เขี้ยวพิศวาส

โดย: มนกร



ตอนที่ 5 : เจ้าของคฤหาสน์ผู้ลึกลับกับแขกสาวจอมจุ้น


ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป






“นี่ฉัน...มาที่นี่ทำไมเนี่ย?”


เธอถามตัวเอง แต่มีคนตอบ

“มาหาใคร!” ไม่มีเสียงฝีเท้าแม้แต่นิด เธอเงยหน้ามองเจ้าของคำถามที่ยืนอยู่บนบันไดอันวิจิตร เขาอยู่ในชุดสูทสีดำ เนี๊ยบ หรูหรา สวมหน้ากากทองคำครึ่งหน้าเอาไว้ โดยเผยเพียงจมูกและปากเท่านั้น

“ฉัน...เอ่อ...ฉันมาหาเจ้าของผ้าผืนนี้” เธอดึงผ้าผืนนั้นออกจากกระเป๋าสะพายแล้วโชว์ให้เขาดู “ผ้าผืนนี้ปักอักษรคำว่าคฤหาสน์แสงจันทร์เอาไว้ ซึ่งก็คือที่นี่”

“มันสำคัญยังไง?”

“เขาช่วยชีวิตฉัน และเขาขโมยของสำคัญของฉันด้วย นายพญาอยู่ที่นี่รึเปล่าคะ”

“เธอกล้ามากนะที่มาที่นี่”

“ฉันต้องการของๆฉันคืนค่ะ ขอความกรุณา”

ชายหนุ่มยิ้มเย้ยเล็กๆ ก่อนหันหลังให้แขกไม่ได้รับเชิญ “ที่นี่ไม่มีใครที่เธออยากเจอ เชิญกลับไปได้”

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าจะได้เจอเขา”

“งั้นเธอก็คงต้องอยู่ที่นี่ไปจนตาย”

น้ำเสียงเย้ยหยันของเขาทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจอย่างแรง

“ฉันรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่”

“แต่เธอไม่มีเหตุผลจะอยู่ที่นี่” เขาบอกเท่านั้น แล้วก็ก้าวขึ้นบันไดไปอย่างเงียบเชียบ แต่รวดเร็ว


หญิงสาวรีบก้าวขึ้นบันได เร่งฝีเท้า ตามติดเขาไปจนถึงชั้นบนสุดของคฤหาสน์ ซึ่งทำให้เธอตะลึงตาค้างไปเลยทีเดียว เธอไม่คิดว่าจะได้เห็นศิลปะการตกแต่งอันงดงามและตระกรานตาราวกับโรงแรมห้าดาวสุดคลาสสิคบนนี้  

บนชั้นนี้...ราวกับบ้านของขุนนางยุโรปในสมัยก่อนอย่างไรอย่างนั้น ทุกอย่างเก่าแก่ แต่คลาสสิค ล้ำค่า หรูหรา สะอาดสะอ้านและเนี๊ยบเฉียบทุกซอกทุกมุม...ต่างกับชั้นล่างๆ ราวฟ้ากับเหว!!!

“ว๊าว....สวยมาก...สวยจนบรรยายไม่ถูกเลย” 

“ใครเชิญให้เธอขึ้นมามิทราบ!!!” น้ำเสียงของเขาบ่งบอกว่าไม่พอใจสุดๆ “ลงไปเดี๋ยวนี้!!!!

“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้นจนกว่าฉันจะได้เจอนายพญาและของๆฉันที่เขาเอามา”

ดื้อ...ซะจริง

“ผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย  ออกไปจากบ้านผมซะ”

คำเตือนของเขาไร้ความหมาย ราวกับเธอหูหนวกไปแล้ว เธอหันไปมองห้องโถงขนาดใหญ่ทางขวามือ เธอเดินเข้าไปในนั้นราวกับถูกสะกด แล้วเธอก็ได้พบกับโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ บนนั้นมีเชิงเทียนสวยงามและไวน์ขวดงามดูหรูหรา

“ไวน์แดงจากอิตาลี ขวดนี้ของปี 70” เธอเดินไปดูใกล้ๆแล้วคว้ามันขึ้นมาดู ก่อนหันไปมองด้านหลัง ซึ่งมีตู้ขนาดใหญ่ที่บรรจุขวดไวน์ไว้หลายพันขวด ราวกับพิพิธภัณฑ์ “คุณสะสมไวน์เหรอ???”

สีหน้าเย็นชาของเขาไม่ได้ทำให้เธอกลัว นั่นเพราะมันอยู่ภายใต้หน้ากากทองคำ เขาจ้องเธออย่างระอา 

“ฉันไม่อนุญาตให้เธอแตะต้องของในบ้านนี้ วางมันลงซะ”

เสียงแข็งเป็นหินเลยเชียว...นึกว่าเธอกลัวเหรอ...นายพญา!

“หวงเหรอ?  แล้วถ้าฉันเกิดทำมันร่วงลงพื้นจะเป็นไงนะ???”

“เธอก็ต้องชดใช้น่ะสิ”

“ฮึ!  หญิงสาวยอมวางขวดไวน์ลงกลับที่เดิม แต่ไม่ยอมแพ้ “ไวน์ขวดนี้ยังเทียบไม่ได้กับของที่นาย...นายพญาเอาไป ฉันต้องการมันคืน”

“ก็ไปบอกมันสิ”

ก็บอกอยู่นี่ไงเล่า เธอชักจะโมโหแล้วนะ

“ก็ได้ ในเมื่อนายอยากเป็นศัตรูกับฉัน อยากลองดีกับฉัน อยากมีเรื่องกันนัก  ฉันจะจัดให้อย่างสาสมใจเลยล่ะ” แล้วเจ้าหล่อนก็เลื่อนเก้าอี้ออก หย่อนก้นนั่งลง คว้าขวดไวน์มาเปิดแล้วเทใส่แก้วทรงสูงที่วางอยู่ใกล้มือ “บ้านหลังนี้สวยดีนะ แต่จะสวยได้อีกไม่นานแน่ๆ ฉันรับรอง”

เขาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจที่เธอพูด “เธอคิดจะทำอะไร???”

“เดี๋ยวก็รู้” เธอคีบแก้วไวน์ขึ้นดื่มไปค่อนแก้วแล้ววางมันลงตรงหน้าอย่างมีอารมณ์...อารมณ์โมโหนะ “ฉันจะบอกคุณเป็นครั้งสุดท้ายว่าสร้อยเส้นนั้นสำคัญกับฉันมาก คืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้”

เจ้าหล่อนทำท่าทางเหมือนเป็นเจ้าของบ้าน และเขาเป็นแค่ทาส เธอไม่รู้เหรอว่าเขาก็โมโหเป็น เขาจะแสดงให้เธอเห็นเดี๋ยวนี้ล่ะ

เผล๊งงงงง!!

“ว๊าย!

เขาปัดขวดไวน์จนล้ม กลิ้งตกลงบนพื้นจนแตกกระจาย น้ำเหนียวข้นสีแดงก่ำเปรอะเปื้อนดั่งเลือดของมนุษย์

“ออกไปจากบ้านผมซะ!!!!

“โอ๊ย!” เธอร้องลั่น พร้อมทำหน้าเหยเก “เจ็บ...เจ็บเท้า”

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย ก่อนก้มลงมองที่เท้าของเธอ เขาตกใจหน้าเสียเมื่อเห็นเศษแก้วแตกปักอยู่บนหลังเท้าของเธอ เขาย่อตัวลงทันที แล้วจับเท้าเล็กเรียวของเธอไว้ จัดการดึงเศษแก้วชิ้นนั้นออกโดยไม่บอกกล่าว  

“โอ๊ยยยยย!!!” เจ้าหล่อนอุทานลั่น จะดึงเท้ากลับ แต่เขาจับไว้แน่น “นายทำบ้าอะไร เจ็บนะโว๊ยยยย”

เขาพิศมองบาดแผลเล็กน้อย ก่อนปล่อยเท้าเธออย่างโมโห

“เลือดไหลเยอะมาก  แผลไม่ลึกมาก แต่เลือดไหลเยอะน่าดู”

“ที่มันไหลออกเยอะแบบนี้  ก็เพราะนายดึงเศษแก้วออกอย่างแรงและโหดร้ายไง” เขาไม่พูดไม่จา จัดการช้อนร่างบางขึ้นอุ้มแล้วเดินออกจากห้องโถง เธอตกใจที่ถูกอุ้ม จากชายหนุ่มแปลกหน้า ที่เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเป็นยังไงกันแน่

แต่เธอก็...ไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด อ้อมแขนของเขา มันทำให้เธอรู้สึกขนลุกซู่และหัวใจเต้นรัวอย่างบอกไม่ถูก  

แต่กระนั้น...ความเป็นกุลสตรีก็กระทุ้งเตือนให้เธอป้องกันตัวเอง ด้วยการดีดดิ้นและโวยวายอย่างบ้าคลั่ง

“ปล่อยนะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ บอกให้ปล่อยไง ปล่อย!

แต่เขาไม่ปล่อย กลับก้าวลงบันไดอย่างไม่สะทกสะท้าน

“อร๊ายยย นี่นายจะทำอะไร อย่าบอกนะว่านายจะ...”

“เลือกเอา  ให้ผมโยนคุณลงไป” เขาหยุดเดิน ทำท่าเหมือนจะทิ้งร่างเธอลงข้างล่าง จากชั้นห้าเนี่ยนะ เธอใจหายวูบ “หรือจะไปเองดีๆ”

เธออ้าปากค้าง “ฉัน...ฉัน...ฉันจะไปเอง”

ชายหนุ่มยอมปล่อยเธอลง หญิงสาวเซเล็กน้อย แต่คว้าจับราวบันไดได้ทัน เธอเงยหน้าจ้องสายตาเย็นชาของเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“นายนี่มันบ้าจริงๆด้วย”

เธอสะบัดหน้าใส่เขา ก่อนหันหลังให้ ก้าวลงบันได ด้วยการเดินเขยก เลือดของเธอเปรอะเปื้อนตามรอยก้าว ราวกับจะทิ้งร่องรอยไว้เมื่อต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง  

“แล้วใครจะทำความสะอาดบ้านให้ผมล่ะ ใครจะเช็ดรอยเลือดสกปรกพวกนี้” อยู่ๆ ชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ พร้อมเสียงถอนใจหนักหน่วง “ทำแผลก่อนแล้วค่อยไป  ตามมาสิ”

เธอหยุดเดิน แล้วหันกลับมามองเขาด้วยสายตาเคืองขุ่น “ถ้าห่วงว่าบ้านจะสกปรกนัก แล้วทำไมปล่อยให้มันมีสภาพเหมือนบ้านร้างแบบนี้ล่ะ ไม่ต้องมาทำเป็นหวังดีหรอกนะ คืนของฉันมา!!!

เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะชี้หน้าเธอตรงๆ  “ก็ได้...เราจะคุยเรื่องนี้กัน...หลังจากที่คุณทำแผลเสร็จแล้ว จะให้ผมอุ้มคุณขึ้นมา หรือจะ...”

“ฉันเดินเองได้!!!” แล้วเจ้าหล่อนก็เดินสวนเขาขึ้นไปชั้นบนสุดของบ้านอย่างเร็ว สายตาคมกริบระยิบเล็กน้อย ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดตามหลังเธอไป


เมื่อถึงชั้นบนสุด เขาเดินแยกหายเข้าไปในห้องหนึ่ง แล้วกลับออกมาพร้อมกระเป๋าหนังสี่เหลี่ยมบรรจุอุปกรณ์สำหรับปฐมพยาบาล

หญิงสาวนั่งรอเขาที่โซฟาหนังเก่ากึกตรงมุมห้อง เธอใช้ผ้าพันคอผืนเดิมห้ามเลือดไว้ หากเธอไม่เจ็บมากขนาดนี้ เธอคงไปไกลแล้ว

“ทำไมฉันซวยอย่างนี้นะ” เธอบ่น ก่อนถอนหายใจ “แต่...ฉันหาเรื่องเอง ฉันผิดเองทุกอย่าง”

เธอหุบปากเมื่อชายหนุ่มก้าวมายืนต่อหน้าเธอ เขาจ้องเธอเล็กน้อย ก่อนจะนั่งลงข้างๆ มือเรียวยาวคว้าข้อเท้าบาดเจ็บมาวางบนตักอุ่น หญิงสาวตกใจตาค้าง จะดึงเท้ากลับ แต่เขาจับไว้แน่น เหมือนเดิม หมอนี่เหมือนอ่านความคิดเธอออกงั้นแหละ เธอควรกลัวเขามั้ยเนี่ย?

“นี่นายจะทำอะไรน่ะ?”

“ถามได้  ก็ทำแผลน่ะสิ” เขาหยิบผ้าพันคอผืนนั้นออกจากเท้าเธอแล้วโยนทิ้งราวกับเป็นขยะ “โชคดีนะที่แผลไม่ลึก ไม่งั้นคงหลายเข็ม”

เขาเริ่มลงมือ...จัดการกับแผลสดของเธอ อย่างคล่องแคล่ว ชำนาญ และอ่อนโยน จนทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจปนทึ่ง

“ดูเหมือนมืออาชีพเลย แถมมีอุปกรณ์ครบด้วย?”

“แปลกเหรอ?”

“อืม...แปลกมาก”

“ไม่เห็นแปลก  บ้านผมอยู่ไกลจากโรงพยาบาล เวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น ผมก็ต้องช่วยตัวเองสิ”

“อยู่ไกลหรือไม่กล้าไปกันแน่”

“เสร็จแล้ว” เขาละจากงานที่เพิ่งทำเสร็จ หันไปจัดเก็บอุปกรณ์กลับเข้าที่เข้าทาง ขณะหญิงสาวจ้องเขาตลอดเวลา สายตาจับผิด สงสัย “เดี๋ยวผมจะให้นายพญาไปส่งคุณนะ”

“ว่าไงนะ” เธอใจเต้นรัว “นี่ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่มั้ย”

“อืม”

“ฉันจะได้เจอเขาจริงๆเหรอ”

“ใช่” เขายืนยันน้ำเสียงหนักแน่น

“ยอมรับแล้วใช่มั้ยว่านายคือ...”

“หมาของผมน่ะ”

“หมา!

“อืม...หมาป่าตัวนั้น มันจะไปส่งคุณถึงตีนเขา หลังจากนั้น คุณก็หาทางกลับเข้าเมืองเอาเองละกัน”

“ไหนคุณบอกว่าจะให้นายพญาไปส่งฉันไง”

“ก็ใช่ไง” เขาเสียงดังกว่าปกติ “คุณไม่ต้องห่วง มันไม่ทำอะไรคุณหรอก ถ้ามันเล่นปล่อยให้คุณเข้ามาในบ้านได้ง่ายๆ แบบนี้”

เธอโกรธเขาจนตัวสั่นทีเดียว นี่เขาจะเฉไฉไปถึงไหน เธอไม่ได้อยากพบหมาป่า แต่เธออยากพบคนที่ชื่อพญา ไม่เข้าใจรึไง

“ฉันหิว...มีอะไรให้กินบ้างมั้ย?”

เขาชั่งใจครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยด้วยประโยคสั้นๆ “ห้องริมสุด ด้านทิศใต้”

 

หญิงสาวแยกกับเขา แล้วเดินมาถึงห้องที่เขาบอก โดยใช้เวลาไม่ถึงห้านาที เธอเปิดประตูเข้าสู่ภายใน ก็ได้พบกับห้องครัวขนาดเล็ก กระทัดรัด แต่มีข้าวของเครื่องใช้สำหรับทำครัวครบครัน

และที่มุมในด้าน...หมาป่าตัวใหญ่นั่งอยู่อย่างสง่า

“นาย!!!...มาหลบอยู่นี่เองเหรอ?”

เธอเดินไปหามันอย่างเร็ว แล้วทักทายมันด้วยการลูบหัว

“เจ้าตัวยักษ์  ชื่ออะไรฮึ  ชื่ออะไรบอกมาเดี๋ยวนี้?” เธอยิ้มให้มันอย่างอ่อนโยน “เจ้านายของนายโคตรกวนตีนเลยอ่ะ แถมยังบอกว่านายชื่อพญาด้วยนะ แต่ถึงนายจะชื่อพญาจริงๆ นายก็คงไม่ใช่ตัวร้ายที่ขโมยของฉันมาหรอกใช่มั้ย”

เจ้าหมาป่าซุกไซร้อกอุ่นของเธอ หากกอดได้ก็คงกอดไปแล้ว

“จริงสิ ฉันยังไม่ได้ขอบใจนายเลยที่นายช่วยชีวิตฉันไว้” แล้วเจ้าหล่อนก็จูบบนหัวของมันอย่างไม่นึกกลัวหรือรังเกียจเลยสักนิด “ขอบใจนะ เดี๋ยวฉันทำอะไรให้นายกินดีกว่า ดีมั้ย?”

มันกระดิกหางตอบ เธอเหลือบเห็นรอยแผลที่ถูกเย็บบนหน้าท้องและต้นขาของมันแล้วตกใจ ภาพที่มันโดนยิงย้อนกลับเข้ามาในหัวเธออย่างจัง

“ตายจริง นี่คงเป็นรอยกระสุนใช่มั้ย” เธอลูบแผลมันอย่างรู้สึกผิดและเสียใจ “เป็นเพราะฉัน นายเกือบตายเพราะฉัน”

เธอละจากหมาตัวใหญ่ เริ่มค้นหาของที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้

“ฉันจะทำของอร่อยให้นายกินนะ” เธอกุลีกุจอลงมือทำอาหาร “นายช่วยฉัน แต่ทำไมนายกัดฉันล่ะ ฮึ?”

เธอบ่นพลาง ทำพลาง เจ้าหมาป่าอยากจะตอบใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ นอกจากร้องครางเหมือนหมาแล้วตามไซร้ขายาวสวยของเธออย่างมีความสุข  

“ว่าแต่ นายใช่มั้ย ที่จัดการคนพวกนั้น พวกมาเฟียค้ายาเสพติดมันก็สมควรจะโดนแล้วใช่มั้ย” เธอถามไปอย่างนั้นเอง เพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่ได้คำตอบจากสัตว์หรอก “เอาล่ะที่รัก มื้อนี้ฉันเลี้ยงเองนะ”

เจ้าหล่อนนั่งลงข้างๆมัน วางจานใหญ่ใส่อาหารกองโตอย่างกับภูเขา เธอมีหนึ่งจานในมือสำหรับตัวเอง เธอกินอาหารด้วยความหิว พลางเล่นกับมันอย่างสนุก โดยไม่รู้เลยสักนิดว่าข้างนอกมืดแล้ว!

“นายน่ารักมากรู้มั้ย?  น่ารักกว่าเจ้านายตั้งเยอะ เจ้านายของนายอ่ะ เพี้ยน เยอะ ใจร้าย ขี้เก๊ก โหด แล้วก็...โรคจิต!...นายไปอยู่กับฉันมั้ย???...รับรองว่าฉันจะมีอาหารอร่อยๆให้นายกินทู๊กวันเลย แล้วก็จะพานายไปวิ่งออกกำลังกายด้วย”

เขาอยากตอบรับคำเชิญนั้น...ใจแทบขาด

แต่...มันคงเป็นไปได้ยาก.....................ไร้หนทาง?




@@



ตอนที่แล้ว ตอนต่อไป


เล่มที่คนอื่นอ่าน

captcha