ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 8 : Chapter 6 50%


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

 

 #

#

 

 

Chapter 6 ดวงใจรัก

 

าชรถคันหรูแล่นเข้ามาจอดสนิทริมบ้านพักตากอากาศทรงสวย แม้จะเป็นเวลาย่ำค่ำ แต่บ้านหลังงามยังตระหง่านน่ามองไม่แพ้ตอนกลางวันแม้แต่น้อย คนในบ้านสองสามคนวิ่งมาต้อนรับก่อนจะเชื้อเชิญให้ทายาทเจ้าของบ้านได้เข้าไปพักผ่อน ด้วยความรักและคิดถึงที่ไม่ได้เห็นหน้ามาหลายเดือน สามหนุ่มสาวจึงเป็นเป้าสายตาและหัวข้อสนทนาของบรรดาคนรับใช้ไปโดยปริยาย

ป้าแจ่มมองอะไรคะ เสียงทะเล้นของลูกสาวคนเล็กประจำตระกูลเอ่ยทัก แม่บ้านถึงกับสะดุ้งก่อนจะหันมายิ้มเอียงอายหัวเราะแหะๆ

ขอโทษค่ะ ป้ามองเพื่อนคุณแป้งน่ะค่ะ แอบเห็นตั้งแต่แว่บแรกก็นึกถูกชะตา ทั้งกิริยามารยาท เธอน่ารักนะคะ แม่บ้านเอ่ยปากชมจริงใจ

ดีแล้วจ๊ะ ดูไว้นะ นี่ล่ะ น้องมายด์ ว่าที่พี่สะใภ้ของแป้งเองจ๊ะ สาวรุ่นก้มลงมากระซิบกระซาบกับรุ่นไม่สาว ก่อนจะหัวเราะคิกคักชอบใจ จนคนถูกกล่าวถึงที่กำลังยืนชื่นชมกับลมทะเลต้องหันมามองอย่างสงสัย

คุยอะไรกันอยู่เหรอคะ น่าสนุกเชียว เมธินีเอ่ยถามเมื่อเห็นทั้งสองส่งสายตาพร้อมกับหัวเราะมาทางเธอ

เกียรติประกายซึ่งยืนฟังอยู่ไม่ไกล เดินเข้ามาหา สองมือหนายกขึ้นมาหมายจะโอบกอดร่างนวลตรงหน้าหากแต่แม่น้องสาวตัวดียังนั่งจุ้มปุกอยู่ที่เดิม เขาจึงทำได้เพียงมายืนข้างๆ วางสองมือหนาบนราวระเบียงเท่านั้น

ป้าแจ่มบอกว่าน้องมายด์น่ารักครับ เสียงทุ้มเอ่ยนุ่มนวล ยินดีกับคำชื่นชมที่ใครๆ ก็มองเหมือนกับที่เขาเห็น

เหรอคะ ป้าแจ่มเล่นชมอย่างนี้น้องมายด์ก็เขินแย่สิคะ เมธินีหันไปมองทางสองสาวต่างวัยที่ยังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกซึ่งมีระเบียงยื่นออกมาเพื่อรับลมสำหรับวันสบายๆ ที่แดดไม่ร้อนมากนัก

อ้าว จะไปไหนกัน?” ว่าที่พี่สะใภ้ร้องถามเสียงหลงเมื่อเปรมศินีและแม่บ้านคนเก่งชี้ชวนกันไปอีกทาง อยากปรี่ตามไปด้วยหากแต่ร่างสูงก้าวมาขวางเอาไว้เสียก่อน

เขาคงอยากให้เราอยู่ด้วยกันนะครับ สายตาคมสื่อความนัยน์เปิดเผย เมื่อเห็นว่าไม่มีก้างอยู่ใกล้ๆ ร่างใหญ่ขยับเข้าใกล้ร่างบางที่คิดถึง คราวนี้วงแขนแกร่งที่รอโอกาสอยู่แล้วยกมาโอบเอวร่างนุ่มตรงหน้าไม่รอช้า นึกขอบใจน้องสาวอยู่ครามครันที่ช่วยให้เขาสมหวัง

คุณกาย แก้มแดงระเรื่อหากแต่ตาหวานส่งค้อนวงใหญ่ไปให้ ปากหยักกระตุกยิ้มอย่างพอใจ มองไกลออกไป

“ฮื่อ...ยืนนิ่งๆ เดี๋ยวหนึ่งสิครับ” เสียงครางดุ มือหนวดปลาหมึกยังไขว่คว้าร่างบางเอาไว้เหนียวแน่น

ปล่อยสิคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า เมธินียังไม่ยอมคล้อยตามง่ายๆ คนตัวใหญ่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

ไม่มีใครมาให้เราเห็นแล้วล่ะครับ เขาอยากให้เราอยู่ด้วยกัน หน้าหล่อระบายยิ้มหวานกระชากใจสาว คนตัวเล็กถึงกับใจอ่อนยวบ

คุณกายทำน้องมายด์เขินนะคะ เมธินีก้มหน้างุด เธอกลายเป็นคนขี้อายไปเสียแล้วหรือนี่

น้องมายด์รู้ไหมครับ ผมเคยคิดว่าอยากจะมายืนตรงนี้อยากยืนมองท้องฟ้าไกลๆ มีคนรู้ใจอยู่เคียงข้าง...แบบนี้ เสียงทุ้มออดอ้อน ก่อนจะก้มลงมากดปลายจมูกเข้าหาแก้มนวลแสนรักแสนหวง

ปลายจมูกเลื่อนไปสูดกลิ่นหอมของพวงแก้มนวลทั้งสองข้าง  แก้มแดงสุกปลั่งยิ่งกว่ามะเขือเทศ สองมือบางที่คอยดันแผงอกแกร่งของคนตัวใหญ่คลายลงเมื่อปากหยักเลื่อนมาทาบทับปากนุ่มแสนหวานอย่างคิดถึงและโหยหา

เมธินีคิดอยากจะทักท้วงการกระทำหวามไหวนั่น หากแต่ความอ่อนหวานอ่อนโยนที่เขามอบให้ ทำให้เธอละลายจนแทบยืนไม่อยู่ สองมือบางเลื่อนมาคล้องคอแกร่งเอาไว้กลัวว่าตัวเองจะล้มลงไปกองกับพื้นเสียก่อน ลิ้นร้อนเข้าไปตามหาความหอมหวานที่เคยได้ชิม ดูดดอมกลิ่นหอมตรงหน้าเสียเนิ่นนานกว่าเกียรติประกายถอนริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่ง ส่งตาหวานเปิดเผยแรงปรารถนาที่ปะทุแน่นอก

หวาน... จมูกโด่งยังคงแตะปลายจมูกรั้นไม่ยอมห่าง ลมหายใจผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกัน

คุณกายต่างหากละคะที่หวาน ทั้งอ่อนหวาน ทั้งอ่อนโยน

คำหวานเรียกริมฝีปากหยักก้มลงต่ำหาความหวานที่ลุ่มหลงอีกครั้ง หากแต่คนสวยใจดำกลับเมินไปอีกทาง ยกปลายนิ้วเรียวมารับสัมผัสแสนหวานนั้นแทน

อย่าใจร้อนนักสิคะ เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานเท่าไหร่ เมธินีปรามเตือนสติคนตรงหน้า พลางนึกก่นด่าตนเองที่ทำเหมือนใจง่ายไม่น้อย ยอมปล่อยตัวปล่อยใจกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันไม่ถึงเดือน แต่ต้องใกล้ชิดกันทุกวันจนเธอหวั่นใจไปทั้งดวง

แววตาออดอ้อนทำหัวใจคนตัวใหญ่แทบอยากจะอุ้มร่างบางขึ้นไปชั้นบนเสียตอนนี้ แต่ประเพณีและขนบธรรมเนียมที่ดีค้ำคอ คนที่ร้อนจนแทบระเบิดจึงต้องหักห้ามใจ เปลี่ยนเป็นส่งยิ้มหวานที่มีไว้กระชากใจสาวมาให้อีกครั้ง ก่อนจะยืนมองทะเล รับลมและฟังเสียงคลื่นไปด้วยกันในอ้อมกอดอันอบอุ่น

 

ค่ำคืนแสนโรแมนติกถูกเนรมิตขึ้นที่ริมชายหาดด้านหลังบ้านพักตากอากาศหลังงาม สองสาวหนึ่งหนุ่มช่วยกันกับแม่บ้านอีกคน ปิ้งย่างอาหารทะเลสดที่ไปจับจ่ายซื้อหามาตั้งแต่เมื่อตอนเย็น เสียงหัวเราะสนุกสนานพาหัวใจคนแก่ของป้าแจ่มได้กระชุ่มกระชวยไปด้วย ไม่นานนัก ลูกสะใภ้และลูกชายคนเดียวของป้าแจ่มที่เพิ่งกลับมาจากไปทำงาน ก็เข้ามาร่วมด้วยช่วยกันอีกแรง

หลังจากทานอาหารแล้ว เมธินีออกมาเดินเล่นริมหาด มองภาพเบื้องหน้า พลางคิดถึงคนที่อยู่ไกลจนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือมากดหา

สวัสดีค่ะ ทำอะไรอยู่คะ เสียงหวานกรอกผ่านโทรศัพท์ในมือ ใบหน้าระบายยิ้มอย่างมีความสุข โดยไม่รู้ตัวเลยว่าทุกอิริยาบถอยู่ในสายตาของใครบางคน

เกียรติประกายเดินตามมาคอยดูแลอยู่ห่างๆ พลางคิดว่าเมธินีคงโทรศัพท์ไปหามาริษา จนเมื่อมีเสียงเตือนสายเข้า จึงละสายตามองดูหน้าจอก่อนจะกดรับสาย

สวัสดีครับ เสียงทุ้มเอ่ยสุภาพ

สวัสดีค่ะคุณกาย เป็นไงบ้างคะ

เสียงสดใสคุ้นหู แต่คนตัวใหญ่จำไม่ได้ คิ้วหนาจึงแล่นมาชนเข้าหากัน

ษาเองค่ะ โทรมาสอบถามความเคลื่อนไหว  

อ้อ คุณษานี่เอง ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ ต้องขอบคุณที่คุณช่วยกัน คนพูดน้อยต่อยหนักตอบกลับ

ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็ดีแล้วค่ะ อุ๊ย! มีสายเข้า แค่นี้ก่อนนะคะคุณกาย ขอให้คืนนี้...โชคดีนะคะ เสียงหวานอวยพรอย่างมีความหมาย แถมทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวเราะคิกคักให้ได้ยินก่อนวางสายไป

ดวงตาคมยังมองร่างบางเบื้องหน้าที่เดินออกไกลไปแล้ว ไม่ได้คุยโทรศัพท์กับคุณษา แล้วคุยกับใคร?

สายตาคมส่องประกาย เขาไม่อยากหึงหวงเกินเหตุหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวเกินความจำเป็น แต่แววตาที่ส่องประกายแห่งความสุขเต็มเปี่ยมขนาดนั้น สัมผัสและความรู้สึกที่เขาได้เห็นเมื่อครู่ทำให้คนตัวใหญ่เกิดอาการน้อยใจขึ้นมาจนอยากรู้นัก...นอกจากเขาแล้วใครกันนะที่จะทำให้หล่อนยิ้มได้

โอ๊ย!” เสียงทุ้มของใครบางคนร้องลั่น เรียกความสนใจให้เมธินีต้องหันไปมอง 

เกียรติประกายหน้าเบ้ด้วยความเจ็บปวด สองมือหนากุมเท้าข้างหนึ่งที่เหมือนจะมีอาการบาดเจ็บ

แค่นี้ก่อนนะคะแม่ นอนหลับฝันดีนะคะ เมธินีละล่ำละลักบอกปลายสายก่อนจะกดตัดสัญญาณแล้วรีบวิ่งไปดูคนตัวใหญ่

คุณกายเป็นอะไรคะ เกิดอะไรขึ้น สาวหน้าหวานเอ่ยถามห่วงใย ดูอาการเหมือนคนตรงหน้าเจ็บปวดมาก แต่สังเกตรอบตัวแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรที่ทำให้คนตัวใหญ่ล้มลงมากองกับพื้นและเจ็บปวดได้ขนาดนี้

คุณกายเจ็บ เสียงทุ้มบอกพลางซ่อนแววตาเจ้าเล่ห์

เจ็บตรงไหนคะ

ตรงนี้ครับ มือหนาที่กุมเท้าไว้เหมือนมันเจ็บปวดมากมาย ยกมาชี้ตรงอกข้างซ้ายพลางส่งสายตากรุ้มกริ่ม

นี่คุณกายหลอกน้องมายด์เหรอคะ คนที่เพิ่งรู้ตัวว่าโดนหลอกหน้างอง้ำ ส่งหมัดเล็กกระหน่ำมัดกล้ามบนท่อนแขนของชายหนุ่มเป็นการลงโทษ “ทีหน้าทีหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกนะคะ มันไม่ดี”

เปล่าครับ คุณกายไม่ได้หลอก วงแขนแกร่งรีบโอบร่างบางไว้ก่อนจะลุกหนี

ก็คุณกายไม่ได้เป็นอะไรนี่คะ คนหน้าหวานเสียงเข้ม

ใครบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร เมื่อกี้ผมสะดุดหัวใจที่น่าสงสารของผม มันถูกคนบางคนใจดำทิ้งขว้างอยู่ตรงนี้เกียติประกายอ้อนไม่หยุด ซบหน้าหล่อลงกับไหล่มน

ใครบอกว่าถูกทิ้งขว้างละคะ คนตัวเล็กมองสบตาคมแสนเจ้าเล่ห์ที่ส่องประกายหวานฉ่ำ ก่อนจะประเคนฝ่ามือตีเบาๆ ที่ต้นแขนคนขี้อ้อนเข้าให้ไปหนึ่งที

ก็น้องมายด์ไม่สนใจดวงใจน้อยๆ ของคุณกายเลยนี่ครับ โทรหาใครก็ไม่รู้ คนขี้หึงที่กำลังงอนเอ่ยบอก คราวนี้สาวสวยในอ้อมกอดหัวเราะร่วน รอยยิ้มหวานส่งมาให้ น่ารักจนคนตัวใหญ่อดใจไว้แทบไม่ไหว

หึงเหรอคะ น้องมายด์โทรหาคุณพ่อกับคุณแม่นะคะ เมธินีรีบบอกก่อนที่คนตรงหน้าจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่

สงสัยเราต้องทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้สักหน่อยแล้วละครับ เกียรติประกายหัวเราะออกมาบ้าง หัวใจที่ห่อเหี่ยวจนต้องลงทุนเรียกร้องความสนใจวิธีน่าอายกำลังพองโตคับอกอีกครั้ง

เกียรติประกายลุกขึ้นส่งยิ้มหวาน ปัดทรายออกจากกางเกงก่อนจะจับมือบางพากันเดินกลับไปยังบ้านพักที่กำลังครึกครื้นได้ที่

ค่ำคืนแสนพิเศษนี้ สองสาวได้รับเกียรติจากท่านประธานใหญ่ของบริษัทออแกร์ไนซ์แนวหน้าของเมืองไทย บรรเลงเพลงพร้อมกีต้าร์โปร่งให้ได้ฟังเพลงเพราะๆ บรรยากาศริมทะเลแสนสบาย ทำสองสาวและแม่บ้านเคลิ้มฝันไปตามกัน

คืนนี้ผมมีเพลงพิเศษอีกหนึ่งเพลง มอบให้กับคนพิเศษของผม เพื่อบอกให้เธอได้รับรู้ว่าเธอคือบ้านของหัวใจ

เสียงทุ้มเอ่ยเผยรอยยิ้มทรงเสน่ห์  ส่งตาหวานมาให้เจ้าของหัวใจอย่างมีความหมาย มือหนาจับปิ๊กดีดกีต้าร์เริ่มอินโทรแสนไพเราะก่อนจะบรรเลงบทเพลงให้ทุกคนได้ฟัง

ที่สุดในใจคือคนคนนี้ ที่จะรักทุกๆ คืนวัน โลกแห่งความจริงยิ่งกว่าความฝัน เมื่อมีเธออยู่เคียงข้างกาย ที่สุดในใจคือคนคนนี้ ที่จะรักไปจนวันตาย

คือเธอคนเดียวแหละคนสุดท้าย ที่เป็นบ้านของหัวใจ

เสียงเพลงจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือของแขกผู้มีเกียรติสี่คน เรียกรอยยิ้มเขินอายมาฉาบใบหน้าหล่อ เกียรติประกายวางกีต้าร์ลงบนโต๊ะข้างตัวก่อนจะเดินตรงไปหาเจ้าของเพลงที่เขามอบให้

ผมมีของขวัญจะให้คุณ เสียงทุ้มเอ่ย ส่งสายตามีความหมาย มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า หยิบกล่องสีเงินที่ส่องแสงระยิบระยับเหมือนแสงดาวยามค่ำคืนเมื่อต้องแสงไฟนีออนใกล้ๆ มาเปิดฝา ชายหนุ่มหยิบสร้อยคอที่มีจี้รูปดาวฝังเพชรล้อมกรอบด้วยรูปหัวใจสวยงาม ชูอร่ามอยู่เบื้องหน้าก่อนจะถือสิทธิ์สวมใส่ให้คองามระหง

เอ่อ...ขอบคุณค่ะ แต่มันมากเกินไปนะคะ หน้าหวานแดงระเรื่อ เขินอาย

อย่าขัดเลยครับ คุณกายตั้งใจจะให้ในวันที่จะพาน้องมายด์ไปแนะนำกับคุณแม่ ก็เลยให้น้องแป้งไปช่วยเลือกที่ร้าน แต่ดูเหมือนวันนี้จะเป็นโอกาสที่ดีกว่า เกียรติประกายส่งสายตาระยิบระยับสื่อความหมายเปิดเผยเต็มที่

เสียงปรบมือดังอยู่รอบตัว มือหนายังคงเลื่อนไปโอบรอบเอวบางอย่างหวงแหน ก่อนจะหันไปส่งยิ้มให้น้องสาวสุดที่รัก นึกขอบใจแผนการต่างๆ ที่น้องสาวช่วยคิดให้ กว่างานเลี้ยงจะเลิกรา กว่าสมาชิกจะแยกย้ายกันไปเวลาก็ล่วงเข้าไปเกือบเที่ยงคืนแล้ว แต่สำหรับเกียรติประกาย เขามั่นใจหนักหนาว่าค่ำคืนนี้คงเป็นคืนที่เขามีความสุขที่สุดและหวังใจอยากให้คนสวยของเขารู้สึกแบบนี้เช่นกัน

ลมทะเลพัดผ่านร่างหนาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงระเบียงชั้นสอง สายตาคมกำลังอิ่มเอมกับภาพทะเลและคลื่นลมที่เขาชื่นชอบและประทับใจไม่รู้คลาย ภาพใบหน้าเปื้อนยิ้มแสนหวานของใครบางคนลอยเด่นขึ้นมา เรียกรอยยิ้มให้ปรากฏ

เกียรติประกายยกแก้วน้ำขึ้นมาจิบแก้กระหายก่อนจะตัดสินใจหันหลังจะเดินกลับเข้าห้องนอน แต่แล้วร่างสูงก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นหลังไวๆ ของใครบางคนเดินลงไปชั้นล่าง เท้าหนารีบย่างตามไปเบาๆ

จะไปไหนของเขานะ ปากหยักวาดรอยยิ้มอีกครั้ง เมื่อนึกอะไรได้

เมธินีเดินช้าๆ อย่างระมัดระวัง กลัวว่าจะชนอะไรเข้า เธอไม่ได้เปิดไฟเพราะจะไม่ได้ว่าสวิตท์ไฟชั้นล่างอยู่ตรงไหน ไม่อยากเป็นภาระใครจึงเดินสุ่มมาเรื่อยๆ มือบางควานหาทิศทางพาร่างมาจนถึงตู้เย็น เธอพอจะจำได้ว่าอะไรอยู่ตรงไหนเพราะเมื่อตอนเย็นเธอกับเพื่อนสาวใช้ห้องนี้ในการเตรียมอาหารก่อนจะยกออกไปปาร์ตี้กันด้านนอก

เมื่อดื่มน้ำเสร็จแล้วจึงค่อยๆ เดินกลับเพื่อจะขึ้นไปชั้นสองห้องนอนของเธอกับแป้ง เมธินีก้าวพ้นมุมมืดของทางเดินกำลังจะก้าวเท้าขึ้นบันไดก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อฝ่ามือหนาของใครบางคนรวบเอวเธอจากด้านหลัง มืออีกข้างปิดปากคนตัวเล็กเอาไว้แน่นหนา ยกร่างบางขึ้นมาจนตัวลอยก่อนจะนำตัวเธอเดินตรงไปยังโซฟาห้องรับแขก

เมธินีตั้งสติ ตะกายเท้าที่ลอยเหนือพื้นสุดแรงเท่าที่จะทำได้ สองมือกำแน่น ทุบตีลำแขนแกร่งที่รวบตัวเธอเอาไว้ ในที่สุดร่างบางก็ถูกวางลงบนพื้นอย่างใจหวัง หากแต่คนตัวใหญ่ก็ดันร่างนุ่มจนแผ่นหลังเนียนไปชนกับผนังสุดปลายทางเดิน ปากหยักที่คุ้นเคยก้มลงแนบสนิทดูดดื่มหาความหวาน แม้ว่าเธอจะจำกลิ่นกายเขาได้ แต่ร่างบางก็ยังดิ้นไม่หยุด เล่นอะไรก็ไม่รู้ คนสวยตัดพ้ออยู่ในใจ มือบางที่ผลักอกคนตัวใหญ่เปลี่ยนมารั้งคอเสื้อของชายหนุ่มเอาไว้ด้วยกลัวว่าจะร่วงลงไปกองกับพื้นเสียก่อน

คุณกาย เสียงหวานเอ่ยออกมาเป็นคำแรกเมื่อเรียวปากเป็นอิสระ

นอนไม่หลับเหรอครับคนดี เสียงทุ้มเอ่ยเหมือนไม่รู้สึกผิดที่ทำคนตัวเล็กตกใจ ลมหายใจร้อนยังคงเป่ารดอยู่บนแก้มนวลไม่ห่าง

เปล่าคะ หิวน้ำก็เลยลงมาดื่มน้ำคะ เสียงหวานพลางส่งค้อนวงใหญ่มาให้

ผมทำน้องมายด์ตกใจอีกแล้วเหรอครับ เสียงทุ้มออดอ้อนรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง

คุณกายเล่นอะไรก็ไม่รู้นี่คะ น้องมายด์ตกใจหมดเลย นึกว่าคนร้ายเสียอีก” คนที่ตกใจจริงๆ ตัดพ้อ

ขอโทษนะ ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้น้องมายด์ตกใจ เพียงแค่จะล้อเล่นเท่านั้นเอง ปกติจะมีแต่คนวิ่งเข้ามาหา น้องมายด์เป็นคนแรกนะครับที่คุณกายอยากวิ่งเข้าหา ไม่เห็นหน้าก็คิดถึง เจอกันก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ อยากจะทำ...แบบนี้ทุกเวลา คนหน้าหล่อกระซิบข้างหูเสียงอ่อนโยน สบตาหวานเชื่อมส่งสายตาสื่อความปรารถนาเต็มอกก่อนจะฉกวูบไปบนกลีบปากอวบอิ่มอีกครั้ง

คุณกายบ้า แบบนี้น้องมายด์ก็เสียเปรียบแย่เลยสิคะ เอาแต่จูบจนช้ำไปหมดแล้ว หน้าหวานเขินอายกับสายตาคมกล้าที่ส่งมาบอกความนัยอย่างเป็นเจ้าของ ขืนยังยืนอยู่ในอ้อมกอดเขาอย่างนี้ คืนนี้ มีหวังเสร็จแน่ยัยมายด์ เมธินีคิดพลางเขินอายกับความคิดตัวเอง สองมือบางผลักอกคนตัวใหญ่เบาๆ เพื่อจะเดินออกจากอ้อมแขนแกร่งที่กอดเธอไว้

อยู่กับคุณกายก่อนนะครับคนดี เกียรติประกายอ้อนไม่หยุด รั้งแขนหญิงสาวเอาไว้ไม่ยอมให้ผละห่าง

แต่น้องมายด์ง่วงแล้วนี่คะ หน้าหวานทำแก้มป่อง พยายามลบเลี่ยงบรรยากาศอันตราย

ปากหยักก้มลงต่ำ ประทับปากบางอย่างนุ่มนวลโหยหา ความหอมหวานทำคนตัวใหญ่ร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เสียงครางในลำคอเหมือนคนเพ้อดังแว่วมา เนิ่นนานอ้อยอิ่งจนชายหนุ่มพอใจก่อนจะเอ่ยลาด้วยคำหวาน หลับฝันดีนะครับ เดี๋ยวคุณกายเดินไปส่ง” บอกเสียงพร่า พยายามระงับความต้องการที่กำลังปะทุ

สาวสวยหน้าแดงระเรื่อกำลังจะก้าวขึ้นบันได ลำแขนแกร่งก็ตวัดร่างบางขึ้นมาอยู่ในอ้อมอก ต้องใช้สองมือคล้องคอหนาเอาไว้เพราะกลัวตก ก้มหน้าซ่อนความเขินอายกับสายตาเปิดเผยของชายหนุ่ม

ฝันดีนะครับ ปากหยักประทับซับลงตรงไรผมของหน้าผากมน เมื่อวางร่างบางเรียบร้อย เขาก็กลับเข้าห้องนอนของตน ไม่รู้ว่าคืนนี้จะต้องนับแกะกี่พันตัว เขาจึงจะข่มตาหลับลงได้

าริษากดวางสายโทรศัพท์ เมื่อรู้ข่าวคราวของเพื่อนรักว่าเป็นปกติดีแล้วก็หมดห่วง ประกายตาวับวาวยินดีเมื่อเพื่อนรักมีความสุข หากแต่เพียงไม่นานก็สลดวูบลงเมื่อนึกถึงคนที่มีอิทธิพลต่อหัวใจตนเอง วางโทรศัพท์มือถือลงบนฟูกนุ่มก่อนจะเดินไปยืนทอดอาลัยริมระเบียงห้องพัก

ร่างบางยืนรับลมที่พัดเอื่อย ทอดอารมณ์ไปกับแสงสีตรงหน้า ทอดตามองแสงไฟสว่างส่องเรืองรองราวกับว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล ตรงข้ามกับความรักของเธอยิ่งนัก ไม่มีแสงเรืองรองแล้วยังมืดบอดจนยากจะเป็นไปได้ด้วยซ้ำ เสียงทอดถอนใจพ่นระบายความน้อยเนื้อต่ำใจภายในอยู่หลายครั้ง มองฟ้ามองดาวที่มีให้เห็นน้อยนิดพลางปลดปล่อยความรู้สึกที่เธอไม่ชอบใจนักให้ปลิวหาย อย่างน้อยคืนนี้เธอจะได้หลับสบายไม่ฝันถึงใครบางคนให้ต้องเจ็บปวดหัวใจไปมากกว่านี้

 

พลันสายเรียกเข้าของใครบางคนร้องดังเรียกให้มาริษาตื่นจากภวังค์ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเสียงเรียกนั้นดังตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่เมื่อหยิบมาดูก็เห็นปลายสายวางไปเสียแล้ว พร้อมข้อความบอกว่าเธอไม่ได้รับจากการเรียกสายสิบกว่าครั้ง ยังไม่ทันจะได้กดต่อสายกลับเจ้าของชื่ออติชาติก็โทรศัพท์มาหาอีกครั้งจนได้ มาริษาจึงกดรับสายในที่สุด

 

 

 

 

 

 

อัพเพิ่มจ้า

ฝากติดตามเป็นกำลังใจให้พี่กายและน้องมายด์ด้วยนะคะ

ขอบคุณจ้า ม๊วฟๆ

 

 

 

 

 

 
 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha