จอมโจรร้อนรัก [จบแล้ว]

โดย: วรัมพร,หงสรถ



ตอนที่ 23 : จอมโจรร้อนรัก ตอนที่ 10-2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 “อ้าว! มูนา นี่เจ้ามานานหรือยังล่ะ แล้วทำไมเจ้าไม่เข้ามาในบ้านของข้าล่ะ ว่าแต่เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่าถึงได้นั่งทำหน้าซึมอยู่ข้างนอกแบบนี้” เพียงแค่เปิดประตูบ้านออกมาแล้วพบเจอเพื่อนใหม่นั่งทำหน้าเหงาหงอยอยู่ ไอช่าก็เดินดิ่งไปนั่งข้างเพื่อนใหม่ทันที และที่ทำให้ทั้งสองสาวได้เป็นเพื่อนกันก็เพราะวัยที่ใกล้เคียงกัน ทำให้ทั้งสองสนิทสนมกันมากกว่าคนอื่นๆ นับตั้งแต่มูนาย่างเท้าเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านบาลายูดา เพื่อหวังจะได้พบหน้าพี่ฟารีฟของเธออีกสักครั้ง แต่ทว่าผ่านมาเป็นเดือนแล้วเธอก็ยังไม่เคยได้พบหน้าพี่ฟารีฟเลยสักครั้ง

“ไม่มีอะไรหรอกไอช่า ข้าเพียงแต่คิดถึงบ้านของข้าน่ะ” สีหน้าคนพูดดูหม่นเศร้ามากกว่าเดิม แล้วใช่ว่าเธอจะไม่รู้ว่าการหนีมาแบบนี้ไม่ได้มีผลดีต่อหมู่บ้านของเธอนัก แต่จะให้เธอทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อเธอไม่อยากเข้าไปอยู่ในวังหลวงสักนิด แล้วเธอก็หวังว่าองค์รัชทายาทจะเข้าพระทัยเหตุผลที่เธอหนีออกมาเช่นกัน นั่นก็เพราะว่าเธอคือผู้หญิงกาลกินีอย่างที่นูรีนและเซย่ากล่าวหาจริงๆ แล้วถ้าหากเธอเข้าไปอยู่ในวัง เธออาจจะเป็นตัวปัญหาทำให้วังหลวงเกิดอาเพศร้ายเช่นหมู่บ้านของเธอก็เป็นได้ คิดแล้วมูนาก็ได้แต่ถอนหายใจครั้งแล้วครั้งเล่า

“เจ้าอย่าเศร้านักเลย เอาไว้ให้สามีของเจ้าว่างจากงาน เจ้าก็ขอร้องให้ท่านฟา...เอ่อ...ท่านซาอิด สามีของเจ้าพาเจ้ากลับไปเยี่ยมท่านพ่อของเจ้าก็ได้นี่” ไอช่าเผยยิ้มแห้งๆ ที่เกือบจะพลั้งปากหลุดออกไป แต่นั่นก็ทำให้มูนาเกิดความสงสัยไม่น้อยทีเดียว

“ไอช่า เมื่อครู่เจ้าเรียกสามีของข้าว่าท่านฟาใช่ไหม”

“ข้าเปล่านะ เจ้าหูฝาดแล้วละมูนา” ไอช่ารีบปฏิเสธพร้อมพยายามหลบสายตาจับผิดของมูนา

“ก็ข้าได้ยิน แต่ก็ช่างเถอะ บ้างทีข้าอาจมัวแต่คิดถึงชื่อใครบางคนอยู่ เลยทำให้หูฝาดอย่างที่เจ้าว่าก็เป็นได้”

“ข้าก็คิดว่าเจ้าคงหูฝาดจริงๆ นั่นแหละ” ไอช่าลอบถอนใจอย่างโล่งอก

“เออนี่ไอช่า บอกตรงๆ เลยนะว่าข้าเกิดความสงสัยมากมายว่าคนในหมู่บ้านบาลายูดากำลังมีเรื่องปิดบังข้าอยู่ แต่ข้าไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เจ้ารู้เรื่องหรือไม่ ไอช่า” มูนาโพล่งขึ้น เพราะเธอเริ่มสังเกตมานานแล้ว มิหนำซ้ำเวลาที่เธอเดินไปไหนมาไหนกับเขา...คนที่อ้างว่าตัวเองชื่อซาอิดและเป็นคนสนิทของท่านเหยี่ยวดำจะมีแต่คนเกรงกลัว บางคนก็ถึงกับไม่กล้าสบตาเลยด้วยซ้ำไป และนี่แหละที่ทำให้เธอเริ่มคิดว่าคนในหมู่บ้านกำลังปกปิดความจริงบางอย่างกับเธออยู่

“เรื่องอะไรกัน ข้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย ข้าว่าเจ้าคิดไปเองมากกว่านะมูนา” ไอช่าร้องบอกเสียงสูง ประหนึ่งว่ากำลังร้อนตัวอยู่ก็ไม่ปาน

“ข้าไม่ได้คิดไปเองแน่นอนไอช่า เพราะเวลาข้าไปไหนมาไหนกับเอ่อ...สามีของข้า ทำไมทุกคนต้องดูเกรงๆ สามีของข้าด้วย” มูนาตอบกลับอย่างเชื่อมั่นในความรู้สึกของตัวเอง แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ต้องสืบให้รู้ให้ได้ว่าคนในหมู่บ้านบาลายูดากำลังปิดบังเธอด้วยเรื่องอะไรกันแน่

“ก็สามีของเจ้าก็เป็นถึงคนสนิทของท่านเหยี่ยวดำไงเล่า ใครๆ ก็ต้องเกรงกลัวกันทั้งนั้นแหละ ข้าว่าเจ้าอย่าคิดมากนักเลยมูนา แถมดีเสียอีกที่เจ้าได้แต่งงานกับคนสนิทของท่านฟารีฟ” ไอช่าตัดบทด้วยการลุกขึ้นเดินไปหยิบอุปกรณ์เพื่อออกไปทำแปลงผักพร้อมถุงใส่เมล็ดพันธุ์พืช ไม่กี่นาทีก็เดินออกมาจากบ้านพร้อมของที่ต้องการ แต่คนที่ยังไม่คลายใจเรื่องที่ตนสงสัยก็ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมพร้อมเสียงถอนหายใจ

“ไอช่า ที่เจ้าพูดว่าดีเสียอีกที่ข้าได้แต่งงานกับคนสนิทของพี่...เอ่อท่านฟารีฟน่ะ เจ้าจะบอกอะไรข้าหรือเปล่า” พูดจบมูนาก็ยื่นมือไปช่วยไอช่าถือของ แต่ไอช่าปฏิเสธ ทว่ามีหรือที่คนอย่างมูนาที่ไม่ชอบเอาเปรียบใครจะยอมให้ไอช่าถือของอยู่คนเดียว

“เอามาเถอะนะไอช่า ของแค่นี้เองข้าถือได้สบายมาก ว่าแต่เจ้าเถอะตอบคำถามข้ามาได้แล้ว” เมื่อยื้อแย่งช่วยถือของจากไอช่าได้แล้วมูนาก็วกกลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง

“ก็...คนแถวนี้จะได้เลิกยุ่งกับสามีของเจ้ายังไงล่ะ ข้าว่าเราไปกันเถอะ ไม่ต้องรอพี่ฮาหมัดแล้วล่ะ ดูสิ ข้านัดเช้าแต่สายป่านนี้แล้วยังไม่มาอีก” ว่าแล้วก็พยักหน้าชวนเพื่อนเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่ต้องผ่านบ้านพักของพ่อเฒ่าซุกกี แต่ก่อนจะได้เดินผ่านหน้าบ้านพักของพ่อเฒ่าซุกกี สายตาของไอช่าก็ปะทะเข้ากับร่างสองร่างที่ยืนอิงแอบแนบชิดกันอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้แม่น้ำเข้าโดยบังเอิญ นั่นก็เพราะหมู่บ้านบาลายูดาตั้งอยู่ในหุบเขาสลับซับซ้อนและมีแม่น้ำไหลผ่านตลอดทั้งปีทำให้การปลูกพืชผักของที่นี่มีกินมีขายได้ตลอดทั้งปี แต่ก็ยากนักที่คนภายนอกจะเข้ามาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ได้ เพราะคนในหมู่บ้านบาลายูดาก็ไม่นิยมออกไปพบปะกับคนภายนอกนัก นอกเสียจากพ่อค้าประจำหมู่บ้านที่ฟารีฟจะเป็นคนคัดเลือกให้มาทำหน้าที่นี้เท่านั้นถึงจะเข้าออกหมู่บ้านได้

“ท่านพี่เจ้าคะ ดูแขนของข้าสิเจ้าคะ ไม่รู้ไปโดนอะไรมาถึงได้มีรอยแดงช้ำเช่นนี้ ท่านพี่ช่วยหายาทาให้อันดาด้วยนะเจ้าคะ” เสียงออดอ้อนดังมาจากใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างจงใจให้คนที่เดินผ่านไปมาได้ยิน

ทั้งที่ไอช่ากำลังจะพาเพื่อนรักไปให้พ้นอยู่แล้ว แต่มูนาก็เหลียวไปมองตามเสียงนั่นเสียก่อน หัวใจของหญิงสาวไหววูบ เมื่อรู้แน่ชัดว่าแผ่นหลังกว้างใหญ่นั่นคือใคร เพราะชุดที่เขาสวมเป็นชุดที่เธอเลือกให้เขาเองกับมือ มือเล็กสั่นเทาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่เธอพร่ำบอกตัวเองว่าอย่าไปหวั่นไหวกับผู้ชายอย่างเขา แต่ไม่รู้ทำไมใจถึงปวดแปลบไปภาพออดอ้อนออเซาะของอันดา...หลานสาวของพ่อเฒ่าซุกกี

“มูนา! มูนา เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า” ไอช่าขานเรียก พร้อมยื่นมือไปกุมมือสั่นๆ ของเพื่อนเอาไว้ หญิงสาวบีบเบาๆ

“เปล่า ข้าไม่ได้เป็นอะไร เราไปกันเถอะไอช่า อย่าอยู่ให้ขวางหูขวางตาคนแถวนี้เลย” ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจจะประชดประชันเพราะมันไม่ใช่นิสัยของเธอ แต่ไม่รู้ทำไมเสียงท้ายประโยคถึงได้ดังนัก จนทำให้เจ้าของแผ่นหลังกว้างเหลียวมามองทันที ในขณะที่อันดาก็โผเข้ากอดร่างใหญ่ไว้แน่น หล่อนไม่แคร์สายตาดุดันจากชายหนุ่มสักนิดเดียว

“อันดา ปล่อย” ฟารีฟออกคำสั่งเสียงดุไม่แพ้แววตา ทว่าอันดายังคงดื้อดึงไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้อันดา” คนถูกกอดสั่งอีกครั้งด้วยแววตาไม่พอใจ

“แต่อันดายืนไม่ไหวนี่เจ้าคะ ไม่รู้อันดาเป็นอะไรขึ้นมา จู่ๆ ก็ไม่มีแรง ท่านพี่ช่วยพยุงอันดาเข้าบ้านก่อนนะเจ้าคะ” หญิงสาวพยายามงัดมารยาออกมาเพื่อหวังให้ผู้หญิงต่างถิ่นถอดใจแล้วหนีออกไปจากหมู่บ้านเสีย แต่หากไม่ไปดีๆ เธอคงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดเสียที ในเมื่อเธอมาก่อน ก็ต้องได้เป็นผู้หญิงเพียงหนึ่งเดียวของฟารีฟ

ฟารีฟปรายตามองหลานสาวนอกไส้ของพ่อเฒ่าซุกกีเพียงนิด แล้วเบนสายตามองไปยังภรรยาสาวที่กำลังจะเดินผ่านเลยไปด้วยท่าทีนิ่งเฉย และนั่นทำให้เขาเกิดไม่พอใจขึ้นมา เมื่อเมียรักไม่มีท่าทีหึงหวงแม้แต่น้อย

“ท่านพี่ อันดาจะยืนไม่ไหวแล้วนะเจ้าคะ” อันดายังคงออดอ้อนไม่หยุด หล่อนเบียดร่างเข้าหาชายหนุ่ม

“ก็ได้ พี่จะอุ้มเจ้าเข้าบ้านเอง” ฟารีฟเอ่ยตอบเสียงดัง หวังจะให้ภรรยาสาวได้ยิน ฝ่ายมูนาแม้จะได้ยินแต่เจ้าก็ตัวก็เก็บอาการเอาไว้ แต่สองมือเล็กมันสั่นๆ จนไอช่าต้องหันมากุมมือเพื่อนรักเอาไว้อีกครั้ง

“มูนา ถ้าเจ้าหวงสามีของเจ้า เจ้าก็ไปแสดงตัวเถอะ อย่าปล่อยให้อันดาทำเช่นนั้นเลย เจ้าก็รู้นี้ว่าอันดาเคยเป็นผู้หญิงของสามีเจ้ามาก่อน”

ไอช่าที่อดทนเห็นภาพออเซาะเกินงามของท่านฟารีฟไม่ไหว ก็ออกปากชักนำเพื่อนรักเสีย เพราะหมั่นไส้อันดาเต็มทน

“ข้าไม่ได้หวง” มูนาปฏิเสธเสียงแข็ง แต่น้ำตากลับคลอสองตาอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่เธอพยายามปรามใจแล้วว่าอย่าไปหวั่นไหวกับเขา เพราะเธอจะรอ...รอพี่ฟารีฟคนเดียวเท่านั้น

“ปากเจ้าบอกไม่หวง แต่เจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่าสีหน้าของเจ้าแสดงออกว่าหวงมากแค่ไหน แล้วยังมือของเจ้านี่อีก ที่สั่น ข้าว่าเจ้าเข้าไปแสดงว่าตัวเถอะ อันดาจะได้รู้เสียบ้างว่าผู้ชายที่นางกอดอยู่ มีภรรยาอยู่แล้ว แล้วตอนนี้ภรรยาของเข้าก็ยืนอยู่ตรงนี้” ไอช่าบอกเสียงโกรธๆ ปรายตามองอันดาด้วยสายตาตำหนิ แล้วนี่หากนางมาทำกับพี่ฮาหมัด สามีของเธอนะ มีหวังได้ฆ่ากันไปข้างหนึ่งแน่ ที่แม้ว่าตามประเพณีแล้วผู้ชายจะมีภรรยาได้ถึงสี่คนก็เถอะ แต่ถ้าภรรยาคนที่หนึ่งไม่ยินยอม ผู้ชายก็ไม่มีสิทธิ์จะมีภรรยาคนที่สอง สาม หรือสี่ได้ และนั่นเธอก็ไม่มีวันยอมให้พี่ฮาหมัดทำแบบนั้นแน่

“ช่างเขาเถอะ ข้าไม่อยากจะสนใจ” มูนาบอกปัด ทั้งที่ใจของเธอกำลังร้อนรุ่ม เพราะภาพความสนิทสนมของผู้เป็นสามีกับอันดา

“เจ้านี่ยังไงกันนะมูนา หึงหวงสามีก็ไม่แสดงออกมา แล้วถ้าหากสามีของเจ้าไปมีหญิงอื่น แล้วก็รับเข้ามาเป็นภรรยาอีกคน เจ้าจะทำอย่างไรเล่า ไหนเจ้าเคยบอกข้าว่าจะไม่ยอมให้สามีของเจ้ามีคนอื่นยังไงล่ะ” ไอช่าพูดอย่างเป็นเดือดเป็นร้อนแทน

“หากสามีของข้าอยากจะมีใครก็มีไปสิ ข้าไม่สนใจหรอก เจ้าก็รู้นี่ว่าที่ข้าต้องแต่งงานกับท่านซาอิดก็เพราะถูกบังคับ ข้า...ไม่ได้รักท่านซาอิดเสียหน่อย” เพราะไม่อยากปิดบังไอช่าทำให้มูนาโพล่งออกมาในที่สุด แต่ปลายเสียงกลับสั่นๆ เหมือนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พูดออกไปนั้นคือสิ่งที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ

“เจ้าจะให้ข้าเชื่อว่าเจ้าไม่ได้รักท่านซาอิดแม้สักนิดอย่างนั้นหรือมูนา” ไอช่าขยับเข้ามายืนจ้องหน้าเข้าไปยังดวงตาของเพื่อนรักที่พยายามซ่อนเร้นอะไรบางอย่างอยู่

“เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ข้าไม่อยากฟัง” มูนาบอกปัดแล้วเดินตรงไปยังที่ทำแปลงผัก

“มูนา ข้าจะเตือนเจ้าสักนิดนะว่าคนอย่างอันดา นางทำได้ทุกอย่าง หากนางต้องการสิ่งใด” ไอช่าเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี เพราะเพียงแค่มองก็รู้แล้วว่าอันดาอยากจะขยับจากคำว่าผู้หญิงของท่านฟารีฟมาเป็นเมียของท่านฟารีฟใจจะขาดอยู่แล้ว

“ข้าก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนกันไอช่า เพราะคนอย่างข้า หากใครร้ายมาข้าก็พร้อมจะร้ายกลับไป เจ้าลืมแล้วหรือไอช่าว่าข้าไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ ที่จะยอมให้ใครมารังแกได้ง่ายๆ” มูนาเอ่ยตอบเสียงเด็ดขาด แล้วข้าก็จะหาทางหนีไปจากที่นี่ให้ได้ด้วย หญิงสาวต่อในใจ

“ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่อันดานางเป็นหลานของพ่อเฒ่าซุกกีเชียวนะ มิหนำซ้ำสามีของเจ้ายังเคารพนับถือพ่อเฒ่าซุกกีมากอีกด้วย แล้วหากพ่อเฒ่าซุกกีเอ่ยปากยกอันดาให้สามีของเจ้าขึ้นมาจริงๆ แล้วเจ้าคิดหรือว่าสามีของเจ้าจะกล้าปฏิเสธหรือ” พูดจบไอช่าก็ได้แต่ถอนหายใจหนักอกแทนเพื่อนรัก

“นั่นมันเรื่องของสามีข้า” มูนาบอกอย่างไม่ใส่ใจ แต่สองมือกำแน่นแนบอยู่กับลำตัว

“เฮ้อ! ยิ่งพูดกับเจ้า ข้าก็ยิ่งเหนื่อยใจ ถ้าเช่นนั้นเราก็ไปทำงานกันเถอะ ปล่อยให้คนหลายใจกับผู้หญิงหน้าด้านไปออดอ้อนออเซาะกันเสียให้พอ” ไอช่าจงใจใช้เสียงดังเพื่อให้คนที่ยืนกอดกันกลมอยู่ใต้ต้นไม้ได้ยิน ขณะที่ฟารีฟก็จำใจต้องอุ้มอันดาแล้วพานางเข้าบ้านไปพักผ่อน โดยมีไอช่าสะกิดให้มูนามองภาพนั้นด้วย มูนาสะบัดหน้าหนีแล้วเร่งก้าวเท้าเดินไปให้พ้นภาพของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีกำลังโอบอุ้มหญิงอื่นเข้าบ้านทันที

กระทั่งเมื่อทั้งสองมาถึงยังพื้นดินที่เตรียมไว้ปลูกผักได้เพียงครู่เดียว ฮาหมัดก็มาถึง ไอช่าเงยหน้าขึ้นมองตาขวางทันทีเพราะฮาหมัดมาช้า

“พี่ฮาหมัด! พี่หายไปไหนมา”

“พี่ก็เอาเมล็ดพันธุ์ที่ได้จากท่านฟา...ท่านซาอิดไปให้ป้าของเจ้าไงล่ะไอช่า แล้วก็...” ฮาหมัดอึกอักเพราะไม่อยากจะบอกเรื่องที่ไปเจออันดาและทาเรียพูดคุยกัน ด้วยกลัวว่าจะยิ่งทำให้ไอช่า...เมียรักขุ่นเคือง

“แล้วก็อะไรล่ะพี่ฮาหมัด อย่าบอกนะว่าท่านแอบแวะไปคุยกับผู้หญิงคนไหน พี่ฮาหมัด นี่ท่านลืมคำสัญญาแล้วหรือว่าท่านจะไม่สนใจผู้หญิงคนไหนอีกนอกจากข้าคนเดียว” ไอช่าตัดพ้อหน้าเศร้า เพราะเป็นไม้เด็ดที่เธอใช้มัดใจสามีหนุ่ม

“โธ่ไอช่า พี่รักเจ้าคนเดียวเท่านั้นแหละ แต่ที่พี่มาช้าก็เพราะ...” ฮาหมัดอ้ำอึ้งเพราะไม่อยากจะเล่าเรื่องที่แอบไปรู้มาให้มูนาได้ยิน จึงพยักพเยิดให้ไอช่ามองไปยังหญิงสาว ไอช่าจึงเข้าใจความนัยของผู้เป็นสามี

“มูนา เดี๋ยวข้ากับพี่ฮาหมัดจะไปช่วยกันทำแปลงดินตรงฝั่งโน้น เจ้าทำอยู่ตรงนี้รอข้าก่อนนะมูนา” ไอช่าร้องบอกเพื่อนรัก เมื่อฝ่ายนั้นหันมายิ้มให้เล็กน้อย ทั้งฮาหมัดและไอช่าจึงจูงมือกันเดินไปยังแปลงดินอีกฝั่ง ซึ่งมีลำธารสายเล็กๆ ขวางกั้น ส่วนมูนาก็เอาแต่ระบายอารมณ์ขุ่นมัวลงกับก้อนดิน จึงไม่ทันสังเกตว่าสองสามีภรรยาทำท่าทำทางมีลับลมคมนัยแฝงอยู่

“มีเรื่องคอบาดตายหรือไรพี่ฮาหมัด พี่ถึงได้ลากข้ามามาที่นี่” ไอช่าเอ่ยปากถามด้วยความอยากรู้ทันที

“ก็ก่อนที่พี่จะมาหาเจ้ากับมูนา พี่เห็นอันดากับทาเรียยืนถกเถียงกันอยู่น่ะสิ แต่ไปๆ มาๆ พวกนางก็ทำเหมือนจะญาติดีกันน่ะสิ” ฮาหมัดเปิดปากเล่าพร้อมสีหน้าครุ่นคิด

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่พี่ลากข้ามาที่นี่เล่า เร่งพูดมาสิ ข้าอยากรู้จะแย่แล้วนะพี่ฮาหมัด”

“ก็พี่สงสัยว่าสองคนนั้นจะต้องคิดร่วมมือกันทำอะไรแน่ เพราะหลังจากพี่เข้าไปทักทายทาเรีย นางก็ทำท่ามีพิรุธแล้วก็เดินหนีพี่ไป พี่ว่าเจ้าต้องเตือนให้มูนาระวังตัวไว้บ้างก็ดีนะไอช่า พี่ว่าสองคนนั้นต้องคิดแผนไม่ดีอยู่แน่ๆ” ฮาหมัดเดาหน้านิ่วคิ้วขมวด

“ฮึ! พี่ไม่ต้องสงสัยหรอกพี่ฮาหมัด เพราะก่อนที่ข้ากับมูนาจะมานี่ ข้าก็เห็นอันดายืนกอดกับท่านฟารีฟอยู่ใต้ต้นไม้ แล้วมูนาก็เห็นเต็มสองตาเชียวละ แต่นางบอกไม่สนใจแล้วก็เดินจากมา แต่ข้ามองออกนะพี่ฮาหมัดว่าใจของมูนาเจ็บปวดกับภาพที่เห็นแน่ เพียงแต่มูนาปากแข็งก็เท่านั้น” ไอช่าบอกด้วยเสียงขุ่นเคืองแทนเพื่อนรัก แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากต้องคอยเตือนให้มูนาระวังตัวอย่างที่ผู้เป็นสามีเตือน แต่ที่มันน่าเจ็บใจยิ่งกว่าก็ตรงที่ท่านฟารีฟดูท่าจะไม่สนใจเมียตัวเองด้วยนี่สิ

“นั่นปะไร พี่คิดไว้แล้วเชียวว่าสองคนนั้นต้องร่วมหัวกันคิดทำเรื่องไม่ดีแน่ๆ”

“งานนี้เราต้องคอยช่วยมูนานะพี่ฮาหมัด เพราะข้าไม่มีทางยอมให้ท่านฟารีฟทำให้เพื่อนของข้าช้ำใจแน่ๆ แม้ว่าปากของมูนาจะบอกว่าไม่รักท่านฟารีฟก็เถอะ แต่ข้ามั่นใจว่าจริงๆ แล้วนางรักท่านฟารีฟ แล้วท่านฟารีฟก็รักมูนามาก ไม่งั้นคงไม่แต่งงานกับนางหรอก ส่วนอันดากับทาเรีย นางสองคนไม่มีวันได้เป็นภรรยาของท่านฟารีฟหรอก เพราะหากท่านฟารีฟจะรับนางสองคนเป็นภรรยาก็คงรับไปนานแล้ว” ไอช่าบอกอย่างมั่นใจ พลางเหลียวมองไปยังภรรยาตัวจริงของท่าน ฟารีฟที่ตอนนี้นั่งเหม่อราวกับคนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ยิ่งทำให้ไอช่าสงสารและเห็นใจเพื่อนมากยิ่งขึ้น

“เมียของพี่นี่ช่างเดาใจคนเก่งเสียเหลือเกินนะ” ฮาหมัดยิ้มเอ็นดูเมียรัก ก่อนจะตอบตกลงร่วมมือหาทางช่วยกันไม่ให้แผนการของอันดาและทาเรียสำเร็จ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha