จอมใจสีหราช

โดย: คุณธิดา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : เล่นเกม


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

สารวัตรครับ มีสาวสวยคนหนึ่งมาแจ้งความว่า เธอหาทางกลับบ้านไม่เจอครับ และที่แน่ๆ เธอบอกว่าเธอกำลังจะเดินทางไปที่ไร่สิงขรครับ แถมยังบอกว่าเป็นน้องสาวของสารวัตรด้วยครับ” คำบอกเล่าของร้อยเวรทำให้ข้าวโพดที่นอนเหยียดยาวอยู่บนที่นอน กระโดดเด้งขึ้นมายืนเต้นเหยงๆ อยู่ในห้องพักของตัวเอง

“อะไรนะ” เขาตะโกนถามกลับไปในทันที

“ครับ เรื่องจริงๆ ครับ สวยมาก เซ็กซี่มากๆ ครับ อุ้ย...”

“เดี๋ยว... ทำไมต้องบอกว่าเซ็กซี่” สีหราชถามสวนออกไปในทันที

“อ้าว... สารวัตรต้องมาดูเอาเองนะครับ ทั้งโรงพักตอนนี้นั่งน้ำลายย้อยกันหมดแล้ว น้องสาวสารวัตรจริงๆ หรือครับ ผมขอเขียนใบสมัครเป็นน้องเขยเลย อ่อย... สวยเจ็บโคตร... ว้าวๆ...”

“ตอนนี้ เธออยู่ที่ไหน”

“โรงพักเรานี่แหละครับ สารวัตรอย่าเพิ่งรีบมานะครับ ขอชมความงามก่อน คนอะไรสวยมากๆๆ...”

“ผิงผิง...” สีหราชรีบใส่เสื้อผ้าทับเสื้อกล้ามและกางเกงบ๊อกเซอร์ออกมาจากห้องนอนบนเรือนพักทันที เขาสตาร์ทรถแล้วรีบบึ่งมาตามถนนเพื่อไปยังสถานีตำรวจ

 

ดาริกาถอนเสื้อสูทของตัวเธอออกมาวางพาดไว้ที่เก้าอี้ เหลือไว้แต่เสื้อสีขาวเนื้อผ้าบางระรูดแนบไปตามลำตัว เธอดึงยางรัดผมที่เกล้าขึ้นสวยปล่อยให้ผมสีดำขลับสยายลงมาเต็มแผ่นหลัง และสะบัดศีรษะเบาๆ ปรายตาส่งยิ้มหวานยั่วยวนผู้ชายทุกคนที่นั่งอยู่บนโรงพัก

เธอหยิบลิปสติกสีแดงเข้มออกมาจากกระเป๋า แล้วจงใจเปิดหมุนมันขึ้นมา หันหน้าไปมองกระจกสีดำที่ติดโดยรอบทำเป็นกระจกส่องหน้า แล้วทาลิปสติกเคลือบลงไปบนริมฝีปากทันที ก่อนจะขบเม้มปากอย่างเซ็กซี่

“สวยหรือยังคะ” เธอหันหน้าไปถามตำรวจหนุ่มที่นั่งอ้าปากหวอมองใบหน้าสวยๆ ของหญิงสาวตาไม่กระพริบ

“สวยมากครับ สวยๆๆๆ...” เขาพูดเหมือนเพ้อ รอยยิ้มฉายชัดทั้งใบหน้าและแววตา มองเธอหวานเชื่อมหยดย้อย

“ผมจะออกเวรอีกไม่กี่นาทีเนี่ย ให้ผมไปส่งก็ได้นะครับ ไร่สิงขรของคุณพ่อสารวัตรสีหราชผมก็ไปบ่อยๆ จำทางได้ถนัดเชียวครับ”

“ไม่รบกวนนะคะ คุณ... เออ... พี่สาววัตร...”

“เรียกผมว่าพี่มีนก็ได้ครับ อย่าเรียกสารวงสารวัตรอะไรเลย ผมเป็นแค่จ่าครับ” เขาทำเสียงลากยาว ส่งสายตากรุ่มกริ่มมาไม่หยุด

“แต่จริงๆ จ่ามีนถามเมียที่บ้านหรือยังครับ ว่าไปส่งน้องเขาได้ไหม” นายตำรวจหนุ่มอีกคนเอ่ยขึ้นดักคอ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตัวใกล้ๆ จ่ามีนถึงกลับทำหน้ายักษ์เข้าใส่หมวดปราโมทย์ที่พูดจาสกัดดาวรุ่ง

“ไม่ยักกะรู้ว่า สารวัตรสิงห์มีน้องสาวสวยขนาดนี้ ผม...หมวดปราโมทย์ เรียกพี่โมทย์ก็ได้ครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” เธอยื่นมือไปตรงหน้าเขา หมวดปราโมทย์รีบจับมือเธอ แล้วลูบไล้เบาๆ

“มือคุณดาริกานิ่มๆ นะครับ” เขาส่งสายตามพร้อมกับท่าทางหน้าหม้อ

“ขอบคุณค่ะ ว่าแต่พี่โมทย์ยังโสดไหมคะ” เธอเย้าเขากลับ

“โสดครับ โสดสนิท ไม่มีพันธะ ไม่มี๊ ไม่มีจริงๆ นะครับ”

 

สีหราชเดินผลักประตูเข้ามา พอเห็นภาพตรงหน้าถึงกับปรี๊ดแตก รีบกระชากมือของน้องสาวที่อยู่ในอุ้งมือของสารวัตรปราโมทย์ทันที

“ผิงผิงมาทำอะไรที่นี่” เขาถามเธอเสียงเขียว

“อ้าว... ผิงผิงแค่หาทางกลับบ้านเองนะคะ พอดีเดินออกมาจากโรงเรียน ก็เห็นสถานีตำรวจอยู่ตรงกันข้าม คิดไปคิดว่า อ่านที่ป้ายด้านหน้า ตำรวจยินดีรับใช้ประชาชน ผิงผิงเลยมาขอความช่วยเหลือนะคะ” เธอแกล้งยั่วปราสาทของเขา

 “ใครตามพี่คะ” เธอทำหน้าสงสัย ยกหน้าขึ้นไปมองใบหน้าของพี่ข้าวโพดที่ตอนนี้ทำตาเขียวปั๊ด

“ผมเองครับ” สารวัตรปราโมทย์ยกมือขึ้น

“เดี๋ยวพี่สิงห์มารู้ทีหลังจะพาลโกรธผมเปล่าๆ ต้องรีบบอกก่อน แต่ว่าพี่สิงห์ครับ ให้ผมไปส่งน้องดาริกาที่ไร่สิงขรเองนะครับ” ปราโมทย์รีบขันอาสา ยื่นมือส่งให้กับเธอได้จับ ผิงผิงรีบจับแล้วลุกขึ้นยืน

“ไม่รบกวนนะคะพี่โมทย์ขา ถ้าหากว่าพี่โมทย์จะไปส่งผิงผิงที่ไร่”

 “ไม๊ ไม่รบกวนเลยครับ ยินดีและก็ดีใจม๊าก... มาก” ปราโมทย์ส่งสายตายิ้มหวานออกมาตลอดเวลา

สีหราชยิ้มให้หมวดปราโมทย์แบบเย็นๆ เขาหยิบเสื้อสูทที่วางพาดไว้ที่เก้าอี้ ก่อนจะคลี่ออกสวมคลุมไหล่ของเธอเอาไว้ในทันที

“กลับบ้าน...” เขากระชากข้อแขนของเธอ ผิงผิงสะบัดข้อมือกลับทันใดเช่นกัน ก่อนจะหันหน้าไปอ้อนผู้หมวดปราโมทย์

“พี่ข้าวโพดคะ ให้พี่โมทย์ไปส่งผิงผิงก็ได้ค่ะ เราจะได้ทำความรู้จักกันเพิ่มมากขึ้น อีกอย่างผิงผิงมาอยู่เมืองไทยยังไม่มีเพื่อนเลยสักคน”

“อ๋อเหรอครับ... ผมอาสาเป็นเพื่อนให้เลยครับ แหม... โคตรดีใจเลยที่ได้เป็นเพื่อนของคุณผิงผิง”

“ไม่ต้อง พี่ไปส่งเอง” เขาหันไปทำตาขวางเข้าใส่หมวดปราโมทย์ที่ตอนนี้หุบยิ้มลงทันที จ่ามีนหัวเราะขึ้นมาดังหึๆ

“เสียดายจังเลยค่ะ พี่จ่ามีนและก็พี่โมทย์ ผิงผิงสอนอยู่ที่โรงเรียนตรงข้ามนะคะ โอกาสหน้าคงได้เจอกันอีก”

“ขอเบอร์หน่อยสิครับคุณผิงผิง”

“ว้า... ยังไม่ได้ซื้อโทรศัพท์เลยค่ะ ไว้ผิงผิงแวะมาหา แล้วเอาเบอร์มาให้นะคะ” เธอยิ้มพร้อมกับทำตาเล็กตาน้อยให้เขา

“ครับๆ โชคดีนะครับ คุณผิงผิง อ่อย...” หมวดปราโมทย์มองตามร่างของดาริกาที่กำลังถูกพี่ชายดึงมือให้เดินตาม

เธอยังไม่วายหันหน้ามาโบกมือลาสองหนุ่มในเครื่องแบบ และส่งยิ้มมาให้แบบน่ารัก

สีหราชกดปลดล็อครถ ปิ๊บ... ก่อนจะกระชากเปิดประตู พร้อมกับหันมาพูดกับน้องสาวแบบขับเขี้ยวเคี่ยวฟัน

“ขึ้นรถ”

“คะ...” เธอช้อนสายตามองเขาแบบสงสัย

“ก็พี่ข้าวโพดไม่ว่าง และก็ไม่อยากดูแลผิงผิงเอง จริงๆ แล้ว ให้พี่หมวดโมทย์เขาไปส่งผิงผิงก็ได้” เธอทำสะบัดสะบิงแต่ก็ยอมขึ้นรถแต่โดยดี ในใจตอนนี้ยิ้มพราวด้วยความดีใจที่ชนะพี่ข้าวโพดไปอีกก้าว และได้เห็นเขาทำอารมณ์เสียๆ เข้าใส่ แสดงว่าพี่ชายสนใจเธอ

เขาปิดประตูตามหลังเธอโครมใหญ่ ดาริกาถึงกลับตกใจ แต่ก็ยังคงนั่งนิ่งทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

พี่ชายพอขึ้นนั่งประจำที่ได้ก็รีบกระชากรถออกไปในทันที ดาริกาออกอาการตกใจกับความเร็วที่เขาตะบึ้งห่อเหยียบกระทืบไปเพิ่มความเร็วให้กับรถ หญิงสาวรีบคาดเข็มขัดนิรภัยแน่น

สีหราชมีความไม่พอใจอย่างรุนแรงที่เห็นหมวดปราโมทย์จับลูบมือของดาริกา และที่สำคัญเธอก็ปล่อยให้ปราโมทย์ทำแบบนั้น

“ที่นี่เมืองไทยนะ จะมาทำตัวเหมือนกับที่อยู่เมืองนอกไม่ได้ ไปนั่งให้ผู้ชายลูบไล้ฝ่ามืออยู่ น่าเกลียด” เขาต่อว่าเธอ

“ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่ค่ะ แค่จับมือ อีกอย่างก็เป็นเฟรน” เธอทำหยักไหล่ จริงๆ ก็แค่อยากจะยั่วโมโหของพี่ข้าวโพดเท่านั้นเอง แค่เห็นปฏิกิริยาของเขา เธอก็มีอาการลิงโลดดีใจจนเนื้อเต้น

“หึงหรือคะ” เธอยื่นหน้าไปถามเขาใกล้ๆ พี่ข้าวโพดถึงกลับตกใจ ยกมือขึ้นผลักใบหน้าของเธอที่ลอยเด่นอยู่ใกล้ๆ ทันที

“ทำไมชอบทำแบบนี้ หึ...” เขาทำเสียงเข้มใส่เธอ

“เฮ้อ...” เธอแกล้งถอนหายใจ แล้วกลับมานั่งประจำที่

“หมวดปราโมทย์น่ารักจังค่ะ ใจดี แล้วก็ยังไม่มีแฟน”

“อย่าไปไว้ใจใครง่ายๆ นะผิงผิง ที่นี่ประเทศไทย... รู้หน้าไม่รู้ใจหรอก” ข้าวโพดสอนกลับมาทันควัน

“อ้อ... แปลว่าพี่หมวดเป็นคนที่คบไม่ได้เหรอคะ” เธอทำท่าครุ่นคิด

“ว้า... แล้วผิงผิงจะหาใครเป็นเพื่อนดีเนอะ”

“ไม่มีเพื่อนไม่ตายหรอกน่า”

“พี่ข้าวโพดก็พูดได้สิคะ ตัวเองมีแฟน แล้วก็กำลังจะแต่งงาน จะเหมือนผิงผิงที่คนตัวเดียวได้ยังไง เชอะ...” เธอทำเสียงขึ้นจมูกใส่เขา

“เต็มใจไหมคะที่จะไปส่งผิงผิงที่บ้านนะ ถ้าไม่เต็มใจจะได้หาวิธีกลับบ้านแบบใหม่” เธอยังหยอกย้อนเขากลับไปอีก

“นั่งให้นิ่งเลย” เขาพูดแค่นั้นแล้วเหยียบทะยานรถคันนั้นให้แล่นเร็วขึ้น

“อ้าว...” เธอพูดได้แค่นั้น ก็จำต้องเงียบ แต่ตอนนี้แอบอมยิ้มอยู่คนเดียว

แต่สีหราชยังคงอารมณ์ขุ่นมัว ภาพของหมวดปราโมทย์ที่จับมือน้องสาวคนสวยพร้อมสายตาเจ้าชู้ทำให้เขาขุ่นเคือง ตอนนี้กำลังหาทางจัดการแม่ตัวดีคนนี้อยู่ด้วย

 

“กลับมาแล้วค่ะ” เธอเดินยิ้มร่าเข้าไปข้างใน

“มาแล้วเหรอลูก ป้าไก่กับพี่ข้าวผัดจัดห้องนอนเดิมของพี่ข้าวผัดเอาไว้ให้เราแล้ว จะได้สะดวกหน่อย อยู่นานๆ ได้ อีกอย่างบ้านนู้นก็คับแคบ ไหนจะตาพอร์ช ตาเพชร เสียงก็ดัง ผิงผิงนอนบ้านใหญ่กับป้านี่แหละ”

“ยังไงก็ได้ค่ะป้าไก่” เธอหันไปกอดนางแบบเอาใจ

“ผิงผิงเป็นไงบ้าง ที่โรงเรียน” ข้าวผัดเดินเข้ามาถามน้องสาว

“ดีค่ะพี่ข้าวผัด ทุกคนน่ารักมาก เป็นกันเองมากๆ” หญิงสาวหันไปคุยกับพี่สาว

“ดีแล้ว โล่งอก โรงพักของข้าวโพดก็อยู่ใกล้ๆ มีอะไรก็ได้สะดวก วิ่งข้ามถนนไปแป๊บเดียว” ป้าไก่เสริม

“เอ่อ... สอนน้องขับรถด้วยสิข้าวโพด ไหนๆ ก็มาแล้ว คืนนี้ค้างนี้นะ จะได้ไปส่งน้องไปโรงเรียนด้วยพรุ่งนี้”

“แม่พรุ่งนี้ผมทำงานแล้วนะครับ” เขาปฏิเสธเหมือนเคย ไม่อยากจะทำตัวใกล้ชิดกับแม่น้องสาว ปัญหาระหว่างเขากับแฟนสาวยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย

“แกก็ออกให้มันเช้าหน่อยสิ ใช่ไหม...?” ไก่สวนคำกลับทันที

“โห... เล่นบังคับกันอย่างนี้” เขาโอดครวญ

“ไม่เป็นไรค่ะป้าไก่ วันนี้ถ้าผิงผิงขับรถคล่อง ผิงผิงไปเองดีกว่า” เธอทำท่าทีน่าสงสารต่อหน้าป้าไก่ แต่อีกหน้าหันไปมองพี่ข้าวโพดทำยิ้มเจ้าเล่ห์

“ไม่ได้... แล้วยังไง หึ... ข้าวโพด หลิวก็ไม่อยู่ แกจะไปนอนในเมืองทำไม นอนบ้านนี่แหละ อีกอย่างผิงผิงไปเปลี่ยนเสื้อผ้าลูก เดี๋ยวให้พี่เขาสอนขับรถ” ป้าไก่หันไปไล่เธอผลักดันหลังหญิงสาวให้ขึ้นเรือน

“ค่ะ” เธอรีบเดินขึ้นไปที่ด้านบน

“น้องมีใบขับขี่อะไรหมดแล้ว แต่อยากให้ชินทางกับคุ้นมือ ไปไหนมาไหนเองจะสะดวกให้น้องขับรถไปเอง” ไก่บอกข้าวโพด

เขานั่งลงแบบเสียอารมณ์ ทำไมพักนี้หงุดหงิดพิกล แต่ก็พยายามฝืนยิ้มให้กับแม่ไม่งั้นจะโดนบ่นอีกยาว

“ครับๆ” ข้าวโพดรบรับปาก

 

“มาแล้วค่ะ” ผิงผิงลงมาจากบนบ้าน เธอใส่เสื้อสายเดี่ยวสีขาว จงใจโชว์เนื้อหนังมังสาให้พี่ข้าวโพดเห็น พร้อมกับกางเกงยีนส์ขาสั้น โชว์ขาวๆ ยาวๆ

ชายหนุ่มถึงกลับกลืนน้ำลาย

พอนั่งรถด้วยกัน เขาให้เธอนั่งประจำที่นั่งคนขับ

“วันหลังห้ามแต่งตัวแบบนี้นะ” เขาใช้สายตามองไปสำรวจไปทั่ว พร้อมสีหน้าไม่พอใจ

“ทำไมคะ” เธอทำเอียงคอถามเขาแบบฉงน

“เมืองไทยร้อนขนาดนี้จะให้ใส่คลุมยาวเหมือนแฟนพี่ไม่ได้หรอกค่ะ ผิงผิงไม่ชิน เนี่ยผิงผิงไม่ใส่ชุดบิกินี่ลงมาก็ดีแค่ไหนแล้ว” คำตอบของเธอทำให้เขาไม่พอใจรุนแรงขึ้น

“เถียงคำไม่ตกฟากนะเราเนี่ย” เขาตีมือไปบนแขนเธอแรงๆ

“โอ๊ย... ทำไมต้องตีผิงผิงด้วยคะ”

“ดื้อ... ไม่น่ารักเหมือนตอนเป็นเด็กๆ เลย”

“ชิ... ใครจะน่ารักเหมือนพี่หลิวของพี่ละคะ ไม่เอาแล้วไม่ต้องสอนแล้ว ไว้ผิงผิงหาครูคนใหม่มาสอนดีกว่า ตินู้น ห้ามนี่ ขนาดยังไม่ได้สตาร์ทรถเลย” เธอทำท่าจะเปิดประตูลงไป

สีหราชดึงเธอเข้าหากระชากแขนร่างอรชรกลับเข้ามาอย่างแรง ร่างเธอปลิวเขามากระแทกไปที่ตัวเขาเพราะด้วยความไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าสวยๆ ชนเข้าไปกับใบหน้าคมเข้มของพี่ข้าวโพด

“ว้าย...” เธอส่งเสียงบอกว่าตกใจ ผวากอดเขาเอาไว้แน่น พอได้โอกาสจึงรัดร่างของพี่ข้าวโพดเอาไว้ จงใจเบียดหน้าอกที่ไม่เล็กของตัวเองไปกับแผงอกกว้างของพี่ข้าวโพด พร้อมกับจรดปลายจมูกสูดดมกลิ่นกายหอมของพี่ชายที่ตอนนี้ทำหน้าเหว๋อออกมาเช่นกัน

“ชื่นใจจังค่ะ อยากกอดน้องก็ไม่บอก” เธอแกล้งพูด เขารีบผลักตัวเธอออกแทบทันที ตอนนี้ร่างกายของตัวเขาเองเหมือนถูกไฟช็อต ใจเต้นตึกๆ ขึ้นมาอย่างแรง

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"เธอยังยึดมั่นในสัญญาที่เขาได้ให้เอาไว้ในวัยเด็ก "เราแต่งงานกันนะคะ" แต่เขากลับลืม แล้วกำลังจะแต่งงานไปกับผู้หญิงคนอื่น ผิงผิงจะจัดการยังไง แล้วพี่ข้าวโพดเขาจะกลับมาทำตามสัญญาหรือไม่ ต้องติดตามจ้า"

คุณธิดา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha