ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 4 : Chapter 3


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Chapter 3 จอมเผด็จการ

 

ระกายตาสีดำวาวโรจน์ ราวกับมีกองเพลิงลุกโชนอยู่ในนั้น แต่มีหรือเธอจะแสดงความหวั่นเกรงให้เขาได้เห็น จะอย่างไรก็ไม่มีทางอภัยให้กับคนลามกอย่างเขา

“ทุเรศที่สุด” เสียงหวานลอดผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม ร่างเล็กสั่นสะท้าน ดวงตาสีสนิมมีน้ำตาไหลอาบแก้มแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น อยากวิ่งหนีให้ไกล แต่สองขาไร้แรงจนแทบยืนทรงตัวไม่อยู่ด้วยซ้ำ

“เธอต่างหากที่ควรพิจารณาตัวเอง ถ้าเธอทำอย่างนี้อีก ฉันก็จะจัดการเธอแบบนี้อีกเหมือนกัน” ชายหนุ่มกดเสียงต่ำดุ สบตาที่เอ่อไปด้วยหยดน้ำพราวพร่างตรงหน้าแล้วฮึดฮัดอยู่ในอกอย่างบอกไม่ถูก เขาจะทำอย่างไรให้หล่อนเชื่องกว่านี้ สาว ๆ ที่ผ่านเข้ามาต่างไม่เคยขัดใจ แต่กับเมธินีกลับไม่ใช่ นอกจากมาครอบครองพื้นที่ในหัวใจของเขาอยู่นานเป็นปี ๆ เจ้าหล่อนยังทำให้เขากลายเป็นคนแปรปรวนอย่างไม่น่าเชื่อ 

มือแกร่งเอื้อมไปหาหมายจะกรีดหยาดน้ำตาออกจากพวงแก้มสาว ต้องรั้งกลับมาด้วยใบหน้าปั้นปึ้งราวกับเด็กถูกขัดใจ เมื่อหญิงสาวเบี่ยงหลบทั้งที่ยังสะท้านสั่นอย่างน่าสงสาร 

ฮึ่ยเสียงทุ้มกระหึ่มอยู่ในลำคอราวกับจะก่นด่าความขัดเคืองที่ผุดขึ้นมาในอณูความรู้สึก ตัดสินใจหันหลังเดินออกจากห้องทำงาน ทิ้งร่างบางที่ยังไม่อาจก้าวเดินตามไปได้อยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง

เมธินีเหลียวมองไปอีกทางก่อนความผ่อนคลายจะค่อย ๆ ทำให้เธอพาร่างตนเองไปนั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งของตนเองได้สำเร็จ รสจูบเมื่อครู่ยังทำให้เธอตกใจไม่หาย พร้อมกับความรู้สึกแสนแปลกประหลาดล้ำทำให้แปลกใจและต้องกดอาการหวามไหวที่กำลังเป็น นึกตำหนิหัวใจตัวเองที่เต้นไม่เป็นส่ำ ราวกับม้าศึกที่ได้ยินเสียงกลองปลุกเร้าก็ไม่ปาน   

เมธินียิ่งขัดใจ ฟันขาวสะอาดกัดเม้มกลีบปากตนเองอย่างไม่ออมแรง สองมือปาดหยาดน้ำตาก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายของตนเอง เดินออกจากห้องทำงานไปโดยไม่คิดจะล่ำลาใคร ไม่อายพนักงานหลายคนในแผนกต่าง ๆ ที่เธอเดินผ่านแม้แต่น้อย เธอจะกลับบ้าน เกียรติและศักดิ์ศรีมีค่าเกินกว่าจะเอามาแลกกับอุดมการณ์และกิจกรรมที่เธอรักด้วยวิธีการแบบนี้

เป็นอะไรหรือเปล่าครับคุณเสียงหนึ่งรั้งร่างบางที่กำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟท์ 

คุณทวีปขานชื่อชายตรงหน้าโดยไม่หยุดที่จะก้าวเท้าเข้าไปในลิฟท์ที่กำลังเปิดกว้างต้อนรับพอดี

เป็นอะไรครับ เกิดอะไรขึ้นผู้ใหญ่ใจดีถามไถ่ ยิ่งทำให้คนฟังสะท้อนใจปล่อยหยาดนํ้าตามาอีกระลอก หากแต่ยังไม่ทันได้ตอบคำถาม สายตากร้านโลกสังเกตเห็นรอยแดงชํ้าบริเวณส้นเท้า จึงทรุดกายลงนั่ง 

รองเท้ากัดนี่ครับ ไปห้องพยาบาลก่อนดีกว่าครับผมจะช่วยดูให้สายตากร้านโลกมองมาอย่างเอ็นดู 

เมื่อคนตรงหน้ายื่นไมตรีแสนดีมีหรือที่เธอจะปฏิเสธได้ ประตูลิฟท์เปิดกว้างอีกครั้งเมื่อยังไม่ได้กดเลขชั้นที่ต้องการ หากแต่คนที่ยืนรออยู่หน้าประตูลิฟท์นี่สิ ทำให้หัวใจดวงน้อยที่กำลังจะสงบกลับมาเต้นกระหนํ่าจนแทบจะออกมากองอยู่ข้างนอกเสียให้ได้ 

เป็นอะไร มีปัญหาเยอะนะส่งตาดุพลางรั้งแขนเรียวของเมธินีให้เข้ามาใกล้

เปล่า ปล่อยนะเมธินีดื้อแพ่ง ไม่กล้าสบตาเขาสักนิด

ดูเหมือนจะรองเท้ากัดนะครับ ส้นเท้าแดงชํ้าขนาดนั้น ผมว่าอาจจะมีรอยเลือดซิบๆ ด้วยก็ได้นะครับ เมื่อครู่มองไม่ชัดเจนเท่าไหร่คนหวังดีอธิบาย หากแต่คนตัวใหญ่ส่งตาดุอย่างไม่พอใจนักก่อนจะตวัดสายตาคมกร้านกลับมามองคนเจ้าปัญหา

ขอกล่องปฐมพยาบาลมาให้ที่ห้องผมด้วยนะครับคุณทวีป” 

ได้ครับคุณกาย รอสักครู่ครับรับคำแล้วรีบปลีกตัวไปจัดการในทันที 

เมธินีไม่ยอมสบตา ถูกรั้งแขนให้เดินตามเข้าห้องทำงานไปแล้วเธอก็ยังตั้งท่าเป็นพระอิฐพระปูนไม่สนใจเขาสักนิด กระทั่งถูกรั้งให้นั่งลงบนโซฟารับแขก ร่างสูงทรุดกายลงนั่งพร้อมรั้งเท้าข้างหนึ่งไปสำรวจ คนที่นั่งนิ่งตกใจรีบชักเท้ากลับ 

นั่งนิ่ง ๆ สิ ขยับแบบนี้อยากโดนจูบอีกหรือไงอุ้งมือแกร่งคว้ารองเท้าส้นสูงถอดวางไว้มุมหนึ่ง เนื้อเนียนผ่องกลายเป็นสีชมพูเข้มซ้ำและมีเลือดซิบสีแดงให้ได้เห็น

ดื้อไม่เข้าเรื่อง เท้าเจ็บขนาดนี้ทำไมไม่บอกเกียรติประกายก่นดุ เหลือบมองใบหน้าสวยก่อนจะก้มมองแผลฉกรรจ์บนส้นเท้าอีกข้าง

ลำบากคนตัวใหญ่ต้องแปลงร่างเป็นบุรุษพยาบาลทำแผลให้โดยอยู่ในความแปลกใจของคุณทวีปที่กุลีกุจอคว้ากล่องปฐมพยาบาลมาส่งให้ถึงมือเรียบร้อยแล้ว

เมธินีกัดปากกลั้นใจ เจ้านายที่นี่ใจดีแบบนี้หรือเพราะเขาต้องการไถ่โทษที่ทำไม่ดีกับเธอเอาไว้กันแน่หนอ...แต่จะทำดีไถ่โทษ ก็ใช่ว่าเธอจะหายโกรธและลืมเรื่องนั้นไปง่าย ๆ เสียหน่อย ในเมื่อสิ่งที่คาอยู่ในใจหาใช่ความกรุ่นโกรธเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว มองเสี้ยวหน้าของเจ้านายด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นสํ่า ปากแดงสวยช่างเหมาะกับใบหน้าหล่อระดับนายแบบของเขาไม่น้อย

บุรุษพยาบาลจำเป็นทำแผลให้เสร็จสรรพ ก่อนจะเหลือบมองใบหน้าแดงเรื่อของหญิงสาวที่นั่งกัดริมฝีปากตนเอง พลางก้มมองเท้าที่มีผ้าพันแผลสีขาวหุ้มเอาไว้ อยากรู้นักว่าหล่อนจงใจยั่วหรือทำไปโดยไม่รู้ตัวกันแน่ ไม่รู้หรอกหรือว่าเขาไม่อยากให้ปากอวบอิ่มของหล่อนต้องชํ้าเพราะการกระทำแบบนั้น แต่อยากให้เป็นเพราะเขาเสียมากกว่า...พลันรสหวานหอมของกลีบปากนุ่มนั้นก็ย้อนกลับมาอีกหน

หนุ่มสุดหล่อยังนึกถึงรสจูบแสนหวานอันอ่อนหัดที่ยังติดตราตรึงพลางทำให้นึกถึงครั้งแรกที่เจอกันเป็นครั้งแรก

นั่งพักสักครู่ ส่วนรองเท้านี่ก็ทิ้งมันไปเถอะ ไม่เหมาะกับคุณสักนิดคนตัวใหญ่สรุปเอาเอง พลางส่งกล่องปฐมพยาบาลคืนให้กับคุณทวีปที่รอรับและนำไปเก็บตามเดิม

ขอบคุณค่ะเมธินีตอบโดยไม่สบตา หัวใจเต้นแรงอีกคราเมื่อเห็นหน้าเขา หลังจากโดนขโมยจูบแรกไป เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากให้ลืมและปรับระดับการเต้นของหัวใจให้ช้าลง กลัวเขาจะรู้ว่าตอนนี้ใจเต้นไม่เป็นสํ่า แถมยังนึกถึงรสจูบแปลกลํ้าที่เขามอบให้เมื่อครู่เสียอีก

เมื่อครู่จะหนีกลับบ้านหรือไง นึกว่าจะเก่งอย่างที่คนอื่นเขาการันตีความสามารถเอาไว้เสียอีก ที่แท้ก็แค่ เด็กน้อยขี้ขลาด...คนปากไวบ่นเสียงพึมพำอย่างจงใจให้หล่อนได้ยิน ทั้งที่ยังยืนเต็มความสูงอยู่เบื้องหน้าหญิงสาว

ความคิดที่อยากจะหนีกลับบ้านเลือนหายฉับพลัน เมธินีหันมาส่งค้อนวงใหญ่ก่อนจะเอ่ยตอบ ดิฉันไม่เคยกลัวใคร โดยเฉพาะกับคนฉวยโอกาส” 

เอ่อ...เรื่องนั้นผม...

ช่างมันเถอะค่ะ ทำงานดีกว่าค่ะ ดิฉันมาที่นี่เพื่อทำงานและจะทำให้คุ้มค่ากับที่เพื่อนฉันตกลงกับคุณเอาไว้ ให้คุ้มกับเงินที่คุณมอบให้กับงานของพวกเราเมธินีรีบเปลี่ยนเรื่องเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะเอ่ยถึงเรื่องอะไร อีกทั้งความอ่อนโยนที่สัมผัสได้เมื่อครู่ทำให้เธอใจเย็นลงมาก 

ประธานบริษัทKNR Organize ลอบยิ้มในหน้า แอบมองร่างนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงโดยไม่ได้สวมรองเท้าให้ต้องลำบาก เรียวขายาวสวยมีนํ้ามีนวลชวนมองยิ่งกว่าตอนสวมใส่รองเท้าส้นสูงจนตึงไปหมดเสียอีก นี่ล่ะ น้องมายด์ที่เขาเคยช่วยเอาไว้ หล่อนเหมาะกับธรรมชาติแบบสบาย ๆ เสียมากกว่าจะต้องมานั่งแต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ดจนเข็ดฟันแบบนี้

การทำงานหลังจากผ่านสงครามนํ้าตา เมธีนีดูผ่อนคลายกว่าตอนแรกยิ่งนัก คนที่เฝ้ามองจึงมองเพลินจนกระทั่งหญิงสาวถือแฟ้มชุดใหม่จากฝ่ายการตลาดมาส่งให้เรียบร้อย เขาก็ยังไม่หยุดมอง 

“ท่านประธานต้องการอะไรเพิ่มเติมหรือเปล่าคะ” เมื่อเขายังมองเธอจึงเอ่ยถาม พลันแอบคิดว่าเขาอยากได้กาแฟสักแก้วเหมือนเจ้านายในหนังในละครหรือเปล่าหนอ

“เอ่อ คือ... อ้อ ! ผมอยากทราบว่าพรุ่งนี้มีโปรแกรมอะไรบ้าง คุณทวีปคงแจ้งตารางงานแล้วใช่ไหม” คุณกายไม่รอคำตอบ พูดจบเขาก็รีบเดินจํ้าอ้าวไปหย่อนกายลงที่โต๊ะประจำตำแหน่ง  

เมธินีสาธยายตารางงานให้เขาฟัง ชายหนุ่มนั่งฟังเพลินกับเสียงหวานเจื้อยแจ้วที่เขาชอบ สายตาเป็นประกายแอบเหลือบมองริมฝีปากที่ขยับขึ้นลงตรงหน้าอย่างคิดถึง แต่เขาก็ต้องหักห้ามใจ พลางนึกสงสัยตัวเองอยู่ครามครัน ว่าทำไมกับผู้หญิงคนอื่นที่คบหากันมา เขาไม่เคยต้องการอะไรขนาดนี้ ไม่เคยแม้แต่จะจูบใครก่อน มีแต่สาว ๆ ที่รุกเร้าเข้าหาและเริ่มก่อนตลอด

“รายการสุดท้าย เวลา18.30น.คุณมีนัดกับมิสเตอร์กอดอน นักธุรกิจใหญ่ที่โรงแรมแม่นํ้าเจ้าพระยาริฟเวอร์ค่ะ” เมธินีปิดสมุดตารางงาน ก่อนจะสบตาเขานิ่ง

“จบแล้วค่ะ พรุ่งนี้คุณมีงานเท่านี้ค่ะ” ย้ำอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าท่านประธานสุดหล่อบาดใจยังคงนั่งนิ่ง ไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา ชายหนุ่มฉีกยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ยังทำให้เขาดูหล่อบาดใจในสายตาของทุกคนอยู่ดี

“ขอบคุณ วันนี้ผมอนุญาตให้คุณกลับบ้านก่อนได้นะ แล้วครั้งต่อไปใส่เสื้อผ้าชุดที่ผมซื้อให้มาด้วยล่ะ” ชายหนุ่มยํ้า เสียงดุในตอนท้าย สายตาเหมือนกำลังดุเด็กน้อยตรงหน้าที่ไม่ทำตามคำสั่งของผู้ใหญ่ 

“ชุด เสื้อผ้าอะไรคะ” เสียงหวานติดห้วน เขาสั่งราวกับเป็นจอมเผด็จการอีกแล้ว

กลับไปถึงคุณก็จะรู้เอง อ้อ...เดี๋ยวผมจะให้คุณทวีปไปส่งก็แล้วกันคนสั่งการหันไปสนใจจอมอนิเตอร์ที่เปิดค้างเอาไว้ตรงหน้า ไม่รับรู้ด้วยซํ้าว่าเมธินีหรี่ตามองด้วยความขัดใจไม่น้อย อยากจะปฏิเสธแต่จำต้องยอมจำนนและทำตามที่ท่านประธานสั่งการอย่างครบถ้วน 

 

มธินีนอนเล่นอยู่ภายในห้อง ในมือถือภาพถ่ายฝีมือตัวเองที่ไปล้างมาเรียบร้อย เพื่อนสาวในชุดครุยแสนสง่างาม ยืนเคียงข้างกับอติชาติ วงศ์วิวัฒพาณิชหรือตั้ม เพื่อนชายอีกคนในกลุ่มกิจกรรมที่ร่วมสร้างฝันรักษาอุดมการณ์มาด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง ในชุดเครื่องแบบอันทรงเกียรติแบบเดียวกัน ก่อนจะเปิดดูภาพต่อไปที่มีเธอยืนร่วมอยู่เคียงกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม อีกไม่นานจะได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรแล้ว ฝันที่รอคอยใกล้จะมาถึงแล้ว...  

ระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องส่วนตัวที่ โทรศัพท์สายภายในของหอพักก็ดังขึ้น หญิงสาวรีบไปรับโทรศัพท์ทันทีก่อนที่มันจะทำให้เพื่อนร่วมห้องอย่างมาริษาตกใจตื่น  

เมื่อรับสาย ปลายทางบอกว่าติดต่อจากเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านล่างของหอพัก ให้ไปรับของที่ใครบางคนฝากเอาไว้ให้ เมธินีจึงเดินลงไปด้วยตนเองเมื่อเจ้าหน้าที่ขานชื่อที่เขียนแนบอยู่บนการ์ดให้ฟังว่า จากคุณเกียรติประกายค่ะ

นี่ค่ะน้องมายด์ ของที่มีคนมาฝากเอาไว้ให้จ้าหญิงต่างวัยหน้าเคาน์เตอร์บอกพร้อมหยิบถุงกระดาษใบใหญ่จำนวนหลายถุงยื่นมาให้ น้องมายด์ยังทำหน้างงเมื่อเห็นถุงกระดาษบอกแบรนด์หรูไม่ตํ่ากว่าแปดถุงถูกส่งมาให้...อะไรกัน ทำไมเยอะแบบนี้ ?

แหม..แฟนน้องมายด์เหรอคะ รสนิยมดีนะคะเนี่ย เลือกให้สวย ๆ ทั้งนั้นเลย อิอิ ขอโทษนะ พี่ไม่ได้แอบดูนะคะ แต่เผอิญถุงมันเปิดอยู่ก็เลยเห็นแว่บ ๆ คาดว่าจะสวยมากทีเดียวค่ะ ของมียี่ห้อทั้งนั้น แถมเนื้อผ้านี่ราคาไม่ธรรมดาเลยนะคะคนทักทายทำหน้าตาชื่นชม นอกจากเพื่อนที่ชื่อตั้มแล้วก็ไม่เห็นจะมีผู้ชายคนไหนที่จะสนิทสนมเป็นพิเศษ ก็เพิ่งจะเห็นเจ้าของชื่อเกียรติประกายซึ่งปรากฏอยู่กับการ์ดที่แนบมาด้วย 

เขาคนนี้ทุ่มซื้อสินค้าแบรนด์ดังราคาฉีกกระเป๋าแบบไม่เกรงใจผู้พบเห็นแบบนี้ท่าทางจะรวยไม่ใช่เล่น

เอ่อ ไม่ใช่หรอกค่ะพี่ เขาเป็นเจ้านายคนแก้ต่างยังไม่ทันได้แก้ตัว เสียงที่บอกว่าเข้าใจก็โพล่งมาขัดเอาไว้ตั้งแต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยถึงกลางประโยคด้วยซํ้า

แหม ไม่ต้องเขินหรอกค่ะคุณน้อง เรื่องแบบนี้มันธรรมดาออกค่ะ พี่เข้าใจ” 

เมธินีส่งยิ้มฝืดเฝื่อนไปให้คนช่างซักประจำหอ กล่าวขอบคุณพร้อมกับพยักหน้าในเชิงเดียวกับคำกล่าวนั้นก่อนจะรับของและเดินกลับไปยังห้องพักของตนเองอย่างทุลักทุเล เมื่อมาถึงห้องก็เปิดดูในการ์ดก็พบกับข้อความบาดจิตบาดใจ

เป็นเลขาฉันควรใส่เสื้อผ้าที่ดูดีหน่อย หักจากเงินเดือนที่เธอจะได้รับ

ที่สำคัญ วันพรุ่งนี้ห้ามมาทำงานสายเด็ดขาด...เกียรติประกาย...

เมธินีอ่านข้อความจบแล้วนึกถึงช่วงกลางวัน ที่แท้เขาก็แค่พาเธอไปให้เจ้าของร้านดูตัวก่อนจะสั่งให้นำมาส่งที่พักนี่เอง มิน่าเล่า ถึงได้ไม่มีอะไรถือติดมือกลับบริษัทเลยสักชิ้น

ลํ้าเลิศจริง ๆ ไม่ต้องลำบากถือกลับออฟฟิศให้เหนื่อย แต่สั่งให้มาส่งถึงบ้าน สงสัยจะคอยบริการสาว ๆ ด้วยวิธีนี้บ่อย ๆ ล่ะสิ

หญิงสาวมองแผ่นกระดาษที่เขียนข้อความของท่านประธานราวกับมันเป็นของแปลกประหลาด ไม่นึกอยากเปิดถุงดูราคาของในนั้นเลย แค่เห็นแบรนด์บนถุงแต่ละถุงที่วางเรียงรายกันอยู่ไม่ตํ่ากว่าสิบถุงเธอก็ตาลายคล้ายจะเป็นลมเสียให้ได้

คนเผด็จการ! ทำงานยังไม่เท่าไหร่ก็หาเรื่องให้เธอเป็นหนี้หัวโตแล้วหรือนี่ เลือกเอาไว้แค่ชุดเดียวก็แล้วกัน ที่เหลือส่งคืนให้หมดเลย อยากเอาแต่ใจดีนัก เรื่องมากก็ที่หนึ่ง แถมยังหื่นตัวพ่อ...นิ้วเรียวยกขึ้นมาสัมผัสกลีบปากตนเองที่เธอรู้ดีว่ารอยตรึงตราวาบหวามหัวใจเธอเพียงไหน 

คํ่าคืนแสนยาวนานจึงกลายเป็นมหกรรมนับแกะล้านตัวของเมธินี เมื่อหัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะเอาเสียเลย อยากจะนอนให้หลับ แต่รอยสัมผัสผุดมาย้ำเตือนจนต้องลุกไปแปรงฟันครั้งแล้วครั้งเล่า สลับกับภาพที่เจ้านายรูปหล่อนัวเนียกับแฟนสาวในห้องทำงานนั่นอีก โอย ถ้าต้องเห็นภาพแบบนี้อีก มีหวังอีกไม่นานเลือดกำเดาไหลหมดตัวแน่ ๆ เลยยัยมายด์เอ๋ย...

 

วันรุ่งขึ้น เมธินีมาทำงานตรงเวลา ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เธอปฏิบัติเรื่องการตรงต่อเวลามาตลอด วันนี้เธอใส่ชุดแซคเนื้อเบาสบายสีฟ้าสด ประดับด้วยลวดลายผีเสื้อสีขาวตัวเล็ก ๆ นับสิบตัวกำลังบินวนไปทั่วเสื้อเนื้อผ้าซีฟองตัวสวย เสื้อผ้าสวยเข้ากับทรงผมที่เกล้าขึ้น และรองเท้าหนังเนื้อนุ่มเบาสบายสมราคาแพงลิบที่เจ้านายจัดหาให้ 

หากมองไม่ผิด วันนี้เมธินีแอบเห็นเจ้านายนั่งส่งยิ้มมาให้อยู่หลายครั้ง เขาคงดีใจที่เธอสวมชุดสวย ๆ ที่เขาซื้อให้สินะ อย่างน้อยก็เป็นเครื่องแสดงว่าเขาดูแลคนในองคาพยพให้อยู่ดีกินดีและมีคุณภาพสมกับเป็นองค์กรใหญ่ เห็นแบบนี้แล้วก็นึกอยากให้เขายิ้มทั้งวัน เพราะปกติที่เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันเขาชอบแยกเขี้ยวยิงฟันปั้นหน้ายักใส่เธอเสียมากกว่า

วันนี้ผ่านไปด้วยดี เพราะทั้งวันเจ้านายหนุ่มต้องนั่งเซ็นเอกสารกองพะเนิน กว่าจะได้พักทานอาหารเที่ยงก็เกินเวลามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว หญิงสาวรู้สึกปลอดโปร่งเป็นพิเศษไม่รู้ว่าเพราะได้ใส่ชุดสวยเนื้อผ้าเบาสบายหรือเพราะอะไรกันแน่ และอีกอย่างหนึ่งที่ยังนึกสงสัย หัวใจเจ้ากรรมทำไมต้องเต้นกระหน่ำทุกครั้งที่สบตาเจ้านาย

ใกล้เวลาเลิกงานเต็มแก่ ในห้องทำงานของแผนกต่าง ๆ พนักงานต่างรีบสะสางงานของตน บ้างก็กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้านกันแล้ว เมธินีเองก็เช่นกัน เธอกำลังจะ

คว้ากระเป๋าเมื่อเก็บจัดของบนโต๊ะเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว คนที่ยุ่งมาทั้งวันจึงละสายตาจากกองเอกสารและเอ่ยเรียกเอาไว้เสียก่อน

“คุณกายมีอะไรหรือคะ” หญิงสาวถามอย่างสงสัย นี่มันเวลาเลิกงานแล้วแท้ ๆ

“เย็นนี้มีงานพบลูกค้าข้างนอก คุณต้องไปกับผม” คำสั่งเด็ดขาดไม่มีแววล้อเล่นหรือกลั่นแกล้งให้ได้เห็น ทำคนฟังหน้าซีดใจเสียเป็นกอง

“ทำไมต้องไปกับคุณด้วยคะ ในเมื่อมันนอกเหนือเวลางาน” คนถามพาซื่อ 

“ทำไมจะไม่ได้ ก็ผมเป็นเจ้านาย ผมต้องการให้คุณไป” เสียงห้วนมองสบตาสวยตรงหน้าอย่างท้าทาย “รึว่าคุณอยากโดนไล่ออกตอนนี้ ผมจะได้เรียกเงินที่อนุมัติให้คืนกลับมา จะเอาไง” เขายื่นไม้ตาย ซึ่งก็เป็นไม้ตายที่ใช้ได้ผลจริง ๆ สำหรับเมธินี 

หญิงสาวแทบอยากจะร้องไห้...นี่มันอะไรกันเนี่ย...วันนี้เงียบสงบมาได้ทั้งวัน ยังอุตส่าห์ต้องมาเจอกับพายุฝนกระหนํ่าเอาตอนจะกลับบ้านเนี่ยนะ...เมธินีทำได้เพียงมองสบตาเขาอย่างไม่พอใจ ค้อนวงใหญ่ถูกส่งให้เจ้านายอยู่นานจนกระทั่งรถขับมาจอดภายในโรงแรมซึ่งเป็นที่นัดหมายกับลูกค้ารายใหญ่อย่างมิสเตอร์กอร์ดอน

เมธินีได้เห็นการทำงานอย่างน่าชื่นชมของเกียรติประกาย นอกจากการใช้ภาษาอังกฤษอย่างฉะฉานราวกับเจ้าของภาษาแล้ว เจ้านายรูปหล่อยังมีอัธยาศัยดีกว่าที่เธอวาดภาพเอาไว้เสียอีก หากไม่เคยเห็นตอนเจ้านายปั้นหน้าดุ เธอคงหลงรักผู้ชายอ่อนโยนแสนดีคนนี้ได้ไม่ยาก 

เกียรติประกายกล่าวขอบคุณและลํ่าลาคู่ค้ารายใหญ่ ก่อนจะยื่นเอกสารยืนยันการจัดอีเว้นท์ครั้งใหญ่ เพื่อเปิดตัวตลาดอสังหาริมทรัพย์ของมิสเตอร์กอร์ดอนให้เลขา  สาวตรวจทานข้อสรุปและการนัดหมายเพิ่มเติมที่จดไว้อีกครั้ง ก่อนจัดเก็บเข้าแฟ้มอย่างเป็นระเบียบ หลังจากการเซ็นสัญญาผ่านพ้นไปนาฬิกาเรือนเล็กบนข้อมือก็บอกเวลาสองทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว 

“งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันกลับก่อนนะคะท่านประธาน” เมธินีเอ่ยบอกหลังจากส่งคุณกอร์ดอนกลับเรียบร้อยแล้ว

“เดี๋ยวผมไปส่ง” เขาบอกโดยไม่มองหน้าเธอ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉัน...”

“ผมหิวแล้ว ไปทานข้าวเป็นเพื่อนผมหน่อย” เสียงห้วนรีบพูดขึ้นก่อนที่เมธินีจะพูดจบเสียอีก

“แต่ว่า...นี่มันนอกเหนือหน้าที่แล้วกระมังค่ะ” ยังไม่ทันที่เสียงหวานจะได้เอ่ยทักท้วง ในท้ายประโยคจึงถูกกลืนหายไปพร้อมกับประโยคเด็ดขาดของเจ้านายจอมเผด็จการ

“ไม่มีแต่” เขาไม่รอเสียงตอบรับอะไรอีกแล้ว ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์พลางคว้ามือเรียวให้เดินตามหลัง

 

บื้องหน้าหญิงสาว เป็นห้องสวีทแสนหรู ซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรม แสงเทียนสาดส่องทำให้บรรยากาศภายในห้องโรแมนติกจนคนที่ถูกลากตามมาถึงกับตะลึง เกียรติประกายดึงเก้าอี้ออกมาให้หญิงสาวนั่งเรียบร้อยก็หันไปพยักหน้ากับบริกรหนุ่มที่ยืนคอยอยู่แล้ว ไม่นานนักอาหารสุดพิเศษ หน้าตาหน้าทานก็ถูกเสิร์ฟมาวางอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน

“ผมเตรียมที่นี่เอาไว้” เขาพูดลอย ๆ ขณะหั่นชิ้นเนื้อในจานเบื้องหน้า

... 

“ตั้งใจจะพาคุณมาเพื่อทานอาหารด้วยกัน” ชายหนุ่มมองหล่อนวูบหนึ่งก่อนจะสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ

“คุณทำเพื่ออะไรคะ” เมธินีสงสัยจริงจัง

“ผมอยากขอโทษที่...จูบคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต” เกียรติประกายมองคนตรงหน้านิ่ง แววตามั่นคงกับคำกล่าวที่เอ่ยบอก 

วาจาทุ้มที่กล่าวทำให้ใบหน้าสวยหวานเห่อร้อนอย่างช่วยไม่ได้ พวงแก้มของคนตรงหน้าแดงปลั่งเพราะเขินหรือเพราะแสงเทียน ชายหนุ่มก็ไม่แน่ใจนัก แต่มันทำให้หล่อนดูมีเสน่ห์น่ามองอย่างเหลือร้าย

“ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณตกใจ”

“คุณไม่ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้ค่ะ” เมธินีพยายามข่มหัวใจที่เต้นแรงเกินควบคุม

“ไม่เป็นไรหรอก ผมอยากให้คุณรู้สึกดีขึ้น” ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้า สายตาทอประกายแจ่มชัด สื่อความในใจอย่างเปิดเผย 

“ถ้าเป็นความตั้งใจจริงของคุณที่จะแสดงความจริงใจกับดิฉันก็ขอบคุณมาก”

ชายหนุ่มยิ้มให้ก่อนจะตักชิ้นเนื้อเข้าปากไปอีกคำ สังเกตเห็นอาการเกร็งของคนตรงหน้าก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของแก้มแดงกำลังเขินเขาอยู่

เกียรติประกายเรียกบริกรคนเดิมมากระซิบอะไรบางอย่าง เพียงไม่นานชายคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับเสิร์ฟเครื่องดื่มสองแก้ว เมื่อมองดี ๆ เมธินีจึงรู้ว่าของเหลวในแก้วทรงสูงตรงหน้าเป็นแชมเปญสีสวย กลิ่นหอมเย้ายวนให้น่าลิ้มลองไม่น้อย แต่กระนั้นคนที่ไม่คุ้นเคยกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ไม่กล้าจะคว้ามาดื่ม

นี่ของคุณชายหนุ่มบอกพลางยื่นมาให้ก่อนจะมองหน้าด้วยนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย อย่าบอกนะว่าคุณดื่มไม่เป็น” 

ปะเปล่าค่ะเสียงหวานรีบปฏิเสธก่อนจะรับแก้วเครื่องดื่มมาจากมือของชายหนุ่ม หากบอกว่าไม่เคยดื่มแล้วโดนเขามอมจนเมาขึ้นมาจะว่าไงเล่า

ก็ดีครับ ถ้างั้นเรามาชนแก้วกันหน่อย ถือว่าผมขอโทษในสิ่งที่เคยทำให้คุณไม่พอใจนะครับ” 

เมธินีชนแก้วตามคำเชิญก่อนจะยกเครื่องดื่มกรอกเข้าปากรวดเดียวหมดตามที่เคยเห็นในภาพยนตร์จีนที่บอกว่า ดื่มหมดจอกวางแก้วลงบนโต๊ะได้ก็ส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อยเหมือนจะบอกว่าเธอไม่ถือสาอะไรให้มากความแล้ว หากแต่ชายหนุ่มกลับมองหน้าเธอนิ่งก่อนจะหัวเราะเบา ๆ

เมธินีขมวดคิ้วหรี่ตามองจับผิด แต่เพียงครู่เสียงหัวเราะก็หุบหายและถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ของคนตรงหน้า เกียรติประกายดูจริงใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ เขาหล่อราวกับเทพบุตรและทรงเสน่ห์แห่งบุรุษเพศเอาไว้อย่างครบถ้วน ยิ่งมองใจดวงน้อยก็ยิ่งไหวหวั่น 

เมธินีอายจนหน้าแดง ก้มหน้าสายตาหลุบตํ่า ไม่กล้ามองสบสายตาคมแม้แต่น้อยเพราะตอนนี้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะยิ่งกว่ารัวกลองศึกเสียอีก 

“วันนี้คุณสวยมาก...รู้รึเปล่า” เกียรติประกายอ่อนหวานยิ่งนัก

“ขอบคุณคะ วันนี้คุณก็ ดูดีมากเป็นพิเศษเหมือนกันคะ” เมธินีเขินหนักพยายามเก็บอาการเอาไว้ โปรยยิ้มกลับไปที่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับมองค้าง

“ท่านประธานคะ” ใบหน้าหวานยิ้มผ่อนคลายมากขึ้น 

“เต้นรำกันดีกว่านะครับ” เกียรติประกายเอ่ยชวนเมื่อทานอาหารมาได้พักใหญ่

เขาพูดพร้อมกับลุกขึ้นมาโค้งให้เล็กน้อย ยื่นแขนข้างหนึ่งออกมาให้หญิงสาวได้จับเป็นที่ยึดตัวเพื่อยืนขึ้นมาหาเขา ก่อนจะพาร่างบางเต้นรำบนฟลอร์ที่มีเขาและเธอเพียงสองคน  เกียรติประกายยอมรับกับตัวเองว่า ขณะนี้เขาไม่สามารถละสายตาจากคนตรงหน้าได้จริง ๆ 

ความทรงจำที่เขายังไม่ลืมเลือน รอยยิ้มแสนหวานที่เขาประทับใจ นางในฝันที่ปั่นป่วนหัวใจเขามาเป็นปีๆ เธอทำให้เขาแทบหลอมละลายไปกับความหวานจากรอยยิ้มที่เขาเฝ้าหวังว่าจะได้เห็น ใบหน้าคมโน้มลงมาช้า ๆ หมายจะรับรสหวานที่เคยได้สัมผัส หากแต่หน้านวลหลุบตํ่าลงอย่างเขินอายและตกใจกับการกระทำนั้นไม่น้อย 

เจ้านายหนุ่มชะงักก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างยอมจำนน เธอคงยังไม่ชินกับความรวดเร็วของเขา หล่อนจะรู้หรือไม่หนอว่าเขาปลูกต้นรักเอาไว้กับสาวในฝันมาหลายปีโดยไม่รู้ตัวกระทั่งตอนนี้จึงได้เข้าใจตัวเองแล้วว่า เหตุผลที่ใบหน้าและชื่อเจ้าหล่อนไม่เคยเลือนหายไปนั้นคงเป็นเพราะพรมลิขิตชักพาให้เขาและเธอคู่กันเป็นแน่ 

จากที่หมายตากลีบปากอวบอิ่ม ประธานบริษัทKNR Organize จึงเปลี่ยนมาประทับจูบแสนอบอุ่นตรงหน้าผากนวลแทน ปลายจมูกโด่งแอบสูดกลิ่นหอมจากเรือนผมดำสลวยเต็มปอด ก่อนปากร้อนจะไล้จุมพิตไปหาพวงแก้มแดงเรื่อที่ไม่รู้ว่าเพราะฤทธิ์แชมเปญหรือความเขินอายกันแน่

ดื่มไม่เป็นทำไมไม่บอกล่ะครับเสียงทุ้มผะแผ่วอยู่ริมหู รั้งเอวบางให้เข้ามาแนบชิดแผงอกอุ่น

อะไรนะคะเมธินีซบอิงอย่างลืมตัวก่อนจะเอ่ยถามเมื่อได้ยินเขาพึมพำอะไรบางอย่างไม่ถนัดนัก

แชมเปญเมื่อครู่นี้...คุณดื่มไม่เป็นหรอกหรือเสียงทุ้มเอ่ยพลางยกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม หากแต่คนตรงหน้ากลับเขินหน้าแดงเรื่อเมื่อถูกจับได้

ประกายตาคมวาววับสะท้อนกับแสงไฟ มองแล้วเหมือนกำลังเพลิดเพลินอยู่ในเทพนิยายอย่างไรอย่างนั้น เมธินีมองสบตาคมค้างนิ่งราวกับถูกมนต์สะกด เขากำลังร่ายมนต์ใส่เธออยู่เป็นแน่ ทำไมวันนี้เขาถึงได้...หล่อจัง...

“ฉันเหนื่อยแล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวรีบขืนตัวออกห่างพลางปั้นหน้าให้เป็นปกติทั้งที่ทำได้ยากยิ่งนัก

“เรียกแทนตัวเองว่าน้องมายด์สิครับ” เขาเว้าวอนอย่างน่ารัก ส่งสายตาหวานเชื่อมไม่แพ้กันมาให้ พลางรั้งร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างเอาแต่ใจ “ถ้าคุณไม่ยอม ผมจะไม่ปล่อย” คนขี้ตู่เอ่ยออกมาดื้อ ๆ 

“ก็ได้ค่ะ คุณกาย น้องมายด์เหนื่อยแล้วล่ะค่ะ ไปนั่งพักกันเถอะ”

“น่ารักมาก” ชายหนุ่มยิ้มพอใจก่อนจะฉกแก้มนวลอย่างถือสิทธิ์จนสัมผัสได้ว่าคนในอ้อมแขนสะดุ้งตกใจ

เมธินีหน้าแดงยืนมองตะลึง ชายหนุ่มส่งยิ้มทรงเสน่ห์มาให้อีกครั้งก่อนจะพาเธอไปส่งยังเก้าอี้นุ่มสุดหรูตามที่เธอเรียกร้อง 

“คืนนี้ให้คุณกายไปส่งนะครับ” เขาส่งเสียงอ้อน

“เอ่อ...”

“ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด ผมอยากทำ” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้พูดตอบเจ้านายรูปงามก็รีบตัดบท และแล้วค่ำคืนนี้เมธินีก็ต้องยอมให้ท่านประธานไปส่งจนได้ สองหนุ่มสาวใช้เวลาที่โต๊ะอาหารอีกเพียงครู่ก็เดินทางกลับ

รถยนต์คันหรูจอดสนิทหน้าคอนโดแปดชั้น กระนั้นเมธินีก็ยังถูกกักด้วยการรั้งข้อมือเรียวเอาไว้ก่อนที่จะทันได้หันไปรั้งประตูให้เปิดออก คนขับกิตติมศักดิ์ประคองมือหญิงสาวขึ้นมาจุมพิตเต็มรัก

“ขอบคุณที่มาส่งค่ะ” เมธินีกล่าวขอบคุณอย่างจริงใจ เขาจะรู้บ้างไหมว่าทำให้หัวใจเธอสั่นไหวแปลก ๆ คืนนี้เธอต้องมนต์เสน่ห์แห่งบุรุษเพศเข้าเต็มเปา...เขาต้องเป็นปีศาจตัวร้ายที่เป่ามนต์มาเขย่าหัวใจเธอเล่นแน่ ๆ

“เดี๋ยวสิครับ ผมอยากรู้ว่าคืนนี้คุณประทับใจรึเปล่า” ประกายตาหวานวับไหว

“ค่ะ ฉันประทับใจมาก”

“ว่าไงนะครับ” เขาเสียงดุ หากแต่นัยน์ตาสีสนิมยังเจือความอบอุ่นให้เห็น

“น้องมายด์ประทับใจมากค่ะคุณกาย คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ” 

“น่ารักมากครับ คืนนี้หลับฝันดีนะครับ” ปากหยักได้รูปประทับบนหน้าผากมนสวย เขาส่งยิ้มอีกครั้ง หญิงสาวส่งยิ้มตอบก่อนจะลงจากรถและเดินจากไปจนลับตา

เกียรติประกายยังไม่ออกรถในทันที เขามองแผ่นหลังงามที่ลับหายไปและยังคงรออยู่อีกสักพักใหญ่ ๆ ความอิ่มเอิบและเปี่ยมสุขทำให้เขารู้ว่าหัวใจของเขาบินไปอยู่กับเจ้าของรอยยิ้มแสนหวานเมื่อสักครู่เรียบร้อยแล้ว

...มาเจอรักแรกพบเอาตอนแก่นะเรา...เขายิ้มกับตัวเองขำ ๆ กับความคิดของตัวเองก่อนจะขับรถออกไปอย่างอ่อยอิ่ง ประจักษ์แก่ใจตัวเองแล้วว่า สาวในฝันมีตัวตนอยู่จริง และเขาจะต้องคว้าหล่อนมาเป็นของเขาให้จงได้

เมธินีเปิดประตูเข้าห้องมาอย่างเงียบที่สุด ไม่อยากทำให้เพื่อนรักที่อาจจะกำลังนอนหลับสบายต้องตื่นเพราะการกลับมาของเธอ เพราะหากมาริษาตื่นมาเจอไม่แคล้วเธอคงถูกเพื่อนรักซักฟอกจนขาวสะอาดเป็นแน่ 

คนกลับดึกจึงย่องเบาเข้าห้องตัวเอง จัดการภารกิจส่วนตัวด้วยเวลาอันรวดเร็วก่อนจะออกมาจากห้องนํ้าแล้วพบว่ามีใครบางคนนั่งส่งยิ้มรอเธออยู่บนเตียง

กว่าเมธินีจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืนไปแล้ว เมื่อเพื่อนรักอย่างมาริษา ไม่ได้นอนหลับอย่างที่เมธินีเข้าใจ แต่กลับนั่งรอเธอโดยมีทีวีเป็นเพื่อนอยู่ค่อนคืน ซักไซ้ไล่เลียงสารพัดจนเป็นที่พอใจนั่นล่ะ เธอจึงได้รับการปล่อยตัวให้เข้านอนได้เสียที

 






มาอัพเพิ่มจ้า

ฝากติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

ขอบคุณมากมายจ้า



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha