จอมโจรร้อนรัก [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 14 : จอมโจรร้อนรัก ตอนที่ 6-1


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

6

 

 

ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งแถบชายแดนของประเทศอัสคาซาน ราชิดควบม้าเข้ามายังจุดนัดพบกับผู้เป็นบิดาและท่านโมฮัม หลังจากต้องหลบหนีการไล่ล่าจากคนของซากีรอฟฟ์

“ท่านพ่อ ท่านลุง พวกท่านปลอดภัยดีหรือไม่” ราชิดเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงทันทีเมื่อโดดลงจากม้า แล้วให้คนดูแลม้าพาม้าไปพักเรียบร้อย

“พ่อสบายดี ว่าแต่เจ้าเถอะ ระหว่างทางเจอลูกน้องของไอ้คนโฉดหรือไม่” การิดเป็นฝ่ายเอ่ยตอบบุตรชาย เพราะตอนนี้สีหน้าของท่านโมฮัมไม่สู้ดีนัก เนื่องจากระหว่างทางหลบหนีเขาถูกคนของซากีรอฟฟ์ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ

“ข้าหนีพวกมันมาได้ท่านพ่อ ว่าแต่ท่านลุงโมฮัม ท่าน...เป็นอะไรไป เหตุใดสีหน้าถึงดูไม่ดีนัก” ราชิดเบนสายตาไปยังบิดาของหญิงสาวที่ตนหลงรักด้วยความเป็นห่วงไม่ต่างบิดาบังเกิดเกล้า

“ลุงไม่เป็นอะไรมากนักหรอกราชิด ว่าแต่เจ้าเถอะเดินทางไปส่งมูนาที่กองคาราวานของท่านรามินทร์ ลูกสาวหัวดื้อของลุงก่อปัญหาให้เจ้าหนักใจบ้างหรือไม่...ราชิด” โมฮัมคลี่ยิ้มเอ็นดูบุตรชายของคนสนิท แต่ก็อดเป็นห่วงบุตรสาวไม่ได้ ที่ต้องจากบ้านเกิดไปและคงไม่มีวันได้หวนกลับมาอีก เพียงแค่คิดว่าจะไม่ได้พบหน้าบุตรสาว หัวอกคนเป็นพ่อก็ร้าวรานเป็นที่สุด

“มูนา นางเข้มแข็งเหมือนท่าน จึงไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียวเลยท่านลุง” ราชิดยิ้มบางๆ ขณะตอบบิดาของหญิงอันเป็นที่รัก แต่ภายในอกก็ปวดร้าวอย่างแสนสาหัสที่ต้องจากคนรักตลอดกาล ทั้งที่ยังไม่ได้เอ่ยคำว่ารักให้นางได้ยินแม้แต่คำเดียว

“ยิ่งพูดถึง ข้าก็ยิ่งคิดลูกสาวของข้า ไม่รู้ว่าป่านนี้นางจะเป็นอย่างไรบ้าง” ท่านโมฮัมถอนหายใจเฮือกใหญ่ เพราะกลัวว่ามูนาจะสร้างปัญหาให้กับผู้ร่วมเดินทาง เพราะด้วยนิสัยของมูนา นางไม่มีวันยอมให้ใครมาข่มเหงรังแกเอาได้ง่ายๆ หรอก แล้วไม่มีทางเลยที่นางจะอยู่เฉยให้อีกฝ่ายทำร้ายได้

“ท่านลุงวางใจเถอะ ข้าเชื่อว่ามูนาจะต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก ข้าว่านางคงจะทำใจยอมรับกับชะตาชีวิตของตัวเองได้แล้ว ว่าแต่เรื่องของคนโฉดอย่างซากีรอฟฟ์ ท่านลุงกับท่านพ่อจะทำอย่างไรต่อไปดีเล่า ข้าว่าหากเราปล่อยให้คนโฉดชั่วอย่างมันครอบครองหมู่บ้านของเรานานเท่าไหร่ ชาวบ้านก็จะยิ่งเดือดร้อนเพราะมัน” ปลายเสียงของราชิดเคียดแค้นผู้ที่ถูกกล่าวถึงจนแทบกระอัก และเพราะมันคนเดียวแท้ๆ ที่ทำให้หมู่บ้านคาเบียนเซียที่เคยสงบร่มเย็นมาตลอดหลายสิบปีเกิดการนองเลือด เพียงเพราะซากีรอฟฟ์มันมักใหญ่ใฝ่สูง อยากจะเป็นหัวหมู่บ้าน

“ตอนนี้กำลังคนของเราไม่อาจไปต่อกรกับคนโฉดอย่างมันได้หรอก...ราชิด แต่ลุงไม่มีทางยอมให้มันลำพองใจไปได้นานนักหรอก ขอเพียงลุงร่างกายหายดี เราจะกลับไปหมู่บ้านคาเบียนเซียอีกครั้ง”

“ท่านจะหาคนจากที่ไหนไปจัดกับมันล่ะ ท่านโมฮัม” การิดเป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยสีหน้าหนักใจไม่น้อย เพียงลำพังลูกน้องที่ติดตามมาตอนไปทำการค้าก็เหลือไม่ถึงสิบคน เพราะถูกพวกของซากีรอฟฟ์เล่นงานจนล้มตายและบาดเจ็บไปหลายราย

“ข้าจะช่วยพวกท่านเอง อย่าห่วงนักเลยการิด” โมฮัมยังไม่ทันได้ตอบคำถามคนสนิท เสียงห้าวห้วนของสหายรักอีกคนแห่งหมู่บ้านแถบชายแดนที่เดินออกมาจากห้องพักด้วยใบหน้าดุดัน ราชิดจึงลุกขึ้นทำความเคารพ เพราะเพิ่งจะเดินทางมาถึงและยังไม่ทันได้เข้าไปทักทายเจ้าของบ้าน อีกฝ่ายก็โบกมือให้นั่งลงตามสบาย ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมวงหารือกันถึงเรื่องที่เกิดกับหมู่บ้านคาเบียนเซีย และรอเวลากลับไปจัดการกับคนโฉด

 

 

มูนากำลังก้มๆ เงยๆ ทำหน้าที่หุงหาอาหารตามคำสั่งของฟารีฟทันทีที่ข้อเท้าของเธอหายจากอาการบาดเจ็บ ที่แม้เจ้าตัวจะบอกไปว่าไม่ถนัดทำเรื่องอาหารการกินนัก แต่ก็ยังถูกคนหน้าตาเยี่ยงโจรบังคับให้ทำ จนในที่สุดอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ ก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะเตี้ยๆ ตรงหน้าของฟารีฟ ที่กำลังก้มมองอาหารค่ำด้วยแววตาขบขัน เห็นทีค่ำนี้เขาจะต้องทานมื้อค่ำเป็นเนื้อย่างเสียแล้ว เพราะอาหารหน้าตาประหลาดของมูนาคงจะทำให้เขาท้องเสียเป็นแน่

“อาหารค่ำของท่านเรียบร้อยแล้ว ท่านมีอะไรจะใช้ข้าอีกหรือไม่” มูนาขยับไปยืนอยู่ตรงทางเข้ากระโจม ก่อนจะเอ่ยถาม เหตุเพราะไม่อยากจะอยู่ใกล้ชายหนุ่มนัก

“ถ้าคืนนี้ข้าท้องเสียเพราะอาหารของเจ้า เจ้าต้องรับผิดชอบ” ฟารีฟ บอกเสียงขรึมๆ

“ข้าไม่รับผิดชอบอะไรทั้งนั้น เพราะข้าได้บอกท่านไปแล้วว่าข้าไม่ถนัดหุงหาอาหาร แต่ท่านก็ยังบังคับให้ข้าไปทำ แล้วหากท่านเจ็บป่วยเป็นอะไรขึ้นมา ข้าไม่เกี่ยว” มูนาเถียงกลับ สีหน้าและแววตาขุ่นเคืองไม่น้อย

“เจ้าจะปัดความรับผิดชอบงั้นหรือ”

“ข้าไม่ได้ปัด แต่ข้าเพียงแค่อธิบายเหตุผลให้ท่านฟัง”

“งั้นเจ้าก็มากินเป็นเพื่อนข้า” ฟารีฟออกคำสั่ง มูนากำลังจะอ้าปากค้านว่าไม่อยากนั่งร่วมวงด้วย แต่ก็จำต้องหุบปากไปเสีย เพราะสายตาดุดันจากชายหนุ่ม ไม่กี่นาทีต่อมามูนาก็เข้าไปนั่งร่วมวงทานมื้อค่ำกับชายหนุ่มที่หน้าตารกรุงรังไปด้วยหนวดเคราไม่น่ามอง

“เป็นยังไงบ้างล่ะ อาหารฝีมือของเจ้า” หลังคิดว่าแม้หน้าตาอาหารออกจะประหลาดไปสักนิด แต่รสชาติกลับใช้ได้ทีเดียว ทำให้ฟารีฟลืมเรื่องท้องเสียไปเสียสนิท และนั่งทานอาหารฝีมือของสาวน้อยมูนาจนเพลิน ซ้ำยังรู้สึกเจริญอาหารกว่ามื้อไหนๆ เสียอีก

“ก็อร่อยดี” มูนาตอบกลับแล้วเร่งๆ ทานมื้อค่ำให้เรียบร้อย เพราะเธออยากจะไปแช่น้ำเย็นๆ จะแย่อยู่แล้ว

“ฮึ” ฟารีฟครางออกมาแล้วก็ก้มหน้าทานมื้อค่ำต่อ ผิดกับมูนาที่นึกฉุนไม่น้อยกับน้ำเสียงที่เล็ดลอดออกมาให้ได้ยินนั้น แต่ก็จำต้องสงบปากสงบคำเอาไว้เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เพราะหากเขารู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงขึ้นมา ไม่รู้ว่าจะถูกผู้ชายหน้ารกไปด้วยหนวดเคราลงโทษอย่างไรบ้าง

หลังอาหารมื้อค่ำผ่านไปเพียงไม่กี่นาที ขณะที่มูนากำลังเก็บสำรับออกไป อยู่ๆ มือเล็กก็ต้องชะงักอยู่กับที่ทันทีเพราะคำสั่งของชายหนุ่ม

“ท่านก็ไปอาบคนเดียวสิ ข้าไม่ไปหรอก ข้าไม่ชอบอาบน้ำ อีกอย่างอากาศก็เริ่มหนาวเย็นมากแล้ว ข้าไม่ชอบ” ทั้งที่ใจจริงอยากไปนอนแช่น้ำให้สบายใจ แต่ก็ต้องรีบปฏิเสธคำชวนของชายหนุ่มที่สั่งให้เธอไปอาบน้ำเป็นเพื่อน

“เจ้าจำกฎที่ข้าเคยบอกเจ้าไม่หรือไง...มูนา”

“ท่าน!!

“กฎข้อที่สอง ห้ามเจ้าขึ้นเสียงกับข้า แล้วก็จำเอาไว้ด้วยว่าเจ้าเป็นคนรับใช้ของข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธในสิ่งที่ข้าต้องการ” ท้ายประโยคคล้ายสื่อถึงบางสิ่งบางอย่าง แต่เวลานี้มูนาหาได้สนใจความนัยนั้น เพราะเธอเกลียดกฎและคำสั่งของชายหนุ่มจนเกินจะทนอยู่แล้ว แต่เวลานี้เธอทำอะไรไม่ได้เลยนอกเสียจากต้องทนและทน ก้มหน้าก้มตาทำตามคำสั่งของมหาโจรคนนี้ไปก่อน

“ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไมอีกมูนา เร่งเอาข้าวของไปเก็บเสียที ข้าจะได้ไปอาบน้ำ” ฟารีฟเอ่ยเสียงเข้มๆ เมื่อหญิงสาวเอาแต่ยืนนิ่ง

“ท่านนี่ช่างเอาแต่ใจนัก คิดว่าตัวเองเป็นพระราชาหรือไร ถึงได้ชอบออกคำสั่งกับคนอื่นนัก” มูนาก้มหน้าก้มตาเก็บสำรับอาหารมื้อค่ำไปพร้อมกับเสียงบ่นงึมงำๆ แต่กระนั้นก็ทำให้คนหูดีเป็นเลิศได้ยินชัดเต็มสองหู ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มน้อยๆ แต่มิเอ่ยคำใดออกไป เพราะเขามีแผนจัดการหญิงสาวเอาไว้ในอยู่แล้ว

“ข้าจะไปรอท่านที่แอ่งอาบน้ำ” พูดจบมูนาก็เปิดม่านกระโจมเดินออกไปทันที เลยไม่ทันเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ประหนึ่งเสือร้ายของฟารีฟ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha