เหมือนฝันวันรักซาตาน(จบบริบูรณ์)

โดย: ธเนศวร



ตอนที่ 1 : เหมือนฝันวันรักซาตาน


ตอนต่อไป

             1     

 

“กลับมาแล้วหรือลูก”

นางกัลยาเอ่ยถามบุรุษหนุ่มร่างสูงหน้าตาคมสัน ที่กำลังเดินตรงเข้ามาหานางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บนใบหน้าสวยแต่มีริ้วรอยตามวัยประดับไปด้วยรอยยิ้ม นางพิศมองหน้าผู้ชายที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นบุตรชายคนเดียว ดวงตาใหญ่ดำคลับคมดุดุจดังพญาอินทรีย์ ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสวยตามแบบฉบับของผู้ชาย และนั่นก็เป็นเครื่องบ่งชี้ว่าผู้ชายคนนี้ปากคอเราะร้ายได้อย่างไม่เบาเลยเชียวล่ะ

“สวัสดีครับคุณแม่...”

 ชายหนุ่มมาดเข้มเอ่ยทักทายมารดาผู้ให้กำเนิด มือแกร่งทั้งสองยกขึ้นพนมไหว้

“ยัยดาล่ะครับ ไม่อยู่เหรอ ผมกลับมายังไม่เห็นเลย” อนาวินถามหาน้องสาวเพียงคนเดียวของเขาด้วยน้ำเสียงเอื้ออาทร

“ไม่อยู่หรอกจ้ะ น้องก็ออกไปเที่ยวเล่นตามประสาคนว่างงาน เห็นว่าวันนี้เพื่อนเขาหยุดงานด้วยพอดี เลยนัดมานอนค้างแล้วออกไปเที่ยวข้างนอกด้วยกัน  วินล่ะลูกวันนี้ไม่มีนัดกับสาวที่ไหนเหรอถึงได้กลับเข้ามาที่บ้านได้น่ะหือม์”

มารดากระเซ้า ที่บุตรชายตัวดีต้องหัวเราะน้อยๆ ให้กับคำสัพยอกแกมเหน็บเล็กๆ ของนาง

“ไม่ไหวล่ะครับ ชักจะเบื่อวันนี้ขอมานอนค้างที่บ้านสักคืนก่อนกลับไปลุยงานต่อนะครับแม่”

“หึๆๆ...พูดแบบนี้แสดงว่าสาวตามจับ หรือว่าแม่อาจจะมีสะใภ้ตัวจริงกับเขาเร็วๆ นี้กันล่ะหึ ลูกชายสุดหล่อของแม่ถึงได้ทำท่าว่าเบื่อผู้หญิงพวกนั้นแล้ว”

คนเป็นมารดาอดไม่ได้ก็เหน็บแนมเอาอีก ก็ลูกชายของนางออกจะเสน่ห์แรง แต่เจ้าประคุณก็ไม่ยอมมีแฟนแบบเป็นตัวเป็นตนกับเขาสักที ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัยบริหารเสน่ห์ของตัวเองลอยไปลอยมา ไม่คิดจริงจังกับชีวิตคู่จนหน้าหมั่นไส้ อนาวินเลยต้องเข้าไปกอดประจบคนที่รู้เท่าทันตนเอาไว้หลวมๆ อย่างเอาใจด้วยความรัก ถึงเขาจะไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหนเลยที่ผ่านเข้ามาในวงโคจรชีวิต แต่สำหรับผู้หญิงสองคนนี้คือแม่กับน้องสาว เขาพร้อมดูแลและปกป้องให้อย่างดีที่สุด

“โธ่..ผมคิดถึงคุณแม่กับยัยดาบ้างไม่ได้หรือไงครับ อยู่คนเดียวทุกวันผมก็เหงาต้องหาสาวๆ มาช่วยคลายเหงาบ้างมันก็เรื่องธรรมดา ถ้าผมมีเมียแล้วก็ว่าไปอย่าง”

“ย่ะ...พ่อรูปหล่อพ่อคนเสน่ห์แรง พูดก็พูดเถอะเมื่อไหร่วินจะมีเมีย แม่ชักอยากอุ้มหลานแล้วนะ”

“ยังครับ คุณแม่อย่าถามเรื่องนี้ได้ม้ายย...”

ชายหนุ่มตัวโตโอดครวญ

“ผมยังไม่อยากมีเมีย พวกผู้หญิงน่าเบื่อครับ ชอบคอยตามจิก”

“ฮึ...ก็แกมันคาสโนว่าตัวพ่อนี่ตาวิน ระวังเถอะสักวันเจอคนที่อยากได้มาเป็นเมีย เขาจะไม่ยอมเชื่อน้ำคำ”

ว่าบุตรชายคนโต แล้วนางกัลยาก็พลางหัวเราะมองค้อนควับด้วยความหมั่นไส้ระคนเอ็นดู

“ฮึ...แล้วทำมาเป็นพูดว่าคิดถึงแม่คิดถึงน้อง อ้างว่าเหงา แม่เห็นเขาลงข่าวทุกวันว่านักธุรกิจหนุ่มใหญ่ไฟแรง อักษรนำหน้าว่า อ.ลงท้ายด้วย น.เปลี่ยนสาวคู่ควงแบบไม่มีซ้ำหน้าในแต่ละวัน”

“โธ่...คุณแม่จะเชื่ออะไรกับข่าวไร้สาระพวกนั้นล่ะครับ ที่เขาเขียนก็ต้องใส่สีตีไข่เพื่อที่จะให้ข่าวของเขาขายได้ จริงๆ แล้วมันก็เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างก็ว่ากันไปเรื่อยเปื่อย เห็นคนอ่านชอบตรงไหนยังไงก็ปั่นขยี้กันตรงนั้น”

“จ้า...แล้วตรงไหนล่ะที่ว่าเป็นจริงของลูกชายฉันน่ะ ถามจริงๆ เถอะพ่อคุ๊ณว่ามันใช่ไอ้ตรงที่ใช้ผู้หญิงเปลืองนั่นหรือเปล่าล่ะ หือม์...”

“คงงั้นมั้งครับ ฮ่าๆๆๆ...โธ่คุณแม่คร๊าบ”

อนาวินหัวเราะ พลางทำเสียงโอดครวญ อย่างให้ความรู้สึกน่าหมั่นไส้สำหรับอารมณ์ของคนฟัง

“ไม่เอาล่ะครับ...ผมว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า ผมขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีกว่านะครับผม ทำงานมาทั้งวันเหนื่อยร้อนเหนียวตัวจะแย่ เดี๋ยวผมลงมานะครับ”

ว่าแล้วร่างสูงตรงของชายหนุ่มมาดเข้มก็ก้าวยาวๆ เดินห่างออกไปด้วยท่วงท่าที่ดูแล้วสง่างาม จนผู้เป็นมารดาอดที่จะมองตามบุตรชายตัวโตของนางไปด้วยสายตาชื่นชมไม่ได้ พลางส่ายหัวยิ้มๆ ค้อนให้แผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างนึกขวางๆ เมื่อคุยกันถึงเรื่องสาวๆ แล้วบุตรชายตัวโตของนางก็หาเรื่องชิ่งหนี มันเป็นอย่างนี้อยู่เรื่อยเมื่อเจอคำถามเรื่องเมื่อไหร่จะมีเมีย อนาวินก็จะหาทางแถเพื่อเอาตัวรอดตลอด

 

อนาวินต้องขมวดคิ้วดกหนาเข้าหากันด้วยความแปลกใจ เมื่อเขาเปิดประตูห้องนอนของตัวเองให้กว้างออก แล้วสายตาคมปะทะเข้ากับบางสิ่ง สาใยตาคมดุกวาดมองไปทั่วๆ ห้องอีกครั้งก่อนมองย้อนกลับมาที่จุดเดิม เขาจำได้ว่าบนโต๊ะกลมตรงหัวเตียงนอนชิดริมหน้าต่างตัวนั้นมันไม่เคยมีแจกันดอกไม้วางตั้งอยู่ หึๆๆๆ...แล้วใครกันเป็นคนเอามันมาวางไว้ตรงนั้น แต่ก็ดี มันให้ความรู้สึกที่สดชื่นดีไม่เลวอยู่นะ 

เอ...หรือคุณแม่จะเซอร์ไพร์ รู้ว่าวันนี้ลูกชายจะกลับมานอนที่บ้าน เลยแอบจัดแจกันมาไว้ให้ แต่...เอ ไม่น่าจะใช่ เขาไม่ได้บอกนี่นาว่าวันนี้จะมาแล้วคุณแม่จะรู้ได้อย่างไร งั้นฝีมือใคร ใครมันบังอาจเข้ามายุ่มย่ามในห้องนอนส่วนตัวของเขาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต อย่าให้รู้นะ พ่อจะเล่นงานเสียให้รู้มือ

อนาวินคาดโทษ สายตาไม่ได้ละไปจาก แจกันแก้วเจียรนัยเนื้อดีที่มีกุหลาบสีแดงสดแรกแย้มปักอยู่ราวๆ เกือบยี่สิบดอก

“ใครวะ...”

อนาวินบ่นเบาๆ อย่างหัวเสีย พลางก้าวเข้าไปดึงกุหลาบในแจกันขึ้นมาพิศมองดอกหนึ่ง แล้วยิ้มเหยียดที่ในหัวสมองของเขากลับคิดถึงผู้หญิงสาวสดใสวัยน่ารักขึ้นมา ถึงจะไม่พอใจและไม่ชอบให้ใครล่วงล้ำเข้ามาในอานาจักรส่วนตัวที่เป็นของเขา แต่หากเวลานี้เขากลับกำลังรู้สึกพึงพอใจกับความหอมหวานของช่อกุหลาบในมือ

“ผู้หญิง...”

อนาวินคิดในใจ ในแวบแรกที่ได้สัมผัสความงดงามของช่อกุหลาบในมือ แปลก ทำไมเขาจะต้องลับคิดถึงผู้หญิงที่ควรสวยสะอาด ผุดผาด และแสนบริสุทธิ์

“หึๆๆๆ...”

ทำไมสมองของเขาถึงต้องนึกไปถึงสาวน้อยแรกรุ่นด้วยนะ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยมีรสนิยมชอบเด็กมาก่อน

อนาวินปักกุหลาบลงที่เดิมพร้อมๆ กับส่ายหัวไปมาให้กับความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง จากนั้นเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหลังใหญ่ของตัวเองออก หวังเพียงเพื่อจะคว้าเสื้อผ้าสักชุดมาโยนวางไว้บนเตียง เพื่อที่รอให้เขาอาบน้ำเสร็จแล้วจะได้ออกมาใส่มัน แต่ก็ต้องชะงักเมื่อภายในตู้ที่เคยมีแต่ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเขา เวลานี้มันดันเกิดจะมีเสื้อคลุมสีเทาอ่อนและครีมอ่อนของผู้หญิงแขวนรวมอยู่ข้างในนั้นด้วย

“ของใครวะ...”

แล้วทำไมมันถึงได้มาแขวนรวมอยู่ในตู้เสื้อผ้าของเขา หรือจะเป็นของยัยดา ใครเก็บผิดมาแขวนในตู้เขาหรือไง ก็ไม่น่าจะใช่ งั้นของใครวะ หรือจะของเพื่อนยัยดาที่คุณแม่พูดถึง ชายหนุ่มคิดพลางไล่กวาดสายตาคมไปเรื่อยๆ

เอ...จะว่าเป็นของผู้หญิงแล้วทำไมไม่มีกระโปรงเลยสักชุด เห็นมีแต่กางเกงยีนส์

“หรือ...ว่า...” อนาวินพูดสบถเสียงเครียด

“มิน่าล่ะ...ถึงได้เข้ามานอนในห้องของผู้ชาย”

อนาวินกัดฟันเสียงดังกร๊อดอย่างไม่พอใจ ก่อนที่เขาจะเลือกคว้าแต่ของตัวเองออกมาโยนไปไว้บนเตียงนอน แล้วตัวเองก็เดินหายเข้าไปในห้องน้ำ สักครู่จึงกลับออกมาแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าลำลองเป็นชุดที่ใส่อยู่กับบ้านแบบสบายๆ  รีบเร่งก้าวลงมายังชั้นล่างอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องที่เขาสงสัยกับคนเป็นมารดา

“มีคนใช้ห้องผมหรือครับคุณแม่”

สิ้นเสียงถามห้าวๆ คล้ายไม่พอใจปนอยู่ นางกัลยาหันมองมาทางบุตรชายตัวโตของนาง

“อือม์จ้ะ...จริงสิแม่ลืมไปเลย เพื่อนยัยดาน่ะลูก น้องเขามาค้างได้สองคืนแล้ว เดี๋ยวแม่ให้เด็กจัดห้องให้ลูกใหม่แล้วกันนะ เพราะครั้นจะให้หนูวาเป็นคนย้ายไปอยู่ห้องอื่นเสียเองแม่ว่ามันคงดูน่าเกลียดเสียมารยาทเกินไปไม่ดี เราให้เขาอยู่ห้องนั้นแล้วก็ควรให้เขาอยู่ต่อ ส่วนคราวหน้าวินจะ กลับบ้านบอกล่วงหน้าแม่บ้างก็จะดี”

นางกัลยาพูดพร้อมๆ กับหันไปสั่งเด็กรับใช้ให้ขึ้นไปจัดห้องให้บุตรชายใหม่ โดยไม่รอฟังความสมัครใจของเจ้าตัวก่อน

“อ้าว...ทำไมงั้นล่ะครับ”

“มันเป็นความผิดของวินนะที่ไม่ยอมบอกล่วงหน้าว่าเราจะกลับมาค้าง แม่เลยยกห้องของเราให้หนูวาไปแล้ว”

“ว่าแต่ใครกันครับเพื่อนยัยดาคนนี้ ผมรู้จักหรือเปล่า” นางกัลยาทำท่านึก หลังได้ยินคำถามของชายหนุ่ม ก่อนพูดออกมาด้วยเสียงนุ่มๆ ว่า

“น่าจะไม่นะลูก หนูวารุณีเคยมาบ้านเราหลายครั้งแต่ว่าน้องน่าจะไม่เคยเจอกันกับลูกหรอก”

“เหรอครับ...” อนาวินทำท่าว่ารับรู้ แต่ก็ยังถามต่ออีก

“แล้วยัยหนูวาของคุณแม่นี่ ลูกเต้าเหล่าใครครับ หน้าตาเป็นยังไง ทำงานอะไรที่ไหน คุณแม่พอทราบไหมครับ”

“โอ้โห...ตาวิน” นางกัลยามองคนถามที่รัวมาเป็นชุด พลางหัวเราะเบาๆ อย่างนึกขำ

“จะสอบสวนผู้ต้องหาหรือยังไงกันจ๊ะพ่อคุณ ถามมาเสียยิบขนาดนี้ แม่ว่าถ้าวินอยากรู้เอาไว้สอบหนูวาเอาเองไหม”

คนเป็นมารดาพูดประชด แต่คนเป็นบุตรชายของนางกลับไหวไหล่อย่างไม่เดือดร้อน

“ก็เขามานอนค้างอ้างแรมที่บ้านเรา รู้ไว้ไม่เสียหายอะไรนี่ครับ”

“จ้า...”

แต่คนเป็นแม่อย่างนางถึงจะนึกหมั่นไส้ ก็อดมองดูคนพูดที่เวลานี้เดินหนีไปเปิดทีวีนอนดูเหมือนสบายอารมณ์อย่างเอ็นดูไม่ได้อยู่ดี แถมพ่อตัวดีก็ยังอดเอ่ยถามคำถามที่ถามถึงเพื่อนน้องสาวขึ้นมาอีกด้วยคำถามที่ทำเอาคนเป็นแม่อย่างนางกัลยาถึงกับต้องสายหัว

“ว่าแต่...ยัยหนูวาอะไรนี่ เป็นผู้หญิงแน่ๆ หรือครับคุณแม่ ผมเห็นในตู้เสื้อผ้ามีแต่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์”

“ลูกกำลังคิดมากไปหรือเปล่าฮึตาวิน”

“ไม่รู้สิครับ...แต่ผมหวังว่ายัยนี่จะไม่ใช่พวกที่จำเพศของตัวเองไม่ได้หรอกนะครับ”

“แม่ว่าไม่ใช่หรอกจ้ะ ไม่ใช่แน่ๆ  ยัยหนูวาออกจะน่ารัก ถึงน้องจะไม่ได้ดูว่าเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้แต่น้องก็เป็นผู้หญิงแท้ๆ อย่างแน่นอน”

นางกัลยาตอบคำถามพร้อมๆ ทั้งที่นางเดินเข้ามาตบไหล่หนาของบุตรชายเพียงคนเดียวของนางเบาๆ อย่างเป็นการปลอบโยนพลางพูดว่า...

“เรื่องมันนานมาแล้วนะตาวิน ลูกควรลืมๆ มันไปได้แล้ว อีกอย่างน้องก็กลับมาเป็นน้องสาวที่น่ารักของวินเหมือนเดิมแล้วนะลูก อย่าปล่อยให้เรื่องในอดีตมาทำร้ายคนอื่นที่ยืนอยู่ในปัจจุบันสิ คนพวกนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายไปเสียทุกคนหรอกนะวิน แม่เองอยากให้วินเปิดใจ อย่าเอาคนไม่ดีเพียงคนเดียวมาตัดสินว่าอีกหลายๆ คนเขาจะไม่ดีไปด้วยนะลูก”

อนาวิน ถอนหายใจหนักๆ ออกมา เขารู้ว่ามารดากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ ก็เรื่องเมื่อหลายปีก่อนนั่นไง ที่น้องสาวของเขาเกือบต้องฆ่าตัวตายเพราะดันไปเกิดจะมีใจเสน่หาเพื่อนเพศเดียวกันเข้า หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือน้องสาวเขารักชอบพวกทอมบอยนั่นแหละ และเหตุการณ์ครั้งนั้นมันก็ทำเอาอนาวินจำฝังใจ แล้วเขาก็เกลียดคนพวกนี้เข้าไส้

“ยังไงผมก็จะไม่ยอมให้ยัยดาคบกับพวกไม่รู้จักเพศของตัวเองอีกเด็ดขาดครับ”

อนาวินพูดด้วยน้ำเสียงมั่นคงจริงจังประดุจหนึ่งหินผา และเย็นยะเยือกราวน้ำแข็งขั้วโลกที่คนเป็นแม่ฟังแล้วได้แต่ทอดถอนลมหายใจ นางคงไม่อาจเปลี่ยนความรู้สึกในหัวใจของชายหนุ่มได้

“เฮ้อ...จ้ะ ตามใจวิน”

 มารดาพูดพร้อมๆ กับพยักหน้าให้อย่างเป็นการยอมรับและเข้าใจในความต้องการของบุตรชาย ก่อนนางจะเดินหายเข้าไปในครัวเพื่อจัดเตรียมเรื่องอาหารการกิน ปล่อยทิ้งให้บุตรชายนั่งอยู่หน้าจอทีวีตามลำพัง

 


ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha