ดอกเบี้ยพรหมจรรย์ (Nc20+)

โดย: สร้อยดอกรัก/Madamruby/พชร



ตอนที่ 2 : สาวน้อยดาริกา


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ตอนที่2

 

สาวน้อยดาริกา

 

กรุงเทพมหานครฯ

          สาวน้อยในชุดเสื้อยืดรัดรูปสวมทับด้วยเชิ้ตสั้นสีชมพูกางเกงยีนส์ นั่งมองตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องนอน ผมยาวสลวยสีดำขลับถูกรวบเป็นหางม้า ดวงหน้ารูปไข่ ปากบางได้รูปเม้มเข้าหากัน ดวงตากลมโตที่เคยทอประกายเจิดจ้าในยามปกติบัดนี้เอ่อคลอไปด้วยม่านน้ำ เธอฝืนยิ้มให้กับตัวเองพลางกระพริบตาถี่ๆ ขับไล่ความอ่อนแอที่กำลังกัดกินในหัวใจดวงน้อยๆ ของเธอ

            วันนี้เธอควรจะมีความสุขไม่ใช่หรือดาริกา มีความสุขเช่นเดียวกับเพื่อนๆ ในรั้วมหาวิทยาลัย เธอควรจะยิ้ม หัวเราะ รอบตัวเธอควรจะรายล้อมไปด้วยพ่อแม่พี่น้อง เพื่อนๆ ที่มาร่วมยินดีในวันสำเร็จการศึกษา ร่วมฉลองให้กับเธอ แต่รอบตัวเธอกับว่างเปล่าไร้เงาผู้คน หญิงสาวหันมองใบปริญญาซึ่งวางอยู่กับรูปชายหญิงคู่หนึ่ง คนในรูปยิ้มให้เธอเป็นยิ้มที่สร้างกำลังใจหล่อเลี้ยงให้หัวใจดวงน้อยๆ ในอกของเธอยังคงมีแรงกำลังเต้นตึกต่อไป

            เสร็จหรือยังยะ มัวโอ้เอ้อะไรอยู่ คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงรอหล่อนนานแล้วนะ

            เสียงห้วนๆ ของหญิงวัยกลางคนดังเข้ามาในห้อง กระตุ้นเตือนให้หญิงสาวกลับมาอยู่กับปัจจุบันอีกครั้ง

            ใกล้เสร็จแล้วค่ะป้าเจี๊ยบ ขอดาเก็บของอีกไม่เกินห้านาทีค่ะ

            หญิงสาวยกมือปาดน้ำตาออกลวกๆ ลุกขึ้นคว้ารูปคนสำคัญของเธอยัดลงในกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ เธอมองรอบๆ ห้องนอนสี่เหลี่ยมเล็กๆ ที่เธอใช้ซุกหัวนอนมาหลายปีอีกครั้ง  

            ห้องที่เธออาศัยพักพิงอยู่บริเวณปีกขวาด้านหลังคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ สถานที่ซึ่งเรียกกันติดปากของบรรดาชนชั้นต่ำสุดในคฤหาสน์หลังนี้ว่าเรือนขี้ข้า ผู้รับใช้ที่ต้องทำทุกอย่างที่เจ้านายสั่งแลกข้าวแลกน้ำและที่อาศัยซุกหัวนอน คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงผู้มีบุญคุณล้นหัว คนที่เธอควรจะเรียกว่าคุณลุงคุณป้าได้เต็มปากด้วยเจ้าของบ้านเป็นพี่ชายแท้ๆ ของบิดาเธอ คนที่เข้ามาดูแลจัดการทรัพย์สินให้กับเธอหลังจากผู้ให้กำเนิดทั้งสองเสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุอย่างไม่คาดฝัน

            คุณลุงคุณป้าที่มากด้วยความเมตตา ท่านทั้งสองย้ายเข้ามาในคฤหาสน์ที่เคยเป็นบ้านของเธอ เข้ามาดูแลเธอต่อจากผู้บังเกิดเกล้า ให้เธอลงมาอยู่เรือนคนรับใช้ โดยให้เธอเรียกพวกท่านซะใหม่ด้วยคำว่าคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง ไล่คนรับใช้เก่าแก่ออกจนหมด เมตตาชุบเลี้ยงเธอโดยให้ทำงานแลกข้าวน้ำและที่พักอาศัย

            คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงบอกเธอว่าก่อนบิดามารดาของเธอจะเสียชีวิตพวกท่านทำธุรกิจจนล้มละลายหมดเนื้อประดาตัว โชคดีที่ท่านทั้งสองยื่นมือเข้ามาช่วยประคับประคอง ไม่เช่นนั้นเธอคงต้องไปอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่อายุเจ็ดขวบและเธอมีหน้าที่ต้องทดแทนบุญคุณ

 

            เสียงหวูดรถไฟส่งสัญญาณดังเข้ามาในห้องโดยสารปนกับเสียงล้อเหล็กบดไปบนรางชวนรำคาญหู ภายนอกหน้าต่างของขบวนรถมืดสนิทนานๆ จะมีแสงไฟเล็ดลอดเข้ามาสักครั้งเมื่อรถแล่นผ่านบ้านเรือน เพื่อนร่วมทางของเธอส่วนใหญ่นอนหลับกันหมดแล้ว มีเพียงบางส่วนที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ บ้างก็เหม่อมองออกไปยังความมืดนอกตัวรถ มีทั้งคนไทยและต่างชาติที่มาด้วยกันเป็นกลุ่ม หญิงสาวนั่งติดหน้าต่างมีหญิงร่างท้วมหน้าตาไม่ค่อยเป็นมิตรนักนั่งติดกับเธอ ดีที่หล่อนนอนหลับตั้งแต่รถเคลื่อนตัวออกมีเพียงเสียงกรนใสๆ ดังขึ้นเป็นระยะ

            ดาริกาแกะห่อผ้าห่มที่ได้รับอภินันทนาการจากเจ้าหน้าที่หญิงหน้าบึ้งของการรถไฟแห่งประเทศไทยออกมาห่ม อากาศในห้องโดยสารเย็นจัด เย็นจนเธอสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ แต่นั่นอาจเป็นเพราะความกังวลถึงบุคคลที่เธอกำลังไปพบ สถานที่ซึ่งเธอต้องไปอยู่ งานที่รอเบื้องหน้าซึ่งทุกสิ่งล้วนแปลกจากการใช้ชีวิตปกติของหญิงสาวภาระกิจการใช้หนี้บุญคุณของเธอ

            คุณผู้หญิงและคุณผู้ชายผู้มีพระคุณล้นหัวไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับเธอมากนัก นอกจากประโยคที่พวกท่านชอบพูดกรอกหูจนหลับเธอยังละเมอออกมาเป็นคำพูดพวกนั้นได้ทุกถ้อยคำ

            ฉันเลี้ยงแกมาตั้งแต่พ่อแม่แกตาย แกต้องตอบแทนบุญคุณของฉันกับคุณผู้ชาย

            คุณนายวราภรณ์เปิดประโยคแรกอันคุ้นหู หญิงสาวได้แต่ก้มหน้าตอบรับคำเบาๆ

            ฉันจะให้คนขับรถไปส่งแกที่สถานีรถไฟ เมื่อไปถึงที่นั้นแกต้องทำตัวดีๆ อย่าสร้างความเดือดร้อนให้ฉันกับคุณผู้หญิงเด็ดขาด จำที่ฉันบอกได้ทุกอย่างใช่ไหม

            จำได้ค่ะคุณผู้ชายดาริกาเม้มปากก้มหน้ามองมือตัวเองที่วางประสานไว้บนตัก

            ไปอยู่ที่โน่นก็ทำตัวดีๆ พูดให้น้อยทำงานให้มาก อย่าได้ทำให้ฉันกับคุณผู้ชายต้องเดือดร้อนเป็นอันขาด อย่าลืมซะล่ะว่าที่แกมีกินมีใช้มีที่ซุกหัวนอนและได้ร่ำเรียนจนจบปริญญาอย่างทุกวันนี้เป็นเพราะใคร ถ้าแกทำความเดือดเนื้อร้อนใจให้ฉันกับคุณผู้ชายละก็ ฉันเอาแกตายแน่จำใส่หัวไว้”        

            คุณนายวราภรณ์พูดกำชับอีกครั้ง

            ดาไม่มีวันลืมหรอกค่ะว่าคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายมีบุญคุณกับดามากแค่ไหน

            แกคิดแบบนั้นได้จริงก็ดี เอออีกอย่าง ไปอยู่ที่โน่นแล้วแกไม่ต้องติดต่อกลับมาละ ถ้ามีอะไรฉันจะติดต่อไปเอง

            ค่ะคุณผู้หญิง

            ความอัดอั้นบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ในอกแปรเปลี่ยนเป็นหยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอ จนเธอไม่สามารถสะกดกลั้นได้อีกต่อไป

            ทำเป็นสำออยอะไรตอนนี้ ไปๆ เดี๋ยวก็ไม่ทันรถกันพอดี พิรี้พิไรอยู่ได้คุณนายวราภรณ์ชักสีหน้ารำคาญพร้อมกับโบกไม้โบกมือไล่

            ดากราบลาคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงค่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ

            หญิงสาวก้มลงกราบเท้าผู้มีพระคุณทั้งสอง

            ก่อนออกมาจากคฤหาสน์แห่งความทรงจำในวัยเด็กดาริกาน้ำตาไหลพราก เธอต้องจากสถานที่แห่งนี้ไปแล้วสินะ สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดเรื่องราวแห่งความสุขในวัยเยาว์ของเธอเอาไว้มากมาย ความทรงจำอันแสนสุขของเธอกับบิดามารดา

            ดาไปก่อนนะคะคุณพ่อคุณแม่

            หญิงสาวมองประตูทางเข้าคฤหาสน์เจริญไพศาลเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก้าวขึ้นรถของลุงสาธิตคนขับรถคนเก่าของบิดาเธอเมื่อครั้งท่านยังมีชีวิตอยู่

            ไปกันได้แล้วค่ะลุงสาธิต

            ดาริกายกมือปาดน้ำตาฝืนยิ้มให้กับชายสูงวัย

            ครับคุณหนู

            ความมืดและความโศกเศร้าที่กำลังจะจากบ้านที่เธออยู่มานับยี่สิบปีทำให้ดาริกาไม่ทันสังเกตความผิดปกติในน้ำเสียงของคนขับรถ

            ดูแลตัวเองดีดีนะครับคุณหนูดวงตาของชายสูงวัยเอ่อคลอ

            รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากคฤหาสน์เจริญไพศาลช้าๆ ภายในห้องโดยสารเงียบกริบไร้บทสนทนาใดๆ อีก หากแต่ในหัวใจของดาริกากับกำลังร่ำร้องปานจะขาดใจ

            เสียงกรนราวกับมีอะไรติดคอของเพื่อนร่วมทางดึงดาริกาออกจากภวังค์ความคิด หญิงสาวก้มมองนาฬิกาเรือนน้อยซึ่งครั้งหนึ่งมันเคยสวมอยู่บนข้อมือของมารดา เธอยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงให้พักระหว่างเดินทาง เวลาในตั๋วบอกว่าเธอจะถึงปลายทางในเวลาหกโมงเช้า

            ดาริกาฝืนหลับตาลงช้าๆ เธอต้องออมแรงเอาไว้ ไม่รู้ว่าปลายทางจะมีอะไรรออยู่บ้าง หากหญิงสาวก็เฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่าเธอจะสู้และฝ่าฟันมันไปให้ได้


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha