ดวงใจที่ถูกลืม

โดย: Lantana-Pakakrong



ตอนที่ 1 : ชีวิตที่ดำเนินไป


ตอนต่อไป

ดวงใจที่ถูกลืม...

 

เช้าที่แสนวุ่นวายของทาริกาดำเนินไปตามวิถี เธอต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 ในทุกๆวัน เพื่อเตรียมหุงหาอาหารสำหรับทุกชีวิตในบ้านหลังใหญ่ บ้านที่เธอเข้ามาพึ่งพาตั้งแต่วัยเด็ก เธออยู่กับแม่บ้านเก่าแก่ซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่สาวของแม่ ญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลก ป้าสายใจเป็นแม่บ้านเก่าแก่ของบ้านเศรษฐี เจ้านายของเธอเป็นบุคคลในสังคมชั้นสูง ตอนวัยเด็กทาริกายังไม่ได้รู้เดียงสาอะไรมากมาย เธอคิดว่าทุกคนที่เข้ามาเล่นด้วยก็คือเพื่อนคนหนึ่ง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปจึงรู้ว่ามันไม่ใช่อย่างที่คิด

เสียงดังของประตูทำให้หญิงสาวที่กำลังวุ่นวายหันไปมอง

ป้า ทรายบอกป้าแล้วให้นอนพักผ่อนเยอะๆไงคะ ทำไมไม่เชื่อกันบ้างเลย” ทาริกาเอ่ยอย่างเหนื่อยใจ เวลานี้ไม่มีใครดื้อไปกว่าป้าของเธอ

เอ็งจะให้ป้านอนได้อย่างไรว่ะไอ้ทราย นี่มันจะเช้าแล้วนะเว้ย” แม่บ้านพูดพร้อมเยื้องย่างเข้ามาใกล้ๆ ด้วยสภาพน้ำหนักที่เกินมาตรฐานไปมาก กอรปกับอาการป่วยที่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้น ส่งผลให้นางสายใจทำงานไม่กระฉับกระเฉงเหมือนเมื่อก่อน ดีที่ได้หลานสาวคนนี้แหละ ทาริกาคนเดียวต้องทำงานให้ได้ปริมาณเท่ากับคนสองคน...แล้วแบบนี้จะไหวเหรอ

ที่เหลือเดี๋ยวป้าจัดการเอง เอ็งเข้าไปดูลูกของเอ็งเถอะ ท่าทางจะไม่สบาย จะไปโรงเรียนได้หรือเปล่านะวันนี้” เมื่อเห็นว่าทุกอย่างหลานสาวจัดการเสร็จสรรพหมดแล้ว เหลือแค่เก็บกวาด เช็ดถูนิดหน่อย สายใจก็ไล่ให้ไปดูหลานสาวตัวน้อยที่ช่างพูดช่างเจรจา ออดอ้อนพาที ดูเหมือนว่าเมื่อวานตอนเย็นเด็กน้อยดูซึมๆ สาเหตุเป็นเพราะเปียกฝนตอนเดินกลับบ้านหลังเลิกเรียน น่าสงสารเหลือเกินแม่คุณของยาย

มือเล็กๆที่ตรากตรำทำงานใช้ป้องหน้าผากของบุตรสาว ทาริกาคิ้วย่น...น้องทับทิบคนเก่งของเธอเป็นไข้จริงๆด้วย ทั้งๆที่เมื่อวานตอนเย็นให้ทานยาพาราป้องกันอาการหวัดไปแล้ววิธีหนึ่ง ผลลัพธ์คือไม่สามารถรักษาได้ทันการ เป็นอันว่าวันนี้คนเก่งของเธอต้องหยุดการเรียนไปโดยปริยาย คงต้องรอให้สายกว่านี้หน่อยเธอจึงจะมีเวลาพาบุตรสาวไปหาหมอที่คลินิกในละแวก คนเป็นแม่ได้แต่ภาวนาให้ลูกน้อยเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา

 

นั่งสิ” คุณพลอยประดับผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังใหญ่ ป้าหลานที่เป็นคนดูแลบ้านที่หลงเหลืออยู่นั่งลงตรงพื้นเย็นๆ

เรื่องที่ฉันจะคุยวันนี้ ฉันไม่อยากให้มองว่าฉันเองใจร้ายนะแม่สายใจ นังทราย” คุณนายถอนหายใจอย่างหนัก

ดิฉันพอจะเข้าใจค่ะคุณนาย คุณนายจะตัดสินอย่างไรก็สุดแล้วแต่คุณนายเถอะค่ะ” ตั้งแต่ที่คุณผู้ชายประมุขที่แท้จริงของบ้านจากไปอย่างไม่มีวันกลับเมื่อ 5 ปีก่อน บ้านหลังนี้ที่เคยมีลูกน้องบริวาร 6 คน ต่างต้องทยอยลาออกหรือเลิกจ้างไปทีละคนสองคน แต่เดิมคุณพลอยประดับเป็นลูกสาวผู้ดีเก่า สะดวกสบายมาตลอดชีวิต ไม่เคยทำงานอะไร เมื่อสูญเสียสามีที่รักไปก็ต้องเป๋เป็นเรื่องธรรมดา บุตรสาวคนเดียวของนาง ก็เพิ่งพาได้ยากเช่นกัน

ขอบใจนะแม่สายใจ สายใจเองก็ป่วย เจ็บออดๆแอดๆ มาหลายปีแล้ว งานการอะไรก็ทำไม่ได้เต็มที่ พวกเธออาศัยอยู่บ้านของฉัน 3 ชีวิตแต่ช่วยทำงานได้เพียงหยิบมือเท่ากับคนๆเดียวทำ" ทาริกากำมือแน่น ทุกเรื่องเกือบจะเป็นเรื่องจริงตามที่เจ้าของบ้านพูด แต่มีอยู่เรื่องเดียวที่เธออยากจะปฎิเสธ แต่ทำได้แค่พูดมันในใจเท่านั้น เธอทำงานทุกอย่างในบ้านหลังนี้ไม่เคยมีอะไรขาดตกบกพร่อง เหน็ดเหนื่อยกายและใจแค่ไหนไม่เคยปริปากบ่นให้ใครได้รับรู้ คุณนายของบ้านพูดเกินไปหรือเปล่า

คุณนายหมายความว่า...” สายใจรู้สึกตกใจ กลัวว่านางและหลานๆต้องตกระกำลำบากกันหมด

ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่อยากจะบอกว่าต่อไปฉันจะจ้างนังทรายแค่คนเดียว แต่สายใจกับลูกสาวของนังทรายก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อไปได้ นี่ฉันเห็นว่าสายใจเป็นคนเก่าคนแก่ที่อยู่ที่นี่มานาน ก่อนที่ฉันจะตบแต่งเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เสียอีก ฉันเองก็เห็นใจ หวังว่าสายใจและนังทรายจะเข้าใจฉันด้วยเหมือนกัน” สายใจพยักหน้าอย่างยอมรับ นางก็ไม่ค่อยได้ทำงานอะไรอย่างที่ว่าจริง เดือนๆหนึ่งเล่นวิ่งเข้า-ออกโรงพยาบาลเหมือนบ้านหลังที่สอง ทำงานให้เขาไม่เต็มเหม็ดเต็มหน่วย แล้วแบบนี้จะไปกล้าขอเงินเดือนเจ้านายได้อย่างไร

 

เจ้านายทั้งสองคนในบ้านหลังโตออกจากบ้านไปแล้ว หลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จสิ้น ตอนนี้ก็เป็นคิวของนางและหลานๆ กินข้าวที่เป็นของเหลือบ้าง

อย่าคิดมากเลยไอ้ทรายเอ๊ย” สีหน้าของหลานสาวทำให้นางอดเป็นห่วงไม่ได้

เราไปหางานอื่นทำดีไหมคะป้า?” ทาริกาเอ่ยชวน ทั้งชีวิตของเธอมีแค่ลูกและป้าที่สำคัญยิ่ง คนอื่นจะรู้สึกอย่างไรจะว่าอย่างไรไม่อยากสนใจใครอีกแล้ว

จะไปทำงานอะไรว่ะไอ้ทราย เอ็งเรียนแค่ ม.6 ก็ยังไม่จบแต่ดันมาทะ...” โชคดีสายใจปิดปากได้ทัน ฟื้นฝอยหาตะเข็บไปก็เท่านั้น เดี๋ยวจะพาลอารมณ์เสียให้หลานสาวช้ำใจเหมือนครั้งก่อนๆอีก ทาริกาเองก็เงียบ อิ่มตื้ออย่างฉับพลัน เธอหันไปตักอาหารให้ลูกน้อยที่ทานอาหารอย่างเศร้าซึมผิดปกติตัวเธอเองไม่ได้ร่ำเรียนเก่งอะไร อาศัยความขยันจึงเรียนได้ทันเพื่อน แม้มีเหตุให้เรียนไม่จบในการศึกษาชั้นมัธยมตอนปลาย แต่ภายหลังก็เรียน กศน จนจบแล้ว

ไปทำงานอื่นจะได้เงินเดือนสักกี่บาท ก็พอๆกับเป็นคนใช้ที่นี่ล่ะว่ะไอ้ทราย แต่อยู่ที่นี่บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวก็ซื้อไม่มากนะ ป้าเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะไปช่วยเหลืออะไรเอ็งได้เลย" ความหวังที่จะหวังพึ่งพาหลานสาวคนเดียวในบั้นปลายชีวิตดับวูบไปหลายปีแล้ว

ทรายเข้าใจแล้วป้า ป้าไม่ต้องห่วงนะต่อไปไม่ว่าอย่างไงทรายจะดูแลป้าเอง” ทาริกากล่าวพร้อมรอยยิ้มสู้ ไม่ว่าชีวิตจะเป็นอย่างไรเธอจะดูแลท่านอย่างดี เหมือนที่ท่านเลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่พ่อแม่จากไป

แล้วนี่จะพาเจ้าทับทิมไปหาหมอกี่โมง?” สอบถามด้วยความเป็นห่วง

ทานข้าวเสร็จก็จะออกไปเลยค่ะ จะได้กลับมาทำงานที่เหลือต่อ น้องทับทิมทานเสร็จแล้วก็ไปล้างหน้า แปรงฟันนะลูก แล้วแต่งตัวให้เรียบร้อยรอคุณแม่นะคะ แม่ขอไปจัดห้องคุณๆให้เสร็จก่อน แล้วเดี๋ยวเราไปหาคุณหมอกันนะ” ลูกสาวพยักหน้ารับทราบอย่างเนือยๆ ไม่สดใสร่าเริงเหมือนทุกวัน

 

เด็กผู้ชายตัวเล็กผิวขาวเนียนดูน่ารักเดินมาด้อมๆมองๆหน้าบ้านได้สักพักหนึ่ง ก่อนที่จะกดกริ่งเพื่อเรียกเพื่อนวัยใสที่ไม่ได้ไปเล่นกับตนเหมือนทุกวัน

อ้าว! คุณหนูนนท์นั่นเอง ยายนึกว่าใคร” สายใจเดินช้าๆมาหาคุณหนูน้อยบ้านฝั่งตรงข้าม สองตระกูลผู้ดีรู้จักกันมานมนาน

สวัสดีครับยายสายใจ” เด็กชายพนมมือขึ้นไหว้ผู้ใหญ่ตามที่ผู้ปกครองสั่งสอน

รอเดี๋ยวนะคุณหนูยายรีบเดินเต็มที่แล้ว” คนแก่ร่างท้วมเดินไปหาเด็กน้อยในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดัง ค่าเทอมเพียงแค่เทอมเดียวแต่เป็นเงินที่นางคงใช้เวลาเก็บสะสม10 ปี

ทับทิมไปไหนเหรอครับยายสายใจ น้องนนท์ไม่เห็นทับทิมมาเล่นด้วยกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว” นี่คือจุดประสงค์ของการมาทำลับๆล่อๆหน้าบ้านฝั่งตรงข้าม

ทับทิมมันป่วยค่ะคุณหนู นี่น้าทรายพามันไปหาหมอตั้งแต่ตอนเที่ยงแล้ว จะสี่โมงเย็นแล้วยังไม่เห็นกลับมาเลยค่ะ” สายใจเล่าให้ฟัง เด็กน้อยได้ยินดังนั้นหน้าเศร้าลงทันที

อย่างนั้นเหรอครับ” ถ้าทับทิมไม่อยู่แล้วใครจะเล่นและสอนการบ้านเขาล่ะ เสียงรถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนที่มาใกล้เรื่อยๆ คณานนท์ยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนรักโผล่หน้าออกมาจากหลังคุณลุงวินหน้าปากซอย

ทับทิม” เสียงใสของหนูน้อยในวัยเดียวกันเรียกชื่อเพื่อนทันที

นนท์” เด็กหญิงขานตอบแต่เธอสะลึมสะเลือแล้ว

ทับทิมไปเล่นกัน” คณานนท์เดินเข้ามาจับจูงมือเพื่อน ทาริกาจ่ายค่าวินมอเตอร์ไซด์แล้ว ตอนนี้กำลังนั่งย่องๆข้างๆเด็กทั้งคู่ แล้วอธิบายเหตุผลให้ฟังอย่างใจเย็น

วันนี้น้องทับทิมป่วยครับน้องนนท์ น้าทรายคงต้องให้นอนพักผ่อน ไปเล่นกับน้องนนท์ไม่ได้ รอให้น้องทับทิมหายดีก่อนนะครับแล้วค่อยไปเล่นด้วยกัน” พูดไปด้วย ลูบผมลูกน้อยที่เพลียเต็มที่ ต้องรีบให้กินข้าวกินยาแล้วนอนพักผ่อนเยอะๆ เพราะคุณหมอบอกว่าพรุ่งนี้อาการน่าจะดีขึ้น

จริงเหรอครับน้าทราย” คณานนท์จ้องมองแม่ของเพื่อนรัก ก่อนหันไปมองคนป่วยด้วยสายตาผิดหวัง แต่สักพักก็ยิ้มกว้างเมื่อนึกบางอย่างออก

ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้เรามาหาใหม่นะทับทิม พรุ่งนี้น้าคิมจะกลับมาแล้ว ที่บ้านจะมีคนมามากมายเลย มีของอร่อยๆเยอะด้วยนะ ยังไงทับทิมก็ต้องไปเล่นกับเรานะ สัญญานะ" เด็กชายชูนิ้วก้อยขึ้นมา ส่วนหนูน้อยทับทิมก็ชูนิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวก้อยกันเป็นอันว่าเกิดสัญญาขึ้นระหว่างคนสองคน

“ถ้าอย่างนั้นน้องนนท์กลับก่อนนะครับน้าทราย ยายสายใจ สวัสดีครับ” คณานนท์พนมมือไหว้ผู้สูงวัยกว่า เจ้าตัววิ่งลิงโลดกลับไปทางบ้านตัวเอง

ทาริกานั่งนิ่งไร้เรี่ยวแรงไปชั่วคราว...เขากำลังจะกลับมาแล้วเหรอ?

คุณแม่ขา ทับทิมง่วงนอนจังเลยค่ะ” เมื่อเห็นมารดานิ่งเงียบไปนาน แต่หนูน้อยรู้สึกว่าจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว เธอคิดถึงที่นอน อยากจะนอนเหลือเกิน เสียงเจ้าตัวเล็กทำให้คุณแม่ยังสาวหลุดจากพะวงที่สร้างขึ้น

 

เจ้านายแจ้งไว้ว่าวันนี้จะกลับค่ำๆ มื้อเที่ยงและมื้อเย็นของวันนี้จึงถูกยกยอดไป แต่งานบ้านอีกมากมายยังรอให้ทาริการีบสะสาง กว่าจะเสร็จธุระจากโรงพยาบาลของรัฐก็นานพอสมควร จากเดิมที่คิดจะพาบุตรสาวไปหาหมอที่คลินิคเป็นอันต้องคิดใหม่ เงินเดือนแค่ 8.000 บาทกับ 3 ชีวิต ต่อไปเธอคงไม่สามารถฟุ่มเพือยในเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อีก เงินทั้งหมดต้องเก็บไว้สำหรับการศึกษาของลูกสาวที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ น้องทับทิมเป็นเด็กหัวดี สอบไล่ได้อันดับที่ 1 ของเด็กในระดับสายชั้นตัวเองตลอด ทุนการศึกษาต่างๆก็พลอยมีเข้ามาบ้าง ส่วนเงินอีกส่วนก็สำหรับค่ารักษาพยาบาลของป้าสายใจ แม้ท่านจะไม่เคยรบกวนเงินในส่วนนี้กับเธอเลยสักครั้ง แต่ต่อไปคงมีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณ ปัญหาที่ประดาเข้ามาตอนนี้ก็ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง แต่ข่าวใหม่ที่ทราบจากคุณหนูคณานนท์บ้านตรงข้ามนี่สิ...น่ากังวลที่สุด...ทำให้เธอเสียสมาธิในการทำงานไปได้มากทีเดียว

 

 

เด็กน้อยตัวมอมแมมในเสื้อกางเกงสีดำนั่งอยู่บนพื้นใกล้พี่สาวคนเดียวของแม่ที่ใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับเธอ ทาริกาที่ไม่ค่อยได้เจอป้าบ่อยหนักเพราะท่านทำงานในกรุงเทพ ส่วนเธออาศัยอยู่กับพ่อแม่ที่เป็นชาวสวนชาวไร่ในต่างจังหวัด

คนนี้นะเหรอสายใจ?” ทาริกาเงยหน้าไปมองเสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่ง เธอรู้ด้วยว่าเขาคือเจ้านายของผู้เป็นป้า

ใช่แล้วค่ะคุณผู้ชาย ทรายเอ่ยไหว้คุณๆเขาสิลูก” สายใจหันไปมองเด็กหญิงด้วยความสงสารจับใจ ทาริกา โชคตระกูล หนูน้อยวัย 9 ขวบพนมมือไหว้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงของบ้านตัวโยน ก่อนจ้องมองเด็กผู้หญิงในชุดกระโปร่งฟูฟ่องที่นั่งระหว่างท่านทั้งสองคนด้วยความสงสัย เด็กคนนั่นเป็นใครกันนะ

ยังเด็กอยู่เลยนะ ต้องมากำพร้าพ่อแม่เสียแล้ว อายุเท่าไหร่แล้วล่ะสายใจ?” ท่านยังคงสอบถามต่อไปเรื่อยๆ

ทรายมันอายุ 9 ขวบแล้วค่ะ...ฎ” สายใจเล่าประวัติคร่าวๆต่อ

อืม งั้นก็อยู่ด้วยกันเสียที่นี่กับสายใจนี่แหละ สายใจเองก็ไม่มีลูกที่ไหน แก่เฒ่าไปจะได้พึ่งพาหลานสาวคนนี้” ประมุขกล่าวด้วยความปราณี

น้องไพลินนี่เพื่อนใหม่ของลูกนะครับ ดีใจไหมครับลูกพ่อ?” ท่านหันไปคุยกับบุตรสาวคนเดียว เด็กสองคนรุ่นเดียวกันจะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน พลอยไพลินหันไปมองหน้ามารดาเมื่อเห็นท่านพยักหน้าเชิงอนุญาต เธอก็ลุกจากโซฟาหรูดิ่งไปหาเพื่อนใหม่ทันที

เด็กหญิงตัวมอมแมมเดินตามเด็กหญิงชุดสวยกระโปร่งฟูฟ่องไปยังบ้านหลังตรงข้าม บ้านหลังนี้มันใหญ่โตกว่าบ้านที่ป้าทำงานเสียอีก เดินตามไปเรื่อยๆจนถึงศาลาริมน้ำ เด็กน้อยได้ยินเสียงเหมือนเด็กผู้ชายสองคนกำลังเล่นต่อสู้กัน แล้วก็เป็นจริงเหมือนที่เธอคิดเอาไว้ เด็กผู้ชายสองคนที่ตัวสูงพอๆกับเธอถือดาบเรืองเเสงในมือคนละข้าง

"พี่โมกข์ พี่คิม น้องไพลินมาแล้วค่ะ" เสียงเพื่อนใหม่ของเธอตะโกนเรียก ทั้งสองจึงหยุดฟาดฟันกันทันที สายตาคู่คมที่เธอเผลอไปสบตามองกลับมาราวกับจะเอาเรื่อง

"อย่าาาา" ทาริกาสะดุ้งเฮือกสุดตัว ความฝันเเบบนี้กลับมาอีกแล้ว เธอไม่ฝันมานานหลายปีแล้ว เช็ดเหงื่อจากหน้าแล้วหันไปดึงผ้าห่มของลูกน้อยที่ถูกเจ้าตัวถีบลงไปกองที่ปลายเท้ามาห่มให้สภาพเดิม

 

บรรยากาศวันนี้คึกคักไปทั่วบริเวณบ้านหลังใหญ่ที่สุดในละแวก งานเลี้ยงสังสรรค์ที่มีอาหารรสเลิศ เครื่องดื่มหลากหลายชนิด บรรยากาศหรูหรา สวยงามแต่ก็มีกลิ่นอายของความเป็นกันเองอยู่มาก นั่นเพราะถูกทีมออแกไนต์เจ้าดังเนรมิตสร้างอย่างพิถีพิถันมากนั่นเอง แขกผู้มีเกียรติที่เข้ามาร่วมส่วนใหญ่เป็นบรรดาไฮโซ ดารา คนดัง ในแวดวงชั้นสูง ทุกๆคนต่างกล่าวชื่นชมกับสิ่งๆนี้และนั่นก็เรียกรอยยิ้มจากเจ้าสัวคณิน พงศ์ไพศาล ที่ใช้งานนี้เลี้ยงต้อนรับลูกชายคนสุดท้องที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศและรวบเป็นงานเปิดตัวเขาในฐานะของทายาทรุ่นใหม่ที่จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในเครือพงศ์ไพศาลกรุ๊ปต่อจากท่านเสียเลย

ไงตัวแสบของน้าคิม ไม่ยอมพูดยอมจาเลยนะ” สอบถามหลานชายคนเดียวและเป็นหลานคนเดียวของทั้งวงศ์ตระกูลด้วย

ก็ทับทิมนะสิครับ ทับทิมไม่ยอมมาเล่นกับน้องนนท์”พูดไปด้วยสีหน้าเซื่องซึม เด็กน้อยไปตามเพื่อนรักตั้งแต่ตอนงานยังไม่เริ่มด้วยซ้ำ แต่คุณน้าบ้านตรงข้ามไม่ยอมอนุญาติให้ทับทิมมาเล่นกับเขาท่าเดียว ไม่เคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นมาก่อน เนื่องจากไม่เคยมีใครกล้าขัดใจเลยสักครั้ง คณานนท์จึงต้องมานั่งทำหน้าเศร้าหน้าทีวี

ทับทิมเหรอใครกัน?” เสียงเบาเหมือนจะอยู่ในลำคอมากกว่าเป็นคำถาม

อ้าว! คิมมาอยู่กับน้องนนท์ตรงหน้านี้เอง คุณพ่อคุณแม่ท่านกำลังตามหาเราอยู่นะ เห็นบอกว่าจะแนะนำเราให้เพื่อนๆของท่านรู้จัก รีบไปหาพ่อกับแม่เสียสิ” คนานางค์ พงศ์ไพศาลพี่สาวคนโตและพ่วงตำเเหน่งคุณแม่ใบเลี้ยงเดียวเอ่ยปากกับน้องชายสุดที่รัก แต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้สนใจคำพูดของเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะยังสาละวนอยู่กับสมาร์ทโฟนเครื่องหรูใกล้ๆกับบุตรชาย คนานางค์เบ้ปากมองบนเอือมระอา จากนั้นเธอหันไปมองหน้าเด็กชายด้วยสีหน้าจริงจัง

เป็นอะไรครับน้องนนท์ ใครขัดใจลูกหรือเปล่าบอกคุณแม่มาสิครับ” เพราะสีหน้าที่แสดงออกมาทำให้เธอเข้าใจในรูปแบบนั้น

แม่ แม่ไปคุยกับน้าทรายให้หน่อยสิครับ น้าทรายใจร้ายไม่ยอมให้ทับทิมมาเล่นกับน้องนนท์” ได้ทีเล่นใหญ่ คณานนท์แสร้งทำเสียงสั่นๆเหมือนคนจะร้องไห้เสียด้วย

โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับคนเก่ง เดี๋ยวแม่ไปคุยกับน้าทรายให้เองครับ รับรองทับทิมต้องมาเล่นเป็นเพื่อนกับลูกแน่นอน” ซิงเกิ้ลมัมตามใจลูกชายเสมอ

คุณแม่สัญญานะครับ” คณานนท์เกี่ยวก้อยและรอคำตอบ

ครับ แม่สัญญา” เกี่ยวก้อยกลับและส่งยิ้มในคำสัญญาแต่ดูเหมือนลูกชายไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หนัก

แต่เมื่อวานทับทิมก็สัญญากันน้องนนท์แบบคุณแม่ แต่ทับทิมก็ยังผิดสัญญากับลูก” อ้อนมารดาของเขาต่อไป

เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้าทับทิมกับน้าทรายยังไม่ยอม แม่จะไปขออนุญาตคุณยายพลอยประดับดีไหมครับ รับรองเลยว่าทับทิมต้องยอมมาบ้านของเราอย่างแน่นอน” ทันทีที่ได้ยินอย่างนั้นจากปากมารดา เด็กน้อยหน้าตาเศร้าก็เปลี่ยนมาเป็นยิ้มร่าเริงกระโดดกอดคอหอมแก้มคุณแม่ซ้ายขวาทันที...คนานางค์มองลูกชายอย่างแสนรัก ความสุขของลูกคือความสุขของเธอ เพราะต้องแยกทางกับสามีทำให้เด็กน้อยมีปมเรื่องครอบครัวอยู่แล้ว เพราะเหตุนี้สำหรับเรื่องอื่นๆไม่มีใครกล้าขัดใจ น้องนนท์ เด็กชายคณานนท์ พงศ์ไพศาลหลานชายเจ้าสัวใหญ่เจ้าพ่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คนนี้เลยสักคน

 

คิมหันต์ยังคงนั่งนิ่งๆ เขาไม่สนใจเรื่องราวต่างๆบนหน้าจอแอลดีอีตั้งแต่ได้ยินชื่อของผู้หญิงใจร้ายจากปากของหลานชายแล้ว

ทาริกา ไม่ว่าเมื่อก่อนหรือถึงตอนนี้ เธอมันใจร้ายจริงๆ

 

คิมหันต์ลุกขึ้นอย่างสง่างาม ก่อนตัดสินใจเดินออกไปยังงานเลี้ยงด้านนอก เวลานี้เขาควรใส่ใจและให้ความสำคัญกับเรื่องงานบริหารธุรกิจภายในครอบครัวมาเป็นอันดับที่หนึ่ง...ลืมเรื่องที่หาสาระไม่เจอพวกนั้นเสียเถอะคิม ไม่มีค่าให้เปลืองพื้นที่สมองของนายเลยสักนิด เขาก้าวเดินออกไปพร้อมความมั่นใจ ทุกคนที่มาร่วมงานต่างพากันหันมาจ้องมองที่เขา

นายทำได้ดีมากคิม

ใช่แล้ว...คนอย่างคิมหันต์ทำทุกเรื่องได้ดีตลอดมา

 

แกกล้าดียังไงขัดใจคนบ้านนั้นห่ะ ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วทำไมไม่จำนังทราย” คุณนายใส่อารมณ์ลงไปกับคนในสายที่กำลังสนทนาด้วยไม่น้อยเลย

ค่ะทรายเข้าใจแล้วค่ะคุณนาย” ทาริกาตอบอย่างเหนื่อยใจ

เร็วๆเข้าล่ะ” แล้วปลายสายก็วางไป คุณแม่คนสวยหันไปมองลูกน้อยที่ไม่ได้สนใจเธอเลยสักนิด เด็กหญิงกำลังขีดๆ เขียนๆ การบ้านด้วยความตั้งใจ ภาพนั้นสร้างรอยยิ้มภูมิใจให้คนเป็นมารดา สำหรับเรื่องการเรียนแล้วน้องทับทิมทำได้ดีมากมาโดยตลอด

น้องทับทิมคะ” ลูบผมลูกสาวตัวน้อยอย่างรักใคร่ ใครจะว่าเธออย่างไงก็เรื่องของคนอื่น รู้แต่เพียงว่าลูกสาวเกิดขึ้นจากความรักของเธอ...แม้จะเป็นฝ่ายที่รักเขาฝ่ายเดียวก็ตาม

ขาคุณแม่” หนูน้อยหันมามอง แต่ยังไม่วางดินสอลายการ์ตูนญี่ปุ่นน่ารักลง

ทำการบ้านใกล้เสร็จหรือยังคะเด็กดีของแม่” เด็กน้อยหันไปมองสมุดและตำราเรียนของตน เปิดๆปิดๆเล่มนู้นเล่มนี้ไปมา ก่อนส่งยิ้มตอบคำถามมารดา

เหลือโจทย์เลขข้อนี้ข้อสุดท้ายแล้วค่ะ”

เสร็จแล้วจะทำอะไรต่อคะ?” เด็กน้อยทำสีหน้านึกคิด

อืมม...น้องทับทิมต้องซักถุงเท้าค่ะแล้วต่อด้วยไปนวดให้คุณยายสายใจ” เด็กน้อยถูกเลี้ยงดูให้ทำงานและรับผิดชอบในงานเล็กๆของตนเอง เหตุนี้น้องทับทิมจึงมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

แล้วน้องทับทิมไม่อยากไปเล่นกับน้องนนท์ที่บ้านโน้นเหรอคะ?” คำพูดของมารดาทำเด็กสาวหน้าสลดลง ทำไมจะไม่อยากไปแต่เธอไม่กล้าขัดคำสั่งมารดาต่างหาก

ไม่อยากไปค่ะ” คำพูดและสีหน้าที่ไม่ไปในทิศทางเดียวกัน ผู้ใหญ่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อนดูออกอย่างไม่ยาก

แต่แม่อนุญาตแล้วนะคะ ถ้าน้องทับทิมบอกแม่ว่าอยากไป แม่ก็จะให้หนูไป” ความเอื้ออาทรของมารดาทำให้เด็กน้อยวัย 8 ขวบยิ้มออก

อยากไปเหรอคะ บอกแม่ได้มั้ยน๊าทำไมคนเก่งขอแม่ถึงอยากไป”

น้องทับทิมอยากไปค่ะเพราะน้องทับทิมชอบเล่นกับนนท์ แล้วนนท์ยังบอกว่ามีขนมอร่อยๆที่ทับทิมชอบทั้งนั้นเลยค่ะ” ยิ้มหวานถูกส่งให้มารดา เพียงแต่เหตุผลที่แท้จริงนั้นไม่ได้หลุดออกจากปาก...หากไม่ใช่คุณหนูนนท์หลานเจ้าสัวคนดังแล้ว...เด็กคนอื่นๆไม่มีใครอยากเป็นเพื่อนหรืออยากสุงสิงกับหนูน้อยนะหรอก...เด็กฉลาดอย่างทับทิมรู้ดีว่าเรื่องนี้คุณแม่คนสวยของเธอไม่ควรรับรู้

หนูน้อยไม่อยากเห็นคุณแม่ต้องแอบไปร้องไห้อีก

 

เด็กหญิงทับทิมวัย 8 ขวบแต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดสวยที่สุดเท่าที่เธอมี เดินออกมาจากบ้านแล้วไหว้คุณตารปภ ที่ยืนดูแลความเรียบร้อยอยู่หน้ารั้วบ้านหลังโต ก่อนที่สายตาคู่น้อยจะเบิกกว้างตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของงานเลี้ยงเบื้องหน้า หนูน้อยเดินไปตามพื้นถนนคอนกรีตที่ทอดแนวยาว บ้านหลังนี้เธอเดินเข้าออกมาเป็นเวลาหลายปี ทุกพื้นที่ทุกตารางรู้ดีไม่แตกต่างกับคนที่เป็นเจ้าของบ้าน

ทับทิมเราอยู่ทางนี้” คณานนท์ที่นั่งรออยู่บริเวณลานน้ำพุกว้างตะโกนเรียกอย่างยินดี แม้ในงานจะมีเด็กรุ่นราวคราวเดียวอยู่หลายคน แต่ไม่มีใครสามารถคลายความเหงาให้กับเขาได้

เรามาแล้วนนท์” ทับทิมวิ่งเข้าไปหาเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวของเธอ

มาช้าจังเลย เรานั่งรอตั้งนานแล้ว” เด็กชายยังบ่นไปเรื่อย

เราขอโทษนะ เราทำการบ้านเพิ่งเสร็จนะ”

อย่ามาโกหกเราเลย เรารู้ว่าน้าทรายไม่ยอมให้ทับทิมมาเล่นกับเราต่างหาก” เด็กชายฝีปากกล้าไม่ยอมลดลาวาศอก

นนท์อย่ามาว่าแม่ของทับทิมอย่างนี้นะ” เด็กสาวหน้ายู้ ไม่ชอบคำพูดของเพื่อนสนิท

ก็ได้ เราไปกินขนมดีกว่า มีเค้กช๊อตโกแลตของโปรดทับทิมด้วยนะ” เพื่อนสนิทสองคนยิ้มให้กันอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ก่อนหน้าเพิ่งทะเลาะกันมามาดๆ ทั้งคู่มุ่งไปยังโต๊ะอาหารที่วางเรียงรายมากมายตะลานตา เด็กสาวมองสิ่งตรงหน้าอย่างตื่นเต้น เธอเคยทานของพวกนี้บ่อยๆยามมาเล่นกับเพื่อนรักที่บ้านหลังนี้ แต่ถ้าจำนวนมากมายขนาดนี้ ...ทับทิมเพิ่งเคยเห็นครั้งนี้ครั้งแรก หนูน้อยถือจานเซรามิกใบเล็กเดินดูอาหารหลากหลายไปมาไม่ได้แตะต้องมัน... สายตาเฝ้ามองหาแต่ของโปรด

เอ๊ะ! อยู่นั่นเอง

มือเล็กและสั้นต้องช้ากว่าคนที่โตแล้วอย่างเลี่ยงไม่ได้ เค้กช๊อตโกแลตชิ้นสุดท้ายถูกคนอื่นตัดหน้าเธอไปเสียแล้ว เด็กหญิงแอบกลืนน้ำลายลงคออยู่ข้างๆมุมเสาโรมันต้นใหญ่ เมื่อเห็นผู้ชายคนนั้นตักมันเข้าปากไปทีละคำสองคำ คิมหันต์รู้สึกเหมือนถูกจ้องมอง แล้วเขาก็หันไปมองยังเป้าหมายที่เป็นเพียงเด็กหญิงหน้าตาน่ารัก เจ้าหล่อนหลบสายตาทันทีที่เขาหันไปมอง

หึ! เด็กคนนี้...ใครกันนะ? คุ้นๆเหมือนเคยเห็นหน้าที่ไหนมาก่อน

น้าคิมครับ” เสียงหลานชายแทรกเข้ามา

ไงครับ ตัวแสบ” คิมหันต์วางจานที่มีคราบเค้กลงแล้วอุ้มหลานชายขึ้นมา

เอ๊ะ ทับทิมอยู่ตรงนี้เอง เราหาทับทิมตั้งนาน นี่ไงเค้กช๊อตโกแลตของโปรดของทับทิม” เด็กน้อยชี้ไปยังถาดกระเบื้องลวดลายงดงามที่ว่างเปล่า

อ้าว หมดแล้วเหรอ” เสียงเด็กน้อยอ่อนลง นึกสงสารเพื่อนรักที่อดกินของโปรด

ไม่เป็นไรหรอกนนท์ ทับทิมกินอย่างอื่นได้ น่ากินทุกอย่างเลยนะ” เด็กหญิงกลบเกลื้อนด้วยยิ้มสดใสแจกจ่ายไปให้สองหนุ่มต่างวัย รอยยิ้มนั้นทำเอาหัวใจของหนุ่มไอโซกระตุกถี่ๆ ... ความรู้สึกแรกที่เห็นหน้า เห็นรอยยิ้มและได้ยินเสียงคือ...น่าเอ็นดูปนเปกับความน่าสงสาร

เขารู้สึกขึ้นมาเอง

ใครเหรอครับตัวแสบของน้า”

ทับทิมครับ เพื่อนของนนท์เอง ทับทิมนี่น้าคิมสุดหล่อของเรานะ” เด็กหญิงแก้มแดงรีบวางจานในมือก่อนพนมไหว้ย่อตัวผู้ใหญ่ตรงหน้าอย่างงดงาม


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha