เชลยหัวใจซาตาน (จบบริบูรณ์)

โดย: wipawa



ตอนที่ 3 : ของเล่นแสนหวาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

ณคหาสน์ปริยาภัสร์กุล

หลังกลับมาจากมหาวิทยาลัยหญิงสาวก็มาทำหน้าที่ลูกที่ดีโดยการช่วยคุณหญิงประภาศรีทำอาหารเลี้ยงต้อนรับลูกชายเเละเเน่นอนเธอยังคงจำได้ดีว่าเขาคือใคร

เขาคือคนที่ทำร้ายเธอเเละมารดาวันนั้นกุลธิดายอมรับว่าตอนนั้นนึกเคืองที่เขาบังอาจมาทำร้ายเเม่ของตนเอง

เเต่ตอนนี้เธอกับไม่ถือโทษโกรธเขาเเล้วเพราะเธออยากให้เรื่องเลวร้ายมันจบไปพร้อมกับเเม่ของเธอเเละเธอก็หวังว่าตอนนี้เขาคงจะไม่ถือโทษโกรธเคืองมารดาเเล้วเเต่เธอคิดผิดเพราะอีกฝ่ายกำลังคิดเเผนที่จะเเก้เเค้นเธออยู่...

 

เวลาต่อมาสิปปนนท์เดินทางมาถึงบ้านเเสนรักของตนเองเเล้วเเละก็กำลังนั่งคุยกับบิดาอยู่ด้วยท่าทางสบายใจ

ตอนนี้เขาชักจะอยากเห็นหน้าน้องสาวคนสวยตนเองเเล้วสิเขานึกย้อนไปตอนที่กำลังสนทนาอยู่กับฉัตรพลพอเขารู้ว่าสาวสวยที่เดินผ่านคนนั้นคือใครเท่านั้นเเหละต่อมอาฆาตพยาบาทของเขาเริ่มทำงานทันที

"ตันหยงเป็นเด็กน่ารักพ่อรับรองว่าลูกต้องรักน้องเเน่นอน" เเละพอยิ่งได้ยินบิดาชมเด็กนั่นความหมั่นไส้มันก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

'คงจะเสเเสร้งเเกล้งทำเหมือนกับเเม่เเกน่ะสิไม่น่าพ่อเเม่ฉันถึงหลงเชื่อว่าเเกมันเป็นเด็กดี' เขาคิดในใจเพราะในความคิดของเขาลูกไม้ไม่มีทางหล่นไกลต้นเเน่นอนเเม่มันเป็นอย่างไรลูกมันก็ต้องเป็นเเบบนั้น...!

"ตามาร์คดูสิเเม่พาใครมาน้องตันหยงน้องสาวของลูกไงดูสิน่ารักมั้ย"

"สวัสดีค่ะ..."เด็กสาวยกมือไหว้เเต่เขากลับไม่สนใจเเถมยังเบือนหน้าหนีด้วยซ้ำ

การกระทำแบบนั้นมันทำให้เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อยเธอคิดว่าเขาเเละเธอจะเป็นมิตรกันได้เเต่ดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะไม่เป็นมิตรด้วยเลย

คุณอนันต์เห็นดังนั้นก็มีท่าทีไม่สบายใจเล็กน้อยที่ดูเหมือนว่าลูกชายจะยังไม่เลิกอคติ

"เข้าไปนั่งใกล้ๆพี่ชายของลูกสิจ๊ะตันหยง"

เธอเดินเข้าไปนั่งข้างเขาตามคำขอของเเม่ทูนหัวสิปปนนท์อยากจะไล่เด็กนี่ไปไกลๆเเต่ก็ต้องจำใจนั่งข้างๆเธอ  

งานเลี้ยงเต็มไปด้วยความสุขสำหรับสิปปนนท์เเต่มันก็เต็มไปด้วยความอึดอัดสำหรับกุลธิดา

"เอ่อ...พรุ่งนี้เป็นหยุดของหนูนี่ตันหยงว่างๆก็พาพี่เขาไปเที่ยวหน่อยสิลูกตามาร์คไม่ได้มากรุงเทพหลายปีเเล้วคงจะอยากเที่ยวบ้าง" คุณอนันต์วานกุลธิดาให้ดูเเลลูกชายเพราะเขากับภรรยาคงไม่มีเวลาว่างพอที่จะพาลูกชายออกไปเที่ยว

"ได้ค่ะคุณพ่อ..."เธอยอมรับปากทั้งๆที่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามรังเกียจเธอเพียงใดเขามีท่าทีเฉยๆกับเรื่องที่บิดาบอกกับกุลธิดา

"ไม่เห็นจะต้องลำบากเขาเลยครับคุณพ่อ  สองสามวันนี้ผมว่าจะใช้เวลาว่างอ่านเเผนงานของบริษัทเพราะอีกไม่กี่วันผมก็จะต้องเข้าไปทำงานในบริษัทบองคุณพ่อเเล้ว"

"ลูกคิดได้อย่างนั้นก็ดีเเล้วจ๊ะเเต่อย่าเครียดมากนะลูก  เเละอย่าลืมสอนน้องด้วยนะเพราะตันหยงก็ต้องไปเป็นเลขาของลูกเพื่อฝึกงานระหว่างที่ใกล้เรียนจบ "

"อะไรนะครับ" นี่พ่อเเม่คงจะอยากให้ยัยนี่เป็นพี่น้องกับเขาจริงๆใช่ไหมถึงหาเรื่องให้เขาสนิทสนมกับเธออย่างเดียวได้เขาจะยอมเป็นพี่น้องกับเธอเเต่เป็นพี่น้องท้องชนกันนะ

เขาคิดเเผนชั่วออกทันใดเมื่อเห็นว่ามีเวลาอยู่ด้วยกันสองต่อสองกับยัยนี่ทั้งวัน

'ดีล่ะสงสัยคืนนี้ต้องรับน้องหน่อยเเล้ว...' เเผนการชั่วร้ายเกิดขึ้นบนหัวสมองเขาทันใด

 

หลังจากจบปาร์ตี้อันเเสนอึดอัดกุลธิดาก็อาบน้ำเตรียมจะเข้านอน

ก๊อกๆๆ  

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหญิงสาวคิดว่าคงเป็นคุณประภาศรีจึงรีบเดินไปเปิดเเต่พอเปิดออกเเล้วเห็นว่าเป็นใครเธอถึงกับเกือบจะปิดประตูใส่

"พะ...พี่มาร์คมีธุระอะไรกับตันหยงหรือคะ" เธอเอ่ยเสียงสั่นด้วยความกลัว

เมื่อเห็นรอยยิ้มพร้อมกับเเววตาหื่นกระหายที่มองมาทางเธอตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนสายเดี่ยวสีขาวเนื้อผ้าเป็นผ้าซาตินบางเบาจึงทำให้เขามองเห็นเเทบทะลุปรุโปร่ง

เธอรีบไปหยิมเสื้อคลุมมาใส่ทันทีเเต่ทางด้านผู้บุกรุกเขาเดินเข้ามาในห้องเธออย่าถือวิสาสะก่อนจะปิดประตูเเละลงกอนทำเอาหญิงสาวถึงกับใจหาย

"พี่มาร์คจะทำอะไรคะ" เธอทำท่าตื่นตระหนกก่อนจะเดินถอยหลังจนล้มลงบนเตียงเพราะฝ่ายตรงข้ามพยายามเดินเข้ามาหาเธอ  

เธอล้มลงไปนอนหงายบนเตียงจนชายกระโปรงชุดนอนเปิดออกทำให้เห็นอันเดอร์เเวร์ตัวสวยที่เธอใส่  เเละสิ่งนั้นก็เป็นสิ่งปลุกใจเสือชั้นดีเขาขึ้นทาบทับร่างบางเขาจับเเขนเรียวสวยเเยกออกจากกันจนทำให้อกสวยเเอ่นขึ้นกลิ่นหอมจากตัวเธอผิวสวยทรวงอกอวบอิ่มนั่นทำให้เขาเเทบคลั่ง

"จะรับน้องไง" คำตอบพร้อมกับการกระทำนั้นทำให้เธอกรีดร้องพร้อมกับดิ้นออกเพื่อเอาตัวรอดแต่ไม่มีใครได้ยินเสียงเธอเนื่องจากห้องนอนทุกห้องของคฤหาสน์ล้วนเเต่เป็นห้องเก็บเสียง

"ฮึก...ฮือๆๆปล่อยฉันเถอะนะคะเเม่ฉันก็เสียไปเเล้วอย่าทำอะไรฉันเลย" น้ำตานั้นไม่ได้ทำให้เขาสงสารเลยเเม้เเต่น้อยเเต่ทำให้เขานึกซะใจมากกว่า

เขาซุกไซร้ซอกคองามระหงอย่างดิบเถื่อนพร้อมกับกระชากชุดนอนตัวบางออกไปด้วยทำให้ร่างงามตรงหน้าเหลือเพียงบาร์เซียเเละอันเดอร์เเวร์ตัวจิ๋ว

ชายหนุ่มกดจูบปากสวยหวานด้วยความป่าเถื่อนทำให้ปากบางสวยบวมเจ่อเเละความหอมหวานนั้นทำให้ความป่าเถื่อนของเขาเพิ่มขึ้นเพราะต้องการจะตักตวงความหอมหวานจากร่างบางจนกว่าจะพอใจเขากำลังตกตะลึงอยู่กับอกอวบใหญ่เกินขนาดตัว

"เห็นตัวเล็กอย่างนี้ไม่คิดเลยนะว่าเธอจะซ้อนความอวบใหญ่นี้ไว้ข้างใน"เขาพูดด้วยน้ำเสียงเเหบพร่าจากนั้นก็กระชากบาร์ออกจากอกสวย

สิปปนนท์มองความอวบอิ่มตรงหน้าอย่างตื่นตาอกอวบขาวเนียนตรงปลายยอดถันนั้นเป็นสีชมพูหวานมันสร้างความต้องการให้เขาอย่างมาก

ทางด้านหญิงสาวเมื่อรู้ว่าวันนี้เธอคงไม่รอดจึงยอมเเพ้ให้เขาย้ำยีทั้งน้ำตาชายหนุ่มบีบเคล้นอกสวยอย่างรุนเเรงตามอารมณ์

"อะ...โอ๊ย" เสียงอุทานเพราะความเจ็บดังขึ้นเเต่อย่าหวังว่าคนอย่างเขาจะสงสารเขาก้มลงดูดยอดถันสีหวานตามใจชอบส่วนมืออีกข้างก็ปรนเปรอเต้าสวยด้วยอย่างไม่ให้น้อยหน้า

"อ๊ะ...อ๊า" เสียงครางของเจ้าของดังขึ้นเมื่อเขาดูดดื่มเต้าสวยสองข้างผลัดกันไปมาจนหนำใจก่อนจะระดมปากเเละจมูกซุกไซร้มัน

เขาลุกขึ้นเมื่อคิดได้ว่าวันนี้เขาควรจะปล่อยเธอไว้ก่อนเนื่องจากตนเองมีเวลาอีกเยอะดังนั้นจึงคิดว่าจะจัดการกับเธอเมื่อไหร่ก็ได้เขายังไม่อยากจะมีอะไรกับเธอตอนนี้

"วันนี้ฉันจะปล่อยเธอไปก่อนวันนึงเเละวันหลังค่อยมา'เล่น'กันใหม่นะ'ของเล่น'ชิ้นใหม่ของฉัน" เขายิ้มเยาะพร้อมกับทิ้งท้ายด้วยคำที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเจ็บ

ก่อนจะหอมเเก้มนุ่มนั้นฟอดใหญ่จากนั้นก็เดินออกไปจากห้องนี้ด้วยความพอใจเเละซะใจ

'ของเล่นอย่างนั้นเหรอฉันนี่หน้าสมเพชจริงๆ'เธอคิดทั้งน้ำตาก่อนจะรีบใส่เสื้อผ้าพร้อมกับเดินไปล็อคประตูทันทีต่อไปนี้เธอคงต้องระวังตัวมากกว่าเดิมเธอจะไม่ยอมเป็นของเล่นของใครทั้งนั้น...!

 

เช้าวันต่อมากุลธิดาตื่นขึ้นมาด้วยสภาวะจิตใจที่ไม่ค่อยจะสดชื่นเเจ่มใสสักเท่าไรเพราะเรื่องเมื่อคืนยังคงทำให้หญิงสาวทั้งกลัวเเละเจ็บใจไปพร้อมๆกันเมื่อคืนเธอพยายามลากโต๊ะเครื่องเเป้งเเละข้าวของที่หนักๆมากั้นประตูไว้เพราะกลัวว่าคนใจร้ายจะเข้ามาย้ำยีเธออีก

เเละเช้านี้ก็เป็นเหมือนกับฝันร้ายของเธอเธอถูกผู้ใหญ่ทั้งสองให้ไปนั่งทานอาหารเช้าข้างๆพี่ชายนอกไส้ซึ่งหญิงสาวเองก็ปฏิเสธไม่ได้ 

ทางด้านชายหนุ่มนั้นพอเห็นหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างสวยหวานเขาก็ปั่นประสาทเธอด้วยการจ้องมองร่างบางด้วยสายตาหื่นกระหายพร้อมกับลอบเลียริมฝีปากหนาของตัวเองซึ่งการกระทำนั้นมันก็ทำให้หญิงสาวเริ่มหวั่นใจเพราะกลัวว่าตนเองจะโดนเหมือนเมื่อคืน

สิปปนนท์ยังคงรู้สึกถูกใจกับร่างกายอันโอชะที่เขาได้ลิ้มลองเพียงนิดเดียวเเต่ยังไงซะสักวันเขาก็จะได้ครอบครองเรือนร่างของเธอเพียงผู้เดียวเเละเธอก็จะต้องสมยอมให้เขาเพราะยังไงซะเขาก็จะพูดจาหว่านล้อมเธอจนกว่าเธอจะยอมเป็นนางบำเรอของเขานี่คือเเผนชั่วร้ายที่เขาได้คิดไว้เเละเขาก็จะทำตามเเผนที่วางไว้ให้ได้

"เป็นไงบ้างจ๊ะ...ลูกรักเมื่อคืนหลับสบายมั้ย" คุณหญิงเอ่ยเปิดการสนทนาด้วยการทักทายลูกชาย

"สบายดีครับเเม่อาจเป็นเพราะผม'ดื่มนม'ก่อนนอน" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยิ้มร่าเเละมองกุลธิดาเล่นเอาเธอเเทบสำลักน้ำที่เพิ่งจะดื่มไปเพียงเพราะเขาย้ำเตือนความจำที่เเสนจะโหดร้ายสำหรับเธอเมื่อคืน

"ยังไงวันนี้ก็ตั้งใจเรียนรู้เเผนงานที่บริษัทนะลูกเเละอย่าลืมช่วยสอนงานน้องด้วย" ทางด้านบิดามารดานั้นยังไม่รู้ว่าเมื่อคืนลูกรักได้ทำวีรกรรมอะไรไว้จึงชวนคุยด้วยท่าทีสบายใจ

"ครับพ่อผมจะดูเเลน้อง'อย่างดี' เลย" เขาเน้นคำว่าอย่างดีจึงทำให้กุลธิดาเริ่มหวาดกลัวขึ้นมา

 

เวลาต่อมา

หลังจากที่ส่งคุณหญิงประภาศรีเเละคุณอนันต์เสร็จเธอก็มาหาที่นั่งทำการบ้านที่สวนหลังบ้านเธอปล่อยใจไปกับการบ้านที่ต้องทำจึงไม่มีเวลาที่จะคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับตนเอง  เเต่ในระหว่างนั้นเอง...

ฟอด!

หมับ!

สิปปนนท์เดินย่องมาทางด้านหลังของเธอพร้อมกับหอมเเก้มนุ่มนั้นฟอดใหญ่เขาล็อคตัวเธอไว้พร้อมกับเคล้นคลึงอกสวยอย่างมันส์มือหญิงสาวอยากจะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นเเต่ก็ทำไม่ได้เพราะเขาปิดปากเธอไว้

"เรียนไปก็ปวดหัวเปล่าๆมาหาเรื่องอะไรทำเเก้เครียดกันเถอะสาวน้อย..." เขาพูดด้วยน้ำเสียงเเหบพร่าพร้อมกับดึงตัวเธอลุกขึ้นจากเก้าอี้หญิงสาวทำท่าจะพูดเเต่กลับโดนข่มขู่ด้วยคำพูดคมๆ

"ถ้าเธอเสียงดังฉันจะจับเธอทำเมียต่อหน้าคนใช้นี่เเหละถ้าไม่เชื่อลองดูก็ได้นะ" เธอเเทบไม่กล้าจะขยับตัวเลยสักนิดเพราะเธอเชื่อว่าเขาต้องกล้าทำเเน่นอน

หญิงสาวยอมเดินตามเเรงจูงของเขาไปตามคฤหาสน์ก่อนจะตกใจจนอยากจะเดินกลับเมื่อเขาบังคับให้เธอเดินเข้าไปในห้องตนเอง

ชสิปปนนท์เห็นท่าทางกลัวๆของเธอจึงเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมาเขาอุ้มเธอขึ้นจากนั้นก็โยนร่างบางสวยไว้บนเตียงขนาดคิงส์ไซต์ของเขาอย่างเเรงพร้อมกับล็อคประตูห้อง

เธอพยายามจะลุกขึ้นจากเตียงเเต่ก็โดนร่างหนาของสิปนนท์ขึ้นมาทาบทับไว้เธอเเทบน้ำตาไหลเมื่อคิดว่าจะโดนกระทำเหมือนเมื่อคืน

"ปล่อยนะอย่าทำอะไรฉันเลย" เธอร้องขอด้วยความหวาดกลัว

"ทำไมฉันต้องเชื่อเธอฉันเกลียดเธอเเละเเม่เธอฉันจะทำให้เธอเเละผู้หญิงเเพศยาคนนั้นได้รู้รสความเจ็บปวดกี่ปีเเล้วที่เเม่ฉันต้องเจ็บปวดกี่ปีเเล้วที่เเม่ฉันต้องยอมเสียคนรักให้เเม่เธอเธอมันก็เป็นผู้หญิงเเพศยาไม่ต่างจากเเม่เธอหรอกเธอคิดว่าฉันจะยอมอยู่ใต้ชายคาเดียวกับเธออย่างมีความสุขเหรอมันไม่มีวันนั้นหลอก...!"

ร่างสูงเริ่มเดือดดาลเมื่อคิดถึงความเจ็บปวดที่มารดาเคยได้รับมาเป็นเวลานานถึงเเม้ตอนนี้ท่านจะมีความสุขเเล้วเเต่มันก็ไม่สามารถชดเชยความทุกข์ระทมเมื่อหลายปีก่อนได้

ทางด้านหญิงสาวนั้นน้ำตาของเธอถึงกับไหลพรากเธอนึกสงสารมารดาเหลือเกินที่จากไปโดยไม่ได้รับการอโหสิกรรมจากคนตรงหน้านอกจากเขาจะไม่อโหสิกรรมเเล้วเขายังกร่นด่ามารดาของเธอด้วยสายตาเชือดเฉือนจิตใจคนเป็นลูกอีกด้วย

"ฮึก...คุณต้องการอะไรบอกมาฉันขอเพียงเเค่คุณหายโกรธเเม่ฉันอโหสิกรรมให้ท่านฉันยอมทุกอย่างที่คุณต้องการอยากได้อะไรก็บอกมาสิฮือ..." เธอตัดสนใจพูดในสิ่งที่เธอต้องการเธอทำใจไม่ได้ที่ต้องให้มารดาจากไปอย่างทุกข์ใจเเถมยังไม่ได้รับการอโหสิดรรมอีกเพราะฉะนั้นเธอยอมทุกอย่างขอเพียงเเค่เขาอโหสิกรรมให้มารดาเเละเลิกกร่นด่าเเม่ของเธอเพื่อมารดาจะได้จากไปอย่างสบายใจ

"หึ...สัญญาก่อนสิว่าเธอจะทำตามข้อเสนอของฉันถ้าเธอทำฉันจะทำใจปล่อยวางกับอดีต" ร่างหนากระตุกยิ้มพอใจเมื่อเหยื่อติดเบดพร้อมกับหอมเเก้มนุ่มนั้น

"ได้ฉันจะยอมทำตาม" เธอยอมตอบรับโดยไม่รู้ว่าข้อเสนอนั้นคืออะไร

"ยอมเป็นนางบำเรอของฉันฉันจะเลิกด่าเเม่เธอเเละอีกอย่างเธอก็จะได้ชดใช้บุญคุณพ่อเเม่ฉันที่ท่านเลี้ยงดูเธอมาด้วยนะคิดดูสิเธอได้ทั้งตอบเเทนบุญคุณเเละทำให้เเม่เธอไปดีด้วยนะ"เธอจุกจนพูดไม่ออกเมื่อรู้ว่าชีวิตเธอคงถึงคราวตกต่ำที่สุดเเล้วร่างบางน้ำตาไหลก่อนจะยอมตอบรับคนที่อยู่เหนือกว่า

"ได้...ฉันตกลง"เธอตอบด้วยน้ำเสียงเเห่งความเจ็บปวดเมื่อเเน่ใจกับคำตอบของตนเองเเล้ว

เธอจะยอมตกต่ำเพื่อที่จะได้ทำให้เเม่ผู้ที่จากไปสบายใจท่านจะได้ไม่ต้องทุกข์ทนที่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อยวางเเละอโหสิให้

"ดีมากรอรับความสุขจากฉันได้เลยสาวน้อย..."

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha