ดวงใจเทพนาคินทร์(จบ)

โดย: รัตนะมณี



ตอนที่ 12 : จะเรียกหรือไม่เรียก


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

จะเรียกหรือไม่เรียก

 

 

"เอาหล่ะ...พอแค่นี้ก่อนค่อยๆถอนสมาธิด้วยการหายใจเข้าออกแรงๆสามครั้งแล้วเอามือไปวางหงายไว้ที่หัวเข่าจากนั้นขยับมือแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้น"

ทั้งสองสาวทำตามทุกขั้นตอนที่พระคุณเจ้ากล่าวสอนแล้วจึงค่อยๆลืมตาขึ้น..แล้วจึงขยับเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นการนั่งพับเพียบแทน

"เป็นอย่างไรกันบ้างหล่ะโยม...ไม่ยากใช่ไหม?"

พระคุณเจ้าเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนมองด้วยสายตาเอ็นดู

"ไม่ยากเจ้าค่ะ..รู้สึกสงบดีเจ้าค่ะ" เนตรนภาเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกตอบด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายไปมาก

"แต่เจี๊ยบไม่ค่อยสงบเจ้าค่ะ..ในหัวคิดนู้นคิดนี้ฟุ้งไปหมดเจ้าค่ะหลวงตา" เจนจิราตอบหน้าแหยๆ

"ไม่เป็นไรถือว่าดีแล้วทุกคน...เอาไว้พรุ่งนี้มาเริ่มกันใหม่..แต่ต้องมาให้เช้านะหรือจะมาถือศีลแปดก็ได้ลองไปปรึกษากันดู" ผู้ทรงศีลกล่าวตอบด้วยรอยยิ้ม

"พรุ่งนี้ต้องมาอีกหรือเจ้าคะ?" เจนจิราทำตาโตเอ่ยถามด้วยความตกใจ

"ถ้าอยากรู้คำตอบที่ตามหา..ก็ต้องมา" พระคุณเจ้าเอ่ยนิ่งๆแต่เหมือนต้องการบอกไปถึงอีกคนที่นั่งข้างๆ

"เจ้าค่ะ..พรุ่งนี้เราจะมาแต่เช้า..คงต้องขอความเมตตาจากพระคุณเจ้าแล้วเจ้าค่ะ" เนตรนภากล่าวบอกด้วยน้ำเสียงที่ดูเอาจริงเอาจัง

"งั้นวันนี้โยมนทีก็พาคุณโยมทั้งสองกลับไปพักผ่อนก่อนก็แล้วกันนะ"

ภิกษุชราหันไปสบตากับชายหนุ่มที่คอยเฝ้ามองอยู่ไม่ห่างคล้ายๆว่าจะรู้กันโดยไม่ต้องเอ่ย

"ขอรับพระคุณเจ้า..เช่นนั้นพวกเราขอกราบลา"

จากนั้นทั้งสามจึงหมอบกราบพร้อมๆกันแล้วค่อยๆลุกขึ้นลงจากเรือนไม้แล้วเดินทางกลับไปที่พักของตนเพื่อพักผ่อน...

 

"ยัยเจี๊ยบ..เดี๋ยวแกกลับไปที่ห้องพักก่อนเลยนะฉันมีอะไรที่จะต้องคุยกับคุณนทีเขาสักหน่อย"

ทันทีที่ลงจากรถเนตรนภาก็เดินไปกระซิบบอกเพื่อนสาวของตนและเมื่ออีกฝ่ายพยักหน้ารับอย่างเข้าใจจึงเดินแยกตัวไปในทันที

 

"คุณนทีคะ"

ร่างสูงหันมองตามเสียงเรียกแล้วยิ้มให้บางๆก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องพัก

"นี่คุณ!..ได้ยินใช่ไหมที่ฉันเรียกหน่ะ!" คนเดินตามเริ่มหงุดหงิดเมื่อคนตัวสูงไม่ยอมหยุดคุยด้วย

"ได้ยินครับ..คุณเนตร" เสียงทุ้มเอ่ยตอบแต่ก็ยังก้าวเท้าต่อไปไม่ได้คิดที่จะหยุด

"แล้วทำไมคุณถึงเดินหนีฉันหล่ะ..มารยาทมีบ้างไหม?" คนเดินตามเริ่มจะโวยวายใส่

"มีครับ...เชิญด้านในก่อนครับคุณ"

ชายหนุ่มหยุดหน้าห้องพักตนแล้วไขกุญแจเปิดประตูพร้อมกับหันมาเชื้อเชิญคนเดินตามให้เข้าไปข้างในด้วยสีหน้าเป็นทองไม่รู้ร้อน

"ฉันไม่เข้า..คุยกันตรงนี้แหล่ะ" อีกฝ่ายสะบัดหน้าใส่ด้วยความโมโห

"ยืนคุยตรงนี้คงดูไม่เหมาะครับยุ่งเยอะเข้าไปคุยกันข้างในดีกว่า"

"ไม่!..วะ..ว๊าย!"

เมื่อหญิงสาวยังมีทีท่าบึ้งตึงอีกฝ่ายจึงใช้วิธีดึงเข้าห้องเอาเสียดื้อๆโดยไม่ให้ได้ตั้งตัวกันเลยทีเดียว

 

ปัง! คลิ๊ก!

"คะ..คุณ..ปิดประตูทำไม?" เนตรนภาตาลุกเมื่อได้ยินเสียงปิดประตูแถมล็อกลูกบิดอีกต่างหาก

"แล้วจะเปิดประตูให้ยุงหรือแมลงเข้ามาหรือครับเข้าห้องก็ต้องปิดประตูกันทั้งนั้นแปลกตรงไหนหรือครับ?" เสียงทุ้มเอ่ยอย่างใจเย็นแต่แอบลอบยิ้มน้อยๆ

"แล้วทำไมต้องล็อกห้องด้วย?" เสียงเล็กถามอย่างขุ่นเคือง

"เอ่อ..ไม่ทราบคุณเนตรมีธุระอะไรกับผมหรือครับ?" ชายหนุ่มรูปหล่อเปลี่ยนเรื่องคุยเอาเสียดื้อๆจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ติด

"คือ..ฉันตั้งใจจะมาถามคุณเรื่องพระคุณเจ้าและเรื่องในวันที่ฉัน...หมดสติไป"

เมื่ออีกฝ่ายถามขึ้นมาเนตรนภาจึงคิดได้ว่ารีบถามน่าจะดีกว่าที่จะอยู่ในห้องกับเขาสองต่อสองนานกว่านี้

"คุณเนตรอยากให้ผมตอบว่าอะไรครับ?" ใบหน้าหล่อจ้องมองมาที่ร่างบางนัยตายิ้มๆ

"ฉันอยากให้คุณตอบความจริง...วันนั้นคุณเห็นครุฑตนนั้นใช่ไหมคะ..ครุฑที่ทำร้ายฉัน?"

เนตรนภาจ้องไปที่ดวงตาคมแต่ดูอ่อนโยนอยู่ในทีเพื่อไม่ให้เขาหลบสายตาหลีกหนี

"ครับ"

เขาเอ่ยตอบสั้นๆน้ำเสียงนิ่งมากจนเนตรนภาถึงกับต้องขมวดคิ้ว

"คุณไม่รู้สึกแปลกใจหรือตกใจเลยหรือคะ?

"ไม่ครับ...ผมเจอเรื่องเหนือธรรมชาติมาตลอดอยู่แล้ว..สำหรับผมจึงไม่น่าเหลือเชื่ออะไร"

ชายหนุ่มกล่าวตอบเหมือนเป็นเรื่องปกติที่พบเจอกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน..จนเนตรนภานึกสงสัยอย่างที่สุดว่าบุรุษผู้นี้คือใครกันแน่

"คุณนที...คุณเป็นอะไรกับพญานาคที่ชื่อน่านนทีนาคราชจ้าวคะ?"

 

คำถามนี้ทำให้บุรุษตรงหน้ามีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นแววตาที่สบประสานมาช่างดูจริงจังเสียเหลือเกิน

"ถ้าผมตอบ..คุณจะยอมเชื่อผมไหม..เนตร.." น้ำเสียงที่สลดลงดูอ่อนโยนปนเศร้า

"เอ่อ...เชื่อสิค่ะ..เพราะฉันเห็นเรื่องแปลกประหลาดมามากแล้วคงไม่มีอะไรที่ไม่น่าเชื่ออีก" เนตรนภาเอ่ยตอบบุรุษตรงหน้าอย่างที่คิด

"น่านนทีนาคราชจ้าวมีชายาแค่เพียงองค์เดียวนามว่า'เนตรรัศมี'..."

คำพูดนี้ทำเอาเนตรนภาจุกอกขึ้นมาทันที..เขารู้จักนามนี้ได้อย่างไรนามนี้ที่ใครๆต่างก็เรียกเธอว่า..เนตรรัศมี

"มะ..หมายความว่าไงคะ?"

 

"ถ้าพี่บอกว่าเจ้าคือชายายอดดวงใจของพี่เจ้าจะเชื่อหรือไม่เล่า..เนตรรัศมี"

 

น้ำเสียงละมุนที่กล่าวบอกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ยสื่อส่งมาพร้อมความรู้สึก..บัดนี้หญิงสาวยืนตะลึงเหมือนถูกตรึงเอาไว้ด้วยสายตาของบุรุษตรงหน้า

"คุณ..คือ...น่านนทีนาคราชจ้าว"

"เจ้าคิดว่าใช่พี่หรือไม่เล่า..ชายาควรจะต้องจดจำผู้เป็นสวามีตนเองได้ดีที่สุดมิใช่หรือ?"

ร่างโปร่งขยับเดินเข้ามายืนตรงหน้าเพื่อให้หญิงสาวได้เห็นชัดที่สุด..ใบหน้านี้น้ำเสียงนี้กลิ่นกายนี้เนตรนภาคุ้นอย่างที่สุด..ตอนนี้สมองคล้ายถูกเปิดออกให้ได้ระลึกถึงสัญญาเก่าที่ยังตราตรึงอยู่มิรู้ลืม..เท้าขยับเข้ามาหาชายหนุ่มเบื้องหน้าจนแนบชิดแผงอกแกร่ง..ปลายจมูกมนเข้าไปสูดดมกลิ่นกายอย่างไม่รู้ตัวคล้ายจะพิสูจน์ให้แน่ชัด

"อ้อมกอดนี้เล่า..เจ้าคุ้นเคยหรือไม่?"

สองแขนแกร่งเข้าโอบรัดร่างบางนุ่มนิ่มจนแนบสนิทด้วยความโหยหาอย่างที่สุด..นานเท่าไหร่ที่ต้องข่มกลั้นความคิดถึงเพื่อจะไม่เผลอเข้าไปกอดรัดอย่างที่เคยทำในอดีต

"นะ..นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม?"

เนตรนภาผงะไปเล็กน้อยเมื่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นมันคือความจริงไม่ใช่ความฝันอย่างทุกครั้ง

"เนตรรัศมี..มองพี่ให้ดีสิ"

ร่างสูงดึงคนรักออกจากอกเล็กน้อยเพื่อให้เห็นตัวตนที่แท้จริงในชุดทรงแห่งกษัตริย์นาคราชด้วยภูษาสีทองสว่างพร้อมประกายแวววับของเครื่องประดับทั่วร่าง..ผิวกายนาคาหนุ่มขาวสว่างด้วยรัศมีแห่งบารมีที่มากล้น

 

"ทะ..ท่าน..น่านนทีนาคราช..จริงๆด้วย"

บัดนี้เนตรนภาตอบไม่ได้ว่าน้ำตาที่ไหลรินลงมาที่แก้มทั้งสองข้างนั้นมาจากความยินดีของจิตในอดีตชาติหรือจิตที่เป็นปัจจุบันกันแน่..แต่สิ่งที่ต้องยอมรับคือเธอจำเขาได้จริงๆ...ส่วนลึกของสมองจดจำร่างนี้..การแต่งกายแบบนี้..น้ำเสียงนี้และอ้อมกอดนี้...ทั้งร่างกายและหัวใจต่างยอมรับว่ารักและภักดีต่อเขาเพียงผู้เดียว

"ได้โปรด..อย่าหนีพี่ไปอีกเลย" ร่างแกร่งเข้าโอบกอดรัดรึงด้วยความคิดถึง

"หนีหรือคะ?" เนตรนภารู้สึกฉงนใจในคำกล่าว

"เจ้าหนีพี่มา..เนตรรัศมี" นาคาหนุ่มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงร้าวราน

"เปล่านะ...ฉันไม่ได้หนี" เนตรนภาตอบออกมาโดยที่ตนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมจึงเอ่ยออกไปแบบนั้น

"หืม?"

นาคาหนุ่มคิ้วขมวดทันทีที่นางอันเป็นที่รักยืนยันหนักแน่น

"เกิดอันใดขึ้นกับน้องหรือเนตรรัศมี?" นาคราชหนุ่มตัดสินใจลองเอ่ยถาม

"ฉัน..เอ่อ..ฉัน...ฉันไม่รู้..โอย..ปวดหัว"

สมองปวดหนึบขึ้นมาฉับพลันเมื่อเนตรนภาพยายามที่จะนึกเค้นว่าเกิดอะไรขึ้น

 

"พักก่อนเถิดเจ้า...อดีตชาติมิอาจบีบบังคับให้จดจำได้เจ้าจักต้องฝึกจิตกับพระคุณเจ้าเพื่อรื้อฟื้นเรื่องราวที่เกิดขึ้น" นาคาหนุ่มปลอบประโลมด้วยการลูบไล้กดจมูกหอมเนื้อนวลเบาๆ

"เพราะเหตุนี้ใช่ไหมคะ...คุณถึงต้องพาฉันกับยัยเจี๊ยบมาที่นี่" เนตรนภาเงยมองใบหน้าหล่อ

"เจ้าจะมาตามหาดอกมลีทวารามิใช่หรือ?" คราวนี้นาคาหนุ่มยิ้มเย้าคนในอ้อมกอด

"แผนของคุณสิไม่ว่า" ร่างบางค้อนใส่เข้าให้

"เรียกพี่ใหม่ได้หรือไม่..หรือจะให้พี่ใช่ร่างมนุษย์หนุ่มที่ชื่อว่า..นที"

กล่าวจบการแต่งกายทุกอย่างก็กลับมาเป็นปัจจุบันเช่นเดิมพร้อมรอยยิ้มหล่อ

"คือ..ฉันยังไม่คุ้นกับการเรียกแบบนั้นค่ะ..ถึงจะพอระลึกได้เล็กน้อยแต่ก็ใช่ว่าฉันจะจดจำได้ทั้งหมดนะคะ"

 

เนตรนภาบอกตามความรู้สึกของตนแม้จะไม่ปฏิเสธว่าเขาและเธอเคยเป็นอะไรกันในอดีตชาติ..แต่ทว่าก็ใช่จะระลึกได้ทั้งหมดแค่ไม่แสดงท่าทีต่อต้านก็ถือว่าเธอยอมที่จะเชื่อแล้ว

"งั้นคุณเรียกผมว่า'พี่นที'และแทนตัวคุณเองว่า'เนตร'โอเคไหม?" ตอนนี้นาคาหนุ่มเปลี่ยนการพูดมาเป็นยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน

"เรียกคุณนทีได้ไหมคะ?" ร่างบางยังมีต่อรอง

"ไม่ได้..พี่เป็นสวามีเจ้าจะเรียกห่างเหินเยี่ยงนั้นมิได้" เสียงทุ้มเป็นภาษาโบราณออกแนวดุมาพร้อมการจ้องตาเขม็ง

"แต่ตอนนี้มิได้เป็นนี่เจ้าคะ...ท่านพี่!"

อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ง่ายๆโต้กลับไปด้วยภาษาโบราณเช่นกัน

"เยี่ยงนั้นพี่จะทำให้เจ้าเป็นชายาพี่เสียเดี๋ยวนี้เลย"

นาคาหนุ่มในร่างของนทีเข้าช้อนตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็วแล้ววางลงกับเตียงนุ่มพร้อมขึ้นทาบทับไม่ให้ขยับหนีไปไหน

"คะ..คุณ...อย่านะคะมันไม่ถูกต้อง" เนตรนภาร้องโวยวายทันที

"ถูกต้องสิครับ..คุณเป็นเมียผมมาก่อนความจริงข้อนี้ยังไงก็ปฏิเสธไม่ได้แถมยังหนีผมมาอีก..ผมมาตามเมียกลับจึงไม่มีอะไรที่ไม่ถูกต้อง"

ตอนนี้ภาษาที่ใช้ล้วนถูกเลือกใช้ตามสถานการณ์ใบหน้าหล่อตรงเข้าซุกไซร้ซอกคอขาวทันทีสูดกลิ่นหอมหวานของเนื้อสาวด้วยความรัญจวนใจ

 

"พะ..พี่นที...เนตรเรียกแล้ว" คนใต้ร่างรีบเอ่ยเสียงสั่นด้วยความตื่นตระหนก

 

          .................................................

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha