ชู้นอกหัวใจ

โดย: รัชริล



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 1 : ตำตาตำใจ


ตอนต่อไป

ตำตาตำใจ

 

 

 

 

“บ้าชะมัด ฉันโง่เชื่อเข้าไปได้ยังไงนะ?”

ริมฝีปากอวบอิ่มระบายด้วยสีแดงเจิดสบถออกมา สายตาจับจ้องมองไปยังโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยคนหลากหลายวัย ดวงตาคู่สวยเขม้นมองจับจ้องไปยังหญิงชายคู่หนึ่งที่ตักอาหารให้กันและกันอย่างเอาอกเอาใจด้วยลูกตาเหลือกถลนแทบหลุดออกมาจากเบ้า หัวคิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเมื่อแสนจะแน่ใจว่า ผู้ชายคนนั้นช่างหน้าตาละม้ายคล้ายกับแฟนหนุ่มของเธอราวกับเป็นคนคนเดียวกัน

ใช่แน่...เธอจำเขาได้ไม่ผิดหรอก ต่อให้อยู่ห่างไปอีกสักร้อยเมตร ผู้ชายคนนั้นก็ไม่มีทางเป็นคนอื่นไปได้ นอกจากเขา...ดร.กันตทัศน์ วิทยาธร

ก็ไหนว่าเลิกกันแล้วไง?

คำถามอย่างข้องใจผุดขึ้นมาในหัว...หากภาพที่ได้เห็นตำตาตรงหน้า พร้อมทบทวนคำบอกเล่าที่ถูกกรอกหูมานานวัน ทุกอย่างกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นจับขึ้นมากลางหน้าอก คล้ายกับถูกอะไรทิ่มแทง

อ้อ...ก็ภาพหวานบาดตาตรงหน้านั่นไงเล่าที่กำลังจะกรีดหัวใจเธอออกจนเป็นริ้วๆ

จู่ๆ ก็ให้รู้สึกหนักอึ้งที่ศีรษะ คล้ายๆ ว่าจะมีเขาโง้งใหญ่ผุดงอกขึ้นมาบนหัว นัยน์ตาก็พร่าลายคล้ายถูกฉาบกั้นด้วยม่านบางเบา นั่นอาจจะเป็นเพราะเธอดื่มมากเกินไป

ใช่แน่ๆ ...แอลกอฮอล์มีผลทำให้การมองเห็นผิดเพี้ยน และการรับรู้คลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงได้

แต่ว่าดวงตาอย่างนั้น...คิ้วอย่างนั้น...จมูกอย่างนั้น...ปากอย่างนั้น...ใบหน้าอย่างนั้น...ยังจะชุดที่เขาใส่ เสื้อตัวนั้นอีก ทำไมมันช่างละม้ายคล้ายกับเสื้อที่เธอเพิ่งซื้อให้เป็นของขวัญแฟนหนุ่มไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เอง

ในขณะที่ความคิดสองฝ่ายกำลังทุ่มเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ในหัว มือสั่นเทาก็กระดกเทเครื่องดื่มดีกรีร้อนฉ่าพรวดเดียวลงคอจนหมด แก้อาการมึนงงสงสัย หรือไม่เธอก็อาจจะหวังมอมตัวเองให้เมา เพื่อที่จะได้ใช้เป็นข้ออ้างได้ว่าภาพที่เห็นตรงหน้านั่นเกิดเพราะตาลายด้วยความเมาต่างหาก...มันไม่ใช่ความจริง...เธอไม่ได้กำลังถูกนอกใจ

ถูกนอกใจงั้นหรือ?

น่าขำชะมัด...

ระหว่างเมียที่แยกกันอยู่ แต่ยังไม่ได้หย่า...กับผู้หญิงที่คบหา แต่ยังไม่ได้แต่ง

ใครกันแน่ที่มีสิทธิ์ในตัวเขามากกว่ากัน?

ร่างเปรียวสั่นสะท้านน้อยๆ ด้วยความหนาวเหน็บเจ็บกระดองใจ เมื่อนึกถึงความจริงที่เสียดยอกแทงอก

พิจิกา ปุณยวัธน์ เธอคือสาวโสด สวย รวยความสามารถ เจ้าหน้าที่วางแผนการตลาดของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุนชื่อดัง เธอเรียนจบยู[1]ที่มีชื่อเสียงด้านเศรษฐศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา ครอบครัวจัดอยู่ในฐานะว่าดี หน้าที่การงานหรือก็มั่นคงโดดเด่น บุคลิกหน้าตาความสามารถทุกอย่างดูเพียบพร้อมไปเสียหมด

แต่ทำไมกลับยอมปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในฐานะที่เป็นรองของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง...ผู้หญิงที่ไม่แม้แต่จะรู้จักชื่อหรือเห็นหน้าค่าตาชัดๆ รู้เพียงแต่ว่าเป็นเมียตบเมียแต่งออกนอกหน้าของเขา ผู้ชายที่รอวันหย่า...แต่ก็ยังไม่ยอมหย่าสักที แต่มีหน้าโปรยยาหอมหลอกลวงเธอไปวันๆ และเธอก็ดันโง่เชื่อเสียด้วยสิ

เธอรักเขาเข้าไปได้ยังไง? รักผู้ชายที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในฐานะแฟนเก็บมาเกือบสามเดือนเต็ม ตั้งแต่รู้ความจริงว่าเขามีเมียแล้ว

“คุณผู้หญิงครับ?” เสียงเรียกปลุกให้เธอได้สติอีกครั้ง ใบหน้าสวยที่ยังเต็มไปด้วยความสับสนระคนปวดร้าวหันไปมองบริกรหนุ่มที่ยืนฉีกยิ้มพิมพ์ใจให้เธอด้วยหัวจิตหัวใจของผู้ทำงานบริการ พร้อมกับผายมือเชื้อเชิญให้เลือกเครื่องดื่มแก้วใหม่ แทนแก้วที่ว่างเปล่าในมือ

พิจิกาวางแก้วลงบนถาดด้วยมือสั่นเทาน้อยๆ

ควรจะพอแค่นี้...เธอกำลังจะเมา แถมยังคล้ายจะควบคุมตัวเองไม่อยู่

แต่ไม่...เพราะถ้าจะเมาจริง ก็เอาให้หัวทิ่มไปเลยดีกว่า

ฉลองให้กับอะไรดีล่ะ...ไม่ใช่ลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งได้เซ็นต์สัญญา จึงทำให้เธอได้มายืนยิ้มร่าฉลองบนห้องอาหารหรูระดับห้าดาวจนบังเอิญมาจ๊ะเอ๋กับเขาและเมียหรอก แต่เป็นความอดทนอดกลั้นที่ยอมตกอยู่ในสถานะปวดหัวใจต่อไป เพียงเพราะ รัก คำเดียวต่างหาก

มือขาวเนียนคว้าไวน์แก้วใหม่ พร้อมกับหยัดยืนอย่างสง่าด้วยมาดของนางพญาบนคริสเตียนลูบูแตง[2]คู่เก่ง เมินหน้าหนีจากภาพนั้น เปลี่ยนทิศทางก้าวฉับๆ อย่างมาดมั่นออกไปจากภายในห้องอาหาร ก่อนที่จะเสียจริตไปมากกว่านี้และอาจถูกจับได้ ว่ากำลังแอบทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรอยู่

เธอต้องการอากาศบริสุทธิ์....อากาศบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยออกซิเจน...ออกซิเจนที่อาจจะช่วยให้สมองที่กำลังตึงเครียดขณะนี้ปลอดโปร่งโล่งสบายขึ้นมาได้สักนิดก็ยังดี

+++++++++

 

รือนร่างสะคราญและใบหน้าแสนคุ้นตาที่เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทำให้มือที่กำลังจะตักอาหารให้ภรรยาสาวถึงกับชะงักค้าง กันตทัศน์มองตามหลังร่างเพรียวแสนเซ็กซี่นั่นไปด้วยอาการตกตะลึงน้อยๆ คิดไม่ถึงว่าโลกมันจะกลมอย่างนี้

“มีอะไรหรือคะพี่กัน?” เสียงหวานถามผู้เป็นสามีที่ทำหน้าที่ของเขาได้อย่างดีเยี่ยมในค่ำคืนนี้

“ปละ...เปล่าจ๊ะ” กันตทัศน์รีบตอบภรรยา วางส้อมและมีดในมือลง คว้าเอาแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ปลายสายตาจับจ้องมองตามร่างสวยๆ ในชุดแดงแรงฤทธิ์นั่นไปด้วยใจเต้นตึ่กตั่ก

เขามั่นใจว่าเธอเห็น

พิจิกาเห็นเขาแน่ๆ แม้ว่าจะไม่ได้สบตากัน แต่แก้วเหล้าในมือนั่น ดวงตาสุกสกาวคู่สวยที่ดูเศร้า และใบหน้าที่เคยร่าเริงสดใสเป็นนิจที่ตอนแสร้งทำท่าเหมือนว่าไม่แคร์โลก เขาเชื่อว่าเธอเห็น

“พี่กันคะ...คุณพ่อถามเรื่องงานที่กระทรวงแน่ะค่ะ” ศกุนตลาแตะแขนเรียก พร้อมเอ่ยกระซิบเพื่อเรียกให้สามีกลับเข้าสู่วงสนทนากับครอบครัวอีกครั้งหนึ่ง

กันตทัศน์จำต้องข่มความรู้สึกเอาไว้ ได้แต่ขอโทษแฟนสาวอยู่ในใจ ก่อนจะหันกลับมาทำหน้าที่สามีและเขยขวัญอีกครั้ง ภาวนาขอให้ค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปโดยไว เพื่อเขาจะได้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดกับสาวคนรักให้เข้าใจ

+++++++++

 

“อะไรนะ? หาไม่เจอ นี่นายลืมของสำคัญอย่างนั้นได้ยังไง?”

น้ำเสียงตำหนิกรายๆ ผ่านโทรศัพท์ในมือ ก่อนที่จะหยุดนิ่งฟังคำแก้ตัวยาวเหยียดจากปลายสาย

“โอเคๆ ฉันจะรีบกลับไปดูที่บ้านให้” สุดท้ายก็ต้องเอ่ยรับปากอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะละสายตาจากโทรศัพท์เก็บยัดใส่กระเป๋า

ใบหน้าคร้ามคมเข้มหล่อเหลาตามแบบฉบับชายหนุ่มเลือดผสมเงยหน้าขึ้นมากำลังคิดหาเหตุผลที่จะต้องขอตัวกลับก่อน ทั้งๆ ที่งานเลี้ยงต้อนรับของครอบครัวเพิ่งจะเริ่มขึ้นได้เมื่อชั่วโมงก่อนหน้านี่เอง

ทำยังไงได้ล่ะ เมื่อธุระของเจ้าเพื่อนตัวแสบสำคัญกว่านี่นา

ภาพทิวทัศน์ของเมืองหลวงยามราตรีที่มองผ่านผนังกระจกชั้นยี่สิบสองของโรงแรมหรูกลางกรุงทำให้เขาตกตะลึงลืมตัวไปชั่วขณะ ทุกครั้งที่เท้าย่างเหยียบลงบนแผ่นดินไทย ที่นี่มักต้อนรับเขาให้ได้ตื่นตาตื่นใจได้เสมอ

ไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้มของผู้คน ความมีน้ำจิตน้ำใจ วัฒนธรรมแตกต่างที่ชวนให้หลงใหล แม้อากาศจะร้อนจัดจ้านไปสักหน่อยด้วยแสงแดด แต่ก็ได้รับการชดเชยด้วยทะเลสวยน้ำใส และชายหาดที่งดงามติดอันดับโลก และที่สำคัญ การต้อนรับอย่างอบอุ่นเสมอมาของญาติข้างฝ่ายบิดาทำให้เขาตั้งปณิธานว่าจะต้องมาเยือนเมืองไทยในทุกปี

และครั้งนี้ ก็ถือเป็นการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่ เมื่อเขาตอบรับคำชักชวนของผู้เป็นลุง ที่ลงทุนเปิดบริษัทให้หลานชายได้นั่งแท่นผู้บริหาร มันเป็นงานที่ท้าทายและเขาก็อยากจะลองดู หลังจากอิ่มตัวจากงานเดิมในมิลานบ้านเกิดที่ทำมาหลายปีแล้ว

ชีวิตหนุ่มเหน้าในวัยยี่สิบแปดปี ฟรานเชสโก้ยังแสวงหาสิ่งแปลกใหม่ ความท้าทาย และความสำเร็จ การย้ายมาอยู่ที่เมืองไทย คือการผจญภัยที่น่าตื่นเต้น และเขาก็คาดหวัง...เชื่อว่าการตัดสินใจครั้งยิ่งใหญ่นี้จะทำให้ชีวิตมีสีสันเพิ่มมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นอย่างแน่นอน

ริมฝีปากหยักได้รูปขยับยิ้มอย่างพึงพอใจกับความงดงามที่มองเห็นตรงหน้า

“บ้าจริง ทำไมฉันต้องเป็นฝ่ายหลบหน้าพวกเขาด้วย” เสียงพึมพำดังขึ้นไม่ไกลนัก

แล้วสายตาคมปราดก็ถูกกระชากความสนใจไปยังเรือนร่างอรชรในชุดสีแดงเด่นที่โฉบผ่านหน้าไป...เรือนร่างโปร่งบางระหงในชุดแซกสั้นแค่ครึ่งขา นวลเนื้อขาวอล่องฉ่องตัดกับสีแดงเฉิดเจิดจ้าของเสื้อผ้าที่สวมใส่ช่างเรียกร้องเชิญชวนสายตาให้จับจ้องมองเสียนี่กระไร และเขาเป็นผู้ชายล้านเปอร์เซ็นต์ จึงไม่น่าแปลกใจที่ดวงตาคมกริบวิบวับจะกวาดกว้านมองส่วนโค้งส่วนเว้าที่ดึงดูดสายตานั่นด้วยความสนอกสนใจ

ผู้หญิงคนนี้เซ็กซี่เป็นบ้า ทั้งรูปร่างหน้าตา การแต่งเนื้อแต่งตัวที่ทำให้ยากจะละสายตาไปได้

ช่วงขาเพรียวเรียวสวยบนรองเท้าส้นสูงพื้นแดงราคาแพงลิบที่บรรดาสาวๆ แทบจะตบตีแย่งชิงกันเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของเดินเซน้อยๆ คล้ายกับจะทรงตัวไม่อยู่ และทันทีที่ปลายส้นเข็มข้างหนึ่งเอียงกระเท่เร่จนทำให้คนที่ยืนอยู่บนนั้นเสียหลัก ร่างสูงก็พุ่งปราดเข้าไปรับเอาไว้ได้ทันควัน

“โอ๊ะ...” เสียงอุทานด้วยความตกใจ นาทีนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ถึงของเหลวเย็นวาบที่อาบรดลงมาบนอกเสื้อจนเปียกไปทั้งแผ่นอกลามไล่ลงมาถึงหน้าท้อง

ใบหน้าสวยเก๋ไก๋เงยหน้าขึ้นมาอย่างตระหนก ดวงตาคู่สวยเบิกโพลงค้าง พอสายตาปะทะกับใบหน้าเข้มคมคาย ที่บอกได้ว่าไม่ใช่ไทยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ภาษาอังกฤษเร็วปรื๋อสำเนียงไม่ผิดเพี้ยนจากเจ้าของภาษา พร้อมกับภาพศีรษะเล็กคลุมด้วยผมยาวหยักสยายก็ผงกซ้ำๆ เอ่ยคำขอโทษขอโพยยกใหญ่

ลมหายใจอวลไอด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ตอนที่เธอขยับริมฝีปากเล็กอวบอิ่ม ส่งให้สาวเจ้าดูเซ็กซี่เข้าไปอีก ฝ่ามือเรียวขาวยกขึ้นลูบไล้ไปบนแผ่นอกกว้างราวกับกำลังพยายามจะช่วยเช็ดคราบเปื้อนออกให้ จนเขาต้องจับมือเล็กนั่นห้ามเอาไว้

“ไม่เป็นไรครับ?”

ใบหน้าสวยเงยขึ้นมองเขาอย่างอึ้งเป็นคำรบที่สอง เพราะคงคาดไม่ถึงว่าเขาจะพูดภาษาไทยได้ชัดเจนทีเดียว ในเมื่อหน้าตาไปทางฝรั่งจ๋าออกขนาดนั้น

เฮ้! พิจิ ออกมาอยู่ที่นี่เอง” เสียงทักมาจากด้านหลัง

พอเขาและเธอหันไป หญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งก็เดินปราดเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว พอสายตามองเห็นคราบของเหลวสีแดงที่อาบรดบนเสื้อโปโลสีฟ้าของเขา พร้อมกับแก้วไวน์ที่ว่างเปล่าในมือของเพื่อนสาวก็เดาได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น รีบกล่าวขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ เมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ถือสาหาความอะไร อีกฝ่ายก็ขอตัวลากตัวต้นเหตุจากไปทันที

พิจิ เธอชื่อพิจิ

ฟรานเชสโก้ก้มลงมองฝ่ามือที่ละจากต้นแขนเรียวเล็กนั่นด้วยความเสียดาย แต่เขาจะคาดหวังอะไรจากผู้หญิงสวยที่บังเอิญผ่านมา นอกจากขอบคุณที่เธอช่วยเป็นอาหารตาให้ก็เท่านั้น

“เป็นอะไรน่ะสินธุ์ ยืนยิ้มคนเดียวก็ได้” เสียงหวานทักอย่างประหลาดใจ

สินธุ์ ซึ่งย่อมาจากชื่อเต็มๆ ...ฟรานเชสโก้ สินธุ์ สินธวารี หันมายิ้มให้กับญาติผู้พี่ที่เดินตรงเข้ามาหา

เอ๊ะ! นั่น เสื้อเปื้อนอะไร?” ใบหน้าสวยฉายแววประหลาดใจที่เห็นเสื้อที่เขาสวมใส่อยู่เลอะไปด้วยรอยเปียกสีเข้ม

“คงจะเป็นไวน์มั้งครับ” ใบหน้าคร้ามก้มลงทำจูกฟุดฟิด สูดกลิ่นเดียวกับลมหายใจของหญิงสาวเมื่อครู่นี้ พร้อมยิ้มออกมา

“แล้วทำไมถึงได้...”

“อุบัติเหตุนะครับ แล้วนี่พี่ตาลจะไปไหน?”

“คุณพ่อให้พี่ออกมาตาม เห็นเราหายออกมารับโทรศัพท์เสียนานเชียว...มีอะไรหรือเปล่า?”

“ขอโทษจริงๆ ครับ พอดีว่าเพื่อนผม...เจ้าวินมันทำไดร์ฟข้อมูลหาย ผมคงต้องรีบกลับไปหาแล้วส่งไฟล์ไปให้มันเป็นการด่วน ยังไงอาจต้องขอตัวกลับก่อน”



[1] ในที่นี้ใช้แทนคำว่า university ที่แปลว่า มหาวิทยาลัย ซึ่งนิยมเรียกคำนำหน้าสั้นๆ แทน

[2] คริสเตียน ลูบูติน (Christian louboutin) รองเท้าส้นสูงที่มีเอกลัษณ์ด้วยพื้นใต้รองเท้าเป็นสีแดง โดยรองเท้าเหล่านี้จะไม่มีคู่ที่เหมือนกันเลย จุดมุ่งหมายหลัก คือ การทำให้ผู้หญิงรู้สึกมั่นใจ เพราะหากเธอสามารถซื้อรองเท้าเหล่านี้ได้ ทำไมจะไม่ทำให้เธอรู้สึกอยู่เหนือผู้อื่น

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"ขอบคุณที่สนับสนุนค่า ^^"

รัชริล


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha