[จบ] ซาตานอหังการ์ [Pride Of Devil]

โดย: รุ่งอรุโณทัย



ตอนที่ 5 : ลักพาตัว [70%]


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

​​

ครูสที่กลับเข้าห้องนอนของตัวเอง รอยยิ้มหยามเหยียดปรากฎบนใบหน้าเมื่อเขากำลังดูผลงานของตัวเองบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาหยิบภาพถ่ายเอวาตอนอายุสิบเจ็ดเปรียบเทียบกับตอนนี้ เธอเปลี่ยนไปมากจริงๆ ซึ่งครูสเองก็แทบจะจำเธอไม่ได้เลยเพราะผู้หญิงอย่างเอวาทั้งตอนที่เธออายุสิบเจ็ดหรือในแบบปัจจุบัน ไม่มีทางเลยที่เขาและเธอจะโคจรมาเดินบนเส้นทางเดียวกันได้   ครูส หยิบอีกภาพขึ้นมา เดม่อน เด็กผู้ชายวัยหกขวบกับภาพถ่ายของตัวเองในวัยเดียวกัน เด็กคนนี้ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากบุตรชายของเขา ครูสมั่นใจเกือบเต็มร้อยทั้งๆที่ผลตรวจดีเอ็นเอยังไม่ปรากฎ เพราะเอวาคือหญิงสาวที่เขามีสัมพันธ์ด้วยในคืนนั้นเมื่อเจ็ดปีก่อน

“ก๊อก ก๊อก” ครูสปิดหน้าจอคอมฯ ที่มีหนังสดระหว่างเขากับเอวา เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู ก่อนอนุญาตให้คนที่เคาะเข้ามา เปาโลเดินเข้ามาและปิดประตูห้องทันที ครูสทำเพียงหันไปมอง

“นาย ตอนนี้โดโนแวน เข้าแจ้งความคนหายแล้วครับ” 

“ช่างมัน!...ฉันเชื่อฝีมือนายเปาโล” ครูส ยิ้มหยันๆ และหันมาหยิบรูปโดโนแวน และเขาก็ทิ้งภาพโดโนแวนลงถังขยะข้างๆ อย่างไม่สนใจ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีทางรับแจ้งความแน่นอน ก็ในเมื่อสถานที่เกิดเหตุไม่ทิ้งร่องรอยหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเอวาถูกจับตัวมา “...เดม่อน อยู่ที่ไหน?”

“ต้องขอโทษครับนาย ผมส่งคนไปที่บ้านคุณเอวา และที่โรงเรียน ไม่มีใครเห็นคุณเดม่อนตั้งแต่วันที่เราพาตัวคุณเอวามา” เปาโลรายงานแม้แต่เพื่อนบ้านที่เขาส่งคนไปเรียบๆเคียงๆถาม ทุกคนบอกเหมือนกันว่าไม่เห็นทั้งเอวาและเดม่อนพร้อมๆกันเลย

“ส่งคนคอยตามโดโนแวนไว้จนกว่าเอวาจะยอมบอกว่าเดม่อนอยู่ที่ไหน?” เปาโล รับคำและเดินออกจากห้องไป

“แม่ แม่...” เดม่อนที่เอาแต่ร้องไห้ ร้องหาเอวา ลิเดียเริ่มจะหาทางออกไม่ได้แล้ว เมื่อเดม่อนบอกว่าให้เธอช่วยโทรหาแม่เมื่อเวลาผ่านไปอีกวัน เพราะโดยปกติให้เอวาต้องไปทำงานเธอก็จะต้องโทรกลับมาหาเดม่อนไม่เคยต้องปล่อยเวลานานถึงเพียงนี้

“อาลิเดีย...พาไปหาแม่...แม่อยู่ไหน...แม่ๆๆๆๆๆ”

“เดม่อน ลูกแม่...” เอวาเพ้อละเมอออกมา พร้อมกับที่เธอสะดุ้งตื่น เธอหลับไปตอนไหนเธอจำไม่ได้ เอวามองไปรอบๆห้องเธอยังอยู่ที่เดิมบนเตียงนอนในห้องที่มืดมิด “เดม่อน ลูกแม่” เอวาตั้งสติ เธอต้องหนีออกไปจากที่นี่ให้ได้ 

“ตื่นแล้วเหรอ?” เอวาหันไปตามเสียง ครูส เขายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหนแล้ว เอวาเพ่งสายตามองครูสที่ยืนกอดอกพิงผนังห้องในมุมมืดของห้อง

“แก…” เอวามองครูส อย่างกับว่าเขาเป็นศัตรูกับเธอมาหลายชาติ

“คิดถึงเดม่อนมาก ก็บอกมาสิว่าเขาอยู่ไหน ฉันจะอาสาไปรับเขามาให้เธอตอนนี้เลย” ครูสพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้เตียงนอนและเลือกที่จะมองข้ามสายตาของเอวาที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรเลย

“นรก! ที่ที่แกควรจะไป...โอ้ย!” ครูสหุบยิ้ม มือใหญ่คว้าคางเอวาและบีบมัน

“เธอคิดว่า ฉันจะไม่กล้าทำอะไรเธอเหรอ?” ครูส พ่นเสียงราบต่ำ อย่างพยายามสะกดตัวเองไว้ไม่ให้ทำอะไรเอวามากกว่าที่เขากำลังบีบใบหน้าของเธอด้วยมือเขาเพียงข้างเดียว

“เลว เลว อย่างแก ทำได้ ทุกอย่าง อยู่แล้ว” เอวาที่เจ็บแสนเจ็บ แต่เธอก็ยังอดทน ด่าใส่หน้าครูสได้อย่างไม่ลดละ

“เธอคิดว่าคนอย่างฉัน จะไม่มีวิธีที่จะได้ตัวเดม่อน มาอย่างงั้นเหรอ...เธอฟังให้ดีนะ ถ้าฉันร้องขอต่อศาล สิทธิของการเป็นพ่อที่ถูกปิดบังเรื่องที่เดม่อนมีตัวตน ศาลท่านจะรับฟังใคร ให้เธอเอาทรัพย์สินของเธอและโดโนแวนมารวมกัน ยังไม่เท่าเศษเงินของฉันเลย ศาลท่านจะให้ใครเป็นผู้เลี้ยงดูเดม่อน...สมองโง่ๆของเธอเคยคิดถึงเรื่องนี้มั้ย?” ครูสปล่อยมือออกจากใบหน้าของเอวา พร้อมรอยยิ้มหยามเหยียดใส่เธอ

เอวา ไม่ได้ลืมในจุดนี้ ถ้าครูสร้องขอต่อศาล และอำนาจศาลก็สามารถบังคับให้เธอยินยอมให้เขาทั้งสองคนตรวจดีเอ็นเอ เพื่อยืนยันและถ้าให้มีการต่อสู้ขอสิทธิเลี้ยงดู เธอไม่มีทางชนะครูสได้อยู่แล้ว และเผลอๆเธออาจจะมีความผิดในเรื่องที่ปิดบังเรื่องนี้ไว้ และถ้าครูสทำอย่างที่เขาพูดมา ผู้ชายคนนี้ก็ชั่วช้าเลวทรามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ 

“ก็เอาสิ! อยากทำอะไรก็ทำเลย ใช่! เดม่อนเป็นลูกของแก ที่เกิดขึ้นเพราะแกข่มขืนฉัน แกก็จะมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ เพราะตอนนั้นฉันอายุเพียงสิบเจ็ดปีเท่านั้น” เหตุผลของเอวา เรียกดวงตาเกรี้ยวกราดจากครูสได้เป็นอย่างดี และนั้นทำให้ครูสไม่สามารถประมาทเอวาได้เลย เพราะเธอต้องทำการบ้านมาอย่างดี ซึ่งเรื่องนี้ครูสหลีกเลี่ยงความจริงและความผิดไปไม่ได้จริงๆ และถ้าเรื่องนี้แพร่ออกไปมันก็จะส่งผลต่อภาพพจน์ในอาชีพเขาอย่างมาก เขาเสียเปรียบ...

“อย่าทะนงตนไปเลยเอวา ถ้าฉันกล้าเอาตัวเธอมา พังงานแต่งของเธอ เธอคิดว่าฉันจะไม่มีวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างงั้นเหรอ...” ครูสข่มขวัญเอวา 

“ไม่มีใครหนีความจริงและความผิดของตัวเองไปได้หรอก”

“จริง!...แล้วเมื่อไหร่กันล่ะที่ความจริงกับความผิดที่เธอหมายถึงมันจะตามฉันทัน สิบวัน สิบเดือน หรืออีกสิบปี และความจริงอีกอย่าง คืนนั้นฉันไม่ได้ข่มขืนเธอเลย จริงมั้ย?” เอวามองครูสที่เขาพลิกสถานการณ์ให้เขาถือไพ่เหนือเธออีกครั้ง แน่ล่ะเขาต้องถือไพ่เหนือเธออยู่แล้ว ถ้าตราบใดเธอยังติดอยู่ในพื้นที่ของเขาอย่างไม่เต็มใจ 

“คร่อกกกก...” ก่อนที่สงครามน้ำลายจะเกิดขึ้น จู่ๆท้องของเอวาก็ร้องเสียงดังออกมา 

“ให้ตายเถอะ!!!...ทำไมต้องมาร้องเอาตอนนี้ด้วย” เอวาก้มหน้ากระชับผ้าห่มที่คลุมกาย ยกขาทั้งสองข้างขึ้นมาในท่าชันเข่า เธอหิวและเหมือนจะปวดกระเพาะด้วย ครูสแอบยิ้มเล็กน้อยกับระฆังเตือนพักยกระหว่างเขากับเอวา

“ไหนๆ เธอก็ให้เกียรติเป็นแขกของที่นี่แล้ว อาหารรอเธออยู่ ฉันใจดีกับแขกเสมอ โดยเฉพาะเธอ” 

“ฉันแค่ไม่อยากตายที่นี่ แค่อยู่ตอนนี้และต้องหายใจเอาอากาศร่วมกับคนอย่างแก มันก็เป็นนรกแล้วสำหรับฉัน” เอวาพูดพร้อมกับขยับตัวลงจากเตียง โดยเอาผ้าห่มพันรอบกายไว้ และเดินไปยังตู้เสื้อผ้า 

“อุ๊บ!…ลืมบอกว่าถ้าเธอไม่อยากตายก็ต้องลงไปกินอาหารในสภาพแบบนี้” เอวาเม้มปากเข้าหากันอย่างกดอารมณ์และตัวเองไว้ไม่ให้กระโดดตะกุยหน้าครูสที่ยืนห่างจากเธอไปไม่มาก เอวาเดินกลับไปที่เตียงเธอยื่นมือหยิบผ้าคลุมเตียงมาเปลี่ยนกับผ้าห่มที่ดูเถอะทะกว่ามากมาพันรอบกายเธอแทน ครูสยิ้มออกมาเมื่อเอวาแก้ปัญหาได้อย่างลงตัว ผ้าคลุมเตียงสีอ่อนที่มาอยู่บนร่างของเอวาเปลี่ยนสภาพเป็นชุดกระโปรงเปิดแผ่นหลังขมวดปมรอบคอเล็กนั้น ก็โอเค เก๋ไก๋ไปอีกแบบ

เอวาที่เดินตามหลังครูสออกมาจากห้องที่เธอถูกขังไว้ ตามทางเดินด้านนอกไม่มีใครเลย นอกจากครูสและเธอที่กำลังเดินตามหลังกัน 

“อย่าพยายามหาช่องทางหนีเลย สิ่งที่เธอไม่เห็นนั้นไม่ได้หมายความว่ามันไม่มี” ครูสที่ลอบมองเอวา เอ่ยออกมาให้เธอไม่ต้องเสียเวลาเปลืองสมองคิดหาทางออกจากที่นี่ได้ง่ายๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha