ดวงใจเทพนาคินทร์(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 5 : ร้อยเล่ห์


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ร้อยเล่ห์

 

"พะ..พญานาค!..เนตรแกฝันเห็นพญานาคหรือ?"

น้ำเสียงเพื่อนสนิทดูตกอกตกใจกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟังจากปากของเนตรนภา

"ใช่...ในฝันฉันรู้สึกชัดนะว่าชายคนนั้นเขาไม่ใช่มนุษย์อย่างเรารวมทั้งผู้หญิงที่ชื่อมันตรินีด้วย"

"เนตร..แล้วได้เล่าให้ญาติผู้ใหญ่ของแกฟังหรือเปล่า?" เจนจิรารีบถามเพื่อนสาว

"เปล่า..ฉันไม่ได้เล่ากลัวว่าป้าใหญ่กับน้าเล็กจะหาว่าฉันฝันเพ้อเจ้อ"

"ว่าแต่..แล้วคุณนทีเขารู้ได้อย่างไรกันว่าแกฝันอะไร..หรือคุณนทีเขามีญาณหยั่งรู้" เจนจิราทำท่าครุ่นคิด

 

"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..แถมชายที่แต่งกายโบราณในฝันของฉันก็หน้าเหมือนเขามากด้วยนะ..ที่สำคัญฉันเหมือนรู้จักเขาดีด้วย" เนตรนภาย้อนนึกถึงความรู้สึกของตนที่ได้พบชายในฝันอันเลือนลางนั้น

"เนตร!..หรือว่าในอดีตแกเคยเกิดเป็นพญานาคมาก่อน..ส่วนชายคนนั้นคือคนรักของแก" เพื่อนสาวแสดงความคิดเห็นอย่างตื่นเต้น

"บ้า!..เพ้อเจ้อน่ะยัยเจี๊ยบ..มันจะเป็นไปได้อย่างไรฉันออกจะกลัวน้ำกลัวงูเสียขนาดนั้น..แกก็รู้หนิ"

"แต่ฉันเคยอ่านในอินเทอร์เน็ตนะ..คนที่เคยเกิดเป็นพญานาคมาก่อนบางคนก็กลัวงูกลัวน้ำเพราะเป็นสัญชาตญาณ..กลัวจะถูกตามกลับไป" เจนจิราพยายามอธิบายอย่างตั้งอกตั้งใจ

"เหลวไหลน่า..ยัยเจี๊ยบ" เนตรนภาทำท่างระอาใจกับสิ่งที่ได้ยินเพราะคิดว่าเพื่อนสาวงมงาย

 

'เนตรรัศมี..พี่รักเจ้า'

กระแสเสียงที่ส่งผ่านเป็นเสียงทิพย์ดังก้องอยู่ในหัวหญิงสาวทำเอาคนได้ยินถึงกับชะงักพยายามเงี้ยหูฟังอีกครั้ง

'น่านนทีนาคราชจ้าวรักน้อง..เนตรรัศมี'

 

"เสียงใครพูดหน่ะ!"

หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงที่ดังก้องในหัวส่งมาอีกครั้งอย่างชัดเจน

"เนตร!..เป็นอะไร?"

เจนจิราจับบ่าเพื่อนรักแล้วเอ่ยถามอย่างตกใจเมื่อเห็นปฏิกริยาของเนตรนภา

"เจี๊ยบ..ฉะ..ฉันได้ยินเสียงผู้ชายแว่วมาในหัวฉัน"

"เสียงอะไรเนตร?..ใจเย็นๆนะฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลย" เจนจิราพยายามปลอบใจเพื่อนสาว

"เสียงนั้นเอ่ยเรียกฉันว่า..เนตรรัศมี..เหมือนที่ฉันเคยได้ยินในฝัน"

เนตรนภารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจเมื่อได้สัมผัสสิ่งที่เหนือธรรมชาติเป็นครั้งแรก

"เอ่อ..ใจเย็นๆนะเนตร..แกอาจหูแว่วไปก็ได้นะเมื่อครู่แกยังบอกว่าฉันเหลวไหลอยู่เลย" เจนจิราพยายามเอ่ยบอกให้เพื่อนสาวคลายความตกใจ

 

ติ๊ดๆๆ!..ติ๊ดๆๆ!...ติ๊ดๆๆ!

 

เสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นดึงความสนใจเนตรนภาได้ในทันที..เจ้าของจึงรีบหยิบขึ้นมารับสาย

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีครับคุณเนตร..ผมเองนะครับ" เสียงปลายสายเอ่ยอย่างอารมณ์ดี

"คุณ..เอ่อ...คุณคือ..."

เนตรนภาขยับโทรศัพท์มือถือออกมาดูหน้าจอเพื่อตรวจดูหมายเลขที่โทรเข้ามา..เมื่อไม่ปรากฏชื่อจึงแนบหูเพื่อฟังต่อ

"ผม..นทีครับจำเสียงหล่อๆของผมไม่ได้แล้วหรือครับคุณเนตร?" ถ้อยคำกวนๆอารมณ์ดีส่งมาอีกครั้ง

"อ่อ..คุณนั่นเอง..มีอะไรคะโทรมาหาฉันทำไม?"

เนตรนภาตอบเสียงแข็งกลับไปอย่างคนอารมณ์ไม่ค่อยดีนัก

"ผมจะโทรมานัดเวลากับคุณครับ..มะรืนนี้ผมจะเอารถมารับคุณกับคุณเจี๊ยบที่ร้านตอนสิบโมงเช้านะครับ..เตรียมตัวให้พร้อมด้วย" เสียงปลายสายรีบบอกกล่าวอย่างเป็นการเป็นงาน

"เอ๋?..ฉันบอกคุณแล้วหรือคะว่าฉันจะไปกับคุณแล้วคุณรู้ได้อย่างไรว่ายัยเจี๊ยบจะไปด้วย" หญิงสาวออกอาการงุนงงกับสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยมา

"หึหึ..ผมมีญาณทิพย์ครับล่วงรู้บางอย่างได้..และรู้ด้วยนะว่า..คุณคิดถึงผม" น้ำเสียงอีกฝ่ายเอ่ยอย่างมั่นใจ

"ใครคิดถึงคุณ!..อันนี้น่ะมั่วคุณอย่ามาเหมาเอาเองเอาเป็นว่าฉันรู้แล้ว...ถึงวันนัดค่อยเจอกันแค่นี้นะ"

เนตรนภาตัดสายทันทีด้วยความหมั่นไส้ในความหลงตัวเองของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

"เป็นอะไรหรือแก..คุณนทีโทรมาใช่ไหม?" เจนจิรารีบถามเพื่อนสาวทันทีที่วางสาย

"ใช่..กวนประสาทเหมือนเดิม" เนตรนภาตอบอย่างอารมณ์เสีย

"แล้วเขาโทรมาทำไมล่ะเนตร?"

"เขารู้ได้อย่างไรก็ไม่รู้ว่าฉันคิดจะไปแถมรู้ด้วยว่าฉันชวนแกไปด้วยนะยัยเจี๊ยบ"

"นั่นไง...เขาต้องมีญาณหยั่งรู้แน่ๆ" เจนจิราทำท่าทางมั่นใจ

"จะญาณหยั่งรู้หรือญาณโตงเตงก็ช่างเถอะ..เขานัดเวลาแล้วมะรืนนี้สิบโมงเช้าเขาจะมารับเราที่ร้าน" เนตรนภารีบเอ่ยบอกเพื่อนสนิทให้ทราบ

"ก็ดีนะเนตร..เราก็เตรียมพร้อมไว้ก็แล้วกัน..แต่แหม!คุณนทีเนียะ..รูปก็หล่อแถมยังคอยเทคแคร์ดีอีกด้วยเนอะแก" เพื่อนสาวทำท่าปลาบปลื้มจนเนตรนภาอดที่จะเบ้ปากมองบนเสียไม่ได้

 

ณ.อีกฝั่งของมิติทิพย์...

 

"ท่านเทพนาคา...ทรงคิดอันใดอยู่หรือเจ้าคะ?"

เสียงใสของนาคีสาวทำให้กษัตริย์หนุ่มที่กำลังยืนมองธารน้ำบนตำหนักของนางอันเป็นที่รักต้องหันมามอง

"มันตรินี...ข้าส่งกระแสจิตถึงเนตรรัศมี..นางสามารถได้ยินเสียงของข้าได้..หากนางรีบเร่งบำเพ็ญคงมิช้านานที่ข้าจะพานางกลับคืนมา"

นาคาหนุ่มยิ้มบางในขณะที่กล่าวบอกนาคีสาวผู้เป็นน้องสาวของเนตรรัศมี

 

"พระพี่นางมีบุญบารมีเดิมเป็นทุน...และข้าเชื่อว่าในทุกภพที่นางได้เกิดเป็นมนุษย์นางจะต้องหมั่นบำเพ็ญภาวนาอยู่เป็นนิจ..มิฉะนั้นผลบุญคงไม่ส่งให้นางมีรูปร่างผิวพรรณวรรณะที่งดงามเช่นนี้"

มันตรินีกล่าวขึ้นพร้อมกับนึกถึงความอ่อนโยนมีเมตตาของผู้เป็นพระพี่นางในกาลก่อน

"หากเนตรรัศมีไม่หลงเชื่อคำของทิพย์รุ้งจนแอบเอาดอกปาริชาติมาสูดดมและกินเข้าไปคงไม่เป็นเยี่ยงนี้" นาคาหนุ่มสีหน้าสลดลงทุกครั้งเมื่อถึงเหตุแห่งการพลัดพราก

"ท่านเทพนาคา..หาใช่ความผิดของท่านเสียหน่อยอย่าได้โทษองค์เองเลยเจ้าค่ะ...พี่นางของข้าก็ใจร้อนมิยอมไถ่ถามความจริงหรือพิสูจน์ในสิ่งที่ได้เห็นเสียก่อนก็ด่วนตัดสินใจเสียแล้ว" นาคีสาวถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย

"เป็นเพราะทิพย์รุ้ง!..นางระลึกอดีตได้จึงคิดจะแก้แค้นเนตรรัศมี..และนางฉลาดพอที่จะแต่งเรื่องเสริมเข้าไปในสิ่งที่เนตรรัศมีอาจได้เห็นก่อนที่นางจะสิ้นชีพในภพก่อนนั้น"

เทพนาคารู้สึกเจ็บปวดใจยิ่งนักและยิ่งแค้นใจเมื่อได้รู้ว่าทิพย์รุ้งจงใจให้ท้าววิรุฬหกผู้เป็นใหญ่แห่งเหล่าครุฑส่งนางมาให้หมั้นหมายกับตนโดยเข้าเสนอแก่องค์สักกเทวราช

"ครั้งในอดีตนางหนีความผิดได้ด้วยความร้อยเล่ห์แถมในภพนี้ยังถือว่ามีศักดิ์มีอำนาจ" มันตรินีเอ่ยด้วยความเจ็บใจ

"แต่ครานี้..หากทิพย์รุ้งคิดจะกำจัดเนตรรัศมีอีกข้าจะมิยอมอยู่เฉยเป็นแน่..และจะรื้อฟื้นทุกคดีที่นางเคยทำเพื่อเอาผิดนาง" กษัตริย์หนุ่มกล่าวอย่างมุ่งมั่นและเอาจริง

"แล้วท่านจะทำเยี่ยงไรกับพระพี่นางเนตรรัศมีในตอนนี้เล่าเจ้าคะ?" มันตรินีเอ่ยถามด้วยความสงสัย

"ข้าจะชักนำให้นางเข้าสู่หนทางการปฏิบัติภาวนาเพื่อให้นางเร่งบำเพ็ญเพียร"

"แต่เวลาของท่านที่จะไปในร่างมนุษย์มีไม่มากนักนะท่านเทพนาคา" นาคีสาวเอ่ยด้วยความเป็นห่วง

"ข้ารู้...จึงต้องรีบเร่งให้นางภาวนาได้เร็วที่สุด..แม้ต่อไปข้าจะไปพบนางในร่างมนุษย์มิได้อีกแต่นางจะยังพบข้าได้ในนิมิตแห่งสมาธิ" นาคาหนุ่มเอ่ยอย่างเชื่อมั่นในตัวคนรัก

"พระคุณเจ้าท่านนั้นจะช่วยเราหรือไม่เจ้าคะ?"

มันตรินีเอ่ยถามถึงพระภิกษุผู้ที่เทพนาคาเคยให้เห็นและกล่าวบอกถึงแผนการณ์ที่จะพาเนตรนภาไปให้ได้พบ

"พระคุณเจ้ารับปากข้าแล้วมันตรินี...ท่านเคยเป็นผู้ที่มีส่วนทำให้นางต้องตายในภพนั้น..จึงอยากชดใช้ความผิดด้วยการช่วยพี่นางของเจ้า" คำกล่าวของเทพนาคาทำให้มันตรินีหน้าฉงน

"เขาคือใครหรือเจ้าคะ?"

"อาทิตยรังสิมันต์" นาคาหนุ่มเอ่ยอย่างชัดเจน

"...ครุฑตนนั้น!" มันตรินีตาลุกโพลงเมื่อได้ยินนาม

"ใช่...เขาตามนางมาเพื่อไถ่โทษในภพที่นางกำเนิดเป็นเนตรรัศมี..แต่ทว่าเนตรรัศมีหนีไปเกิดเสียก่อน..หลังจากนั้นผ่านไปสามร้อยปีอาทิตยรังสิมันต์จึงสิ้นอายุขัยจากภพครุฑแล้วไปเกิดในโลกมนุษย์เพื่อชดใช้กรรมของตน"

กษัตริย์นาคาหนุ่มค่อยๆเล่าถึงความเป็นมาอย่างช้าๆ

"จนกระทั้งภพนี้เขาจึงมาเกิดเป็นมนุษย์แล้วเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ใช่หรือไม่เจ้าคะ?" มันตรินีพอจะคาดเดาได้แล้ว

"เป็นเช่นนั้น...พระคุณเจ้าบำเพ็ญจนล่วงรู้วาระกรรมในอดีตและข้าได้พบท่านในช่วงที่ท่านแบ่งบุญมาถึงข้าด้วย" นาคาหนุ่มเล่าให้ฟังจนหมดสิ้น

"ข้าดีใจกับพี่นาง..ที่จะมีผู้คอยช่วยเหลือเกื้อหนุนในทางธรรมเช่นนี้" ผู้เป็นน้องสาวออกอาการปลื้มใจจนยิ้มกว้าง

 

"เจ้าคอยดูความก้าวหน้าของพี่เจ้าเถิด..มันตรินี"

 

น่านนทีนาคราชตระเตรียมหนทางทุกอย่างให้แก่ผู้เป็นยอดดวงใจ...เฝ้ารอด้วยหัวใจรักอันมั่นคงมานานกว่าพันปีเพื่อที่จะรับนางคืนกลับมา...ตอนนี้ได้แต่คอยบอกตนเองเอาไว้ว่า 'อีกเพียงไม่นาน'

"เหอะ!..เจ้าพี่น่านนที..คิดว่าข้าจะปล่อยให้ท่านเอาชนะข้าได้กระนั้นหรือวันนี้ท่านดูแคลนข้า..จากนี้ไปท่านจะได้เห็นว่าสิ่งใดที่ข้าประสงค์..ข้าจักต้องได้มันมา!"

ทิพยรุ้งเจ็บแค้นใจอย่างล้นเหลือที่คู่หมายตนหาได้เห็นความสำคัญในตนแม้แต่น้อย...แถมยังพาเสี้ยนหนามหัวใจกลับมาเย้ยกันถึงถิ่น

 

"เป็นอันใดไปเล่าหลานรัก?"

 

เสียงเข้มดูมีความเจ้าเล่ห์เอ่ยพร้อมกับก้าวเข้ามาในห้องของทิพยรุ้งหลานสาวผู้มีเชื้อสายแห่งท้าววิรุฬหก

"ท่านอา...ธนะเสน" ผู้เป็นหลานเอ่ยเรียก

"เป็นอันใดหลานรัก..ดูเหมือนเคืองใครมาแววตาดุดันเยี่ยงสายเลือดครุฑในตัวเจ้าถึงได้แสดงออกขนาดนี้" นาคาวัยกลางคนเอ่ยเหมือนดูท่าทางนางออก

"ก็จะใครเสียอีกล่ะเจ้าคะ..เจ้าพี่น่านนทีน่ะสิตามหาดวงจิตนังเนตรรัศมีจนเจอแถมยังพามันมาเย้ยหลานอีก" ทิพยรุ้งกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจ

"หืม?..นาคีที่เฝ้าธารน้ำตนนั้นน่ะหรือหลานกำจัดมันไปแล้วมิใช่รึ?" ผู้เป็นอาออกอาการแปลกใจ

"มันกลับมาแล้วเจ้าค่ะ..หายไปเป็นพันปีแต่เจ้าพี่น่านนทีก็ไม่เคยลืมเลือนมันเลย..แถมขู่หลานว่าจะขุดคดีเก่าในอดีตที่หลานเคยทำให้มันตายขึ้นมาอีกด้วย" ยิ่งนึกทิพย์รุ้งยิ่งเจ็บใจ

"หลานจะกลัวอันใด..แม่ของหลานเป็นถึงธิดาท้าววิรุฬหกพ่อของหลานก็เป็นนาคาธิบดีองค์หนึ่งเชียวนะ" นาคาวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีอันใดน่ากังวลใจ

"ท่านอาธนะเสน..อย่าลืมสิเจ้าคะว่าท่านตาของข้าทรงมีความยุติธรรมขนาดไหน..ถึงจะเป็นหลานท่านก็ไม่ละเว้นดอกเจ้าค่ะ" ทิพย์รุ้งเอ่ยอย่างหนักใจ

"เยี่ยงนั้นเจ้าก็รีบอภิเษกกับน่านนทีเสียสิ ตำแหน่งมเหสีเอกก็จะเป็นของเจ้าในทันที" ผู้เป็นอาออกความคิดเห็น

"ถ้าเจ้าพี่ยอมง่ายๆก็ดีสิเจ้าคะ..นี่แม้แต่จะมองหน้าข้ายังไม่เลย" นาคีสาวครึ่งครุฑถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย

"หึ..ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกลสิหลานรักมารยาหญิงมีตั้งร้อยเล่มเกวียน..หลานรักของอามีเป็นร้อยเล่ห์..จะไม่สำเร็จสักวิธีเชียวหรือ?" นาคาสูงวัยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกความคิดเห็น

"แต่เจ้าพี่น่านนทีมิเคยมีใจให้หลานนะเจ้าคะ"

"น่านนทีมันรักใคร..เจ้าก็เป็นคนนั้นสิ..ยิ่งยามไม่ค่อยมีสติด้วยแล้ว..หึหึ..แยกอะไรมิออกดอก"

คำบอกเล่าของผู้เป็นอาทำให้ทิพย์รุ้งเผยยิ้มร้ายออกมาเหมือนเริ่มจะเข้าใจในสิ่งที่นาคาผู้เป็นอาพยายามจะบอก

"หลานเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ...หึหึ"

"รีบจัดการก่อนที่มันจะเอานางนาคีตนนั้นกลับมา" ผู้เป็นอากล่าวเตือน

"คราวนี้เจ้าพี่จะต้องอภิเษกกับข้า..ไม่ว่าท่านจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม"

สองอาหลานยิ้มให้กันอย่างรู้ใจเพราะบ่อยครั้งที่ผู้เป็นอาพญาธนะเสนนาคราชมักคอยให้ความร่วมมือกับหลานสาวคนนี้มาโดยตลอดด้วยหวังความเป็นใหญ่ในภายภาคหน้า...

 

..วันเดินทาง...

 

หญิงสาวจัดเตรียมกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้วจึงให้พี่เลี้ยงยกลงมาข้างล่าง..เตรียมทานอาหารเช้าก่อนที่จะไปรับเพื่อนสนิทอย่างเจนจิราเพื่อไปรอพบกับนทีที่ร้านดอกไม้

"คุณป้าใหญ่คะ..คุณป้าเชื่อเรื่องเหนือธรรมชาติไหมคะ?" ผู้เป็นหลานเอ่ยถามขึ้นในขณะที่กำลังรับประทานอาหาร

"หืม...มีอะไรหรือเปล่าลูกทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะ?" ผู้เป็นป้าถามย้อนด้วยความสงสัย

"แล้วคุณป้าเชื่อไหมล่ะคะ..เอ่อ..อย่างเช่นเรื่องเกี่ยวกับพญานาคอะไรประมาณนี้น่ะค่ะ" เนตรนภาถามหยั่งเชิงรอดูท่าทีผู้เป็นป้า

"อืม...ป้าไม่รู้นะว่าพญานาคมีจริงไหมแต่เนตรอย่าลืมนะว่าเรานามสกุลอะไร?"

ป้าใหญ่ยิ้มอ่อนโยนให้หลานสาวส่วนน้าเล็กทานอาหารพร้อมฟังการสนทนาไปอย่างเงียบๆ

 

"นามสกุลเรา...'ฤทธิ์นาคา'..หมายความว่าป้าใหญ่เชื่อใช่ไหมคะ?" ผู้เป็นหลานถามย้ำ

"ทุกสิ่งล้วนมีต้นกำเนิด..นามสกุลนี้เป็นของคุณตาท่านไม่มีลูกชายมีแต่ลูกสาวสามคนแต่คุณตาก็ย้ำมาตลอดว่าขอให้ลูกหลานใช้นามสกุลนี้ห้ามเปลี่ยนเด็ดขาด"

เนตรนภาฟังอย่างตั้งใจแถมยังต้องประหลาดใจเมื่อได้รู้ความประสงค์ของผู้เป็นตาของตน...

 ................................................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha