เหมือนฝันวันรักซาตาน(จบบริบูรณ์)

โดย: ธเนศวร



ตอนที่ 2 : เหมือนฝันวันรักซาตาน


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป

             2.

 

เสียงเครื่องมือสื่อสารที่กรีดเสียงร้องทำให้อนาวินละสายตาจากหน้าจอทีวีมามองจอมือถือของตัวเอง ก่อนกดรับและกรอกเสียงห้าวๆ ลงไป

“ฮัลโล...”

“ฮัลโล...พี่วินหรือคะ พี่วินอยู่ที่ไหนคะเนี่ย”

แต่อนาวินก็พูดได้ไม่ทันเสียงใสๆ จากสาวสวยปลายสายที่ดังแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว

“คิดถึงพี่วินจังเลยค่ะ เมื่อไหร่จะกลับบ้านเราคะ วันนี้มาไหมดามีคนอยากแนะนำให้พี่วินได้รู้จัก”

“พี่อยู่บ้าน เราล่ะอยู่ไหน เมื่อไหร่จะกลับ พี่รอทานข้าวเย็นอยู่นะ”

ชายหนุ่มกรอกเสียงลงไปตามสาย ทว่าหูของเขากลับได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งดังแทรกมาและเสียงนั้นมันดูจะช่างฟังขัดหูสำหรับเขาเสียเหลือเกิน ให้ตายเถอะ... อนาวินเลยสบถอย่างอารมณ์เสีย

“ห่า...เสียงใครวะ...”

“ว่าไงวะไอ้ดา...ตกลงแกจะเอายังไงก็บอกมาสักที จะกลับบ้านหรือว่าให้ไปไหนต่อ รอฟังอยู่นะโว้ย”

น้ำเสียงนี้คือเสียงที่อนาวินได้ยิน คือเสียงของวารุณีที่เอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยความสนิทสนมมากเป็นพิเศษ เลยทำให้ขัดหูคนบังเอิญได้ยินมันอย่างอนาวินเข้า เลยพาลให้น้ำเสียงประโยคต่อมาของอนาวินที่คุยกับน้องสาวคนสวยจึงออกจะพาลๆ

“เสียงใครยัยดา...” มันห้วนชนิดที่น้องสาวยังต้องลอบกลืนน้ำลาย หันมองเพื่อนสาวที่ทำหน้าที่สารถีซึ่งกำลังมองมาทางเธอด้วยสายตาเขียวปัด

“แฮะๆๆ...เสียงเพื่อนดาเองค่ะพี่วิน”

แต่ดาริกาก็เลือกที่จะตอบคำถามของคนเป็นพี่ชายก่อน ก่อนที่จะเอามือป้องโทรศัพท์แล้วตอบคำถามเพื่อนสาวบ้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายที่รอคอยก็เริ่มจะมีอารมณ์แล้วเหมือนกัน

“กลับบ้านเลยจ้าวาจ๋า”

และหลังจากคุยกับเพื่อนสาวเสร็จ ดาริกาก็คุยโทรศัพท์ต่อกับคนเป็นพี่ชาย ที่ยังพูดมาด้วยเสียงไม่พอใจเป็นอย่างมาก

“กลับบ้านมาเดี๋ยวนี้ยัยดา” อนาวินสั่งน้องสาวเสียงเข้ม

“ค่า...กำลังกลับค่ะพี่วินขา แล้วพบกันนะคะ แค่นี้ก่อนนะคะพี่วิน” พูดจบดาริกาก็ชิงวางสาย พลางหันมาคุยกับเพื่อนสาวของเธอต่อ

“อะไรไอ้ดา ทำหน้ายังกับฟังพระเทศมา”

“ฮ่าๆๆๆ...ยิ่งกว่าอีก วันนี้พี่วินกลับบ้านด้วยล่ะ ที่เราอยากแนะนำให้ดารู้จักอ่ะ”

ดารากาบอกเพื่อนสาวแล้วอมยิ้มด้วยท่าทางฝันเฟื่อง ก็จะไม่ให้ฝันเฟื่องได้ยังไง ในเมื่อเธออยากจับคู่ให้กับพี่ชาย

“ใครกันพี่วินที่ว่า”

วารุณีฟังคำของเพื่อนสาวแล้วก็อดหันมาถามด้วยท่าทางแปลกใจไปกับอาการของเพื่อนสาวไม่ได้

“ก็พี่วิน อนาวิน พี่ชายสุดหล่อของเพื่อนไง”

“หล่อขนาดไหน พระเอกหนังฮอลิวูดได้มะ หรือออกแนวๆ สามีแห่งชาติไรงี้”

วารุณีถามติดตลก ก็เพื่อนสาวทำท่าทางอย่างกับนายนี่หล่อเหลาจนต้องฟินเวอร์ซะขนาดนั้น

“เออ...เอาน่า หล่อก็แล้วกัน แล้วจะแนะนำให้รู้จัก รับรองว่าต้องติดใจจนร้องขอมานอนค้างที่บ้านฉันบ่อยๆ เลยแหละ”

“โห...ถ้านายนี่หล่อขนาดนั้นฉันว่าคงไม่เหลือจนตกมาถึงท้องฉันแล้วมั้ง เมียเขาคงมีเป็นโขยงเมียเป็นพรวน”

“ฮ่าๆๆๆ...หล่อมากเท่ห์มากแต่ยังไม่มีเมียนาจา ยกให้เอาไหม”

“เออ...นะ ถ้าตอบว่าเอาก็บ้าแล้ว” สองสาวพูดแล้วก็หัวเราะกันอย่างครื้นเครง

“เอาหน่อยน่า หล่อมากบอกเลย” ดาริกายังไม่วายกระเซ้า

“บรึ๊ย...ไม่ล่ะ ไม่รู้หล่อยังไงถึงได้ไม่มีใครเอา ว่าแต่อายุเท่าไหร่แล้วถึงยังโสด” วารุณีบอกพลางส่ายหน้าดิก หล่อแต่ไม่มีใครเอา มันคือหล่อแบบไหนกันหว่า

“สามสิบแปดปีนี้แหละ”

“นั่นไง...ว่าละถึงได้ไม่มีใครเอา แก่...ขนาด...บรึ๊ยคุณวารุณีรับไม่ได้นะคะเพื่อน ต่อให้หล่อรวยโปรไฟล์ดีแค่ไหนก็ไม่เอานาจา วุ้ย...แค่คิดก็สยอง”

“เอ้า...เอาเข้าไป พูดเข้า เล่นเอาซะพี่ชายฉันเสียหมด ไว้รอดูตัวจริงก่อนไหมขี้คร้านจะรีบเปลี่ยนใจแทบไม่ทัน”

“ไม่เอาล่ะ ต่อให้หล่อรวย หุ่นน่าฟัด ปากน่ากัด ไอ้นั่นใหญ่ยาวเร้าใจแค่ไหนก็ไม่เอาหรอก ยังไม่อยากมีห่วงมาผูกคอตอนนี้”

“เอาหน่อยน่า...ไม่สนจริงเหรอ ห่วงมันน่าให้ผูกคอมากจริงๆ นะ”

“ไม่ล่ะ เซโน...ยกให้คนอื่นไปก่อนละกัน ไว้พร้อมเมื่อไหร่ถูกใจคนไหนขึ้นมาจะตีหัวลากขึ้นเตียงเอามาข่มขืนเอง”

“หึๆๆๆ...แล้วจะเสียใจที่รีบปฏิเสธ เห็นของแล้วอย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังนะ”

“ไม่เปลี่ยนใจหรอก ยังไม่คิดเรื่องนั้นจริงๆ”

วารุณีโต้กลับกับเพื่อนสาว สักพักก็หักพวงมาลัยรถเลี้ยวเข้าบ้าน

บ้านที่หลังใหญ่มากๆ แถมปลูกสร้างอย่างทันสมัย สถานที่โดยรอบตกแต่งอย่างเรียบหรู บ่งบอกถึงฐานะและรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างดีเยี่ยมเชียวว่าไม่ธรรมดา

“ไม่เอาจริงนะ...ถึงบ้านแล้วนะเออ...” ดาริกายังไม่วายหันมากระเซ้าเพื่อนสาวด้วยเรื่องพี่ชายสุดหล่อของตัวเองอีกครั้ง แถมด้วยการเอียงคอมองมาอย่างล้อๆ

“เออ...ไม่เอา เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้วน่าไอ้ดา บอกไม่เอาก็ไม่เอาสิ ยังไม่อยากมีผัว อย่างที่บอกถ้าอยากมีวันไหนตีหัวลากเข้าห้องเอาเลยไม่ลำบากอ่อยให้เสียเสียเวลาหรอก”

ทันทีที่รถจอดนิ่งสนิทดี ดาริการีบเปิดประตูลงจากรถ แต่ก็ยังไม่วายร้องตะโกนคุยกับคนที่ยังนั่งอยู่ในรถอยู่อีก

“แล้วอย่ามาขอร้องให้ช่วยหาทางตีหัวพี่วินของเค้าทีหลังนะเอ้า...ไม่ช่วยแล้วนะบอกซะก่อน”

“บอกให้เลิกพูดได้แล้วไงไอ้ดา” คนที่ลงจากรถทีหลังบอกเพื่อนอีกครั้งอย่างเริ่มจะมีอารมณ์ แต่คนโดนว่ากลับหัวเราะคิกวิ่งหนีเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

“อย่าหนีนะไอ้ดา ถ้าจับได้ล่ะก็แม่จะเล่นให้หนัก...” สองสาววิ่งไล่จับกันเข้ามาภายในบ้านราวกับเด็กตัวเล็ก กำลังวิ่งไล่จับกัน ทว่าไม่นานพลันก็ต้องหยุดกึก เพราะน้ำเสียงแสดงความไม่พอใจของใครคนหนึ่งที่ดังมาราวกับสายฟ้าฟาด

“ยัยดา!...อะไรกัน โตแล้วนะ มาวิ่งไล่จับกันเป็นเด็กขาดการอบรมไปได้”

และน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างยิ่งยวดของอีกฝ่าย มันก็ทำให้วารุณีหัน ขวับไปมองเจ้าของเสียงด้วยอารมณ์ไม่พอใจอย่างไม่แพ้กัน พอเห็นเจ้าของร่างสูง เธอนึกอยากเอาอะไรกระแทกปากมอมๆ ที่ไม่สมใบหน้าหล่อเหลานั้นนักเชียว ผู้ชายบ้าหน้าตาโคตรดี เสียทีที่ปากร้ายไม่เข้าท่า

“โธ่...พี่วินขา”

ผิดกับสาวน้อยอีกคนที่คงยิ้มหวานแถมเดินเข้าไปหาผู้ชายหล่อเหลาแต่ปากรรไกรคนนั้นด้วยท่าทางออดอ้อนประจบประแจง ก่อนจะหันมาบอกกับเพื่อนสาวของตัวเองอีกครั้ง

“นี่ไงพี่วิน  พี่ชายสุดหล่อของดา แล้วก็เป็นลูกชายสุดที่รักของคุณกัลยา” วารุณีเลิกคิ้วขึ้นมองหน้าเพื่อนสาว แล้วทำท่าไหวไหล่ แต่เธอก็จำต้องทำความเคารพฝ่ายที่กำลังยืนมองมา แถมยังทำหน้าดุที่หญิงสาวเห็นแล้วโคตรจะขัดใจ

“สวัสดีค่ะ”                              

“พี่วินขา นี่วา...วารุณี เพื่อนของดาค่ะ”

“อือม์...”

แค่นั้นสั้นๆ สำหรับคำตอบรับของอนาวิน เขามองเพื่อนน้องสาวด้วยสายตาบอกความไม่ชอบใจ เพราะรู้สึกไม่ถูกตาต้องใจกับการแต่งตัวของเจ้าหล่อน

และเมื่อเห็นพี่ชายแค่ทำเสียงว่ารับรู้ ดาริกาจึงทำหน้างอกระเง้ากระงอดใส่พี่ชาย พลางต่อว่า

“อือม์...แค่เนี้ยเหรอพี่วิน พูดอะไรที่มันฟังดูดีกว่านี้หน่อยได้ไหมคะ อุตส่าห์พาสาวมาแนะนำให้รู้จักทั้งที พูดดีๆ หน่อยซี”

“ก็จะให้พูดอะไรล่ะ” คนพูดยังไม่วายตวัดสายตาคมมองเพื่อนน้องสาวด้วยสายตาเบื่อหน่าย

“ก็อย่างยินดีที่ได้รู้จักครับไรงี้”

คนเป็นน้องสาวบอก แต่คนเป็นพี่ชายกลับทำเฉย แถมยังหันหลังเดินห่างออกไป เป็นเหตุให้คนเป็นน้องสาวต้องวิ่งตามมาออดอ้อน

ส่วนทางด้านวารุณี...

“ไม่เห็นจะยินดีสักนิด...”

หญิงสาวบ่นเบาๆ ขณะเดินตามหลังสองพี่น้องนั้นไป แต่ก็เหมือนว่าอนาวินจะมีหูทิพย์มั้ง เพราะเขาหยุดเดินแล้วหันขวับกลับมามองเธอทันที ทั้งๆ ที่เธอก็พูดไม่ได้ดังสักหน่อย

ทางด้านเพื่อนสาวตัวดีอย่างยัยดาริกาตัวแสบก็ดันหัวเราะคิกvอย่างชอบอกชอบใจ

“นี่เธอพูดว่าอะไรนะเมื่อตะกี้...ฉันฟังไม่ถนัด” เขาถามหล่อนเสียงเขียวเลย แต่มีหรือคนอย่างวารุณีจะยอมรับ

“เปล่า...”

หญิงสาวตอบเขาเสียงสูง พลางยักไหล่ด้วยท่าทางยียวนแบบกวนๆ

 แต่แล้วทุกอย่างก็ยุดติลงแค่นั้น เมื่อเสียงของคุณกัลยาเอ่ยแทรกราวกับต้องการจะห้ามสงครามน้ำลายในครั้งนี้ของหนุ่มสาว

“มากันแล้วเหรอลูก...อ้าวหนูวาเป็นอะไรจ๊ะหน้าหงิกเชียวลูก”

“คะ...ไม่มีอะไรค่ะคุณป้า วาแค่เบื่อพวกฟอร์มจัด”

“นี่เธอ...ว่าใคร...”

อนาวินอดรนทนไม่ได้ก็แทรกกลางขึ้นมาเมื่อเขาถูกอีกฝ่ายพูดจากระทบกระเทียบ แต่ก็ต้องทำหน้าขัดใจเมื่อถูกคุณกัลยาปราม

“เอ๊ะ...ตาวินนี่ยังไง น้องยังไม่ทันจะเอ่ยชื่อใคร ร้อนตัวทำไมล่ะเรา”

พอคุณกัลยาพูดมาแบบนั้น วารุณีเลยยิ้มกริ่ม หันมายักคิ้วให้ชายหนุ่มอย่างเป็นการเย้ยหยัน ก่อนเดินเข้าไปหาคุณกัลยาด้วยท่าทางประจบประแจง ที่คุณกันยาเองเห็นยังอดยิ้มให้ด้วยความเอ็นดูไม่ได้

“คุณป้ามีอะไรให้วาช่วยทำไหมคะ...”

“ไม่มีจ้ะ...เดี๋ยวขึ้นไปอาบน้ำอาบท่ากันก่อนดีไหมจ๊ะ ทั้งสองคน แล้วค่อยลงมาช่วยแม่กินอาหารที่เตรียมไว้”

เมื่อคุณกัลยาพูดจบ สามสาวก็หัวเราะน้อยๆ ให้กัน ก่อนที่สองสาวที่เพิ่งมาใหม่จะน้อมรับคำสั่งและทำตามด้วยการเดินหายขึ้นไปยังชั้นบนด้วยท่าทางสนิทสนมกันเป็นอันมาก แต่มันก็ช่างดูขัดตาสำหรับชายหนุ่มเจ้าของนามอนาวินเหลือเกิน

“ยัยนี่ไม่ใช่ทอมแน่เหรอครับคุณแม่...”

ชายหนุ่มเอ่ยถามมารดา พลางพาร่างสูงๆ ไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวใหญ่สีเบส

“แน่สิลูก...ถามอะไรอย่างนั้นล่ะวิน น้องมาได้ยินเข้าจะเสียใจ”

นางกัลยาบอกลูกชาย พลางมองด้วยสายตาปรามๆ ที่ทำให้อนาวินต้องเหยียดยิ้มมุมปาก ส่วนในสมองพลางคิด หากยัยนี่เป็นทอม เขาจะจับเหวี่ยงลงกลางเตียงแล้วปฏิบัติการ...เอา...จนเปลี่ยนเป็นผู้หญิงเลยคอยดู

หึ...หึ...หึ...

“ผมไม่ค่อยมั่นใจว่ายัยนี่จะเป็นผู้หญิงจริง ท่าทางอย่างกับม้าดีดกะโหลก”

“คิดมากน่าตาวิน”

“คุณแม่ก็ดูเถอะครับ ยัยนั่นแต่งตัวอย่างกับผู้ชาย แถมท่าทางก็ไม่ได้จะมาทางผู้หญิงเลยอีกต่างหาก จะไม่ให้ผมคิดได้ยังไง”

“ตาวินนี่ ไม่เอาน่า ดูสิไปว่าน้อง...”

“ถ้าจับได้ว่าไม่ใช่ผู้หญิง ผมจะสั่งสอนให้เจ็บแสบเลย ไม่แน่อาจเตะให้คอหักตายไป” บุตรชายพูดด้วยท่าทางจริงจัง

แต่คนเป็นแม่กลับอดหัวเราะขำไม่ได้ ก็ดูเถอะว่าลูกชายของนางทำท่าทางราวกับตัวเองเป็นเด็กเล็กๆ ที่ถูกขัดใจแล้วพาลพาโล มีอย่างหรือตัวเองเป็นผู้ชายบอกจะเตะผู้หญิงให้คอหัก โถลูกหนอลูก

“โอ๊ย...ตาวิน ชักจะฟุ้งซ่านไปกันใหญ่แล้วลูก ไม่เอาล่ะแม่ว่าเราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่า แม่ไปสั่งเด็กให้ตั้งโต๊ะก่อน เดี๋ยวน้องลงมาจะได้กินข้าวกัน”

นางกัลยาพูด พร้อมเดินห่างออกไป แต่ก็ยังไม่วายหันมอง แล้วก็หลุดยิ้มเมื่อเห็นบุตรชายมาดเข้มของนางยังไม่ละสายตาคมจากทางขึ้นชั้นสอง ที่ป่านนี้น้องๆ คงอยู่ในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วแต่เจ้าประคุณก็ยังไม่วายมองทางอย่างเอาเรื่อง

 

 


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha