จอมโจรร้อนรัก [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 8 : จอมโจรร้อนรัก ตอนที่ 3-3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “มูนา ข้ามอบให้เจ้า” ราชิดยื่นกริชประจำตัวมอบแก่หญิงสาวที่ตนมีใจให้ทันที หลังพากันเดินทางมาร่วมสามวันเต็มจนมาถึงกองคาราวานของท่านรามินทร์

“นี่เป็นกริชประจำตัวของเจ้านะราชิด แล้วเจ้าเอามาให้ข้าทำไมกันเล่า” มูนาทำหน้านิ่งด้วยความสงสัย

“ข้าอยากให้เจ้าเก็บไว้ข้างตัวของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้เอาไว้ป้องกันตัว อย่าลืมสิว่าต่อจากไปนี้เจ้าต้องออกเดินทางไปกับกองคาราวานนานนับเดือน ข้าเป็นห่วงเจ้า เป็นห่วงมาก” กระแสเสียงเต็มไปด้วยความห่วงหาอาทร แม้อยากไปปกป้องดูแลหญิงอันเป็นที่รักจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางแต่ก็ไม่อาจทำได้ เพราะมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลและทำต่อไป

“แต่กริชเล่มนี้มีความหมายกับเจ้ามากนะราชิด ข้าจำได้ว่าท่านลุงเป็นคนมอบให้เจ้า ข้าว่าเจ้าเก็บไว้เถิด แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่ากริชเล่มนี้เป็นตัวแทนความรักที่ท่านลุงมีต่อเจ้า ส่วนข้า เพียงแค่เจ้ามาส่งข้าถึงกองคาราวานอย่างปลอดภัย ข้าก็ขอบใจเจ้ามากแล้ว อีกอย่างข้าก็มีอาวุธป้องกันตัวของข้าอยู่แล้ว นี่ไงเล่า ท่านพ่อของข้ามอบให้ข้ากับมือ” มูนาแอบหยิบกริชคมกริบขนาดเล็กเหมาะสมกับเจ้าตัวที่ผู้เป็นพ่อมอบให้ก่อนที่เธอจะออกเดินทาง

“พ่อของเจ้ารอบคอบเสมอนะมูนา ถ้างั้นเจ้าก็เก็บกริชไว้ให้ดีละ แล้วเจ้าก็ควรใช้เมื่อยามจำเป็นเท่านั้น อย่าเที่ยวเอาไปข่มขู่ผู้อื่นล่ะ” ราชิดกล่าวเตือนด้วยความหวังดี แม้จะรู้สึกน้อยใจอยู่มากที่หญิงสาวไม่รับกริชที่เขารักมากเท่าชีวิตไว้ เพราะถ้าหากหญิงสาวรับไว้ อย่างน้อยๆ มูนาจะได้ระลึกถึงเขาและมีเขาอยู่เคียงข้างเสมอ

“ข้ารู้แล้วน่าราชิด เจ้านี่นะพูดเหมือนท่านพ่อของข้าเลย เอาละ ข้าต้องไปแล้ว ข้าขอให้เจ้าเดินทางปลอดภัยนะราชิด เอาไว้หากมีโอกาสเราคงจะได้พบกันอีก ราชิด เจ้าเป็นเพื่อนที่ข้ารักมากที่สุดนะ” มูนาคลี่ยิ้มให้เพื่อนรักภายใต้ผ้าฮิญาบ ก่อนจะยืนมองจนราชิดโดดขึ้นหลังม้าและควบห่างออกไปในเส้นทางเดิม โดยที่มูนาไม่ได้รับรู้เลยว่าหัวใจของเพื่อนบอบช้ำสักแค่ไหน ที่ต้องจำใจจากลาหญิงอันเป็นที่รักตลอดกาล

“ข้ารักเจ้าได้ยินหรือไม่มูนา” ราชิดเปรยเบาๆ ไปกับสายลม ก่อนกระตุกบังเหียนม้าเร่งกลับไปหาผู้เป็นพ่อ ส่วนมูนากำลังเดินเข้าไปร่วมกลุ่มกับสาวงามที่ต่างพากันมองเธอด้วยสายตาประหนึ่งว่าเธอคือสัตว์น่ารังเกียจก็ไม่ป่าน หญิงสาวถอนใจเฮือกใหญ่ แล้วเข้าไปยืนอยู่ท้ายสุดของกลุ่มสาวงาม โดยมีชายแก่หลังค่อมเดินตรวจตรา ซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจนักหรอกว่าจะตรวจตราอะไรกันนักหนา มูนากวาดสายตามองรอบๆ แหล่งที่ตั้งกระโจมอย่างมาดหมาย ก่อนจะเผยยิ้ม เมื่อในกองคาราวานของท่านรามินทร์ไม่มีทหารจากวังหลวงสักนาย หญิงสาวกอดกระชับห่อผ้าของตนไว้อย่างหวงแหน ก่อนก้มมองสิ่งที่อยู่ในห่อด้วยสีหน้าพึงพอใจ จึงไม่ทันได้เห็นสายตาของเหล่าสาวงามจากหมู่บ้านอื่นๆ

“เจ้าชื่อมูนา ที่มาจากหมู่บ้าคาเบียนเซียใช่หรือไม่” มูนาเหลียวมองไปยังทิศทางของเสียง หลังจากชายแก่หลังค่อมเดินจากไปแล้ว มีหญิงชราอีกคนเดินเข้ามาพร้อมกับจัดแจงบอกให้สาวงามแต่ละนางเข้าพักในกระโจม ที่หนึ่งกระโจมจะมีสาวงามเข้าไปพักรวมกันถึงแปดคน มูนาถอนใจอีกครั้งด้วยความลำบากใจ แต่ใช่ว่าเธอจะรังเกียจการนอนร่วมกระโจมกับสาวงามหมู่บ้านอื่นๆ หรอกนะ แต่เป็นเพราะแผนที่คิดไว้จะทำได้ยากก็เท่านั้น

“ข้าถามเจ้าอยู่ ไม่ยินหรือไง” นูรีนเอ่ยถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงดูแคลน เพราะพอจะรู้มาบ้างว่าสาวงามจากหมู่บ้านคาเบียนเซียมีประวัติเป็นเช่นไร ซ้ำเธอยังไม่อยากจะนอนร่วมกระโจมกับมูนาเสียด้วย

“คนในหมู่บ้านของเจ้ามีนิสัยเป็นแบบเจ้าหมดเลยหรือเปล่า กับการได้ใช้น้ำเสียงดูแคลนถามคนอื่นเช่นนี้ อีกอย่างข้าไปทำอะไรให้เจ้าไม่พอใจตอนไหน เจ้าถึงได้ใช้น้ำเสียงกับข้าเช่นนี้” มูนาพยายามข่มกลั้นอารมณ์โกรธของตนไว้ในอก เพราะเธอเกลียดนักกับน้ำเสียงและสายตาของสาวงามคนอื่นๆ ที่พากันมองเธอราวกับเธอเป็นตัวประหลาด

“บังอาจนักนะ นังผู้หญิงกาลกิณี เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาต่อว่าคนในหมู่บ้านของข้า” นูรีนโต้กลับเสียงกราดเกรี้ยว

“ข้าไม่ใช่ผู้หญิงกาลกิณี เจ้าระวังปากของเจ้าไว้ด้วย หากไม่อยากถูกข้าตบ”

“ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อชื่อเสียงของเจ้าดังกระฉ่อนจนคนในประเทศอัสคาซานรู้กันเกือบหมด แต่ก็น่าแปลกนะพวกเจ้าว่าไหม ข้าละไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเหตุใดหัวหน้าหมู่บ้านคาเบียนเซียถึงได้ส่งผู้หญิงกาลกิณีเข้าวังหลวงได้ ไม่กลัวถูกลงอาญากันหรือไรนะ เพราะถ้าให้ตัวกาลกิณีเข้าวังหลวง อาจจะสร้างความหายขึ้นก็ได้” นูรีนยิ้มเยาะพร้อมสายตาดูแคลนกึ่งถากถาง มองคนถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวกาลกิณี โดยมีสาวงามจากหมู่บ้านอื่นๆ พากันมองด้วยสายตาแบบเดียวกัน มูนาหน้าร้อนผ่าวทั้งจากไอแดดและความโกรธ จนอยากจะหยิบกริชที่บิดามอบให้ออกมาจ้วงแทงผู้หญิงปากร้ายให้ตายไปเสีย

“ข้าสั่งให้เจ้าหุบปากเสียๆ ของเจ้าเดี๋ยวนี้” มูนาตวาดใส่แต่น้ำเสียงไม่ได้ดังมากจนทำให้ผู้คนแตกตื่น

“เจ้ามีสิทธิ์อะไรถึงมาสั่งข้า นังผู้หญิงกาลกิณี” นูรีนพร้อมพวกพากันหัวเราะเยาะ มูนาโกรธจนตัวสั่น แต่ไม่อาจทำอะไรได้นอกเสียจากเดินไปยังกระโจมที่พักของตนเอง ที่ตอนนี้มีสาวงามคนอื่นๆ เข้าไปรออยู่ก่อนแล้ว ไม่นานนูรีนและเพื่อนสาวงามอีกสามคนก็เดินตามเข้ามา

“ต๊ายตาย นังผู้หญิงกาลกิณีคนนี้ ยังจะหน้าด้านเข้ามาอยู่ร่วมกระโจมเดียวกับพวกเราอีกหรือนี่ แล้วคราวนี้เราจะทำอย่างไรกันดีเล่านูรีน” เซย่าหนึ่งในสาวงามที่จะถูกส่งตัวเข้าวังหลวงที่มีนิสัยช่างประจบประแจงพูดขึ้น เมื่อเห็นมูนากำลังเลือกมุมพักผ่อนของตนเอง

“พวกเจ้าทุกคนฟังข้าให้ดี หากใครไม่อยากถูกลงอาญาก็อยู่ให้ห่างๆ ผู้หญิงกาลกิณีคนนี้เอาไว้ เพราะถ้าพวกเจ้าไม่ทำตามที่ข้าบอก บางทีพวกเจ้าอาจจะถูกลงอาญาไปกับนางด้วย โดยเฉพาะคนที่คิดจะผูกมิตรกับนาง” นูรีนตามมาหาเรื่องมูนาอีกครั้ง ทำเอาเล่าสาวงามคนอื่นๆ ที่เข้าไปรออยู่ในกระโจมเริ่มมองมูนาด้วยสายตาแปลกๆ อีกครั้ง

“ข้าไม่อยากมีเรื่องกับพวกเจ้า อย่ามาหาเรื่องข้า” มูนาตัดบทด้วยการเดินออกไปนอกนอกกระโจม แล้วไปหาที่นั่งพักใต้ต้นไม้ใหญ่ โชคดีที่กองคาราวานของท่านรามินทร์อยู่กลางโอเอซิสขนาดใหญ่ ทำให้เธอหามุมสงบพักผ่อนได้ไม่ยากนัก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะหนีหน้าสาวงามช่างหาเรื่องนั้นได้นานสักแค่ไหน

ท่านพ่อ พี่รอนีย์ ราชิด ท่านลุงการิด ท่านป้าอะมีนะฮ์ ข้าคิดถึงพวกท่าน ข้าอยากกลับไปหาพวกท่าน ท่านได้ยินหรือไม่ มูนานั่งชันเข่าแล้วซบหน้าร้องไห้ด้วยความท้อแท้กับชะตาชีวิตของตนเอง ที่ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้าเธอจะต้องพบเจออุปสรรคอะไรบ้าง แล้วเธอเป็นผู้หญิงกาลกิณีจริงงั้นหรือ?


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha