ดวงใจเล่ห์รัก

โดย: khaofang



ตอนที่ 26 : Chapter 12 (1)


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

Chapter 12 คืนรักยอดดวงใจ

 


ว่าอติชาติจะขับรถเข้ามาจอด ณ ลานจอดรถของร้านที่นัดเอาไว้ได้ก็เลยเวลานัดมาถึงสองชั่วโมงแล้ว ชายหนุ่มขับรถไปเรื่อยเหมือนคนใจลอย หากแต่ในใจนึกภาวนาให้หญิงสาวปริศนาตัดใจกลับไปแล้วด้วยเถิด

ร่างสูงสุดเซอร์ด้วยกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อยืดสีดำที่สวมทับด้วยแจ็คเก็ตยีนส์อีกตัว ก้าวย่างเข้ามาภายในร้านสุดหรูที่ดูต่างกันสุดขั้วกับการแต่งตัวของเขาในวันนี้ แต่แทนที่คนเซอร์จะดูน่าเกลียดกลับดูหล่อเซอร์น่ารักจนสาว ๆ ในร้านต้องเหลียวมามองเป็นตาเดียวกัน หากแต่คนที่กำลังคิดหนักไม่ได้สังเกตอะไรนักนอกจากยังเฝ้าภาวนาให้คนที่นัดไว้เปลี่ยนใจกลับไปแล้วก็พอ

อติชาติเหลียวซ้ายแลขวา แจ้งชื่อบิดาผู้จองโต๊ะเอาไว้กับบริกรคนหนึ่งซึ้งตั้งใจจะเดินนำทางไปให้ หากแต่เขารั้งเอาไว้และบอกว่าแค่ชี้ไปก็พอ สายตาคมมองปราดไปยังโต๊ะรับรองที่โดดเด่นอยู่ ว่างเปล่าอยู่เพียงชุดเดียว

ไม่มีเงาของใครบางคนที่เขาภาวนาไม่อยากจะเจอ คนที่คิดหนักมาตลอดทางผ่อนลมหายใจอย่างผ่อนคลาย นึกดีใจเมื่อคิดว่าหญิงสาวที่นัดให้มาดูตัวคงจะกลับไปแล้วเป็นแน่ ปากหยักยิ้มอย่างพอใจตัดสินใจจะกลับบ้าน ร่างหนาที่กำลังจะก้าวเท้ากลับบ้านต้องชะงัก เมื่อบริกรหนุ่มยังสะกิดเรียกเขาเข้าให้อีกครั้ง

“ประทานโทษครับ นัดไว้กับคุณผู้หญิงที่มานั่งรอหรือเปล่าครับ พอดีเธอขอเข้าห้องนํ้า นั่นไงครับ เธอกลับมาที่โต๊ะแล้วครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ” บริกรเอ่ยคำเพชฌฆาตมาให้ คนหน้าหล่อคมเข้มรู้สึกเหมือนฟ้ากำลังจะผ่าลงมาแสกหน้าเข้าให้

“ยัยบ้าเอ๊ย...ยังไม่กลับไปอีก จะทนทายาทอะไรกันขนาดนี้” เสียงทุ้มสบถนึกเคืองอยู่ในอก 

ตาคมมองกลับไปที่โต๊ะอีกครั้งก็แทบตะลึง สาวร่างบางแสนสวยกำลังหย่อนกายนั่งลงที่โต๊ะเบื้องหน้า สายตาวับไหวไม่คิดว่าผู้หญิงสาวสวยตรงหน้าจะหาผู้ชายไม่ได้ถึงกับต้องมาจับคู่คลุมถุงชนกับเขาเชียวหรือ

“สวัสดีครับ” เสียงคุ้นหูเอ่ยทักทายเมื่อคิดว่าใครคนหนึ่งที่เพิ่งเดินเข้าร้านมาเป็นคนที่รู้จักกันดี อติชาติหันมาตามเสียงทักทาย

“อ้าว...สวัสดีครับคุณกาย มาทำอะไรที่นี่ครับ” อติชาติยิ้มแฉ่งส่งไปให้ ยื่นมือไปจับมือแกร่งของอีกฝ่ายเป็นการทักทาย

“พาครอบครัวมาทานอาหารนะครับ” เกียรติประกายตอบกลับไม่คิดว่าต่อไปอีกไม่กี่นาทีเขาต้องเปลี่ยนสถานะบางอย่างเพื่อช่วยเพื่อนรักตรงหน้า “แล้วคุณมาทำอะไรครับ” 

“ผม...เอ่อ...มาธุระนิดหน่อยนะครับ” อติชาติยากจะเอ่ยบอกถ้อยความตามตรง หากเรื่องไปถึงหูคนงามเจ้าของหัวใจคงเรื่องใหญ่เป็นแน่หากรู้ว่าเขากำลังมาดูตัวกับสาวสวยที่ยังนั่งรอไม่ยอมกลับไปเสียที

“ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวนะครับ พอดีน้องมายด์กับครอบครัวรออยู่ทางด้านโน้น” เกียรติประกายส่งยิ้มให้กำลังจะขอตัวกลับไปที่โต๊ะ หลังจากที่เขาขอตัวมาเข้าห้องนํ้าและบังเอิญเจอเข้ากับเพื่อนรักที่กำลังยืนเงอะ ๆ เงิ่น ๆ อยู่ไม่ห่างหน้าประตูทางเข้า

เดี๋ยวสิครับ” คนเหมือนนํ้าท่วมปากอํ้าอึ้งด้วยไม่รู้จะอธิบายอย่างไร หน้าตาเหมือนคนกินยาขมส่งไปรั้งให้คนที่ถูกเรียกต้องถามกลับด้วยความสงสัยหนัก

มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าครับ

“ผมคิดว่า...มีเรื่องรบกวนให้คุณช่วยซะแล้วล่ะครับ” เมื่ออีกคนเอ่ยปาก คนกำลังลำบากมีหรือจะปฏิเสธ 

อติชาติหันไปมองสาวสวยที่ยังนั่งรอเขาอยู่ที่โต๊ะ  แล้วหันมามองชายหนุ่มเพื่อนรักอีกครั้งก่อนที่ปากหยักจะเผยยิ้ม นัยน์ตามีแผนการอย่างเหลือเชื่อที่ชายหนุ่มข้าง ๆ อ่านไม่ทันเลยทีเดียว

อติชาติโน้มกายเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อพร้อมกับเอามือป้องปากไว้กระซิบกระซาบอะไรบางอย่าง คนที่กำลังรับฟังพยักหน้าตามไปด้วยจนกระทั่งประโยคสุดท้ายที่แสนพิเรนทร์ถึงกับทำให้หน้าหล่อตาโต ตกใจจนแทบจะร้องตะโกนออกมา หากแต่มือหนาของอีกคนรีบยกมาปิดปากเอาไว้

“เงียบ ๆ ไว้สิครับ ผมรบกวนนิดหน่อยเท่านั้นเอง...” คนที่ขอร้องคนอื่นส่งสายตาร้องขอมาให้ไม่วาง หากแต่คนที่ถูกขอร้องกำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อรู้แผนการของเพื่อนรักเรียบร้อยแล้ว

“ต้องทำถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ” คนที่ยังทำใจไม่ได้แทบจะร้องไห้อยู่รอมร่อ

“นอกจากแผนนี้ผมก็ไม่รู้จะหาแผนการอันไหนมาแล้วละครับ ถือว่าช่วยเพื่อนรักตาดำ ๆ แล้วกันนะครับ” อติชาติยังยืนยันแน่นหนัก ส่งสายตาวอนขอเท่าที่จะทำได้ คนลำบากใจจึงจำต้องพยักหน้าตอบรับช่วยเหลืออย่างขัดไม่ได้ ในที่สุดสองหนุ่มสุดหล่อก็ร่วมหัวจมท้ายกันปฏิบัติการณ์แผนร้ายสุดพิเรนทร์ในทันที

อติชาติเดินตรงไปยังโต๊ะที่มีหญิงสาวคนสวยนั่งรออยู่นานแล้ว ใบหน้ายิ้มแย้มส่งไปให้อย่างเป็นมิตร

“สวัสดีครับ ผมอติชาติครับ” เสียงทุ้มเอ่ยแนะนำตัว นั่งลงใกล้ ๆ ร่างบางแสนสวยที่ส่งยิ้มมาให้ด้วยเช่นกัน

“สวัสดีค่ะ สุวนันท์ค่ะ” สาวงามตรงหน้ายกมือไหว้เพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มตรงหน้าคงจะมีอายุมากกว่า อติชาติถึงกับผงะยกมือขึ้นมารับไหว้แทบไม่ทัน

“กินอะไรหรือยัง สั่งได้เลยนะ น้อง! ขอเมนูด้วย พี่จะสั่งข้าวมากิน” 

อติชาติเอ่ยเสียงดังเหมือนคนไร้มารยาทเสียอย่างนั้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงประหลาด ๆ ในลำคอ สาวสวยตรงหน้าถึงกับอ้าปากหวออย่างตกใจ ยิ่งเห็นก้อนอะไรบางอย่างที่พ่นปลิวหวือออกมาจากปากหยักสีชมพูไปแปะกองแหมะอยู่บนพื้นปูนด้านล่างนั่นแล้ว ร่างบางถึงกับนิ่งเกร็งอย่างนึกรังเกียจ ปากเรียวบางเบ้ไปเล็กน้อย แต่เมื่อตาคมเข้มหันกลับมามอง หญิงสาวก็ฉายยิ้มให้อีกครั้งทันที

“ค๊อก ๆ อุย...ขอโทษครับ พอดีมันเคยตัว แต่พี่ว่าการขากเสลดมันเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว น้องไม่ถือใช่ไหมครับ” อติชาติยังพรํ่าบ่น มองสบหน้าหญิงสาวนึกสงสารอยู่ไม่น้อย แต่ในเมื่อโดนบังคับขู่เข็ญให้มาคนที่ไม่ชอบทำเรื่องที่ไม่สมัครใจเลยเก็บความเห็นใจเอาไว้อย่างเงียบงัน 

“ไม่ค่ะ ไม่เป็นไร” เสียงหวานเอ่ยเบา ๆ มือที่กำลังจะกางเมนูอาหารถึงกับชะงักเมื่อเห็นคู่ดูตัวใช้นิ้วแหย่เข้าไปในโพรงจมูก

“เอ้า...นิ่งอยู่ทำไมล่ะครับ สั่งอาหารเลยครับ เชิญ ๆ ” อติชาติแสร้งทำเป็นไม่รับรู้แววตารังเกียจของคนตรงหน้า 

“เอ่อ...ฉันขอตัวไปห้องนํ้าสักครู่นะคะ” คนหน้าสวยเริ่มหน้าเสีย เมื่อเห็นพฤติกรรมอันอุจาดตาเกินบรรยายของคนตรงหน้า ร่างบางกำลังจะลุกจากไปหากแต่ชายหนุ่มยังไม่วายพ่นพิษใส่อีกครั้ง

“ท้องผูกเหรอครับ เมื่อกี้ผมเห็นคุณเพิ่งกลับมาจากห้องนํ้าเองนะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยทักเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา หากแต่เสียงอันดังก้องเหมือนจะประกาศให้คนรอบข้างได้รับรู้ทำเอาสาวสวยถึงกับอยากจะร้องไห้ทันที

ปากบางยังเกรงใจลูกชายของเพื่อนแม่ หญิงสาวจึงส่งยิ้มปั้นยากไปให้ก่อนจะรีบสาวเท้าตรงดิ่งไปยังห้องนํ้าทันที ไม่รอตอบคำถามของคนที่ยังนั่งกระดิกเท้าอย่างเป็นต่อ นึกดีใจที่แผนกำลังจะสำเร็จ

บานกระจกไม่ใหญ่นักในร้านอาหารสุดหรู ถูกประดับไว้อย่างเป็นระเบียบตามจุดต่างๆ ในห้องนํ้าหญิง สุวนันท์ถึงกับเบ้ปากยังรังเกียจเมื่อนึกถึงชายหนุ่มที่หน้าตาดูดีต่างจากพฤติกรรมอันสกปรกที่เขาแสดงออกมา 

“อี๋....ไอ้คนสกปรก เพราะอย่างนี้สินะถึงได้หาเมียไม่ได้ แหวะ...” สุวนันท์เบ้หน้าเบ้ปากอย่างขยะแขยง ภาพที่ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วที่แหย่เข้าไปในโพรงจมูกก่อนจะถอนออกมาดีดบางสิ่งบางอย่างบนปลายนิ้วเรียวนั้น ยิ่งทำให้ร่างบางขนลุกขนพองขึ้นมาอีกหน

คู่ดูตัวยืนนิ่งพร้อมสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง นึกสงสารตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ต้องมานั่งทำความรู้จักกับผู้ชายที่ไร้มารยาทได้ถึงเพียงนี้

เท้าเรียวกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องนํ้า สายตาเหลือบไปเห็นแผ่นหลังแกร่งของใครบางคนในชุดคุ้นตาทำให้สุวนันท์ต้องเพ่งมองอย่างสงสัย แต่เมื่อเห็นว่าภาพเบื้องหน้าคือชายหนุ่มที่กำลังกอดก่ายกับใครบางคนที่แต่งกายด้วยชุดสูทสีดำที่แสนจะภูมิฐาน หญิงสาวถึงกับรีบก้มหน้างุดให้สายตาพ้นจากภาพอุจาดเบื้องหน้า เท้าบางรีบก้าวเท้ากลับไปยังโต๊ะที่เพิ่งจากมาไม่คิดจะค้นหาคำตอบให้กับความสงสัยอีกต่อไป

เมื่อเท้าเรียวก้าวเลยไปแล้ว เกียรติประกายถึงกับรีบผลักร่างของคนตรงหน้าให้ออกห่างโดยเร็ว พร้อมกับทำหน้าตาเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ

“แผนกำลังไปได้สวย...อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิครับคุณกาย” อติชาติส่งเสียงบอก หากแต่คนที่ต้องรับภาระอย่างหนักกลับยิ้มไม่ออกจริง ๆ

“ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายนะครับ จะไม่มีครั้งต่อไปอีกแน่นอน...ต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลายหรือว่าโลกจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ ผมก็ไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว บรื๋อ...” เกียรติประกายยืนยันแน่นหนักพร้อมสะบัดแขนไล่อาการขนลุกขนพองให้พ้นไปจากกาย 

“ฮ่า ๆ ๆ ไม่มีคราวหน้าแล้วละครับ คราวหน้าคงจะรบกวนเรื่องอื่นมากกว่า ไปทำแผนให้สำเร็จต่อกันครับอติชาติระบายยิ้มยินดีเมื่อคิดว่าแผนการทั้งหมดกำลังสำแดงผลให้เห็น หน้าหล่อคมเข้มชะเง้อมองไปยังโต๊ะที่สาวสวยนั่งรออยู่ 

ร่างสูงเดินเข้าไปหาพร้อมกับใครบางคนที่เดินตามมาด้วยติด ๆ  สุวนันท์ที่นั่งรออยู่เหลือบมองอย่างสงสัย

“นี่เพื่อนผมเองครับ พอดีเพิ่งเจอกัน” อติชาติเอ่ยแนะนำ เกียรติประกายวางมาดแมนเต็มร้อย หากแต่ดวงตาของหญิงสาวตรงหน้าเบิกกว้างเมื่อจำได้ว่าสูทตัวสวยเมื่อครู่นี้เป็นตัวเดียวกับที่คนตรงหน้าใส่อยู่

“คนนี้คือคุณ...

อติชาติยังไม่ทันได้เอ่ยคำใดต่อ ความอดทนที่เก็บกักมานานถึงกับขาดผึง มือบางของหญิงสาวที่กำลังผุดลุกขึ้นก็วาดลงบนหน้าหล่อเต็มแรง คนโดนตบหน้าหันไปตามแรงมือเรียว ยังไม่ทันที่จะมีใครได้พูดอะไรออกมา เสียงหวานของใครบางคนก็ดังแว่วมาทางด้านหลังจนสามหนุ่มสาวต้องหันไปมอง

“อ้าวพี่ตั้ม มาทำอะไรที่นี่คะ แป้งโทรหาก็ไม่ยอมรับสายนะคะ” สาวสวยในชุดสุดหรูเดินเข้ามาหาพร้อมกับก่ายกอดวงแขนแกร่งที่ยังยืนนิ่งอยู่

“เอ๊ะ...น้องแป้ง มาได้ยังไงครับ” อติชาติแสร้งทำเป็นไม่รู้ ยิ้มหน้าแหย ๆ เหมือคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกด้วยอีกคน

“พี่ตั้ม นี่มันอะไรกัน แอบออกมากินผู้ชายคนนี้อีกแล้วเหรอคะ ก็ไหนสัญญาว่าจะไม่มั่วผู้ชายแล้วไง” เปรมศินีปรี่เข้าไปกอดแขนอติชาติ แสดงความเป็นเจ้าของอย่างแจ่มชัด คนเป็นพี่ชายถึงกับผงะ ส่วนคนที่ตกเป็นจำเลยสังคมถึงกับอึ้งหนัก ไม่ทันได้รู้ตัวสักนิดว่ากำลังโดนเปรมศินีจอมป่วนสวมรอยเล่นละครตบตาด้วยอีกคน

เพราะบังเอิญแอบได้ยินแท้ๆ คนว่างงานจึงนึกสนุกอยากวาดลวดลายด้วย งานนี้สาวสุดป่วนอย่างเปรมศินีจึงพลาดไม่ได้เป็นอันขาด

“สกปรกที่สุด...ไอ้ทุเรศ” สุวนันท์คว้าแก้วนํ้าเปล่าตรงหน้าสาดใส่หน้าอติชาติซํ้าอีกครั้งอย่างเหลืออด 

เสียดายเวลาจริง ๆ สาวสวยอย่างฉันต้องมานั่งรอผู้ชายซกมกสกปรกถึงสองชั่วโมงกว่า ๆ ยังต้องมาเจอเหตุการณ์รักมั่วเพศอย่างนี้ ทุเรศมาก” สายตารังเกียจส่งมาดูแคลนชายหนุ่มมาดเซอร์เข้าอย่างจัง ก่อนจะใช้มือบางผลักอกแกร่งนั้นให้ออกห่าง เดินลงส้นหนัก ๆ อย่างเสียอารมณ์ออกจากร้านไปไม่สนใจใครที่มองตามก้นงามที่ส่ายไปมาของเธอ

อติชาติหันมามองหน้าน้องสาวเพื่อนรักก่อนจะมีเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่โชว์หราอยู่บนหน้าหล่อ

เป็นไงคะ ฝีมือแป้ง เด็ดสะระตี่ถึงขนาดไล่นางมารร้ายกลับไปได้เลยใช่ไหมคะ” เปรมศินีหัวเราะถูกใจหากแต่สายตาพี่ชายที่มองมาข่มไว้จนเธอต้องไล่รอยขำขันจนหดหาย 

 

เฮ้อ...เสร็จแล้วใช่ไหมครับ ผมไปล่ะ” เกียรติประกายพ่นลมออกมาอย่างโล่งอก นึกดีใจที่ประสบการณ์อันน่าขนหัวลุกผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็ว หน้าหล่อยิ้มออกมาสดชื่นทันตาเห็น แต่คนหล่อมาดเซอร์ยังยืนนิ่งยิ้มไม่ออก 

 

 

 

 

 เป็นกำลังใจพี่กายกับน้องมายด์ และพี่ตั้มกับหนูษา ด้วยนะคะ

ขอบคุณทุกยอดการสนับสนุนจ้า ม๊วฟๆ

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha