่มสาว

“ค่ะ หลิวแล้วแต่พี่สิงห์” เธอตอบแต่คำพูดเอาใจแฟนหนุ่มน่าดู

“สวีทกันจริงๆ” พี่สาวทำเสียงสูง

ทั้งคู่ได้แต่ยิ้มกว้างและหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“คุณพ่อ...” ผิงผิงทิ้งรถเข็นทันที ก่อนจะวิ่งเข้ามาสวมกอดผู้ชายตัวสูงใหญ่แต่ตอนนี้สีผมเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว เขาสวมกอดลูกสาวที่รักเอาไว้แน่น ทำน้ำตาคลอ

“คิดถึงคุณพ่อมากๆ ค่ะ” เธอทำน้ำเสียงเครือๆ และน้ำตารินไหลเช่นกัน แต่ใบหน้าของคนทั้งคู่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“แม่กับลุงสันต์สบายดีนะลูก” ไผ่เอ่ยถามถึงเมียเก่าและสามีใหม่ของเธอ

“ค่ะ แม่ฝากของมาให้พ่อกับพี่ข้าวผัดเยอะเลย”

“อ้าว... เพชร” ผิงผิงหันหน้าไปหาน้องชายที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหลังของพ่อไผ่ เด็กหนุ่มวัยย่างเข้าสิบห้าตัวสูงเกือบจะทันคุณพ่อแล้ว ยกมือไหว้พี่สาวต่างมารดาทันที

“เป็นหนุ่มน้อยแล้วนะ” เธอผละออกจากคุณพ่อตรงเข้าไปสวมกอดน้องชายที่ทำหน้าแดงๆ ตอนที่พี่สาวกอดแน่น และหอมแก้มของเขาสองสามที ไผ่ยืนหัวเราะอยู่ใกล้ๆ ตรงเข้ามาสวมกอดลูกทั้งสองคน

“รีบกลับกันดีกว่า ลุงดำ ป้าไก่ พี่ข้าวผัด น้องพอร์ช รออยู่” ไผ่เอ่ยถึงทุกคน

“พี่ข้าวโพดไม่อยู่เหรอคะ” ผิงผิงถามโพล่งขึ้นมาทันที สีหน้าจ๋อยลงไปด้วยความผิดหวัง

“พี่ข้าวผัดโทรตามตั้งหลายรอบไม่เห็นรับสาย สงสัยจะยุ่ง แต่ยังไงก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว พักนี้เขามาที่บ้านบ่อย ต้องเตรียมงงเตรียมงาน” คำบอกเล่าของพ่อทำให้เธอหน้าฉงนไปใหญ่

“งานอะไรคะพ่อ” เธอถามออกไป

“น้าข้าวโพดจะแต่งงานครับ” เพชรตอบออกมาแทนคุณพ่อเสียเอง ข่าวที่ได้รับรู้ทำให้คนได้ยินถึงกลับออกมาอาการผิดหวังขึ้นมา ตอนนี้ในหัวใจมันสั่นแปลกๆ ผิงผิงรู้สึกเศร้าๆ พิกล

“แฟนพี่ข้าวโพดสวยไหม” เธอหันหน้าไปหาน้องชายทันที ตอนนี้พ่อไผ่เดินไปหารถเข็นใส่กระเป๋าของลูกสาว

“ก็สวยหวานน่ารัก เรียบร้อยด้วยครับ ทำอาหารเก่งๆ ครับ” คำพูดของเพชรทำให้ผิงผิงหน้าเสียลงไปอีก

แต่งงานได้ไง ไหนเราสัญญากันแล้วว่าจะแต่งงานด้วยกันเธอพร่ำพรรณาอยู่ในใจ

“มาทางนี้ลูก รถจอดอยู่ทางนี้” ไผ่เดินนำหน้าทั้งสองคนออกไปตามทางเดิน

ผิงผิงโอบไหล่ของน้องชายเอาไว้แล้วเดินตาม

“พี่มีของมาฝากเพชรด้วยนะ” เธอเปลี่ยนโหมดอารมณ์ ยิ้มน้อยๆ ให้กับน้องชาย

“พี่จะมาอยู่ที่นี่กับพวกเราจริงๆ หรือครับ” เพชรถามพี่สาว

“จ๊ะ โรงเรียนที่พี่ส่งใบสมัครมาเขาตอบรับพี่แล้วนะ สอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ”

“ดีใจจังเลยครับ แม่คงดีใจมากๆ พูดถึงพี่ทั้งวันเลย” เพชรเอ่ยไปถึงแม่ข้าวพัดของเขา ผิงผิงได้แต่ยิ้ม เธอยังจำทุกอย่างที่ไร่สิงขรได้

 

“มาแล้ว มาแล้ว...” ไก่เดินเร็วออกมาทันทีที่เห็นรถยนต์ของไผ่มาจอดที่ลานหน้าบ้าน

“พี่ดำ มากันแล้ว” ไก่ยังตะโกนไปบอกสามีที่นั่งดูทีวีอยู่ไม่ไกลนัก

“เร็วๆ พอร์ช...” ข้าวผัดเรียกลูกชาย อุ้มตัวของพอร์ชลงจากเก้าอี้

“ใครมา...” ข้าวโพดถามพี่สาว แต่เธอไม่ให้คำตอบ แต่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

“ออกมาสิ ข้าวโพด หลิวด้วย” เธอกวักมือเรียกทั้งสองคนให้เดินตาม

เพชรลงมาจากรถก่อนใคร เขารีบลงมาเปิดประตูให้พี่สาวคนสวยของเขา

สายตาของดาริกามองใบหน้าของทุกคนที่กำลังทยอยเดินออกมารอรับเธออยู่ เธอมีรอยยิ้มฉายชัดขึ้นมาทันที

“ไปสิลูก ลงไป... ทุกคนบ่นถึงกันตั้งแต่เช้า” ไผ่ไล่ลูกสาวให้ลงจากรถ

“ตื่นเต้นค่ะพ่อ” เธอหันไปบอกพ่อ ไผ่ยิ้มให้ลูกสาวอย่างเอ็นดู

ผิงผิงหันหน้ากลับไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้า ชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึงทุกคืนวัน ยืนประสานมือจับกันแน่น กับผู้หญิงผิวขาวนวล และรอยยิ้มที่สดใสของเธอ

คนไม่รักษาคำพูด เชอะ...ผิงผิงเอ่ยต่อว่าพี่ชายเพื่อนเล่นในวัยเด็กของเธอในใจ เมื่อเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าที่หล่อเข้มขึ้นตามวัย

ดาริกาขยับตัว ก่อนจะใช้มือเปิดดันประตูที่น้องชายเปิดให้ เธอก้าวขาลงไปยืนข้างล่าง

ขายาวๆ ที่ใส่ในโรงเท้าบู๊ทส้นสูงก้าวลงไปยืนนิ่ง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไล่ความขุ่นใจไม่ชอบที่เห็นพี่ข้าวโพดควงสาวสวย เธอปรับอารมณ์ก่อนจะยิ้มกว้าง หมุนตัวออกไป

ใบหน้าสวยๆ แต่ยังมีเค้าเดิมของวัยเด็ก ตัวที่สูงโปร่ง กับผมยาวสลวย เธอมาพร้อมกับการแต่งกายที่เนี๊ยบ รอยยิ้มที่ฉาบเต็มใบหน้า

“ผิงผิง” ป้าไก่เรียกชื่อเธอดังกว่าใครๆ อ้าแขนกว้างรอรับหลานสาวที่คิดถึง

ดาริกายกมือไหว้ทุกๆ คน เดินเข้าไปหาป้าไก่เป็นคนแรก

“อุ้ยตาย... ทำไมสวยอย่างนี้ เห็นแต่ในรูป ตัวจริงสวยกว่า” ป้าไก่ชมหลานสาวไม่ขาดปาก

“ป้าไก่ก็ยังดูสวยและยังแข็งแรงนะคะ” เธอยิ้มเอาใจ สวมกอดคุณป้าของเธอแน่น ป้าไก่หอมซ้ายหอมขวาด้วยความรักและเอ็นดู

“สวัสดีค่ะ ลุงดำ” เธอหันไปไหว้ชายสูงวัยที่ยิ้มกว้างให้เช่นกัน ลุงดำยกมือขึ้นตบหัวของผิงผิงเบาๆ

“พี่ข้าวผัด” เธอหันไปกอดพี่สาวที่รักยิ่งที่ช่วยดูแลเธอตอนเด็กๆ

“หิวไหม พี่มีแต่ของโปรดเราทั้งนั้น” ข้าวผัดรีบถาม

“ยังค่ะ ไหนน้องพอร์ช ยังไม่เคยเจอกันเลย” เธอถามหาน้องชายคนเล็กทันที เด็กชายศรันย์ที่จับชายเสื้อของแม่เอาไว้แน่น ยิ้มให้พี่สาวคนสวยอย่างเขินๆ

ดาริกาย่อตัวลงไปก่อนจะหอมแก้มเด็กน้อยไปหลายฟอด

“หวัดดีครับหรือยัง” คุณแม่ส่งเสียงสั่งลูกชาย น้องพอร์ชพนมมือไหว้อย่างเขินๆ

 

ภาพหญิงสาวที่สวยงามเกินกว่าที่เขาเคยคิดไว้ ทำให้พี่ข้าวโพดตะลึง ไม่คิดว่าน้องสาวผิงผิงที่ตัวเล็กๆ ของเขาจะโตเต็มสาวได้ขนาดนี้ รอยยิ้มกับแววตาที่สดใส ทำให้เขายิ้มออกมาด้วยความดีใจ แต่ผิงผิงกับทำมองแล้วผ่านเลยไป

“ใครคะ” ครูหลิวถามแฟนหนุ่มทันที สีหราชเป็นคนไม่ค่อยเล่าเรื่องอะไรในบ้านของตัวเองให้เธอฟังสักเท่าไหร่

“ลูกสาวคนโตของอาไผ่ ที่ไปอยู่กับแม่ของเธอที่อเมริกา”

“อ๋อค่ะ... สวยจังนะคะ” เธอบอกกับพี่สิงห์ หันไปยิ้มแล้วมองตามการเคลื่อนไหวของหญิงสาว

“จะไม่ทักพี่หน่อยหรือ” เสียงเข้มถามขึ้นทันทีที่เธอลุกขึ้นยืน

ดาริกาค่อยๆ หันหน้าไปยิ้มสดใสให้กับพี่ข้าวโพด และแฟนสาวของเขา

“คิดถึงจังค่ะ” เธอไม่ได้ยกมือไหว้ แต่ตรงเข้าไปกระชากตัวของพี่ข้าวโพดมากอดทันที จงใจเบียดหน้าอกที่ไม่เล็กไปกับแผงหน้าอกของชายหนุ่ม และหอมแก้มของเขาทันที

ข้าวโพดทำเว๋อ เพราะไม่คิดว่าจะได้รับการทักทายแบบนี้

“ผิงผิง นี่แฟนพี่” ข้าวโพดเอ่ยแนะนำทันทีที่เธอผละตัวออกจากเขา แต่ยังจับมือของพี่ข้าวโพดเอาไว้แน่น แล้วยังจงใจบีบให้แรงๆ เพื่อให้ชายหนุ่มเจ็บ พร้อมส่งสายตาตัดพ้อออกไปในแวบแรก ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้กับสาวสวยที่ยืนอยู่ใกล้ๆ กัน

“สวัสดีค่ะ”

ข้าวโพดยกมือขึ้นไปโอบไหล่ของครูหลิวเอาไว้

“เรียกพี่หลิวสิ พี่หลิวแก่กว่าผิงผิง”

ดาริกายกมือไหว้เธอ ก่อนจะส่งยิ้มให้

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พี่หลิว” ปากพูดดี แต่แววตาที่ส่งมาให้เหมือนเป็นศัตรูกันมาสักสิบชาติ ครูหลิวถึงกลับเย็นในหัวใจกับรอยยิ้มของน้องสาวของแฟนหนุ่ม

“ค่ะ ยินดีที่ได้เจอกัน ไม่เคยเห็นพี่สิงห์พูดถึงน้องผิงผิงเลย”

“ค่ะ พี่สิงห์คงจะลืมน้องสาวคนนี้ไปชั่วขณะนะคะ แต่ต่อไปเราคงมาระลึกความหลังกันได้หลังจากนี้ พี่สิงห์ขา... ผิงผิงมาท้วงคำสัญญานะคะที่กลับมาเมืองไทยเที่ยวนี้” เธอหันไปบอกกับเขาเสียงเย็น ส่งสายตาล้อเล่นให้กับเขาแล้วหันมาจับมือว่าที่พี่สะใภ้ที่กำลังทำหน้างงๆ ส่วนพี่ข้าวโพดทำหน้าปุเลี่ยนๆ 

“ผิงผิงดีใจจริงๆ นะคะที่ได้รู้จักพี่หลิว ต่อไปผิงผิงคงรบกวนพี่หลิวหลายเรื่องเลยค่ะ” ครูหลิวเกิดอาการงงๆ กับพฤติกรรมของน้องสาวคนสวย

“ผิงผิง ข้าวโพด หลิว เข้ามาในบ้านดีกว่า” พี่ข้าวผัดตะโกนออกมา

“ไปค่ะ พี่หลิว” เธอจูงมือพี่สาวคนใหม่ที่เพิ่งรู้จักอย่างสนิทสนม แล้วหันหน้าไปพี่ข้าวโพดยิ้มกว้างให้เขาแบบแปลก พร้อมกับสายตาแพรวพราว

ข้าวโพดยังคงมึนๆ ยังไม่คิดอะไรไม่ออก

 

“กินเยอะๆ นะ ผิงผิง” ทุกคนต่างพากันเอาอกเอาใจดาริกา

“ขอบคุณมากค่ะ” เธอยิ้มกว้าง หัวใจเบิกบานเป็นสุขใจ ถ้าไม่สะดุดตาที่สองหนุ่มสาวที่กำลังป้อนข้าวป้อนน้ำให้แก่กันอย่างไม่อายสายตาของใครๆ

เธอเสียใจสิ ความตั้งใจในวัยเด็กไม่เคยเปลี่ยนไป ดาริกาสาวสวยรสแซบปฏิเสธผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบและต้องการประสานสัมพันธ์ด้วย เพราะหัวใจดวงเดียวที่ปฏิพัทธ์อยู่กับพี่ข้าวโพดคนเดียวเท่านั้น แต่วันนี้เธออกหักเสียแล้ว

“ผิงผิงจะมาอยู่ที่นี่จริงๆ หรือ” ลุงดำเอ่ยถาม

“ค่ะ ตอนนี้โรงเรียนเชียงใหม่แม่มารีอุปถัมภ์ตอบรับผิงผิงเข้าทำงานแล้วนะคะ ตำแหน่งอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ สัญญาหนึ่งปี “ หญิงสาวบอกด้วยความภูมิใจ

“จริงเหรอ... งั้นผิงผิงก็ได้สอนที่เดียวกับหลิวเลยนี่ ใช่ไหมหลิว” พี่ข้าวผัดพูดขึ้น

“อะไรนะคะ” ผิงผิงถามกลับพร้อมกับหันไปมองหน้าว่าที่พี่สะใภ้กับพี่ชาย

“ค่ะ พี่หลิวสอนภาษาไทยอยู่ที่นี่เหมือนกัน” หลิวหันมาตอบพร้อมรอยยิ้ม

ดาริกาได้ยินค่อยคลี่ยิ้มออกมา

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha