[จบ] ซาตานอหังการ์ [Pride Of Devil]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 3 : ลักพาตัว [30%]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

“…ก็ต้องดูกันต่อไป...” ครูสพูดเสียงหยันๆ ใส่เอวา ที่เริ่มดิ้นรนออกจากใต้ร่างเขา อีกครั้ง เสียงกรีดร้องของเอวาจู่ๆก็เงียบลง พร้อมกับดวงตาที่ปิดลง ‘หมดสติ’  

ครูสช้อนตัวเอวาขึ้น “เปิดประตู” เสียงทรงพลังดังออกไป เพียงเสี้ยววินาทีประตูห้องก็ถูกเปิดกว้างขึ้น ครูสเดินออกจากห้องพร้อมร่างไร้สติของเอวา ทางเดินที่ไม่กว้างมากนักช่วงขาแข็งแรงของครูสก้าวอย่างมั่นคงและเดินขึ้นบันได สู่ตัวบ้าน เพราะห้องแห่งนี้อยู่ใต้ดินของบ้าน ครูสที่เห็นบ้านหลังนี้ครั้งแรกเขาชอบมันมากและช่างเป็นโชคดีของเขาที่มีป้ายติด ‘ขาย’ และเมื่อมีการสำรวจบ้านหลังนี้ มีห้องใต้ดินที่มองจากภายนอกแล้วไม่มีทางรู้ได้เลย 

ครูสเดินขึ้นมาบนห้องนอนอีกห้องของบ้าน แน่นอน!ไม่ใช่ห้องนอนของเขา สองวันที่ครูสได้พักจากงาน ‘สนุก’ ครูสคิดแบบนั้น กับของเล่นมีชีวิต ที่ตอนนี้เขากำลังค่อยๆวางร่างที่เปียกชื้นและหมดสติ “แค่วกกกก....” เสียงชุดเจ้าสาวที่ถูกฉีกขาดออกจากร่างบางที่ยังคงไม่ได้สติบนโซฟาตัวยาว รอยยิ้มปรากฎบนใบหน้าครูสเมื่อสายตาสำรวจเรือนร่างของเอวา ‘สวยงาม’ เอวามีเรือนกายที่สวยงามและความอวบอิ่มของดอกไม้ตูมนั้นก็เกินตัวมาก ประสบการณ์อย่างครูสเขามองออกว่าของเธอนั้นไร้การแต่งเติมด้วยมือหมอ ครูสหยิบเศษผ้าที่เขาทิ้งไว้กับพื้นขึ้นมาและเดินไปยังประตูทางออกจากห้อง เพราะเขาต้องใจดีกับเธอสักหน่อย โดยให้เธอได้นอนพัก

“เอาพวกนี้ไปทำลายทิ้งซะ!!!” ครูสยื่นเศษผ้าให้กับเปาโล

“ให้หาเสื้อผ้าให้เธอมั้ยครับ” เปาโลเอ่ยถาม เมื่อครูสไม่มีคำสั่ง

“ไม่ต้อง” ครูสตอบกลับสั้นๆ ไม่มีเหตุผลให้กับเปาโล และเปาโลก็ไม่ถามกลับ

เปาโล ชายร่างใหญ่ที่เงียบขรึม เป็นการ์ดประจำตัวของครูสมาเจ็ดปีแล้ว แต่ในวงการจะเข้าใจว่าเปาโลคือผู้จัดการส่วนตัวของครูส เปาโลวัยสามสิบปลายๆ ที่เข้ามารับใช้ครูสอย่างบ่าวที่จงรักภักดีกับเจ้านาย ทั้งๆที่ครูสอายุน้อยกว่าเปาโลสิบปี แค่เงินอย่างเดียวคงไม่ทำให้เปาโลยอมทำงานถวายชีวิตให้กับครูสเป็นแน่ อย่างงานที่ให้ไปลักพาตัวเอวาเสี่ยงคุก คงไม่มีใครยอมทำให้ครูสเป็นแน่ ยกเว้นเปาโล เปาโลไม่ได้มีเพียงความจงรักภักดีให้กับครูส เขายังมีความฉลาดหลักแหลมพร้อมฝีไม้ลายมือในการต่อสู้ ครูสจะเรียนการต่อสู้กับเปาโลเมื่อเขาต้องรับบทการแสดงที่มีการต่อสู้หรือที่เรียกว่าบู้ล้างผลาญและการใช้อาวุธอีกหลายอย่าง เปาโลยังมีความสามารถในเรื่องคิวการแสดง ซึ่งอดีตทหารเก่าอย่างเปาโลนั้นไม่เป็นปัญหาเลย ถ้าจะสังเกตบทบาทการต่อสู้ระหว่างตัวเอกของเรื่องอย่างครูสที่ต้องสู้กับผู้ร้ายหนึ่งในนั้นก็จะมีเปาโลแสดงรวมอยู่ด้วยในหลายๆเรื่องที่ครูสเล่น แต่ถ้าครูสมีผลงานเพลงเปาโลก็จะทำหน้าที่เป็นการ์ดข้างกายนักร้องเดี่ยวคนนี้...ความสัมพันธ์ระหว่างเปาโลและครูสความเป็นมาเป็นมาอย่างไรไม่มีใครรู้เลย แม้แต่คนที่รายล้อมครูสในหน้าที่อื่นๆ ต่างก็เกรงใจเปาโลพอๆกับครูส และแน่นอนเปาโลจะฟังครูสเพียงคนเดียวและในทางกลับกันครูสก็จะเชื่อใจเปาโลเพียงคนเดียวเท่านั้น ครูสจะไม่จ้างใครนานเกินห้าปีตั้งแต่ที่เขาเข้าวงการ แต่เปาโลเป็นเพียงคนเดียวที่อยู่เหนือข้อยกเว้น และนั้นจึงทำให้ทีมคนทำงานของครูสไม่รู้ว่าเปาโลมาทำงานกับครูสได้อย่างไร เมื่อทีมเก่าถูกเปลี่ยนใหม่มาสามครั้งแล้ว

“เดม่อน เป็นยังไงบ้าง?” โดโนแวนเอ่ยกับปลายสายเมื่อทางนั้นรับสาย

“…เริ่มถามหาเอวาแล้ว...”

“บอกไปว่า...เอวาต้องไปทำข่าวที่ต่างรัฐสักพัก...”

“เดม่อนเป็นเด็กฉลาด...ถามหาคุณตาคุณยายด้วย”

“รบกวนหน่อยนะ...ช่วยดูแลเดม่อนสักพัก...”

“...ไม่เป็นปัญหา เดม่อนน่ารักมากแม่เขาสอนมาดี แต่ทุกอย่างก็ต้องมีวันสิ้นสุด ยังไงเดม่อนก็ยังเด็กอยู่ เขาไม่เข้าใจเรื่องของผู้ใหญ่ได้มากมายหรอกนะ แล้วเรื่องของเอวาเป็นไงบ้าง?”

“ทางเจ้าหน้าที่ไม่มีหลักฐานอะไรเลยว่าครูส กัส แอชเชอร์...จะมีส่วนเกี่ยวข้อง และเหมือนเจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำพูดของฉันเลย...”

“มันก็แน่ล่ะ...ครูส เป็นซุป’ตาร์ และอีกอย่างไปบอกใครก็คงจะมีคนเชื่อน้อยมาก อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลย ถ้าฉันไม่รู้จักนายและเอวาเป็นการส่วนตัว...ฉันก็ต้องคิดแบบเจ้าหน้าที่คิด...” โดโนแวนไม่มีคำโต้แย้งนั้นเลย เพราะรูปการณ์เป็นแบบนั้น           โดโนแวนกดวางสาย ตอนนี้เขาเป็นห่วงเอวามาก จะทำอย่างไรดีเขาถึงจะเข้าไปในบ้านของครูสได้ ตลอดเวลาหลายปีมานี้เอวาและ ครูส ต่างก็อาศัยอยู่ในคลีฟแลนด์ แต่คนละฟากเท่านั้น และด้วยความแตกต่างกันทั้งชนชั้นและฐานะ ไม่มีทางเลยที่ทั้งสองจะมาโคจรพบกันได้ แม้แต่หน้าที่การงานเอวาก็ไม่ใช่นักข่าวสายบันเทิง แต่เนื่องจากตอนนั้นเจ้าหน้าที่สายบันเทิงคนที่รับหน้าที่นี่เกิดป่วยกะทันหัน และในเวลานั้นเหลือเอวาเพียงคนเดียวที่ว่างในช่วงเวลานั้น เธอจึงต้องไปทำหน้าที่แทน

ครูสกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งในมือของเขามีกล่องใส่แซนวิสกับขวดน้ำ เขาวางไว้โต๊ะตรงหน้าโซฟาตัวยาวที่เอวานอนไม่ได้สติอยู่ และครูสเดินไปจัดการบางอย่างที่จอทีวีขนาดใหญ่ เขาเช็คกล้องและภาพเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ‘รอ’ 

ครูสเปิดทีวีและเลื่อนไปเปิดช่องรายการทีวี และเดินขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยท่าทางสบายๆ เพื่อ ‘รอ’ 

เอวาเริ่มรู้สึกตัวเมื่ออากาศช่วงปลายตุลาคมอุณหภูมิที่กำลังค่อยๆลดต่ำลงตามสภาพภูมิอากาศของเมือง ร่างบอบบางเกือบเปลือยค่อยๆขยับ ดวงตาเริ่มเปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ แขนเล็กที่ทอดยาวข้างลำตัวขยับเข้าโอบกอดตัวเอง ‘เสียง’ บางอย่างที่ดังเกินไปสำหรับคนที่ต้องการพักผ่อนอย่างเธอ  สายตาที่เริ่มกวาดมองไปรอบๆ เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อทุกอย่างไม่คุ้นตา และ...

“อ๊ะ!!!....” เอวาร้องออกมาด้วยความตกใจที่ตัวเองสวมใส่แค่บราปกปิดร่างกาย

“ตื่นแล้วเหรอ?” เอวาหันไปตามเสียงนั้น 

“แก!...” จิตใต้สำนึกชัดเจนมากขึ้น ‘ความจริง’ ไม่ใช่ ‘ความฝัน’ เอวาหยิบหมอนมาปกปิดร่างกายโดยที่เธอเข้าใจทันทีว่าฝีมือใครที่ทำให้เธอเกือบเปลือยแบบนี้ ครูสยิ้มให้กับเอวาทั้งๆที่เอวาไม่ต้องการและเต็มใจรับรอยยิ้มนั้น...

“แซนวิส...ของเธอ” ครูสยังคงนั่งอยู่ที่เดิม สายตาหันกลับไปที่หน้าจอทีวี เอวาหันกลับมามองสิ่งที่ครูสบอก ‘หิว’ ความรู้สึกนั้นชนะ และเธอคิดต่ออีกนิดว่าถ้าท้องอิ่ม แรงกายแรงใจก็คงกลับคืนมา ‘หนี’ เธออาจทำสำเร็จ เพราะห้องนี้มีหน้าต่างที่ทำให้เธอมองเห็นท้องฟ้าและบริเวณด้านนอก

ครูสยิ้มออกมาเมื่อเอวาเอื้อมหยิบแซนวิส โดยที่รอยยิ้มนี้เอวาไม่มีโอกาสได้เห็น 

“…ห้องน้ำอยู่ทางนี้ ถ้าเธออยากจะอาบน้ำหรือทำธุระส่วนตัว...เสื้อผ้าชุดใหม่ของเธอกำลังมา” ครูสพูดปดในประโยคสุดท้าย โดยที่สายตาแกล้งเป็นสนใจรายการทีวีตรงหน้า แน่นอน! แซนวิสกับน้ำเข้าสู่ร่างกายเอวาอย่างที่เขาต้องการ

เอวาย้ายสายตาไปยังทิศทางของห้องน้ำ ‘ความหวัง’ เกิดขึ้นในสายตาของเอวาเพียงแว็บเดียว เธอลุกและรีบเดินไปยังห้องน้ำ ครูสอดไม่ได้ที่ต้องมองตามเรือนร่างนั้น ความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา แน่นอน! มันต้องเกิดอยู่แล้วก็เขาเป็นผู้ชายที่ชอบผู้หญิง เห็นแบบนี้จะไม่รู้สึกอะไรเลยก็แปลก เพราะเขาไม่ชอบทำกิจกรรมสวาทกับร่างไม่มีสติ ‘ศพ’ มันไม่ต่างกันเลย

เอวาที่เข้ามาในห้องน้ำ ‘ล็อค’ เธอทำมันอย่างรวดเร็ว และเธอก็ปีนขึ้นเพื่อดูช่องหน้าต่าง ความหวังก่อนหน้านี้ของเธอหายวับเพราะหน้าต่างมีก็จริงแต่เป็นบานเล็กๆแค่แมวลอดได้เท่านั้นถึงแม้เธอจะดึงกรอบหน้าต่างออกมาได้ก็ตาม

“วันพระไม่ใช่ว่าจะไม่มี...” เอวาบ่นพึมพำ และดวงตาเริ่มแสดงถึงความเครียด เพราะจนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่า ครูสจะใช้วิธีอะไรอื่นเพื่อให้เขาได้ ‘เดม่อน’ มาเป็นของเขา เขาจะมีแผนและวิธีอะไรบ้างที่เขาจะได้เดม่อนอย่างถูกต้อง... ใช่! ‘ถูกต้อง’ เดม่อนจะเป็นของเขาได้นั้นคือเธอต้องยอมรับว่าครูสคือพ่อของเดม่อน ‘การยอมรับ’ ในแง่ความรู้สึกคนอย่างครูสไม่สนใจ แต่ทางกฎหมายเขาต้องการแน่นอน 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha