ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 5 : Chapter 4


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Chapter 4 หวั่นใจ 
 
ชุดเดรสซีฟองสีชมพูอ่อนดูสบายตา ขับให้คนหน้าหวาน ดูหวานเรียบร้อยขึ้นไปอีก คนสวยของคุณกายเดินเข้าออฟฟิศมาพร้อมกับสายตาทุกคู่ที่ต้องเหลียวหลังกลับมามอง จะเพราะหัวใจอิ่มเอิบหรือเพราะชุดขับให้ดูสวยขึ้นก็ไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่สัมผัสได้แจ่มชัดยิ่งนักคือ เสียงหัวใจตนเองที่กำลังเต้นกระหน่ำเพราะความตื่นเต้น เมื่อเดินเข้าใกล้ห้องทำงานของท่านประธานเข้าไปทุกขณะ 
หญิงสาวก้าวผ่านบานประตูที่เปิดกว้างก่อนจะปล่อยให้มันค่อย ๆ ปิดตามหลัง ในห้องไม่มีใครอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้เธอหน้าแดงเรื่อขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวคงจะเป็นภาพเจ้าของห้องที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังชุดโซฟารับแขกนั่นเอง  
เกียรติประกายในรูปภาพดูแน่วนิ่งเคร่งขรึม หากแต่กลีบปากสีแดงสวยทำให้เธอระลึกย้อนถึงรอยสัมผัสที่ยังฝังตรึงในหัวใจ ก่อนจะนึกก่นด่าตัวเองที่เผลอไผลคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอย่างน่าเกลียด “คุณไม่มีใครมายด์คงคิดอะไรไปไกลกว่านี้”  
“อรุณสวัสดิ์ครับคนสวย” เสียงทุ้มนุ่มทักทายมาจากเบื้องหลัง เรียกให้คนที่กำลังเขินหนักหันกลับไปมองทันควัน 
“ท่านประธาน ! เอ่อ คุณกาย” เมธินีรีบเปลี่ยนสรรพนามที่เรียกในทันทีเมื่อเห็นแววตาหวานส่อแววดุออกมา 
“เป็นอะไร มองผมแล้วทำหน้าอย่างกับเห็นผี” ชายหนุ่มทักทายทีเล่นทีจริง ส่งยิ้มให้พลางใช้มือข้างหนึ่งเกลี่ยผมสลวยที่ปล่อยยาวสยายมาคลุมไหล่นุ่มน่าสัมผัส 
“มาแต่เช้าเลยนะคะ วันนี้ก็ไม่มีประชุมหรือว่ามีอะไรด่วนรึเปล่าคะ” หญิงสาวผู้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่สูงมากรีบถามแก้เก้อ 
“น้องมายด์ไม่ได้พลาดอะไรหรอกครับ ผมแค่มาเช้าเป็นปกติ...ผมคิดถึงคุณ” ส่งตาหวานเชื่อมแทนประโยคสุดท้ายที่ไม่หลุดออกจากปาก คนที่ถูกมองจำต้องรีบหลบตาหลุบตํ่า ใจสาวเริ่มเต้นเป็นกลองรัวอีกครั้งก่อนจะเบี่ยงกายรีบเดินไปที่โต๊ะทำงานแต่ก็ถูกเขาตวัดเอวจนตัวปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกแกร่งเสียก่อน 
สองมือกางกั้นอย่างไว้เชิง มองสบตาคนตัวใหญ่ด้วยความหวั่นไหวเจือรอยตำหนิ หากแต่ไร้ประโยชน์เมื่อยังคงถูกกักเอาไว้แน่นหนาจนไม่อาจผละหนีจากแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อได้อย่างใจคิด  
“ผมทำน้องมายด์ตกใจรึเปล่า” เกียรติประกายกระชับอ้อมแขนไว้รอบร่างนุ่ม น้องมายด์รู้สึกตัวรีบใช้แขนดันตัวออกห่างอีกครั้ง ก้มหน้าซ่อนพวงแก้มแดงระเรื่อเป็นลูกมะเขือเทศสวยงามแต่ก็หาพ้นสายตาซุกซนของชายหนุ่มไม่ 
“คุณกายคะ คือฉัน...ปล่อยฉันเถอะค่ะ”  
“ฉันทำให้เธอตกใจอีกแล้วใช่ไหม” เขาก้มลงมาถามอย่างห่วงใย จมูกโด่งได้รูปแทบจะประชิดจมูกรั้นของคนตัวเล็กกว่าทั้งที่วงแขนแข็งแรงยังคงกระชับดังเดิม 
“ปล่อยเถอะค่ะ ถ้าแฟนคุณมาเห็นเข้าจะไม่ดี” คำปรามบอกเขาแต่เหมือนสั่งใจตนอยู่นัยน์ที กระนั้นเขาก็ยังไม่ปล่อย ดวงตาสีนิลกาฬมองลึกเหมือนชั่งใจก่อนจะยกยิ้มมุมปากราวกับอ่านใจคนตรงหน้าได้สำเร็จ
“หึงฉันเหรอ” เกียรติประกายยิ้มกริ่ม สายตาที่มองกรุ้มกริ่มไม่แพ้กัน 
“เปล่าค่ะ คือ น้องมายด์คิดว่าคนมีเจ้าของไม่ควรมาทำอะไรรุ่มร่ามกับลูกน้องตัวเองแบบนี้ อีกอย่าง...น้องมายด์อึดอัดน่ะค่ะ” เมธินีทำเสียงอ่อนหวังหลุดพ้นจากอ้อมกอดอบอุ่นที่ทำให้เธอติดใจมากกว่าตกใจเสียแล้วในตอนนี้ 
“ก็ได้ครับ คุณกายจะปล่อย แต่น้องมายด์ต้องหอมแก้มคุณกายก่อนนะครับ” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อ ๆ พร้อมแก้มป่องให้เธอ หญิงสาวเบนหน้าหนีเล็กน้อยอย่างชั่งใจ เจ้านายหล่อแถมอ่อยเธอเสียขนาดนี้จะทำอย่างไรดีหนอ 
“นะครับ งั้นคุณกายไม่ปล่อยนะ” หญิงสาวใช้ปลายจมูกแตะแก้มป่องอย่างเสียมิได้ แม้จะเร็วปานจรวดแต่ก็ทำให้เกียรติประกายยิ้มพอใจก่อนจะปล่อยร่างงามเป็นอิสระตามสัญญา เขายิ้มและเดินไปเลื่อนเก้าอี้ให้เลขาคนสวย 
“เชิญครับ” เจ้านายหนุ่มช่างเอาใจและทำให้คนรอบข้างทำตามอย่างที่ใจต้องการได้ในที่สุด  
 
เกียรติประกายทุ่มเทเต็มที่เสมอในเวลางาน เขาดูจริงจังและตั้งใจจนคนใกล้ ๆ เผลอมองอย่างลืมตัว สายตาคมที่มีความมุ่งมั่นฉายชัด ใบหน้าหล่อเกินพิกัดที่ดูนิ่งเรียบจนคนลอบมองแอบใจสั่นอยู่เป็นระยะ
เธอยอมรับว่าเขาหล่อจริง ๆ สาวที่ไหนได้เห็นคงน้อยคนนักที่จะปฏิเสธไมตรีได้ ไม่เคยใกล้ชิดกับใครแต่เขากลับทำให้เธออยากอยู่ใกล้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ...ยัยมายด์ เธอต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ  
เมธินีก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ หากแต่สายตายังคอยแอบมองคนเป็นเจ้านายทุกครั้งที่มีโอกาส โดยไม่รู้เลยว่า การมองเพลินตาเพลินใจจนคนตัวใหญ่รู้สึกตัวอยู่หลายครั้ง อยากจะมองตอบอยู่หรอกแต่กลัวจะทำให้เธอเลิกมองเขาจึงต้องนิ่งเงียบเอาไว้ แอบซ่อนความพอใจอยู่ลึก ๆ เงียบ ๆ และตั้งหน้าตั้งตาตรวจดูเอกสารตรงหน้าต่อไป อย่างน้อยก็ก่อนเที่ยงนี้จะมาถึง เขาจะนิ่งเพื่อให้หล่อนหายตกใจและเลิกกลัวเขาเสียที 
“เที่ยงแล้วไปทานอาหารกับคุณกายนะครับ” เสียงทุ้มของคนหล่อดังขึ้นตรงหน้า เรียกให้เลขาที่กำลังตั้งใจกับกองงานบนโต๊ะแหงนมองด้วยแววสงสัย   
“ค่ะ แต่...คงไม่ต้องสร้างบรรยากาศแบบเมื่อคืนนะคะ” เมธินีกล่าวหลังจากมองนาฬิกาข้อมือของตนเอง ยิ้มหน้าทะเล้นกระจ่างใสเต็มวงหน้าหวาน 
“ถ้าอย่างนั้นเชิญครับ” เกียรติประกายยังคงสุภาพได้อย่างน่ารัก  
“วันนี้มายด์ขอเป็นเจ้ามือเลือกร้านอาหารเองนะคะ ไม่รู้ว่าจะถูกใจคุณกายหรือเปล่าแต่รับรองว่าอร่อยไม่แพ้ที่ไหนแน่นอนค่ะ” เมธินีบอกพลางยิ้มพลาง เดินเคียงข้างเจ้านายออกไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวที่เธอเคยแวะมาทานอยู่สองสามครั้งกับพี่ ๆ ต่างแผนก 
ไม่นานนักก็ได้ร้านอาหารมื้อเที่ยงวันนี้ เมธินีเดินนำเข้าไปในร้านโดยมีชายหนุ่มสุดหล่อเดินตามหลังต้อย ๆ อากาศร้อนภายนอกทำให้คนตัวโตเหงื่อท่วมได้ไม่ยาก เห็นแล้วก็นึกสงสาร ห่วงว่าเขาจะทานได้หรือเปล่า 
“ก๋วยเตี๋ยวเรือร้านนี้อร่อยมากเลยค่ะ คุณกายเคยมาทานรึยังคะ” เมธินีถามทั้ง ๆ ที่รู้คำตอบอยู่แล้ว 
“ยังครับ...ผมไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่” เขาตอบยิ้ม ๆ แขนเสื้อเชิ้ตราคาแพงถูกพับขึ้นมาเกือบครึ่งท่อนแขน สูทสีดำสนิทถูกวางไว้บนเก้าอี้ใกล้ ๆ ตัวชายหนุ่ม  
“นั่นสิค่ะ ฉันไม่น่าถามอะไรโง่ ๆ ออกไปเลย คนอย่างคุณคงไม่มานั่งทานอะไรในที่แบบนี้ เราเปลี่ยนร้านได้นะคะ” เมธินีรีบเสนอ เกรงว่าคนตรงหน้าจะทานไม่ได้ 
“ไม่เป็นไร ไม่เคยทานไม่ได้หมายความว่าทานไม่ได้ ไม่ลองไม่รู้ จริงไหม” เกียรติประกายยิ้มสู้ เขาเองอยากเรียนรู้ในสิ่งที่หญิงสาวเป็นให้มากที่สุด โอกาสดี ๆ มาถึงแล้วจะให้ปล่อยผ่านไปได้อย่างไร    
“ขอตัวไปห้องนํ้าสักครู่นะครับ รู้สึกว่าต้องล้างไม้ล้างมือกันสักหน่อย” ชูมือให้ดูก่อนจะลุกเดินไปทางห้องนํ้าด้านหลังร้าน    
เมธินีสั่งเมนูประจำพร้อมกับถือวิสาสะสั่งเมนูแนะนำให้ชายหนุ่มไปด้วยพร้อมกัน รอไม่นานก๋วยเตี๋ยวเรือแสนอร่อยก็มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ หญิงสาวใส่เครื่องปรุงรสรอท่าแต่หลายนาทีผ่านไปคนตัวใหญ่ก็ยังไม่กลับมา จากที่นั่งชะเง้อคอรอคอยจึงเปลี่ยนใจเดินไปตามเสียให้รู้แล้วรู้รอด  
เมธินีเดินเลยไปด้านหลังร้านแต่ก็ไม่เห็นคนที่กำลังตามหา มองเลยไปอีกนิดเป็นสวนสาธารณะที่มีไม้ใหญ่ให้ร่มเงาอยู่หลายต้น ดูสบายตาและผ่อนคลายได้อย่างไม่น่าเชื่อ ยืนรอเขาแถวนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวคงจะออกมา 
พลันได้ยินเสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากสวนสาธารณะที่อยู่ไม่ไกลนัก เมธินีจึงเดินตามเสียงไปดูโดยไม่ทันได้คิดหน้าคิดหลัง ก่อนจะพบว่าเลยต้นไม้ใหญ่ไปเพียงนิดมีเด็กตัวน้อยอายุน่าจะไม่เกินสี่ขวบกำลังยืนร้องไห้อยู่เพียงลำพัง ไม่สิ...มีใครบางคนกำลังย่อกายพูดคุยอยู่ด้วยตรงนั้น...นั่น คุณกาย!  
“ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวลุงจะตามหาคุณแม่ให้นะ” นํ้าเสียงที่อบอุ่นเต็มไปด้วยความห่วงใยน่าฟังยิ่งนัก  
“แม่จ๋า...” เสียงเด็กน้อยยังสะอื้นไห้ นํ้าตายังคงไหลอาบแก้ม 
“เอาล่ะ เรามาช่วยกันตามหาแม่นะครับ คงจะอยู่แถวนี้ล่ะไม่หายไปไหนหรอกครับ” เกียรติประกายปลุกปลอบให้กำลังใจ มือข้างหนึ่งประทับบนไหล่เล็ก อีกข้างแนบเรือนผมเส้นบางราวกับจะช่วยถ่ายถอนอาการตกใจของเด็กน้อยตรงหน้า 
เพียงไม่นานคนตัวใหญ่กับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสวนช่วยกันตามหามารดาของเด็กน้อยจนพบ ซึ่งมารดาของเด็กก็กำลังตามหาเจ้าตัวเล็กที่วิ่งเล่นแล้วพลัดหลงกันไปอยู่เช่นกัน   
เด็กน้อยยิ้มร่า เข้าไปกอดมารดาอย่างต้องการการปลอบขวัญ คุณแม่ยังสาวกล่าวขอบคุณเป็นการใหญ่ก่อนจะขอตัวจากไป เกียรติประกายยิ้มอย่างมีความสุข อิ่มเอมกับความรักของสองแม่ลูกที่เขาได้พบเห็นพาลนึกไปถึงดวงหน้าหวานที่เป็นเจ้าของหัวใจเขาไปแล้วในตอนนี้ 
“น่ารักจังเลยนะคะ” เสียงหวานเอ่ยลอยตามลมมาจากด้านหลัง 
“ครับ” เกียรติประกายรับคำพร้อมรอยยิ้มเปี่ยมสุขก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้  
“น้องมายด์ แย่จริง รอนานหรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มตกใจเจือความสำนึกผิดอยู่ในที “ขอโทษครับพอดี...”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” หน้าหวานยิ้มเยือน รู้สึกดีกับคนตัวใหญ่ขึ้นเป็นกอง “ไปทานก๋วยเตี๋ยวเถอะค่ะ เด็กยกมาเสิร์ฟแล้ว วันนี้น้องมายด์จะเลี้ยงหนุ่มใหญ่ไฮโซสุดหล่อเป็นรางวัลให้ในฐานะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ใจดีช่วยเหลือเด็กน้อยนะคะ”
“ได้สิครับ” หน้าหล่อยิ้มแป้น ดีใจที่หญิงสาวเปิดใจให้เขามากขึ้น
หลังรับประทานอาหารเที่ยงแสนอร่อย สองหนุ่มสาวกลับเข้าห้องทำงานตามปกติ หากแต่ใครบางคนกลับนั่งไม่ลงเพราะความอิ่มสุขและจุกเพราะทานเยอะ
“คุณกายคะ ทานยาสักหน่อยไหมคะ” เมธินีถามอย่างห่วงใย  เพราะมื้อเที่ยงวันนี้เกียรติประกายอิ่มจนจุก เดินลูบท้องไปมาอยู่ภายในห้องทำงานไม่หยุด 
“ไม่เป็นไรครับ แค่จุกนิดหน่อย” หน้าหล่อยังฟอร์ม เขาไม่คิดว่าก๋วยเตี๋ยวเรือในร้านไม้เก่า ๆ อย่างนั้นจะมีรสชาติอร่อยจนเขาต้องขอเพิ่มอีกหลายชาม งานนี้คนรู้จักประหยัดอย่างเมธินีถึงกับไม่อยากเอ่ยปากเลี้ยงเขาอีกเลย 
“ก็คุณกายเล่นทานเยอะขนาดนั้น ดูสิน้องมายด์กลัวไปเลย” เมธินีพูดติดตลก ยิ้มหวานส่งมาให้ทำให้คนตัวโตหัวใจพองจนคับอก 
สายตาคมสบตาหวานสื่อความหมาย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะจนคนตัวเล็กต้องนั่งนิ่ง กลัวว่าหัวใจจะวายตายเสียก่อน คนหล่อโน้มหน้าเข้ามาใกล้ เมธินีหลับตาปี๋ ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เมื่อแก้มนวลถูกสูดกลิ่นหอมไปฟอดใหญ่ คนตัวเล็กกลับลืมตาโตโชว์ความใสอยู่ซะนานสองนาน จนได้ยินเสียงหัวเราะ จึงได้สติมองคนตรงหน้าพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ 
“คุณกายเอาเปรียบน้องมายด์อีกแล้วนะคะ”
“งั้นคุณกายให้น้องมายด์หอมคืนก็ได้ครับ” คนตัวโตทำท่าจะเอาจริง 
“ไม่ค่ะ ยังไงน้องมายด์ก็เสียเปรียบอยู่ดี” ตาหวานค้อนใส่ก่อนจะปลีกตัวหวังหนีไปทำงาน ก็เจ้านายของเธอนั่งไม่ติดโต๊ะทำงานเลยนี่น่า เดินป้วนเปี้ยนรอบตัวเธอไม่หยุด จนไม่เป็นอันทำงานไปแล้ว 
“รับทราบครับผม คุณเลขา” เกียรติประกายยังไม่วายส่งตาหวานเยิ้มให้เมธินี 
เกียรติประกายวนเวียนไม่ห่างจากโต๊ะเลขา มีงานเพิ่มเติมก็เป็นฝ่ายเดินมาหา อยากได้กาแฟก็เดินมาบอก แม้กระทั่งจะออกไปพบปะกับใครด้านนอกก็ต้องมีเรียกสั่งหรือบอกกล่าวเสียก่อน กระทั่งเลิกงานแล้วเมธินีก็ถูกสั่งให้เดินทางกลับไปด้วยกัน 
“เสียดายจัง ไม่มีโปรแกรมพบลูกค้าแบบเมื่อคืน” เสียงทุ้มอ้อนน่าหยิก จนคนตัวเล็กต้องหันมามองส่งสายตาหมั่นไส้มาให้ 
“ขอบคุณนะคะ ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะคะคุณกาย” เมธินีส่งยิ้มหวานก่อนจะเปิดประตูรถลงไปเอง ขืนรอให้ชายหนุ่มลงไปเปิดให้วันนี้คงไม่ได้กลับเข้าห้องพักเป็นแน่ ยืนส่งยิ้มหวานให้คนในรถก่อนจะเดินเข้าที่พักไป 
“น้องมายด์” เสียงใครบางคนเรียกให้ร่างบางชะงักก่อนจะก้าวเข้าลิฟท์ 
“พี่ตั้ม” เสียงหวานเอ่ยดีใจ ตั้งแต่ไปทำงานเธอก็ห่างหายจากเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยและรุ่นพี่คนสนิทที่ยืนอยู่ตรงหน้า 
อติชาติ วงศ์วิวัฒพาณิช หรือพี่ตั้ม เป็นรุ่นพี่ที่เหมือนเพื่อนร่วมคณะของมาริษาและเมธินี หากจะเรียกได้ว่าเพื่อนร่วมแก๊งก็ไม่ผิดนัก เพราะชายหนุ่มเฝ้าตามขายขนมจีบเมธินีมาตั้งแต่ปีหนึ่ง ในขณะที่มาริษาแอบมีใจให้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น  
มิตรภาพเป็นสิ่งสำคัญยิ่งนักจึงเป็นเหตุผลหลักที่เมธินีไม่เคยเปิดใจรับรักชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคนที่เพื่อนรักแอบหลงปลื้มและมอบใจให้มานานแล้วนั่นเอง 
“พี่ไม่เจอน้องมายด์หลายวัน คิดถึงนะครับ” เสียงอ้อนด้วยความคิดถึงล้นใจ จนลืมไปว่าคนตรงหน้าเคยบอกไปแล้วว่าไม่ได้คิดอะไรกับเขา 
“พี่ตั้มเอาอีกแล้วนะคะ น้องมายด์บอกแล้วไงคะว่า...” 
“ครับ...พี่จำได้...จำได้เสมอ” เสียงสลดลงเหมือนจะสะกดอารมณ์น้อยใจเอาไว้ก่อนจะเอ่ยความในใจต่อไปอีก 
“พี่ก็แค่คิดถึง ไม่ได้มีอะไรมากมายกว่านี้สักหน่อย” เขาไม่อยากปิดบังความรู้สึกภายใน รู้สึกอย่างไรจึงขอบอกไปอย่างนั้น แม้จะรู้ตัวดีว่าเป็นได้แค่... 
“คือ พี่มารายงานความคืบหน้าของชมรมน่ะครับ” 
คนตัวโตเริ่มน้อยใจแต่ก็ยังไม่อยากโดนสาวหน้าหวานงอนใส่เขาเสียก่อน ทั้งสองชวนกันไปนั่งคุยประสาพี่น้องที่โต๊ะรับรองด้านล่าง โดยไม่รู้เลยว่าสายตาคมเข้มของใครบางคนมองอยู่ไกล ๆ  
นัยน์ตาที่ลุกเป็นไฟจากดวงตาคมดุทอประกายกล้า เพ่งมองภาพเบื้องหน้าอย่างนึกสงสัย ผู้ชายที่นั่งเคียงข้างเลขาคนสวยของเขาเป็นใคร ทำไมจะต้องนั่งใกล้กันขนาดนั้น มองพลางคิดพลางใจหนึ่งอยากเข้าไปขวางจึงรีบจํ้าอ้าวเข้าไปหาโดยเร็ว  
ชายหนุ่มก้าวเดินเต็มความสูง สายตายังคงจับจ้องแผ่นหลังงามซึ่งเป็นเจ้าของหัวใจดวงโตที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะในตอนนี้ เมธินีมีแฟนอยู่แล้วอย่างนั้นหรือ ? 
“น้องมายด์ครับ” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วอยู่ริมหูจากด้านหลัง เรียกให้เจ้าของชื่อหันกลับไปมองด้วยความสงสัย 
“อุ๊ย !” เสียงหวานอุทานเมื่อจมูกโด่งก้มลงมาแนบแก้มนวล 
ชายหนุ่มมาดเซอร์นั่งไม่ติดเก้าอี้เมื่อเห็นยอดดวงใจถูกคุกคามต่อหน้า อติชาติยืนพรวดเดียวก็ก้าวไปประชิดตัวหน้าหล่อผู้มาใหม่ทันที 
สายตาคมดุมองสบกันอย่างไม่ยอมลดละ เกียรติประกายมองเห็นแววตาหวงหึงที่เปิดเผยอย่างเต็มที่ของคนตรงหน้า สิ่งนั้นมันทำให้เขานึกขัดใจลึก ๆ หากเป็นวัยรุ่นใจร้อนคงได้ส่งหมัดหนัก ๆ ใส่ไอ้แมวขโมยที่มันกล้ามาตามตอแยคนของเขาไปแล้ว  
“พี่ตั้มหยุดนะ” เสียงหวานตะโกนห้ามทัพก่อนจะเกิดเรื่อง 
เมธินีปรี่เข้าไปขวางไว้ก่อนที่จะมีการทะเลาะกันเกิดขึ้น ร่างบางปกป้องหนุ่มหล่อที่ขโมยหอมแก้มอย่างห่วงใย อติชาติมองอย่างปวดร้าวแต่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าแค่มอง    
หนุ่มมาดเซอร์มองนิ่งด้วยดวงตาแข็งกร้าว หากแต่เกียรติประกายก็ไม่หลบตาเช่นกัน แววตาสื่อความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคนตัวเล็กข้างหน้าอย่างเต็มที่ วงแขนแกร่งโอบไหล่คนตัวเล็กที่เข้ามาปกป้องเขา 
“ไม่เป็นไรครับน้องมายด์” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยบอก เพื่อให้หญิงสาวคลายกังวล
เมธินีหันไปมองดวงตาอบอุ่นที่มอบให้ แววตาประทับใจฉายชัด คนตัวใหญ่ใจเย็นกว่าที่คิด นึกว่าจะงานเข้าซะแล้วสิ ไอ้มายด์เอ๊ย หญิงสาวถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะหันมามองสบตาคนตรงหน้าตรง ๆ 
“คุณกายมีอะไรรึเปล่าคะ น้องมายด์นึกว่าคุณกายขับรถกลับบ้านไปแล้ว” เมธินีพยายามเปลี่ยนเรื่องเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น ตาคมหันมาสบสายตาหวานนิ่งเหมือนอยากถามอะไรบางอย่างแต่ก็เปลี่ยนใจ หางตาเหลือบเห็นแววตาผิดหวังของใครบางคนที่กำลังถอยไปนั่งที่เดิมจากที่ลุกมาเมื่อสักครู่นี้ 
“ผมลืมบอก...พรุ่งนี้เช้าจะมารับไปทำงานพร้อมกันนะครับ” ชายหนุ่มบอกเสียงนุ่ม หากแต่นัยน์ตาวิบวับทำให้เมธินีได้แต่ยืนอึ้งจนไม่กล้าจะเอ่ยปากปฏิเสธ 
เกียรติประกายยกยิ้มทรงเสน่ห์ด้วยความพอใจ ไม่ปฏิเสธก็แสดงว่ามีใจ อารมณ์ขัดเคืองเจือความหึงหวงเมื่อครู่ผ่อนลงไปได้มาก อย่างน้อยเจ้าหล่อนก็ไม่ได้แสดงทีท่าว่ามีใจกับใครคนนั้น จะมีก็แต่ชายแปลกหน้าที่เข้าใจได้ว่าอาจจะเป็นเพื่อนร่วมคณะนั่นต่างหากที่แสดงออกทั้งสีหน้าท่าทางว่าทั้งหวงทั้งหึงเลขาของเขา 
เมธินีมองส่งกระทั่งรถคันหรูของเจ้านายลับหายไป อยากจะเดินกลับเข้าห้องพักแต่ใครบางคนเอ่ยปากรั้งเอาไว้เสียก่อน หากไม่ติดว่าเพื่อนรักของเธอมีใจให้เขาคนนี้ เธออาจจะเผลอมีใจให้กับความอดทนของคนจอมตื้อคนนี้แล้วก็เป็นได้  
“น้องมายด์ครับ ไอ้หมอนั่นใคร” เสียงห้วนถามหลังจากที่เทพบุตรสุดหล่อกลับไปแล้ว 
“หมอนั่นของพี่ตั้ม หมายถึงคนที่เพิ่งขับรถออกไปหรือเปล่าคะ ถ้าใช่เขาก็คือคุณเกียรติประกาย คุณารักษ์ เจ้าของบริษัทที่ชมรมเราไปยื่นโครงการ เป็นทั้งผู้สนับสนุนโครงการและช่วยสานต่ออุดมการณ์ของเราให้ได้ก้าวต่อไปอย่างไรล่ะคะ น้องมายด์ขอตัวก่อนนะคะ” เสียงห้วนพูดตัดบทก่อนจะปลีกตัวออกห่าง  
“พี่ขอโทษครับ พี่ไม่ควรเรียกเขาว่าไอ้หมอนั่น” คนรู้ตัวว่าพูดไม่ดีพยายามข่มอารมณ์ ไม่อยากให้คนตรงหน้าเกลียดหรือมองไม่ดี 
เขารู้ตัวดี เพราะคำพูดที่สาวสวยตรงหน้าได้เปิดเผยความในใจมาแล้วครั้งหนึ่งว่าไม่เคยมองเขาเกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนและพี่ชายเลย มันยังคงก้องและยํ้าเตือนให้เขาทดท้ออยู่ทุกครั้งที่นึกถึงมันขึ้นมา และตอนนี้มันกระจ่างชัดเจนขึ้นจนเขากลัวว่าเจ้าของหน้าหวานตรงหน้าเขาจะหายไปจากชีวิต 
เมธินีตรงไปตรงมากับเขาเสมอ เธอไม่เคยหลอกให้ใครรัก ไม่ว่าคนคนนั้นจะทุ่มเทให้มากเพียงใดก็ตาม หญิงสาวไม่อยากให้ใครมองความรักเป็นเพียงเกมที่ท้าทายโชคชะตาหรือของเล่นสนุก ๆ ที่เล่นไปวัน ๆ นี่กระมังคือเสน่ห์ที่ทำให้เขาไม่อาจตัดใจ 
“ขอบคุณค่ะที่เข้าใจ” เมธินีรับคำหากแต่ยังไม่ยอมลดสายตาตำหนิลง ทำเอาคนตัวใหญ่หัวใจหดเหลือเท่าไม้จิ้มฟัน “พี่ตั้มจะมาบอกความเคลื่อนไหวที่ชมรมให้ฟังใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศที่เงียบตึง ให้ผ่อนคลายลงบ้าง 
อติชาติบอกกล่าวเรื่องงานในชมรม การดำเนินโครงการผ่านไปได้ด้วยดี โครงการได้รับอนุมัติเงินทุนจากทางบริษัทKNR Organizeเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองคุยกันอยู่นาน กว่าจะขอตัวแยกย้ายกันไป 
“พี่ตั้มกลับบ้านดี ๆ นะคะ” เมธินียิ้มให้ด้วยสายตาอ่อนโยนมากขึ้น  
ชายหนุ่มยิ้มออกมาอย่างโล่งอก  น้องมายด์น่ารักเสมอ น่ารักจนเขาไม่อยากเสียจุดยืนสำคัญตรงนี้ไป ยังอยากมองหน้าเธอ และได้เห็นรอยยิ้มแสนหวานนี้ต่อไป 
เมื่ออติชาติกลับไปแล้ว เมธินีเดินเข้าห้องไปอย่างเหนื่อยอ่อน เธอวางกระเป๋าสะพายลงบนโต๊ะส่วนตัวก่อนจะหย่อนตัวนั่งบนโซฟาใกล้ ๆ  
“เป็นไงจ๊ะเพื่อนรัก วันนี้คุณกายบุกหนักเหรอ หมดแรงมาเชียว” เสียงสดใสของเพื่อนร่วมห้องดังเจื้อยแจ้ว  
“ยัยษาบ้า บุกอะไรกัน เมื่อตะกี้เจอศึกหนักข้างล่าง” เมธินีพูดพลางลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นรินนํ้าใส่แก้วใส ก่อนจะกรอกเข้าปากเพื่อช่วยให้สดชื่นขึ้นมาบ้าง 
“อะไรกันจ๊ะศึกหนักที่ว่า รถไฟชนกันรึไง” เพื่อนษาพูดเหมือนรู้อะไร 
“มายด์กำลังจะเข้าลิฟท์ ก็เจอพี่ตั้มเข้าซะก่อน นั่งคุยกันสักพักคุณกายก็เข้ามา” เสียงหวานเล่าไปเรื่อย ๆ พลางจับผิดแววตาวูบไหวของเพื่อนรัก 
“แล้วไงต่อล่ะ รถไฟชนกันโครมใหญ่ใช่ไหม ใครเจ็บบ้างงานนี้” มาริษายังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน นึกห่วงใครบางคนไม่น้อย 
“จะบ้าเหรอ” เมธินีมองเพื่อนหน้าทะเล้น ก่อนจะเข้าประชิดใบหน้าเพื่อนรักพลางกระซิบบอกราวกับว่าเป็นเรื่องตื่นเต้นเสียหนักหนา “ไม่มีใครเจ็บทั้งนั้นจ๊ะ แต่เหนื่อยที่เกือบจะมีคนเจ็บ ดีนะที่คุณกายไม่เลือดร้อนเหมือนพี่ตั้มของเธอ”  
“เฮ้อ...รอดตัวไป นึกว่าจะมีข่าวหน้าหนึ่งซะแล้ว” มาริษาพ่นลมหายใจออกมาอย่างคลายกังวล  
มาริษาห่วงอติชาติแค่ไหนเธอรู้ดี เพราะแอบหลงรักมาตั้งแต่สมัยปี 1 กระทั่งมาสารภาพว่ายอมเป็นแม่สื่อให้กับอติชาติไปเสียแล้วเพราะไม่อยากขัดใจเขา แม้ความหวังริบหรี่ แต่เพื่อนรักก็ยังเฝ้าหวังเสมอมาโดยไม่ยอมปริปากหรือแสดงออก เมธินีอยากเล่าเรื่องราวความในใจของเพื่อนสาวให้อติชาติได้ฟังเหลือเกิน  
 
เย็นวันนี้สมาชิกของตระกูลคุณารักษ์ อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหาร ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนปฏิบัติตามกันมาตลอด คุณกนก คุณารักษ์ นายผู้หญิงของบ้านนั่งอยู่มุมหนึ่งข้าง ๆ หัวโต๊ะซึ่งเคยเป็นที่ของสามีสุดที่รักของนาง  
ตั้งแต่คุณเกียรติศักดิ์ คุณารักษ์ สามีของนางจากไป ที่แห่งนี้ก็ไม่เคยมีใครมานั่งซ้ำรอยอีกเลย ตอนนี้ดวงหน้าที่เคยเศร้าสร้อยเพราะการจากไปของสามีอันเป็นที่รักดูสดใสขึ้นมากแล้ว คุณหญิงของบ้านมีหัวใจของนางสองดวงที่ยังคงคอยห่วงใย และทำให้หญิงชราที่ป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดได้มีกำลังใจต่อสู้เพื่อวันข้างหน้า  
สายตาอบอุ่นมองสบกันระหว่างทานอาหาร แม้ว่าจะเป็นบรรยากาศเดิม ๆ แต่ทุกคนรู้ดีว่า นี่คือเวลาที่มีค่ามากสำหรับครอบครัว  หลังจากทานอาหารเรียบร้อยแล้วทุกคนยังคงนั่งคุยกันตามประสาแม่ลูก โดยมีลูกชายสุดหล่ออย่างเกียรติประกายนั่งอยู่ด้านซ้าย และลูกสาวคือเปรมศินีนั่งอยู่ด้านขวามือ    
บทสนทนาแสนห่วงใยเริ่มจากผู้เป็นมารดาเอ่ยถามถึงเรื่องการเรียน ซึ่งคำตอบจากเปรมศินียิ่งทำให้คุณกนกยิ้มภูมิใจในความสามารถของบุตรสาวได้เต็มหน้า อีกไม่ช้าไม่นานบ้านคุณารักษ์จะได้ฉลองต้อนรับบัณฑิตใหม่อีกครั้งแล้ว 
ใบหน้าสดใสของว่าที่บัณฑิตก้มลงมาซบไหล่ผู้เป็นมารดา ส่งสายตาออดอ้อนน่าเอ็นดูเสียจนเจ้าของไหล่อดไม่ได้ที่จะยกมือข้างหนึ่งมาลูบเรือนผมดำสวยของลูกสาวอย่างรักใคร่ 
“แล้วกายล่ะลูก เมื่อไหร่จะแต่งงานสักที แม่อยากอุ้มหลานแล้วนะลูก” นํ้าเสียงที่ไม่ได้จริงจังนัก แต่คนที่กำลังยิ้มเต็มหน้าชะงักไปนิด 
เกียรติประกายสะดุ้งเล็กน้อย ใบหน้าหล่อคมในตอนนี้มีสีแดงระเรื่อฉาบอยู่ น้องคนเล็กของบ้านอดยิ้มไม่ได้ เพิ่งจะรู้นะว่าผู้ชายตัวโตเขินแล้วน่ารักเหมือนกัน น้องสาวจอมป่วนมองหน้าพี่ชายที่กำลังจะอ้าปากพูดแล้วก็รีบชิงพูดขึ้นมาก่อน 
“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้พี่ชายเขามีหวานใจแล้วนะคะ” เปรมศินีพูดเหมือนรู้อะไร สายตาเจ้าเล่ห์เหลือบมองพี่ชายแล้วหัวเราะคิกคัก  
คราวนี้เกียรติประกายหน้าแดงอีกยก คุณกนกหันไปมองสบตาลูกชาย นางอยากจะรู้นักว่าใครกันนะที่จะมาเป็นลูกสะใภ้ จะดีพอกับตระกูลคุณารักษ์หรือไม่ นัยน์ตาผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากมองสบใบหน้าลูกชายที่นิ่งยิ้มเล็กน้อย 
“จริงเหรอ เป็นลูกเต้าเหล่าใครที่ไหนกัน” นํ้าเสียงห่วงใยดูตื่นเต้นดีใจไม่น้อย 
“เอ่อ...” ปากบางสวยกำลังจะเอ่ยตอบแทนพี่ชายสุดหล่อ 
“ไม่ต้องเลยนะ ป่วนจริง ๆ น้องแป้ง” เขาพูดดักคอน้องสาวอย่างไม่จริงจังนัก 
“คือ ตอนนี้ผมกำลังดูอยู่ เอาไว้แน่ใจแล้วผมจะพามากราบเท้าคุณแม่นะครับ” เกียรติประกายบ่ายเบี่ยงไป เขายังไม่อยากให้ที่บ้านรู้อะไรมากนัก เพราะเขาเองยังไม่รู้เลยว่าหญิงสาวผู้ครองดวงใจของเขาไปแล้วในตอนนี้รู้สึกกับเขามากน้อยเพียงใด 
“พี่กายนะ ตอบอย่างนี้ทุกที กำลังดูกำลังดู นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะคะ ปีนี้คนนี้ขอให้ดูจริง ๆ เสียทีเถอะค่ะ ถ้าช้าเกินไปไม่ทันใจคุณแม่ ระวังนะคะ เดี๋ยวคุณแม่รอไม่ไหวจัดหาลูกสะใภ้มาให้แล้วจะหาว่าสวยไม่เตือนไม่ได้นะคะ” น้องสาวตัวป่วนเตือนด้วยความหวังดีเรียกเสียงหัวเราะจากมารดาได้อีกยก 
“ว่าแต่เราเถอะ เรียนจบเมื่อไหร่เตรียมตัวไปทำงานกับพี่ที่บริษัททันทีล่ะ” พี่ชายเปลี่ยนเรื่องจนเปรมศินีตั้งตัวไม่ทัน 
“เจ้าค่ะท่านประธานใหญ่ ดูสิคะคุณแม่ พูดเรื่องนี้ทีไรเป็นต้องต้อนให้แป้งไปทำงานที่บริษัททุกทีเลย” บุตรสาวคนเล็กของบ้านคุณารักษ์มองค้อนพี่ชายพลางซบหน้ากับไหล่มารดา 
“ช่วยกันทำงานก็ดีแล้วนี่จ๊ะ อีกอย่างแป้งจะได้ไม่ต้องลำบากไปเดินหาสมัครงานให้วุ่นวาย” มารดาช่วยเสริมทัพพี่ชาย คนเป็นน้องได้แต่ส่งค้อนไปให้ทั้งพี่ทั้งแม่ เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเหลือเกินนะ 
“ก็แป้งยังอยากคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปก่อนนี่คะ” ทำท่าออดอ้อนเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้งก่อนจะถลึ่งตัวขึ้นมาถาม “แล้วคนที่แป้งฝากเอาไว้ทำงานได้ดีถูกใจพี่กายหรือเปล่าคะ”  
“ดี ดีมากทีเดียว” ชายหนุ่มตอบสั้นก่อนจะขอตัวแยกไปเมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังจะขุดเรื่องหัวใจมาพูดอีกหน
“หนีเหรอคะพี่กาย แหม รู้ทันตลอดเลยนะคะ” เปรมศินีปั้นหน้าก่อนจะหันไปหัวเราะร่วนกับมารดา  
“อยู่นานพี่ไม่ไหวจะเคลียร์ เรามันชอบหาเรื่องมัดตัวพี่ตลอด” เกียรติประกายยิงฟันใส่พร้อมปลีกตัวออกมาหาเวลาส่วนตัว ปล่อยให้สองสาวนั่งคุยกันตามประสา 
แม้ในเมืองกรุงจะมีแสงไฟสว่างมากมายจนบางครั้งมองไม่เห็นดวงดาวเลยสักดวง แต่ในคืนเดือนมืดอย่างนี้ก็ยังพอจะมีดาวให้เห็นได้บ้าง เกียรติประกายยืนปล่อยอารมณ์อยู่ที่ระเบียง สายตามองไปไกล หากแต่ใจของเขากลับบินไปไกลกว่า ดวงหน้าของใครบางคนฉายยิ้มหวานที่ทำให้หัวใจแกร่งอ่อนยวบอยู่บนท้องฟ้า หน้าคมยิ้มหวานเมื่อคิดถึงปากเนียนนุ่มน่าจูบนั้น  
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะกดโทรออกไปหาหมายเลขของคนพิเศษ เขายืนรออยู่นาน ก็ไม่มีเสียงตอบรับจากคนที่หัวใจคิดถึง ทำอะไรอยู่นะ จะรู้บ้างไหมว่าฉันคิดถึงเธอแทบขาดใจ อยากพบหน้าอยากสบตา และตอนนี้ฉันอยากได้ยินเสียงเธอ...คนดีของคุณกาย น่าเสียดาย ตั้งแต่เจอตัวจริงก็ไม่เคยฝันถึงอีกเลย 
เมื่อหัวใจร้อนรุ่มคนตัวใหญ่จึงต้องหาวิธีการจัดการกับอารมณ์ตัวเอง ไม่นานนักความรักก็พาร่างใหญ่ตามหัวใจที่บินหายไปหาใครคนหนึ่ง รถสีดำคันหรูแล่นออกจากบ้านไปด้วยแรงแห่งความคิดถึงใครบางคน

เมธินีพักอยู่กับเพื่อนที่หอพักหญิงแห่งนี้หลายปีแล้ว เธอไม่เคยคิดอยากจะย้ายไปอยู่ที่อื่นเพราะที่นี่ดูเงียบสงบ สะอาดเป็นระเบียบ และที่สำคัญทั้งตึกจะมีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัยมากนัก หญิงสาวยังคงยืนอยู่ที่ระเบียง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์แนบหูเพื่อสนทนากับมารดาที่โทรศัพท์มาจากต่างจังหวัด หัวข้อหลักก็ไม่พ้นเรื่องเรียนและเรื่องสุขภาพ สายใยรักระหว่างแม่ลูกแน่นหนาและอบอุ่นเสมอ  
“ค่ะแม่ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ ห้ามนอนดึกและห้ามทานกาแฟนะคะ มันไม่ค่อยดีกับสุขภาพ รักแม่นะคะ” เมธินีอ้อนมารดาสุดที่รักก่อนจะวางสาย  
หญิงสาวยังไม่เข้าห้องภายในทันที ร่างบางยืนอ้อยอิ่งรับลมอยู่ภายนอกเช่นเดิม โทรศัพท์ในมือสั่นจนคนที่ถือมันอยู่ต้องก้มมอง ตากลมโตใสเบิกกว้างกับข้อความที่โชว์อยู่หน้าจอมือถือ...
อยู่ข้างล่างนะครับ ลงมาหาได้หรือเปล่า หลับหรือยังครับ...  
ใจสาวเต้นไม่เป็นจังหวะ มือบางยกมาทาบหน้าอกตนเองตรงตำแหน่งที่หัวใจเต้นรัวจนเจ้าของแทบจะหายใจไม่ทัน ปลอบประโลมดวงใจที่เต้นกระหนํ่าให้สงบลงบ้าง ยังไม่ทันจะทำอะไรต่อ โทรศัพท์ก็สั่นเตือนข้อความเข้าอีกครั้ง มือเรียวบางกดอ่านข้อความใหม่ รออยู่นะครับคนดี 
เมธินีหยิบเสื้อผ้าแล้วเข้าห้องนํ้าไปเพื่อเปลี่ยนเป็นชุดลำลองก่อนจะลงไปด้านล่างทันที สายตาที่สั่นระริกตามแรงเต้นของก้อนเนื้อในอกมองหาใครบางคนที่เธอคิดถึง เมื่อมองไปในห้องรับรองที่หอพักทำไว้ให้กับแขกที่มาพบกับผู้ที่พักที่นี่ ใบหน้าหวานเนียนถึงกับแดงซ่านขึ้นมาอย่างระงับไม่อยู่...เขามาทำไมกันนะ...  
“สวัสดีค่ะคุณกาย” เสียงหวานทักทาย คนที่รอรีบหันมามองส่งยิ้มหวานให้ 
หนุ่มหล่อโชว์ยิ้มละลายใจสาว น้องมายด์หลบตาไม่กล้ามองรอยยิ้มนั้น กลัวว่ามันจะทำให้เธอเป็นลม 
“ยังไม่นอนเหรอคะ มีอะไรรึเปล่ามาซะดึกดื่น” เสียงหวานเหมือนตำหนิ หากแต่ดวงหน้าใสยังคงส่งยิ้มให้ น่ารักจนคนมองหวั่นไหวไปทั้งอก 
“คุณกายคิดถึงน้องมายด์ครับ” เขาเปิดเผย สายตาคมที่สื่อความในใจไม่ปิดบังแม้แต่น้อย มือหนายกมาเกลี่ยแก้มใสที่ตอนนี้มีสีแดงแต้มอย่างลูกตำลึงสุก  
“ผมโทรหาแต่คุณไม่รับสาย”  
“คือ น้องมายด์โทรหาคุณแม่ที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ” เมธินีบอกตามความจริง 
“มาที่นี่เพราะ...คิดถึง คืนนี้จะได้นอนหลับฝันดี” เสียงทุ้มอ้อนอย่างน่ารัก โน้มใบหน้าเข้าหาพวงแก้มนวล หวังจะพกกลิ่นกายแสนหอมให้ติดจมูกกลับบ้านไปพร้อมกับเขา จมูกโด่งได้รูปฝังแน่นอยู่ที่แก้มแดงระเรื่อ เมื่อได้สติเมธินีรีบหลบหน้าออกไป 
“คุณกายคะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะไม่ดีนะคะ”  
“ถ้าหากว่าผมทำให้คุณตกใจบ่อย ๆ ต้องขอโทษด้วย” สายตาอบอุ่นเปิดเผยว่าเขาพูดจริงยิ่งนัก และมันเป็นความจริงที่ทำให้เมธินีม้วนหนักด้วยความเขิน  
ดวงตาคมซึ้งมองหวานก่อนจะโน้มเข้าหากลีบปากอวบอิ่มด้วยความต้องการที่ไม่เคยพอ หากแต่หญิงสาวเบี่ยงหน้าหลบ คนได้สติหยุดชะงักก่อนจะปั้นยิ้มบาง 
“คุณกายกลับก่อนนะครับ หลับฝันดีนะครับคนดีของคุณกาย” ชายหนุ่มตัดบท มองสบตาส่งยิ้มหวานไปให้ 
“ขับรถดี ๆ แล้วก็นอนหลับฝันดีเช่นกันนะคะ” สบตาคนไม่อยากกลับอย่างรู้ทัน 
หญิงสาวยืนส่งจนรถคันหรูแล่นลับตา ไออุ่นระไปทั่วใบหน้าและหัวใจ เดินยิ้มไปกระทั่งเปิดประตูเข้าห้องและก้าวขึ้นที่นอน ดวงตาใสยังระยิบระยับอยู่ในความมืด  
ส่วนคนที่ไม่อยากจากลากลับเข้ามาในห้องนอนได้ก็ทะยานขึ้นเตียง ยกยิ้มมุมปากก่อนจะใช้ฝ่ามือรับจูบของตนแทนคนที่ห่างไกล กลิ่นน้องมายด์ยังติดตรึงชื่นใจ ทำให้บรรยากาศน่านอนเป็นที่สุด คนที่หัวใจพองโตอย่างมีความสุข ยิ้มบ้างหัวเราะบ้างจนคิดว่าตัวเองบ้าไปแล้ว  
ชายหนุ่มล้มตัวลงนอน และหลับไปได้อย่างรวดเร็ว ไม่นานนักจังหวะลมหายใจก็สมํ่าเสมอ หากแต่ปากหยักยังไม่วายพรํ่าเพ้อเหมือนเจอใครบางคนในฝัน 
“น้องมายด์” 
สิ้นเสียงเพ้อแผ่วเบา ใบหน้าคมหล่อเกินพิกัดระบายยิ้มอ่อน ๆ บนใบหน้าเข้าสู่นิทราแสนสุขตลอดคืน







มาอัพเพิ่มแล้วนะคะ ไม่แน่ใจว่าตัวหนังสือจะอ่านยากหรือเปล่า เพราะช่วงนี้ยังตามแก้ปัญหาเรื่องโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ไม่ตกค่ะ T^T 
ฝากติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้พี่กายและน้องมายด์ด้วยนะคะ 
ขอบคุณจ้าม๊วฟๆ


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha


Clomid Causes Fausse Couche Priligy Dapoxetine Review [url=http://cial40mg.com]п»їcialis[/url] Cheap Valtrex No Prescription Zithromax Duration Real Zentel On Sale
โดย Anonymous | 1 month, 2 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha
Cialis Cuanto Cuesta En Espana Levitra 20mg Avis [url=http://realviaonline.com]cialis generic[/url] Propecia What Is It Generic Viagra Reviews Message Board [url=http://propecorder.com]finasteride 5 mg for sale[/url] Viagra Donde Comprar Precio Zestril Lisinopril 4 Sale Prix Levitra Pfizer Pharmacie Priligy Generico En Venezuela [url=http://buycialonline.com]cialis[/url] Viagra Achat En Suisse En Asnieres Buy La Pela Pills No Prescription Viagra Usa [url=http://bycheapvia.com]viagra online pharmacy[/url] Medicament Cytotec Kamagra Information Buy Generic Propecia 20 Mg Canada Drugstore Online Canadian Pharmacy No Rx Needed Generique Amoxicillin Distribuer Ces [url=http://viacheap.com]viagra[/url] Cialis Comprar Sevilla Levitra Effets Secondaires Prix Effet Du Cialis 20
โดย Anonymous | 5 months, 3 weeks ที่ผ่านมา
ตอบกลับ
captcha