ดอกเบี้ยสวาท 18+ SM

โดย: อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี



ตอนที่ 9 : เผชิญหน้า


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


        ดวงใจได้แต่มองชายหนุ่มด้วยความสงสัย ปกติลูกชายบ้านนี้จะอ่อนโยน โดยเฉพาะกับผู้หญิงทั้งสองหนุ่มจะให้เกียรติและสุภาพมากเพราะหม่ามี้ของพวกเขาย้ำหนักย้ำหนามาตั้งแต่เด็กๆ แต่สายตาเหยียดหยามและน้ำเสียงแข็งกร้าวที่เธอได้ยินและได้เห็นมันคืออะไร แม่หนูคนนี้ไปทำอะไรให้คุณมิคกี้ของเธอต้องโมโหโกรธาขนาดนั้น

เธอยังจำได้ดีถึงความอ่อนหวาน น้ำเสียงอันแสนไพเราะของมารดาพวกคุณๆ ทั้งสองราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ไม่แปลกใจเลยที่คุณผู้ชายจะรักจนหมดหัวใจแต่เวลาอันแสนสุขก็ช่างสั้นเหลือเกิน

          มิคาเอลกินไปโมโหไปเขาก็ไม่รู้ว่าโมโหอะไรเหมือนกัน แค่เพียงเห็นหน้าหวานๆ ใสๆ ของยัยผู้หญิงคนนี้ก็หงุดหงิด เขาต้องการให้ยัยนี่อยู่ให้ห่างไกลเขาที่สุดแต่อีกใจกลับอยากเข้าไปชิดใกล้เพื่อจะสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนร่างแสนบอบบางของเธอ

          “ส้มกับแอปเปิ้ลเย็นฉ่ำค่ะ” ดวงใจหยิบผลไม้จัดใส่จานแล้วเอามาวาง ลูกชายบ้านนี้กินง่ายอยู่ง่าย เรียกว่าส่งอะไรให้กินก็กินไม่เคยเลือก นี่ก็เป็นอีกคำสอนดีๆ จากหม่ามี้ของพวกคุณๆ

          “โอ้โฮ วันนี้แกะซะยังกะในโรงแรมเขาทำเลยนะเนี่ยแถมส้มก็ไม่มีเยื่อเหลือสักนิด” มิคาเอลหยิบแอปเปิ้ลส่งเข้าปาก

          “ฝีมือหนูมะลิค่ะ” ดวงใจบอกแล้วยิ้มให้เด็กสาวอย่างอ่อนโยน

          “คราวหน้าไม่ต้องให้ยัยคนนี้หยิบจับของอะไรที่ผมจะกินอีกนะครับป้าดวง” มิคาเอลเขวี้ยงแอปเปิ้ลในมือลงจานแล้วลุกออกไป

          มะลิยืนตัวชามองการกระทำของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหนี้ของเธอด้วยความกลัวและตกใจ สายตาของเขายามที่มองเธอมีทั้งความรังเกียจ ชิงชัง ขยะแขยง เธอไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เขาจงเกลียดจงชังหนักหนา

          ถึงจำนวนเงินที่เป็นหนี้มันจะหลายล้านแต่เธอก็ไม่เคยคิดจะหนี เธอยินดีจะชดใช้คืนให้เขาครบทุกบาททุกสตางค์

          “มะลิป้าฝากเก็บสำรับหน่อยนะลูก” ดวงใจลูบหลังเด็กสาวที่ยืนตัวสั่น เธอต้องไปพูดกับคุณมิคกี้ให้รู้เรื่องว่านี่มันอะไรกัน

          “คุณมิคกี้ ขอป้าเข้าไปหน่อยค่ะ” ดวงใจเคาะประตูห้องของชายหนุ่ม

          เมื่อเดินเข้าไปก็พบกับใบหน้าของชายหนุ่มที่รู้สึกผิดและกังวล คิ้วเข้มๆ ผูกเข้าหันกัน ริมฝีปากเม้มแน่น

          “อธิบายให้ป้าดวงฟังทีเถอะค่ะว่ากิริยาเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไง”

          “คือ ผม” มิคาเอลหลบสายตาต่ำ เขารู้ตัวว่าแสดงมารยาทหยาบทรามออกไป

          “ถึงหนูมะลิเธอจะเป็นลูกหนี้แต่เธอก็ยังมีศักดิ์ศรีความเป็นคนอยู่นะคะ ป้าไม่คิดเลยว่ามิคกี้ของป้าจะทำกิริยาแบบนั้นกับเด็กสาวที่น่าสงสารได้ลงคอ”

          “ลำพังแค่พ่อแม่ผูกคอตายมันก็เลวร้ายพออยู่แล้ว ไหนยังจะต้องมาใช้หนี้เป็นสิบๆ ล้านที่ตัวเองไม่ได้ก่อเลยสักบาทอีก”

          “เธอไม่ได้ใสซื่อแบบที่ป้าดวงเห็นหรอกนะครับ” พอพูดถึงตรงนี้มิคาเอลก็เดือดขึ้นมาอีก

          “คุณมิคกี้ หนูมะลิเธออาจจะไม่ได้ใสซื่อแต่เธอก็ไม่ได้เลวร้ายแน่นอน”

          “ถ้าคุณมิคกี้เป็นสุภาพบุรุษแบบที่หม่ามี้ของคุณพร่ำบอกใครๆ รู้ใช่ไหมคะว่าต้องทำยังไง” ดวงใจพูดจบก็เดินออกไป ทิ้งให้ชายหนุ่มร่างโตโมโหหนักยิ่งกว่าเดิมไว้ในห้องคนเดียว

          “แม่งเอ๊ย” มิคาเอลเขวี้ยงปากกาในมือลงที่นอน

          หนูมะลิกำลังเช็ดจานชามเก็บเข้าที่ตอนเธอเดินกลับลงมา ดวงตาของเด็กสาวบวมช้ำและตัวก็ยังคงสั่นไม่หาย

          “มะลิ หนูไปนั่งเถอะป้าเก็บให้เอง” ดวงใจเข้าไปหยิบผ้าเช็ดจานออกจากมือเล็กๆ อย่างนุ่มนวล มะลิทรุดตัวนั่งที่เก้าอี้ด้วยความปวดร้าวใจ

          “ขอป้าถามอะไรหนูได้ไหมมะลิ” หลังเก็บจานชามเข้าที่เรียบร้อย ดวงใจก็มานั่งข้างๆ เด็กสาว

          “ได้ค่ะป้า”

          “หนูเคยเจอคุณมิคกี้มาก่อนไหม”

          “ไม่เคยค่ะแต่เขาบอกว่าเคยเจอหนูมาก่อน เขาต้องจำคนผิดแน่ๆ ค่ะป้า เขาหาว่าหนูขายตัวแลกกับกระเป๋าใบนึง” พูดจบมะลิก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง

          ดวงใจได้แต่กอดเด็กสาวไว้เรื่องราวมันช่างลึกลับซับซ้อนเหลือเกิน เธอไม่เคยเห็นคุณมิคกี้แข็งกร้าวและดุดันแบบนี้มาก่อนและชายหนุ่มก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลด้วยแต่เธอก็ทำใจให้เชื่อไม่ได้เลยว่าเด็กสาวที่อยู่ในอ้อมกอดของเธอตอนนี้จะทำอะไรต่ำๆ แบบนั้น เมื่อร่างเล็กๆ เบาการสะอื้นลงเธอก็ปล่อยให้เด็กสาวไปล้างหน้าล้างตา

          “หนูมะลิไปเก็บผ้าเช็ดจานมาพับให้เรียบร้อยนะลูก ป้าขอไปดูในสวนสักหน่อย”

มิคาเอลหยิบมือถือออกมาเพื่อเช็กอีเมลแต่นิ้วใหญ่ๆ ของเขาก็รูดผ่านตัวอักษรอิเล็กทรอนิกส์ไปๆ มาๆ โดยไม่ได้รับรู้อะไรกับมันเลย ในหัวมีแต่ใบหน้าของยัยผู้หญิงคนนั้นวนเวียนเต็มไปหมด ก่อนจะเดินออกมาเขาเห็นว่ายัยนั่นตัวสั่นและตาแดงก่ำอย่างน่าเวทนา

          หลังจากนั่งจ้องอีเมลกว่าครึ่งชั่วโมงโดยไม่ได้อ่านสักคำมิคาเอลก็ยอมแพ้ เขาเปิดประตูเดินลงไปที่เดิม

          “ป้าดวงไปไหน” เสียงแข็งๆ ถามขึ้นมา

          “ไปในสวนค่ะ” มะลิตอบโดยไม่ยอมสบตาชายหนุ่ม

          “ผมขอโทษที่เสียงดัง” มิคาเอลพยายามใช้น้ำเสียงให้นุ่มนวลที่สุดแต่มันก็ไม่ได้ให้ผลที่น่าพอใจเลย ร่างบางๆ ของยัยนั่นเริ่มสั่นนิดๆ อีกแล้ว

          “ไม่เป็นไรค่ะ” มะลิตอบเพราะถ้าเธอไม่ตอบ เขาอาจจะโมโหขึ้นมาอีกก็ได้

           “ผมอยากกินแอปเปิ้ล” มิคาเอลสั่งห้วนๆ แล้วไปนั่งรอ ไม่กี่อึดใจมืออันสั่นเทาพอๆ กับตัวก็วางจานแอปเปิ้ลที่สลักไว้อย่างสวยงามลงบนโต๊ะ

          “จะไปไหน มานั่งนี่” มิคาเอลสั่งเสียงแข็งอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะเดินออกไป มะลิเดินกลับมาและนั่งลงอย่างว่าง่าย

          เธอก้มหน้านิ่งแล้วน้ำตาหยดเล็กๆ ก็หยดแหมะลงบนมือเธอบีบมันไว้แน่นเพื่อไม่ให้มันสั่น

          มิคาเอลไม่รู้จะทำยังไง เขาเกลียดหน้าผู้หญิงคนนี้พอๆ กับที่เกลียดตัวเอง ทำไมเขาต้องมีความรู้สึกสองขั้วกับเธอด้วย ใจนึงเขาสงสารแต่อีกใจกลับขยะแขยง เสียงครวญครางของเธอคืนนั้นยังติดอยู่ในหู ภาพที่เธอแหวกของสงวนตัวเองมันยังติดตาอยู่ตลอดแล้วนี่มันอะไรกับอาการหวาดกลัวเจ้าน้ำตา ทำไมเธอต้องตีสองหน้าทำเป็นคนสองบุคลิกแบบนี้

         

          


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha