ดาวยั่ว

โดย: รมย์ธีรา



ร่วมแชร์นิยาย ให้กำลังใจนักเขียนกันเถอะ =D


ตอนที่ 3 : ดาวยั่ว


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

                ภายในห้องออกกำลังกายของโรงแรมย่านหัวหิน แม้ทางโรงแรมจะเปิดแอร์เย็นช่ำแต่ดูเหมือนอากาศภายในห้องจะร้อนระอุ ยิ่งเมื่อประกายดาวกำลังวิ่งอยู่บนลู่วิ่ง และตอนนี้ดูเหมือนเธอจะกลายเป็นจุดสนใจ เพราะเมื่อผ่านไปสักพักเครื่องทำงานเต็มที่ รอบการวิ่งของเธอสูงขึ้นก็ทำให้อกอวบอิ่มชวนมองมากกว่าเดิม

หนุ่มๆหลายคนเริ่มมานั่งเช็ดเหงื่อกันอยู่แถวเครื่องวิ่งของเธอเพื่อดูอาหารตาแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจมากไปกว่าตอนนี้ เบนจามินยังไม่มองเธอสักเท่าไรเขาสนใจแต่ยกน้ำหนักซึ่งก็ไม่หยุดพักสักที

ไปเอาแรงมากมายมากจากไหนกันนะ หล่อนคิด

จนกระทั่งไม่นานเบนจามินเริ่มรำคาญและหงุดหงิดที่ดูเหมือนแถวเครื่องออกกำลังกายของตนจะมีคนมานั่งบ้างยืนบ้างมากยิ่งขึ้นเขาจึงหยุดพักแล้วมองสิ่งที่ชายเหล่านั้นกำลังสนใจซึ่งเขาเองก็ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ประกายดาวกำลังวิ่งอยู่บนเครื่องวิ่ง เหงื่อของหล่อนโทรมกายชุ่มยิ่งทำให้เสื้อออกกำลังกายสีขาวดูเห็นเด่นชัดชวนมองนี่หล่อนจงใจใส่ชุดแบบนี้มารึยังไงไม่รู้หรือว่ามันชวนมองแค่ไหน

ชายหนุ่มไม่คิดเปล่าไม่รู้เป็นเพราะรำคาญหนุ่มๆที่รุมล้อมด้วยท่าทางหื่นๆหรืออย่างไรเขาเดินเข้าไปกดหยุดเครื่องออกกำลังกายของดาวในทันทีทำให้หญิงสาวไม่ทันตั้งตัวเสียหลักโซเซเพราะเป็นการหยุดเครื่องไม่ถูกวิธีจะทำให้เสียการทรงตัว เบนจามินรู้อยู่แล้วก็ฉวยโอกาสรวบร่างอวบอิ่มเอาไว้อย่างมั่นคงไม่ให้     ล้มลงไป

“วิ่งมานานแล้วพักบ้างก็ได้ ผมไม่ชอบนางแบบหุ่นขี้ก้างแบบนาตาลี” ชายหนุ่มกระซิบบอกพร้อมหันไปมองหนุ่มๆที่ทำท่าทางเสียดายกับอาหารตาที่ถูกฉกฉวยไป

“คุณ...เบนจามิน...” ประกายดาวใจเต้นแรงเพราะวิ่งมาเหนื่อยๆรู้สึกใบหน้าร้อนวูบวาบเมื่อสัมผัสความแข็งแกร่งที่แผงอกของเขาเข้าอย่างจังแถมชายคนนี้ยังไม่มีกลิ่นเหงื่อไคลให้รู้สึกรังเกียจเหมือนชายทั่วๆไปอาจเป็นเพราะใช้น้ำหอมชั้นดีมีราคาก็เป็นไปได้

“ดีขึ้นรึยัง” เบนจามินช่วยประคองให้เธอทรงตัวยืนให้อยู่พร้อมก้มลง

มองดูหญิงสาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงระเรื่อเนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อแถมอกอวบของเธอตอนนี้ไม่รู้หล่อนแกล้งหรือยืนไม่อยู่จริงๆกำลังแนบสนิทกับร่างกายของเขาอย่างไม่ถือตัว

“คะ ดาวก็แค่อยากจะให้หุ่นกระชับเวลาถ่ายแบบพรุ่งนี้โดยเฉพาะตรงหน้าท้องกลัวภาพออกมาจะไม่สวย” ซึ่งดูเหมือนดาวจะจงใจเธอผละกายตัวเองออกพอประมาณแล้วลูบไล้ปลายนิ้วลงที่หน้าท้องอันแบนราบของตัวเองทำสีหน้ายังไม่พอใจความเรียบเนียนสักเท่าไร

“ผมว่าผู้ชายเหล่านี้ก็ชัดเจนพออยู่แล้วว่าคุณสวยแค่ไหน” เบนจามินมองดูตามปลายนิ้วของเธออดไม่ได้ที่อยากจะใช้ปลายนิ้วของตัวเองเป็นผู้ลูบไล้แทน

“แล้วคุณละคะ ชัดเจนรึเปล่า” ประกายดาวชายตามองชายหนุ่มอย่างเย้ายวนเผยอริมฝีปากอวบอิ่มเหมือนท้าทายให้เขามาชื่นชม

“ไม่รู้สิ คงต้องขอดูชัดๆอีกสักหน่อย” เบนยิ้มที่มุมปากเธอผู้นี้แสดงออกถึงเจตนาอันชัดเจน ว่าต้องการเข้าถึงเขาแค่ไหนก็เหมือนๆผู้หญิงทั่วๆไปที่ต้องการเขาเพราะเงิน ซึ่งเขาก็ไม่เกี่ยงที่จะจัดให้แต่อย่าหวังจะได้อะไรเพราะสำหรับเขาแล้วผู้หญิงเหล่านี้ไม่มีค่าพอ

“แค่ไหนคะถึงจะชัดมากพอให้คุณมองเห็นว่าดาวสวย” หญิงสาวถอยก้าวห่างออกมาพร้อมหยิบผ้าเช็ดตัวผืนเล็กขึ้นมาซับเหงื่อทีละสัดส่วนของตัวเอง

“ไม่รู้สิ...” ชายหนุ่มมองตามผืนผ้าอยากจะเป็นคนทำให้เหงื่อหล่อนออกและซับให้ต้องยอมรับว่าเธอผู้นี้ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงคอหลายต่อหลายครั้งโดยที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน โดยเฉพาะดวงตาคู่สวยของเธอ กับริมฝีปากอวบอิ่มอันเย้ายวนใจน่าประทับรอยจูบ ทำเอาเขาไม่สามารถละสายตาจากไปได้

“ดาวไปอาบน้ำดีกว่าร้อนจัง ใกล้จะได้เวลาอาหารแล้วด้วย พักสักหน่อยก่อนทานคงจะดี ไว้เจอกันที่โต๊ะอาหารนะคะ” ดาวชะม้ายสายตาแล้วยิ้มหวานหันกายกลับไปเดินทอดน่องจากเขาไปอย่างช้าๆอย่างจงใจ

“เดี๋ยว” ชายหนุ่มยืนมองพร้อมกวาดสายตาไปรอบๆอดไม่ได้ที่จะเกิดอาการหวงของที่ตนเองหมายตา “ครั้งหน้า ถ้าอยากออกกำลังกายก็บอกผมจะได้สั่งให้ปิดห้องให้”

“ทำไมล่ะ” ประกายดาวหันกลับมาอีกครั้งปรากฏว่าชายหนุ่มก็ยืนประชิดตัวอยู่ตรงหน้าพร้อมสายตาที่มองเธอมามันแผดเผาจนรู้สึกได้ถึงความร้อนรุ่มตามร่างกาย

“ผมไม่ชอบเวลามีใครมายืนมองน้ำลายหกใส่นางแบบของผม” เบนกล่าวเสียงแผ่วใช้หลังมือลูบไล้ผิวเนื้อส่วนต้นแขนของเธออย่างช้าๆ

“หวงเหรอคะ” หญิงสาวใจสู้สบสายตากับเขาอยากท้าทาย โดยไม่ได้หวั่นจะถูกเขาหิ้วขึ้นเตียงแล้วเขี่ยทิ้งในวันสองวันเพราะความเชื่อมั่นในตัวเองสูง       ของเธอ

“แค่ไม่อยากให้ใครเห็นร่างงามนี้ก่อนที่ผมจะได้เห็นน่ะสิ” คนมือไวลามหลังมือมาตามแนวไหล่ผ่านร่องอกเพื่อดูปฏิกิริยาจนถึงหน้าท้องที่แบนราบแต่ก็ยังเห็นหล่อนแค่มองตามหลังมือของเขาโดยไม่คิดจะถอยห่างก็เป็นอันรู้กันว่าต่างฝ่ายต่างต้องการอะไรเพียงแค่รอเวลาหรือรออะไรสักอย่าง

“เหรอคะ...แหมมม คุณพูดตรงดีจัง” แม้ท่าทางจะดูท้าทายแต่ใจเธอก็ชักจะหวาดหวั่นขึ้นมา ชายผู้นี้ไวใช้ได้แถมแววตาของเขาก็แทบจะสะกดเธอได้อย่างน่ากลัว แต่เพื่อพ่อดาวท่องเอาไว้ จะเผลอใจหรือถอยออกมาจากเรื่องนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน

“เจอกันในห้องอาหาร” ไม่ใช่แค่ดาวเท่านั้นที่คิด เบนเองก็คิดว่าหล่อนสามารถสะกดเขาได้อย่างสิ้นเชิง ความต้องการมากขนาดนี้ เขาที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อน ไม่รู้ว่าเพราะใบหน้าสัดส่วนหรือแววตาที่ทำให้เขาอดไม่ได้ จนอยากจะลิ้มลองหล่อนให้เร็วที่สุด จะได้หายจากความรู้สึกแบบนี้สักที

ยิ่งเมื่อมองหญิงสาวเดินจากไป ก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มอยากจะเข้าใกล้ ดูเหมือนเขาจะต้องหาทางจัดการเธอแต่โดยเร็ว เพื่อความรู้สึกแบบนี้จะได้ไม่ครอบงำเขานานเกินจนทำให้เขาไขว้เขว แต่สภาพการแบบนี้ผู้หญิงอย่างนี้ขอแค่ไม่เกินงานถ่ายแบบจบ เขาก็คงได้เธอมานอนกอดอย่างแน่นอน

ห้องอาหารในโรงแรมถูกเหมาเอาไว้ทั้งหมดเพื่อเลี้ยงต้อนรับทีมงานและนางแบบ ด้วยความเบนจามินชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าจะอยู่กินกับหลายๆคน และปกติเขาแทบจะไม่เคยมาร่วมกินแบบนี้ แต่ด้วยเพราะว่าคืนนี้ประกายดาวเป็นแรงจูงใจที่ทำให้เขาต้องลงมาร่วมงาน

ขณะที่ทุกคนมาถึงโต๊ะอาหารตรงเวลาในชุดลำลองตามอัธยาศัย ประกายดาวก็จงใจมาช้าเพื่อจะได้เป็นจุดเด่นซึ่งก็สำเร็จ เพราะหล่อนสวมชุดผ้าบางเบาผืนใหญ่สีแดงฉูดฉาดผูกไว้ที่หลังคอ ปล่อยอกอวบอิ่มไว้อย่างสบายๆภายใต้เนื้อผ้า ด้านหลังเปลือยเปล่าไม่มีแม้แต่บรา แถมยังคว้านลึกไปถึงสะโพกงอนงามจนเกือบจะเห็นไปถึงไหนต่อไหน หล่อนเดินอ้อมอย่างจงใจจะอวดโฉมของตัวเองให้ทุกคนเห็นแล้วขยับนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเพื่อนสาวด้วยท่าทางสบายๆ

แต่ดูเหมือนหนุ่มๆหลายคนที่นั่งอยู่จะไม่รู้สึกสบายสักเท่าไรขนาดพี่ชายของโมเองก็ยังคิดในใจว่าเพื่อนน้องสาวคนนี้เอาจริงและจัดเต็มแบบนี้เบนจามินคงไม่ปล่อยเอาไว้ ซึ่งนั้นก็จริงเบนยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มรวดเดียวหมดเพื่อดับความร้อนรุ่มที่แผดเผาเขามาตั้งแต่เธอยืนอยู่หน้าประตูสายตาจับจ้องมองหล่อนไม่วางสายตาชนิดที่ว่าถ้าทำได้เขาคงจับเธอขึ้นโต๊ะอาหารแล้วกลืนกินเธอไปแล้วหากไม่มีใครอยู่ด้วย

เวลาไม่นานอาหารเย็นก็ถูกทุกคนจัดการเป็นที่เรียบร้อย เบนจามินไม่อาจจะละสายตาไปจากประกายดาวได้เลย และประกายดาวก็จงใจไม่สบสายตาเขาเป็นการยั่วยวน เหมือนไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหัวใจร้อนผ่าวไม่เคยมีสาวงามคนใดไม่คิดจะสบตากับเขาขนาดนี้

นาตาลีมองดูสายตาของเบนจามินที่มีต่อดุจดาวก็รู้สึกขัดใจ ก้มลงมองสำรวจชุดงามของตัวเองที่สวมมา มันคงดูเย้ายวนใจน้อยกว่า หล่อนตัดสินใจที่จะเพิ่มความเย้ายวนให้กับตัวเองในห้องน้ำ จึงทำให้ข้างกายของเบนว่างเปล่า ดุจดาวก็ลุกขึ้นยืนชายตามองเขาอย่างมีความหมาย ชายหนุ่มหมายใจว่าเธอคงจะเดินมานั่งด้วย แต่ก็ผิดคาดหล่อนกลับเดินย่างกายไปยังระเบียงของห้องพักยืนรับลมท่าทางสุขใจเหมือนไม่ได้ใส่ใจเขาโดยสิ้นเชิง

ชายหนุ่มอดใจไว้ไม่ไหวหยิบแก้วไวน์สองแก้วเดินตามไปตามความท้าทายของเธอ แล้วยืนอยู่เคียงข้างพร้อมลอบสังเกตทุกสัดส่วนของเสื้อผ้าที่สวมใส่ ผิวพรรณละเอียดเนียนนุ่มกลิ่นกายหอมอ่อนๆจากน้ำหอมที่เธอใช้ ไม่รุนแรงเหมือนสาวบางคนที่ราวกับไปตกถังน้ำหอมมา

“เย็นนี้คุณสวยมาก ดาวบนฟ้ายังไม่สวยเท่ากับคุณในตอนนี้” เบนจามินหยอดคำหวานในทันที นำแก้วไวน์เย็นๆในมือที่ตั้งใจถือมาให้ประทับที่แผ่นหลังของหญิงสาวอย่างจงใจ

ร่างเย้ายวนสะดุ้งกับความเย็นนิดหน่อยแล้วหันกลับไปมองทอดสายตากับชายหนุ่มรับแก้วไว้ที่แนบหลังตัวเองอยู่ขึ้นมาถือแล้วจิบ “ไม่ยักรู้ว่าคุณเบนปากหวาน”

“ไม่ค่อยมีใครรู้จักผมจริงๆหรอก ...แต่ว่าคุณท่าทางจะเป็นผู้หญิงประเภทที่ชอบเปิด...เผย...” เบนดื่มไวน์โดยไม่ละสายตาไปจากร่างงามเขามองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าเหมือนจะพยายามองลึกเข้าไปภายใต้เนื้อผ้าที่ปกปิดคล้ายเด็กอยากรู้อยากเห็นว่าภายในนั้นของจริงหรือของปลอม

“เหรอคะ แต่คุณคงเป็นผู้ชายประเภทที่ต้องค้นหาด้วยตัวเองสินะ” ประกายดาวขยับกายเข้าหาเขาจงใจให้ชายหนุ่มพิจารณาเรือนร่างอย่างเต็มตาหล่อนมองดูแววตาคู่สีฟ้าของเขาอย่างค้นหาชายผู้นี้มีอะไรหลายๆอย่างที่เธอน่าจะคาดไม่ถึงซึ่งนั้นหมายความว่าต้องระวังตัวระวังใจยิ่งกว่าเดิม

“แบบนี้ดาวชักอยากจะค้นหาคุณด้วยตัวเองแล้วล่ะ” ชายหนุ่มอมยิ้มสอดมือซ้ายของตัวเองผ่านใต้วงแขนของเธอวางราบไปตามแนวระเบียง ส่วนอีกมือที่ถือแก้วไวน์ก็ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆที่สะโพกผาย ดาวมองการกระทำของเขาแล้วชายตามองพร้อมยิ้มอย่างเชิญชวน

“นังประกายดาว ฉันไปแป๊บเดียวก็กล้าไปอ่อยคุณเบนขนาดนี้แล้วเหรอ หน๊อยยยย...” นาตาลีที่เพิ่งเดินเข้ามาหลังจากปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำ

แต่เมื่อกลับมาชายที่เธอเคยเคียงคู่ตอนนี้กลับไปยืนสบสายตาหวานซึ้งกับดุจดาว ซึ่งในสายตาของนาตคิดว่าหล่อนกำลังอ่อยเขาและก็ได้ผลดีซะด้วย แถมยังไม่แคร์สายตาของคนในห้อง หรืออาจเป็นเพราะทุกคนรู้ชื่อเสียงทางด้านนี้ของเบนจามินเป็นอย่างดีจึงไม่อยากสนใจ

มาคัสที่นั่งมองทุกอย่างอยู่ด้วยความระมัดระวังทั้งไม่อยากให้นาตาลีทำแผนแตกและระวังไม่ให้ดาวทำอะไรเกินความจำเป็นก็รีบลุกขึ้นเข้าไปขวางคนที่กำลังร้อนเป็นไฟเพราะความอิจฉา “จะไปไหนนาต”

“ก็นังเด็กใหม่ของคุณกำลังจะกินผู้ชายของฉัน” หล่อนชี้ไปทางระเบียงราวกับว่าประกายดาวกำลังทำท่าทางจะแย่งสามีของตัวเอง ทั้งที่ฝ่ายชายเขาไม่ได้เออออไปกับตัวเองด้วย

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า แต่เท่าที่ผมดูท่าทางเบนของคุณอยากจะกินดุจดาวมากกว่า” วาจาและท่าทางของนาตาลีทำเอามาร์คถึงกับหัวเราะออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ รีบคว้าข้อมือลากหญิงสาวออกห่างแต่หล่อนก็ไม่ได้ไปได้ง่ายๆ “อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลยนาตคุณน่ะมันของเก่าของเบนแล้วก็น่าจะรู้”

“มาร์ค!” นางแบบสาวกระชากแขนตัวเองกลับพร้อมขึ้นเสียงใส่อดีตหวานใจ ที่พูดจาตอกย้ำตนเอง ฟังดูแล้วเหมือนเป็นคนไม่มีค่าสำหรับใครๆ

“คิดว่าผมไม่รู้เหรอว่าเขาไม่สนใจคุณมาตั้งแต่...” ชายหนุ่มตอกย้ำความเก่าเก็บของหญิงสาวอีกครั้งทำท่าทางนึกว่าหล่อนนั้นน่าจะเคยชินกับการเป็นของเก่าที่ถูกทิ้งจากเหล่านายจ้าง ผู้กำกับ และตากล้องที่พยายามใช้ไต่เพื่อให้ได้งานและความก้าวหน้า

คำพูดที่มาคัสยังไม่ทันหลุดออกมานาตาลีรู้ดีในความคิดของอีกฝ่ายรีบชี้หน้าทำตาขวางใส่ก่อนที่ชายหนุ่มจะพูดจบคำ “พูดดีๆนะ”

“ตั้งแต่หลายเดือนก่อน” ชายหนุ่มกัดปากบอกด้วยท่าทางกระแนะกระแหนโดยหล่อนคงไม่รู้ว่าการกระทำของนาตทำร้ายตัวเองและทำร้ายหัวใจของเขาแค่ไหน

“เพราะฉันยุ่งเรื่องงานตะหาก” หญิงสาวเฉไฉไปเรื่องอื่นพยายามพูดหลอกตัวเองว่าที่เบนห่างเหินไปก็เพราะตนไม่ว่างมาเจอทั้งที่จริงแล้วตนถูกปฏิเสธมาตลอดเวลา

“เหรอ...” ชายหนุ่มทำเสียงสูง ปั้นหน้าตาล้อเลียนหญิงสาวให้เกรี้ยวกราดยิ่งกว่าเดิมซึ่งก็ดูเหมือนจะได้ผล

“ยังไงเขาก็ยังเป็นของฉัน” สองมือของนางแบบสาวกำแน่นด้วยความ

โกรธชายหนุ่มที่เคยแสนดีพูดจาไม่รักษาน้ำใจของเธอสักนิดโดยที่นาตพยายามตอกย้ำสิ่งที่ไม่ใช่ความจริงกับตัวเอง

“คนอย่างเบนไม่ใช่ของใครง่ายๆหรอก มานี่เถอะ” มาคัสส่ายหน้าจับมือที่กำลังเกรี้ยวกราดของหญิงสาวจูงไปทางโต๊ะอาหารผ่านน้องสาวของตัวเอง

“ปล่อยนะมาร์ค...คุณไม่มีสิทธิมาห้ามฉัน” แม้จะพยายามขัดขืนแต่แรงของชายหนุ่มก็มีมากกว่าทำให้ได้แต่โวยวายจนหลายๆคนเปลี่ยนสายตาที่กำลังจับจ้องมองประกายดาวและเบนหันมามองทั้งสองแทน

“งั้นเหรอเดี๋ยวก็รู้ว่ามีสิทธิหรือไม่มี” ชายหนุ่มหันมาช้อนร่างผอมบางขึ้นมาอุ้มอย่างง่ายดาย

“ว้าย...” หญิงสาวร้องเสียงหลง ทำเอาหลายหันมามองด้วยความสนใจ รวมถึงชายหนุ่มหญิงสาวที่กำลังจีบกันอยู่ก็ยังหันกลับมามอง

“นาตาลีเมาจนยืนไม่อยู่น่ะครับ ผมเลยว่าจะพาขึ้นไปพัก จะได้ไม่รบกวนพวกคุณ” มาคัสหันไปบอกเพื่อนร่วมโต๊ะที่กำลังมองอยู่ด้วยความสงสัย

“ฉันเปล่าเมานะยะ” นางแบบสาวโวยวายพยายามดิ้นตัวเองให้หลุดออกจากการอุ้มของชายหนุ่ม

“คนเมามักคิดว่าไม่เมา” ชายหนุ่มพูดติดตลก ทำเอาเพื่อนร่วมโต๊ะหัวเราะออกมา เชื่อว่านาตาลีเมาจริงๆ “ไปเถอะนาตอย่ารบกวนคนอื่นเลย”

“ขอตัวนะโม พี่จะไปสกัดดาวรุ่งก่อน” พี่ชายกล่าวบอกน้องสาวให้หายห่วงพร้อมขยิบสายตาเป็นอันรู้กันว่าตนเองกำลังจะไปทำอะไร

“ปล่อยนะ นาตไม่เมา ไม่เมา ปล่อยสิ...” เสียงของนาตโวยวายไม่ขาด    ปาก มือไม้พยายามทุบตีชายหนุ่ม จนกระทั้งออกไปจากห้องอาหาร แล้วทุกคน      ก็กลับมาสนใจอาหารตรงหน้ารวมถึงสองหนุ่มสาวที่กำลังจีบกันอยู่ก็กลับมา    สนใจกันและกัน

เมื่อพี่ชายพานาตาลีออกไป โมริสาก็หันไปลอบมองประกายดาวทำตามแผนต่อด้วยความลุ้นระทึก ดูเหมือนตอนนี้ทั้งสองกำลังหยอดคำหวานกันอย่างสนุกปาก ดาวคงงัดเอาทุกกลเม็ดที่จะให้ท่าฝ่ายชาย ส่วนเบนก็คงตั้งรับด้วยความเต็มใจเพราะท่าทางของดาว แม้แต่ตัวโมเองก็ยังดูออกว่าอยากจะจับเบนขึ้นเตียงแค่ไหน ซึ่งนั่นก็เป็นความอยากมากพอกับสายตาของเบนจามินที่กำลังมองเพื่อนสาวของตนเอง

“ปล่อยนะคนบ้าปล่อย” หล่อนถูกอุ้มออกมาห่างจากห้องอาหารเสียง

โวยวายของเธอดูเหมือนจะดังขึ้นเพราะเมื่อออกมาเจอพื้นที่ที่ไร้ผู้คนในยามราตรี

“จะให้ปล่อยได้ยังไงก็คุณบ้าคลั่งซะขนาดนี้” มาคัสอุ้มหล่อนพร้อมผลักประตูห้องน้ำชายเข้าไปโยนเธอเบาๆลงไปที่อ่างล้างหน้าแล้วหันไปล็อกประตู

“เด็กของคุณกำลังแย่งของของฉัน” หญิงสาวลงมาทรงตัวยืนได้ก็ชี้หน้าต่อว่าเขาพยายามหาทางจะผ่านมาร์คไปยังห้องอาหารให้ได้

“หึ ทำอย่างกับคุณไม่เคยแย่งของๆใคร วงการนี้ก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ คุณก็รู้สอนผมเองไม่ใช่เหรอนาตาลี” มาร์คหันกลับมาจับสองแขนของหญิงสาวเอาไว้มั่นรั้งร่างบางกลับไปที่อ่างล้างมือตรึงร่างกายของเธอเอาไว้ด้วยร่างกายกำยำของตนเอง

“อ๋อ...ก็เลยอยากจะขวางฉันเพื่อแก้แค้นรึไง” หญิงสาวกัดปากมองหน้าชายหนุ่มที่สายตาคาดหมายจะเอาเรื่องเธอเพราะความรักครั้งเก่าที่เธอตีจาก

“เปล่าเลย ผมอยากจะเตือนสติคุณบ้างตะหากให้ลืมตาดูโลกบ้างว่าตอนนี้คุณมีสภาพเป็นยังไง ดูตัวคุณเองสิร้ายกาจเหมือนนางมารแค่ไหนทั้งที่จริงๆแล้วคุณ...” ชายหนุ่มส่ายหน้าพลิกร่างบอบบางหันไปหากระจกจับใบหน้าเธอจ้องมองให้ลึกลงไปภายในหน้ากากที่หล่อนสวมใส่

“นาตทำไมคะ” หญิงสาวมองดูสภาพตัวเองผ่านกระจกตามวาจาของชายหนุ่มแล้วสะท้อนอยู่ในอกภาพเมื่อครั้งวันวานยามรักหวานฉ่ำผุดขึ้นมาในสมองสิ่งดีๆเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนที่เธอจะผันตัวเองเข้าสู่วงการนางแบบและก่อนที่เขาจะเป็นช่างภาพผีมือดี

“ก็...ไม่ได้เป็นขนาดนี้” มาคัสกล่าวเสียงแผ่วต่ำอยู่ในลำคอมุมดีๆของเธอทำให้ถวิลหาขยับกายเข้าหาหญิงสาวคล้ายร่างกายทั้งสองจะโหยหากันและกัน

“แหม...รู้จักนาตดีเหลือเกินนะ” นางแบบสาวเองก็ลดอาการพยศลง มองแววตาของเขาที่ยังซ่อนความอาลัยอาวรต่อกัน

“ดียิ่งกว่าที่คุณคิด” ชายหนุ่มมองสบสายตาหล่อนผ่านกระจก ผ่อนลมหายใจรดต้นคอของหญิงสาวความร้อนผ่าวส่งผ่านกันและกันเหมือนจะลึกซึ้ง

แต่ก่อนที่อะไรอะไรจะถูกปล่อยให้เป็นไปตามที่หัวใจทั้งสองปรารถนา นาตาลีก็บิดข้อมือของตัวเองเพื่อปลดร่างกายออกจากพันธนาการด้วยไม่อยากให้หัวใจจะกลับไปอยู่ ณ จุดเดิม “ปล่อย นาตจะกลับห้อง”

“ไม่” แต่ชายหนุ่มฉุดรังเธอเอาไว้ในเมื่อหญิงสาวกลับเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนแล้วมีหรือเขาจะปล่อยไปได้ง่ายๆอีกอย่างแผนการของเขายังไม่เริ่มด้วยซ้ำไป

“ปล่อย...” นาตาลีพยายามออกแรงสะบัดแต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อมือคีมของชายหนุ่มออกแรงยึดเธอเอาไว้ได้มากยิ่งกว่าแถมท่าทางของเขาก็ยังแข้งกร้าวไม่ยินยอมจะปล่อยเธออกไปได้ง่ายๆ

“ไม่” มีเพียงเสียงเฉียบขาดดังออกมาจากริมฝีปากพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกแรงฉุดไม่มากหญิงสาวก็กลับเข้ามายืนหันหลังให้เขากกกอดในวงแขน

“จะทำอะไรมาร์คปล่อยนะ” หญิงสาวมองการกระทำของชายหนุ่มผ่านกระจกโดยไม่อาจจะช่วยเหลือตัวเองได้ในเมื่อสองมือของหล่อนถูกมือเดียวของเขาตรึงแน่นเอาไว้อยู่ที่อกใบหน้าริมฝีปากของเขาซุกไซ้อยู่ที่ใบหูไล้เลียมาตามซอกคอของหญิงสาว

“ก็ทำเหมือนอย่างที่คุณชอบทำไงล่ะ” ชายหนุ่มกระซิบบอกเสียงกระเส้า ส่งมืออีกข้างลูบจากหน้าขาเปล่าเปลือยของเธอขึ้นมาสูงอ้อมไปข้างหน้าไขว่คว้าสามเหลี่ยมทองคำที่เธอพยายามใช้เรียวขาของตัวเองบดเบียดปกปิดเอาไว้แต่ก็ไม่พ้นมือเขา

“อื้อออ...มาร์ค หยุดนะ...อ๊ะ...อย่า...” นาตาลีร้องห้ามเสียงหลงยิ่งเรียวขาของชายหนุ่มแทรกระหว่างกลางก็ยิ่งทำให้เธอหมดท่าที่จะปกป้องตัวเองเมื่อปลายนิ้วของเขาล่วงล้ำเข้าไปอย่างช้าๆจากเสียงร้องห้ามและร่างกายที่ต่อต้านก็กลายเป็นอ่อนแรงและเสียงกระเส้าแทน

“อย่าทำไมในเมื่อร่างกายของคุณก็ออกจะพอใจนิ้วของผม ไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มยังไม่วายกระเส้าถามขณะที่มือไม้ขยับเข้าออกภายใต้กระโปรงเธอด้วยความพอใจ ริมฝีปากที่ซุกไซ้ก็ทั้งดูดเม้มตามแผ่นหลังของเธอราวกับเป็นเจ้าของเสียเอง

“คะ...ใคร...ว่า...นะ...น่าคะยักแขยง...ตะหาก...” หญิงสาวหน้าแดงก่ำอดกลั้นความเสียวซ่านที่ชายหนุ่มมอบให้พยายามกลบเกลื่อนความจริงว่าเขากำลังทำให้เธอแทบจะแตกดับ

“เหรอ แล้วทำไมถึง...” ซึ่งมาคัสแน่พอตัวก็ชักมือออกมาให้เธอดูความ   ชื้นฉ่ำที่ถูกปล่อยออกมาจากร่างกายของเธอจนเปียกชุ่มมือหนาของเขาราวกับ      น้ำหลาก จากนั้นก็ส่งมือชุ่มชื่นกลับเข้าที่ที่เพิ่งจากมาด้วยความรวดเร็วจน   หญิงสาวสะดุ้งด้วยความเสียวซ่าน

“เลวทราม...” นาตาลีก็ยังพยายามต่อว่าเขาทั้งๆที่ตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังเริ่มตอบรับปลายนิ้วของเขาอย่างเต็มที่สะโพกของหล่อนที่ตอนแรกเหมือนจะถูกสมองสั่งการให้พยายามฝืนเอาไว้ ตอนนี้กลับขยับเล็กน้อยเพื่อรับกับจังหวะ   ของเขา

“ไม่เท่าคุณหรอก...” ชายหนุ่มเร่งปลายนิ้วกระซิบบอกเสียงหอบตอนนี้เขาเองก็รู้สึกเร่าร้อนไม่แพ้ไปกับเธอแล้วไม่นานร่างบอบบางก็ส่งเสียงครางอย่างสุขสมเมื่อภายในของหล่อนตอดรับปลายนิ้วของเขา

ชายหนุ่มรีบฉวยโอกาสปล่อยมือของเธอให้ทรงตัวเองบนอ่างล้างหน้าแล้วปลดกางเกงลงนำความแข็งแกร่งของตัวเองถลกกระโปรงของหล่อนขึ้นไปอยู่บนหลังแหวกชั้นในสีดำเพื่อเปิดทางเข้าแล้วสอดแทรกตัวเองเข้าไปแทนปลายนิ้วจนหญิงสาวสะดุ้งเฮือก

สองมือของเขาล่วงล้ำไปบีบเคล้นทรวงอกที่ขนาดเล็กกว่ามือตามสไตล์หุ่นนางแบบที่ผมเพรียวชายหนุ่มส่งแรงเข้าหาหญิงสาวอย่างไม่ปราณี นาตาลีเองก็ขย่มสะโพกรับจังหวะของเขาอย่างลืมตัวแถมยังออกปากเร่งเร้าให้เขาเพิ่มความเร็ว    มากยิ่งขึ้น

มือไม้ของเธอปาดป่ายอยู่ตามขอบอ่างและกระจกใสส่วนมือไม้ของเขาก็ลูบไล้อยู่ตามเนื้อตัวบีบเคล้นทุกสัดส่วนอย่างไม่เบามือ จนหญิงสาวร้องลั่นอีกครั้งด้วยความเสียวซ่าน ชายหนุ่มก็จับเรียวขาของเธอยกขึ้นพาดไปที่ขอบอ่างความลึกล้ำยิ่งทำให้เธอร้องเสียงลั่น ไม่นานสองร่างก็เกร็งกระตุกพร้อมๆกัน

ชายหนุ่มรีบถอนแก่นกายออกมาด้วยความรวดเร็วปล่อยความใคร่ออกมาจากร่างกายหยาดลงตามเรียวขางามของหญิงสาวสู่พื้น แล้วจัดการรูดซิบเก็บของตัวเองให้เข้าที่แถมยังช่วยจัดแจงชั้นในให้เข้าที่และดึงกระโปรงของเธอลงปกปิดสะโพกอย่างสุภาพ

“นาตาลี ผม...ระ...” มาคัสกระซิบบอกกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเจือไปด้วยความห่วงใยแต่ก็เปลี่ยนใจเพราะวันเวลาเก่าก่อนจะไม่มีวันหวนกลับมา

“...ยังถึงใจคุณเหมือนเดิมใช่ไหม”

“หึ พวกผู้ชายก็เป็นเหมือนกันหมด คุณขวางฉันก็เพื่อจะให้ความสุขของตัวเอง” หญิงสาวทรงตัวยืนเกาะขอบอ่างจัดแจงเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เขาที่หลังเสร็จกิจ

“...ก็คุณ...มีค่าแค่นั้น” ชายหนุ่มมองดูสภาพของเธอในตอนนี้และเหลียวมองดูตัวเองที่ไม่ต่างจากชายเหล่านั้นที่เธอเคยผ่านมาก็อดสงสารไม่ได้แต่ก็ซ่อนเอาไว้ เขาถอดเสื้อสูทของตัวเองออกแล้วคลุมให้ที่แผ่นหลังของเธอ “ใส่ซะ ผมไม่

อยากให้ใครเห็นรอยบนตัวคุณ”

“รอย...” นาตาลีที่ยังไม่รู้ทวนคำรีบหันหลับไปมองสิ่งที่เขาทิ้งเอาไว้อย่างตั้งใจก็ร้องลั่นลำพังล่วงเกินเธอก็ไม่หวั่นแต่การทิ้งรอยเอาไว้แบบนี้มันตัดอนาคตกันชัดๆ “มาร์คคุณ คุณทำได้ยังไง พรุ่งนี้นาตถ่ายแบบนะ”

“เหรอ ก็ดีจะได้ไม่ต้องถ่าย แบบนี้คงออกไปไหนไม่ได้ หึหึหึ” ชายหนุ่มยักไหล่ท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจเพราะนี่คือแผนการที่เขาตั้งใจทำตั้งแต่แรกเพียงแค่ตอนแรกจะทิ้งร่องรอยเอาไว้เฉยๆไม่คิดว่าจะห้ามใจตัวเองไม่ให้จัดการเธอเอาไว้ไม่ไหวจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไป

“คุณ คุณ คุณมันเลว...” หญิงสาวตวัดสายตามองเขาตาขวางในทันทีพยายามเอาน้ำลูบเช็ดถูให้มันจางทั้งที่รู้ว่ามันไม่ได้ช่วยแถมยิ่งทำผิวขาวๆของเธอก็ยิ่งแดงช้ำเข้าไปใหญ่

“ก็สอนผมเองนี่ ขอตัวนะเหนื่อยจัง” มาคัสยิ้มกริ่มอย่างพอใจทำท่าทางสบายเนื้อสบายตัวที่ได้ปลดปล่อยยั่วยวนคนที่กำลังโกรธให้โมโหหนักขึ้นกว่าเดิมแล้วปลดล็อกเดินออกไปจากห้องน้ำ

“ไอ้คนบ้า ไอ้มาคัสบ้า กรี๊ดดดดดด...” ตามด้วยเสียงกรีดร้องของหญิงสาว

ที่ดังลั่นตามมาจนสุดท้ายไม่นานร่างบางก็ต้องแอบๆผู้คนเพราะมารู้ตัวเองอีกว่าตนเองอยู่ในห้องน้ำชายก็ยิ่งอับอายวิ่งกลับไปที่ห้องพักของตัวเองก่อนที่จะมีใคร   มาเห็นเข้า

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

สนับสนุนนักเขียนนิยาย

ร่วมเป็น 1 ในผู้สนับสนุนนักเขียนท่านนี้ ด้วยเหรียญกำลังใจกันเถอะ :)



ข้อความจากนักเขียน :

"การตายของบิดาทำให้เธอต้องมาเจอเขาหมายจะจับเขาเข้าคุก ส่วนเขาเมื่อได้เจอเธอก็จ้องแต่จะเอา งานนี้ใครจะถูกใครเอาถูกจับต้องติดตาม"

รมย์ธีรา


ไม่ต้องใช้ Net ก็อ่านนิยายได้ ด้วยแอพ NiyayRak.com บน Android และ iOS

captcha