ดวงใจเทพนาคินทร์(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 11 : ชะตาลิขิต 2


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ชะตาลิขิต 2

 

 

ในค่ำคืนที่ดึกสงัดพระภิกษุชรายังคงรวมจิตอยู่ในสมาธิทบทวนกฏแห่งไตรลักษณ์..การเกิดขึ้น..ตั้งอยู่และดับไปหลังจากได้เห็นภาพนิมิตในอดีตชาติที่ตนเคยพลาดพลั้งสร้างกรรมไป

 

"ท่านอาทิตยรังสิมันต์"

กระแสเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในจิต..พระภิกษุชราทราบในทันทีว่าผู้ที่มาเยือนคือใคร

"ท่านอนันตเสน...ไม่สิตอนนี้อาตมาจะต้องเอ่ยเรียกท่านว่า'ท่านน่านนทีนาคราชจ้าว'สินะ...มาเยี่ยมเยือนอาตมาในครั้งนี้มีอะไรหรือท่าน?"

 

"ข้าพเจ้าจะมาแจ้งแก่พระคุณเจ้าว่าในวันรุ่งจะพาชายาของข้าพเจ้า'เนตรรัศมี'หรือ'แก้วมรกต'ในกาลก่อนมาให้พระคุณเจ้าโปรดสอนธรรมแก่นางเพื่อให้นางได้เข้าใจและมุ่งปฏิบัติธรรมให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่มีต่อจ้าวนาง'ทิพยรุ้ง'.."

นาคราชหนุ่มเอ่ยบอกถึงเหตุผลของการมาในครั้งนี้อย่างละเอียดแก่ผู้ที่กำลังรับฟัง

"อาตมาทราบแล้วและกำลังรอคอยที่จะได้ชดใช้ให้แก่นาง..ท่านอย่าได้กังวลเลย" พระภิกษุชรากล่าวตอบเสียงเรียบนิ่ง

"ข้าพเจ้ายังต้องขอบคุณพระคุณเจ้าอีกครั้งในเรื่องที่ท่านช่วยปกป้องดูแล'เก็จแก้วอัมพันมณี'ในกาลก่อน..หลังจากข้าพเจ้าดับจิตในภพนั้นหากไม่ได้ท่านช่วยเลี้ยงดูธิดาของข้าพเจ้านางคงลำบาก"

เทพนาคาน่านนทีย้อนระลึกถึงผู้เป็นธิดาของตนในอดีตชาติที่ต้องสูญเสียแม่ในขณะที่ยังเล็กนักและต่อมาอีกไม่นานก็ต้องสูญเสียผู้เป็นบิดาจากการตรอมใจ..จนพญาครุฑาหนุ่มต้องมารับเอาตัวนางไปเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม

 

"เรื่องมันผ่านมาเนิ่นนานแล้วท่านอย่าได้ใสใจเลยด้วยตัวนางเองก็คงมีวาสนาเป็นคู่บุญกับโอรสของอาตมาในภพนั้น..ทุกอย่างจึงถูกลิขิตมาเช่นนี้"

พระภิกษุชรายังคงมีทีท่าสงบนิ่งด้วยรู้ถึงเหตุและปัจจัยในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด

"เยี่ยงนั้นข้าพเจ้าก็ขอรบกวนพระคุณเจ้าเพียงเท่านี้...เราจะได้พบกันอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น" เมื่อสิ้นคำกล่าวทุกสิ่งก็กลับมาเงียบสงบดังเดิม...

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>> 

 

"อื๊อ...โอยยย...หัวฉัน"

เสียงโอดครวญของคนที่นอนอยู่ดังขึ้นมา..เรียกความสนใจให้แก่เพื่อนสนิทที่นั่งเป็นห่วงอยู่ใกล้ๆได้อย่างดีจนต้องเข้ามาดู

"เนตร!..เป็นอย่างไรบ้าง?" เจนจิรารีบถามอย่างร้อนรน

"เจี๊ยบ..ฉันเป็นอะไรไปหรือ?..แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหน?" เนตรนภาเอ่ยถามทั้งๆที่ยังหลับตาพยายามนวดขมับเพื่อให้คลายความมึนงง

"แกเป็นลมหน่ะสิ..คุณนทีเขาอุ้มมาที่รถแล้วก็ขับจนมาถึงที่หมายเพื่อเปิดห้องพักให้แกได้พักผ่อนเนียะ" เจนจิรารีบอธิบาย

"ถึงแล้วเหรอแล้วที่นี่มันที่ไหนล่ะยัยเจี๊ยบ?"

"อำเภอโขงเจียม..จังหวัดอุบลราชธานี" เพื่อนสนิทตอบอย่างชัดเจน

"ที่นี่..ที่มีแม่น้ำสองสีหรือยัยเจี๊ยบ..มันสองสียังไงกัน?" เนตรนภาค่อยๆลุกขึ้นมานั่งขยับเนื้อขยับตัวให้ผ่อนคลาย

"ใช่..ที่นี่หล่ะเนตร..แกเคยได้ยินไหม'แม่น้ำโขงสีปูน แม่น้ำมูลสีคราม' ที่นี่จะมีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำโขงและแม่น้ำมูลจึงเกิดเป็นแม่น้ำสองสี" เจนจิราค่อยๆสาธยายให้เพื่อนฟัง

 

"แหม..เตรียมข้อมูลมาอย่างดีเลยนะแก" เนตรนภาเอ่ยเย้าเพื่อนสนิท

"เอ่อ..จริงๆคุณนทีเขาบอกน่ะพอดีฉันก็ถามเขาเหมือนที่แกถามฉันนี่หล่ะเนตร..แฮ่ะๆ"

เพื่อนสาวร่างเล็กผมยาวเทียมบ่าใบหน้าคมเหมือนสาวใต้เอ่ยตอบพร้อมหัวเราะแฮ่ะๆ

"โธ่...ฉันก็นึกว่าแกรู้จริง" เนตรนภายิ้มขำเพื่อนสาว

"ว่าแต่แกเถอะยัยเนตร..เกิดอะไรขึ้นหรือตอนที่ไปตามคุณนทีน่ะ..ทำไมแกถึงเป็นลมไปได้ล่ะ?"

เจนจิราที่นึกขึ้นได้เอ่ยถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทันทีด้วยความสงสัย

"เอ่อ...ใช่!..เจี๊ยบผู้ชายคนนั้นคนที่แกสะกิดให้ฉันดูในร้านอาหาร..เขาจะทำร้ายฉัน!"

จากที่มึนงงอยู่นาน...อยู่ดีๆเนตรนภาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นขึ้นมาได้จึงรีบเล่าด้วยความตื่นเต้น

 

"ใครหรือเนตรเขาจะทำร้ายแกทำไม?" เจนจิราถามด้วยความสงสัยอย่างที่สุด

"มันเหลือเชื่อมาก!..ยัยเจี๊ยบเขาเป็นครุฑ..เขาเรียกฉันว่าเนตรรัศมีอีกแล้วและบอกว่าจะฆ่าฉันแต่ว่า..มีผู้ชายแต่งตัวแปลกๆมาช่วยฉันเอาไว้!..เขาชื่อน่านนทีนาคราช"

"ห๊ะ!..มี...คะ..ครุฑจะฆ่าแก..แล้ว..พะ..พญานาคที่ชื่อน่านนที..มะ..มาช่วยแกอย่างนั้นหรือ?"

เจนจิราถึงกับใจเต้นตุ๊บตั๊บตาโตเท่าไข่ห่านเมื่อได้ฟังเรื่องราวที่เพื่อนสาวเล่า

"จริงๆนะเจี๊ยบ..ฉันมั่นใจว่าฉันไม่ได้ฝันพวกเขามีตัวตนจริงๆ..โดยเฉพาะพญานาคท่านนั้น..ฉันเหมือนรู้จักเขาดี..ฉัน..รู้สึกรักเขาเหลือเกินมันเป็นความคิดถึงที่ท่วมท้นเหมือนจากกันมานานและที่สำคัญเขา...เขา..." เนตรนภาหยุดชะงักไปในประโยคสุดท้าย

 

"เขาทำไมหรือเนตร?" เจนจิราถามย้ำ

"เอ่อ..ใจฉันรู้สึกว่าเขาคนนั้นคือสามีฉันและเขา..มีใบหน้าเหมือน..เอ่อ..คุณนทีไม่มีผิดเพี้ยนเลย"

เนตรนภาจดจำรูปร่างหน้าตาเขาได้ทุกระเบียบนิ้วจดจำกลิ่นกายที่คุ้นเคยยามอยู่ในอ้อมกอด..จดจำได้ถึงความรู้สึกรักที่มีต่อกันอย่างล้นปรี่

 

"ห๊าาา!...มะ..เหมือนคุณนที!"

ตอนนี้เพื่อนสาวตาโตตื่นตะลึงไม่รู้ว่าจะหาคำตอบในเรื่องที่กำลังได้ยินได้ฟังอย่างไรดี

"ใช่...ฉันก็สับสนไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่..ตั้งแต่คุณธรร..ลูกค้าของเราเข้ามาจ้างวานให้ตามหาดอกมลีทวารา..ฉันก็เจอแต่เรื่องแปลกๆมาตลอด...หวังว่าการที่ตัดสินใจมาที่นี่ฉันจะได้คำตอบกับสิ่งแปลกๆที่เกิดขึ้น" เนตรนภากล่าวด้วยความอัดอั้นในใจ

"ใจเย็นๆก่อนเนตร..ฉันว่าเรื่องนี้ต้องมีคำตอบแน่ๆ"

 

เจนจิราเอื้อมมือไปตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆเป็นการให้กำลังใจแก่กัน

 

"จริงสิยัยเจี๊ยบ...แล้วคุณนทีหล่ะ?" เนตรนภานึกถึงชายหนุ่มขึ้นมาจึงรีบเอ่ยถาม

"เขาพักอยู่อีกห้องหนึ่ง...บอกว่าเดี๋ยวช่วงเย็นจะพาเราไปพบกับพระคุณเจ้ารูปหนึ่ง"

"หืม..ตอนเย็น?..งั้นก็ใกล้เวลาแล้วสิเจี๊ยบ"

"ใช่...เนตรไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะ..ฉันเรียบร้อยแล้วคุณนทีก็เหมือนรู้เวลาเลยนะ..เขาบอกว่าเดี๋ยวเนตรก็ฟื้นเองให้ฉันแต่งตัวรอ"

เพื่อนสาวเอ่ยเล่าด้วยความทึ่งในตัวของชายหนุ่มเนตรนภาได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ในใจคิดเอาไว้ว่าจะถามบางสิ่งกับเจ้าตัวด้วยตนเอง

 

 

เมื่อแต่งตัวพร้อมสองสาวจึงตั้งใจที่จะมารอชายหนุ่มบริเวณที่นัดเอาไว้แต่ปรากฏว่าเจ้าตัวกลับมานั่งยิ้มรออยู่ก่อนแล้ว

"ดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับคุณเนตร?" ใบหน้าหล่อยิ้มละมุนเอ่ยถาม

"ดีขึ้นแล้วค่ะ..ขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันเอาไว้" เนตรนภาจงใจเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

"ไม่เป็นไรครับ..แค่อุ้มคนเป็นลมอาจจะหนักไปสักหน่อยแต่ก็ยังพอไหวครับ" ประโยคที่ตอบกลับมาทำเอาคนฟังถึงกับจิกตาใส่

"ทำไมฉันถึงเป็นลมไปได้ล่ะคะ..คุณนที?" คราวนี้เนตรนภาเอ่ยถามอย่างคนต้องการคำตอบด้วยความหมั่นไส้

"อากาศร้อนมั้งครับ..ผมเจอคุณก็เห็นล้มลงไปนอนกับพื้นอยู่แล้วนี่ครับ..หรือว่าคุณเนตรกรี๊ดความหล่อของผมจนถึงกับเป็นลมไป"

น้ำเสียงและสีหน้าที่ตอบมายังคงยียวนกวนอารมณ์ไม่เปลี่ยนแปลงจนอีกฝ่ายแทบจะเดินเข้าไปกัดหูอยู่รอมร่อ

 

"นี่..คุณ!"

"อะ..เอ่อ..ไปกันดีกว่าค่ะเดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน"

เจนจิราเห็นสายตาของหนุ่มสาวที่ปะทะกันดังกระแสไฟแล่นแปลบปลาบจึงรีบหันเหความสนใจในทันใดแล้วรีบดึงแขนเพื่อนสนิทให้ไปที่รถ

"แกเห็นไหมยัยเจี๊ยบว่าเขากวนฉันขนาดไหนฉันรู้นะว่าเขารู้เรื่องดีทุกอย่าง...เหอะ!คอยดูเถอะฉันจะเค้นเอาความจริงให้ได้"

เนตรนภาบ่นออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเจอคำพูดกวนอารมณ์ของฝ่ายชาย...แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับเดินยิ้มขำตามหลังสองสาวที่ออกเดินไปก่อนอย่างอารมณ์ดี

"หึหึ...เดี๋ยวคืนนี้ก็รู้ว่าใครจะเค้นความจริงจากใครเจ้าเนตรรัศมีของพี่"

หลังจากขับรถออกมาได้ระยะหนึ่งชายหนุ่มจึงได้หยุดจอดรถในสถานที่แห่งหนึ่งที่คล้ายจะเป็นสำนักสงฆ์เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ยังไร้ซึ่งโบสถ์วิหารใหญ่ๆแม้แต่ไฟฟ้าก็ยังเข้าไม่ถึง..มีเพียงเรือนไม้ยกสูงพอประมาณ ห้องน้ำห้องท่าที่สร้างเอาไว้พอใช้งานได้และดูเหมือนจะมีพระสงฆ์อยู่เพียงรูปเดียวเท่านั้น

"ถึงแล้วครับ..ที่นี่หล่ะ"

ชายหนุ่มเอ่ยบอกพร้อมกับดับเครื่องยนต์แล้วลงจากรถไปเปิดประตูให้กับสองสาวด้วยความเป็นสุภาพบุรุษ

"เอ่อ..ที่นี่มีพระอยู่ด้วยหรือคะ?" เจนจิราถามด้วยความแปลกใจ

"ท่านรออยู่บนกุฏิไม้นั่นครับ" กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินนำหน้าไปทันที..เจนจิราจึงดึงมือเนตรนภาให้เดินตามหลังชายหนุ่มไป

"มาถึงแล้วก็ขึ้นมาเถอะโยม" เสียงพระภิกษุที่ฟังดูชราภาพเอ่ยขึ้น..ทั้งสามจึงรีบขึ้นไปบนเรือนไม้เมื่อได้พบร่างชรานั่งรออยู่จึงก้มหมอบกราบอย่างนอบน้อม

"กราบนมัสการเจ้าค่ะ..พระคุณเจ้า" เนตรนภาและเจนจิราเอ่ยกล่าวพร้อมกันพร้อมยกมือพนมไว้ที่อก

"ตามสบายนะโยม..คิดเสียว่าคนกันเอง"

เสียงนุ่มเจือไปด้วยเมตตาเอ่ยอย่างอ่อนโยนเมื่อได้เห็นแขกผู้มาเยือน..เนตรนภารู้สึกคุ้นสายตาของภิกษุชราผู้นี้อย่างบอกไม่ถูกยิ่งเมื่อถูกมองด้วยกระแสของความเมตตาหญิงสาวก็ยิ่งรู้สึกเหมือนเคยได้พบกันมาก่อน

"เมื่อเคยมีบุญสัมพันธ์กรรมสัมพันธ์กันมาก่อนย่อมเป็นเหตุที่ทำให้ต้องได้มาพบเจอกันอีก..อย่าได้แปลกใจไปเลยโยม"

ประโยคที่เอ่ยเหมือนจงใจตอบคำถามที่เนตรนภากำลังสงสัยอยู่ภายในหญิงสาวจึงเผยยิ้มน้อยๆเพื่อเป็นไมตรี

"คุณนทีคะ..ที่พาเรามาพบพระคุณเจ้ารูปนี้จะเกี่ยวกับดอกมลีทวาราที่เรากำลังตามหาอยู่หรือเปล่าคะ?" เนตรนภาหันไปถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน

"คุณเนตร..ลองถามพระคุณเจ้าดูสิครับ" นทีตอบเสียงเรียบนิ่งยิ้มบางๆให้คนถาม

"โยม..กำลังตามหาคำตอบบางอย่างอยู่ไม่ใช่หรือและสิ่งที่ตามหาอาจไม่ใช่เพียงดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตรงทางเข้าประตูบาดาล"

ภิกษุชรากล่าวขึ้นอย่างช้าๆแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำเนตรนภาและเจนจิราได้ยินไม่ผิด..คำที่ทำให้ทั้งสองตกตะลึงเมื่อได้ยินคือ..บาดาล

"มะ..หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะหลวงตา..บาดาลที่บอกคงไม่ใช่..ทะ..ที่อยู่ของพญานาคใช่ไหมคะหลวงตา?" เจนจิราถามขึ้นทันทีเมื่อความสงสัยมันพุ่งทะยานจนล้นปรี่

"ถ้าอยากรู้ก็ต้องไปดูด้วยตัวเอง..ใช่ไหมโยม..นที" พระภิกษุผู้มีอายุกล่าวตอบยิ้มๆ

"ใช่ขอรับ..พระคุณเจ้า" ชายหนุ่มยกมือพนมไว้ที่อกเอ่ยตอบต่อพระคุณเจ้ารูปนั้น

"เอ่อ..จะไปดูได้ยังไงคะหลวงตา..ไปกันได้ง่ายๆเหมือนเข้าป่าไปดูช้างหรือเจ้าคะ?" เจนจิราเอ่ยถามด้วยสีหน้างงงัน

"โยม...ใครเขาจะให้เอากายมนุษย์เข้าไปกันเล่าแค่ถึงปากทางก็คงจะตายเสียก่อนแล้ว" ภิกษุชรากล่าวกลั้วขำ

"ถ้าอย่างนั้นจะไปอย่างล่ะเจ้าคะ..พระคุณเจ้า?"

คราวนี้เนตรนภาเป็นฝ่ายเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังเพราะตอนนี้ข้างในอยากจะพิสูจน์ในสิ่งที่เหนือธรรมชาติเต็มทีเมื่อได้เจอกับหลายเหตุการณ์ที่ผ่านมา

"สมาธิ" ภิกษุชราเอ่ยสั้นๆ

"ให้นั่งสมาธิแล้วจะไปได้หรือเจ้าคะ?" เจนจิราถามขึ้นอีกครั้ง

"ฝึกสมาธิจนจิตละเอียดมากพอที่จะได้รับรู้ในบางสิ่ง...แล้วโยมจะได้พบ..คำตอบ" น้ำเสียงเมตตาตอบอย่างอ่อนโยน

"แต่ว่า..พวกหลานไม่เคยนั่งสมาธินะเจ้าคะหลวงตา" เจนจิราเอ่ยอย่างถอดใจ

"ทุกอย่างล้วนต้องฝึกฝน..เริ่มก้าวแรกได้ก้าวที่สองและสามก็จะตามมาเอง" พระคุณเจ้าเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

"แล้วจะต้องทำอย่างไรเจ้าคะ..พระคุณเจ้า" เนตรนภาเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

 

"เอาหล่ะ..ไหนๆก็มากันแล้วลองนั่งกันดูสักหน่อยจะเป็นไรไป...เริ่มจากนั่งขัดสมาธิเอาขาขวาทับขาซ้ายก่อนแล้ววางมือไว้กลางตักจะใช้มือขวาทับมือซ้ายหรือซ้ายทับขวาก็แล้วแต่ถนัด..จากนั้นก็หลับตาลงสังเกตที่ลมหายใจเข้าออก"

หลังสิ้นคำกล่าวของพระภิกษุชราสองสาวก็เริ่มทำตามในแต่ละขั้นตอนทันที

"หายใจเข้าก็รู้..หายใจออกก็รู้..ไม่ต้องไปบังคับลมหายใจปล่อยไปตามธรรมชาติ..เอาลองดู"

 

ทั้งสองปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ทรงศีลเพียงไม่นานเนตรนภาก็รู้สึกถึงความสงบนิ่งในจิตอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน..จากนั้นกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ที่เคยได้สูดดมในฝันโชยมาแตะจมูกจนเจ้าตัวเริ่มนึกสงสัยถึงที่มาของกลิ่นหอมนี้..แต่ก็ยังไม่ทันได้คำตอบเสียงของพระภิกษุชราก็ดังขึ้นเสียก่อนเมื่อเวลานั้นได้ผ่านล่วงเลยมาได้ระยะหนึ่ง...

 ..............................................................................


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha