ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 6 : Chapter 5 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

#

 

 

 

Chapter 5 เปิดตัว

 


ลายวันมานี้เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งนักสำหรับเมธินี เพราะเธอมีภารกิจมากมายให้ต้องจัดการ ไหนจะเรื่องชมรมที่มหาวิทยาลัย เรื่องงานที่บริษัท บางครั้งคนตัวเล็กก็เครียดขึ้นมาได้ไม่น้อยเหมือนกัน โชคดีไม่น้อยที่ก่อนหน้าจะเข้ามาทำงานเธอได้ทั้งรุ่นพี่และอาจารย์แนะนำการทำเรื่องขอจบเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

แต่กระนั้นคนเครียดก็เครียดได้ไม่นาน เพราะเธอยังต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้รับความหวานจากเกียติประกายทุกเช้าที่เขามารับทุกวันที่มาทำงาน ทุกเย็นที่เขามาส่ง และทุกคืนที่เขาคิดถึงเธอ

เมธินียืนมองความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจก วันนี้หญิงสาวแต่งตัวสบายๆ ดูกะทัดรัดจนมาริษาอดสงสัยไม่ได้ กางเกงยีนส์สีเข้มรัดรูป สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ปล่อยรังดุมให้ว่างไว้สามเม็ด อวดเสื้อกล้ามแขนสั้นภายในดูเข้าชุดยิ่งนัก ชายเสื้อเชิ้ตผูกเป็นปมไว้ด้านหน้าประหนึ่งโบว์สีขาวประดับความหวานซ่อนเปรี้ยวน่ามอง

ทำไมแต่งชุดนี้ล่ะ เสื้อผ้าที่เจ้านายซื้อให้ก็มีอีกหลายชุดไม่ใช่หรือไง หรือว่า...มีซัมติงอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่ปรานีใคร มาริษาโพล่งถามออกไปหลังจากนั่งมองเพื่อนรักแต่งกายอยู่หน้ากระจกมานานสองนาน

ไปทำงานตามปกติสิจ๊ะ คิดว่ามีอะไรพิเศษล่ะ เมธินีหันมาตอบ ดวงตาเป็นประกายรู้ทันความคิดเพื่อน

วันนี้ที่บริษัทมีงานอีเว้นท์เปิดตัวสินค้าแบรนด์ใหม่น่ะ มายด์รับอาสาเป็นช่างภาพจ๊ะ ใบหน้าหวานยิ้มถูกใจกับงานที่ได้รับมอบหมายมาให้ทำในวันนี้ ดวงตาเปล่งความสุขเต็มที่จนมาริษาอดไม่ได้ที่จะแซวให้เพื่อนรัก

แหม...รู้ใจกันจริงนะจ๊ะ แถมช่วงนี้ไม่ห่างกันเลยนะ” ไม่บอกก็รู้ว่าเพื่อนรักจอมป่วนหมายถึงใคร

เขาก็ต้องทำหน้าที่ของเขาไปสิ เกี่ยวอะไรกับเราล่ะ” บ่ายเบี่ยงไปทั้งๆที่หน้าแดงจนปิดไม่อยู่

ให้มันจริงเถอะ อิอิ ทีเมื่อคืนคุยกันจนลิงอย่างฉันหลับปุ๋ยไปเลย มาริษาทำเสียงทะเล้นไม่แพ้หน้าตาที่ส่งสายตายียวนกวนประสาทให้เพื่อนรักแต่เช้า

ไม่พูดด้วยแล้ว เมธินีงอนใส่ ส่งค้อนวงใหญ่ไปให้เรียกเสียงหัวเราะจากมาริษาที่กำลังหัวเราะอารมณ์ดีอย่างน่าหมั่นไส้ ยิ่งเห็นยิ่งเขินอายช่างภาพจำเป็นคว้ากระเป๋าได้ก็กระโจนออกจากห้องไปทันที

 

มื่อเมธินีออกไปทำงานแล้ว มาริษาที่เตรียมตัวไปมหาวิทยาลัยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากห้องไปบ้าง วันนี้มีประชุมที่ชมรม เธอก็คงจะได้เจอกับอติชาติเป็นแน่  คิดถึงตรงนี้ทีไร แววตาสดใสก็เศร้าสลดลงไปทุกที ทางเดินไปคณะมีผู้คนพลุกพล่านมากมายเป็นปกติของที่นี่ หากแต่คนใจลอยกลับรู้สึกเหมือนเดินคนเดียวเสียมากกว่า กระทั่งเสียงคุ้นหูของใครบางคนมาเรียกรั้งให้ออกจากภวังค์ฝัน  

สวัสดีครับษา เสียงทุ้มของใครบางคนทำให้สาวสวยหยุดชะงักเท้าอย่างฉับพลัน หัวใจที่เต้นปกติ กลับเต้นรัวไม่เป็นจังหวะเสียอย่างนั้น

สวัสดีค่ะ พี่ตั้ม” ปากอวบอิ่มยิ้มหวาน หันไปมองหน้าคนตัวใหญ่ที่เข้ามาทักทาย สบตาได้ไม่นานก็ต้องรีบก้มหน้าก้มตา กลัวคนตรงหน้าจะมองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่

น้องมายด์ไม่มาด้วยเหรอครับ อติชาติถามถึงคนที่หัวใจคิดถึง แต่กลับทำให้คนข้างกายแทบจะน้ำตาไหล

ไม่ค่ะ วันนี้ที่บริษัทมีงานเปิดตัวสินค้า” เสียงหวานแผ่วเบาเหมือนคนหมดแรง

ไม่สบายรึเปล่าครับษา หน้าคมก้มลงมามองห่วงใย

คนตัวเล็กตกใจจนต้องเอนตัวหลบเมื่อลมร้อนพัดแผ่วอยู่บนผิวแก้ม แต่ด้วยความไม่ทันระวัง ร่างเอนแทบจะล้มจนคนตัวใหญ่ต้องรีบโผนเข้าไปรับเอาไว้  คราวนี้มาริษาหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกเมื่อตกอยู่ในอ้อมกอดชายตรงหน้าเต็มความอบอุ่น

เป็นอะไรไม่สบายรึเปล่า ผมว่าษาไปนั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวผมจะพาไป”  

มาริษาได้แต่อ้าปากค้าง ยังไม่ทันจะพูดอะไร อติชาติขันอาสาตัวเองจัดการพาสาวน้อยตรงหน้าเดินเข้าไปนั่งใต้ตึกคณะใกล้ๆ คอยหยิบกระดาษมาพัดวีให้ กลัวคนตัวเล็กจะเป็นอะไรไปเสียก่อน

ชื่อพี่ตั้มดังวนไปเวียนมาอยู่ในหัวของคนตัวเล็ก หัวใจเต้นรัวจนแทบฉุดไม่อยู่ หน้าแดงหันไปมองสบตาอติชาติก่อนจะหลบตาอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าตาคมมองกลับมาอย่างสงสัย

หน้าแดงจัง ษาจะเป็นไข้หรือเปล่า คำพูดเจือความห่วงใยอย่างคนที่รู้จักกัน

ษาไม่ได้เป็นอะไร ขอบคุณค่ะ ใบหน้าสวยชวนมองหันมาเต็มวงหน้าสบตาคนตัวใหญ่ สายตาช่างสงสัยบอกว่าไม่เชื่อคำบอกนั้นสักนิด คือ เมื่อคืนคงนอนดึกไปหน่อย เช้านี้หัวใจเลยเต้นไม่ค่อยเป็นจังหวะน่ะค่ะ มาริษาบอกจริงใจหากแต่สิ่งที่ต้องปิดซ่อนเอาไว้คือความรู้สึกที่มีต่อชายตรงหน้าต่างหาก นั่นล่ะสาเหตุหลัก!

อย่านอนดึกนักสิครับ ผมว่าเราไปคณะกันดีกว่า เดินไหวไหม” ถามพลางตั้งท่าช่วยพยุง หากแต่หญิงสาวกลับดีดตัวออกห่างราวกับถูกของร้อน

เอ่อ ไหวค่ะไหว มาริษายิ้มแฉ่งกลบเกลื่อน กอดหนังสือในมือไว้แน่นอก พยายามเก็บอาการตื่นเต้นอีกครั้ง กรี๊ดดพี่ตั้มจับมือเรา หน้าสวยหันไปส่งยิ้มแหยก่อนจะเดินเคียงกันไปยังคณะที่อยู่ไม่ไกลนัก

วันนี้มีเหตุให้มาริษาต้องอยู่ทำกิจกรรมต่างๆ กับอติชาติตลอดทั้งวัน แถมปิดท้ายด้วยฐานะที่ปรึกษารุ่นพี่จึงต้องอยู่ร่วมการประชุมชมรมที่กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไปดึกดื่นเกือบเที่ยงคืนแล้ว ตอนกลับบ้านอติชาติจึงขันอาสาไปส่งคนตัวเล็กด้วยความยินดี ด้วยเหตุผลที่ว่า หากไปส่งมาริษาเขาอาจจะได้เจอเมธินี สาวหน้าหวานในดวงใจก็เป็นได้

ระหว่างทางเดินกลับ อติชาติขอตัวเข้าไปซื้อของใช้ในมินิมาร์ทใกล้ๆ มาริษาจึงขอตัวรออยู่ด้านนอก เมื่ออติชาติซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้วก็รีบเดินออกมาเพราะกลัวว่าคนตัวเล็กจะรอนาน เท้าใหญ่ก้าวย่างไปยังจุดที่นัดกับหญิงสาวเอาไว้ หากแต่เบื้องหน้าตอนนี้ไม่มีคนที่เขานัดหมายยืนรออยู่เพียงลำพังเสียแล้ว รอบตัวหญิงสาวกลับมีชายร่างใหญ่หน้าละอ่อนมายืนอยู่ด้วยอีก 2 คน

ไม่ไปกับผมเหรอครับพี่สาว ชายคนหนึ่งเอ่ยถามหญิงสาวเบื้องหน้า หน้าตากรุ้มกริ่มส่งยิ้มให้อย่างน่าขยะแขยง

นั่นสิ...ผมมองพี่สาวมาหลายวันแล้ว วันนี้โอกาสดีมาเป็นผู้หญิงของผมเอาไหมครับ ชายอีกคนเอ่ยออกมาบ้าง มือหนากำลังจะเอื้อมมาจับมือหญิงสาวที่กำลังกระชับหนังสือกอดเอาไว้แน่นอก ร่างบางถอยหนีจนแผ่นหลังชนกำแพง

อย่านะ ฉันไม่รู้จักพวกนาย ออกไปนะ” แววตาหวาดหวั่น ร่างบางสั่นไหวหวาดกลัว หากแต่พวกก่อกวนหน้าละอ่อนยังไม่วายก้าวตามไม่หยุด

พวกนาย...จะทำอะไรกับผู้หญิงของฉัน!” เสียงห้าวทรงพลังดังก้องมาจากด้านหลัง เรียกความสนใจจนเจ้าสองตัวหันมามอง

พี่ตั้ม!” เสียงหวานเอ่ยอย่างดีใจ เท้าเรียวเล็กรีบก้าวไปอยู่ด้านหลังของคนตัวใหญ่เพื่อให้ความอบอุ่นกับหัวใจ

ฉันถามว่าพวกแกจะทำอะไรกับผู้หญิงของฉัน” เสียงเหี้ยมตะคอกดังลั่นอีกครั้ง เมื่อหน้าละอ่อนทั้งสองยังยืนนิ่ง คราวนี้เจ้าสองคนถึงกับตาโตเมื่อเห็นหน้าเจ้าชายขี่ม้าขาวของคนตัวเล็กชัดเจนพลางนึกหวั่นกับรุ่นพี่ที่พวกเขารู้กันดีว่าหมัดหนักๆ นั่นน่ากลัวเพียงไหน

ขอโทษครับพี่! ผม ผมไม่ทราบว่าเธอเป็นแฟนพี่ครับ” หนึ่งในสองคนนั่นกล่าวเสียงสั่นๆ ลนๆ อย่างกลัวบาทาของคนตรงหน้า ก่อนจะชักชวนกันยกมือไหว้แล้วรีบเดินหนีหายไป

อย่ามายุ่งกับผู้หญิงของฉันอีกนะ ถ้าเห็นอีกละก็...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน เสียงเหี้ยมทั้งสั่งทั้งขู่ก่อนที่หน้าละอ่อนทั้งสองจะเดินหายไป “เจ้าพวกนี้ มันน่านัก น้ำเปลี่ยนนิสัยเข้าปากแล้วเปลี่ยนนิสัย เหม็นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว”

ร่างใหญ่หันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลัง เขารับรู้ได้ถึงแรงสะท้านสั่นไหวจากร่างเล็ก เมื่อได้มองเต็มดวงหน้าถึงได้รู้ว่าใบหน้าขาวซีดนั้นดูน่าสงสารจับใจ ก่อนที่ร่างเล็กจะสลบไป

ษา!!!” อติชาติรีบคว้าร่างนุ่มมาไว้ในอ้อมกอด เอาไงดีล่ะ อติชาติพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแพงมากดหาคนที่คิดถึง หากแต่รอสายอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีใครรับเสียที เขาจึงตัดสินใจเก็บโทรศัพท์ไว้ที่เดิม

จะพาไปส่งที่ห้องก็คงไม่ได้ หอพักหญิงเราขึ้นไปไม่ได้เสียด้วย ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิด ไม่นานนักก็ตัดสินใจอุ้มร่างบางขึ้นมาก่อนจะเรียกรถแท็กซี่ที่ผ่านมาพอดี

ไปคอนโดท้ายซอยครับพี่ ชายหนุ่มบอกโชเฟอร์ก่อนจะหันมามองคนที่หมดสติอย่างห่วงใย อติชาติมองเห็นแววตาของคนขับที่มองเขาอย่างหวาดระแวง

“แฟนผมน่ะครับ เขาไม่ค่อยสบาย ชายหนุ่มยิ้มเปิดเผย

พี่ก็นึกว่าเป็นอย่างอื่นซะอีก น้องโชคดีนะครับ แฟนสวยขนาดนี้ หน้าซีดๆ ความสวยยังไม่จางเลย พูดพลางมองสบใบหน้าลูกค้าหนุ่มตาคมผ่านกระจกหลัง หากมองไม่ผิดคิดว่าได้เห็นคนขี้หึงมองข่มมาทางกระจกเงานั่นเสียแล้ว อยากชวนคุยจึงเลือกนั่งเงียบกระทั่งขับมาถึงปลายทาง

คอนโดข้างหน้านี่ใช่ไหมครับ แท็กซี่ถามอีกครั้งเมื่อมาถึงคอนโดหรู ดูโอ่อ่าหรูหรายิ่งนัก คงจัดไว้สำหรับการเรียกเงินจากลูกผู้ดีที่มาเรียนแถวนี้ได้เข้าพัก

“ครับ หนุ่มหน้าคมตอบรับพร้อมกับยื่นเงินธนบัตรสีแดงให้เป็นค่ารถโดยไม่รับเงินทอน โชเฟอร์ถึงกับยิ้มดีใจแถมยังชื่นชมในความน่ารักของชายหนุ่มที่เอาใจใส่และมีให้ต่อหญิงสาวไม่หยุด ท่าทางจะรักแฟนน่าดู

เมื่อเข้ามาในห้องเรียบร้อยแล้ว อติชาติวางร่างบางลงบนฟูกนุ่มในห้องนอนของตน ความจริงเขาจะพาเธอไปนอนในห้องนอนรับรองที่มีไว้ให้เพื่อนๆ ที่มาดื่มแล้วกลับบ้านไม่ไหวได้พักผ่อนกัน แต่ห้องนั้นยังไม่ได้ทำความสะอาดเขาเกรงว่าคนตัวเล็กตื่นมาแล้วจะพาลตกใจ

นอนที่นี่ก่อนละกันนะครับษา เสียงทุ้มเอ่ยเบาแทบกระซิบ

ขออนุญาตนะครับ มือหนาช่วยคลายเข็มขัดและดึงชายเสื้อออกมาเพื่อให้คนตรงหน้าหายใจได้สะดวกมากขึ้น ก่อนจะปลีกตัวออกไป เป็นจังหวะเดียวกับที่อติชาติกำลังเตรียมตัวจะอาบน้ำ เสียงกริ่งก็ดังแว่วเข้ามา

เฮ้ย...วันนี้มีบอลนัดเหย้าทีมโปรดของแก ฉันเลยมาช่วยเชียร์ว่ะ เพื่อนข้างห้องบอกก่อนจะโชว์เบียร์หลายขวดให้ผู้ที่มาเปิดประตูให้ตนดู

ไม่ได้ว่ะ วันนี้มีแขก อติชาติบอกเสียงเรียบ

ใครว่ะ แฟนเหรอ ไหนๆ ขอดูหน่อยสิ” ไม่ว่าเปล่า ผู้มาใหม่เตรียมก้าวเท้าเข้าไปภายในห้อง

เฮ้ย ดูไม่ได้ ไม่ใช่แฟน เสียงทุ้มปฏิเสธพัลวัน กลัวเพื่อนเข้าใจผิด หน้าหล่อของเพื่อนยังพยายามยื่นเพื่อเข้าไปในห้องให้ได้

“ไม่ใช่แฟนแล้วทำไมดูไม่ได้วะ” คนถามชักสีหน้า ยิ่งห้ามก็ยิ่งน่าสงสัย

ไม่ได้ น้องเขาเป็นผู้หญิง เดี๋ยวตกใจ อติชาติบอกปัดไม่อยากให้วุ่นวาย

อุต๊ะ เดี๋ยวนี้เพื่อนฉันพาเด็กมากินถึงในห้องเลยเหรอ แหม่ๆ พัฒนาไปไกลนะครับนิสัยท่าน”

“คิดอะไรของแก น้องเขาแค่มาพักแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว ไปเลยไป แกกลับไปเลย เอาขวดเบียร์ของแกไปด้วย” สุภาพบุรุษรูปงามยังดันร่างเพื่อนรักให้ออกจากห้อง น้ำเสียงจริงจังทำให้กอล์ฟต้องกลับออกไปตามคำเชิญอย่างจำใจ

“อิโธ่ ดูแค่นี้ก็ไม่ได้ ไปก็ได้ว่ะ เพื่อนบอกพลางบุ้ยหน้าไม่พอใจที่ไม่ได้จริงจังนัก แต่ยังไม่ทันได้ก้าวไปไหนเสียงหวานก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง

ที่นี่ที่ไหน มาริษาเอ่ยน้ำเสียงตื่นตระหนก แต่เมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าคือชายที่เธอแอบมอบใจให้ ความกังวลก็คลายลงมากทีเดียว

สวัสดีครับ พี่เป็นเพื่อนของตั้ม ชื่อพี่กอล์ฟครับ คนแปลกหน้ารีบโผล่หน้ามาเอ่ยแนะนำตัว เพราะเสียงหวานนั่นแท้ๆ เลยทำให้อยากเห็นหน้า แต่เมื่อได้เห็นหน้า คนอยากรู้อยากเห็นถึงกับตาโตมองหญิงสาวที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างตกตะลึง คนอะไรว่ะ ทั้งสวยทั้งน่ารัก นางฟ้าหรือมนุษย์เดินดินเนี่ย เพื่อนรักของอติชาติเป็นเอาหนัก หน้าแปลกของคนแปลกหน้ายังนิ่งงันอยู่ในภวังค์จนคนที่ยืนเคียงกันนึกเคืองขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

เฮ้ยๆ...พอแล้วๆ เดี๋ยวน้องเขาอาย อติชาติเกิดอาการหมั้นไส้เพื่อนขึ้นมา ยิ่งเห็นหน้าเคลิ้มชวนฝันเมื่อเพื่อนตัวร้ายยังมองมาริษา

คอนโดผมเองครับ ษาดีขึ้นหรือยัง อติชาติหันมาถามสาวตรงหน้าห่วงใย

นายกลับไปได้แล้ว อติชาติหันมาเอ่ยปากไล่เพื่อนหน้าห้องที่กำลังเคลิ้มฝัน แต่เมื่อหันมามองอีกที เจ้าเพื่อนตัวป่วนก็กำลังจะก้าวเข้าห้องได้สำเร็จแล้ว ชายหนุ่มรีบตะครุบไหล่เพื่อนรักออกแรงผลักให้ออกไปพร้อมส่งสายตาดุไปให้

ไม่ใช่แฟนแน่นะ ฉันจีบนะเว้ย เพื่อนตัวป่วนยังป่วนไม่เลิก น้ำเสียงทะเล้นเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวหากแต่แววตาจริงจังที่ได้เห็นทำให้คนตัวใหญ่รู้สึกขัดหูขัดตาพิกล

ไม่ได้ คนนี้ห้าม...เสียงแข็งกล่าวห้ามปรามอย่างหวงก้าง ถึงแม้เขาจะไม่เข้าใจตัวเองนักที่ไม่อยากให้ใครมาแจกขนมจีบเจ้าหล่อน แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับหัวใจตัวเองสักเท่าไหร่ พลางคิดไปว่าเขาแค่ห่วงใยเพื่อนเท่านั้นเอง

เฮ้ยไหนบอกว่าไม่ใช่แฟนไง ทำไมหวงจังวะ ดูสิน้องเขายังไม่ว่าไม่บ่นอะไรสักคำ หนุ่มกอล์ฟหน้าเบ้ เสียดายจริงจัง ว่าพลางถอยหลังพลางเมื่อเพื่อนรักยังทำการอันเชิญเขาออกจากห้อง

แม้จะหลุดผ่านประตูออกไปแล้ว แต่กอล์ฟยังไม่วายเหลียวมองพลางชะเง้อหา เขายิ่งอยากปิดประตูกระแทกจมูกโด่งของเพื่อนให้รู้แล้วรู้รอด เจ้าของห้องตัวจริงส่งเสียงครางกระหึ่มในลำคอเป็นเชิงข่มขู่ ก่อนจะได้รับค้อนจากเพื่อนรักหนึ่งชุดใหญ่

เขายืนปาดเหงื่ออยู่ตรงนั้นก่อนจะหันมามองคนตัวเล็กที่ยืนหัวเราะอยู่ด้านหลัง ตาคมหันมามองสบตาหวาน หัวเราะออกมาด้วยอีกคน

พี่ตั้มกับพี่กอล์ฟสนิทกันจังเลยนะคะ มาริษาเอ่ยปากเมื่อนั่งพักที่โซฟา

ปกติกอล์ฟเขามาดูบอลที่ห้องผมบ่อยๆ น่ะครับ วันนี้คงมีนัดพิเศษมันเลยมาชวนดูบอลด้วย ชายหนุ่มร่ายยาว มาริษาหน้าสลดลงอย่างรู้สึกผิด

ขอโทษด้วยนะคะ เพราะษาใช่ไหมคะ มาริษาเอ่ยจริงจัง

ไม่เป็นไรอย่าคิดมาก ผมเองก็ต้องขอโทษด้วย พอดีติดต่อน้องมายด์ไม่ได้ก็เลยตัดสินใจพามาที่นี่...คงไม่ว่ากันนะครับ อติชาติเน้นย้ำ น้ำเสียงขอโทษจริงจัง

ไม่หรอกคะ ษาต่างหากที่ต้องกล่าวขอบคุณ ถ้าหากไม่ได้พี่ตั้มช่วยเอาไว้ก็คง... ใบหน้าสวยส่งยิ้มละไมให้คนตัวใหญ่ เธอลืมเรื่องอาการเขินอายคนตรงหน้าที่กำเริบเมื่อเช้าไปเสียสนิท

เดี๋ยวผมโทรหาน้องมายด์ดูอีกที ถ้าษาอาการดีขึ้นแล้ว ให้ผมไปส่งก็ได้นะครับ ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นไปที่ตู้เย็นหยิบหาน้ำมาทานแก้กระหาย

อติชาติไม่ได้ตั้งใจจะเอ่ยปากไล่ เขาเกรงว่าใครต่อใครจะมองหญิงสาวไปในทางเสื่อมเสียมากกว่า หากแต่ตอนนี้คนตัวเล็กกลับเผยนัยน์ตาเศร้า เข้าใจไปแล้วว่าเขาไม่อยากให้เธออยู่ด้วย เพราะกลัวน้องมายด์เข้าใจผิด

มาริษาลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องนอนที่เธอนอนหลับไปเมื่อสักครู่ ก่อนจะออกมาอีกครั้งพร้อมกระเป๋าสะพายและหนังสือที่ถือมาทั้งวัน ชายเสื้อถูกจัดไว้อย่างเดิม

ขอบคุณมากนะคะ หญิงสาวเอ่ยติดเสียงห้วน เธอพยายามข่มอารมณ์น้อยใจสุดขีดจนคนตัวโตสังเกตได้ มือหนาที่กำลังจะกดโทรศัพท์ชะงักค้าง

อ้าว ทำไมรีบกลับล่ะ หายดีแล้วเหรอ เดี๋ยวผมไปส่ง

ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวน กลีบปากสวยเม้มนิดหนึ่งก่อนจะก้าวจากไป

อะไรของเขา อติชาติพึมพำ ไม่เข้าใจสาวสวยที่เดินจากไป เขารีบคว้ากุญแจห้องแล้วรีบเดินตามไป

ทางเดินไม่ใกล้เลยสำหรับคอนโดของอติชาติกับหอพักหญิงของมาริษา หากแต่ทิฐิทำให้หญิงสาวที่เพิ่งฟื้นจากอาการตกใจจนหมดสติมีเรี่ยวแรงเดินจ้ำไปอย่างไม่ลดละ อติชาติยังคงเดินตามหลังหวังจะไปส่งคนงามให้ถึงหอพักอย่างปลอดภัย

มองร่างบางพลางครุ่นคิด นึกถึงสายตาที่ลอบมองเขาเมื่อยามเผลอไผล บอกถึงความรู้สึกพิเศษที่เขาไม่สามารถตอบรับได้เพราะมีคนที่หมายใจอยู่แล้ว คิดเพลินกระทั่งเห็นว่ามาริษาถึงหอพักอย่างปลอดภัย เขาจึงเดินกลับโดยไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย

ทางด้านเมธินีที่กำลังง่วนกับการจัดข้าวของเครื่องใช้ภายในห้องให้เป็นระเบียบ เงยหน้ามองบานประตูที่เปิดเข้ามา ร่างบางของเพื่อนรักในชุดนักศึกษาก้าวเข้ามาถอดรองเท้าก่อนจะทิ้งร่างลงอย่างหมดแรงบนโซฟาไม่ไกลจากเธอนัก

ไปไหนมาจ๊ะสาวน้อย กลับดึกนะวันนี้ เสียงหวานเอ่ยถาม ทำตาดุเหมือนบิดามารดากำลังดุลูกสาวจอมดื้อก็ไม่ปาน

คอนโดพี่ตั้ม มาริษาตอบหมดแรง

ห๊า...เธอสารภาพรักกับพี่ตั้มแล้วเหรอ เมธินีกระโจนมาหาเพื่อนรัก น้ำเสียงตื่นเต้นปิดความดีใจไว้ไม่อยู่

เปล่า... น้ำเสียงเบาหวิว ดวงหน้าไม่สดใสอย่างเคย

เปล่า? เปล่าแล้วยังไงเล่ามาเลยเดี๋ยวนี้ เมธินีนั่งนิ่งรอฟังกระทั่งเพื่อนรักเล่าจบจึงได้รู้ว่าความลับในหัวใจของมาริษายังคงถูกเก็บซ่อนไว้มิดชิดเช่นเคย ยัยษาเอ๊ย ทำไมไม่บอกไปล่ะจ๊ะ จะเก็บไว้ถึงเมื่อไหร่กัน

จะให้ฉันบอกยังไงล่ะ ก็เค้าเป็นผู้หญิงนะตัวเอง หน้าตาห่อเหี่ยว หากแต่ยังมีกะใจทำเสียงทะเล้นในตอนท้าย

ถ้าษาไม่บอก น้องมายด์จะลุยแล้วนะ เมธินีทำเสียงจริงจัง

ไม่เอานะมายด์ ถ้ามายด์บอกพี่ตั้มแล้วษาจะมองหน้าเขายังไงล่ะ ครานี้หน้าสลดถึงกับถอดสีหนัก เธอเลือกไม่บอกเพราะกลัวว่าอติชาติจะไม่มองหน้าเธออีกถึงตอนนั้นคงเจ็บปวดยิ่งกว่าการได้แอบรัก คนยอมเจ็บจึงเลือกที่จะยอมทนเสียดีกว่า

“ถ้าษาไม่บอก พี่เขาก็ไม่รู้ แล้วเรื่องมันจะจบได้ยังไงกันล่ะ” เมธินีเริ่มดุ นึกสงสารเพื่อนสาวจับใจหากแต่คนดื้ออย่างมาริษายังไม่ยอมง่ายๆ

“ถ้าหากว่าอยู่ก็เจ็บ จากก็เจ็บ ฉันจะขอเจ็บแบบที่ยังยิ้มได้ดีกว่านะมายด์” เพื่อนรักฉายแววปรัชญามาสู้อีกยก แต่คนอย่างเมธินีไม่ยอมง่ายๆ ใบหน้าหวานฉายแววเด็ดเดี่ยวจนมาริษาหนักใจ

เดี๋ยวฉันมานะ เมธินีคิดเร็วทำเร็ว มือบางหยิบโทรศัพท์กดโทรหาคนที่ถูกนำมาเป็นประเด็นร้อนภายในห้อง “โธ่ แบตหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ มิน่าล่ะถึงไม่มีใครโทรมาหามายด์เลย” เมธินีเสียบสายไฟชาร์จโทรศัพท์อย่างไม่รีรอ

“ติดต่อไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ขอยืมโทรศัพท์ของษาหน่อยสิ” คนเจ้ากี้เจ้าการยื่นมือไปขอ เพื่อนรักมองหน้าสงสัยพลางส่งเครื่องมือสื่อสารรุ่นน่ารักไปให้

“นี่ษาไม่มีไลน์ของพี่ตั้มหรอกเหรอ หลงรักเขาขนาดนั้นทำไมไม่มีไลน์พี่ตั้มด้วยล่ะ นี่ๆ ของเค้ายังมีเลยนะรู้หรือเปล่า” บ่นกระปอดกระแปดก่อนจะส่งอีเมล์ไปหา พิมพ์ข้อความว่ามาริษาแอบรักอติชาติมานานแล้ว และเขาควรจะดูแลมาริษามากกว่าจะยังมีใจให้เธอ

เมธินีพิมพ์ข้อความบอกความรู้สึกอย่างเด็ดขาด แถมยังสั่งเสียให้เขาช่วยดูแลมาริษา อย่างน้อยหญิงสาวก็เคยเป็นแม่สื่อให้กับเขามาก่อน อย่างไรก็ไม่ควรทิ้งขว้าง จะอะไรก็คงไม่เท่ากับคำที่บอกว่า ษาเป็นเพื่อนของน้องมายด์ หากจะให้มายด์แย่งของรักของเพื่อน จะไม่ทำเด็ดขาด และโอกาสที่เราสองคนจะเป็นได้มากกว่าเพื่อนหรือพี่น้องไม่มีวันมาถึงแน่นอน ถ้ารักมายด์ก็ต้องรักและดูแลษานะคะ

เจ้าหล่อนจะรู้บ้างไหมว่าคนที่ได้อ่านข้อความนี้เจ็บปวดเพียงใด คำสั่งประกาศิตดั่งสายฟ้าฟาด หากแต่ผลของการส่งข้อความครั้งนี้ คนที่จะโดนพิษของสายฟ้าจนเจ็บปวดกลับไม่ได้มีเพียงอติชาติเท่านั้น

ข้อความอีเมล์ที่ถูกส่งมาจุดประกายตาวิบวับราวกับเพลิงไหม้ อติชาติเม้มปากกัดกรามแน่น ไม่ว่าเมื่อไหร่เมธินีก็ไม่เคยรับรักเขาเลยสักครั้ง ที่แท้เพราะมีคนรักอยู่แล้วนี่เอง ไอ้หมอนั่นล่ะสิ

 

คนกรุ่นโกรธชักสีหน้า ก่อนจะหาเรื่องพาลพาโลเรียกเพื่อนกอล์ฟให้กลับมาที่ห้องพักตนเองพร้อมเบียร์ชุดใหญ่ คืนนั้นชายหนุ่มจึงหลับไปพร้อมกับความเมามายที่ตั้งใจจะเอามาชโลมความเจ็บปวดของอกข้างซ้ายนั่นเอง

 

 

 

 

อัพอีกนิดจ้า

ฝากติดตามผลงานและเป็นกำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณมากจ้า ม๊วฟๆ กอดๆ

 

 

 
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha