ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 3 : Chapter 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Chapter 2 คนในอดีต

 


“พร้อมหรือยังมายด์ เร็วเข้าสิเดี๋ยวก็สายหรอก”

เสียงเร่งเร้าจากด้านนอกห้องแต่งตัวทำให้คนที่ยืนมองกระจกบานสูงตรงหน้ามองสบตาตนเองในกระจกเงาอย่างไม่พอใจนัก หมุนซ้ายหมุนขวาอีกหลายครั้งทั้งที่ทำมาแล้วก่อนหน้านี้ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอีกระลอก

“เสร็จแล้วๆ จ้า เฮ้อ...ษานะษา ไม่น่าทำกันแบบนี้เลย” เมธินีในวัย 24 ปี ยืนบ่นกระปอดกระแปดอยู่หน้ากระจก มองอย่างไรก็ขัดตาขัดความรู้สึกตนเองพิกล ชุดแต่งกายที่ไม่คุ้นตานักทำให้ความมั่นใจหายไปเกือบครึ่งแต่เธอก็จำต้องรับมันมาสวมใส่เมื่อเพื่อนรักบอกว่าเตรียมชุดเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

“เอาน่ามายด์ ท่องไว้ๆ เพื่อกลุ่ม เพื่อชมรม เพื่อน้องๆ ในชมรม และเพื่ออุดมการณ์อันแรงกล้า ก่อนที่เราจะออกไปจากมหาลัย และอาจจะต้องทิ้งอุดมการณ์แสนรักเอาไว้เบื้องหลังเมื่อก้าวสู่โลกแห่งความจริงภายนอก ตอนนี้ยังมีโอกาส ยังมีเวลา สู้ๆ เข้าไว้เพื่อนรัก” มาริษา ผดุงจักร เพื่อนรักที่อายุอ่อนกว่าเมธินีหนึ่งปี ส่งเสียงให้กำลังใจมาจากภายนอก 

“น่านะ อย่าคิดมากเลย เสร็จแล้วก็ออกมาเร็วๆ สิ ษาจะช่วยดูให้ว่าเรียบร้อยดีแล้วหรือเปล่า” มาริษาส่งเสียงเรียกอีกระลอก ไม่นานเกินรอเพื่อนรักที่แปลงร่างจากนักศึกษาปีสุดท้ายกลายเป็นสาวสวยสะพรั่งจนคนตรงหน้าตะลึงไปชั่วขณะ

สาวสวยในชุดกระโปรงหนังสีดำทรงฟิตเปรียะ สวมเสื้อผ้าซีฟองคอวีลายดอกไม้เล็กๆ หลากหลายดอกสีหวาน เข้าชุดกับเสื้อสูทแบบผู้หญิงสีเดียวกันกับกระโปรง ผมดำยาวสลวยถูกรวบเอาไว้ด้านหลังอย่างเป็นระเบียบ มีริบบิ้นสีน้ำเงินผูกประดับให้ดูอ่อนกว่าวัยและเสริมความน่ารักให้เพิ่มขึ้นไปอีก

“จุ๊ๆ เพื่อนฉันสวยขนาดนี้เชียวหรือ เมธินี วงศ์พิรุณที่เอาแต่แต่งตัวจืดชืดได้กลายเป็นสาวเต็มตัวแล้วนะจ๊ะ โอ้ว...จูเลียตของโรมิโอ มามะขอกอดให้ชื่นใจหน่อย” มาริษาจุ๊ปากชื่นชมจริงจังพลางเย้าหยอกในตอนท้ายของประโยค มองเพื่อนสาวตรงหน้าตาเป็นประกาย สองมือจับไหล่บางหมุนซ้ายขวาหากแต่คนตรงหน้ากลับส่งค้อนวงใหญ่มาให้

“ชุดอะไรของษาก็ไม่รู้ แน่นจนเดินแทบไม่ได้ ไหนจะรองเท้าอีก นั่นก็ส้นสูงปรี๊ดจนไม่รู้ว่าจะเดินไหวอย่างไร ไม่รู้ว่าวันนี้มายด์จะฝ่าอุปสรรคพวกนี้ไปไหวหรือเปล่า” เจ้าของวงหน้ารูปไข่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองไปยังรองเท้าส้นสูงที่เพื่อนรักจัดหามาให้พลางถอนหายใจอย่างคิดไม่ตก

“ก็ชุดทำงานนี่แหละ เป็นเลขาชั่วคราวไม่ต้องคิดอะไรมากหรอกน่า จะให้ใส่ชุดนักศึกษาไปก็ยังไงๆ อยู่...นี่ล่ะ ดีแล้ว ชุดที่ฉันจัดให้นี่ล่ะ ไม่ต้องซื้อให้สิ้นเปลืองไง เอาน่าเจ้าหญิงของชมรม แปลงร่างเป็นนางซินตกยากไม่นานหรอกนะจ๊ะ” หญิงสาวให้กำลังใจเพื่อนรัก ใช้นิ้วชี้จิ้มมุมแก้มเพื่อนรักเหมือนจะช่วยฉีกยิ้มให้กว้างขึ้นแต่ก็ยังเรียกรอยยิ้มหวานหยดอย่างเมื่อวานไม่ได้อยู่ดี

“เอาล่ะๆ เราไปกันได้แล้วนะ เดี๋ยวรถติดขึ้นมาแล้วเจ้านายจะว่าเอาได้รู้ไหมจ๊ะคุณเมธินี” มาริษายิ้มแฉ่งเต็มหน้า บอกเพื่อนพลางตบไหล่ให้กำลังใจแต่กระนั้นเพื่อนรักก็ปั้นหน้ายิ้มยากอยู่ดี

นอกจากเครื่องแต่งกายที่ไม่เป็นตัวของตัวเองแล้ว เมธินียังรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะนัก ราวกับว่าในนั้นมีกลองศึกชุดใหญ่ตีรัวจนหายใจลำบาก อาจเป็นเพราะเมื่อคืนนอนดึกและต้องตื่นตั้งแต่เช้าตรู่กระมัง ถึงได้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงในชีวิตแบบนี้

คนคิดหนักถอนหายใจอีกครั้ง หลังจากสวมรองเท้าส้นสูงเสร็จเรียบร้อย เดินตามหลังเพื่อนร่วมห้องที่ร่วมอุดมการณ์เดียวกันออกไปสู่โลกแห่งความจริง   

 

 ตึกใหญ่ บริษัท KNR Organize ในช่วงเช้าตรู่ก่อนเวลาทำงาน มีสองร่างที่เพิ่งหลุดจากลานจอดรถเข้าไปยังลิฟท์ของบริษัท ตรงดิ่งไปยังชั้นบนสุดโดยไม่มีใครพูดอะไรก่อนจะถูกทำลายความเงียบนั้นด้วยเสียงเร่งเร้าของหญิงสาวที่เดินนำอยู่ด้านหน้า

“เร็วเข้าสิคะกาย มาทางนี้สิคะ เกรซมีอะไรจะบอกคุณ” เสียงหวานหยดเร่งเร้าชายร่างสูงในชุดสูทสีสว่างให้เดินตามเข้าในห้องทำงานของท่านประธานบริษัท

ยามเช้าที่พนักงานยังไม่เข้ามานั่งประจำที่โต๊ะทำงานเพราะส่วนใหญ่จะรวมตัวกันที่ห้องทานอาหารหรือไม่ก็จะเป็นห้องพักรับรองที่จัดเอาไว้สำหรับผ่อนคลายและสร้างสรรค์ไอเดียร์สำหรับการทำงาน ทำให้ทั้งห้องเป็นโลกกว้างของเธอและเขาเพียงสองคน เกรซ กัญญารักษ์ รัตนรักษ์ จึงรู้สึกโล่งใจเป็นที่สุด

ไม่ว่ากี่ปีเขาก็ยังสงวนท่าทีจนเธอรุกได้ไม่ถึงไหน ครั้งนี้เธอจะทำให้มันพัฒนามากขึ้นให้จงได้

นางแบบที่โด่งดังแถวหน้าของเมืองไทยกรีดกรายเดินนำอยู่ด้านหน้าด้วยชุดสีเพลิงรัดรูปเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งที่อวบอิ่มไปทั้งตัว เรียกสายตาส่องประกายอ่านยากจากคนที่กำลังก้าวตาม

“มีอะไรหรือครับเกรซ มาหาผมแต่เช้าตรู่แบบนี้” รู้อยู่เต็มอกแต่ยังแกล้งถาม ยินยอมให้หญิงสาวตรงหน้ารั้งปลายเนคไทพร้อมส่งประกายตาวิบวับมาให้

“ก็เกรซรู้นะสิคะว่าเมื่อคืนคุณนอนที่ออฟฟิศอีกตามเคย เกรซถึงได้มาหาคุณแต่เช้า...ถึงที่นี่ ขอบคุณนะคะที่อุตส่าห์ลงไปรับ” เสียงหวานตอบกลับไม่แพ้รอยยิ้มหวานหยดที่เจือความขอบคุณคำโตส่งให้ชายหนุ่ม

กัญญารักษ์เปิดประตูเข้าไปในห้องที่มีป้ายระบุตำแหน่งของคนที่กำลังเดินตาม เห็นโซฟาสีสว่างวางอยู่ไม่ไกลจากกำแพงกรุกระจกบานใหญ่ ประดับด้วยกระถางต้นไม้สีเขียวสบายตา เลยไปอีกเป็นโต๊ะทำงานของท่านประธานบริษัทที่กำลังส่องประกายมันวับของสีมะฮอกกานี

หญิงสาวหรี่ตาใช้ความคิดก่อนจะเดินตรงไปที่โซฟาตัวใหญ่ รั้งคอแกร่งของชายหนุ่มตรงหน้า มองสบด้วยแววตาที่ส่องประกายไม่ต่างกัน ร่างสองร่างแนบชิดจากการบดเบียดอย่างจงใจของกัญญารักษ์ อยากจะผลักให้เขาล้มลงไปกองอยู่บนโซฟานั่นนัก แต่ก็ได้แค่คิด...

ร่างสูงหกฟุตกว่ายืนตัวตรงพิงพนักด้านหลังของโซฟาตัวใหญ่นิ่ง ปล่อยให้หญิงสาวสวยกอดพลางบดเบียดร่างกายเข้าหาอย่างไม่คิดจะถอยหนี มองสบตาที่สื่อความหมายก่อนจะถูกฉกจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว

“ฮึฮึ จูบผมแบบนี้ไม่กลัวว่าปาปารัซซี่จะมาเห็นเข้าหรือครับ” คนถูกจูบยิ้มพอใจ มองด้วยประกายตาท้าทายให้กับจูบแบบเด็กๆ ที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหล่อนต้องการมากกว่าแค่สัมผัสแผ่วเบาอย่างเมื่อครู่

“แหม...ในห้องทำงานของคุณจะมีปาปารัซซี่ตามมาทำข่าวด้วยหรือคะ ถ้ามีถึงขนาดนั้นก็ให้มันรู้ไปสิคะ เกรซไม่กลัวหรอก” คนไม่กลัวส่งประกายตาท้าทาย สองมือรั้งรอบคอสากหวังอยากให้เขาโน้มต่ำลงมาหา หากแต่คนตัวใหญ่ยังยืนตัวตรงแน่วนิ่งไม่เปลี่ยน “คิดถึงคุณจังเลยค่ะ ช่วงนี้งานยุ่งจนไม่มีเวลาปลีกตัวมาเจอกันเลย คุณเองก็งานยุ่งเหลือเกิน บริษัทก็ใหญ่โต ธุรกิจก็เจริญเติบโตขนาดนี้แล้ว เมื่อไหร่จะให้เวลาเกรซบ้างล่ะคะ” กัญญารักษ์ซบหน้ากับแผงอกกว้างก่อนจะถอยห่างมาส่งตาออดอ้อน สองมือที่โอบร่างชายหนุ่มเอาไว้เต็มรักคลายออกมาจับแก้มชายหนุ่มเล่น

“นี่ไงล่ะครับ เรากำลังมีช่วงเวลาด้วยกัน แต่ถ้ามากกว่านี้คงต้องรอไปก่อนนะครับ ช่วงต้นปีมีโปรเจ็คใหญ่หลายตัวที่ต้องลงไปคุมเข้มด้วยตัวเองหลายงานทีเดียว เอาอย่างนี้สิครับ พักร้อนเมื่อไหร่เราไปเที่ยวทะเลด้วยกันดีไหม” เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยอารมณ์ดี ส่งยิ้มทรงเสน่ห์ที่ซ่อนแววตาอ่านยากล้ำลึกเอาไว้ และเขารู้ตัวดีว่าสายตาเช่นนี้นี่ล่ะที่ตรึงหญิงสาวมากมายเอาไว้ตรงหน้า

เกียรติประกายยังวางมาดนิ่ง เขาไม่อยากตัดไมตรีที่หล่อนหยิบยื่นมาให้ หากแต่จะรับเอาไว้ในหัวใจก็ยากจะฝืนความรู้สึก ส่วนลึกตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีเงาของใครบางคนทับซ้อนภาพผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตจนมีอันต้องเลิกรากันไปหลายคน นอกจากตำแหน่งนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงแล้ว เขาจึงพ่วงสมญานักธุรกิจที่เนื้อหอมในอันดับต้นๆ ของเมืองไทยด้วยอีกหนึ่งตำแหน่ง

“น่ารักที่สุดเลยค่ะกาย” ไม่พูดเปล่า นางแบบสาวสวยมอบจุมพิตบนปากสีแดงให้เป็นรางวัล

คนถูกจูบตอบรับอย่างไม่ขัดศรัทธา กัญญารักษ์ส่งเสียงครางเสียงสะท้านด้วยความสุขสม ตาสวยหลับพริ้มเผยอกลีบปากรับสัมผัสหวามมาเติมเต็มความโหยหา ลมหายใจร้อนรดรินริมแก้มสวยที่มีประกายวิบวับของเครื่องสำอาง

“ว้าย! ตาเถร!” เสียงร้องดังลั่นด้วยความตกใจ มาพร้อมกับบานประตูที่เปิดต้อนรับร่างบอบบางของใครบางคนที่กำลังยืนหันหลังมาให้และใช้สองมือปิดหน้าปิดตาราวกับกลัวจะมองเห็นภาพอุจาดตาอย่างเมื่อครู่อีกหน

เกียรติประกายผละจากกลีบปากสวยของนางแบบสาวราวกับเป็นของร้อน ในขณะที่กัญญารักษ์เกลือกตามองไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด มือเรียวที่คล้องคอชายหนุ่มเอาไว้เลื่อนมาโอบรอบวงแขนแกร่งอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ จิกตาลงไปบนแผ่นหลังของคนที่ยังไม่ยอมหลบฉากไปเสียที

“มีอะไร” เสียงทุ้มถามเคร่งขรึม ไม่นึกติดใจกับการถูกจัดบรรยากาศสักนิด หากแต่รูปร่างและการแต่งกายที่ไม่คุ้นตาทำให้เขานึกสงสัยครามครัน “คุณชื่ออะไร ทำตำแหน่งไหน ทำไมผมไม่เคยเห็น” เกียรติประกายเพ่งมองรอคำตอบ หากแต่หญิงสาวในชุดกระโปรงหนังสีดำรัดรูปให้เห็นสะโพกกลมกลึงสวยสะดุดตายังไม่ยอมหันหน้ามาพูดคุยกับเขาดีๆ

“ขอตัวสักครู่นะครับ” ชายหนุ่มหันไปบอกเจ้าของวงแขนหนวดปลาหมึกพลางรั้งแขนตนเองออกมาก่อนจะเดินตรงไปหาคนที่เขาไม่คุ้นตาแต่กลับคุ้นเคยในความรู้สึก

“นี่คุณ ผมถามว่าชื่ออะไร ทำตำแหน่งไหน ทำไมผมไม่เคยเห็น” เสียงถามเข้มขึ้นเป็นลำดับแต่กระนั้นหญิงสาวตรงหน้าก็ยังไม่หันมาตอบคำถาม คนที่ไม่เคยถูกขัดใจจึงถือวิสาสะรั้งไหล่นุ่มให้หันมาเผชิญหน้า ตั้งท่าจะย้ำคำถามเดิมอีกครั้ง หากแต่ภาพของคนในอดีตลอยผุดขึ้นมาพร้อมชื่อที่ตราตรึงในหัวใจ...น้องมายด์...

“เธอ” เสียงทุ้มต่ำในลำคอขานเรียกคนตรงหน้าเหมือนไม่ได้ตั้งใจ สองแขนทิ้งลงข้างตัวอย่างเผลอไผล หัวใจแกร่งกระตุกวูบ เพ่งมองเจ้าของเงาเลือนรางในความรู้สึกที่ค่อยๆ ฉายชัดตรงหน้า

เด็กสาวที่ประทับจุมพิตแบบไม่ได้ตั้งใจแต่ประทับอยู่ในความทรงจำไม่รู้ลืม...

เมธินีปั้นหน้าเหมือนคนกำลังจะร้องไห้ มองสบตาชายหนุ่มด้วยแววตื่นตระหนก  ฟันสีขาวกัดกลีบปากตนเองแน่นด้วยต้องการระงับเสียงกลองรัวที่ยังดังก้องอยู่ภายใน โดยหารู้ไม่ว่ามันเชิญชวนให้สายตาคู่คมเหลือบมองด้วยประกายตาวาววับ 

“ขอโทษค่ะ คือมายด์ เอ๊ย เอ่อ ดิฉันคิดว่าไม่มีคนอยู่” หญิงสาวละล่ำละลักขอโทษอย่างจริงใจ เธอไม่น่าเข้ามาขัดจังหวะหญิงชายคู่นี้เลย ดูสิ หน้าดุพอกันทั้งสองคน

เมธินีมาถึงก่อนเวลางานเกือบครึ่งชั่วโมง จึงมีเวลาถามไถ่พนักงานถึงที่ทำงานของตนเอง เมื่อทราบว่าอยู่ในห้องท่านประธานกรรมการจึงถือวิสาสะมาดูความเรียบร้อยเสียก่อน โดยไม่ทันได้คิดว่าจะมีใครมาทำอะไรอยู่ภายในห้องทำงานแห่งนี้ แต่ผิดคาด...

“มีธุระอะไร” คนดีใจปั้นหน้านิ่ง หล่อนจำเขาไม่ได้ เด็กสาวคนนั้นลืมเขาไปหมดหัวใจแล้วสินะ...แล้วทำไมเขาต้องแคร์

“คือมายด์ เอ่อ ดิฉันมาดูโต๊ะทำงานน่ะค่ะ คือ พอดีพี่ที่ห้องรับรองบอกว่าอยู่ที่นี่ก็เลย...คือ ไม่คิดว่าจะมีคนอยู่ในห้องจริงๆ ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะ” เมธินีพยายามอธิบาย ก่อนจะเอ่ยปากขอโทษคำโตอีกครั้ง สองเท้ารีบรั้งตัวเองให้พ้นจากพื้นที่อันตราย คว้าที่จับประตูได้ก็รีบเผ่นหนีออกไปด้วยความเร็วทะลุทุกสถิติที่เคยทำมาเลยทีเดียว

เกียรติประกายมองตามแล้วนึกขำ ไม่เจอกันหลายปีเด็กสาวสวยสดใสกลายเป็นสาวงามสะพรั่ง จะเสียก็แต่เรื่องการแต่งกายที่แปลกตาไป วันนั้นหล่อนสวมใส่เสื้อผ้าแบบสบายเป็นธรรมชาติน่ามอง แต่วันนี้เปรี้ยวเข็ดฟันจนอยากจะ...

“ใครหรือคะกาย เกรซไม่เคยเห็นมาก่อน” เสียงเรียกจากคนที่ก้าวมายืนซ้อนด้านหลังทำให้คนที่อยู่ในภวังค์สะอึกไปนิด

“คงจะ...เป็นเพื่อนน้องแป้งน่ะครับ เพิ่งจะมาทำงานวันนี้เป็นวันแรก” ชายหนุ่มหันมาสบตาก่อนจะโน้มลงไปหาพวงแก้มสีชมพูสวยทั้งที่ไม่เคยทำกิริยาอย่างนี้มาก่อน

“นี่ก็ใกล้จะได้เวลาทำงานแล้ว...อีกอย่างวันนี้คงมีเรื่องวุ่นๆ ทั้งวัน เกรซกลับไปก่อนนะครับ เอาไว้ผมจะแก้ตัวด้วยดินเนอร์มื้อค่ำคืนนี้ดีไหมครับ เลี้ยงส่งก่อนเกรซไปเดินแบบที่มิลานด้วยไงล่ะ ดีไหมครับ” เกียรติประกายต่อรอง เวลานี้มีแผนงานในใจมีบางอย่างที่ต้องปรับเปลี่ยน โดยเฉพาะเลขาฝึกหัดที่ตั้งใจว่าจะส่งให้คุณทวีปสอนงานให้ สงสัยเขาจะต้องเจียดเวลาดูแลเองเสียแล้ว... 

“ได้สิคะ ถ้าอย่างนั้นเกรซขอตัวก่อนนะคะ ไม่อยู่กวนกายในเวลางานแล้วล่ะค่ะ” คนพูดใส่จริตเอียงอาย หากแต่หัวใจแช่มชื่นยิ่งนัก วันนี้กายหวานน่ารักกว่าทุกครั้ง

ปลายจมูกโด่งเป็นสันกดลงไปบนพวงแก้มนางแบบหนึ่งครั้งก่อนจะผละมาส่งยิ้มให้เต็มหน้า กัญญารักษ์ทั้งเขินทั้งดีใจ ร้อยวันพันปีเกียรติประกายไม่เคยหอมแก้มหรือทำอะไรพิเศษแบบนี้ จะมีก็แค่จับมือถือแขนหรือไม่ก็ยืนนิ่งปล่อยให้เธอเป็นฝ่ายกระทำเสียมากกว่า

คนหนึ่งแสนยินดีจนหัวใจพองโตคับอก อีกคนยิ้มร่าหากแต่ภายในกลับวูบไหวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หอมแก้มคนนี้แต่กลับคิดถึงคนที่เพิ่งหนีออกจากห้องไปเสียนี่ เกียรติประกายนึกตำหนิตนเองอยู่ในใจ มันไม่ยุติธรรมนักหากเกรซจะเป็นแค่ตัวแทนของเงาใครบางคน...บางทีอาจจะไม่มีเงานั้นอีกแล้วก็เป็นได้ หากเขาจัดการทำให้เจ้าของเงานั้นกลายมามีตัวตนในหัวใจเขาจริงๆ

“ไปครับ ผมเดินไปส่ง” เกียรติประกายเดินนำกัญญารักษ์ออกมาจากห้องทำงาน เดินผ่านแผนกต่างๆ แต่ก็มองไม่เห็นว่าคนที่หนีออกมาจากห้องทำงานเขาเมื่อครู่จะอยู่ให้เห็น หล่อนหายไปไหน

กระทั่งส่งเพื่อนสาวคนสวยเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเดินกลับเข้าห้องมาอีกครั้ง ครานี้คนที่เขาเฝ้ามองหามานั่งแหมะประจำโต๊ะทำงานที่สั่งการให้คุณทวีปจัดมาวางเอาไว้ถึงในห้อง ประการแรกคืออยากช่วยสอนงานให้เพื่อนน้องสาว ประการที่สองคืออยากรู้ว่าเพื่อนคนเก่งที่เปรมศินีการันตีความสามารถเอาไว้นั้นเก่งจริงสักแค่ไหน แต่เมื่อได้รู้ว่าหล่อนคือน้องมายด์ที่เขาเคยช่วยเอาไว้และเป็นเจ้าของจูบที่เขาติดใจจนถึงทุกวันนี้ก็ยิ่งเป็นผลพลอยได้ที่เขาพอใจยิ่งนัก

บานประตูห้องทำงานที่เปิดกว้างทำให้เมธินีที่นั่งอยู่ติดกับทางเข้าเหลือบมองจะจ้องชายหนุ่มตาค้างกระทั่งเขาเดินไปหย่อนกายลงนั่งที่โต๊ะประจำตำแหน่ง เกียรติประกายเหลือบมองแล้วนึกสงสัย หล่อนเป็นอะไรหรือจำเขาได้แล้วอย่างนั้นหรือ

“น้องมายด์...น้องมายด์ นี่! คุณ!” ท่านประธานเรียกขาน แต่เจ้าของชื่อกลับค้างเติ่งเป็นหุ่นรูปปั้น เขาจึงเปลี่ยนสรรพนามพร้อมดีดนิ้วส่งสัญญาณ ปลุกให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์สะดุ้งโหยง

“ขะ คะ ขอโทษค่ะ” เมธินียังตกตะลึง ภาพที่เห็นสองหนุ่มสาวยืนกอดจูบกันอยู่ตรงหน้ายังฉายชัดจนคนไม่เคยต้องมือชายค้างนิ่งอย่างช่วยไม่ได้ กระทั่งได้สติจึงพลั้งปากเอ่ยคำขอโทษไปให้เขาอีกครั้งอย่างไม่ตั้งใจนัก


“พูดเป็นแต่คำว่า ขอโทษ หรือไงกัน ตั้งแต่เจอหน้ากันคุณพูดคำว่าขอโทษกี่ครั้งแล้วจำได้หรือเปล่า” คนหน้าดุก่นเสียงกดต่ำ เพ่งมองด้วยแววตาวับวาวที่อ่านยาก ส่วนลึกอยากเหมาคำว่าขอโทษที่หล่อนเอ่ยปากบอกเขาเมื่อครั้งอดีตรวมเข้าไปด้วย

“จำไม่ได้ค่ะ ขอโทษค่ะที่เอาแต่พูดคำว่าขอโทษ เอ่อ...คือ” เมธินีจ้องตาขอโทษอย่างจริงใจก่อนจะนึกได้ว่าเธอเอ่ยคำซ้ำซากนี้อีกแล้ว “ดิฉันพร้อมเริ่มงานแล้วค่ะเจ้านาย” คนขยันจึงเปลี่ยนเรื่องหมายจะเปลี่ยนบรรยากาศ ยิ่งเห็นเขาจ้องเอาจ้องเอา เธอก็ไม่วายเห็นภาพเขายืนจูบแฟนอย่างเมื่อครู่อยู่ร่ำไป

“เรียกแทนตัวเองว่าน้องมายด์ก็ได้นะ” นัยน์ตาสีนิลกาฬอ่อนแสงลงเล็กน้อย

“ได้ค่ะ เอ๊ะ เจ้านายรู้จักชื่อมายด์ด้วยหรือคะ” เลขาคนใหม่ไม่วายสงสัย เธอไม่เคยเอ่ยปากบอกเสียหน่อยว่าชื่อมายด์ ทำไมเขาเรียกน้องมายด์สนิทปากเสียอย่างนั้น

“ก็เมื่อครู่คุณเรียกแทนตัวเองว่ามายด์เสียหลายคำ เป็นใครก็คงเดาได้หรอกว่าชื่อมายด์ แล้วก็ให้คุณเรียกผมว่าคุณกายนะ ไม่ต้องเรียกว่าเจ้านายหรอก เพราะเราคงเป็นเจ้านายกับลูกน้องไม่นานเท่าไหร่ จริงไหม” คนสั่งเสียงเด็ดขาด ฉายแววจอมเผด็จการให้ได้เห็น 

“เงินสนับสนุนค่ายอาสาอะไรนั่นผมสั่งให้คุณทวีปจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะ ป่านนี้เหรัญญิกของชมรมคุณคงได้รับเรียบร้อยแล้วล่ะ ส่วนคุณก็ทำงานให้คุ้มค่ากับเงินที่มีค่าของผมด้วยก็แล้วกัน” คนเผด็จการขี้งกไม่ใช่เล่น

“เจ้าค่ะ” รับคำอย่างนึกหมั่นไส้แต่ความดีใจท่วมท้นไม่น้อย

“เอาล่ะ ตอนนี้ก็ศึกษาเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นก่อนก็แล้วกัน มีอะไรสงสัยก็ถามมาจะตอบให้”

เมธินีพยักหน้ารับ มองเจ้านายป้ายแดงที่ชอบเบ่ง เป็นจอมเผด็จการสมแล้วที่คุณกายเป็นประธานของบริษัทใหญ่โตขนาดนี้ เสียอย่างเดียวที่เธอมาเห็นตอนเขากำลังจู๋จี๋กับแฟน ภาพหนุ่มหื่นติดตาจนยากจะลบให้เลือนหายเสียแล้ว อีกทั้งแววตาที่มองมาแต่ละครั้งมันส่อแววไม่น่าไว้ใจอย่างไรพิกล เหมือนเสือจ้องตะครุบเหยื่อมากกว่าเจ้านายกับลูกน้องจะเสวนาพาทีเสียมากกว่า

 

ารทำงานในสัปดาห์แรกผ่านไปอย่างเรียบร้อยโดยมีคุณทวีปช่วยเหลือและสอนงานหลายอย่าง แม้จะซ่อนความอึมครึมเอาไว้ไม่น้อยเพราะเจ้านายกับเลขาใหม่พูดกันน้อยเกินกว่าที่ควรจะเป็น แต่กระนั้นเกียรติประกายยอมรับเต็มปากเต็มคำว่าเมธินีเรียนรู้งานได้เร็วกว่าที่คิด หล่อนดูคล่องตัวสมกับที่เปรมศินีการันตีความสามารถ

ความพอใจผุดขึ้นมาเป็นระลอก เกียรติประกายลอบมองใบหน้าสวยหวานหลายครั้ง หากแต่สายตาคมแกร่งหรี่มองกระโปรงรัดรูปพลางคิดตีความเอาเองว่ากระโปรงสีดำตัวนี้อวดสะโพกงามงอนนั้นมันเชิญชวนให้อยากทำมากกว่าแค่การมอง

ความไม่พอใจผุดขึ้นมาเป็นริ้วๆ เมื่อช่วงพักกลางวันเขาได้เดินผ่านห้องอาหารสำหรับพนักงาน และได้เห็นพนักงานชายสองสามคนเข้ามาพูดคุยกับน้องใหม่คนสวย แม้จะมีพนักงานหญิงร่วมวงอยู่ด้วยแต่ไม่ได้ช่วยลดความขัดเคืองอย่างไม่ทราบสาเหตุให้เขาได้เลยสักนิด

“ไปกับผม” ท่านประธานบอกพลางเก็บปากกาที่เพิ่งตวัดลายเซ็นลงบนกระดาษแผ่นสุดท้ายเรียบร้อย

“อะไรนะคะ ไปไหนคะคุณกาย” เมธินีจัดเรียงแฟ้มงานที่เจ้านายจัดการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว เตรียมส่งให้กับแผนกที่เกี่ยวข้องรับไปจัดการอีกต่อ ก่อนจะหันมองคนออกคำสั่งด้วยความสงสัย

“ไปข้างนอกด้วยกัน ผมจะไปช้อปปิ้ง” คนเป็นเจ้านายออกคำสั่งแล้วก็ลุกเดินไปเปิดประตูรั้งรอโดยไม่ถามสักคำว่าคนเป็นเลขาพร้อมไปด้วยกันหรือเปล่า

“อะไรนะคะ ไปช้อปปิ้ง เลขาต้องทำแบบนี้ด้วยหรือคะ” คนสงสัยชักสีหน้า หากแต่ท้ายประโยคเธอไม่กล้าเอ่ยปากถามเขาหรอก หน้าตาดุดันส่งประกายตาอ่านยากมาให้เกือบทั้งวัน เธอไม่อยากเสวนากับเขานักหรอกหากไม่จำเป็น

“อ้าว คุณกาย จะออกไปข้างนอกหรือครับ” ชายร่างสูงในวัยกลางคน สวมชุดสูทสีสุภาพทำท่าทางเหมือนมาหา เอ่ยปากถามพลางยิ้มพลางด้วยท่าทีเกรงใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นคนเป็นเจ้านายยืนรั้งคาประตูรออยู่แล้ว

“ครับ ช่วงที่ผมออกไปข้างนอก หากมีเรื่องด่วนรบกวนคุณทวีปรับเรื่องเอาไว้ให้ด้วยก็แล้วกันนะครับ พอดีมีธุระต้องจัดการกับเลขาคนใหม่เสียหน่อย” เกียรติประกายเอ่ยเสียงเรียบติดดุ ชม้ายหางตามองเลขาคนใหม่ด้วยประกายตาที่ทำให้คนถูกมองไม่อยากเข้าใกล้เอาเสียเลย

“ได้สิครับ” คุณทวีปรับคำ ส่งยิ้มเป็นมิตรมาให้ทั้งเจ้านายและเลขาคนใหม่

“แล้วคุณทวีปมาหาผมใช่ไหมครับ มีอะไรหรือเปล่า”

“อ๋อ คือผมจะมาดูว่างานของหนูมายด์เรียบร้อยดีใช่ไหมครับ ขาดเหลืออะไรบอกได้นะครับผมจะได้จัดหาให้ทันที” คุณทวีปช่างใจดี

นึกสงสัยอยู่ในทีว่าจู่ๆ เจ้านายเปลี่ยนมาสอนงานหนูมายด์ด้วยตัวเองเสียอย่างนั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้สั่งการกับเขาดิบดีแล้วแท้ๆ เอ่ยปากกับเจ้านายยังอุตส่าห์เผื่อแผ่รอยยิ้มเอ็นดูมาให้เมธินีอีกระลอก ก่อนจะถูกคนเป็นเจ้านายกระแอมเตือนจนต้องเก็บยิ้มนั้นไว้ฉับพลัน

“ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรขาดเหลือผมจะแจ้งคุณทวีปเอง พร้อมหรือยัง ถ้าเสร็จแล้วก็ไปกันได้แล้ว” คนสั่งเหมือนไม่สบอารมณ์พลางมองลูกน้องทั้งสองตาขวาง นึกขัดหูกับคำเรียกว่า หนูมายด์ อย่างไรพิกล แต่กระนั้นก็เลือกเดินนำไปก่อนทันที

เมธินีส่งยิ้มให้คุณทวีปก่อนจะจ้ำอ้าวตามหลังคนตัวสูงที่ก้าวขายาวฉับๆ โดยไม่หันมามองคนด้านหลังสักนิด คนขาสั้นจึงต้องวิ่งพลางเดินพลางเพื่อให้ทันหลังเจ้านายที่เดินนำลิ่วๆ เหมือนไม่รู้สักนิดว่าคนขาสั้นเดินตามไม่ทัน

 

ริมถนนที่มีแต่ตึกสูงใหญ่ มีผู้คนเดินผ่านไปมาไม่มากนัก เพราะย่านนี้เป็นย่านธุรกิจที่คนส่วนใหญ่จะมาเพื่อติดต่องานเท่านั้น หญิงสาวในชุดฟิตเปรี๊ยะแสนเปรี้ยว ก้าวเท้าเดินไปบนถนนอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นวิ่งก็ว่าได้ เพื่อก้าวตามให้ทันคนเบื้องหน้าที่กำลังเดินนำไปโดยไม่สนใจเธอแม้แต่น้อย

เมธีนิเดินตามเจ้านายหนุ่มอย่างไม่พอใจนัก ครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมาเขาเดินลิ่วๆ โดยไม่ได้จับจ่ายซื้อหาอะไรสักอย่าง ทั้งที่เมื่อครู่ก่อนออกมาจากบริษัทเป็นเขาเองที่บอกว่าจะมาช้อปปิ้ง เขาพาเธอเดินไปห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ แวะอยู่สองสามร้านก่อนจะเดินตัวปลิวกลับมาโดยไม่มีอะไรติดมือกลับมาสักชิ้น แบบนี้เรียกว่าช้อปปิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่ใช่แน่ๆ

“นอกจากหื่นตัวพ่อแล้วยังเพี้ยนสุดๆ ไปเลยด้วยหรือเปล่าเนี่ย หน้าตาก็ดุได้ทั้งวัน จะยิ้มสักทีช่างยากเย็นเหลือเกิน” คนเดินตามพึมพำค่อนขอด แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้ยินแต่เธอแค่อยากระบายความอัดอั้น

รองเท้าส้นสูงที่ยังไม่คุ้นเคยกำลังทำให้เกิดแผลบาดเจ็บหลังเท้าจนได้ คนเดินตามจำต้องกัดฟันเดินต่อไป ในเมื่อจะเรียกเขาก็เดินห่างไปเกินกว่าจะส่งเสียงเรียกโดยไม่เกรงใจชาวบ้านคนอื่น อีกอย่าง คนหน้าบึ้งแบบนั้น ขืนเรียกมีหวังระเบิดลงแน่ๆ

ถ้าหากไม่เห็นแก่มนุษยธรรมและกิจกรรมอันเป็นที่รักของจะไม่ยอมเด็ดขาด เจ้าของรองเท้าสูงปรี๊ดที่กำลังเร่งรีบคิดพลางมองตามแผ่นหลังกว้างใหญ่เบื้องหน้าอย่างนึกเคือง...ทำไมถึงได้เดินเร็วนักนะ อีตาบ้าโรคจิต...

เมธินีแอบถอนหายใจเมื่อก้าวเข้ามาภายในตัวอาคารอีกครั้ง ตึกสูงใหญ่ที่เธอเข้ามาทำงานนับแต่วันนี้เป็นต้นไป บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการออแกไนเซอร์อย่าง เค.เอ็น.อาร์ ออแกไนเซอร์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของวงการและมีเงินทุนหมุนเวียนมากมายมาตลอดหลายปี ไม่น่าเชื่อว่าจะมีจอมเผด็จการเป็นผู้บริหารที่นี่ได้

โอย ปวดเท้าปวดขาไปหมด ครึ่งชั่วโมงให้เราเดินตามเล่นๆ นี่น่ะหรือ ไม่เห็นจะช้อปเชิ้ปอะไรอย่างที่บอกสักนิด หรือจงใจแกล้งสั่งสอนที่เราไปขัดจังหวะการจูบเมื่อเช้านี้ ต้องใช่แน่ๆ เลยเชียวล่ะ!

“นี่คุณ!  เดินชักช้าอยู่ได้ เป็นเลขาผมต้องแอ็คทีพหน่อยสิ” น้ำเสียงตำหนิของเจ้านายหมาดๆ ทำให้คนตัวเล็กที่เดินตามอยู่หน้าบูดขึ้นมาได้อีกกองพะเนิน เมธินีไม่รู้เลยว่า เจ้าของเสียงดุแอบยิ้มชอบใจที่ได้แกล้งเธอ

“ขอโทษค่ะ” เสียงหวานกล่าวขอโทษอีกครั้ง

ยอมรับว่าเดินตามเขาไม่ทันจริงๆ แต่หญิงสาวก็อดไม่ได้ที่จะปั้นหน้าปั้นตาแลบลิ้นใส่เขาด้วยความหมั่นไส้เมื่อชายหนุ่มหันหลังมาให้เธอเพื่อก้าวเดินต่อ กระทั่งถึงโถงลิฟท์ทำให้หญิงสาวตามทันคนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

ร่างสูงเสมองหญิงสาวที่มาหยุดยืนเคียงข้าง เจ้าหล่อนเหลือบมองเขาด้วยแววตาไม่พอใจนัก ก็แน่ล่ะสิ พาเดินเล่นไปทั่วโดยไม่รอแบบนี้ น้องมายด์คงเขม่นเขาน่าดู ก็หล่อนอยากส่งยิ้มกับที่ปรึกษาเขาทำไมกันเล่า แบบนี้มันต้องสั่งสอนเสียหน่อย

เอ๊ะ เมื่อครู่เขากระตุกยิ้ม สาบานได้เลยว่าเธอเห็นเขายิ้ม เป็นยิ้มเย้ยหยันอย่างไรพิกล ใช่แน่แล้ว เขาแกล้งพาเธอไปเดินให้เหนื่อยเล่นเท่านั้น

พลันเสียงกริ่งเตือนพร้อมประตูลิฟท์เปิดต้อนรับ ชายหนุ่มร่างสูงเดินเข้าไปตามด้วยเลขาคนใหม่ที่รีบกระโจนตามติด เหลือบสังเกตเห็นว่าเจ้านายเหลือบมองด้วยรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบนัก มันทำให้เธออยากเอาชนะอย่างไรพิกล

เมื่อลิฟท์เปิดชายหนุ่มยังคงก้าวนำไปข้างหน้า เมธินีพยายามก้าวเท้าเร็วขึ้นจนกลายเป็นวิ่งตามคนตัวใหญ่อีกครั้งจนได้ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บและความไม่เคยชินกับรองเท้าส้นสูง บวกกับกระโปรงที่ยืมมามันแคบจนแทบจะก้าวขาไม่ออก  สุดท้ายเท้าเรียวเล็กก็ก้าวพลาดเกี่ยวขากันเองจนได้

จังหวะที่ก้าวพ้นประตูเข้ามาในห้องทำงานใหญ่ ร่างเล็กพุ่งเข้าใส่แผ่นหลังชายหนุ่มเข้าอย่างจัง สองแขนกอดกระชับร่างชายหนุ่มเต็มรักก่อนจะร้องลั่นเสียงหลงผสานกันจนฟังไม่ได้ศัพท์

“ว๊ายย!

“เฮ้ย!

อุบัติเหตุคล้ายคลึงกับวันเก่าก่อน ทำให้คนถูกนอนทับร่างถึงกับค้างเติ่งด้วยสัมผัสนุ่มนวลจากเนื้อนุ่มหยุ่นที่บดเบียดเนื้อผ้ามากระตุ้นเลือดเนื้อในกายบุรุษเพศ

บานประตูที่ปิดอัตโนมัติปิดสนิท ในขณะที่เกียรติประกายโอบร่างเล็กเอาไว้แนบอก โชคดีนักที่เขาคว้าหล่อนมากอดเอาไว้ได้ทันอีกครั้ง ร่างบางจึงนอนกอดคนตัวใหญ่อยู่บนพื้นพรหมในห้องทำงานของท่านประธานนั่นเองและครั้งนี้ตัวหนักกว่าหลายปีก่อนมากทีเดียว

“ขะ ขอโทษค่ะ” เมธินีรีบบอกกล่าวอย่างลนๆ เมื่อคนตัวใหญ่ส่งประกายตาวาววับมาให้ สองมือที่กอดร่างเธอเอาไว้รัดแน่นขึ้นจนไม่น่าไว้ใจ จึงรีบขยับหนีห่าง...แม้จะไม่บาดเจ็บอะไรแต่หัวใจเต้นกระหน่ำจนหายใจแทบไม่ออก

หญิงสาวพยายามยันกายลุกขึ้น รองเท้าส้นสูงกับกระโปรงฟิตเปรี๊ยะทำให้เธอลุกไม่สะดวกเลย อกนุ่มเผลอเบียดอกแกร่งด้านล่างอย่างไม่ได้ตั้งใจ  กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเด็กที่ชื้นเหงื่อทำให้คนถูกทับตัวอยู่ อดไม่ได้ที่จะแอบสูดกลิ่นหอมนั่นเข้าไปไว้เต็มปอด ก่อนจะสบตาหญิงสาวอย่างมีความหมาย

สายตาที่ยังไม่คลายความตื่นตระหนกหลุบต่ำลงเมื่อสบตาเข้ากับสายตาอันโจ่งแจ้งที่บ่งบอกอารมณ์ความต้องการของคนตรงหน้า เมธินีไม่คิดว่าจะถูกมองด้วยสายตาวาบหวามขนาดนี้มาก่อน

เสี้ยวหน้าสวยถูกจับให้หันไปมองสบตา หญิงสาวอยากหลบแต่เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างทำให้เธอไม่อาจจะหลีกหนีแววตาที่หวานปานน้ำเชื่อมเบื้องหน้าได้

ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะทำอะไรมากไปกว่านั้น ระฆังช่วยชีวิตเมธินีก็ดังขึ้นเสียก่อน สองร่างสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เมธินีจึงได้สติ

“เอ่อ...ขอโทษค่ะ” เมธินีรีบเอ่ยก่อนจะใช้มือหนึ่งคว้าโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทตัวสวย

มองดูหน้าจออย่างนึกขอบคุณเจ้าของหมายเลขที่โทรมาถูกที่ถูกเวลายิ่งนัก เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของคนคุ้นเคย หญิงสาวจึงพยายามยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ก่อนจะยืนได้เต็มความสูง ตามด้วยร่างใหญ่ที่ลุกขึ้นมาพร้อมแววตาเสียดายอย่างหนัก ยังไม่ทันได้รับโทรศัพท์ระเบิดลูกใหญ่ของคนไม่สบอารมณ์ก็ลงตูมใหญ่

“เวลางานทำไมไม่ปิดมือถือไปเสียเลยล่ะ เป็นเลขาของฉันต้องไม่อู้งานไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น” ชายหนุ่มเสียงดุ ส่งสายตาตำหนิที่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างไปให้หญิงสาว ต่างจากสายตาหวานเชื่อมเมื่อครู่เหลือเกิน

คนอะไร อารมณ์แปรปรวนจริงๆ วัยทองหรือไง เมธินีนึกหมั่นไส้กับคำพูด แต่ไม่ต่อความยาวกับเขา แค่มองสบตาดุก่อนจะกดรับสาย กรอกเสียงหวานจนน้ำตาลเรียกพี่ออกไปอย่างไม่แคร์คำว่ามารยาทที่เจ้านายหนุ่มเพิ่งเอ่ยสั่งสอนเมื่อสักครู่

“สวัสดีค่ะ มายด์รอโทรศัพท์อยู่เลย คิดถึงจัง”

“อะไรกันยัยมายด์ พูดเสียงหวานจ๋อยเชียว...ฉันขนลุกนะโว้ย” เพื่อนสาวเจ้าของชุดสวยโทรมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อนรัก

“ก็คิดถึงนี่ไง...ทำอะไรอยู่เหรอ”

“ก็ษานึกเป็นห่วงนี่ วันแรกก็ไม่ค่อยถูกชะตา วันต่อมาแทบไม่ได้คุยกัน จากที่มายด์บอกมาก็เห็นจะมีข้อเดียวที่ได้คะแนนเต็มสิบก็คือความหล่อ แล้วเจ้านายสุดหล่อเป็นไงบ้างล่ะ ยังดุเหมือนเดิมหรือเปล่า อย่าแอบไปหลงรักเจ้านายตัวเองเข้าล่ะ”

“อ๋อ...เรื่องชุดน่ะเหรอพี่ตั้งใจซื้อให้ ยังไงน้องมายด์ก็ชอบอยู่แล้วล่ะค่ะ” เธอตอบไปอีกเรื่อง จนเพื่อนรักเริ่มทำหน้างง

การสนทนายังไม่ทันที่จะได้ดำเนินต่อ ฝ่ามืออุ่นหนาสองข้างของใครบางคน คว้าใบหน้าสวยลออของเมธินีให้หันมารับเรียวปากอุ่นอย่างรวดเร็วจนไม่ทันตั้งตัว เมธินีที่ต้องรับสัมผัสแนบแน่นถึงกับตัวชาวาบ

เพียงอยากจูบกลั่นแกล้งแม่สาวช่างยั่วตัวน้อย เขานึกหมั่นไส้ และขัดเคืองอยู่ลึกๆ กับบทสนทนาแสนหวานเมื่อสักครู่  หากแต่...เสือหนุ่มที่หิวกระหายลองว่าได้รุกล้ำเข้ามาชิมความหวานฉ่ำของเหยื่อตรงหน้าแล้ว มีหรือที่จะยอมปล่อยออกจากอุ้งเล็บอันแข็งแกร่งไปได้ง่ายๆ 

กระทั่งกระต่ายน้อยเนื้อหวานที่ตกใจได้สติกลับมาส่งเสียงอู้อี้อยู่ในลำคอ กระหน่ำกำปั้นเล็กลงบนไหล่เจ้าเสือร้ายนั่นล่ะ คนตัวโตจึงได้สติกลับมาและพยายามอย่างเหลือเกินที่จะถอนเรียวปากออกมาจากความหวานนั้นอย่างเสียดาย

ชายหนุ่มใจเสียไม่น้อยที่เห็นน้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาบนดวงหน้าสวยที่เขาเฝ้าฝัน นึกตำหนิตนเองที่คิดไม่ทันว่าคนตัวเล็กยังไม่เคยจูบกับใครมาก่อน  แววตาตื่นของกระต่ายตัวน้อยที่มองมา ทำให้หนุ่มหล่ออย่างเกียรติประกายอยากเอ่ยขอโทษออกไป ริมฝีปากอุ่นที่ได้ลิ้มลองความหวานกำลังจะเอื้อนเอ่ยบางสิ่งออกมา แต่ก็ต้องกลืนหายไปกับแรงหันของใบหน้าที่ถูกฝ่ามือเล็กตวัดตบอย่างไม่ใยดี

“คนบ้า ทุเรศที่สุดเลย” เสียงสั่นๆ เล็ดรอดออกมาหลังจากฟาดฝ่ามือนุ่มลงบนแก้มของคนตัวโตไปแล้วเข้าอย่างจัง

เกียรติประกายยืนงง ยกมือขึ้นลูบแก้มที่เจ็บจนชาไปมาอย่างหัวเสีย ลืมแม้กระทั่งคำที่อยากเอ่ยขอโทษเมื่อครู่หมดสิ้น คนที่เกิดมาจนป่านนี้ยังไม่เคยโดนสาวๆคนไหนตบถึงกับกัดฟันกรอด สายตาขุ่นเคืองมองอย่างหมายมาด

เขาไม่มีทางปล่อยหล่อนไปง่ายๆ แน่นอน

 

 

 



 

 

 

 

อัพตอนที่ 2 ครบแล้วจ้า

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ขอบคุณจ้า

 






 
 








 
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha