ดาวยั่ว

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 2 : แผนเข้าถ้ำเสือ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

หลายวันต่อมา ประกายดาวกำลังยืนเงยหน้ามองรูปภาพของบิดาผู้ล่วงลับที่ห้องทำงานของท่านด้วยแววตาเศร้าหมองหลังจากที่ไปงานสวดศพมาหลายวัน ถึงตอนนี้ยังไม่มีน้ำตาออกมาให้ใครเห็น เธอเก็บความเจ็บปวดเอาไว้ภายในใจจนใครต่อใครกล่าวหาว่าเธอเป็นลูกทรพีไม่เสียใจที่พ่อตาย

แต่ใครว่าหล่อนเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่ด้วยเพราะเกรงว่าจะมีคนซ้ำเติมยามเห็นเธอร้องไห้ ที่ต้องพึ่งพาตัวเองมาตลอด เพราะไปอยู่เมืองนอกมาตั้งแต่มารดาจากไปเมื่อตอนวัยรุ่น ซึ่งทุกคนก็ตราหน้าว่าเป็นความผิดของเธอทำให้ทนอยู่ที่ไทยไม่ได้ถึงต้องหนีไปอยู่ที่อื่นแทน

ขณะที่เรื่องราวความเจ็บปวดครั้งยังเยาว์ผุดขึ้นมาภายในสมองอย่างช้าๆดวงตาสองข้างเริ่มร้อนผ่าวและเอ่อไปด้วยน้ำตา เสียงโทรศัพท์ก็ทำให้เธอต้องกลืนน้ำตาลงไปในอก หันไปมองชื่อที่โทรเข้า แล้วรีบปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติเพื่อรับสาย “ว่าไง โม”

“นี่ดาว... เรามีทางช่วยให้ตัวไปเจอกับนายเบนจามินแล้วล่ะ”

“จริงเหรอ” เสียงปลายสายที่แจ้งข่าวมาทำให้เธอลืมเรื่องเศร้าหมองในใจหันมาสนใจเรื่องตามหาความจริงเกี่ยวกับการตายของพ่อตัวเองทันที

“ใช่ เมื่อวานเราไปบ้านพี่ชายมา”

“ที่เป็นช่างภาพอ่ะนะ” ประกายดาวขมวดคิ้วคิดถึงพี่ชายของเพื่อนสาวที่นานๆจะเจอกันสักครั้งจำได้ว่าเขาเป็นหนุ่มหล่อคนหนึ่งที่รักการถ่ายภาพแต่เรื่องนั้นจะช่วยเธอได้อย่างไร

“อือ ตอนนี้เขากำลังทำงานให้กับนายเบนจามินอยู่ ถ่ายภาพเครื่องประดับ เราเลยเล่าให้เขาฟังเขาก็บอกยินดีจะช่วย โดยจะให้เราเข้าไปเป็นนางแบบให้กับเขา แล้วเราก็หาทางตีสนิทกับนายเบนจามินเอาเอง”

“ได้ไม่มีปัญหา เอาแค่ได้เจอหน้าก็พอแล้วที่เหลือดาวจัดการเอง” เมื่อปลายสายชี้แจงมาโดยละเอียดก็ทำเอาหญิงสาวยิ้มออกมาด้วยความดีใจราวกับได้ฟังข่าวดีที่สุดของวัน

“งั้นก็อีกสองวันเตรียมตัวไปเป็นนางแบบได้เลย”

“ขอบใจตัวมากนะโม” เมื่อหญิงสาววางสายสายตาของเธอก็เต็มไปด้วย

ความเคียดแค้นและความหวังที่จะได้เอาคนทำผิดมาลงโทษ “พ่อคะ ดาวจะแก้แค้นให้พ่อค่ะ”

// ก๊อก ก๊อก ก๊อก // แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะ

มณีวรรณน้าสาวของหล่อนเป็นผู้เปิดประตู “หนูดาวจ๊ะ ทุกอย่างพร้อม  แล้วจ๊ะ”

“คะ น้าวรรณ” ประกายดาวหันไปพยักหน้ายิ้มบางๆ กลบเกลื่อนความจริงที่กำลังคิดจะทำแล้วเดินตามออกมา วันนี้ที่ทุกคนมาพร้อมกันก็เพื่อที่จะเปิดพินัยกรรมของผู้ตาย ที่จริงก็ไม่มีใครมากไปกว่า น้าสาวของเธอ ทนายผู้ถือเอกสาร ตัวของประกายดาว และนายตำรวจผู้ที่จะเป็นพยาน

“ในเมื่อมากันพร้อมแล้ว คุณดาวครับผมขออนุญาตเปิดพินัยกรรม” เมื่อประกายดาวนั่งลงที่เก้าอี้ พ่อทนายปากเก่งก็ทำท่าทางสำรวมแล้วหยิบซองสีน้ำตาลออกมา

“เชิญ” หญิงสาวพยักหน้าเป็นการอนุญาต แล้วซองสีน้ำตาลก็ถูกเปิดออกเอกสารภายในถูกดึงออกมาอย่างช้าๆด้วยแววตาที่เป็นประกายของยงยุทธ

“ตามพินัยกรรมนี้ ข้าพเจ้านายประกายเพชร มงคลวิวัฒน์ ซึ่งมี

สติสัมปชัญญะครบถ้วนได้สั่งให้นายยงยุทธ แซ่ลิ้มเป็นผู้ดำเนินการจัดทำพินัยกรรม โดย ทรัพย์สมบัติของข้าพเจ้ามี...” เขาอ่านอย่างช้าๆชัดเจนตามตัวอักษร “...ลงชื่อนายประกายเพชร มงคลวิวัฒน์”

“คุณเพชร เมตตาวรรณเหลือเกิน” เมื่อเอกสารถูกอ่านจนจบมณีวรรณก็ถึงกับสะอื้นน้ำตาไหลเพราะพี่เขยได้ทิ้งสมบัติให้กับตนมากมายแถมยังให้สิทธิทุกอย่างราวกับเป็นคนรับมรดกเสียเอง

“แน่นอนค่ะน้าวรรณ น้าเป็นเหมือนแม่ของดาวคุณพ่อไม่ทิ้งน้าหรอก” ขณะที่ประกายดาวไม่ได้รู้สึกอิจฉาริษยาแต่อย่างใดเธอกลับพอใจที่บิดามอบเงินทองให้กับน้าสาวผู้มีพระคุณแม้ตัวเองจะได้น้อยกว่าบางอย่างแต่ตนก็เข้าใจดีกับการกระทำของผู้เป็นพ่อ

“ดังนั้น... ตามพินัยกรรมคุณจะได้ทุกอย่างก็เมื่อหลังเรียนจบตามที่คุณเคยให้สัญญากับคุณพ่อไว้ และหากเรียนไม่จบคุณก็จะไม่ได้ครอบครองสิ่งต่างๆ แต่ยังไงซะคุณก็จะยังได้เงินตามที่เห็นสมควรจะได้ โดยมีคุณมณีวรรณจะเป็นผู้ดูแลทรัพย์สมบัติทุกอย่างในระหว่างที่คุณยังเรียนอยู่ ซึ่งแน่นอนรวมถึงค่าใช้จ่ายทุกอย่างของคุณด้วย ณ ตอนนี้คุณมณีวรรณมีสิทธิขาดในทุกอย่างของคุณ” ยงยุทธ

ชี้แจงเสริม

“เรื่องนั้นดาวไม่สนหรอก ดาวสนใจว่าใครฆ่าคุณพ่อมากกว่า” หญิงสาวไม่ได้สนใจในเงินทองเพราะยังไงซะก็เชื่อมั่นว่าน้าสาวจะไม่มีวันทอดทิ้งเธออย่างแน่นอน ตอนนี้ประกายดาวสนแต่แผนการฆาตกรรมของบิดาที่กำลังหาหนทาง   เข้าไปสืบ

“คุณเพชรฆ่าตัวตายนะหนูดาว ทางตำรวจก็สรุปมาแล้ว” มณีวรรณตกใจที่หลานสาวยังคิดติดใจทั้งที่ไปหาตำรวจมาแล้วแต่แววตาของดาวก็ยังไม่มีทีท่าจะยอมเชื่อง่ายๆ

“ดาวไม่เชื่อ” หญิงสาวเสียงแข็งแถมยังส่ายหน้าลุกขึ้นยืนเดินไปมองรูปภาพของบิดาและมารดาซึ่งแขวนไว้อยู่กลางบ้าน

“ไม่เชื่อ...แล้วหนูดาวจะทำยังไง” น้าวรรณรู้สึกใจคอไม่ดีลุกขึ้นเดินไปหาหลานสาวหยั่งความคิด

“เออ...ยังไม่รู้หรอกคะ ดาวยังคิดไม่ออก” ประกายดาวกลบเกลื่อนไม่บอกความจริง หวั่นน้าสาวจะออกปากห้ามเพราะความห่วงใย

“ไม่ได้นะหนูดาวไม่ว่าจะคิดทำอะไรก็ตามน้าไม่ยอม ในฐานะที่น้าเป็น

ผู้ดูแลหนูดาวตอนนี้ น้าขอให้หนูกลับไปเรียนให้จบ” เหมือนจะรู้เท่าทันวรรณจึงดักทางหลานสาวเอาไว้ก่อนด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดใจหวังหล่อนจะเชื่อฟังบ้างสักนิดก็ยังดี

“ใครจะไปมีอารมณ์เรียนต่อคะน้าวรรณ คุณพ่อเสียไปแบบนี้แถมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คลุมเครือจะตายใคร เชื่อก็โง่เต็มที” หญิงสาวส่ายหน้า แล้วหันกลับมามองพ่อทนายปากเก่งที่ไม่ถูกชะตาซึ่งกำลังเก็บเอกสารเข้ากระเป๋าด้วยท่าทางอารมณ์ดีจนน่าแปลกใจ

“เหมือน...หนูดาวต่อว่าน้าเลยนะ เพราะน้าเป็นคนเจอคุณเพชรคนแรก” หญิงสูงวัยรู้สึกเหมือนถูกตำหนิหลบสายตาหลานสาวทันทีท่าทางสะเทือนใจ “น้าเสียใจที่หนูไม่เชื่อน้า”

“ไม่ใช่ค่ะ ดาวหมายถึงน้าอาจจะถูกจัดฉากให้เป็นเหยื่อของเหตุการณ์ก็ได้” ประกายดาวรีบส่ายหน้าปฏิเสธ วาจาที่ดูแรงเกินไป อาจจะทำให้น้าสาวที่แสนรักรู้สึกเสียใจจึงต้องรีบแก้ตัว

“แล้วใครจะทำ ทำเพื่ออะไร” มณีวรรณขบคิดตามความคิดของหลานสาว

“ดาวไม่รู้หรอก แต่ตอนนี้ดาวหานักสืบสืบอยู่” แต่หล่อนก็ยังปากหนัก

กลบเกลือนความจริง

“อ้อ...เหรอจ๊ะ” หญิงสูงวัยพยักหน้ารับรู้การกระทำของหลานสาวพร้อมถามต่อ “งั้นตอนนี้หนูจะอยู่ที่ไทยต่อใช่ไหม”

“เอ่อ...ก็ไม่หรอกค่ะ รอเสร็จงานสวดศพคุณพ่อ แล้วดาวก็จะกลับไปเรียนต่อตามที่คุณน้าสั่ง ส่วนเรื่องสืบหาตัวคนทำก็จะปล่อยให้นักสืบจัดการไป” หญิงสาวทำทีเป็นเหมือนไม่ได้ใส่ใจเมื่อสั่งให้นักสืบเอกชนเป็นผู้จัดการก็เพื่อให้ให้อีกฝ่ายวางใจนั้นเอง

“ดีแล้วจ๊ะ หนูดาว” น้าสาวยิ้มกว้างท่าทางสบายใจเมื่อเห็นหลานสาวว่าง่ายยกมือขึ้นลูบหัวด้วยความเอ็นดูมองดูเด็กสาวที่สูญเสียด้วยความเห็นใจ

แต่น่าแปลกที่ประกายดาวกลับไม่รู้สึกถึงความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมาเหมือนเคย แววตาของมณีวรรณกลับดูเย็นชาอย่างน่าประหลาด

เวลาผ่านไปอีกหลายวัน หลังจากที่จัดงานศพบิดาเรียบร้อยโดยดาวตั้งใจว่าจะเก็บศพเอาไว้จนกว่าจะหาตัวคนทำผิดได้ ประกายดาวจึงบอกลาน้าสาวโดยอ้างว่าจะขอตัวกลับไปเรียนต่อ จากนั้นก็มาพักอยู่กับที่บ้านของพี่ชายโมริสา เพื่อนัดแนะกับมาคัสพี่ชายของเพื่อนสาวถึงแผนการเข้าไปเป็นนางแบบโดยโมริสาเอง    

ก็จะเข้าไปสวมบทบาทเป็นเพื่อนอีกคนเผื่อมีเหตุต้องช่วยเหลือกัน

“แค่เข้าไปเป็นนางแบบสวมเครื่องเพชรแค่นั้นเหรอคะ” ประกายดาวทวนหน้าที่ของตัวเองที่ได้รับมอบหมายจากมาคัส

“ใช่ งานง่ายๆ แถมยังตรงจุดประสงค์ของดาวด้วย เพราะงานนี้คุณเบนจามินมาดูแลการถ่ายทำด้วยตัวเอง” พี่ชายโมริสากล่าว

“งั้นก็ดีคะ มาเองแบบนี้คงไม่ยากที่ดาวจะเข้าถึงตัว” หญิงสาวมั่นใจในฝีมือของตัวเองว่าเสน่ห์ของเธอจะทำให้ผู้ชายอย่างเบนจามินสนใจและง่ายต่อการเข้าถึง

“แล้วถ้าเข้าถึงตัวได้แล้ว ดาวจะทำยังไงต่อไป” โมริสาอยากรู้หลังจากที่ดาวได้ใกล้ชิดเบนจามิน เพื่อนสาวของเธอจทำอะไรต่อไป

“ก็ยังไม่รู้เลย ต้องทำทุกวิถีทางที่จะไปถึงห้องทำงานของนายเบนจามิน  เพื่อหาหลักฐานให้ได้” ประกายดาวยักไหล่ ตอนนี้เธอเองก็ยังคิดไม่ออก แต่ที่แน่ๆถ้างานนี้เกี่ยวข้องกับธุรกิจ หล่อนก็ต้องเข้าไปหาหลักฐานที่ห้องทำงานของอีก    ฝ่ายให้ได้

“ขอให้เจอหลักฐานที่ต้องการแล้วกัน” เพื่อนสาวพยักหน้าเชื่อมั่นกับ

ความคิดและการกระทำของประกายดาวและภาวนาให้แผนการราบรื่น

และในที่สุดก็ถึงเวลาสำคัญ วันนี้เป็นวันที่ประกายดาวจะต้องเข้าไปเป็นนางแบบถึงตอนนี้เธอจะถอนตัวไม่ได้อีกแล้ว รถของมาคัสมาจอดอยู่ที่โรงแรมสุดหรูแถวหัวหิน เขาหันไปมองสองสาวที่วันนี้แต่งตัวกันสุดฤทธิ์สุดเดชโดยเฉพาะแม่เพื่อนของน้องสาวที่อวดโฉมความอวบอิ่มของอกอวบจนเขาเองอดไม่ได้ที่จะลอบมองผ่านทางกระจกหลังระหว่างทางที่ขับมา

“พร้อมนะสาวๆ” ชายหนุ่มหันไปมองหน้าน้องสาวที่นั่งอยู่ข้างคนขับ เพราะเขาเองก็อดห่วงไม่ได้กลัวว่าจะไปเป็นเหยื่อให้กับเบนจามินโดยไม่ได้ตั้งใจแต่ด้วยความรักเพื่อนทำให้เขาไม่อาจจะห้ามได้เพราะรู้ดีว่ารั้นแค่ไหน ส่วนไอ้คนที่สมัครให้เป็นเหยื่อเขาไม่ห่วงหรอกเพราะคิดว่าคงเตรียมพร้อมใจในเมื่อรู้ประวัติของอีกฝ่ายดีว่าใช้ผู้หญิงเปลืองราวกับกระดาษทิชชู

“พร้อมค่ะ” สองสาวออกเสียงพร้อมกันพลางสำรวจตัวเองทั้งเสื้อผ้าหน้าผมอีกครั้งให้แน่ใจว่าเย้ายวนน้ำลายผู้ชายมากแค่ไหน

“ดาว ถ้าคุณเบนเขาสนใจดาวแล้วจริงๆ ดาวต้องดูแลตัวเองด้วยนะ หมอนั่นเจ้าชู้มากๆ” มาคัสหันไปกำชับคนที่กำลังทำท่าเหมือนจะโกยอกอวบขึ้นมาให้

อวบอิ่มยิ่งกว่าเดิมโดยไม่แคร์สายตาของเขา

“ไม่ต้องห่วงหรอกพี่มาร์ค ดาวเอาอยู่” หล่อนยิ้มหวานให้กับความเป็นห่วงของพี่ชายเพื่อน ลอบมองสายตาของเขาที่กำลังจ้องมองร่องอก เห็นแค่นี้แผนการของเธอก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ในเมื่อขนาดพี่ชายเพื่อนยังอดใจไม่ไหว แล้วเสือผู้หญิงอย่างเบนจามินจะเหลือเหรอ ไม่มีทางรอดพ้นความเย้ายวนของเธออย่างแน่นอน

“พี่ไม่ค่อยมั่นใจเลยเพราะหมอนั่นทำลายผู้หญิงดีๆมาแล้วหลายคน”      ชายหนุ่มลอบถอนหายใจพลางคิดถึงอดีตครั้งก่อนเมื่อยามที่เคยมีผู้หญิงดีๆที่เขาพามาแนะนำให้ถ่ายแบบแต่สุดท้ายก็ถูกทำลายจนไม่หลงเหลือความดีไว้อยู่เลย        สักนิดเดียว

“แต่หนึ่งในนั้นจะไม่ใช่ดาว ดาวตะหากที่จะเป็นคนทำลายมัน” ประกายดาวมั่นใจในตัวเองสูงเชื่อมั่นไม่ว่าชายใดก็ไม่มีวันทำให้เธอเปลี่ยนเป้าหมายที่จะสืบเรื่องของบิดาที่จากไป

“ยังไงก็อย่าประมาท จำไว้ยั่วเขาไม่ใช่ให้เขามายั่วให้เราหลง” โมริสาเข้าใจความหมายของพี่ชาย จึงหันไปกำชับเพื่อนสาวอีกคนรวมทั้งกำชับตัวเองด้วยเหมือนกัน

“โม ตัวเห็นเราเป็นคนยังไง เราไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย” เมื่อถูกกำชับมากๆดาวก็อดไม่ได้ที่จะต้องเถียงกลับเมื่อสองพี่น้องทำราวกับว่าตนเป็นคนใจง่ายไปได้ทั้งๆที่รู้จักนิสัยใจคอกันดี

“ก็รู้...” โมหันไปมองหน้าพี่ชาย เพราะเธอรู้มาว่า เบนจามินคนนี้ไม่ธรรมดา เขาสามารถได้ผู้หญิงทุกคนที่อยากได้ แม้เธอผู้นั้นจะมีคนรักอยู่แล้วก็ตามที และหนึ่งในผู้หญิงเหล่านั้นก็มีคนรักของพี่ชายตัวเองร่วมอยู่ด้วย แต่นั้นก็เป็นเรื่องที่ผ่านมานานมากแล้ว

“งั้นก็ไปได้แล้ว” สาวผู้ใจร้อนอยากจะไปสืบเรื่องบิดาตัดบทพร้อมเปิดประตูลงจากรถเป็นการเร่งสองพี่น้องให้รีบลงมาทำตามแผน ทั้งสามเดินเข้าไปส่วนของสระว่ายน้ำซึ่งดูเหมือนเหล่าทีมงานของมาคัสกำลังจัดอุปกรณ์กันอยู่ มีสาวงามสี่ห้าคนกำลังยืนพูดคุยเหมือนกำลังอวดเรือนร่างกัน

“สาวๆ วันนี้ผมมาแนะนำนางแบบใหม่สองคน นี่ดุจดาว กับ โมริสาจะมาเป็นแบบในงานนี้ร่วมด้วย” มาคัสเดินเข้าไปกลางกลุ่มสาวงาม แล้วเอ่ยแนะนำโดยปกปิดชื่อจริงของประกายดาวแต่ไม่ปกปิดชื่อของโมริสาเพราะหลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี

“อะไรกันคะ เดี่ยวนี้ปล่อยให้น้องสาวมาทำงานด้วยเหรอ ไม่เจอกันเสียนานโตขึ้นเยอะเลยนะ” ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดทักท้วงหญิงสาวร่างสูงบางก็เอ่ยขึ้นพร้อมลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้นอนถอดแว่นตาออก หล่อนอยู่ในชุดว่ายน้ำที่สวมผ้าชาวเลบางเบาสีขาวผูกไว้ที่คอหน้าตาของเธอดูโฉบเฉียวแต่หุ่นบางเฉียบตามประสานางแบบทั่วๆไป

“ไง...นาตาลีไม่เจอกันนานผอมไปเยอะ ไม่มีอันจะกินเหรอตั้งแต่ไม่ได้อยู่กับพี่ชาย” ด้วยความที่รู้ดีว่านาตาลีเป็นอดีตคนรักของพี่ชายที่หักอกไปอย่างไม่ใยดีทำให้โมโต้คารมทันทีที่ถูกเหน็บแนม

“ปากดีเหมือนเดิมนะ” นาตาลีตวัดสายตาให้กับน้องสาวอดีตแฟนแล้วชายตาไปมองหญิงสาวอีกคนที่ดูสะดุดตาทั้งหน้าตาและเรือนร่างหล่อนต้องยอมรับเลยว่า ผู้หญิงคนนี้มีดีอยู่ในตัวจนน่าหวั่นใจจะมาแย่งตำแหน่งดาวเด่นของตัวเองไปครอบครอง

“แล้วนี่อีกคนน่ะ ดูจากสัดส่วนคงใช้เต้าไต่มากกว่าความสามารถ เดี๋ยวนี้คุณใช้วิธีนั้นคัดตัวเด็กแล้วเหรอมาคัส พัฒนาขึ้นนะคะ” หล่อนกล่าวอย่างดูถูก     ดุจดาว

“พูดอะไรของคุณนาตาลี เด็กสองคนนี้เขาตรงคาแรกเตอร์ที่ทางคุณเบนเขาต้องการตัวตะหาก เขาต้องการนางแบบที่มีเนื้อมีหนังไม่ได้แห้งกังเหมือนเสาไฟฟ้า” มาคัสส่ายหน้ากับวาจาจาบจ้วงของอดีตคนรักคนที่เขาเคยคิดว่าแสนดีซึ่งเปลี่ยนไปเพราะเงินตัวเดียว

“พูดมาได้... ถึงนาตจะเป็นเสาไฟฟ้าแต่ก็เป็นเสาที่ใครๆอยากจะปีนนะคะ” เจ้าหล่อนไม่ได้สนใจวาจาร้ายกาจของอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าคำพูดของมาร์คมันค้านกับจิตใจที่โหยหาเธอ

“นั้นสิ ใครๆ ถึงได้ชอบปีนนัก” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม แม้วาจาจะเผู้ดร้อนแต่ในใจของเขาขมขื่น ที่ถูกตอกกลับราวกับไม่เป็นที่ต้องการ และก่อนที่ทั้งสองจะปะทะคารมไปมากกว่านี้ ชายหนุ่มผู้ที่ประกายดาวรอคอยอยู่ตั้งแต่มาถึงก็ปรากฏตัว

“คุณเบนมาแล้ว”

“นั่นน่ะเหรอ เบนจามิน” หญิงสาวพึมพำอยู่เงียบๆสายตาร้อนแรงของหล่อนมองดูเขาราวกับจะล้วงลึก ท่าทางสุขุมเหมือนจะอบอุ่นแต่เมื่อมองใกล้ๆกลับเห็นความเย็นชาในแววตาคู่สีฟ้า สวมเสื้อสีขาวเนื้อผ้าบางเบาปลดกระดุมสามเม็ดบน เผยอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไรขนอ่อนๆทำเอาหญิงสาวใจเต้นแรงไม่

รู้ตัวกับความหล่อเหลาและมีเสน่ห์ของเขาแต่ก็รีบสะบัดใบหน้าตั้งสติตัวเอง

เขาฆ่าพ่อเรา ฆาตรกร...

“ไงมาร์ค นางแบบสวยๆทั้งนั้นเลยนะ” เบนจามิน อินกราต อายุสามสิบสองปี เจ้าของธรุกิจที่เพิ่งเข้ามาเปิดตัวในเมืองไทย สามารถเป็นที่นิยนได้ภายในเวลาไม่นาน เขามาพร้อมกับรอยยิ้มทรงเสน่ห์ ทำเอาเหล่านางแบบที่หมายตาพากันยิ้มหวานราวกับต้องมนต์ให้กับเขาเมื่อถูกเอ่ยชม

“ครับ ตามที่คุณสั่ง หน้าใหม่ หลากหลายและสด” มาคัสพยักหน้ายิ้มรับขยับตัวเปิดทางให้กับผู้เป็นเจ้านายเข้ามาเชยชมสาวงามทั้งหลาย

เบนมองพิจารณานางแบบแต่ละคนที่อยู่รอบตัว อย่างพอใจแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเหน็บนางแบบสาวหน้าเดิมนาตาลีที่เสนอตัวเองทุกครั้งที่เขามีงานแบบนี้ “แต่ก็มีหน้าเก่ามาด้วย”

“แหมมม จะใจร้ายสลัดนาตได้ลงเหรอคะ นาตเป็นนางแบบให้คุณทุกเซต ถ้าเซตนี้ไม่เป็นให้ก็แปลกแย่เลย เดี๋ยวจะเป็นข่าว” นาตาลีพูดแก้ต่างเพราะสายตาและวาจาของชายหนุ่มที่ทำให้หล่อนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนางแบบที่ไม่ได้รับเชิญทำเอานางแบบหน้าใหม่หัวเราะเยาะเธอเบาๆ

เพราะทุกคนรู้ดีว่านาตาลีเคยเป็นที่พอใจของเบนจามิน และถูกเขี่ยทิ้งเมื่อเขาเบื่อหน่าย แต่หล่อนก็ไม่เคยจากไปไหน คอยวนเวียนเป็นนางแบบให้อยู่ตลอด เหมือนรอคอยโอกาสที่จะกลับไปเป็นที่พอใจ ซึ่งตอนนั้นความสัมพันธ์ของเธอและมาคัสยังไม่เปิดเผย ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าหล่อนเป็นหวานใจของช่างภาพแม่แต่ตัวเบนจามินเอง

“เหรอ...” เบนจามินยักคิ้วสูงเหมือนอยากจะถามหล่อนว่าจริงเหรอ ก็ยิ่งทำให้เสียงหัวเราะคิกคักมีมากยิ่งขึ้นยิ่งทำให้นาตาลีทำตาขวางเพราะรู้สึกเสียหน้า

“ส่วนนางแบบคนอื่นๆ คุณคงพอเคยคุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง” มาคัสแนะนำโดยรวม แต่เน้นแนะนำน้องสาวของเขาและประกายดาวจึงเป็นหน้าใหม่ที่น่าจะเข้าตาเบนจามินมากที่สุด “แต่สองคนนี้มาใหม่สดมากครับ นี่ประกายดาวกับโมริสาครับ ผมคัดมาเป็นพิเศษ”

“พวกเรายังเป็นนางแบบมือใหม่ ถ้าโพสท่าไหนไม่ถูกใจ รบกวนคุณเบนจามินแนะนำด้วยนะคะ” ประกายดาวยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มด้วยแววตาเย้ายวน

“ดาว โม ลองไปโพสท่าให้คุณเบนพิจารณาหน่อยว่าพอไหวไหม” มาคัส สนับสนุนเต็มที่โบกมือไล่ให้น้องสาวและดาวไปริมสระ แล้วสองสาวก็ออกลีลาโพสท่าทาง โดยเฉพาะดุจดาวที่ลงทุนสลัดเดรสที่สวมมาเหลือแต่ชุดว่ายน้ำที่ปิดอกอวบไว้แทบไม่มิด กับบิกินี่ตัวจิ๋ว ทำเอาหนุ่มๆกองถ่ายน้ำลายหกกันไปตามๆกัน

“อื้มมม เหมาะมาก” เจ้าพ่อค้าอัญมณีหันไปมองสองสาวที่ถูกแนะนำเป็นพิเศษถึงกับจ้องมองทั้งสองตาเป็นประกาย แต่เก็บอาการไว้ได้อย่างแนบเนียน

คนหนึ่งงามแบบลูกครึ่งเห็นมามากแต่ก็สวยตรงดวงตาที่คมกริบอวบอิ่มน่ามองน่าเชยชมพอสมควร ส่วนอีกคนก็ทำเอาเขาถึงกับกลืนน้ำลายลงคอว่าคนแรกอวบอิ่มแล้วคนที่สองกลับอวบอิ่มยิ่งกว่าแถมใบหน้ายังสวยคมรับทั้งดวงตาจมูกและริมฝีปากทำเอาสาวงามคนอื่นๆชิดซ้ายไปในทันที

“เหมาะที่จะเป็นเพชรเม็ดงามของเซตนี้” ถึงกับทำให้เบนจามินหลุดปากเป็นการหมายตาเอาไว้ไปในตัวว่าเธอคนนี้ต้องได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษซึ่งคำพูดเบาๆของเขาก็ทำให้มาคัสซ่อนยิ้มเอาไว้เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปตามแผนชายผู้นี้หลงเสน่ห์เพื่อนของน้องสาวเข้าอย่างเต็มเปา

งานนี้เจ้าพ่อจ้องจะเอาอย่างเบนจามินคงไม่ปล่อยให้หลุดมือไปได้ง่ายๆ

“นี่เป็นงานแรกของประกายดาว” ชายหนุ่มแนะนำเพิ่มเติมตอกย้ำว่าสดใหม่ให้เบนรู้สึกถูกใจมากยิ่งขึ้นและไม่ลืมที่จะพูดดักกันท่าน้องสาวเพราะหากเบนรู้ว่าเป็นน้องของเขาคงไม่คิดที่จะยุ่งให้ต้องเสียการเสียงานกันอย่างแน่นอน “และนี่น้องสาวผม”

“ไม่ยักรู้ว่าน้องสาวนายสวยแบบนี้” เจ้าพ่อค้าอัญมณีละสายตาแวบหนึ่งหันไปเอ่ยปากชมโมริสากับพี่ชาย แล้วกลับไปมองความงามของดาวบนฟ้าที่เขาอยากจะเอามาเชยชมสักครั้งให้สมใจอยากตามประสาผู้ชายที่เจอของใหม่ โดยไม่ปริปากพูดออกไป แต่มาคัสที่ยืนอยู่ข้างๆมองแววตาของเบนจามินก็ยิ้มให้สองสาว

ประกายดาวยิ้มอย่างเย้ายวนเดินกลับมาหาเบนจามิน สายตาของเธอจ้องมองเขาราวกับจะกลืนกิน ในใจของหล่อนคิดว่าจะต้องจัดการเขาเข้าตารางให้ได้ แต่อีกฝ่ายกลับคิดว่าเธอมองเขาอย่างท้าทายและเชิญชวน ซึ่งสายตาของประกายดาวไม่เป็นที่พอใจของนาตาลีผู้ที่หวงแหนเบนจามินราวกับเป็นสมบัติของตัวเอง

“ผมดีใจที่คุณพอใจ” ตากล้องหนุ่มอมยิ้ม ที่เห็นเบนจามินมองดาวไม่วางตา

“ไม่ทำให้ผมผิดหวังจริงๆ” เบนจามินพยักหน้าเบาๆแล้วเดินจากไปโดยไม่ลืมที่จะเหลียวกลับมามองดุจดาวอย่างไม่อาจจะห้ามตัวเองได้

นาตาลีเห็นท่าไม่ดีรีบเดินตามชายหนุ่มไปอย่างไม่รอช้าฉุดรั้งแขนล่ำของ

เขาเอาไว้อย่างแสดงตัวเหมือนกำลังหวงแหน “หมายความว่าไงคะ เบน เพชรเม็ดงามปกติต้องเป็นนาตนี่”

“เซตนี้ผมต้องการความสด” ชายหนุ่มสะบัดข้อมือออกอย่างจงใจพร้อมทำสายตารำคาญใส่สองมือล้วงกระเป๋าทำท่าจะเดินหนี

“อ๋อ...นาตไม่สดแล้วใช่ไหม” หล่อนเดินไปยืนตัดหน้าเขาหมายจะเอาเรื่องทำราวกับว่าตัวเองมีค่าพอที่จะทำให้เขาสนใจ

“หมายถึงต้องการความแปลกใหม่บ้าง” เบนจามินมองหน้าตาพร้อมรูปร่างที่น่าเบื่อหน่ายหากเปรียบเทียบกับประกายดาวช่างแตกต่างโดยสิ้นเชิง

“ทำไมคะ นาตใหม่ไม่พอเหรอ” นางแบบสาวยืนท้าวเอวอวดโฉมอันภาคภูมิใจของตัวเองแม้จะเคยมือเบนมาบ้างแต่ก็เชื่อว่าลีลาของตัวเองนั่นทำให้เขาติดใจพอสมควร

“ก็น่าจะรู้ตัวนี่ อีกอย่างคุณลงมาสี่ปกแล้วจะใหม่ได้ยังไง” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเย้ยหยันความมั่นใจว่าตัวเองสำคัญทำให้เขารู้สึกสมเพชผู้หญิงไม่ได้เหมือนๆกันไปหมด

หน้าเงิน!

“หึ ใช่สิ นาตมันของเก่านี่ แต่อีกหน่อยถ้าคุณได้นังนั่นมันก็แค่ของเก่าเหมือนกัน” หญิงสาวพูดจาราวกับรู้นิสัยใจคอชายหนุ่มเป็นอย่างดีเธอทำเหมือนวาจาที่กล่าวออกไปจะทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดบ้าง แต่ก็เปล่า

“รู้ตัวก็ดีแล้วถอยไปน่า น่ารำคาญ” ชายหนุ่มยิ้มที่มุมปากยักคิ้วหนาขึ้นสูงแล้วผายมือออกเหมือนจงใจจะปัดหล่อนให้พ้นทางเดินแล้วสาวเท้าจากไป

“เบน !” หล่อนเรียกหาชายหนุ่มอย่างหัวเสีย เหลียวกลับมามองคนรอบข้างที่ทำเป็นหลบสายตาเหมือนไม่เห็นการกระทำของทั้งสอง นาตาลีกัดปากสะบัดหน้าเดินหนีไปด้วยความอับอายเพราะถูกปฏิเสธ

“หึ ธรรมดา...วันเวลาผ่านไปอะไรๆมันก็เปลี่ยนไป” มาคัสที่ยืนมองอยู่ด้วยความสาแก่ใจ เดินตามไปพร้อมกับเสียงหัวเราะกระซิบบอกอดีตหวานใจเป็นการตอกย้ำตอนนี้สิ่งที่เธอเคยทำกับเขากำลังย้อนกลับเข้าตัวหล่อนเองเหมือนเป็นเวรเป็นกรรม

“ปากเสีย” นาตาลีหันไปตวัดสายตามองดูชายหนุ่มที่เป็นรักแรกด้วยความคับแค้นทั้งที่เคยตั้งใจไว้ว่าออกจากอ้อมกอดของเขาไปจะต้องได้ดีแต่ตอนนี้เธอกลับต้องมีสภาพแบบนี้แถมชายที่เคยสุภาพอ่อนโยนกลับเปลี่ยนไปทำให้ยากแก่

การที่เธอจะคิดกลับไปหาเขาอย่างสิ้นเชิง

ชายหนุ่มเห็นแววตาของเธอพอจะอ่านความรู้สึกเจ็บปวดออกคนที่คาดหวังสูงแล้วไม่ได้ตามที่ใจหวังไว้เป็นธรรมดาที่จะอับอายต่อคนที่เคยทอดทิ้งไปเขาจึงตบหน้าผากเบาๆเป็นการหยอกปนเอ็นดูเหมือนอย่างที่เคยทำเมื่อครั้งสมัยยังหวานชื่น “ไปได้แล้วอย่างี่เง่า”

“เชอะ” ไม่รู้เพราะนานๆทีแววตาของเขาจะแสดงออกมาด้วยความอ่อนโยนแต่มันก็ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้นมาได้แต่ก็เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นกับแววตาแบบนั้นของเขาจากนั้นชายหนุ่มก็เดินจากไปทิ้งหญิงสาวให้หันกลับไปขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกับว่าที่คู่อริซึ่งยืนอยู่ห่างออกไปไม่มากและกำลังถูกเหล่าช่างแต่งหน้ารุมถามความเป็นมาอย่างสนอกสนใจตามประสาอยากรู้อยากเห็น “ฝากไว้ก่อนเถอะนังประกายดาว นังโมริสา”

ในวันแรกที่ไปถึงโรงแรมสุดหรูทีมงานมีหน้าที่เตรียมข้าวของนางแบบต่างพักผ่อนตามอัธยาศัยซึ่งเป็นโอกาสอันดีของประกายดาว เธอสืบรู้มาว่าเวลายามเย็นก่อนทานอาหารเบนจามินมักจะไปออกกำลังกายที่ห้องฟิตเนตซึ่งก็เหมาะนักที่เธอจะเข้าถึงตัว

หญิงสาวสวมชุดรัดรูปเสื้อกล้ามสีขาวเอวลอยคว้านคอลึกกางเกงขาวเข้าชุดแนบเนื้อที่เน้นทุกสัดส่วนของเรือนร่างรวมถึงตัววีที่กลางลำตัวมันเด่นชัดจนขนาดโมริสาเป็นผู้หญิงยังอดไม่ได้ที่จะมองแถมยังกลืนน้ำลายลงคอเหมือนหนุ่มๆกำลังมองสาวสวยที่ตนหมายตา

“นี่ดาว...ตัวจัดชุดมาแต่ละชุดเนี่ย น่ากินทั้งนั่นเลยนะรู้ไหม” โมริสากล่าวเหมือนบ่นๆแม้ปกติพวกหล่อนจะหัวนอกแค่ไหนแต่ก็ยังไม่เคยจงใจแต่งตัวแบบนี้ในประเทศไทยถ้าจะแต่งก็ทำอยู่ที่เมืองนอกแถมยังไม่ดูวาบหวามขนาดนี้เลย      ด้วยซ้ำ

“ก็แน่ละ หมอนี่มันหน้าหม้อไม่ทำแบบนี้จะเข้าถึงตัวมันเหรอ” ประกายดาวหรือตอนนี้คือประกายดาวกล่าวพลางมองดูตัวเองในกระจกซึ่งกำลังล้วงนั้นจับนี่อยู่กับสัดส่วนของตัวเองให้ดูน่ากินมากยิ่งขึ้น

“ยังไงก็ระวังตัวด้วย ยิ่งกว่าชุดที่เคยใส่มาทั้งหมดอีกนะที่ตัวเลือกมาเนี่ย” โมหันไปมองแต่ชะชุดที่ถูกกองอยู่บนเตียงดูแล้วไม่ต่างจะโคโยตี้สักเท่าไรกลัวจะกลายเป็นจงใจจนทำให้อีกฝ่ายรู้ทันว่าอยากจะเข้าใกล้ทำให้เสียแผนเพราะพยายามมากเกิน

“บ่นอยู่ได้ ตัวก็รู้ว่าทำไมเราต้องลงทุนแบบนี้” คนถูกบ่นทำน้ำเสียงหงุดหงิดตั้งแต่มาถึงสองพี่น้องก็เอาแต่ตักเตือนตนอยู่ตลอดจนรู้สึกรำคาญใครจะมาเข้าใจความรู้สึกของตนที่ต้องเสียบิดาไปอย่างคลุมเครือความอยากจับตัวคนทำผิดทำให้ต้องตัดสินใจทำขนาดนี้ไม่เป็นเธอเองไม่เข้าใจความรู้สึกนี้หรอก

“ก็เรากลัวตัวจะได้ไม่คุ้มเสียน่ะสิ” สิ่งที่สองพี่น้องหวั่นใจคือเบนจามินจะไม่หลงกลแต่ประกายดาวอาจจะต้องเปลืองตัวโดยเสียเปล่ามากกว่า

“จะเสียอะไรก็ช่าง เราไม่แคร์ ถ้าหาคนฆ่าพ่อของเราได้มันก็คุ้มหมดสำหรับเราน่ะ” หญิงสาวพูดโดยไม่ได้สนใจ ตอนนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิดในเมื่อขึ้นเรือมาแล้วก็ต้องไปให้ถึงฝั่ง

“จ้าๆๆๆ เซ็กซ์พอแล้วไปได้” ป่วยการที่เพื่อนสาวจะกล่าวต่อหล่อนหันไปหยิบผ้าขนหนูสีขาวผืนขนาดเล็กส่งไปให้โบกไม้โบกมือไล่ดาวให้ไปทำตามที่ใจปรารถนา ประกายดาวรับผ้ามาคล้องคอสำรวจตัวเองอีกหน่อยแล้วเดินออกไปจากห้องพักด้วยท่าทางมั่นใจ

ระหว่างทางหญิงสาวก็เช็คเสน่ห์ของตัวเองไปในตัว ทุกสายตาจับจ้องมองเธอจนเหลียวหลัง มองทั้งหน้าตาที่เย้ายวน ทรวงอกที่อวบอิ่มเนินนูนซึ่งหลายชายคงหมายอยากจะจับก็ยิ่งทำให้หล่อนโปรยยิ้มหวาน จนหลายคนที่มากับแฟนสาวถึงกับถูกหยิกถูกตีเพราะละสายตาจากหล่อนไม่ได้

ไม่นานหญิงสาวก็มาถึงห้องออกกำลังกาย และหล่อนเห็นแล้ว เบนจามิน อินกราต ผู้เป็นเป้าหมายกำลังยกน้ำหนักอยู่ด้านในสุด โดยไม่สวมเสื้อมีเพียงกางเกงขาสั้นสำหรับใส่ออกกำลังกายเท่านั้น ท่าทางกำยำของเขาเองก็ทำให้เธอรู้สึกชวนมอง น้อยนักที่หนุ่มตาน้ำข้าวจะทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงแต่นั่นคงเป็นเพราะชายผู้นี้คือศัตรูถึงได้ตื่นเต้นที่ต้องหาทางพยายามเข้าหา แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่หล่อนคิดจะกลายเป็นการโกหกตัวเองรึเปล่า

ประกายดาวเดินตรงไปยังเครื่องวิ่งที่ใกล้เบนจามินที่สุด เสียบหูฟังเปิดไอพอตฟังเพลงโปรด เปิดเครื่องวิ่งแล้วเริ่มวิ่ง หล่อนพยายามทำตัวไม่ให้จงใจเท่าไรนัก ไก่จะได้ไม่ตื่น จากวิ่งช้าๆก็กลายเป็นเร็วขึ้นตามระดับ จนตอนนี้ดูเหมือนเนื้อตัวเธอจะเขย่าไปทุกสัดส่วน โดยเฉพาะภูเขาก้อนโตทั้งสองลูก ที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นจุดสนใจของหนุ่มหลายๆคน

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"การตายของบิดาทำให้เธอต้องมาเจอเขาหมายจะจับเขาเข้าคุก ส่วนเขาเมื่อได้เจอเธอก็จ้องแต่จะเอา งานนี้ใครจะถูกใครเอาถูกจับต้องติดตาม"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha