ดาวยั่ว

โดย: รมย์ธีรา



ตอนที่ 4 : น้ำมันกับไฟ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ขณะที่มาคัสกำลังย้อนอดีตกับนางแบบสาว ภายในห้องอาหารประกายดาวโปรยเสน่ห์เบนจามินจนอีกฝ่ายไม่อาจจะถอนสายตาละไปจากแววตาคู่งามได้ ใจของเขายอมรับว่าดวงตาคู่นี้สะกดเขาได้อย่างสิ้นเชิงเหมือนโลกทั้งโลกหยุดหมุน ว่าผ่านร้อนผ่านหนาวเจอผู้หญิงมาก็มาก แต่กับเธอผู้นี้ช่างแตกต่างมีเสน่ห์น่าหลงใหลจนยากจะห้ามใจ

“คุณเป็นใครประกายดาว ทำไมถึง...” ชายหนุ่มเหมือนคนอยู่ในความฝันขยับมือลูบไล้แผ่นหลังที่เปล่าเปลือยผิวเนื้อเนียนนุ่มชวนให้เขาคิดถึงยามได้สัมผัสเธอทั้งตัว

“เป็นดาวบนฟ้าไงคะ เพิ่งลงมาบนโลกเพื่อเจอคุณ” ประกายดาวชายตามองอย่างอ้อยอิ่งไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงการถูกเนื้อต้องตัวของเขาสักเท่าไรเพราะเคยชินที่อยู่เมืองนอกมานานหลายปี

“เจออย่างเดียวเองเหรอ” เบนจ้องมองแววตาคู่สวยอย่างมีความหมายลึกล้ำ

ขยับกายเข้าหาสองมือกระชับรอบตัวหล่อนจนได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆผสมกับกลิ่นตัวที่น่าหลงใหล

“งั้นก็...” หญิงสาวไม่หวาดหวั่นท่าทางที่ท้าทายเธอขยับกายเข้าหาแล้วค่อยๆประกบริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบาแล้วเริ่มหนักแน่นดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆงัดทุกกลเม็ดที่เคยจูบกับแฟนหนุ่มมาเพื่อปลุกเร้าความต้องการตัวเขาที่มีต่อเธอจนถึงขั้นไม่อาจจะถอนกาย

เบนจามินเองก็ใช่ย่อยเขาผ่านโลกมามากชั้นเชิงไม่น้อยไม่ต้องงัดทุกกลเม็ดเพื่อมาปลุกเร้าเธอก็ดูเหมือนหญิงสาวจะโอนอ่อนผ่อนตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว ดูเหมือนจากที่หล่อนจะทำให้เขาหลงใหลในรสจูบกลับกลายเป็นเธอที่ตอนนี้ถอนริมฝีปากออกมาไม่ได้

ปลายลิ้นของเขาซุกซนแต่ก็อ่อนโยนรสจูบเหมือนจะแผ่วเบาแต่ก็หนักแน่นชวนให้หลงใหลร่างกายของดาวร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือไม้ของชายหนุ่มที่โอบกอดแผ่วเบาเลื่อนลงต่ำไปยังสะโพกงอนงามภายใต้เนื้อผ้าที่บางเฉียบโดยไม่ห้ามปราม

// แพลง // เสียงจานตกแตกดังแสบแก้วหูดังขึ้นขัดจังหวะ เป็นฝีมือของโม

ริสาเอง หล่อนเห็นเพื่อนสาวกำลังหลงใหลไปกับจูบร้อนแรงนั่นก็ต้องรีบทำอะไรสักอย่าง ซึ่งก็ได้ผลทั้งสองหยุดการกระทำค่อยๆถอนริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย

“ดึกมากแล้วดาวควรจะไปพักผ่อน” ประกายดาวเหมือนได้คืนสติตกใจเล็กน้อยที่ตัวเองเผลอไผลไปแบบนั้นแต่ก็เก็บอาการเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

“ไปพักห้องของผมไหม” เขาจับข้อมือของเธอขึ้นมาจูบเป็นการรั้งเอาไว้ไม่ให้เดินจากไปพร้อมแสดงเจตนาชัดเจนถึงความต้องการของตัวเอง

“อย่าเลยค่ะ คุณคงไม่อยากให้ดาวต้องบอบช้ำ” หญิงสาวใจเต้นระทึกทำเป็นอมยิ้มเหมือนจะอยากไปแต่ก็ไม่อาจจะไปได้ให้เขาเสียดายเล่น

“ผมไม่รุนแรงหรอก” เบนจามินแสดงสายตาต้องการเธออย่างโจ่งแจ้งหากเขาไม่ได้เธอในคืนนี้สงสัยคงจะนอนไม่หลับเหมือนมีอะไรติดค้างอยู่อย่างแน่นอน

“คุณอาจไม่แต่ดาวไม่แน่” ดาวโปรยยิ้มอย่างท้าทาย ทิ้งวาจาให้อีกฝ่ายได้จินตนาการไปถึงไหน ปลดมือของตัวเองออกจากมือของเขาอย่างแผ่วเบา แล้วลูบที่ปลายคางชายหนุ่มจากนั้นก็เดินทอดจากไป

เบนเม้มปากแน่นสนิท มองร่างเย้ายวนไปจนลับสายตาด้วยความปรารถนาอันร้อนแรง ซึ่งถูกปลุกขึ้นมาแล้วปล่อยทิ้งเอาไว้ “ประกายดาวฉันจะกินเธอให้ได้”

“ไง...เพลินเลยนะ” โมริสาทำตาขวางพูดแขวะใส่ เมื่อดาวเดินออกมาจากห้องอาหารพ้นสายตาผู้คนพร้อมพากันเดินออกห่างเพื่อกลับไปยังห้องพัก

“เปล่าสักหน่อย หมอนั่นกำลังติดกับตะหาก” ประกายดาวทำตาปะหลักปะเหลือกเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับว่าสิ่งที่ตนทำนั่นเป็นไปตามแผนทั้งที่จริงแล้วเกินกว่าแผนไปหน่อยทางด้านอารมณ์และเสน่ห์ของอีกฝ่าย

“เหรอ แต่ที่เห็นตัวกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับจูบของเขา” โมส่ายหน้ามองใบหน้างามของเพื่อนสาวผ่านกระจกภายในลิฟต์

“ใครว่า เขาตะหากที่หลงเรา นี่ชวนขึ้นห้องเลย” ดาวทำพูดจาเหมือนมีชัย  ที่อีกฝ่ายชวนตนขึ้นห้องนอนเพียงแค่เจอกันไม่กี่ครั้งเท่ากับว่าเบนหลงเสน่ห์       เข้าอย่างจัง

“ไวไฟอย่างที่มาร์คบอกจริงๆ” โมตาโตเมื่อได้ยินว่าเพื่อนถูกชวนขึ้นห้องพลางเดินออกจากลิฟต์มุ่งตรงไปยังห้องพักของพวกตน “ตัวต้องระวังไว้นะ อย่าไปเผลอตัวกับมัน”

“รู้แล้วน่าเราไม่ลืมหรอกว่าเรามาที่นี่ทำไม” ประกายดาวพยักหน้าหล่อนไม่กล้ายอมรับว่าวูบที่กำลังดูดดื่มกับจูบร้อนแรงสมองของเธอลืมเรื่องทุกสิ่งแต่อยากจะถูกเขาสัมผัสไม่อยากจะให้ถอนจูบออกไป ต้องยอมรับว่าชายผู้นี้มีริมฝีปากและปลายลิ้นที่เหนือชั้นทำเอาเธอกระเจิดกระเจิง

“และที่สำคัญอย่าเผลอใจด้วย” ก่อนที่ประตูห้องนอนจะถูกเปิดโมริสาจับแขนของดาวสีหน้าและแววตาเตือนสติด้วยรู้ดีว่าชายผู้นี้ไม่ธรรมดาเกรงเพื่อนสาวจะเผลอกายเผลอใจลืมจุดมุ่งหมายของตัวเองหากยิ่งใกล้ชิดชายผู้นี้มากยิ่งขึ้นเหมือนน้ำมันที่ใกล้กับไฟ

“ตัวพูดเหมือนไม่รู้จักเราดีนะโม” วาจาตักเตือนของเพื่อนทำให้ประกายดาวรู้สึกหงุดหงิดเหมือนดูถูกกลายๆคิดว่าโมน่าจะรู้ดีแก่ใจว่าประกายดาวใจแข็งแค่ไหนไม่เคยมีชายใดละลายน้ำแข็งในหัวใจของเธอได้มาก่อน เต็มที่ก็เพียงแค่การจูบเท่านั้น

“รู้จักดี แต่พอเจอนายคนนี้ไม่มั่นใจเลย” หญิงสาวยอมรับออกไปตาม    ตรงเพราะดูจากสถานการณ์แล้วทางด้านชั้นเชิงเพื่อนสาวของตนเป็นรองอีกฝ่าย   อยู่มากโข

“ไร้สาระ ไปอาบน้ำนอนดีกว่า” ดาวโบกมือไม่ยอมรับความจริงที่โมพิจารณาเปิดประตูเดินเข้าไปในห้องพักทำท่าทางเหนื่อยเพลียเพื่อปลีกตัวจากการ

ถูกตักเตือน

“ดับความร้อนรุ่มเหรอ” โมริสาอดไม่ได้ที่จะแขวะใส่โยนผ้าขนหนูที่อยู่ใกล้มือตัวเองให้กับดาวขณะที่คนร้อนรุ่มกำลังปลดเสื้อผ้าออกจากตัว

“บ้า!” คนถูกรู้ทันทำตาโตแล้วเดินเข้าห้องน้ำปิดประตูดัง โครม จนคนที่อยู่ข้างนอกสะดุ้งส่ายหน้ายิ้มที่มุมปากด้วยความอ่อนใจ กลัวแทนเพื่อนรักของตัวเอง

เมื่อประกายดาวเข้าห้องน้ำก็เปิดน้ำลงอ่างปลดเสื้อผ้าออกจากร่างกาย แล้วแตะปลายนิ้วที่ริมฝีปากของตัวเองความรู้สึกร้อนผ่าวยังคงอยู่แผ่นหลังยังคงเหมือนมีมือหนาของเขาโอบกอด แค่คิดใจของเธอก็เต้นแรงจนต้องสะบัดใบหน้าขับไล่ความฟุ้งซ่านออกไปแล้วหย่อนตัวเองลงในอ่างที่มีน้ำอุ่นเพื่อให้ผ่อนคลายอารมณ์และดับความร้อนรุ่มที่อยู่ในตัว

เช้าวันรุ่งขึ้น สองสาวเพื่อนรักกำลังแต่งหน้าทำผมอยู่ในห้องที่จัดเตรียมเอาไว้สำหรับแต่งตัวพร้อมๆกับนางแบบคนอื่นๆซึ่งกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานว่าตนจะได้ใส่เครื่องเพชรชุดไหน และได้สวมชุดว่ายน้ำที่ถูกออกแบบมาอย่างหรูหราเป็นพิเศษ

ขณะที่ประกายดาวกำลังมองหาเป้าหมายว่าวันนี้จะลงมาดูตนรึเปล่าเพราะถ้าไม่แผนการยั่วของเธอในวันแรกก็คงเปล่าประโยชน์

“เร็วจ๊ะสาวๆ อย่ามัวแต่คุย เช้านี้แดดกำลังสวยรีบๆกันหน่อย” เสียงของทีมงานเร่งมือให้สาวๆหยุดพูดแล้วตั้งใจแต่งหน้าแต่งตัว

“สองสาว พร้อมกันรึยังจ๊ะสองสาว” ตามด้วยมาคัสที่เดินเข้ามาดูความเรียบร้อยของน้องสาวทั้งสองคนว่าเตรียมตัวพร้อมกันหรือยังสำหรับการถ่ายแบบครั้งแรก

“พร้อมคะ” ดาวและโมมองหน้าพร้อมลุกขึ้นอวดโฉมความงามภายใต้ชุดว่ายน้ำที่ดูเย้ายวนโดยไม่ได้อายสายตาพี่ชายเพราะสนิทและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

“วันนี้ยั่วให้เต็มที่นะ เอาให้หมอนั่นถึงกับเข่าอ่อนไปเลยดาว” มาร์คพยักหน้าหันไปมองคนที่วันนี้ตั้งใจจะยั่วเจ้าของเครื่องเพชรด้วยความรู้สึกสะใจหน่อยๆ เพราะอยากจะเห็นเบนจามินหลงใหลประกายดาวจนไม่เป็นอันทำการทำงาน

“โมกลัวหมอนั่นจะไม่เข่าอ่อนแต่อย่างอื่นจะแข็งน่ะสิคะพี่มาร์ค” โมริสาเห็นสายตาของพี่ชายก็รู้แน่ทันทีเพียงแค่ชุดแบบนี้ก็ทำเอาชายแท้ถึงกับต้องตะลึงแล้วมีเหรอนายเบนจามินจะไม่แข็งไปทั้งตัว

“พูดบ้าๆน่า ไปดีกว่า” ประกายดาวยิ้มหวานให้กับสายตาเจ้าเล่ห์ของพี่ชายเพื่อนแล้วเดินออกไปจากห้องแต่งตัวไม่ลืมที่จะทอดน่องเย้าสายตาทุกๆที่ได้มองเธอเป็นการบริหารแผนการไปในตัว

“หึๆๆ พี่ก็ว่างั้น แหมมม ขนาดพี่เองก็ยัง...” มาร์คมองตามร่างงามจนลับสายตาพลางส่ายหน้าผ่อนลมหายใจร้อนรุ่มออกทางปากหากไม่ติดเป็นเพื่อนของน้องสาวเขาคงอดไม่ได้ที่จะหมายตาหล่อน

“ยังอะไรพี่ นั่นเพื่อนน้องนะ” โมรู้ทันความคิดหยิกพี่ชายที่ต้นแขนเพื่อให้คืนสติแล้วเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อพี่ชายจะได้ไม่หมกมุ่น “ว่าแต่ไม่เห็นยัยนาตเลยวันนี้ไม่ถ่ายเหรอ”

“ไม่หรอก ถ่ายไม่ได้หรอก” มาคัสส่ายหน้ากลับมามีสติคืนสีหน้าและ   แววตาของเขาอมยิ้มแปลกๆเพราะนางแบบสาวตัวแสบคงไม่กล้าออกมาจาก      ห้องจากรอยคิสที่เขามอบให้เธอตามเนื้อตัวคงจะทำงานไม่ได้ไปอีกหลายวันและ  ถ้าโชคดีกว่ารอยจะจืดจางงานคงเสร็จหรือไม่ก็คงให้เขาได้มีโอกาสไปซ้ำรอย   ก่อนจะจางหาย

“ทำไมล่ะเห็นเมื่อวานเต้นเป็นเจ้าเข้าอยากจะเป็นตัวเองไหงวันถ่ายจริง 

หายหัว” โมมองหานางแบบมีชื่อด้วยความอยากรู้

“ก็บอกแล้วพี่ไปสกัดดาวรุ่งให้น้องไง” มาคัสอมยิ้มหนักกว่าเดิมแล้วหันไปลูบหัวน้องสาวที่ยังไม่เข้าใจความหมายเหมือนเด็กน้อย

“ยังไง” น้องสาวยังไม่รู้การกระทำของพี่ชายไม่เข้าใจว่าเขาไปจัดการนาตาลีอีท่าไหนม้าพยศอย่างหล่อนถึงได้หายหัวไปได้ขนาดนี้

“จะรู้ไปทำไม ออกไปทำงานได้แล้ว” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อถูกซักไซ้มากความผลักหัวน้องสาวเบาๆให้เดินออกไปจากห้อง

“แปลกๆนะเราเนี่ย” โมริสาหันกลับมาชี้หน้ามองความเจ้าเล่ห์ของพี่ชายอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ไม่ซักไซ้ต่อเดินออกไปจากห้องแต่งตัวพร้อมทำงาน

“สาวๆ รับเครื่องประดับแล้วมายืนที่ริมสระเลยนะจ๊ะ” เสียงทีมงานเรียกนางแบบให้มารับเครื่องประดับที่ถูกติดชื่อเอาไว้ ว่าใครเป็นผู้สวมเพื่อให้เข้ากับชุด ทุกคนสวมชุดว่ายน้ำกันหมดตามแต่แบบและดีไซน์ของเนื้องาน จากนั้นแต่ละคนก็ถูกจัดวางท่าทางให้อวยความงามของเพชรซึ่งเน้นความเซ็กซี่เป็นหลัก

ขณะที่การถ่ายแบบดำเนินต่อไปหลายชั่วโมง เบนจามินที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในห้องพักของตัวเองก็ทอดสายตาลงมามองร่างงามของเหล่านางแบบ สายตาของเขาจับจ้องมองแต่เพียงเธอผู้เดียวที่สะดุดสายตาสะดุดอารมณ์ของเขาได้อย่างตราตรึง ดุจดาว ซึ่งกำลังถึงคิวถ่ายเดี่ยวอยู่หล่อนแหวกว่ายด้วยชุดว่ายน้ำหมิ่นเหม่พร้อมเครื่องประดับชั้นดีของเขา แต่ดูเหมือนว่าเครื่องประดับจะงามแค่ไหนก็ยังไม่งามและเป็นประกายเท่ากับคนใส่

“บอสค่ะ นี่เป็นงามชิ้นเอกของเราค่ะ เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆแล้วส่งมาให้เพื่อถ่ายแบบลงนิตยสารกับนางแบบ” เสียงของปาริฉัตรผู้ช่วยคนเก่งของเบนจามินพร้อมยื่นกล่องเครื่องเพชรชุดใหญ่สุดหรูให้เขา เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยของงาน อีกครั้งก่อนจะส่งไปถ่ายภาพ

“อืม...” โดยไม่ได้เหลียวแลมองเพชรชิ้นเอกของตนเอง เบนได้แต่จับจ้องสายตามองดูสาวงามที่นั่งอยู่ริมสระอย่างไม่อาจจะละได้

“ที่เหลือก็คือเลือกนางแบบ” หล่อนรายงานต่อตามหน้าที่เริ่มสังเกตสายตาของเจ้านายว่าทอดยาวไปหาใคร และดูเหมือนเขาจะเลือกนางแบบไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว

“อื้อ...” ซึ่งก็จริงอย่างที่เธอคิดเขาพยักหน้าพลางคิดยามที่ร่างกายเปล่าเปลือยนั้นสวมไว้แค่เพียงชุดเครื่องเพชรของเขาเท่านั้นก็ทำเอาเขายิ่งรู้สึกต้องการ

เธอมากยิ่งกว่าเดิม

ปาริฉัตรเม้มปากสนิทกับท่าทีของเจ้านายยามที่กำลังหลงใหลอยู่กับสาวใหม่ซึ่งเขายังไม่เคยลิ้มลอง จึงได้แต่วางกล่องเครื่องเพชรเอาไว้ก่อน หันไปหยิบซองสีฟ้าพร้อมแจ้งรายละเอียดที่เจ้านายน่าจะสนใจ “แล้วนี่เป็นจดหมายเชิญไปงานเลี้ยงของบริษัทคุณธวัตชัยค่ะ อีกสองวันที่จะถึงนี่เอง”

“เหรอ...” แต่ก็ยังไม่ได้ผลขนาดเอาคู่แข่งมาพูดคุยด้วยเบนจามินก็ยังไม่ยอมสนใจฟัง ตั้งแต่ได้เห็นดุจดาวสวมชุดและเครื่องประดับสุดหรูของตนโพสท่า ชายหนุ่มก็ละสายตาจากเธอไม่ได้เลยสักวินาที

“ดูเหมือนว่างานนี้เขาจะเปิดตัวงานชิ้นใหม่นะคะบอส” หล่อนเริ่มเน้นเสียงหนักขึ้นยื่นเนื้อหาในกระดาษให้กับชายหนุ่มเพื่อเรียกร้องให้เขากลับมาสนใจทำงาน

“งั้นเหรอ...” แต่เขาก็แค่หยิบกระดาษแล้ววางลงบนตักโดยที่สายตาก็ยังคงไม่ละไปจากจุดเดิม ตอนนี้ใจของเขาเริ่มคิดอยากจะลงไปดูใกล้ๆคงจะได้เห็นความงามได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะขนาดไกลแบบนี้เขายังเห็นสัดส่วนอวบอิ่มของเธอได้อย่างชัดเจนคิดแล้วน่าอิจฉามาคัสที่มีโอกาสแตะเนื้อแตะตัวยามจัดท่าทางการ  

โพสให้เธอ

“เขาตัดหน้างานเปิดตัวของเราสองสัปดาห์...” ปาริฉัตรเริ่มหงุดหงิดใจจริงอยากจะปิดม่านเพื่อให้เจ้านายกลับมาทำงานเพราะสิ่งที่กำลังคุยกันค่อนข้างจะสำคัญพอสมควร

“อือ...” เบนจามินได้แต่พยักหน้าสมองตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงไม่รับรู้ว่ากำลังคุยอะไรอยู่ไม่สนใจว่างานที่คุยจะสำคัญแค่ไหนไม่แคร์ว่าคู่แข่งกำลังทำอะไรหากเขาไม่ได้ทำตามความปรารถนาของตัวเองตอนนี้ที่สามารถเอาชนะเขาได้อย่างสิ้นเชิงก็คงไม่เป็นอันทำมาหากินอย่างแน่นอน

“บอสคะ บอส...บอส...” จนสุดท้ายผู้ช่วยสาวก็ต้องเอื้อมมือไปจับที่ต้นแขนของเจ้านายเขย่าจากเบาไปแรงเรียกจากเสียงธรรมดาจนไปถึงเสียงหนัก

“อะไร!” อีกฝ่ายถึงได้คืนสติกลับมาด้วยท่าทางและน้ำเสียงที่เกรี่ยวกราด เหมือนเด็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะการดูการ์ตูน

“จะสืบหน่อยไหมคะ ว่าแบบใหม่ของมันเป็นยังไง แล้วมีแผนการอะไรบ้าง ถึงได้จงใจตัดหน้างานของเราแบบนี้  ทั้งที่งานของเรานัดแขกไว้ล่วงหน้า แต่งานของคุณธวัตชัยกลับกะทันหัน” หล่อนทำสีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัดที่เจ้านายเริ่มติดสาวจนไม่เป็นอันทำการทำงานอีกแล้วหลังจากที่ไม่ได้เป็นแบบนี้    มานาน

“ก็จัดการหน่อยแล้วกัน” ชายหนุ่มเหมือนถูกผู้ช่วยตำหนิ ด้วยเพราะทำงานด้วยกันมานานทำให้เขาไม่อยากจะต่อว่าที่มาขัดอารมณ์สนุกของเขา จนสุดท้ายเขาก็ทนมีสมาธิทำงานต่อไปไม่ได้ต้องขอตัวออกไปจากห้อง “ผมจะลงไปดูงานถ่ายแบบสักหน่อย”

“เออ...ค่ะบอส” หญิงสาวได้แต่โค้งรับคำเมื่อเจ้านายไปจนลับสายตาก็ส่ายหน้าแล้วทอดมองดูร่างงามซึ่งอีกไม่นานร่างนั้นก็คงถูกเชยชมจากนั้นก็เขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดีไม่รู้จะสงสาร เห็นใจ หรือสมเพชดีในฐานะของผู้หญิงด้วยกันที่ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังเล่นกับไฟ

เบนจามินลงมายืนมองดูนางแบบได้ไม่นาน ประกายดาวก็ผุดขึ้นจากสระน้ำเนื้อตัวเปียกชุ่มทำเอาชุดว่ายน้ำที่รัดรูปแนบเนื้ออยู่แล้วแนบแน่นน่าถอด หล่อนเดินผ่านสายตาใครต่อไปไปโดยไม่สวมเสื้อคลุมไปถอดเครื่องเพชรออกแล้วหยิบผ้าขนหนูซับตัวหลบแสงแดดที่เริ่มจะแผดเผาเข้าไปยังพื้นที่ร่ม

“ถ่ายแบบเสร็จแล้วเหรอ” เจ้าของเครื่องเพชรเดินตรงไปยังมาคัสที่กำลัง

เช็ครูปที่ถ่ายไว้ในกล้องอย่างตั้งใจว่าเก็บภาพที่ตรงตามงานที่ได้รับหรือไม่

“ยังครับ แต่ให้นางแบบพักหน่อยเดี๋ยวตัวจะเปื่อยหมดลงน้ำนานๆ” มาร์คตอบพร้อมหันไปมองดูเหล่านางแบบที่เริ่มจะสู้แสงแดดของทะเลไม่ไหวจนต้องหนีเข้าร่มกันไปหมด

“แล้วนี่ไปไหนกันหมด” เบนจามินทำทีเป็นเพิ่งเดินลงมาเหมือนจะมองหาเหล่าสาวงามซึ่งตนเองก็รู้ดีว่าหล่อนไปอยู่ที่ไหนกันหมด

“คงไปพัก ดูรูปสิครับสวยถูกใจใช่ไหม” มาคัสตอบโดยไม่ได้ใส่ใจพลางส่งกล้องให้ผู้ว่าจ้างได้พิจารณาพอกับผลงานสดๆร้อนๆ

“อืม...” แต่ชายหนุ่มกลับไม่สนใจจะมองเขาแค่พยักหน้าแล้วมองหานางเงือกของตน “งั้นผมขอตัวก่อน” เมื่อเห็นหลังไวๆก็รีบออกปากกับมาร์คแล้วเดินตามหลังหญิงสาวไปติดๆ

“เหนื่อยไหม” ชายหนุ่มเอ่ยทักทายหญิงสาวที่กำลังนั่งเช็ดผมอยู่บนเก้าอี้ทอดกายยาวเหยียดบนเก้าอี้นอนของโรงแรมพักขาไว้ข้างหนึ่งเหมือนจะจงใจให้คนมองคิดไปถึงไหนต่อไหน

“อุ้ย...คุณเบนจามิน” หล่อนทำทีเป็นสะดุ้งทั้งที่รู้อยู่ว่าเขาเดินตามมา ก็เห็น

ตั้งแต่เบนเดินเข้าไปหามาคัสเธอถึงได้ปรากฏตัวให้เขาเห็นเพื่อเช็คลองดูว่าเขาจะตามมาไหม แล้วก็มาจริงๆ หล่อนยิ้มอยู่ในใจ

“เรียกผมว่าเบนสั้นๆก็พอ” เบนจามินนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ไม่ห่างทอดสายตาพอใจมองดูเธอยามเช็ดผมอกอวบที่เขย่าไปมาตามแรงที่เจ้าตัวขยับยิ่งมองก็ยิ่งทำให้เขาตื่นตาตื่นใจ

“ค่ะ เบน” ประกายดาวสะบัดผมที่ยังไม่แห้งดี สยายไปด้านหลังแล้วสบสายตามองเขาพร้อมเลียริมฝีปากราวกับกระหายน้ำหลังจากทำงานมาหลายชั่วโมง

“เหนื่อยไหมวันนี้” เบนจามินถามย้ำอีกครั้งส่งสายตาจับจ้องมองเธอเหมือนตัวเขาเองก็กระหายแต่ไอ้ที่กระหายคงไม่ใช่น้ำแต่เป็นตัวหล่อนมากกว่า

“ก็นิดหน่อยค่ะ” หญิงสาวทำท่าทางบิดกายไปมา หลังจากที่ต้องยืนโพสท่านานเกือบชั่วโมง

“ระหว่างพักไปหาอะไรดื่มเย็นๆกันไหม” ชายหนุ่มเข้าประเด็นหาโอกาสอยู่กันตามลำพังทันที พลางหันไปมองแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาภายในห้องที่จัดจ้าต่างจากเมื่อตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง

“อย่าดีกว่าค่ะ เครื่องดื่มเย็นๆ ดาวเพิ่งจะขึ้นมาจากสระหนาวจะตายอยู่

แล้ว” ดาวส่ายหน้าปฏิเสธพลางลูบเนื้อตัวให้อีกฝ่ายได้มองตามร่างกายตัวเองที่กำลังขนลุกชันไปทั้งตัวเพราะความหนาว

“งั้น...ก็ไปหาอะไรร้อนๆดื่มกัน” เบนจามินกลืนน้ำลายลงคอเมื่อสาดสายตามองตามผิวเนียนขาวสวยของหล่อนความอวบอิ่มที่ดูเหมือนตอนนี้ยอดของภูเขาทั้งสองลูกกำลังชูชันออกมาจากเนื้อผ้าของชุดว่ายน้ำที่ยังชื้นอยู่เพราะความหนาวจัดตามที่ปากเธอว่า

“แบบนั้นค่อยน่าไปหน่อย” หญิงสาวชายตามองแล้วยิ้มหวานออกมาท่าทางพอใจพร้อมวางผ้าขนหนูลงข้างกายเอนเอียงตัวไปด้านหลังอวดโฉมให้ชายหนุ่มมองอย่างเต็มตา

“เปลี่ยนชุดก่อนไหมครับ” ใจจริงเขาไม่อยากจะให้เธอสวมอะไรแต่ที่พูดไปก็เพียงเพราะสร้างภาพให้ดูสุภาพต่อเธอเท่านั้นเอง

“งั้นรอสักครู่นะคะ เดี๋ยวดาวมา” ประกายดาวลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยก่อนจากส่งผ้าขนหนูที่ตัวเองเพิ่งเช็คตัวเมื่อสักครู่ให้กับเขาไว้ดูต่างหน้า

ชายหนุ่มรับมาและอดไม่ได้ที่ใจจะเต้นแรงอย่างคุมตัวเองไว้ไม่อยู่เมื่อความอุ่นของผ้าขนหนูยังไม่จางหายแถมยังมีกลิ่นหอมจางๆจากตัวเธอ ชักจะอยากรู้แล้วว่าหล่อนใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไรถึงได้ติดตราตรึงร่างกายเธอไม่จางหาย หรือนี่เป็นกลิ่นกายหอมจากตัวเธอที่เขาเรียกว่าฟีโรโมนไว้ล่อผู้ชายกันแน่

ระหว่างที่มือหนายังคงกำแน่นอยู่กับผ้าขนหนูสีขาวสมองของเบนจามินก็คิดไปไกลมากมาย ยามหล่อนใส่น้ำหอมที่ซอกคอไล้ปลายนิ้วตามมาที่ทรวงอก แล้วตัวของเขาเข้ามากอดประชิดได้กลิ่นหอมของเธอระยะใกล้สูดดมก่อนที่ใครจะได้กลิ่นไปเขาคงมีความสุขไม่น้อยเลยทีเดียว

เบนคิดถึงหล่อนจนลืมไปแล้วว่ากำลังรอเธออยู่ หญิงสาวเดินไปเพียงแค่ไม่กี่นาทีก็เดินกลับมาพร้อมกับชุดผ้าแพรสีแดงฉูดฉาด ใบหน้าแต่งแต้มบางๆเน้นที่ริมฝีปากซึ่งทาสีแดงจัดเข้ากับชุดสวยยิ่งให้ดูโดดเด่นน่ามองมากยิ่งขึ้น หล่อนเดินมาทักเขาจากด้านหลัง “พร้อมแล้วค่ะ”

“เร็วดีจัง” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความรวดเร็วทิ้งผ้าขนหนูในมือทันทีเมื่อได้เห็นความเย้ายวนตรงหน้า นี่หล่อนจงใจหรือไม่ได้จงใจกันแน่ถึงได้แต่งตัวแบบนี้มาล่อจระเข้อย่างเขา

“ก็แค่สวมชุดทับก็พอค่ะ” ประกายดาวหมุนตัวให้ชายหนุ่มได้พิจารณาชัดเจนกับผ้าแพรที่ถูกผูกอยู่ตรงต้นคอพันอกอวบไว้อย่างหมิ่นเหม่ทิ้งความยาวระย้าของเนื้อผ้าตามสัดส่วนแผ่นหลังเปล่าเปลือยถูกโชว์เอาไว้และดูเหมือนชุดชั้นในจะเป็นชุดว่ายน้ำตัวเดิม

“พอดีดาวหาชุดชั้นในไม่เจอก็เลย...ต้องสวมชุดว่ายน้ำที่ถ่ายทำออกมาคงไม่ว่ากันนะคะ” หญิงสาวจงใจพูดจาล่อความคิดให้ชายหนุ่มเตลิดไปถึงไหนวาจาร้อนแรงของเธอดูเหมือนจะเชิญชวนเขาทุกคำพูด

“ไม่หรอก ง่ายๆดี” เบนจามินส่ายหน้าปากก็ว่าดูเธอเป็นคนง่ายๆแต่ใจจริงแล้วอยากจะบอกเหลือเกินว่าชุดแบบนี้ไม่ต้องเสียเวลาถอดหรือถลกง่ายดี

“ว่าแต่จะพาดาวไปไหนคะ ขอให้เป็นที่อุ่นๆก็พอนะคะ” หญิงสาวเปรยเมื่อเห็นชายหนุ่มพาเธอเดินไปตามสวนสวยของโรงแรม ภาวนาในใจในเขาพาเธอไปที่ห้องทำงานเผื่อจะได้มีโอกาสที่จะหาหลักฐานได้บ้าง

“ก็ถ้าอุ่นไม่พอผมกอดก็ได้” ชายหนุ่มโอบเอวบางกระชับมั่นยิ่งกว่าเดิมจนความอวบอิ่มของเธอบดเบียดกับสีข้างของเขา

“แค่กอดกลัวจะไม่พอน่ะสิ” แต่หล่อนก็ไม่ได้หวาดหวั่นไม่ได้คิดจะปลีกตัวออกห่างกลับท้าทายเขาด้วยการเอนหัวซบลงที่อกกว้างของเขาอย่างออเซาะ

“งั้น...อยากให้ผมทำอะไรให้คุณอุ่นมากกว่านี้ล่ะ” ชายหนุ่มได้ทีกับวาจา

เชิญชวนของอีกฝ่ายดูเหมือนจะเปิดทางให้เขาเหลือเกินจึงหยุดเดินหันโอบสองมือกระชับร่างเย้ายวนให้แนบชิดใช้ปลายนิ้วไล้ขึ้นลงตามผิวเนื้อเนียนที่แผ่นหลังอย่างมีความหมาย

“สั่งกาแฟร้อนมาให้สักแก้วก็คงจะดีกว่านะคะ ขอแบบเข้มน้ำตาลไม่ต้อง ครีมไม่ต้อง เพราะความหวานและมันดาวคงหาได้จากคุณ...ใช่ไหมคะ...เบน” ประกายดาววาจาร้ายกาจ หล่อนเห็นบาร์ของโรงแรมที่อยู่ไม่ห่างออกไป และท่าทางเขาเองตอนแรกก็คงตั้งใจจะพาเธอมานั่งที่นั้นก่อนที่ตอนนี้แววตาของเขาจะเปลี่ยนเป้าหมายเป็นห้องนอน จึงได้โอกาสออกปากสั่งเครื่องดื่มเพื่อปลีกตัวออกจากวงแขนอันเร่าร้อนของเขาไปในตัว

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha