ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 7 : Chapter 5 100%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

#

 

 

Chapter 5 เปิดตัว

 

วันนี้บริษัทเคเอ็นอาร์ออแกไนซ์มีประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ซึ่งเมธินีเข้าไปนั่งฟังและเป็นผู้ช่วยให้กับคุณทวีปที่ดูจะคล่องงานมากกว่า แต่กระนั้นเมธินีก็ทำประโยชน์ให้อย่างมากสำหรับเกียรติประกาย เพราะแค่เธอยิ้มส่งให้บรรยากาศในห้องประชุมก็ผ่อนคลายกว่าทุกครั้ง

น่าเสียดายที่การประชุมดำเนินต่อเนื่องตั้งแต่เช้าถึงบ่าย และในช่วงพักครึ่งของบ่ายวันนี้ คนขี้หึงก็ได้ขัดใจก่อนการประชุมจะจบลงจนได้เมื่อบุตรชายของหุ้นส่วนคนหนึ่งทำตัวชิดใกล้กับเลขาของเขาเสียเหลือเกิน

“คุณเมธินีครับ ผมสั่งน้ำส้มมาเผื่อคุณด้วยนะ คิดว่าคุณอาจจะชอบ” ชายหนุ่มใบหน้าเกลี้ยงเกลา สวมชุดสูทสีเข้มโปรยยิ้มทรงเสน่ห์บอกพลางส่งแก้วน้ำสีสวยให้หญิงสาวตรงหน้า

เมธินีผละจากผนังกรุกระจกบานใหญ่ที่เธอเพิ่งก้าวมายืนไม่ถึงสองนาทีเพื่อหันไปมองผู้มาเยือน เห็นว่าเป็นใครจึงทำได้เพียงส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ขอบพระคุณค่ะ แต่ดิฉันเกรงใจ” เมธินีไม่อยากให้ใครบางคนมาเห็น หวั่นใจจะโดนดุว่าทำเกินหน้าที่เลขาอีกหรือเปล่าก็ไม่แน่

และดูเหมือนความกังวลนั้นจะเป็นจริง เมื่อเกียรติประกายเดินเข้ามาในอาณาเขตห้องประชุมพร้อมสายตาคมเข้มที่นิ่งเรียบจนน่าใจหาย มองตรงมาที่เมธินีก่อนจะมองไปหาคนที่ยังถือแก้วน้ำส้มยัดใส่มือหญิงสาวอย่างถือสิทธิ์

“รับไว้เถอะครับ แค่น้ำส้มแก้วเดียว สั่งมาจากช็อปชั้นล่างนี่เองครับ ไม่ต้องเกรงใจหรอก...หรือคุณกลัวผมจะใส่ยาเสน่ห์เอาไว้เหรอครับ ถ้าทำได้ผมก็คงจะใส่ไปแล้วล่ะครับ” คนสูงศักดิ์กว่าพูดทีเล่นทีจริง หากแต่คนตรงหน้ากลับหน้าเสียกว่าที่คิด “โธ่คุณเมธินี ผมล้อเล่นครับ รับไปเถอะครับ ถือว่าเป็นมิตรไมตรีที่เราได้เจอกันวันนี้ครับ” ชายหนุ่มยังพยายาม เมธินีจึงต้องรับไว้เพื่อสองมือตนจะได้เป็นอิสระเสียที

การประชุมรอบสุดท้ายดูเครียดกว่าช่วงเช้าที่ผ่านมายิ่งนักเมื่อเกียรติประกายดูจะขวางหูขวางตาไปเสียหมด เลขาคนสวยที่นั่งเยื้องกันอยู่ด้านขวาไม่ยิ้มให้เขาแม้แต่น้อย ดูเอาเถอะ ได้น้ำส้มแก้วใหญ่เหมือนได้หัวใจเจ้าของเครื่องดื่มไปครองเสียอย่างนั้นล่ะ เขามองสบตาเจ้าหล่อนก็เอาแต่ส่งตานิ่งมาให้ มันน่านัก!

กระทั่งส่งแขกสำคัญเรียบร้อย คุณทวีปถูกสั่งให้ดูแลจัดการเคลียร์ส่วนที่เหลือพร้อมกับพนักงานอีกสองสามคน ส่วนเกียรติประกายเดินวนหน้าห้องประชุมพลางเดินไปห้องทำงานของตนเอง แต่กระนั้นก็ยังไม่เจอตัวคนที่ก่อกวนสมาธิเขาตลอดบ่ายวันนี้

“ไปไหนมา!” เสียงทุ้มก่นดุ เช่นเดียวกับใบหน้าคนถาม

“คุณกาย มีอะไรหรือเปล่าคะ” เมธินีที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้องมองเห็นเจ้านายนั่งหน้างอง้ำอยู่ที่โต๊ะประจำตำแหน่ง

“ฉันถามว่าไปไหนมา! หรือว่าตามไปส่งเจ้าของน้ำส้มจนถึงบริษัท” คนขี้หึงควันออกหู เมื่อคิดว่าเจ้าหล่อนหนีหายเพราะอยากได้ดีด้วยการไต่เต้าที่ผิดวิธี และถ้าหากหล่อนจะใช้วิธีนั้นบอกเขาก็ได้ เขายินดีจะประเคนให้ทุกอย่างที่เธอต้องการ เพียงแต่ยอมขึ้นเตียงกับเขาเท่านั้นเป็นพอ

“คุณ...ดิฉันไปห้องน้ำมาค่ะ เอาแก้วน้ำส้มไปฝากพี่แมวฝ่ายประชาสัมพันธ์แล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วก็กลับมาที่นี่ล่ะค่ะ” เมธินีชักสีหน้า มองสบตาอย่างไม่กลัวเกรงอำนาจเจ้านายสักนิด นึกหมั่นไส้ คนเอาแต่ใจใช้อารมณ์เป็นที่ตั้งแบบนี้ เธอหรือจะยอม ดีมาดีกลับ แต่ถ้าร้ายมาเธอก็จะตอกกลับไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

“แน่ใจหรือว่าแค่นั้น...” เกียรติประกายก้าวมาหา รั้งสองแขนเมธินีเอาไว้ก่อนจะถามเสียงอ่อนลง หรี่ตามองหยั่งเชิงอย่างไม่วางใจนัก

“ถ้าหากว่าคุณไม่ไว้ใจ ฉันก็ยินดีจะไปทำงานตำแหน่งอื่นๆ ก็ได้ค่ะ และกรุณาปล่อยดิฉันเจ็บ” เมธินีสู้ตาไม่ถอย

คนเป็นเจ้านายถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะคิดได้ว่าตนเองทำให้หญิงสาวตรงหน้าขัดใจ ใบหน้าคมเข้มอ่อนแสง มองสบตาหญิงสาวส่งแววเว้าวอนไปหา เห็นเจ้าหล่อนสะบัดหน้าหนีก็รีบส่งปลายจมูกโด่งไล่ตามแต่ก็ทำได้เพียงสูดกลิ่นกายอ่อนๆ ที่ลอยมาตามลมเท่านั้น

จากแค่กระชับแขน คนแรงเยอะได้ทีตวัดร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด เมธินีดันแผงอกแกร่งเอาไว้ให้ทิ้งระยะห่างอีกนิด หวั่นใจกลัวจะเป็นลมเพราะความอบอุ่นที่เขามอบให้ยิ่งนัก

“คุณกายขอโทษนะครับ” เกียรติประกายอ้อน แต่เมธินีไม่สนใจ

“ปล่อยค่ะ ที่นี่ที่ทำงานฉันเป็นเลขาและคุณเป็นเจ้านาย ทำแบบนี้ถือว่าไม่เหมาะสม” เมธินีตอกกลับทั้งที่ไม่มองหน้า ยังไม่ทันจะได้ตวัดหางตาไปมอง สองมือแกร่งที่รั้งร่างเธอเอาไว้กระชับใบหน้าสวยให้หันไปสบตาคนตัวใหญ่ ร่างสูงดุนดันจนเธอถอยหลังไปสุดทางเดินก่อนจะถูกปิดปากด้วยกลีบปากร้อนของชายหนุ่ม

เมธินีดิ้นรนขัดขืนแต่มีหรือที่เธอจะสู้แรงเขาได้ ในที่สุดเกียรติประกายก็ได้ชิมของหวานหลังการประชุมสมใจคิด หากแต่รอยจุมพิตแสนหวานช่างอ่อนโยนจนร่างบางแทบละลายคาอก จากที่คิดจะด่าทอทำได้เพียงส่งตาตัดพ้อไปให้

“ยกโทษให้คุณกายนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกน้องมายด์แบบนั้น” เกียรติประกายยังอ้อนไม่เลิก หากแต่สายตาวิบวับร้ายกาจกำลังเหลือบมองหมายตากลีบปากหวานอีกหน

“ก็ได้ค่ะก็ได้ ปล่อยได้หรือยังคะ” เมธินีรีบรับคำขอโทษเอาไว้เต็มอก เมื่อเห็นคนตัวใหญ่ยิ้มพอใจพร้อมปล่อยร่างเธอให้เป็นอิสระ จึงได้ควานหาลมหายใจที่หล่นหายไปจนแทบเป็นลมคาจูบสูบวิญญาณเมื่อครู่เสียแล้ว

“ถ้าอย่างนั้น ต่อจากนี้ไป คุณกายสัญญาว่าจะหึงให้น้อยลง แต่จะไม่สัญญาว่าจะไม่หึงนะครับ” คนเอาแต่ใจหวังใช้คำสัญญาไถ่โทษ

สายตาคมส่องประกายคมกล้าเจือแววอ่อนโยนเอาไว้อย่างน่ารัก เมธินีอยากปฏิเสธหรือไม่สนใจแต่กลับพยักหน้ารับหงึกๆ เรียกรอยยิ้มถูกใจจากคนตัวใหญ่ได้อีกยก ได้รับการหอมแก้มซ้ายขวาเป็นรางวัลก่อนจะถูกพามาส่งให้นั่งบนเก้าอี้ประจำตำแหน่งเสร็จสรรพ

“เย็นนี้ผมจะให้คุณทวีปไปส่งนะครับ พอดีติดธุระนิดหน่อย” สารถีเจ้าประจำลางานอย่างแสนเสียดาย หากแต่ภารกิจที่ต้องไปทำเย็นนี้สำคัญกว่ายิ่งนัก

“ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา” เมธินีรับคำโดยไม่ได้บอกให้เขารู้ว่า เย็นนี้เธอโทรฯ ไปนัดมาริษาให้มาเจอกันที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ หวังจะเดินเที่ยวผ่อนคลายจากการประชุมเครียดวันนี้นั่นเอง

 

ร้อยคอเพชรห้อยจี้รูปหัวใจมีเพชรน้ำดีประดับอยู่บนดาวดวงน้อยที่ห้อยเป็นตุ้งติ้งอยู่กลางหว่างใจ ส่องแสงวะวับหยอกล้อกับแสงไฟ กระทบนัยน์ตาสีดำที่กำลังส่องประกายกล้าด้วยความยินดีว่าพอใจกับความงดงามตรงหน้า มือแกร่งชูของที่ถือเอาไว้ก่อนจะมองไปหาหญิงสาวที่ยืนข้างกายเหมือนจะถามความเห็น

“สวยค่ะพี่กาย ชิ้นนี้เลยจัดไปค่ะ” เปรมศินีส่งยิ้มน่าหยิกมาให้

หากไม่ติดว่าจะต้องเลือกของขวัญชิ้นสำคัญ เขาไม่มีทางเปิดโอกาสให้น้องสาวจอมป่วนได้ล่วงรู้ถึงความลับในหัวใจเป็นแน่ แค่พามาช่วยเลือกสร้อยคอ ก็ต้องแลกกับการบอกชื่อคนที่กำลังจะได้เป็นเจ้าของ ด้วยเหตุผลที่เขาเห็นด้วยอย่างยิ่งว่า จะได้ช่วยเลือกให้เหมาะสมกับคนที่กำลังจะได้ครอบครอง

“ตกลงเอาชิ้นนี้ครับ” เกียรติประกายส่งให้พนักงานแทบจะทันที

“เป็นวันหยุดที่น่าตื่นเต้นจริงๆ นะคะพี่กาย เสร็จแล้วพี่กายจะพาแป้งไปเลี้ยงไอติมด้วยใช่ไหมคะ...ตามสัญญา” เปรมศินีทวงสัญญาอีกหนึ่งข้อที่พี่ชายให้ไว้ก่อนจะลากมาถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำแห่งนี้ได้สำเร็จ

“เยอะนะเรา พี่ไม่เห็นน้องมายด์จะเรื่องมากเหมือนเราเลย” เกียรติประกายบอกพลางยิ้มพลาง มองน้องสาวอย่างไม่จริงจังกับคำต่อว่านัก ออกจะรักและเอ็นดูเสียมากกว่า

“แหม คำก็น้องมายด์ สองคำก็น้องมายด์ เดี๋ยวนี้อะไรๆ ก็น้องมายด์นะคะ”

“เอาน่า อย่างไรพี่ก็รักเราเหมือนเดิมนี่นะ” มือแกร่งโยกหัวน้องสาวเล่น ในขณะที่คนตัวเล็กเบ้ปากเหมือนกำลังจะร้องไห้เพราะถูกพี่ชายแกล้งแบบนี้เป็นประจำ

สองพี่น้องตระกูลคุณารักษ์ เดินเคียงกันออกจากร้านเพชร เปรมศินีควงแขนพี่ชายด้วยความสุขปริ่มเปรมที่ได้ล่วงรู้ความลับความใหญ่ของคนเป็นพี่ ในขณะที่เกียรติประกายเปี่ยมสุขที่น้องสาวช่างอ้อนทำตัวน่ารักช่วยเลือกของขวัญชิ้นพิเศษได้ถูกใจเขาไม่น้อย หากแต่สายตาที่มองมาจากมุมหนึ่งของห้างกลับไม่มีแววสุขสรรค์กับภาพที่เห็นเลยสักนิด

“คุณกาย” เมธินีครางชื่อคนที่เธอคิดถึง หากแต่ชายหนุ่มกลับมาเดินควงแขนกับหญิงสาวคนอื่น แม้จะคุ้นตาแต่แค่เห็นหลังอยู่ไวๆ จึงทำให้เธอคิดไปไกลแล้วว่าคนที่บอกว่าคิดถึงเธอทุกเวลาหาได้เป็นเช่นนั้นไม่

“เป็นอะไรไป ทำไมไม่เดินต่อ” มาริษาเหลียวกลับมาหาคนที่ไม่ยอมเดิน ก่อนจะมองตามสายตาเพื่อนรักไปเจอภาพบาดตาไม่แพ้กัน

“จะทำอะไรน่ะ” เมธินีรั้งแขนเพื่อนรักเอาไว้เมื่อเห็นว่ามาริษากำลังจะเผ่นไปทิศทางที่เธอกำลังมองนิ่ง

“ก็จะอะไรล่ะ ฉันจะไปให้เห็นกับตาไงล่ะว่าคนของมายด์กำลังทำอะไร” มาริษาบอกพลางบิดข้อมือที่เพื่อนสาวรั้งเอาไว้

“อย่าเลย เขาไม่ใช่คนของมายด์ และมายด์ก็ไม่ใช่คนของใครด้วย...เรากลับกันเถอะ” ยิ่งกว่าความหงุดหงิดในหัวใจ เธอนึกเคืองตนเองว่าทำไมจะต้องมีอาการกับภาพตรงหน้า โดยเฉพาะปากที่บอกปาวๆ ว่าไม่มีอะไรแต่กลับมีบางสิ่งซุกซ่อนอยู่ภายในจนเต็มอก

เมธินีอยากหนีไปอีกทาง แต่เพื่อนรักยังใจกล้าจะเดินเข้าไปหาหนุ่มสาวทั้งสองโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามสักนิด ไม่อยากหนีแต่เธอยังไม่อยากอยู่ในสถานการณ์บ้าๆ เวลานี้ จึงเลือกเดินไปทางประตูทางออกโดยไม่รีรอ

“คุณกาย” มาริษาเรียกเสียงเข้ม ทำให้คนที่หันกลับมามองพร้อมกับคนที่เดินเคียงคู่กันมาเผยต่อสายตาให้ประจักษ์แจ้งว่าใครเป็นใคร ก่อนจะครางชื่อของที่ผุดขึ้นมาในความคิดให้ได้ยิน “แป้ง...”

 

าหนะคันหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่เดิมของมันอย่างรู้งาน  โชว์เฟอร์สุดหล่อหันไปมองสองสาวสวยนั่งคุยกันมาตลอดทาง เรื่องราวที่สนทนาก็ไม่ได้มีหัวข้อที่จะช่วยแก้ปัญหาหัวใจของเขาเลย มีแต่เรื่องราวเท้าความหลัง และเรื่องแสนสนุกในมหาวิทยาลัยของสองสาวสวยบนรถ

ถึงแล้วครับ เสียงทุ้มเอ่ยบอก เรียกสติสองสาวที่ยังพูดคุยกันไม่ยอมหยุด

ที่นี่ล่ะแป้ง มายด์น่าจะอยู่ข้างบน มาริษาออกความคิดเห็น 

ในระหว่างที่เดินทางกลับมาหอพัก มาริษาโทรหาเพื่อนรักซึ่งก็ยอมรับโทรศัพท์โดยดี น้ำเสียงเศร้าสร้อยของเพื่อนรักทำให้เธอแทบอยากจะเอ่ยบอกความจริง แต่ว่าที่น้องสะใภ้ของเพื่อนสาวเอ่ยปากห้ามเอาไว้ก่อนแล้ว

งั้นเราขึ้นไปข้างบนกันเถอะ เสียงหวานสดใสของน้องสาวจอมป่วน ทำให้เกียรติประกายไม่อยากจะเชื่อฝีมือสักเท่าไหร่ ในใจอยากจะง้อสาวหน้าหวานด้วยตัวเองเสียมากกว่า

พี่กายคะ วันนี้พี่ต้องทำงานหนักหน่อยนะคะ เราจะเดินทางไกลกันค่ะ เสียงหวานหน้าทะเล้นของน้องสาวยื่นเข้ามาบอกกล่าวคนที่อยู่ภายในรถก่อนจะจากไปด้วยรอยยิ้มที่แฝงความเจ้าเล่ห์

สิ้นคำน้องสาว ชายหนุ่มก็ได้เห็นมาริษาจูงมือเมธินีให้เดินตามมาไกลๆ เปรมศินีเดินเข้าไปสมทบกับเพื่อนสาวแล้วเดินตรงมาที่ราชรถคันหรู กระทั่ง สามสาวสวยเดินควงแขนกันมาถึงจุดหมาย ประตูรถถูกเปิดออกก่อนร่างบางของสาวหน้าหวานที่คว้าหัวใจหนุ่มหล่ออย่างเกียรติประกายไปครองถูกดันเข้ามานั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถของเขา สายตาหวานมองเพื่อนรักสองคนข้างนอกอย่างตัดพ้อ

เล่นผิดสัญญา ไหนบอกว่าให้มายด์นั่งข้างหลังไง...

เมธินีส่งค้อนวงใหญ่ไปให้เพื่อนสาวสองคนที่นั่งอยู่ด้านหลัง เจือแววตำหนิและหมั่นไส้อยู่ในทีแต่กระนั้นสองสาวด้านหลังก็ทำไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น เห็นเกียรติประกายมองสบตาหน้าเจ้าเล่ห์เธอยิ่งใจสั่น จึงเลือกจะนั่งเงียบๆ นิ่งๆ และขยับห่างจนร่างแทบจะเป็นเนื้อเดียวกับประตูเสียให้ได้

วันนี้สาวสวยสามคนจะให้ผมพาไปเที่ยวที่ไหนดีครับ เกียรติประกายถามเสียงนุ่มพลางออกรถ ไม่ได้มองผู้โดยสารหลังรถแม้แต่น้อย เพราะว่าตอนนี้สายตาอบอุ่นส่งไปออดอ้อนสาวข้างๆ หากแต่ตาหวานของคนตัวเล็กกลับเสมองไปด้านนอก ทิวทัศน์ก็ไม่ได้สวยกว่าทุกวัน แต่เธอไม่อยากมองหน้าหล่อของโชว์เฟอร์ก็เท่านั้น

ไปพัทยานะคะพี่กาย   ไปบ้านพักตากอากาศของเราเลยค่ะ เสียงสดใสเจื้อยแจ้วมาจากด้านหลัง น้ำเสียงปนสนุกแสนซุกซนของน้องสาวเปิดเผยเต็มที่ ไม่ได้ไปทะเลมานานแล้ว แป้งอยากไปพักผ่อนสมองเสียหน่อย ช่วงนี้เครียดๆ ยังไงก็ไม่รู้ค่ะ เสียงซนสดใสยังเจื้อยแจ้วต่อความยาวเล่าเหตุผลสารพัด

แม้ว่าพี่ชายสุดหล่อจะไม่ได้เอ่ยปากว่าอะไรแต่น้องสาวสุดสวยก็ไม่วายมองเห็นสายตาที่รู้ทันความเจ้าเล่ห์ที่พี่ชายส่งผ่านมาทางกระจกมองหลัง หน้าสวยยังคงยิ้มละไมน่าหมั่นไส้ สุดท้ายพี่ชายที่แสนดีก็ต้องส่งยิ้มเชิงขอบคุณให้น้องสาวคนเก่งไปตามระเบียบ

ราชรถคันหรูเคลื่อนตัว ช้าๆ เหมือนคนขับต้องการจะให้เวลาผ่านไปอย่างช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังขึ้นเรียกความสนใจจากสมาชิกภายในรถให้หันไปมอง

มาริษารีบหยิบโทรศัพท์มากดรับก่อนที่มันจะส่งเสียงดังน่ารำคาญต่อไปอีก บทสนทนาสั้นๆ จบลงเมื่อเจ้าของโทรศัพท์ตอบรับตกลงอะไรบางอย่างไปแล้ว

“โทษทีนะจ๊ะแป้ง คุณกาย มายด์ ษาคงไปด้วยไม่ได้แล้วล่ะค่ะ พอดีช่วงเย็นจะมีคนมาหาน่ะค่ะ มาริษาเอ่ยน้ำเสียงเสียดายจริงจัง

ษาไม่ไป มายด์ก็ไม่ไป เจ้าของเสียงหวานที่นั่งเงียบอยู่นานส่งเสียงออกมา

งานนี้ไม่เกี่ยวกับมายด์นะจ๊ะ ษานัดพี่ตั้มไว้นะ จะไปเป็นก้างหรือไงกัน เพื่อนสาวเอ่ยดักคอ เอ่ยชื่อใครคนหนึ่งไปแล้ว ในใจก็นึกขอลุแก่โทษไปด้วย นึกขอโทษเพื่อนที่ต้องโกหก หากไม่เอ่ยว่าเป็นเรื่องนี้ คนดื้ออย่างน้องมายด์คงไม่ยอมให้แผนเด็ดของแป้งสำเร็จเป็นแน่

ให้ผมไปส่งที่หอพักไหมครับ เกียรติประกายเอ่ยเสียงสุภาพ เสนอความคิด

ไม่เป็นไรคะ ษาลงข้างหน้านี่ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวหารถเข้าไปที่หอพักได้สบายมาก มาริษาเอ่ยพลางก้มหน้าก้มตาหยิบกระเป๋าที่เตรียมชุดว่ายน้ำไว้เป็นอย่างดีมาวางบนตัก เตรียมพร้อมที่จะลงจากรถแล้ว

เมื่อส่งมาริษาลงไปเรียบร้อย เกียรติประกายออกรถมุ่งสู่พัทยาทันที รถที่วิ่งด้วยความเร็วปกติ เร่งความเร็วขึ้น เขาไม่อยากให้ไปถึงที่นั่นค่ำนัก เพราะรู้ดีว่ายัยน้องสาวจอมป่วนชอบเล่นน้ำทะเลมากแค่ไหน

น้องมายด์จะหลับก็ได้นะครับ เกียรติประกายบอกเสียงอ่อนโยนเจือความห่วงใยเต็มเปี่ยม ตาคมเหลือบไปเห็นน้องสาวตัวดีเอนหลับไปแล้ว จึงเสนอให้ร่างบางที่นั่งข้างๆ ได้พักผ่อนบ้าง หากแต่หญิงสาวไม่ตอบรับแต่อย่างใด ยังคงมองออกไปข้างนอกเช่นเดียวกับตลอดทางที่ผ่านมา

น้องมายด์ยังโกรธคุณกายอยู่เหรอครับ เกียรติประกายเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนจะหันไปมองถนนต่อ ไม่แน่ใจว่าเมื่อสักครู่เขาได้เห็นแก้มนวลนั้นแดงเรื่อหรือเพราะแสงแดดจากภายนอกสะท้อนภาพลวงตาเข้ามากันแน่

คนดีของคุณกาย หายงอนนะครับ...เรื่องนั้น คือมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด...”

น้องมายด์ไม่ได้งอนคุณกายหรอกค่ะ แต่ เสียงหวานโพล่งออกมาขัดชายหนุ่มเสียก่อนที่เขาจะเอ่ยคำตอกย้ำความเข้าใจผิดของเธอ

เพียงแค่มีคำพูดโต้ตอบออกมาบ้าง เกียรติประกายก็เผยยิ้มจนแก้มแทบปริ หัวใจห่อเหี่ยวเพราะเกรงคนรักเข้าใจผิดขยายพองโตขึ้นมาให้ได้หายใจหายคอบ้าง มือหนาเอื้อมมากุมมือบางที่ประสานไว้ตรงหน้าตักอย่างทะนุถนอมทั้งที่อีกมือยังคงกระชับพวงมาลัยควบคุมรถอย่างสบาย

แต่อะไรครับ คนตัวใหญ่อยากรู้จริงจัง ยอมรับเต็มอกว่าบางครั้งผู้หญิงก็ทำในสิ่งที่เขาไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก แต่การที่ครอบครัวเขามีผู้หญิงถึงสองคนให้ต้องดูแล ทำให้เขารู้ว่าไม่ควรทำให้ผู้หญิงเสียใจ เพราะนั่นหมายถึงผลลัพธ์ที่ไม่ดีจะตามมา

คือน้องมายด์ไม่ได้งอนคุณกายแล้วล่ะค่ะ แต่น้องมายด์ อาย ” สิ้นเสียงคำตอบ ใบหน้าหวานยังคงก้มหน้างุด ไม่กล้าสบตาชายหนุ่ม

“เมื่อตอนกลางวันรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรที่เหมือนเด็กๆ ลงไปน่ะค่ะ แค่...เห็นอะไรแบบนั้น แค่นิดเดียว ไม่น่าคิดอะไรไปไกล...ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันไม่ควรคิดหรือไม่แม้แต่จะมีสิทธิ์คิดอะไรแบบนั้น หน้าหวานแก้มแดงระเรื่อ

“ไม่เป็นไร คนเรามีเรื่องเข้าใจผิดกันได้ตลอดเวลา ขอเพียงเราเชื่อมั่นในหัวใจตัวของอีกคน หรือมีอะไรก็ให้พูดจากันตรงๆ จะไม่ต้องมาเจอเหตุการณ์แบบวันนี้อีก สัญญานะครับ มีอะไรต้องพูดต้องคุยกันนะ น้องมายด์มีสิทธิ์อะไรๆ มากกว่าที่คิดนะครับ” เสียงทุ้มอบอุ่นเจือแววอ้อนไว้จนคนฟังถึงกับหน้าแดง มองเห็นคนข้างกายพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่ายจึงยกยิ้มพอใจก่อนจะสนใจกับการขับรถต่อ

ระหว่างที่รถจอดรอเลี้ยวตรงทางแยก จมูกโด่งได้รูปก้มลงมาสูดดมความหอมของแก้มนวลจากคนที่นั่งข้างๆ เต็มความคิดถึง ดวงตากลมโตเบิกกว้างตกใจก่อนจะหันมาส่งค้อนวงใหญ่ให้คนฉวยโอกาส

คนฉวยโอกาสได้หอมแก้มสาวฟอดใหญ่ เห็นหล่อนส่งค้อนมาให้เขาก็ยิ่งมีความสุข ส่งเสียงหัวเราะเต็มอารมณ์ก่อนจะหันมาสนใจทะยานรถมุ่งหน้าตรงสู่บ้านพักตากอากาศของครอบครัวต่อไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาอัพเพิ่มครบตอนแล้วนะคะ

รักพี่กายน้อยๆ แต่ขอให้รักนานๆ น๊า พี่กายช่างอ้อน ม๊วฟๆ คร้าบ

ฝากติดตามผลงานและเป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ ขอบคุณมากมายจ้า 

 

 

 

 
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha