จอมโจรร้อนรัก [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 6 : จอมโจรร้อนรัก ตอนที่ 3-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

3

 

 

            ยามวิกาลภายในโอเอซิสเล็กๆ เกิดเงาตะคุ่มสีดำรอบกระโจมที่พักของกลุ่มพ่อจากหมู่บ้านคาเบียนเซีย เจ้าเงาตะคุ่มสีดำพยายามเดินหลบหลีกสายตาของผู้ทำหน้าที่เป็นยามเฝ้ากระโจมได้อย่างหวุดหวิด ก่อนที่ผ้าม่านหนาหนักจะถูกเปิดเข้าไป ไม่นานก็เกิดเสียงหวีดร้องราวบาดเจ็บปางตายดังออกมาจากกระโจม

“เกิดอะไรขึ้น” การิดเร่งออกมาจากกระโจมพร้อมคำถามกับผู้ทำหน้าที่เฝ้ายาม

“มีคนบุกรุกครับ ท่านการิด” อุสมานเร่งรายงานหลังสั่งให้ลูกน้องเข้าไปตรวจตรารอบกระโจมหลังอื่น และสั่งให้อีกกลุ่มเร่งไปดูกระโจมที่เกิดเหตุร้าย ภายในกำลังเกิดการต่อสู้กัน เมื่อเจ้าของเงาตะคุ่มที่เล็ดรอดเข้ามาในบริเวณที่ตั้งกระโจมของการิดทั้งสามคนคิดหนี

“พวกมันบุกเข้ามาสามคนครับท่านการิด และมันก็เอ่อ...ทำร้ายเมียของข้าด้วยครับ” รีฮานเร่งกลับมารายงานการิดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่โชคดีที่ผู้เป็นภรรยาไม่ได้บาดเจ็บอะไรมาก นอกเสียจากถูกคมดาบเฉี่ยวเข้าที่แขน

“อย่าให้พวกมันหนีไปได้ ส่วนเจ้าราชิด เจ้าเร่งไปที่กระโจมของมูนาเร็วเข้า ข้าว่าเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่กระโจมของรีฮานเป็นแน่” สิ้นคำของผู้เป็นพ่อ ราชิดก็เร่งฝีเท้าไปยังกระโจมของมูนาทันที พอดีกับที่หญิงสาวก็เดินออกมาจากกระโจม

“ราชิด เกิดอะไรขึ้น ข้าได้ยินเสียงเอะอะดังเข้าไปถึงกระโจมของข้า” มูนาเอ่ยถามทันที ก่อนที่ราชิดจะอ้าปากเอ่ยถาม

“มีคนบุกเข้ามา แต่ตอนนี้ท่านพ่อของข้าเร่งให้คนไปจับตัวพวกมันเอาไว้แล้ว แล้วเจ้าเล่ามูนา เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ตกใจมากหรือเปล่า” ราชิดเอ่ยถามด้วยความห่วงใย แววตาสื่อความหมายออกมาอย่างลึกซึ้ง หากแต่มูนาก็ทำทีมองไม่เห็นและเสมองไปยังกลุ่มคนที่ล้อมวงอยู่กลางกองไฟ ที่คงจับตัวผู้บุกรุกได้แล้ว

“ข้าว่าเราเร่งไปหาพ่อเจ้ากันเถิดราชิด ว่าแต่ท่านป้าเล่า ท่านป้าปลอดภัยหรือไม่ราชิด” มูนาเอ่ยถามเสียงร้อนรน ก่อนเร่งฝีเท้าย่ำไปบนผืนทรายตรงไปยังวงล้อม ราชิดยังไม่ทันตอบคำถามของหญิงสาว ก็ต้องเร่งเดินตามไป

“ท่านลุงการิด เกิดเหตุอะไรขึ้น”

“มีคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ตั้งกระโจมของพวกเรา แต่ลุงว่าเจ้ากลับไปพักผ่อนเสียเถิดมูนา ส่วนเรื่องทางนี้ลุงจะจัดการเอง ราชิด เจ้าไปส่งมูนากับแม่ของเจ้าเข้าไปพักผ่อนในกระโจมซะเถอะ” การิดเอ่ยสั่งพร้อมแววตาบีบบังคับ เพราะไม่อยากให้มูนาเห็นหน้าค่าตาของคนที่ถูกจับได้ แต่โชคร้ายที่พวกมันหนีรอดไปได้หนึ่งคน

“แต่ข้าอยากเห็นหน้าคนบุกรุกก่อนนี่นาท่านลุง” มูนาค้านตามนิสัยดื้อรั้นและอยากรู้อยากเห็น

“มูนากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันแต่เช้า” อะมีนะฮ์รั้งตัวมูนาให้เดินกลับไปที่กระโจมโดยมีราชิดตามไปส่ง พร้อมกับกวาดตามองรอบๆ ที่พัก จนแน่ใจว่าไม่มีผู้ใด จึงได้กล่าวลาทั้งมารดาและมูนาก่อนกลับไปสะสางคนร้าย ส่วนมูนาก็ได้แต่นอนพลิกตัวไปมาอยู่บนพรมหนังสัตว์ เพราะเวลานี้เธอไม่อาจข่มตาหลับลงได้อีกแล้ว นั่นเพราะสิ่งที่อยากรู้ยังคงค้างคาใจอยู่ ส่วนที่วงล้อมหน้ากองไฟการิดกำลังให้คนสนิทเปิดหน้าของคนร้าย เพื่อจะได้เค้นหาความจริงว่าพวกมันเป็นใคร

“เจ้านี่มัน... เป็นคนของฮากิมนี่ครับ ท่านการิด” อุสมานอุทานหน้าเครียด เพราะเคยเห็นคนร้ายเคยลับลอบเข้าไปในหมู่บ้านอยู่หลายครั้ง ก่อนที่ฮากิมจะบอกว่าเป็นญาติห่างๆ จะมาขออยู่ด้วย แต่เหตุใดทำไมเจ้าคนนี้ถึงได้มาอยู่ที่นี่ แล้วยังหมายจะทำร้ายคนในกระโจมเสียอีก

“เจ้าว่าอะไรนะอุสมาน” การิดหันไปถามย้ำหน้าเคร่งเครียด ใจก็หวนคิดถึงท่าทีของซากีรอฟฟ์เมื่อหลายวันก่อน เพราะซากีรอฟฟ์มักนัดคนให้เข้าไปพบที่บ้านพักเป็นประจำ แต่ละวันก็ไม่ซ้ำหน้ากันด้วยซ้ำไป

“ข้ามั่นใจว่ามันคือคนของฮากิมแน่นอน ท่านการิด แล้วเจ้าหมอนี่ก็เพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านของเราได้ไม่นาน พร้อมกับพรรคพวกของมันอีกสามสี่คน ข้าว่าคนที่หนีไปได้ต้องเป็นพวกของมันแน่นอนครับ”

อุสมานปรายตาดุกร้าวไปยังคนบุกรุกที่มีสภาพสะบักสะบอมที่เกิดการต่อสู้กันขึ้น อดใจสังหรณ์ใจไม่ได้ว่าอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นที่หมู่บ้านคาเบียนเซีย

ท่านโมฮัม หากเกิดเรื่องขึ้น ท่านโมฮัมไม่อาจรับมือซากีรอฟฟ์ได้แน่ สีหน้าของการิดเคร่งเครียดมากกว่าเดิมอีกทั้งก็นึกห่วงความปลอดภัยของหัวหน้าหมู่บ้านและเหล่าลูกบ้านอีกนับร้อยๆ ชีวิตไม่น้อย

“เจ้าบุกเข้ามาทำร้ายคนของข้าเพราะเหตุใด อาบิล!” การิดถามเสียงดุดัน

“ถามไปมันคงไม่ตอบความจริงแน่ ข้าว่าท่านการิดจับมันไปทรมานดีหรือไม่ จะได้รู้ความจริงเสียที” ขาดคำของอัสมานลูกธนูก็พุ่งเข้ามาปักกลางอกของสองคนร้ายและสิ้นใจไปในเวลาต่อมา การิด ราชิด อุสมานและคนอื่นต่างเร่งหาที่กำบังและเตรียมพร้อมปกป้องคุ้มภัยทุกคน แต่รอนานแล้วก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตเคลื่อนไหว

“ดูท่าจะไม่มีแล้วนะครับท่านการิด ผมเป็นห่วงท่านโมฮัม แล้วก็ต้องเป็นซากีรอฟฟ์แน่นอนที่ส่งสองคนนี้มาลอบทำร้ายคนของเรา” อุสมานเร่งบอกด้วยความร้อนใจ เพราะหากให้ย้อนกลับไปตอนนี้อาจจะพอช่วยเหลือหัวหน้าหมู่บ้านได้

“ข้าว่าเป้าหมายของพวกมันไม่ใช่เมียของเจ้าหรอก อุสมาน” การิดบอกเสียงขรึม พลางส่งสายตาตำหนิคนสนิทเพราะไม่อยากให้บุตรชายรับรู้เรื่องนี้

“ท่านพ่อ นี่ท่านกำลังจะบอกว่าคนที่พวกมันจ้องทำร้ายคือมูนาอย่างนั้นหรือ” ราชิดเอ่ยถามด้วยสีหน้าตกใจและคิดไม่ถึงว่าจะมีคนคิดเอาชีวิตมูนา ทั้งที่นางก็ได้ออกมาจากหมู่บ้านคาเบียนเซียแล้ว แต่เหตุใดถึงยังมีคนหมายเอาชีวิตนาง

“ข้ายังไม่แน่ใจนักหรอกราชิด” การิดครางตอบเหมือนคล้ายไม่แน่ใจนัก หากแต่จริงๆ แล้วตนเองมั่นใจมากว่าต้องเป็นฝีมือของซากีรอฟฟ์แน่นอน แต่ยังไม่อยากบอกให้บุตรชายปักใจเชื่อเสียทีเดียว เพราะไม่อยากให้ราชิดเกิดความลำบากใจ เมื่อต้องทำหน้าที่พามูนาไปยังกองคาราวาน เพราะถึงคราวที่ต้องแยกย้ายกันเดินทางเสียแล้ว

“แต่ข้ายังสงสัยว่าทำไมถึงมีคนจ้องจะเอาชีวิตของมูนาด้วย นางไปทำอะไรให้คนพวกนั้นล่ะท่านพ่อ” ราชิดเอ่ยถามผู้เป็นพ่อด้วยสีหน้าวิตกกังวล อีกทั้งยังเป็นห่วงมูนาสุดหัวใจ หากทำได้เขาก็อยากตามเข้าไปดูแลมูนาถึงในวังหลวง แต่คงเป็นไม่ได้เพราะเขายังมีภาระหน้าที่ต้องดูแลพ่อแม่ อีกทั้งก็รับปากมูนาไว้แล้วว่าจะดูแลท่านโมฮัมแทนนางอันที่เป็นรัก

“พ่อก็ยังไม่รู้อะไรแน่ชัดนักหรอกราชิด แต่คนที่จ้องจะทำร้ายมูนา มันไม่ได้จ้องทำร้ายแค่มูนาคนเดียวแน่ อุสมาน! เจ้าเร่งส่งคนของเจ้าไปเตือนท่านโมฮัมให้รู้ตัว แล้วบอกให้เตรียมกำลังให้พร้อม ส่วนเจ้า ราชิด ก่อนตะวันขึ้นเจ้าต้องเร่งพามูนาไปส่งยังกองคาราวานตามกำหนดหมายเดิม แล้วดูแลมูนาให้ดี อย่าให้นางเป็นอะไรไปได้” การิดสั่งเสียงเข้ม พร้อมเสียงถอนหายใจหนักอก ใจก็หวนภาวนาขออย่าให้เกิดเรื่องไม่ดีกับท่านโมฮัม

คนได้รับคำสั่งเร่งแยกย้ายกันไปจัดการตามคำสั่งทันที โดยที่อุสมานเร่งไปบอกให้รีฮาน คนสนิทของตนพร้อมคนติดตามอีกคนเดินทางกลับหมู่บ้านคาเบียนเซียพร้อมกำชับให้ระวังตัวให้ดี เพราะอาจมีคนดักทำร้ายระหว่างทาง ส่วนราชิดก็เร่งไปจัดเตรียมข้าวของให้พร้อมสำหรับการเดินทาง ที่ต้องใช้เวลาอีกสามวันเต็มกว่าจะไปถึงที่หมาย แล้วนับจากนั้นเขาก็จะต้องจากมูนาตลอดกาล

 

แสงแรกของวันใหม่ใกล้จะโผล่พ้นเนินทรายที่เรียงสลับซับซ้อนดูสวยงาม แต่กลับมีอันตรายซุกซ่อนอยู่ในทุกฝีก้าว หากมีผู้ใดย่างกรายเข้าไปใกล้ ณ. บริเวณนั้น ซึ่งเป็นอาณาเขตของจอมโจรเหยี่ยวดำแห่งบาลายูดา หมู่บ้านที่น้อยคนนักจะเดินทางไปถึง นั่นเพราะหมู่บ้านที่ว่าเป็นหมู่บ้านที่ซุกซ่อนอยู่ในหุบเขาลึก จนเป็นกล่าวขานกันว่าหากใครจะเข้าออกหมู่บ้านนี้ได้ จะต้องมีมนต์ดำถึงจะสามารถหาทางเข้าไปในหมู่บ้านบาลายูดาได้ แต่มิเคยมีผู้ใดสามารถเล็ดรอดผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านนั้นได้ นอกเสียจากคนในหมู่บ้านบางคนเท่านั้น หรือแม้แต่การทำการค้ากับบาลายูดาก็จะทำการค้าขายกันที่โอเอซิสขนาดใหญ่กลางทะเลทรายเท่านั้น

“องค์ฟารีฟครับ องค์ฟารีฟ องค์ฟารีฟครับ ตื่นเถิดครับ เกิดเรื่องแล้วครับ” ราฮิมวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขานเรียกนายเหนือหัวเสียงดังลั่น

“อยากหัวขาดหรือไงราฮิม ถึงได้เรียกขานข้าเช่นนั้น” เจ้าของร่างสูงกำยำ แนวคางเต็มไปด้วยหนวดเครายาวเฟื้อยสมฉายาจอมโจรเหยี่ยวดำแห่งบาลายูดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุดัน หากแต่ไม่ได้ลืมตาขึ้นมามองคนสนิท

“เออ...ข้าเคยชินน่ะครับ” ราฮิมกล่าวขอโทษอ้อมแอ้ม แล้วรีบก้มหน้ารับสำนึกผิด

“เคยชินบ้าอะไรของเจ้า ในเมื่อข้าออกจากวังหลวงมาตั้งแต่อายุห้าขวบ แล้วก็มีเจ้าเติบโตมากับข้า แล้วข้าก็บอกเจ้าไปเป็นพันครั้งแล้วกระมังว่าอย่าเรียกข้าแบบนี้อีก เพราะข้าไม่ใช่องค์รัชทายาทแห่งอัสคาซานอีกต่อไป ถ้าขืนเจ้ายังเรียกข้าแบบเมื่อครู่อีก ข้าจะส่งเจ้าไปเลี้ยงอูฐเสียให้เข็ด” กล่าวจบชายหนุ่มก็ขยับตัวลุกขึ้นแล้วนั่งพิงต้นอินทผลัม สายตาดุดุจพญาเหยี่ยวจดจ้องไปยังคนสนิท


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha